I NeEd YOu 43 [Gyumyung]

ตอนที่ 2 : I nEeD 243

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    23 ก.พ. 62

“คิดถึงสิครับ”

                           

 

 

 

 

 

 

 

คิดถึงมากด้วย     

 

 

 

 

 

 

“มาหาฮยองบ่อยๆหน่อยสิ” ผมหยุดหายใจ เม้มปากเข้าหากัน ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วถอนหายใจเบาๆ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ฮยองเขาพูดอะไรอยู่กันแน่ ต้องการอะไรกันแน่ ผมสับสนไปหมด ตกลงแล้วฮยองเขาต้องการให้ผมมาที่นี่บ่อยๆทำไม หรือเพราะ....

 

 

 

 

“อ่า...เดี๋ยวผมบอกอูฮยอนฮยองให้นะครับ” ผมตอบฮยองไป หรือบางทีผมอาจจะคิดมากจนเข้าข้างตัวเองมากเกินไป

 

 

 

 

 

“ฮยองหมายถึงนาย มาหาฮยองบ่อยๆหน่อยสิ ทำไมช่วงนี้เราถึงห่างกันนักล่ะ”

 

 

 

เพราะฮยองนั่นแหล่ะ....

 

 

 

 

เปล่าหรอก...

 

 

 

เพราะผมไม่อยากให้ฮยองอึดอัดแบบนี้ไง...

 

 

 

 

แต่เดี๋ยวนะ? ทำไมช่วงนี้ถึงห่างกันนักหรอ พูดเหมือนกับว่ามีแต่ก่อนที่เราสนิทกันมาก นั่นสินะ เมื่อก่อนพวกเราพูดด้วยกันมากกว่านี้ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นเฉพาะกับซองกยูฮยองที่ผมพูดด้วยมากนี่นา คนอื่นผมก็พูดด้วย แต่คงจะเป็นเพราะว่า ในตอนนี้ผมกับฮยองเหมือนคนรู้จักกันใหม่ ที่ยังไม่ชอบพูดด้วยกันมากสินะ

 

 

 

 

 

“ผมเองก็ไม่ค่อยว่าง มาหาบ่อยๆไม่ได้หรอกครับ”

 

 

 

 

 

 

“โทรหาสักครั้งก็ไม่ได้หรอ ครั้งละหนึ่งนาทีก็ยังดี” ต้องการไปทำไมกัน ต้องการคุยกับผมไปทำไมกัน การมีอูฮยอนฮยองอยู่แล้วมันไม่พอหรือไง ผมก็ไม่เห็นว่าฮยองเขาจะติดต่อกับโฮวอนฮยองบ่อยๆเลย อาจจะเป็นเพราะโฮวอนฮยองไม่ว่าง แต่ผมก็ไม่ว่างนี่นา แล้วทำไมต้องเฉพาะเจาะจงกับผมด้วย

 

 

 

 

ทำไมต้องทำให้ผมคิด

 

 

 

 

ทำไมต้องทำให้ผมเข้าข้างตัวเอง....

 

 

 

 

 

 

“ฮยองเหงาหรอครับ” น้ำเสียงที่เปล่งออกไปไม่ใช่น้ำเสียงที่ใช้ประชด แต่เป็นน้ำเสียงที่ปนไปด้วยรอยยิ้มกวยโอ้ยของผม

 

 

 

 

แต่ก็นั่นแหล่ะ....

 

 

 

ผมแค่แสดง...

 

 

 

 

 

 

แค่ทำให้มันไม่ยุ่งยากไปมากกว่านี้ ไม่ทำให้บรรยากาศรู้สึกอึดอัดไปมากกว่านี้ ผมจำได้นะว่าช่วงอีกเราไม่ได้อึดอัดแบบนี้ แต่เพราะไม่ได้เจอกันนานเลยทำให้ฮยองรู้สึกอึดอัด เพราะผมมากกว่ามั้ง ที่พยายามทำใจ จนกลายเป็นแบบนี้น่ะ

 

 

 

 

 

“ไม่หรอก ฮยองแค่ห่วงนาย นายเริ่มตีตัวออกห่างคนอื่นอีกแล้ว” นั่นสินะ คิดมากจริงๆเลย แค่เขามาทำดีด้วยนิดหน่อย พูดเป็นห่วงนิดหน่อยก็คิดว่าเขามีใจให้ซะแล้ว มันน่าตีนายให้ตายจริงๆเลย คิมมยองซู

 

 

 

 

 

 

“พวกเราก็ไม่ค่อยอยู่ด้วยกันอยู่แล้วครับ ผมกับซองยอลก็มีไปฟิตเนสบ้าง” มีแค่ฮยองนั่นแหล่ะที่ผมพยายามตีตัวออกห่าง รู้ตัวบ้างหรือเปล่าครับ....

 

 

 

 

 

เกิดความเงียบขึ้นระหว่างเราสองคนอีกครั้ง ด้วยความที่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ ผมก็ไม่ใชคนพูดมากอะไรอยู่แล้ว ยิ่งการที่จะให้ผมพูดกับคนที่ผมอึดอัดด้วย ผมยิ่งใช้เวลานี้ไม่เป็นเลย

 

 

 

 

 

อยากข้ามเวลาไปจริงๆ

 

 

 

 

 

 

“ได้ข่าวว่าไปจิบกาแฟกับโบมินด้วยหรอ” แต่ไม่นานฮยองเขาก็ถามเรื่องใหม่ขึ้นมา ไม่รู้เหมือนกันว่าไปรู้มาจากไหน แต่เห็นว่าโบมินดีใจมาก ผมก็แค่อยากจะให้กำลังใจเด็กที่กำลังจะสอบซูนึง อีกอย่างแดยอลก็เอ็นดูน้องมากมาย ผมเลยจะหาโอกาสพาน้องไปเที่ยวบ้าง

 

 

 

 

ไม่ได้คิดไม่ดีอะไรอยู่กันใช่มั้ย?

 

 

 

 

 

 

“อ่า...ครับ”

 

 

 

 

 

 

เงียบอีกแล้ว....

 

 

 

 

 

“ทำไมหรอครับ” ผมทำลายความเงียบด้วยการถามกลับ

 

 

 

 

 

“เปล่าหรอก”

 

 

 

 

 

แล้วก็เงียบ....

 

 

 

 

เป็นคนเงียบเก่งแบบนี้ตังแต่เมื่อไหร่กัน อุตส่าห์หาเรื่องคุยก็ยังเงียบใส่ได้ตลอด ไม่นึกหรือไงว่ากว่าคนอื่นเขาจะหาเรื่องคุยด้วยมันยากนะ ถึงจะอยากคุยด้วยแค่ไหน แต่การเอ่ยปากถามออกไปมันก็ยากอยู่ดีจริงมั้ย 

 

 

 

 

 

 

“ไว้นายว่างเมื่อไหร่มาหาฮยองทีนะ ฮยองก็อยากนั่งกินกาแฟกับนายเหมือนกัน”

 

 

 

 

 

 

“อ่า...ครับ” เมื่อกี้หูผมได้ยินอะไรนะ ทำไมมันผิดจากที่ผมคิดไว้นักล่ะ นี่กลัวว่าผมจะตีตัวออกห่างเมมเบอร์ขนาดนี้เลยหรอ ผมบอกแล้วไง ผมเริ่มที่อินฟินิท และผมจะเป็นอินฟินิทตลอดไป มันเข้าใจยากตรงไหน

 

 

 

 

 

คำพูดของของเรามันสำคัญมากนะ ถ้ามีคนให้ความสำคัญกับมัน

 

 

 

 

ใช่ครับ บทนิยามนี้ผมอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่งสมัยเรียนม.ปลาย ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจอะไรมากเพราะเป็นช่วงที่เป็นเด็กฝึก แต่พอเริ่มโตขึ้น เริ่มรู้จักสังคมมากขึ้น ผมจึงเข้าใจความหมาย คำพูดของผมไม่จำเป็นต้องสำคัญกับอื่นมาก แค่สำคัญกับตัวเอง แค่นั้นก็พอแล้ว

 

 

 

 

 

“แล้วอูฮยอนฮยองล่ะครับ” ผมละจากเรื่องที่ผมคิดอยู่ ก่อนจะสะบัดหัวสองสามทีเมื่อคิดอย่างนึงได้

 

 

 

 

 

 

“ทำไม” ก็ไม่ทำไมหรอก แต่ถ้าผมมา อูฮยอนฮยองก็ต้องมา แล้วถ้าอูฮยอนฮยองมา ผมก็ต้องเห็นภาพบาดตา ถูกมั้ย? นี่เลยเป็ยสาเหตุให้ผมอยู่ห่างๆสองนี้ไง ยิ่งอยู่ด้วยกันมาก ยิ่งลืมยาก แต่การออกห่างก็ใช่ว่าจะไม่ลืม แต่มันก็ใช่ว่าจะไม่ช่วยอะไรเลยนี่นา

 

 

 

 

 

 

“ผมกลัวฮยองเขาคิดมากถ้าเราไปด้วยกัน”

 

 

 

 

 

 

“อูฮยอนไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย เขารู้เหตุผลของฮยองดี”

 

 

 

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

 

นี่แหล่ะคู่กัน การรู้ใจกัน หรือไว้ใจกันสำคัญที่สุด การที่มีสองอย่างนี้ เลยทำให้อยู่ด้วยกันได้นานๆสินะ ผมก็ไม่น่าโง่คิดเรื่องแค่นี้เลย

 

 

 

 

สิ้นคิดจริงๆ

 

 

 

 

 

 

“ถ่ายรูปกันหน่อยมั้ย” ซองกยูฮยองเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ผมชักจะรู้งอนซองยอลแล้ว ไปทำอะไรทำไมช้านักหนา หรือไปซื้อของแล้วทะเลาะกันกับเด็กเพราะตัวเองจะแซงคิวเด็กล่ะนั่น อย่าให้รู้แล้วกันว่าไปทำเรื่องไร้สาระเทือกนั้น ไม่งั้นหูชาแน่

 

 

 

 

 

 

“ได้หรอครับ”

 

 

 

 

 

 

“ได้สิ”

 

 

 

 

 

 

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและย้ายมานั่งข้างเดียวกับฮยองเขา และยกกล้องหมายถึงโทรศัพท์อ่ะนะ ขึ้นมาถ่ายรูป

 

 

 

 

 

แชะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แชะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แชะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เอาแค่นั้นหรอ” แค่นี้ก็ดีแล้วครับ ดีกว่าแต่ก่อนนิดนึง ที่แต่ก่อนฮยองจะแอบถ่ายรูปผม แต่ตอนนี้คงชอบแอบถ่าบรูปอูฮยอนฮยองสินะ

 

 

 

 

ก็เขาเป็นแฟนกันไง

 

 

 

 

 

 

“เผื่อผมมาหาฮยองบ่อยๆไงครับ”

 

 

 

 

 

 

“มาหาฮยองบ่อยๆเลยนะ”

 

 

 

 

 

 

“คิดถึง”

 

 

 

 

ผมชะงักลมหายอีกครั้ง ไม่คิดว่าฮยองเขาจะพูดคำนี้ออกมา คิดถึงงั้นหรอ คิดถึงผมเนี่ยนะ อ่า...

 

 

 

ใช่สินะ

 

 

 

ไม่ได้เจอกันนานมันก็ต้องคิดถึงเป็นธรรมดา แต่ด้วยความรู้สึกของผมที่มีต่อฮยองมันไม่ปกติ เลยทำให้คำพูดที่บอกว่าคิดถึงของฮอยงมันดูแปลกสำหรับสินะ ให้ตายสิ คิมมยองซู วันนี้นายเข้าข้างตัวเองไปกี่รอบแล้ว เหนื่อยใจจริงๆ

 

 

 

 

 

“ทำไมเงียบล่ะ”

 

 

 

 

 

“เปล่าครับ” แค่กำลังจัดการกับความรู้สึกของตัวเองที่คิดผิดพลาดไปไกลอยู่ได้ เมื่อไหร่ผมจะจัดการกับความรู้สึกบ้าๆบอๆนี่ได้สักทีนะ เมื่อไหร่ผมจะลบความรู้สึกที่บาปแบบนี้สักที ผมไม่อยากทนอยู่ในสภาพแบบนี้อีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

“เฮ้!!! คุยไรกันอยู่เอ่ย” เปรียบเหมือนเสียงสวรรค์ เมื่อเสียงของซองยอลดังขึ้น แต่เมื่อคิดได้ว่าเจ้านี่แหล่ะที่ทิ้งผมไว้กับซองกยูฮยองผมก็เบ้ปากทันที

 

 

 

 

 

“เปล่าหรอก นายไปไหนมา” ผมตอบปัดๆพร้อมมองของที่ซองยอลหอบพะรุงพะรังมาด้วย

 

 

 

 

 

“ไปซื้อข้าวมาให้แกกินนั่นแหล่ะ เห็นบอกว่าหิว” ก็บอกตั้งแต่ก่อนออกจากคอนโดแล้วเพิ่งมาใส่ใจ ให้ต่าย อีซองยอล นายยังมีความเป็นคนอยู่มั้ย ทำไมต้องทำให้ฉันเดือดร้อนโดยที่นายไม่รู้ตัวด้วย รู้มั้ยมันทำให้ฉันอธิบายได้ลำบากน่ะ!

 

 

 

 

 

“ขอบใจ” ผมกัดฟันพูดก่อนจะได้คำตอบเป็นหน้าที่แสนจะกวนโอ้ยของซองยอล ผมเลยถลึงตาใส่แล้วก็โดนเมินเพราะซองยอลหันไปสนใจซองกยูฮยองก่อน ผมก็เลยหันมาสนใจกับอาหารที่ซองยอลซื้อมาให้ ตอนแรกก็โกรธอยู่หรอกแต่พอเห็นหน้าอาหารก็พอให้อภัยได้นะ

 

 

 

 

 

“เอ้อ ผมว่าจะถาม โฮวอนเข้ากรมแล้วนะ เห็นมันบ้างหรือเปล่า”

 

 

 

 

 

“ไม่นิ คนละค่ายไหมล่ะ”

 

 

 

 

 

“นั่นสินะ ว่าแต่มินซอกฮยองอยู่ค่ายไหนนะ” จะถามก็ถามตอนคนยังไม่กินก็ไม่ได้ ผมเลยต้องต้องรีบเคี้ยวเพื่อตอบคำถามของซองยอลเลยเนี่ย ให้ตายสิ

 

 

 

 

 

“ไม่รู้สิ จำไม่ได้” แต่ผมเคี้ยวไม่หมดเลยตอบไปทั้งๆที่อาหารยังเต็มปากอยู่

 

 

 

 

 

“จริงๆเลย” ซองยอลยื่นมือมาเช็ดอะไรสักอย่างที่ปากผมให้ ก่อนจะบ่นอุบอิบ ชิๆ ทำมาเป็นหล่อ จริงๆเช็ดเองก้ได้เนี่ย ไม่ใช่นางเอก!

 

 

 

 

 

“ว่าแต่ฮยองอยู่ที่นี่สบายดีมั้ยหรอ”

 

 

 

 

 

“ก็สบายดี มีชางอุคฮยอง”

 

 

 

 

 

“นั่นสินะ ช่วงนี้เห็นสนิทกัน เกือบคิดว่าลืมพวกผมแล้วซะแล้วอีก”

 

 

 

 

 

“ลืมได้ยังไงล่ะ”

 

 

 

 

 

“กินอยู่นั่นแหล่ะ อร่อยมากงั้นหรอ” ช่วยรอให้กินเสร็จก่อนบ่นจะได้มั้ย มาบ่นตอนยังกินไม่เสร็จมันไม่อร่อยสิ ให้ตายสิ

 

 

 

 

 

“ก็ซื้อมาให้กินนี่” ผมพูดก่อนจะยัดเข้าปากอีกคำ

 

 

 

 

 

“แต่อร่อยดีนะ” ผมพูดต่อ เพราะรสชาติของมันอร่อยจริงๆ น่าเสียดายที่อยู่ในค่ายทหาร และผมก็ไม่ค่อยจะอยากซะด้วยสิ

 

 

 

 

ไม่ใช่ว่าเกลียดนะ แต่ว่า...

 

 

 

 

การที่เอาความรู้สึกมาเดิมพันกับความผิดชอบชั่วดีแบบนื้ ยังไงๆความรู้สึกมันก็ชนะอยู่แล้ว แบบนี้ไม่ดีหรอก

 

 

 

 

 

 

“อร่อยก็มาบ่อยๆ ฮยองจะได้ไม่เหงา” เหงาก็ไปหาแฟนตัวเองสิ อะไรทำไมจะต้องเฉพาะเจาะจงผมด้วย อ๋อ เพราะคนอื่นมาบ่อยยกเว้นผมสินะ เพราะอย่างนี้สินะ เลยคิดถึง

 

 

 

 

 

“ถ้าว่างนะครับ” ถ้าวันนึงผมทำใจไม่ให้รู้สึกกับคนที่มีเจ้าของแล้วแบบฮยองได้แล้วต่างหาก ถึงวันนั้นผมคนเดิมจะกลับมา






 

 

#ineedyou43

 





........................................................................




มาแล้วๆๆๆๆ ตอนใหม่มาแล้ว55555 (มีใครรอ?) ทำไมเนื้อเรื่องมันช่างยืดเยื้อแบบนี้55555 ถามว่าตอนนี้มีอะไรมากมั้ย ก็ไม่นะคะ56555 พวกเขาแค่ถ่ายรูปด้วยกันเฉยๆ 5555555






#ineedyou43

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น