คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Short Fic Haikyuu!!] Kuroo x Akaashi - Medicine

วันไหนที่ไม่ได้เจอ ผมเหมือนคนป่วยที่ต้องได้รับการรักษา มียาชนิดไหนที่รักษาผมได้บ้าง?

ยอดวิวรวม

242

ยอดวิวเดือนนี้

15

ยอดวิวรวม


242

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


7
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  28 ก.ค. 62 / 02:58 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


ไรท์แจ้งข่าว: เดี๋ยวไรท์จะนำเรื่องสั้นเรื่องนี้ไปรีอัพโหลดที่คลังฟิคสั้นของไรท์นะคะ


คุโรโอะซัง...คุณเป็นใคร?
ทำไมผมถึงอยากใกล้ชิดคุณมากมายขนาดนั้น อยากเห็นหน้า อยากได้ยินเสียง


วันไหนที่ไม่ได้เจอ ผมเหมือนคนป่วยที่ต้องได้รับการรักษา
วันไหนที่ขาดคุณไป ผมเหมือนคนป่วยระยะสุดท้ายที่รอวันตายมาถึง


มียาชนิดไหนที่รักษาผมได้บ้าง?






(The 1975 - Medicine)

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 28 ก.ค. 62 / 02:58

บันทึกเป็น Favorite


- Medicine -



 

          “คุโรโอะซัง ไม่ได้เจอกันตั้งห้าปีเลยนะครับ ยังสบายดีไหมครับ?”



 

          คุโรโอะ เท็ตสึโร่ ชายเจ้าของผมสีดำขลับที่ถูกจัดเซ็ตทรงอย่างลวก ๆ รูปร่างกำยำสูงยาวเข่าดีจากการเข้ายิมเป็นประจำ ถ้าบอกใครว่าเขาเคยเป็นนักกีฬาวอลเลย์เก่า ก็ไม่ต้องสงสัยเลยกับสัดส่วนอันน่าหลงใหลนั้น ดวงตาเรียวคมเข้ารูปกับใบหน้าหล่อเหลาคมคายเคยทำให้สาว ๆ ใจละลายมานับไม่ถ้วน แต่เขาเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบเพลย์บอยมาตลอดจนจบมหาวิทยาลัย เพราะคิดว่าการผูกมัดมันไม่ใช่สไตล์ของเขา


          ชายหนุ่มกำลังนั่งทอดหุ่ยบนเก้าอี้ยาวในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในชานเมืองท่ามกลางฤดูใบไม้ร่วงที่เริ่มหนาวเย็น วันนี้เขาออกมาในเสื้อคอเต่าสีขาวสวมทับด้วยแจ็คเก็ตสีดำด้านสนิท พร้อมกับกางเกงยีนส์ทรงขากระบอกราคาแพง และรองเท้าบู๊ทหุ้มข้อสีดำที่ทำจากหนังแท้ มีรอยขีดข่วนจาง ๆ อยู่หลายจุดเพราะผ่านการใช้งานมาสมควร 

          

    

      แม้เขาจะอายุได้ 28 ปีแล้ว แต่เขากลับไม่เคยได้สวมสูทเลยสักครั้ง ชุดทำงานของเขามีแต่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น บางวันก็ใส่แต่กางเกงขาสั้น ส่วนที่ทำงานของเขาคือหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งในย่านชิบุย่า



          หลังจากจบมหาวิทยาลัยเขาก็เลือกที่จะเป็นโปรแกรมเมอร์ฟรีแลนซ์เพราะไม่ชอบชีวิตออฟฟิศหลังจากลองฝึกงานมาตลอดการเรียนมหาลัย แต่นั่นกลับส่งผลเสียให้เขาอย่างใหญ่หลวง เพราะเดิมทีเขาเป็นคนเพื่อนเยอะและอัธยาศัยดี แต่เมื่อต้องทำงานฟรีแลนซ์ เหล่าเพื่อนรอบกายของเขาก็หายไปทีละคนสองคน จนในที่สุดเขาเหลือเพื่อนสนิทไม่กี่คน



          เขาเปลี่ยนท่านั่งไขว้ห้างมานั่งกางขาแล้วเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เหม่อมองท้องฟ้าในฤดูใบไม้ร่วงที่สดใสแต่ก็เหงาหงอยไปในเวลาเดียวกัน


          “เฮ้อ” เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินก้าวยาว ๆ ไปที่ลานจอดรถเพื่อควบมอเตอร์ไซค์ฮาร์เลย์คู่ใจราคาเหยียบล้านเยนที่เขาทำงานตรากตรำดาวน์มา มิหนำซ้ำยังต้องหลังขดหลังแข็งรับงานทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อหาเงินผ่อนทุกงวดเพียงเพราะอยากได้มอเตอร์ไซค์มาขับคลายเครียดจากงานเท่านั้น



          สียงเครื่องพันซีซีดังซู่ม ๆ กึกก้องไปทั่วลานจอดรถเรียกความสนใจคนที่เดินผ่านไปผ่านมาก บ้างก็ชื่นชอบ บ้างก็หมั่นไส้ไปเลย

          เขาค่อย ๆ เลี้ยวรถออกไปที่ถนนใหญ่แล้วบิดเต็มแรงด้วยความคึกคะนองของวัยรุ่นตอนปลาย ขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับความเร็วและเสียงท่ออันดังกึกก้องอยู่นั้น ก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างพุ่งเข้ามาข้างหลังเขาด้วยความเร็วสูง แต่ไม่ทันจะรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ทุกอย่างก็ดับวูบเข้าสู่ความมืดมิดและเงียบสงัด...









 

คำเชยชม...


          “ก็ยังเซ็ตลูกได้เฉียบขาดเหมือนเดิมเลยนะอาคาอาชิคุง” เสียงทุ้มแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์พูดขึ้นขณะซับเหงื่อที่เปียกโชกบนใบหน้าเรียวคมของตัวเอง


          “ขอบคุณครับ” อาคาอาชิ...เด็กหนุ่มปีสองมือเซ็ตหัวใสของฟุคุโรดานิปราดนัยน์ตาเล็กมองชายสูงใหญ่ร่างกายกำยำที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

          เขาผ่อนลมหายใจออกมาจากริมฝีปากบางกระจับอันทรงเสน่ห์แล้วมองไปที่โบคุโตะซัง เอซของฟุคุโรดานิที่มีพลังงานล้นเหลือมากพอที่จะตบอัดบล็อกเพียงคนเดียวที่มีอยู่ตอนนี้คือสึกิชิมะ เคย์จากโรงเรียนคาราสุโนะ


          “ตบอัดบล็อคตัวเดียวมันจะไปสนุกอะไรกันล่ะครับ” เขาพูดเพียงเบา ๆ เพราะอยากให้แค่คุโรโอะได้ยิน


          “ช่างเขาเถอะน่า ดูสึกกี้ก็ไม่ได้บ่นอะไร” คุโรโอะเบียดตัวเข้ามาใกล้อาคาอาชิโดยที่คนอื่นไม่ทันสังเกต “ฉันอยากมีอะไรกับนายจัง ตอนนี้ในตัวฉันแทบระเบิดแล้ว”

          อาคาอาชิไม่ได้ตอบอะไร เขามองไปที่ใบหน้าเรียวแสนเจ้าเล่ห์นั้นก่อนจะยกมุมปากยิ้มด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ คุโรโอะซังไม่เคยปล่อยให้เขาได้พักเลย ไม่ว่าจะเรื่องวอลเลย์หรือเรื่องบนเตียง

 


          ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ความต้องการที่ยากจะหักห้ามใจ ความหลงใหลในรส รูป กลิ่น เสียงที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากฝ่ายตรงข้ามที่มีแต่เพียงคนคนนั้นเท่านั้นที่ทำให้อาคาอาชิ เคย์อิจิล่องลอยไปในความฝัน

          ยิ่งใกล้ชิดยิ่งต้องการ ยิ่งสัมผัสยิ่งหลงใหล คุณเป็นใครคุโรโอะซัง ทำไมถึงทำให้ผมต้องการคุณมากขนาดนี้

 

 

          “กลิ่นตัวนายหอมจังเคย์อิจิ ฉันอยากจะกลืนนายทั้งตัวมันซะตอนนี้เลย” เสียงทุ้มผู้เชยชมร่างกายของเขาออกปากชมเปราะทุกครั้งที่ได้สูดกลิ่นหอมจากซอกคอขาวของเขา

          “อยู่กับผมสองต่อสองแล้วทำตัวหื่นกามใส่ตลอดเลยนะครับ” เสียงหวานของอาคาอาชิตำหนิออกไป แต่ก็นึกภูมิใจที่ผู้ชายคนนั้นชื่นชมเขามากขนาดนี้ และอยากเป็นแค่คนเดียวที่คุโรโอะซังจะพูดแบบนี้ด้วย

          ทุกครั้งที่อาคาอาชิตำหนิมักจะทำให้คุโรโอะอยากเอาชนะด้วยการขึ้นคร่อมร่างแล้วใช้ปากของเขาสยบความกล้าแกร่งให้อาคาอาชิยอมแพ้ทุกครั้งไป หลงใหลจริง ๆ ผู้ชายคนนี้...อยากเก็บไว้แค่คนเดียว ไม่อยากให้ใครได้เห็น ไม่อยากให้ใครได้กลิ่น








 

เวลาคิดถึงกัน...


          “ผมคิดถึงคุณครับ” อาคาอาชิพูดกับปลายสายแบบนี้ทุกครั้งเวลาที่เขาอยากเจอหน้าคนคนนั้น บางครั้งชีวิตการเป็นนักเรียนมัธยมปลายมันไม่ง่ายอย่างที่คิด และยิ่งอยู่กันคนละโรงเรียนก็ยิ่งทำให้เจอกันน้อยลง คิดถึง...อยากเห็นหน้าจริง ๆ

          “นายมาที่บ้านฉันสิ”

          และสุดท้ายก็ต้องจบลงบนเตียงทุกครั้ง ไม่ได้บอกว่าเขาไม่ได้ต้องการ ตรงกันข้าม...ยิ่งอยากได้มากขึ้นเรื่อย ๆ อยากเล่นบทรักที่เข้มข้นดุเดือดมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะยิ่งตอบสนองคุโรโอะได้มากเท่าไหร่ ก็ทำให้คุโรโอะเรียกหาแต่เขาเท่านั้น รู้สึกดีจริง ๆ ที่ได้เป็น เพียงคนเดียว ที่ผู้ชายคนนั้นเชยชม

 








วันเวลาผ่านไป...


          ความสัมพันแค่เรื่องบนเตียงจบลงในวันจบการศึกษาของคุโรโอะ แม้ทั้งสองจะอยู่กันคนละโรงเรียน แต่อาคาอาชิก็รับรู้ได้ว่าต่อไปนี้การเข้าค่ายหน้าร้อนหรือแม้แต่ในสนามการแข่งอินเตอร์ไฮด์หรือฮารุโค จะไม่มีผู้ชายคนนั้นอีกต่อไปแล้ว

          “ผมจะได้เจอคุโรโอะซังไหมครับ” อาคาอาชิถามออกไปขณะไล้นิ้วเรียวเล็กบนแผ่นอกแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยฟันของเขา

          “ฉันไม่รู้ว่าคณะที่ฉันเรียน จะเรียนหนักขนาดไหน” เขายกมือขึ้นมาลูบไล้เส้นผมสีดำขลับของตัวเองเหมือนกำลังใช้ความคิด แล้วไล่ลงมาแตะที่ริมฝีปากของตัวเอง เพื่อเชิญชวนว่านายมาจูบฉันสิ แล้วฉันจะทำตามที่นายขอ และนั่นก็ทำให้อาคาอาชิไม่รอช้าที่จะประทับรอยจูบบนริมฝีปากนั้นเบา ๆ

 








สี่ฤดูฝน สี่ฤดูหนาว หลายร้อยพันชั่วโมง...


          คุโรโอะ เท็ตสึโร่หายไปจากชีวิตของอาคาอาชิโดยสมบูรณ์ แต่ความรู้สึกโหยหานั้นไม่ได้เลือนหายไปตามกาลเวลาเลย เขาพยายามติดต่อเค็นมะ โคสุเมะ เพื่อนสนิทสมัยเด็กของคุโรโอะก็ได้คำตอบมาว่า

          ไม่ได้คุยกันเป็นปีแล้ว หมอนั่นไม่ค่อยกลับมาเยี่ยมบ้านเลย เค็นมะ โคสุเมะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแบบฉบับของเขา

          นั่นทำให้ชีวิตแต่ละวันของอาคาอาชิไม่สามารถยิ้มได้อีก ถึงเขาจะเป็นคนยิ้มยากเป็นทุนเดิม แต่เมื่ออยู่กับคุโรโอะ เขากลับยิ้มแหละหัวเราะออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ เสียงหัวเราะทั้งสองที่สอดประสานกัน เพราะพวกเขามีความสุขไปด้วยกัน



          หลังจากจบมหาวิทยาลัยเขาก็เข้าทำงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในแถบชินกุจุตำแหน่งนักกายภาพบำบัด เขาทำงานไปแต่ละวันเพียงเพราะหาเงินเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและจ่ายค่าเช่าอพาร์ทเม้นต์ราคากลาง ๆ ย่านใจกลางเมือง เขากลับบ้านอาทิตย์ละครั้งและใช้ชีวิตทั้งหมดที่เหลือในห้องพักของตัวเอง


          เตียงนอนขนาดห้าฟุตที่มีเขานอนเพียงคนเดียว ตู้เสื้อผ้าที่ไม่มีอะไรมากนักนอกจากเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแลกไม่กี่ตัวที่ซักและใส่สลับกัน เพราะเมื่อไปถึงโรงพยาบาลก็ต้องเปลี่ยนใส่ยูนิฟอร์มอยู่แล้ว ชุดถ้วยจานที่มีไว้สำหรับใช้คนเดียว สิ่งของทุกอย่างมีสำหรับเพียงคนเดียวทั้งสิ้น


          “คุณหายไปไหน คุโรโอะซัง ผมคิดถึงแทบขาดใจตายอยู่แล้ว” อาคาอาชิพร่ำกับตัวเองอยู่บ่อยครั้งเวลาเปิดดูรูปสมัยมัธยมปลายที่ถ่ายด้วยกันตอนเข้าค่ายฝึกฤดูร้อน แม้หลายครั้งคุโรโอะจะชอบไปคลอเคลียสึกิชิมะ เคย์มากกว่า แต่ทั้งหมดนั้นมันก็แค่ความเอ็นดูที่มีต่อรุ่นน้องเท่านั้น แม้กระทั่งตอนนี้...สึกิชิมะคือคนที่คิดว่าคุโรโอะซังจะคุยด้วยบ่อยที่สุด ก็ให้คำตอบได้แต่เพียงว่าเขาไม่ได้คุยกับคุโรโอะซังเลยตั้งแต่เขาเข้าเรียนมหาวิทยาลัย



          ทุกวันของอาคาอาชิเหมือนคนป่วยซังกะตาย ทั้ง ๆ ที่เขาคือคนที่คอยบำบัดและรักษาคนอื่น แต่เขาไม่สามารถบำบัดและรักษาใจของตัวเองได้ อาคาอาชิเคยเข้าพบจิตแพทย์เพราะกลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นโรคซึมเศร้า หมอไม่ได้บอกอะไรมากนอกจากให้ยากลับมาทาน

 









เพื่อนสนิท...


          “อาคาอาชิ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ” เสียงโวยวายของโบคุโตะ โคทาโร่ รุ่นพี่และเพื่อนสนิทของเขา อดีตเคยเป็นเอซท็อปไฟฟ์ของญี่ปุ่น ปัจจุบันเป็นตัวแทนทีมชาติและเพิ่งจะถอนตัวจากทีมชาติออกมาหมาด ๆ เพราะอายุเกินและเริ่มแก่แล้ว แต่พอพูดว่าแก่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโกรธทุกที เขาเลยเลือกใช้ศัพท์ที่สูงกว่านั้นคือ ชราภาพ น่าแปลกที่ดันไม่โกรธ

          “หน้าผมตอนนี้มันเป็นยังไงเหรอครับ”

          “หน้าเหมือนศพซอมบี้ตายซากมาสิบปี แล้วเหมือนโดนจับไปทดลองแล้วกลับมาเดินได้แบบนั้นอ่ะ”

          “เปรียบเทียบซะผมอยากหัวเราะเลยครับ” เขาพูดประชดมุกเฝื่อน ๆ ของโบคุโตะ แต่เจ้าตัวไม่ได้สนใจคำพูดนั้นมากเท่าสเต็กเนื้อลูกเต๋าแบบมิเดี่ยมแรร์ตรงหน้า

          “เจ้าแมวยักษ์นั่นมันหายหัวไปไหนของมันนะ” โบคุโตะบ่นถึงคุโรโอะที่มักเรียกกันแปลก ๆ แบบนี้อยู่แล้ว

          “ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน” อาคาอาชิพูดสิ่งที่ใจคิด ซึ่งโบคุโตะก็ไม่ค่อยเข้าใจความลึกล้ำของคำพูดนั้นเท่าไหร่

          “ฉันจะขอจองคิวนายช่วยมานวดกล้ามเนื้อให้หน่อยนะ มันเริ่มปวด ๆ อีกแล้ว” โบคุโตะถือวิสาสะจองคิวงานของเขาโดยไม่ถามสักคำว่าว่างหรือเปล่า แต่เพราะเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวที่เขาเหลืออยู่ ก็ต้องบริการให้เต็มที่




          นอกจากทำงานในโรงพยาบาล อาคาอาชิก็เป็นนักกายภาพบำบัดตามบ้านเพื่อดูแลนักกีฬาที่บาดเจ็บ หรือคนไข้ที่เพิ่งหายจากการผ่าตัดใหญ่ รวมถึงผู้สูงอายุที่กล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรงไปตามกาลเวลา แม้จะเป็นงานที่ต้องพบปะผู้คน แต่การพบคนป่วยทุกวี่วัน มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกว่าชีวิตชุ่มฉ่ำเท่าไหร่นัก

          โบคุโตะเคยลากให้ไปนัดบอด เผื่อจะเจอสาว ๆ ที่ถูกใจ เพราะอาคาอาชิใช้ชีวิตคนเดียวมานานเกินไป ควรจะมีแฟนหรือคนรู้ใจบ้าง แต่การนัดบอดห้าครั้งก็จบลงด้วยความล้มเหลวทั้งห้าครั้ง เพราะอาคาอาชิไม่เจอใครที่เหมือนคุโรโอะซังเลยสักคน









ฤดูใบไม้ร่วงที่ฉาบไปด้วยสีแดง...


          อาคาอาชินั่งดื่มกาแฟขณะอ่านข่าวหนังสือพิมพ์เงียบ ๆ คนเดียวในมุมหนึ่งของห้องพัก แล้วก็พลันได้พบข่าวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแถบชานเมือง รถบรรทุกเบรกแตกพุ่งชนรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์เลย์ คนขับรถบรรทุกปลอดภัย แต่คนขับรถมอเตอร์ไซค์บาดเจ็บสาหัสต้องถูกส่งเข้าไอซียูเพื่อยื้อชีวิตโดยด่วน


          ...คุโรโอะ เท็ตสึโร่...


          ชื่อนั้นทำให้มือไม้อ่อนจนแก้วกาแฟร่วงตกลงที่พื้น

          “คุโรโอะซัง” อาคาอาชิเรียกชื่อนั้นออกมา ความรู้สึกแรกคือตกใจตามมาด้วยความเสียใจที่เอ่อท่วมท้นกลายเป็นน้ำตาไหลอาบนองหน้านวลขาวทั้งสอง มือไม้ทั้งสองของเขาสั่นเทา ริมฝีปากบางกระจับแข็งทื่อพูดไม่เป็นภาษา

 








ไข้ใจที่รักษาได้...


          อาคาอาชิเริ่มติดต่อสอบถามเพื่อนหมอที่เขารู้จักว่ามีใครรู้ข้อมูลเคสของคุโรโอะ เท็ตสึไร่บ้าง โชคดีที่เพื่อนในคอนแทคลิสต์ของเขามีประโยชน์มาก ต้องขอบคุณความมีมนุษย์สัมพันของตัวเองที่ทำให้เขาสามารถตามหาคุโรโอะได้ถึงหน้าห้องผู้ป่วย แม้ตอนนี้จะถูกย้ายมาแผนกผู้ป่วยหนักแล้ว แต่เขาก็ยังไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมได้ แม้จะเคยลึกซึ้งกันมามากเพียงใด การเยี่ยมไข้ก็ยังเป็นสิทธิ์ของญาติพี่น้องเท่านั้น


          การรอคอยที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเช่นไร มันช่างร้อนรนจนนั่งแทบไม่ติด ซึ่งผิดกับการรอคอยที่ผ่านมา เพราะคนคนนั้นนอนอยู่ตรงหน้านี้แล้ว มีแค่เพียงประตูกั้นเอาไว้ แล้วเมื่อไหร่ล่ะจะได้เจอ ถ้าได้เจอแล้วจะพูดกับเขาว่ายังไง เขาจะยังจำเราได้ไหม ความคิดในหัวสมองของเขาตีกันยุ่งเหยิงไปหมด และจบด้วยการกลับไปทำงานโดยที่ไม่ได้รู้ความคืบหน้าอะไรเลย




          “อาคาอาชิซังใบหน้าสดใสขึ้นเยอะนะคะ” พยาบาลสาวคนหนึ่งทักทายเขา ซึ่งเขาก็ไม่รู้หรอกว่ามันสดใสขึ้นยังไง เพราะตอนที่แย่ก็ไม่เห็นมีใครทัก หรือไม่มีใครกล้าทักก็ไม่รู้

          “คงนอนเยอะน่ะครับ” เขาตอบออกไป แต่เอาจริง ๆ เขาแทบไม่ได้นอนด้วยซ้ำ เพราะติดตามอาการของคุโรโอะซังอยู่ห่าง ๆ จากการสอบถามคนนั้นคนนี้ไปทั่ว แต่เพราะอาการของคุโรโอะซังเริ่มดีขึ้นหลังจากเค็นมะ โคสุเมะโทรมาบอกตอนเช้า ทำให้เขาโล่งใจขึ้นมาก และนั่นอาจจะส่งผลให้ใบหน้าของเขาสดใสขึ้นก็ได้

          เขากินข้าวได้เยอะขึ้น และเริ่มพูดคุยได้มากขึ้น ยิ้มให้กับคนไข้ได้มากขึ้นเพราะแต่ก่อนเคยมีคนไข้แอบมาซุบซิบว่าอาคาอาชิซังหน้าบึ้งตลอดตอนทำกายภาพให้ เลยกลัวกันไปหลายคน แต่เขาก็ไม่สามารถแก้อะไรได้ เพราะเกิดมาหน้าก็เป็นแบบนี้แล้ว







 

สิ้นสุดการรอคอย...


          คุโรโอะฟื้นขึ้นมาในบ่ายวันหนึ่งปลายฤดูใบไม้ร่วงก่อนจะเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างสมบูรณ์ ทุกคนดีใจกันมากที่เขาปลอดภัย นอกจากขาที่แตกหักหลายท่อนและกระดูกซี่โครงที่หักไปบางซี่ ก็ไม่มีภายในส่วนไหนได้รับความเสียหายจนถึงขนาดใช้การไม่ได้ นับว่าเป็นโชคดีบนความโชคร้าย โดนชนเละขนาดนั้นแต่ก็ยังรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์

          อาคาอาชิตั้งใจไว้ว่าหลังเลิกงาน เขาจะไปเยี่ยมคุโรโอะที่อยู่โรงพยาบาลอีกฝั่งของโตเกียว สิ้นสุดสักทีกับการรอคอยมาตลอดห้าปี ไม่ว่าคำตอบที่ได้จากปากจะเป็นอย่างไรเมื่อต้องถามว่าหายไปไหนมา อย่างน้อยมันก็คือคำตอบกับชีวิตอันตายซากของเขาให้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง



          “อาคาอาชิซัง มีใบส่งตัวคนไข้มาจากโรงพยาบาล X ค่ะ คนไข้แจ้งความจำนงว่าอยากทำกายภาพใกล้ ๆ กับที่พัก” พยาบาลคนหนึ่งส่งแฟ้มประวัติคนไข้ให้กับเขา เขารับมาอย่างเคยชิน ในขณะที่อีกมือยังถือแฟ้มคนไข้ที่เขาดูแลอยู่ก่อนหน้า

          “ขอรายละเอียดคร่าว ๆ หน่อยครับ” อาคาอาชิสอบถามเบื้องต้น เพราะตอนนี้เขายุ่งเกินไปที่จะอ่านแฟ้ม

          “คนไข้ชื่อคุโรโอะ เท็ตสึโร่ ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ กระดูกหน้าแข้งกับกระดูกต้นขาหัก ไม่สามารถงอเข่าได้...”

          “ตอนนี้เขาอยู่ไหน?” อาคาอาชิถามขึ้นโดยที่เธอยังอธิบายไม่จบ

          “ที่ห้องรอค่ะ”



          อาคาอาชิรีบวิ่งตรงไปยังห้องรอและก็ได้พบกับชายที่เขาคิดถึงมาตลอดห้าปีเต็ม คุโรโอะ เท็ตสึโร่ไม่เปลี่ยนไปเลยตั้งแต่มัธยมปลาย เขายังดูดีเหมือนเดิม แม้เหลี่ยมกรามจะชัดขึ้นและใบหน้าตอบลงจากการนอนสลบมาเป็นเดือน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูน่าเกลียดเลยแม้แต่น้อย

          นัยน์ตาเรียวคมนั้นค่อย ๆ ช้อนมองชายร่างสูงผอมในเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดสะอ้าน ก่อนจะเผยยิ้มบาง ๆ เพื่อทักทายคุณนักกายภาพบำบัดหน้าหวานแสนเสน่ห์

          อาคาอาชิย่อตัวลงแล้วจ้องไปที่ใบหน้านั้นให้ชัด ๆ เพราะอยากเรียกความทรงจำวันเก่า ๆ ที่เคยมีให้กันก่อนจะจากลากันโดยไร้ซึ่งการบอกลา


          “คุโรโอะซัง ไม่ได้เจอกันตั้งห้าปีเลยนะครับ ยังสบายดีไหมครับ?” อาคาอาชิถามออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

          “สวัสดีครับคุณหมอ ผมรู้จักคุณหมอด้วยเหรอครับ?” คุโรโอะเรียกนักกายภาพและพยาบาลรวม ๆ ว่าเป็นคุณหมอ เพราะเขาขี้เกียจจะนึกคำพูดอะไรมากมาย เพราะยิ่งนึกมากยิ่งทำให้เขาปวดหัว ลำพังการรื้อฟื้นความทรงจำก็หนักหนาเอาการอยู่แล้ว “ขอโทษนะครับที่ผมจำอะไรไม่ได้เลย แต่ผมจะพยายามนึกเรื่องของคุณหมอนะครับ”

          ตาของอาคาอาชิเริ่มสั่นคลอนกับสิ่งที่ได้เห็นกับตา คุโรโอะซังลืมเรื่องของเขาไปเสียสนิท เขาก้มหน้าลงมองหน้าแข้งของคนไข้ที่นั่งอยู่บนรถเข็น ซึ่งตอนนี้ถูกดามไว้ให้ตรงเนื่องจากไม่สามารถงอเข่าได้หลังผ่าตัด

          “ไม่ต้องรีบร้อนหรอกครับ มันก็เหมือนกับกายภาพบำบัดนั่นแหละ ต้องค่อยเป็นค่อยไป”

          “ครับ”



          อาการป่วยบางอย่างยาอาจจะไม่ช่วยรักษาให้หาย กำลังใจคือยาที่สำคัญที่สุด ซึ่งอาคาอาชิหายดีแล้วจากโรคความคิดถึง โดยมียาที่ชื่อว่าคุโรโอะ เท็ตสึโร่

          “ต่อไปให้เป็นหน้าที่ผมดูแลคุณเองนะครับ”

          “รบกวนด้วยนะครับ”



...END...


------------------------


เป็นไงฮ๊า ชอบคู่นี้กันไหมเอ่ย ยิ่งถ้าฟังเพลง Medicine ของ The 1975 นี่ยิ่งอินค่ะ ไรท์ฟังเพลงนี้ตอนแต่งเรื่องสั้น เป็นเรื่องสั้นครั้งแรกในเว็บเด็กดีเลย หลังจากแต่งฟิคยาวมาตลอด ถ้าใครชอบคู่นี้อยากให้ปรับเป็นเรื่องยาว ไรท์พร้อมเด้อ 5555+

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ AMOPA [อา-โม-ป้า] จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 23:56

    อ่านไม่ได้
    #2
    1
    • 8 พฤษภาคม 2562 / 01:05
      ไปอ่านในหมวดฟิครวมได้เลยตัวเอง เราเอาไปรีอัพโหลดใหม่แย้ว
      #2-1
  2. #1 Hoshi
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:23

    ชอบบบบบบบบบบบบ

    #1
    1
    • 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:40

      ว้ายยย ขอบคุณมากค่ะที่ชอบบ
      #1-1