(Chanyeol x you) กาหลงฟ้า

ตอนที่ 6 : Chapter 5 Painful หัวใจที่บอบช้ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 785
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    13 มี.ค. 61

     ห้องทำงาน บ้านพิทักษ์ดำรงกุล

                นิกรกำลังนั่งทำงานด้วยความเคร่งเครียดแต่ประกอบกับเรื่องเมื่อเช้าที่มีปากเสียงกับเจ้าเอยจึงทำให้เครียดหนักกว่าเดิม

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“คุณพ่อเรียกอิงมามีอะไรหรอคะ” อิงฟ้าเดินเข้ามาหาผู้เป็นพ่อที่กำลังนั่งทำงานอยู่

“พ่อจะคุยกับเราเรื่องงานที่บริษัทน่ะ” นิกรบอกด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหนื่อยอ่อน

“เรื่องงาน...ทำไมหรอคะ มีปัญหาอะไรรึเปล่า” อิงฟ้าถาม

“อันที่จริงก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกลูก แต่พ่อเห็นว่าลูกก็เรียนจบแล้ว พ่อก็เลยอยากจะถามว่าลูกพร้อมที่จะไปทำงานที่บริษัทจริงๆหรือยัง” นิกรถาม

“พร้อมสิคะ อันที่จริง...อิงก็อยู่บ้านว่างๆไม่มีไรทำ อยากจะช่วยคุณพ่อทำงานจะแย่” อิงฟ้าบอกด้วยน้ำเสียงที่ดีใจปนตื่นเต้นนิดหน่อย เพราะเธอเคยแค่ไปช่วยงานเล็กน้อยๆเท่านั้นไม่ได้ทำงานอย่างจริงจัง

“แล้วคุณพ่อจะให้อิงทำอะไรบ้างหรอคะ” อิงฟ้าถาม

“พ่อเห็นว่าลูกเรียนบริหารมา พ่อก็เลยอยากให้ลูกมาเป็นผู้ช่วยของพ่อ ดูแลเรื่องการตลาดและการจัดการ เผื่อว่าลูกอาจจะมาเป็นผู้บริหารแทนพ่อ” นิกรบอก

“แล้วพี่เอยล่ะคะ พี่เอยจะยอมหรอ พี่เอยเค้ามีประสบการณ์ในการช่วยงานในบริษัทคุณพ่อมากกว่าอิงเสียอีก พี่เอยน่าจะเหมาะมากกว่านะคะ” อิงฟ้าบอกเมื่อนึกถึงพี่สาวอีกคนที่เพิ่งทะเลาะกับพ่อไป

“เหอะ! เจ้าเอยน่ะหรอ เจ้าเอยเข้าบริษัทแทบจะนับครั้งได้เลยนะลูก แล้วอีกอย่างเจ้าเอยไม่ได้เรียนบริหารมา แต่จบทางด้านการออกแบบและการจัดการลูกก็รู้ แล้วพ่อก็ให้เจ้าเอยดูแลเรื่องการออกแบบจิวเวอร์รี่ แล้วที่แน่ๆเจ้าเอยใช้เวลาในการทำงานส่วนมากอยู่กับงานในวงการบันเทิงมากกว่า ซึ่งดูก็รู้ว่าใครเหมาะที่จะเป็นผู้สืบทอด Pitakdamrongkul’s Jewelry Co.,Ltd. รุ่นต่อไป” นิกรบอก

“คุณพ่อก็พูดเกินไป พี่เอยเป็นถึงนางแบบดังแถมยังพ่วงตำแหน่งนักแสดงดาวรุ่งอีกต่างหากจะไม่ให้พี่เอยงานเยอะได้ยังไงล่ะคะ แต่พี่เอยก็บริหารงานดีนะคะคุณพ่อ อิงเคยเห็นพี่เอยบริหารงาน สั่งงานพนักงานอย่างฉะฉาน อิงเคยแอบเห็นพี่เอยศึกษางานด้านบริหารอยู่ ถึงพี่เอยจะไม่ได้จบทางด้านนี้โดยตรงแต่ความรู้ความสามารถก็เทียบเท่ากับคนที่เรียนจบด้านนี้ได้เลยนะคะ พี่เอยอ่ะขยันจะตายคุณพ่อก็รู้ ขนาดตอนที่อิงอ่านหนังสือสอบตอนอยู่มหาลัยแล้วอิงไม่เข้าใจ พี่เอยยังเคยช่วยติวให้อิงเลยค่ะ” อิงฟ้าบอก

“ติว? เจ้าเอยเนี่ยนะติวหนังสือให้ลูก” นิกรถามด้วยความแปลกใจและไม่อยากจะเชื่อ

“ใช่ค่ะ แต่ถึงแม้ว่าพี่เอยจะแสดงออกกับอิงไม่ดีหรือพูดกับอิงไม่ดียังไง แต่อิงก็รู้สึกและสัมผัสได้ว่าจริงๆแล้วพี่เอยเค้าก็เป็นห่วงและรักอิงอยู่ลึกๆในฐานะน้องเหมือนกัน ถึงแม้ว่าพี่เอยจะดูแรงๆและตรงๆหรือคอยว่าหรือแกล้งอิงแต่วันนั้นพี่เอยก็สอนอิงจนเข้าใจแล้วสอบผ่านนะคะ” อิงฟ้าบอก

“คุณพ่อคะ คุณพ่ออย่าโกรธพี่เอยเลยนะคะ บางทีพี่เอยอาจจะมีเหตุผลของเค้าที่ใครก็ยังไม่เข้าใจก็ได้  หมดธุระแล้วอิงขอตัวก่อนนะคะ” อิงฟ้าบอกแล้วเดินออกไปทิ้งให้นิกรจมอยู่กับความคิดบางอย่างและนึกถึงคำพูดของอิงฟ้า

                ห้องนอนเจ้าเอย

หลังจากที่เจ้าเอยนอนร้องไห้ให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจนพอใจแล้วเจ้าเอยก็พยุงตัวเองไปอาบน้ำชำระคราบคาวที่เกิดจากเรื่องเมื่อคืนระหว่างตนและตะวันฉาย หลังจากนั้นเธอก็รีบกินยาคุมยาแก้ปวดและทายาในบริเวณที่ถูกตี อันที่จริงเธอก็อยากจะขอความช่วยเหลือจากใครซักคนถ้าไม่ติดว่าบนร่างกายของเธอมีร่องรอยที่ตะวันฉายทำไว้จนถ้วนทั่ว

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“คุณพ่อ...” เจ้าเอยพูดหลังจากเปิดประตูแล้วพบว่าเป็นพ่อของตน

“พ่อขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้มั้ย” นิกรบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเมื่อเห็นร่องรอยของคราบน้ำตาและสีหน้าที่แดงก่ำบ่งบอกว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง

“ค่ะ เชิญค่ะ” เจ้าเอยบอกพร้อมกับหลีกทางให้ผู้เป็นพ่อ

“พ่อขอโทษนะที่ตีหนู เจ็บมากมั้ย” นิกรถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยแต่ก็พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลต่อหน้าลูก พอเห็นเจ้าเอยเจ็บหัวใจของคนเป็นพ่อก็เจ็บ เขาก็ไม่อยากทำแบบนี้กับลูก ถึงแม้ว่าเจ้าเอยจะไม่ใช่ลูกแท้ๆแต่เขาก็เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กและรับปากกับพ่อแม่ของเจ้าเอยแล้วว่าจะเลี้ยงเธอให้ดี แต่ตอนนี้เขากลับทำให้เจ้าเอยกลายเป็นเด็กมีปัญหา ขาดความอบอุ่น เขาผิดเอง

“ไม่เป็นไรค่ะ เอยต่างหากที่ต้องขอโทษคุณพ่อ ฮึก เอยขอโทษนะคะที่เป็นลูกที่ไม่เอาไหน สร้างแต่ปัญหาให้พ่อกับแม่ เอยขอโทษค่ะ ฮึก” เจ้าเอยบอกแล้วน้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลลงมาอีกครั้งด้วยความรู้สึกผิดต่อบุพการี

“อย่าร้องนะลูก หนูเป็นคนเข้มแข็งไม่ใช่หรอเจ้าเอย พ่อผิดเองที่ไม่ใส่ใจหนูเท่าที่ควร พ่อรักหนูมากนะ ที่พ่อทำไปเพราะว่าพ่อเป็นห่วงหนูเพราะหนูเป็นลูกของพ่อ พ่อไม่อยากให้ใครมาทำอะไรลูกของพ่อ พ่อกลัวว่าหนูจะเกิดอันตราย” นิกรบอกแล้วโอบกอดเจ้าเอยด้วยความรัก

“ฮึก พ่อขาน้องเอยขอโทษ ฮือออ ฮึก” สิ่งที่นิกรพูดเป็นเหมือนชนวนที่กระตุ้นให้เธอรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่ เพราะมันเกิดขึ้นกับเธอแล้ว เธอเกือบโดนคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่นาทีข่มขืน แต่สุดท้ายเธอก็เสียสิ่งสำคัญให้กับคนที่มาช่วยเธอไปแล้วอยู่ดีเพียงเพราะเธอง่ายซึ่งคนๆนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นคนที่เธอรักแต่เค้าไม่ได้รักเธอเลย...ตะวันฉาย

                หลังจากที่เกิดเรื่องวันนั้นเธอกับพ่อก็กลับมาดีกันเหมือนเดิม ส่วนตะวันฉาย เธอก็ไม่ไปให้เข้าเห็นหน้าอีก เจ้าเอยพยายามหลบหน้าตะวันฉายเพราะไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขา เธอยังจำทุกคำพูดของเขาได้เป็นอย่างดี เขาทำเพื่อปกป้องอิงฟ้าผู้หญิงที่เขารักและได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวของเธอ  เจ้าเอยนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยริมสระน้ำจนกระทั่ง...

“พี่เอยครับพี่เอย!” เสียงหนึ่งตะโกนทักมาจากด้านหลังทำให้เธอต้องหันไปตามเสียงเรียก

“ว่าไงออกัส มีอะไร” เจ้าเอยถามด้วยความแปลกใจที่เห็นน้องชายตัวดีวิ่งหน้าระรื่นมาหาตน

“คุณพ่อครับคุณพ่อจะพาไปเที่ยวทะเล” ออกัสบอก

“จริงหรอ!” เจ้าเอยถามอย่างแปลกใจที่อยู่ดีๆก็จะได้ไปทะเลขึ้นมา เพราะหลังจากเข้ามหาวิทยาลัยเธอกับครอบครัวก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหนอีกเนื่องจากต่างคนต่างยุ่งและมีภาระหน้าที่ของตัวเอง

“จริงสิครับ” ออกัสบอก

“แล้วไปที่ไหนหรอ” เจ้าเอยถาม

“ที่ภูเก็ตครับ ตอนนี้ทะเลกำลังสวยเลย น้ำใสมาก” ออกัสบอกอย่างดีใจ

“หึๆ นี่น้อยๆหน่อย โตแล้วนะเรา ระริกระรี้อย่างกับได้ของเล่นใหม่” เจ้าเอยขำกับท่าทางของน้องชายตัวแสบ

“โห่! พี่เอยก็มันดีใจหนิครับ นานๆทีจะได้ไปเที่ยวเป็นครอบครัวอีกครั้ง” ออกัสบอก

“ดีใจที่ได้ไปเที่ยวกับครอบครัวหรือดีใจที่ได้ไปเหล่สาวๆนุ่งบิกินี่กันแน่” เจ้าเอยพูดอย่างรู้ทัน

“แหม่...ก็มีบ้างตามประสาผู้ชายแหละคร้าบบบพี่สาวคนสวย แต่ถ้าพี่เอยใส่บิกินี่ ผมรับรองว่าจะมองแค่พี่เอยคนเดียว” ออกัสบอก

“ให้มันจริงเถอะ ปากหวานพร่ำเพรื่อระวังนะ” เจ้าเอยปราม

“ผมพูดจริงนะครับ พี่เอยหุ่นแซ่บจะตาย ลองพี่เอยใส่บิกินี่สิรับรองพวกผู้ชายมารุมจีบพี่แน่ๆ แต่บอกไว้ก่อนว่าผมไม่ยอมเด็ดขาด พี่สาวใครใครก็หวง” ออกัสบอก

“จ้าาา แล้วนี่ใครไปบ้างล่ะ แค่ครอบครัวเราใช่มั้ย” เจ้าเอยถาม

“ใครบอกล่ะครับ ตระกูลไกรฤกษ์นุสรณ์ก็ไป ไปกันทั้งบ้านเลย” คำพูดของออกัสทำให้เจ้าเอยชะงัก สุดท้ายแล้วเธอก็ต้องเจอเขาอีกอยู่ดีสินะ

อ้อ! คุณลุงหมอณะกับพี่หมอกฤตก็ไปนะครับ” ประโยคถัดมาของออกัสทำให้เจ้าเอยสบายใจขึ้นมาทันที เพราะอย่างน้อยก็มีพี่หมอ

“คุณหนูคะคุณหนู!” แอ๊วกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหาเจ้าเอย

“มีอะไรหรอ” เจ้าเอยถาม

“คุณไอเฟลมาหาค่ะ” แอ๊วบอก

“หืม? ไอเฟลเนี่ยนะ แปลกแฮะ” ว่าแล้วเจ้าเอยก็เดินออกไปทันที

“อ่าวพี่เอย รอผมด้วย” ออกัสรีบเดินตามพี่สาวไปทันที

“ที่รักคิดถึงจังเลย มากอดที” เมื่อเห็นว่าเจ้าเอยมาไอเฟลจึงทำทีว่าจะเข้าไปกอดด้วยความรักและคิดถึงแต่ก็โดนเจ้าเอยยันหน้าไว้ก่อน

“นี่หยุดเลย! อย่ามาเนียน นึกไงถึงมา ร้อยวันพันปีไม่เห็นจะมาหา” เจ้าเอยถาม

“โห! นี่คือคำทักทายของเธอหรอ โคตรต้อนรับเลยว่ะเจ้าเอย ฉันก็อุตส่าห์คิดถึง นี่เพิ่งกลับมาจากอังกฤษเลยนะ นี่ซื้อของมาฝากด้วย เอ้า! ออกัสน้องรักพี่ซื้อของมาฝากเราด้วยนะ” ไอเฟลบอกกับเจ้าเอยและหันไปพูดกับออกัสที่เพิ่งเดินตามเข้ามา

“โห! ขอบคุณมากนะครับพี่ชาย พี่ไอเฟลของผมเนี่ยนอกจากหล่อแล้วยังใจดีอีกนะครับเนี่ย คู่ควรแก่การที่จะมาเป็นพี่เขยของผมในอนาคตมากๆ” ออกัสบอก

“จิ๊! ออกัส!” เจ้าเอยปราม

“พูดถูกใจพี่มากไอ้น้องชาย เอาไว้วันหลังฉันจะให้พ่อกับแม่มาสู่ขอเธอนะ” ไอเฟลบอกอย่างต้องการจะแกล้ง

“ไอบ้า! แกนี่จริงๆเลย” เจ้าเอยหันมาปรามไอเฟลที่ชอบพูดจาบ้าๆบอๆ

“โถ่! รู้หรอกน่าว่าฉันอ่ะสู้พี่ตะวันฉายอะไรนั่นของเธอไม่ได้หรอก” ไอเฟลแซว

“นี่หยุดพูดไปเลย! พี่แอ๊วคะพี่แอ๊ว! เดี๋ยวเอาของพวกนี้ไปจัดใส่จานนะคะแล้วยกไปให้ผู้ใหญ่ที่ห้องรับแขก” เจ้าเอยบอก

“จริงสิ ที่ห้องรับแขกเค้าคุยอะไรกันหรอเห็นมากันเยอะแยะพี่ตะวันฉายอะไรนั่นของเธอก็อยู่นะฉันเห็น” ไอเฟลถาม

“ยุ่ง!” เจ้าเอยบอก

“เอ้า! ผิดอีก” ไอเฟลทำหน้ายู่ใส่เจ้าเอย

“หนิ! นายคิดว่าทำหน้าแบบนี้ใส่ฉันแล้วน่ารักตายแหละ” เจ้าเอยว่าพลางขบขัน

“แต่ผมรู้ครับว่าคุยเรื่องอะไร” ออกัสบอกไอเฟล

“ก็เรื่องที่จะไปเที่ยวทะเลไงครับ คือพวกเราจะไปเที่ยวทะเลกัน” ออกัสบอก

“จริงหรอ น่าสนุกจัง งั้นฉันขอไปด้วยได้มั้ย” ไอเฟลถาม

“นี่มันเรื่องของครอบครัวฉันนะไอบ้าไอเฟล” เจ้าเอยว่า

“ไม่เห็นจะเป็นไรเลยพี่เอย ผมว่าถ้าพี่ไอเฟลไปต้องสนุกมากแน่ๆ” ออกัสบอก

“เห็นมั้ยเจ้าเอย น้องเธอยังอยากให้ฉันไปเลย” ไอเฟลบอก

“แหม...เข้าข้างกันดีจังนะสองคนนี้” เจ้าเอยว่า

“ไม่รู้แหละ ฉันจะไป ฉันอยากไปเที่ยวกับเธอ ฉันจะไปไหว้พ่อกับแม่เธอซักหน่อยแล้วก็จะไปขออนุญาตท่านเลย ตั้งแต่มายังไม่ได้คุยกันเลย ไปละ” ไอเฟลไม่พูดเปล่าแต่เดินออกไปเลยจนทำให้เจ้าเอยตกใจแล้วรีบตามไป

“ไอบ้าไอเฟล จะทำบ้าอะไรของนาย หยุดเลยนะ! นี่!” เจ้าเอยพูดพลางเดินตามไปติดๆ ทิ้งให้ออกัสอยู่คนเดียว

“คุณพ่อคุณแม่สวัสดีครับ คุณลุงคุณป้าสวัสดีครับ สวัสดีค่ะน้องอิง แล้วก็...พี่ตะวัน” ไอเฟลทักทายทุกคนไม่เว้นแม้แต่ตะวันฉายที่มองมาที่ไอเฟลด้วยท่าทีแปลกใจ เพราะตะวันฉายไม่เคยเจอไอเฟลมาก่อนแต่ทำไมเขาถึงรู้จักตนก่อนที่สายตาจะมองไปเห็นคนข้างหลังที่ตามมาด้วย...เจ้าเอย

“อ้าวไอเฟล! ไม่ได้เจอกันตั้งนานหายไปไหนมา” นิกรถาม

“ผมไปอังกฤษมาน่ะครับ เพิ่งกลับมาแล้วก็ซื้อของมาฝาก นั่นไงครับพี่แอ๊วยกมาพอดีเลย” ไอเฟลบอก

“ขอบใจมากนะไอเฟล” นิษฐาบอก

“เอ่อ...นี่ไอเฟลเพื่อนของเจ้าเอยน่ะค่ะ” นิษฐาบอกกับทุกคนที่ดูจะงงๆไม่รู้ว่าไอเฟลเป็นใคร

“ตอนนี้เป็นเพื่อนแต่อนาคตเป็นสามีเจ้าเอยครับ ใช่มั้ยจ๊ะที่รัก” ว่าแล้วก็ใช้มือโอบเอวเจ้าเอยแล้วทำทีซบไหล่จนทำให้ใครบางคนต้องขบกรามแน่นอย่างไม่รู้ตัว

“นี่แหนะ” เจ้าเอยหยิกไปที่แขนไอเฟลอย่างแรง

“โอ๊ยยัยบ้า! ฉันเจ็บนะ” ไอเฟลร้องออกมาด้วยความเจ็บ

“เจ้าเอย!” นิษฐาปรามเจ้าเอย

“ขอโทษค่ะแม่” เจ้าเอยบอกแล้วหันมาค้อนใส่ไอเฟลแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือรอยยิ้มกวนประสาท

“เอ่อ...ขอโทษนะครับ ผมได้ยินว่าจะไปเที่ยวทะเลกันหรอครับ” ไอเฟลถาม

“ใช่ สนใจจะไปด้วยกันมั้ยล่ะ พ่อยินดีนะ” นิกรบอก

“สนใจสิครับ แหม่...กลับมาเมืองไทยทั้งทีก็อยากเที่ยวไทยให้หายคิดถึงซักหน่อย ขอบคุณคุณพ่อมากนะครับ ที่รักเค้าจะได้ไปเที่ยวกับตัวเองแล้วน้าาา” ไอเฟลบอกนิกรแล้วหันไปพูดกับเจ้าเอยด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อนจนทำให้ทุกคนต่างส่ายหัวและขบขันกับท่าทางของไอเฟล เว้นก็แต่...

“ผมขอตัวก่อนนะครับ” ตะวันฉายบอกแล้วลุกออกไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

                วันนี้เป็นวันที่ทุกคนจะต้องไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต ซึ่งใช้พาหนะ2คัน คือรถตู้คันใหญ่ของบ้านพิทักษ์ดำรงกุลและไกรฤกษ์นุสรณ์ โดยแต่ละคันจะมีคนใช้ติดตามไปด้วย2คน แต่เนื่องจากเจ้าเอยไม่ค่อยชอบนั่งรถตู้จึงเลือกที่จะนั่งรถยนต์มากับไอเฟลแค่สองคน ซึ่งทุกคนก็ออกเดินทางกันตั้งแต่เช้ามืดจนถึงภูเก็ตหลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ซึ่งเจ้าเอยนอนคนเดียว ส่วนอิงฟ้านอนกับเอวา ตะวันฉายนอนคนเดียว ไอเฟลนอนกับออกัส ส่วนธนกฤตนอนกับกฤษณะ พอถึงรุ่งเช้าของอีกวันทั้งหมดก็พากันไปเที่ยวในตัวเมืองภูเก็ตและไหว้พระทำบุญตามโปรแกรมที่ได้วางไว้จนกระทั่งตกเย็นทั้งหมดก็กลับมาที่รีสอร์ทเพื่อพักผ่อนและเล่นน้ำรวมถึงเตรียมพร้อมสำหรับดินเนอร์บาร์บีคิว เจ้าเอยกลับมาที่ห้องเพื่อเปลี่ยนชุดโดยเธอเลือกที่จะใส่บิกินี่สีแดงแล้วสวมทับด้วยเสื้อครอปสีขาวตัวบางและกางเกงขาสั้นรวมถึงทรงผมที่เปลี่ยนมามัดเป็นดังโงะเพื่อความสะดวกและคล่องตัวก่อนจะลงมาเดินเล่นที่ริมชายหาด

“เจ้าเอย!” ไอเฟลเรียก

“ไม่รอกันเลยนะที่รัก” ไอเฟลบอกพร้อมทำหน้างอนใส่

“ไม่อยากรอมีไรมะ” เจ้าเอยบอกอย่างไม่ยี่หระอะไร

“เออจำไว้ ไปเล่นน้ำกันเถอะ” ว่าแล้วก็ช้อนตัวเจ้าเอยขึ้นแล้ววิ่งลงทะเลทันที

“เฮ้ย! ไอบ้าไอเฟลปล่อยเดี๋ยวนี้นะ! ฉันไม่เล่นกับแกไอบ้า!” เจ้าเอยโวยวายด้วยความตกใจ

ตู้มมม!

“ไอบ้า! โยนมาได้ เปียกหมดเลยยย” เจ้าเอยว่าไอเฟลซึ่งมันทำให้เสื้อผ้าของเธอเปียกและเห็นบิกินี่สีแดงที่เธอใส่

“อู้ววว! เธอนี่เซ็กซี่เป็นบ้า ฮ่าๆๆ” ไอเฟลแกล้งแหย่เจ้าเอย

“ตายซะเถอะแก! นี่แหนะๆๆ” ว่าแล้วเจ้าเอยก็ตวัดน้ำใส่ไอเฟลแล้วกระโดดขึ้นไปขี่หลังไอเฟลทันที ทั้งคู่เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานโดยที่ไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนแอบมองอยู่อย่างไม่พอใจนัก

จนเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงดินเนอร์ทั้งไอเฟลและเจ้าเอยก็ต่างแยกย้ายกันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงมาดินเนอร์บาร์บีคิว ซึ่งเจ้าเอยเลือกใส่ชุดกระโปงแบบเปิดไหล่สีขาว

“คุณแม่...เอยหิวจังเลยค่ะ” เจ้าเอยเรียกพลางสวมกอดผู้เป็นแม่แล้วพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“อ้าว! มาแล้วหรอลูก แม่ย่างบาร์บี้คิวเสร็จพอดีเลย นี่จ่ะของลูก” นิษฐาบอกแล้วยื่นให้เจ้าเอย

“ขอบคุณค่ะ โห! หอมจังเลยค่ะ” เจ้าเอยบอกพลางยิ้มอย่างดีใจ

“แน่นอนอยู่แล้ว ปะไปนั่งที่โต๊ะเลยลูก อะเอานี่ไปด้วย” นิษฐาบอกแล้วส่งจานบาร์บีคิวให้เจ้าเอยช่วยถือ

“ที่รัก...วันนี้ที่รักแต่งตัวสวยจังเลย” ไอเฟลบอกแต่ยังไม่วายเรียกเธอว่าที่รัก จนเจ้าเอยถึงกับส่ายหัวอย่างเอือมระอา

“แน่นอนอยู่แล้วค่ะที่รักกก” แต่เธอก็เลือกที่จะเล่นด้วยโดยการเดินไปหยิกแก้มไอเฟลแรงๆอย่างต้องการแกล้งกลับแล้วก็ได้รับสายตาคาดโทษกลับมา

“วันนี้น้องเอยดูอารมณ์ดีจังเลยนะคะ” ธนกฤตถามเมื่อเห็นว่าเธอดูสดใสกว่าที่เคย

“ค่ะ น้องเอยมีความสุขที่ได้มาเที่ยวกับครอบครัวแบบนี้อีกน่ะค่ะ นานแล้วที่ไม่ได้มาเที่ยวแบบนี้” เจ้าเอยบอกด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกดี

“แล้ววันนี้เล่นน้ำเป็นยังไงบ้างคะ สนุกมั้ย” ธนกฤตถามต่อ

“สนุกค่ะ แต่จะสนุกกว่านี้ถ้าคนที่เล่นน้ำด้วยไม่ใช่ไอเฟล” เจ้าเอยบอกแล้วหันไปค้อนใส่ไอเฟล

“อะไร ฉันอุตส่าห์หวังดีอยากให้ได้เล่นน้ำเร็วๆ” ไอเฟลบอก

“หรอออ” เจ้าเอยพูด

“เอ้อ! แล้วพี่หมอล่ะคะไปไหนมา เอยก็กะจะชวนไปเล่นน้ำด้วยกันซักหน่อย” เจ้าเอยถาม

“พี่ก็เดินเล่นแล้วก็ถ่ายรูปอยู่แถวนี้แหละค่ะ สงสัยคงจะคลาดกัน” ธนกฤตบอก

“หรอคะ เสียดายจังที่ไม่ได้เล่นน้ำด้วยกัน” เจ้าเอยบอก

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มาเที่ยวตั้งหลายวัน เอาไว้ครั้งหน้าก็ได้” ธนกฤตบอก

“ค่ะ” เจ้าเอยยิ้มอย่างดีใจ

ตะวันฉายที่ฟังบทสนทนาของทั้งสามอยู่สักพักก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจนักที่เจ้าเอยไม่คิดแม้แต่จะถามหรือสนใจอะไรเขาเลย ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่พูดไม่จากันซักคำจนตนรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีของเจ้าเอย จึงทำให้ตะวันฉายรู้สึกหมั่นไส้เลยเลือกที่จะหันไปคุยกับอิงฟ้าแทน

“น้องอิงคะลองทานนี่ดูสิคะ พี่ย่างเองเลยนะ” ตะวันฉายบอกพร้อมกับส่งบาร์บีคิวไปให้พร้อมกับส่งยิ้มไปให้อย่างอ่อนโยน

“ขอบคุณค่ะ”อิงฟ้าบอกแล้วส่งยิ้มกลับ

“น้ำหมดแล้วเดี๋ยวพี่เติมให้นะคะ” ตะวันฉายอาสาเติมน้ำให้อิงฟ้า

“ไม่ต้องเยอะนะคะ อิงดื่มไปเยอะแล้ว” อิงฟ้าบอก

“ครับน้องอิง” ตะวันฉายทำตามที่อิงฟ้าบอก

“แหมๆเพื่อน ดูแลกันดีจังเลยนะครับคู่นี้” ธนกฤตหันไปแซว

“เห็นดูแลกันดีแบบนี้เมื่อไหร่จะมีข่าวดีล่ะครับ พี่ได้ข่าวว่าน้องอิงก็เรียนจบแล้ว จะมีข่าวดีกันเร็วๆนี้รึเปล่าครับเนี่ย” ไอเฟลแซวจนทำให้อิงฟ้าเขิน

“เร็วๆนี้แน่นอน” ตะวันฉายพูดพลางมองหน้าเจ้าเอย ซึ่งคำพูดของตะวันฉายทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว

“จริงหรอครับ อย่าลืมเชิญผมนะครับ ฮ่าๆๆ” ไอเฟลพูดจนลืมไปว่าเจ้าเอยเองก็ชอบตะวันฉายเหมือนกัน คำพูดของตะวันฉายทำให้หัวใจดวงน้อยๆของเจ้าเอยรู้สึกเจ็บแปลบจนทำให้เธอไม่อยากอยู่ตรงนี้

“เอยอิ่มแล้ว เอยขอตัวไปเดินเล่นก่อนนะคะ” เจ้าเอยบอกแล้วลุกออกไปจากตรงนั้น

“ให้พี่ไปเป็นเพื่อนมั้ย” ธนกฤตถามอย่างรู้ทันว่าเจ้าเอยรู้สึกยังไงในตอนนี้

“ไม่เป็นไรค่ะ” เจ้าเอยบอกแล้วเดินออกไป หลังจากนั้นทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ ทุกคนต่างหันมามองหน้ากันอย่างรู้กันดีว่าเจ้าเอยรู้สึกยังไงกับตะวันฉาย ส่วนไอเฟลเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไปก็รีบสงบปากสงบคำทันทีพลางด่าตัวเองในใจ ไอไอเฟลเอ๊ย ไอเวร พูดไรออกไปวะ

“ตะวันฉาย...ที่เราพูดน่ะจริงหรอ” นิกรถามอย่างจริงจัง

“ครับคุณอา” ตะวันฉายบอก

“ผมทราบครับว่ามันอาจจะเร็วไป แต่ผมแค่พูดไว้ก่อนน่ะครับ ผมเองก็เคยคุยกับคุณพ่อคุณแม่แล้ว” ตะวันฉายบอก

“เอ่อ...จริงค่ะคุณพี่ แต่ดิฉันบอกว่าอยากให้หนูอิงโตกว่านี้อีกหน่อย ให้อะไรๆลงตัว แล้วจะไปสู่ขอหนูอิงกับคุณพี่น่ะค่ะ” กนกวรรณบอก

“คุณอาไม่ต้องห่วงนะครับ ผมไม่ได้รีบร้อนอะไร” ตะวันฉายบอกเพื่อให้ผู้ใหญ่สบายใจขึ้น ที่เขาพลั้งปากพูดออกไปเมื่อกี้เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบที่อยู่ๆเขาก็อยากพูดขึ้นมาเท่านั้น...

                 ซ่าส์! ซ่าส์! คลืน! คลืน!

เสียงคลื่นและลมทะเลเป็นเหมือนสิ่งที่คอยปลอบโยนเจ้าเอยในเวลานี้ได้เป็นอย่างดีหลังจากที่นั่งร้องไห้มาได้สักพัก ตอนนี้เธอรู้สึกสงบและดีขึ้นจากตอนอยู่ข้างใน แต่กระนั้นความเจ็บปวดในใจก็ยังคงมีอยู่ อันที่จริงเธอไม่ควรที่จะแสดงความอ่อนแอเช่นนี้เลย ใครๆต่างก็รู้ว่าเธอเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวแค่ไหน แต่หลังจากที่เกิดเรื่องคืนนั้นแล้วยิ่งได้ยินคำพูดของเขาวันนี้มันเหมือนเป็นสิ่งที่คอยตอกย้ำเธออยู่ตลอดเวลาว่าเขารักและแคร์อิงฟ้ามากแค่ไหน เธออยากจะถามเหลือเกินว่าเธอทำอะไรผิดอย่างนั้นหรอ ทั้งๆที่เธอรักและซื่อสัตย์กับเขามาโดยตลอด สิ่งที่เธอแสดงออกไปเพียงเพราะอยากให้เขารู้ว่าเธอรักและแคร์เขามากก็เท่านั้น ที่เธอคบกับคนอื่นตอนเรียนมหาลัยก็เพื่อประชดเขาหรืออาจจะเรียกร้องความสนใจจากเขาก็เท่านั้น แต่สิ่งที่เธอได้กลับมาคือความเย็นชาและห่างเหิน

“มานั่งเป็นนางเอกเจ้าน้ำตาอยู่ตรงนี้นี่เอง” เสียงที่เอ่ยขึ้นจากผู้มาใหม่ทำให้เจ้าเอยต้องหันไปมอง

“พี่ตะวันฉาย...”

“ทำไม รับไม่ได้หรอที่ฉันพูดแบบนั้นออกไป เสียใจว่างั้น” เจ้าเอยไม่ตอบแต่เลือกที่จะเดินหนีแทนเพราะไม่อยากที่จะคุยกับคนใจร้ายแบบเขา

หมับ!

“จะไปไหน! ฉันถามทำไมไม่ตอบ!” ตะวันฉายคว้าไปที่แขนของเจ้าเอยแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงด้วยความโมโหที่ถูกเมินใส่

“ฉันไม่อยากคุยกับคนใจร้ายแบบคุณ” เจ้าเอยบอกแล้วสบตาร่างสูงอย่างไม่ยอมแพ้

“ไม่อยากคุยกับฉันหรือว่าอยากจะไปคุยกับไอสองตัวนั้นกันแน่” ตะวันฉายพูดด้วยความหงุดหงิดที่เจ้าเอยใช้คำพูดที่ห่างเหินใส่

“คุณหมายถึงใคร” เจ้าเอยถามอย่างไม่เข้าใจ

“อย่าทำเป็นใสซื่อไม่รู้เรื่องหน่อยเลย ก็ไอกฤตกับไอหน้าอ่อนที่เธอเล่นน้ำด้วยอย่างกระหนุงกระหนิงไงล่ะ!” ตะวันฉายบอกเชิงตะคอกจนทำให้เธอเริ่มได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากตัวเค้า

“นี่คุณดื่มหรอ” เจ้าเอยไม่ตอบแต่ถามกลับ

“ฉันถามเธออยู่ไม่ใช่ให้เธอมาถามกลับ!” ตะวันฉายบอก

“ถ้าคุณหมายถึงสองคนนั้น ใช่! ฉันอยากคุยกับสองคนนั้นมาก มากกว่าคนไร้หัวใจแบบคุณ!” เจ้าเอยบอกอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน

“เหอะ! คุณ ฉัน งั้นหรอ หึ! คงจะคุยกันถูกคอมากสินะ ทีกับฉันถึงได้พูดจาห่างเหินแบบนี้!” ตะวันฉายพูดแล้วบีบแขนเจ้าเอยอย่างแรงจนเจ้าเอยนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

“โอ๊ย! ปล่อยฉันนะ ฉันเจ็บ คุณเมามากแล้วนะ” เจ้าเอยบอกด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด แต่ตะวันฉายกลับไม่สนใจ

“ฟังนะเจ้าเอย! หัวใจน่ะฉันมี แต่มีไว้ให้น้องอิงคนเดียวเท่านั้น ไม่ใช่เธอ” คำพูดและการกระทำของตะวันฉายทำให้น้ำตาของเจ้าเอยไหลออกมาอีกครั้งด้วยความเจ็บปวด

“ฮึก! ฉันคิดผิดจริงๆที่รักคุณ งั้นคุณก็ฟังไว้เลยนะว่าตอนนี้ฉันก็ไม่ได้มีหัวใจไว้รักคุณแล้วเหมือนกัน เพราะคนที่ฉันจะมอบหัวใจให้คือพี่หมอ ฉันรักพี่หมอแล้วคุณได้ยินมั้ย! ฉันรักพี่หมอ! ฉันรักพี่มะ...อื้ออออ!!!” ตะวันฉายกระชากเจ้าเอยมาจูบด้วยความโมโหที่เธอกล้าต่อปากต่อคำกับเขา รสจูบนี้เต็มไปด้วยความป่าเถื่อนและรุนแรงจนสัมผัสได้ถึงรสชาติของเลือดที่ริมฝีปากก่อนที่ตะวันฉายจะสอดลิ้นเข้าไปดูดดึงกับลิ้นเล็ก

งับ!

“อ๊ากกก! เจ้าเอย!” ตะวันฉายร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแล้วผละออกมาจากร่างบางทันทีเพราะเธอกัดลิ้นเขา

เพี๊ยะ!

“คุณมันเลว เลวที่สุด!” เจ้าเอยร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่กับการกระทำอันดิบเถื่อนของตะวันฉาย

“แต่คนเลวคนนี้ก็เป็นผัวเธอนะ อยากลองรื้อฟื้นหน่อยมั้ยล่ะ ฮื้มมม” ว่าแล้วตะวันฉายก็รวบตัวเจ้าเอยมากอดจูบอีกครั้งแล้วพรมจูบไปทั่วใบหน้าแล้วไล่ลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอหอมกรุ่นพร้อมกับขบเม้มเบาๆ

“ฮึก! อย่านะพี่ตะวันฉาย อย่าทำเอย ฮึก! เอยขอโทษ ฮือออ เอยขอร้องอย่าทำแบบนี้ มีสติหน่อยสิพี่กำลังเมานะ ฮึก!” เสียงสะอื้นไห้ สรรพนามและน้ำเสียงที่ดูอ่อนลงหรือเปลี่ยนไปของเจ้าเอยเรียกสติของตะวันฉายให้กลับมาได้อีกครั้ง

“นี่คือบทลงโทษของเด็กก้าวร้าว จำไว้นะเจ้าเอย อย่าดื้อกับพี่อีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าพี่ไม่เตือน” ตะวันฉายพูดแค่นั้นแล้วเดินออกไปทันที ทิ้งให้เจ้าเอยยืนร้องไห้อยู่คนเดียว

“ฮึก! พี่ทำแบบนี้ทำไม เอยเป็นอะไรสำหรับพี่งั้นหรอ...” เจ้าเอยพูดขึ้นมาคนเดียวอย่างไม่เข้าใจ.....







Talk:

มันก็จะดราม่าและน้ำเน่าหน่อยๆ(ไม่หน่อยมั้ง)555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #31 ChanyeolBamb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 13:13
    สงสารเจ้าเอย ฮืออ//มาต่อเร็วๆน้าา สู้ๆค่ะไรท์
    #31
    0
  2. #30 PiyanutThiengtam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 00:09
    รอออออออออ ฟินมาก
    #30
    0
  3. #29 GUNPCY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 02:31
    ข้าปวดใจเหลือเกินออเจ้า ทำไมพี่ตะวันฉายใจร้ายเยี่ยงนี้ ไอคนไม่มีหัวใจ ดีแต่ทำร้ายคนอื่น
    #29
    0
  4. #28 Mr. happy :D (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 21:38
    คนใจร้าย จิตใจหยาบกระด้างไม่มีเมตตาต่อน้องเจ้าเอย หึงก็บอกว่าหึงไม่ใช่ชะม้อยชะม้ายชายตา (รอมาต่อค่ะ สนุกๆๆ)
    #28
    1
    • #28-1 ammy_tj(จากตอนที่ 6)
      13 มีนาคม 2561 / 22:18
      ขอบคุณนะเจ้าคะออเจ้า555😂
      #28-1
  5. #27 -...- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 19:41
    สนุกคร้าาามาอัพไวๆนะคะ
    #27
    0
  6. #26 120548_ss (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 16:57
    ตะวันฉายใจร้ายยย ทำกับเจ้าเอยแบบนี้ได้ไง///สงสารเจ้าเอยมากคะไรท์
    #26
    0
  7. #25 M.Cheshire (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 15:45
    สงสารเจ้าเอย ตะวันฉายใจร้ายมากกกกก // สนุกมากๆเลยค่ะ สู้ๆนะคะไรท์
    #25
    0
  8. #24 Veevee25182520 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 15:02
    ฟินนน อีพี่ตะวันแกหึงน้องใช่ไหม
    #24
    0