I NeEd YOu 43 [Gyumyung]

ตอนที่ 4 : I NeEd 443

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 มี.ค. 62




-I nEeD 443-
















"ฮยอง" ผมเรียกเจ้าของร่างเล็กที่ไม่สูงไปกว่าผม ซึ่งนั่งรออยู่ร้านอาหารที่นัดผมไว้ก่อนหน้านี้เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วด้วยน้ำเสียงเบาๆ เพราะไม่อยากเป็นที่จับจ้องของสายตาที่กำลังมองมามากไปกว่านี้



อูฮยอนฮยองหันมาหาผม ก่อนจะยิ้มบางๆให้กลับมา ผมจึงรีบเดินไปหา พร้อมนั่งลงฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ



ซึ่งโต๊ะเป็นโต๊ะกลมมีลักษณะเหมืิอนโต๊ะจิบชากาแฟเรื่อยไป ติดอยู่ที่ว่า นี่เป็นโต๊ะอาหารขนาดเล็ก ที่ใช้สำหรับคนสองคนเท่านั้น



"แอลอ่า" ฮยองเอ่ยชื่อผมพร้อมรอยยิ้มที่ผมไม่ค่อยเข้าใจ 



รอยยิ้มที่มีความสุขมาก... 




มันสามารถใช้กับคนที่เพิ่งเลิกกับแฟนมาได้หรอ อูฮยอนฮยองมองผมพร้อมกับรอยยิ้มที่แทบจะไม่เห็นดวงตาใสๆข้างใน แน่นอนว่านั่นทำให้ผมแปลกใจ



"ฮยองมาที่นี่ได้ไงอ่ะ" ผมเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ฮยองเขาก็โทรมาพร้อมบอกให้ผมมาที่นี่แล้ววางสายไปโดยที่ผมไม่ทันได้ซักถามหรือปฏิเสธอะไร แน่นอนอีกครั้งว่านี่ทำให้ผมงง



"แวะมาหานายไง" อูฮยอนฮยองตอบผมด้วยสายตาทะเล้นที่ชอบใช้กับอินสปิริทบ่อยๆ ผมได้เพียงกระพริบตาปริบๆกับสถานการณ์ตรงหน้า 



"ฮยองมีซ้อมละครเวทีไม่ใช่หรอ" 




"อื้ม! แต่นายอยู่ใกล้ๆไง ฮยองอยากแวะมาหาบ้าง" ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนผมถดคอหนีแทบไม่ทัน เดี๋ยวนะ ๆ นี่อูฮยอนฮยองกับซองกยูฮยองเพิ่งเลิกกันใช่มั้ย หรือว่าอาการแบบนี้เป็นเพราะว่าเขากลับมาคืนดีกันแล้ว 






"อะ-อ๋อ ขอบคุณที่มานะครับ" น้ำเสียงตะกุกตะกักของผมคงทำให้อูฮยอนฮยองหัวเราะออกมาเล็กน้อย แบบที่ว่าถ้าไม่สังเกตก็ไม่มีทางเห็นแน่นอน




"อื้ม! เป็นไงบ้างล่ะ บทยากมากเลยนี่" น้ำเสียงสดใสอย่างบอกไม่ถูก




"ครับ แต่พอไปหาดงอูฮยองมาแล้วก็ง่ายเป็นปอกกล้วยเข้าปากเลย" 




"โม้เก่ง" มือเล็กยื่นมายืดแก้มผมออกเบาๆพร้อมกับรอยยิ้มตาหยี แน่นอนว่าสภาพของผมในตอนนี้คือตกใจและงงมาก 



หรือว่า... คืนดีกันแล้วจริงๆ




"แล้วนี่จะไปไหนต่อหรือเปล่า" เชื่อผมเถอะว่านัดมาร้านอาหารแต่ไม่สั่งอาหารเลยสักนิด มีเพียงน้ำนางเอก (น้ำส้มคั้น) วางอยู่ตรงหน้าเราทั้งสองคน ในขณะที่พวกเราก็ยังคุยกันเรื่องต่อไป





"น่าจะไม่ครับ กลับเลย" ผมตอบก่อนที่จะยื่นมือไปหยิบน้ำนางเอกขึ้นมาดื่ม 





"ไปหาซองกยูฮยองบ้างหรือเปล่า" คำถามที่เพิ่งเปล่งออกมาทำให้ผมแปลกใจอีกครั้ง 





"ครับ เพิ่งไปมาเมื่อวานนี้" ผมตอบกลับโดยที่ไม่ได้คิดอะไรมาก และใช่.... 




ซองกยูฮยองเพิ่งร้องไห้เมื่อวานนี้ไง 




"ดีจังเลยนะ ฮยองเขาว่าไงบ้างล่ะ" อูฮยอนฮยองหยิบน้ำขึ้นมาจิบบ้าง ซึ่งมันจะไม่แปลกอะไรเลยถ้าไม่รวมกับท่าทางที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวของอูฮยอนฮยอง



"ซองกยูฮยองเขา... บอกว่าฮยองไม่คิดถึงเขาเลย แล้วก็ร้องไห้ใหญ่เลยครับ" ผมพูดพร้อมมองนัยต์ตาของอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ เพื่อจงใจให้อีกฝ่ายรู้.... 



ว่าซองกยูฮยองเป็นยังไง เมื่อไม่มีเขา




"ร้องไห้? ซองกยูฮยองเนี่ยนะ? บ้าน่า" อูฮยอนฮยองหัวเราะออกมา ผมมองอย่างไม่เชื่อสายตา นี่มันเรื่องจริงหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้ อูฮยอนฮยองที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร กับซองกยูฮยองที่ร้องไห้แทบใจขาดงั้นหรอ



นี่มันอะไรกัน? 



ยังไม่ได้คืนดีกัน



แล้วทำไมหัวเราะออกมาแบบนี้ล่ะ




"จริงๆนะครับ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพื่อยืนยันว่ามันเป็นเรื่องจริง 





"ถึงผมจะรู้เหตุผลที่ทำให้ฮยองทั้งสองคนเป็นแบบนี้ไม่มากนัก แต่ผมก็มั่นใจว่า ฮยองต้องกลับมาคืนดีกันได้ครับ" ผมยื่นสองมืิอไปกุมมือเล็กๆตรงหน้าพร้อมพูดแววตาแน่วแน่ 





"มันเป็นไปไม่ได้หรอกมยองซู" มืออีกข้างของอีกฝ่ายมากุมมือทั้งสองของผมไว้เหมือนกัน ก่อนที่คำพูดที่เพิ่งเปล่งออกมานั้น จะทำผมใจหาย




"ครับ?" 





"ก็ในเมื่อทั้งหมด...." อูฮยอนฮยองจ้องเข้ามาในตาผมเช่นกัน ผมเองก็จ้องกลับอย่างอยากรู้คำที่โดนเว้นไป และกำลังจะเปล่งออกมา









"มันไม่ใช่เรื่องจริงตั้งแต่แรก" 





















"ฮัลโหลครับ" ผมเอ่ยทักทายปลายสายด้วยน้ำเสียงงัวเงีย การออกไปทานข้าวเที่ยงกับอูฮยอนไม่เหนื่ิอยเลยก็จริง แต่การที่ผมไม่ได้นอนมาทั้งคืนมันทำให้การลืมตาของผมมันยากจนไม่ได้ลืมตาดูเบอร์ที่โทรเข้าหาว่าเจ้าของคือใคร





[เป็นไงบ้างเจ้าแสบ] คนเดียวสินะที่จะพูดอะไรแบบนี้





"ครับ? อ่า... ฮยอง" ผมพูดงัวเงียอยู่ พยานามจะดันตัวเองลุกขึ้นมานั่งดีๆเพราะการนอนจับโทรศพท์เป็นเรื่องที่ผมไม่ถนัดสักเท่าไหร่





... ถึงจะทำบ่อยก็ตามที





[ใช่น่ะสิ คิดว่าเป็นใครกัน ตอนนี้ว่างมั้ย] ซองกยูฮยองปลุกผมได้ดีในคำว่า 'ว่างมั้ย' 






"ว่างครับ" ตอบกลับโดยไม่คิด เคยได้ยินออกจะบ่อยนี่ครับ




'ว่างเสมอถ้าเป็นคุณ' 




เสี่ยวไปแล้ว ผมแค่มีภูมิต้านทานกับคนๆนี้น้อยเฉยๆแค่นั้นเอง 





[เสียดายจัง ทำไมไม่มาหาฮยองล่ะ] ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงสบายไม่ได้แฝงด้วยความน้อยใจหรืออะไร 




"ก็ผมอยากพักบ้างนะ ไปบ่อยๆเดี๋ยวโดนเบื่อหน้า" และเป็นผมซะเองที่พูดเหมือนน้อยใจ และนั่นเป็นการตั้งใจทำเพื่อแกล้งอีกฝ่ายเล่นๆ




[งั้นหรอ ใครกันที่บอกว่าเบื่อ] 





"ก็... ไม่รู้สิ ฮยองมีอะไรหรือเปล่าครับ" 





[เหมือนจะมีนะ แต่ฮยองว่าเรานอนดีกว่า ฮยองไม่กวนแล้ว] พูดแบบนี้ไม่บอกก็รู้หรอก 





"ครับ เดี๋ยวผมไปหานะ" ผมไม่รอให้อีกฝ่ายพูดอะไรไปมากกว่านี้ ประกอบกับไม่อยากรู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงผมไปมากกว่านี้ เพราะแค่นี้... 




ผมก็บาปจนพระเจ้าไม่รับดูแลแล้ว... 

















"มาจริงด้วย" ร่างสูงเจ้าของดวงตาเรียวตาเรียวเล็กที่ใครๆต่างก็มองว่าเป็นด้อย แต่สำหรับผม มันคือเสน่ห์อย่างหนึ่ง ดวงตาเล็กๆนั่น มันทำให้ผมหลง 





"ฮยองก็มารอจริงๆด้วย" ผมพูดติดหัวเราะ พร้อมกับนั่งลงข้างๆซองกยูฮยอง




"ฮ่ะๆๆ ฮยองรู้อยู่แล้ว ว่านายพูดจริง" ซองกยูฮยองหัวเราะออกมาเบาๆ อา... ดูนั่นสิ รอยยิ้มนั่นทำให้ผมหลงอีกแล้ว 




ก่อนจะคิดได้ว่า... 



ทุกอย่างนี่มันไม่ใช่สำหรับผมคนเดียว





"จริงๆผมก็ขี้โกหกนะ" ผมพูดออกไปช้าๆ 




"ไม่เลย นายน่ะ..." ช่วงนี้เขาฮิตเว้นวรรคคำพูดกันหรอ ทั้งอูฮยอนฮยองและ... 



ซองกยูฮยองอีก... 





"เป็นคนทำให้คนอื่นกลายเป็นคนขี้โกหกต่างหาก" 





"ห้ะ?" และคงฮิตคำพูดที่พูดแล้วคนฟังไม่เขัาใจสินะ 





"เปล่าหรอก แล้วนี่กินอะไรมาหรือยัง" เปลี่ยนเรื่องอยู่เรื่อย ทั้งๆที่มันยังไม่เข้าใจ สงสัยคงต้องเอาไปใข้กับซองยอลบ้าง ไม่ได้อ่าน กับซองยอลใช้มุขไม่ได้ ถ้าใช้มุขนี้ทีไรโดนสายตานางร้าย (จ้อง) ทุกทีเลย




"กินมาแล้วครับ" ผมเลือกที่จะไม่เค้นเพราะผมเองก็คงปล่อยให้ตัวเองงงต่อไปนั่นแหล่ะ นี่ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าตัวเองเป็นคนยังไงกันแน่ หรือเพราะผมเป็นคนชอบทำอะไรค้างคาแบบนี้




ผมเลยทำอะไรไม่ได้ นอกจากคอยเวลาอยู่กับเขา โดยเฉพาะเวลาที่มีโอกาสแบบนี้





"อ้วนมากแล้วนะ เรื่องกินน่ะเพลาๆลงบ้าง" จริงเหรอ? ผมอ้วนหรอ ไม่น่า คือผมกำลังอยู่ในวัยกำลังโต จะกินเยอะก็ไม่แปลก นี่ไม่ได้เรียกอ้วน เค้าเรียกอวบระยะสุดท้าย





"กล้าว่าผมอ้วนเนอะ" 





"ทั้งอ้วนทั้งเด็ก เอาขนมมาล่อง่ายจะตายไป" สายตาคมจับจ้องมายังผม ยิ้มเล็กๆที่ไม่เหมือนกับเมื่อวาน ทำให้ผมสงสัย ว่าตกลงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ 




แต่มีหรอที่ผมจะเอ่ยปากถาม สิ่งทีี่ทำได้คือปล่อยให้เวลาทำงานเอง สักวันผมคงรู้เหตุผลว่าทำไมทั้งสิงคนถึงเป็นแบบนี้





"ใครจะเอาขนมมาล่อผมกัน" ผมยู่ปากตอบ





"ก็เห็นนายไปกับคนที่บอกว่าจะเลี้ยงข้าวทุกคน" ซองกยูฮยองเปลี่ยนจากการจ้องมองผมเป็นการมองตรงไปยังข้างหน้า ที่ไม่รู้ว่ามีอะไร




"เปล่าซะหน่อย" ผมยังคงยู่ปากตอบเหมือนเดิม 




"ผมแค่ไปตามมารยาท ไม่ได้เห็นแก่กิน" เสริมเล็กน้อยเพื่อให้ข้อความที่เพิ่งพูดมีน้ำหนักมากกว่านี้ และนี่ไม่ได้เรียกว่าคำแก้ตัวนะ จริงๆนะจริงๆ._. 



"งั้นหรอ ตลกจริงๆเลย" ฮยองหัวเราะหึๆในลำคอเบาๆ ทำเอาผมยู่ปากไม่หยุด ก็แล้วทำไมต้องทำหน้าทำตาเหมืิอนไม่เชื่อขนาดนั้นด้วย อย่างน้อยๆก็ทำเป็นเชื่อก็ได้นี่นา





"แบบนี้้เนอะคนเรา" ผมเอ่ยขึ้นเบาๆ









"เออใช่! ฮยองจะมีแสดงละครกองทัพ สู้ๆนะฮยอง" พอนึกขึ้นได้ก็พูดทันที ละครกองทัพของฮยองผมไม่เคยได้มีโอกาสไปดู ซึ่งประกอบด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง





"ได้สิ ฮยองสู้ตลอดแหละ" ฮยองเขามองมาทางผมไม่นานก็หันกลับไปทางเดิม 




"อย่าทำให้ผิดหวังแล้วกัน" ผมพูดเบาๆ











"อ่ะ" จู่ๆก็มีกล่องสีดำขนาดกลางยื่นมาตรงหน้าผม กล่องนี้ผูกด้วยริบบิ้นสีชมพู มีโบว์เล็กๆสีแดงวางอยู่ด้านบนขวาของกล่อง ผมมองด้วยความสงสัย เพราะนี่คือกล่องของขัวญ แต่... ของขวัญอะไร? 





"อะไรหรอครับ" ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นของขวัญ แต่ผมกลับยังถามเหมือนไม่รู้ 





"ของขวัญวันเกิด ย้อนหลังแล้วกัน" ผมยิัมออกมาด้วยความดีใจ ยังดีที่ฮยองเขายังจำได้ และไม่ลืมที่จะให้ของขวัญ ใครๆต่างก็บอกว่าซองกยูฮยองเป็นคนขี้เหนียว แต่จริงๆแล้วฮยองเขาไม่ใช่คนขี้เหนียวนะ 




เพราะคนขี้เหนียวที่ไหน จะมาซื้อของขวัญวีนเกิดให้เมมเบอร์ทุกคนแบบนี้ ทุกปีอีกต่างหาก





"อะไรอยู่ข้างในน้า" ผมว่าพลางหมุนกล่องไปมา ยกเพื่อเช็คน้ำหนัก ซึ่งของข้างในไม่ใช่ของหนักมาก ออกจะเบาเสียด้วยซ้ำ ถ้าจะเดาก็คงยากว่าของข้างในเป็นอะไร คงไม่ใช่นาฬิกาแบบปีที่แล้วหรอกนะ



"เอากลับไปเปิดที่คอนโดนะ อย่าเปิดอยู่นี่" พูดเบาๆแต่จงใจให้ผมได้ยิน ผมยิ้มออกมาเมื่อเห็นท่าทางของแบบนี้ ผมรู้หรอกน่าทำไมไม่อยากให้เปิด ผมเข้าใจอาการของคนให้ของขวัญ ซึ่งถ้าคนรับเปิดตอนนี้ก็คงอายน่าดู




"ผมไม่เปิดให้ฮยองอายหรอกน่า" ผมพูดเบาๆ




"จริงๆแล้วเหลือฮยองคนเดียวนั่นแหล่ะที่ยังไม่ให้ของขวัญผม" ผมพูดต่อพลางมองกล่องของขวัญไป กล่องสีดำแบบนี้ ถึงใครๆจะมองว่าเป็นอัปมงคล แต่นี่เป็นสีที่ผมชอบ แค่รายละเอียดเล็กๆฮยองเขาก็ยังจำได้ไม่มีลืม





"คนอื่นให้หมดแล้วหรอ"





"ครับ ดงอูฮยองในนาฬิกามาเรือนนึง เห็นว่าแพงมากด้วย ซองจงให้แว่นกันแดดกับผ้าพันคอ ซึ่งไม่รู้ว่ามันเข้ากันตรงไหน ซองยอลให้เสื้อโค้ทผมมา ตัวใหญ่มาก เสียดายมันเป็นสีฟ้า" 





ที่ว่านาฬิกาแพงนั่นน่ะจริงๆนะครับ ตอนให้ผมก็ไม่รู้หรอก็ แต่ตอนใส่ไปกองถ่าย สไตลิสต์บอกผมว่านาฬิกานี่แพงมาก ผมเองก็เพิ่งรู้ตัวตอนนั้นแหละว่าตัวตัวเองใส่นาฬิกาแพง จริงๆแล้วผมก็พอรู้แหละ ว่าเมมเบอร์แต่ละคนชอบซื้อของแพงๆให้ 





"แล้วก็อูฮยอนฮยอง แปลกมากเลยที่ให้กล่อง" 




"กล่อง? " 




"ครับ มีแม่กุญแจเป็นรูปหัวใจ กุญแจก็เหมือนกัน ข้างในเป็นโพสอิทให้กำลังใจผมเต็มเลย แล้วก็... มีสร้อยข้อมือมาด้วย แต่ผมเอาเก็บไว้ในกล่องน่ะครับ ไม่ได้เอามา" ซึ่งทั่งหมดนั่นยังไม่รวมการพับดาวที่เปิดขึ้นมาจะเห็นดาวเต็มกล่อง มันเหมือนของขวัญที่ผู้หญิงชอบทำ ก็ไม่แปลกที่อูฮยอนฮยองจะทำอะไรแบบนี้ แต่ที่มันแปลกคือ.... อูฮยอนฮยองทำให้ผมน่ะสิ





"เอ่อ... ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะ...." เพิ่งนึกได้ถึงเรื่องที่เพิ่งพูดไป ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดถึงเรื่องที่ทำให้ซองกยูฮยองเขา... เจ็บ





"ฮยองรู้น่า ไม่ต้องทำหน้าเป็นแมวรู้สึกผิดหรอก ทำหน้าเป็นแมวได้ปลาแบบนี้แหล่ะดีแล้ว" ซองกยูฮยองลูบหัวผมเบาๆ หมายถึงเบาในขนาดที่ว่าหัวผมยุ่งได้น่ะนะ ฮยองเขาลืมไปแล้วหรือไง ว่าผมรักทรงผมของผมที่สุดน่ะ เชอะ! 





"อะไรของฮยอง" ผมพูดอย่างงงๆ 





"พูดไปเรื่อย แมวที่ไหนกัน" ก่อนที่จะยู่ปากออกมาอีกครั้ง ผมติดนิสัยที่เวลาจะเถียงอะไร ต้องยู่ปากออกมาเบาๆ บางครั้งก็ไม่เบาเวลาที่ผมไม่พอใจเล็กน้อย





"ใครๆก็บอกว่านอกจากนายจะหล่อแล้ว นายยังน่ารักด้วย เหมือนแมวน่ะ" ผมมองอย่างงงๆ แล้วก็ทำหน้าอ๋อขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่า มีแค่อินสปิริทที่ชอบพูดอะไรแบบนี้ แต่ก็ไม่วายจะแกล้งทำเป็นไม่รู้





"ใครช่างกล้า" ใครมันจะไปยอมรับว่าตัวเองเหมือนแมวล่ะ โดยเฉพาะการที่ผมจะเหมือนแมวขี้เกียจอย่างบยอล 





"อินสปิริทของเราไง" อุตส่าห์เลี่ยงไม่ตอบ ผมทำหน้าเซ็งโลก ก่อนจะชี้มือไปทางซองกยูฮยอง




"ฮยองด้วย" ซองกยูฮยองพูดออกมาพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ เพราะรู้ว่าการกระทำของผมเมื่อกี้เป็นการบีบเค้นให้พูดความจริง





"เฮอะ! คำก็เด็ก สองคำก็แมว" 




"เหมือนจริงๆนี่" 



















"กลับดีๆนะ อย่าเถลไถล" ซองกยูฮยองพูดขึ้นในขณะที่ผมกำลังเตรียมคาดสายเบลท์เพื่อกลับคอนโด




"คร้าบ" ผมขานรับตามปกติอย่างรู้งาน




"รีบๆนอนนะฮยอง ผมไปนะ" พอคาดเสร็จผมก็หันไปบอกกับฮยอง แล้วก็สตารท์รถเตรียมเดินทาง 




ออกมานานขนาดนี้เจ้าแมวอ้วนคงงอนแล้วแหงๆ แมวอะไรก็ไม่รู้ ทั้งขี้เกียจ ทั้งขี้งอน เหมือนเจ้าของมันเลย เอ๊ะ!? เดี๋ยวนะ ผมน่ะสิ? 




อยู่ๆก็เล่นตัวเองซะงั้น โว๊ะ! 





"มยองซูอ่า!" เสียงซองกยูฮยองตะโกนตามหลังผมมา ผมจึงลดกระจกลงเพื่อฟังฮยองพูด



"ครับ? " 




"สุขสันต์วันเกิด..." ซองกยูฮยองพูดคำฮิต (เว้นคำ) อีกครั้ง ผมเลยต้องตั้งใจฟังมากกว่าเดิม




"ย้อนหลังนะ" ผมยิ้มออกมาอย่างไม่ปกปคิด คนขี้อายอย่างซองกยูฮยอง ไม่แปลกหรอกที่จะพูดอะไรแบบนี้ หัวเราะออกมาเบาๆอีกครั้งก่อนจะตอบออกไป




"ครับ" ผมตอบพร้อมยิ้มที่ยังค้างไม่หยุด
















ผมจอดรถที่ซอยหนึ่ง ไม่ห่างจากค่ายมากเท่าไหร่นัก ก่อนจะหยิบกล่องสีดำขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง ผมเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู่ตัว ช่วงเวลาของความสุขแบบนี้ ทำผมยิ้มไม่หยุดจริงๆ




ผมเปิดกล่องสีดำออกมาช้าๆ ก่อนจะเพ่งพินิจดูว่าในกล่องมีอะไร




ผมยิ้มออกมาอีกครั้ง หนังสือเล่มเล็กๆที่หัวมุมขวาเขียนชื่อผมไว้อย่างชัดเจน มันเป็นหนังสือที่ผมไม่เคยเห็นว่าวางขายที่ไหนมาก่อน พิจารณาดูช้าๆเพราะยังไม่อยากเปิดดูเนื้อหาข้างใน ผมค้นดูในกล่องอีกครั้ง ยังเห็นว่ามีปากกาสีดำแท่งเล็กวางอยู่ และเหมือนเดิม ที่ด้านบนมีชื่อผมติดไว้ 





นี่สินะ.... 




ที่เรียกว่าความสุข... 




แต่ว่า.... 




ฮยองเขาทำแบบนี้กับผมคนเดียวที่ไหนกัน....




/////////////////////////////////////////////////////








อุแงงงง ต้องขอโทษจีๆนะคะที่มาช้าขนาดนี้5555 ไหนๆวันนี้เราก็เครียดกันมาเยอะแล้ว มาเครียดกับเรื่องนี้หน่อยจะเป็นไรไป55555 





แต่แหม ก็ไม่รู้นี่นาว่าทั้งสองกยูอูเขาเล่นอะไรกันอยู่ หรืออูฮยอนจะแก้แค้นมยองซูน้า  แล้วพี่ซองกยูของเราเนี่ย ให้ของขวัญแบบนี้กับทุกหรือเปล่าน้า





พอดีกว่า ไรท์ว่าไรท์ไม่ควรบิ้วท์ไปมากกว่านี้5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #6 Forever_2Kim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 20:49
    แอบอมยิ้ม ใจพองตามมยองเลย ลุ้นๆ หวังว่าไรท์จะไม่เซอร์ไพร์ทน้ำตานองอีกนะคะ
    #6
    0