(Chanyeol x you) กาหลงฟ้า

ตอนที่ 2 : Chapter 1 เกลียด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 828
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    11 ต.ค. 60

     วี๊ดดดด บูม! บูม! บูม!...’ ท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งพร้อมกับเสียงบูมของรุ่นน้องที่ต่างพากันบูมให้กับรุ่นพี่ราวกับเป็นสัญญาณแห่งความยินดีปรีดาที่มีต่อบัณฑิตป้ายแดงที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาและเข้าร่วมรับประกาศนียบัตรในวันนี้ รวมถึงมหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตด้วยเช่นกัน

 “เจ้าเอย!

“คุณพ่อคุณแม่!” เจ้าเอยหญิงสาวตาคมหันไปหาพ่อกับแม่ของเธอทันทีหลังจากที่ถูกเรียก พร้อมกับโผเข้ากอดผู้เป็นพ่อและแม่อย่างดีใจ

“โอ้โห! ลูกของพ่อนี่ช่อดอกไม้เต็มมือไปหมดเลยนะเนี่ย ฮ่าๆ พ่อกับแม่ดีใจด้วยนะลูก ในที่สุดลูกก็จบปริญญาโทซักที” นิกรเอ่ยกับลูกสาวด้วยความปลื้มปิติ

“ใช่ลูก วันนี้ลูกของแม่สวยมากๆเลยนะมหาบัณฑิตของแม่” นิษฐาก็เอ่ยกับเจ้าเอยด้วยความปลื้มปิติเช่นกัน

“เอ้อจริงสิ! แล้วนี่อิงฟ้าล่ะลูก ไม่ได้อยู่ด้วยกันกับน้องหรอ พ่อกับแม่ยังไม่เห็นน้องเลย” นิษฐาเอ่ยถามถึงผู้เป็นน้องทันทีหลังจากไม่เห็นเธอ

“เหอะ! มาถึงก็ถามถึงยัยฟ้าเลยนะคะ” เจ้าเอยบอกอย่างรู้สึกหงุดหงิดที่แม่ของเธอถามถึงอิงฟ้า

“ไม่เอาหน่าเจ้าเอย แม่ก็แค่ถาม วันนี้เป็นวันรับปริญญาของเราสองคนนะ พ่อกับแม่ก็แค่จะมายินดีกับลูกทั้งสองคนที่จบปริญญาตรีและปริญญาโท แล้วเราก็จะได้ถ่ายรูปครอบครัวด้วยกันไงลูก” นิษฐาบอกเจ้าเอย

“แล้วว่าไง จะตอบพ่อกับแม่ได้รึยังว่าน้องอยู่ไหน” นิกรถาม

“ก็คงจะอยู่กับเพื่อนๆของแกนั่นแหละค่ะ” เจ้าเอยบอกพร้อมกับทำหน้ามู่ทู่อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่

“คุณอาครับ”

“อ้าวตะวัน!/พี่ตะวัน!☺

“สวัสดีครับคุณอา” ชายหนุ่มที่มาใหม่เอ่ยสวัสดีบุคคลทั้งสองทันที

“สวัสดีจ่ะ”

“นี่พี่ตะวันมาด้วยหรอคะ เจ้าเอยดีใจที่สุดเลย” เมื่อเจ้าเอยเห็นว่าตะวันฉายมาเธอก็รีบวางพวกช่อดอกไม้ไว้ที่โต๊ะข้างๆแล้วเดินเข้าไปเกาะแขนตะวันฉายทันทีด้วยความดีใจและเคยชิน เพราะตะวันฉายเป็นคนที่เธอปลื้มและรักมาโดยตลอด แต่เห็นทีชายหนุ่มจะไม่ค่อยดีใจด้วยสักเท่าไหร่จึงเลือกที่จะเสมองไปทางนิกรและนิษฐาแทน

“แล้วน้องอิงฟ้าล่ะครับ” ทันทีที่มาถึง บุคคลแรกที่เค้าถามถึงคืออิงฟ้า อมลรดาหญิงสาวที่เจ้าเอยเกลียดเป็นที่สุด ซึ่งนั่นก็สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าเอยเป็นอย่างมาก แต่เธอก็เลือกที่จะเก็บมันไว้ เพราะตระหนักได้ว่าวันนี้เป็นวันดีของเธอ ทั้งๆที่ในใจแทบจะกรีดร้องออกมาที่ตะวันฉายเมินเธอแถมยังเอ่ยถึงอิงฟ้าอีก

“น้องอยู่...” นิษฐากำลังจะเอ่ยบอก แต่...

“คุณพ่อคุณแม่! พี่ตะวัน!

“อิงฟ้า!” เมื่อตะวันฉายเจออิงฟ้าก็จะเดินเข้าไปหา แต่ก็ต้องชะงักเมื่อนึกได้ว่าเจ้าเอยยังคงเกาะแขนตนอยู่ จึงพยายามแกะมือของเจ้าเอยออก แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือจากเธอจึงใช้แรงในการดึงมือเธอออกอีกครั้งจนสำเร็จ เจ้าเอยได้แต่คับแค้นใจที่ตะวันฉายเมินใส่เธอได้ถึงเพียงนี้ เจ้าเอยได้แต่มองตะวันฉายและอิงฟ้าด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจ แต่ก็ต้องเก็บมันไว้ก่อน

“พี่ยินดีด้วยนะคะน้องอิง นี่ค่ะดอกไม้ พี่รู้ว่าน้องอิงชอบดอกลิลลี่พี่ก็เลยซื้อมาให้ ชอบมั้ยคะ” ตะวันฉายบอกกับอิงฟ้า

“ชอบค่ะ อะไรที่พี่ตะวันให้น้องอิงน้องอิงก็ชอบหมดแหละค่ะ” อิงฟ้าบอก

“แล้วของน้องเอยล่ะคะพี่ตะวัน” เจ้าเอยถามด้วยความไม่ค่อยพอใจนักที่ตะวันฉายซื้อดอกไม้ให้อิงฟ้า แต่ไม่มีให้เธอ เพราะเค้าถือมาแค่ช่อเดียว!

“พอดีพี่รีบน่ะ พี่ก็เลยซื้อมาแค่ช่อเดียว แต่ถ้าเราอยากได้ เดี๋ยวพี่ไปซื้อดอกกุหลาบหน้ามหาลัยให้ก็ได้นะ” ตะวันฉายตอบอย่างไม่ค่อยจะยี่หระอะไรสักเท่าไหร่

“ไม่ค่ะ! เอยไม่อยากได้ เอยอยากได้ช่อนั้น” เจ้าเอยบอกด้วยท่าทีที่เริ่มแสดงความเอาแต่ใจ

“เจ้าเอย! ทำไมเอาแต่ใจแบบนี้ล่ะลูก โตแล้วนะ แล้วอีกอย่างลูกก็ได้เยอะแล้วนี่ไง” นิษฐาปรามเจ้าเอยที่เห็นว่าเจ้าเอยกำลังแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสม

“ไม่ค่ะ! เอยอยากได้อีก เอยจะเอาไปจัดแจกัน” เจ้าเอยอ้าง

“ว่าไงคะพี่ตะวัน” พอพูดกับนิษฐาเสร็จก็หันมาถามตะวันฉายต่อ

“เห็นทีคงจะไม่ได้ เพราะพี่ซื้อดอกไม้ช่อนี้มาให้น้องอิงคนเดียวโดยเฉพาะ เพราะว่าน้องอิงชอบดอกลิลลี่ แล้วอีกอย่างเราเกลียดดอกลิลลี่หนิ จะเอาไปทำไม” ตะวันฉายตอบกลับไปอย่างไม่ยอม เพราะเค้าคิดไว้แล้วว่าจะต้องปกป้องอิงฟ้าให้พ้นจากความอิจฉาริษยาบ้าๆนี่ให้ได้ และเค้าจะไม่มีวันยอมให้เจ้าเอยทำอะไรอิงฟ้าเด็ดขาด ซึ่งความเด็ดเดี่ยวของตะวันฉายสร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าเอยไม่น้อย ใช่! เธอเกลียดดอกลิลลี่ เพราะอะไรที่เป็นสิ่งที่อิงฟ้าชอบ เธอจะเกลียดมัน แต่อะไรที่ได้มาจากตะวันฉายเธอก็ต้องเอามาเป็นของตนให้ได้เช่นกัน

“พี่ตะวันฉายคะ น้องอิงว่าให้พี่เอยเถอะค่ะ น้องอิงไม่เอาก็ได้ น้องอิงเองก็มีดอกไม้เยอะแล้วเหมือนกัน แค่ดอกไม้ช่อเดียวอย่าทำให้เป็นปัญหาเลยค่ะ” อิงฟ้าบอก เพราะเธอรู้นิสัยของเจ้าเอยดี ต่อให้เจ้าเอยไม่ได้ดอกไม้ตอนนี้ พอกลับไปถึงบ้านหรือว่าตอนไหนๆเจ้าเอยก็ตั้งหาทางเอาไปให้ได้อยู่ดี โดยเฉพาะของที่ได้มาจากตะวันฉายแล้วแหละก็...

“ไม่ค่ะ พี่ซื้อให้น้องอิง ของของน้องอิงก็คือของน้องอิง มันจะไม่มีวันเป็นของคนอื่น” ตะวันฉายหันไปบอกกับอิงฟ้า

“พี่ตะวัน! นี่พี่ตะวันหาว่าเจ้าเอยเป็นคนอื่นหรอคะ!” เจ้าเอยว่าซึ่งนั่นก็ทำให้บางคนที่อยู่แถวนั้นหันมามอง

“พอซักที! เลิกทะเลาะกันด้วยเรื่องไร้สาระได้แล้ว!” เป็นนิกรเองที่ทนไม่ไหวและไม่อยากจะต้องอับอายไปมากกว่านี้เพียงเพราะความเอาแต่ใจของลูกสาว

“เจ้าเอย อิงฟ้า กลับไปถึงบ้านพ่อมีเรื่องต้องคุยกับเราสองคน” นิกรบอกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

                ณ บ้านตระกูลไกรฤกษ์นุสรณ์

“ตะวันฉาย!” กนกวรรณเอ่ยเรียกลูกชายทันทีที่เห็นว่าเดินเข้ามา

“ครับแม่”

“บ้านโน้นเค้ามีปัญหาอะไรรึเปล่า แม่เห็นคุณนิกรกับคุณนิษฐาเดินทำหน้าเครียดเข้าบ้าน หนูเจ้าเอยกับหนูอิงฟ้าก็ด้วย” กนกวรรณถามอย่างสงสัย

“ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ยัยตัวดี..เอ่อ...ผมหมายถึงเจ้าเอยน่ะครับ”

“หนูเจ้าเอย หนูเจ้าเอยทำไม” กนกวรรณถาม

“วันนี้เจ้าเอยแสดงกิริยาไม่น่ารักในงานวันรับปริญญาวันนี้น่ะครับก็เลยโดนคุณอาดุ”

“จริงหรอ! ตายจริงแล้วจะโดนอะไรมั้ยล่ะเนี่ย” กนกวรรณอุทานออกมาอย่างตกใจปนเป็นห่วงตามประสาคนที่รักใคร่และเอ็นดูเด็กทั้งสองนั่นก็คือเจ้าเอยและอิงฟ้า ถึงเจ้าเอยจะดื้อและก้าวร้าวยังไงก็แล้วแต่อย่างไรเสียเธอก็เห็นเด็กทั้งสองมาตั้งแต่เล็กๆ

“ก็คงโดนอบรมไปตามระเบียบแหละครับ แต่ติดตรงที่ว่าน้องอิงฟ้าจะโดนด้วยรึเปล่า เพราะเธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลย คนที่ผิดคือยัยนั่นเต็มๆ” ตะวันฉายบอกอย่างเป็นห่วงอิงฟ้า และโกรธเคืองเจ้าเอย

“ตะวันฉาย! ทำไมเรียกน้องแบบนั้น” กนกวรรณดุลูกชาย

“ขอโทษครับแม่ ผมก็แค่ไม่พอใจ” ตะวันฉายบอก

“แม่ไม่เข้าใจ ทำไมลูกถึงได้จงเกลียดจงชังหนูเอยนัก แล้วแม่ก็ไม่เชื่อด้วยว่าอยู่ๆหนูเอยจะทำตัวไม่น่ารัก เล่าให้แม่ฟังมาเดี๋ยวนี้ตะวันฉายว่าเพราะอะไร” กนกวรรณถามลูกชายตัวดีอย่างคาดคั้น

แล้วตะวันฉายก็เล่าเรื่องทุกอย่างให้ผู้เป็นแม่ฟัง

“เท่าที่แม่ฟังมา หนูเจ้าเอยผิด แต่ว่าลูกเองก็ผิดเหมือนกัน ลูกน่ะตัวต้นเหตุเลย น้องรับปริญญากันทั้งสองคน แต่ทำไมลูกซื้อดอกไม้ไปแค่ช่อเดียว ลูกรู้ใช่มั้ยตะวันฉายว่าน้องคิดยังไงกับลูก” กนกวรรณถาม

“ครับ ผมทราบ แต่ผมไม่ได้คิดอะไรกับเจ้าเอย ถ้าให้ผมพูดตรงๆคือผมไม่ได้รักเจ้าเอย” ตะวันฉายบอกกับผู้เป็นแม่ด้วยสีหน้าและท่าทางจริงจัง

“อันนั้นแม่ก็รู้ แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม่ไม่เคยเห็นว่าลูกทำดีกับน้องเลย มีแต่ท่าทีที่จงเกลียดจงชัง ยกเว้นตอนน้องเด็กๆ แต่หลังจากนั้นมาลูกก็ไม่ทำดีกับน้องแล้ว แล้วแม่ก็ไม่รู้ด้วยว่าเพราะอะไร แม่รู้ว่าลูกไม่ได้รักน้อง แต่อย่างน้อยลูกก็ไม่ควรเมินน้องหรือทำอะไรให้น้องเสียความรู้สึก” กนกวรรณอบรมลูกชาย

“ผมขอโทษครับแม่” ตะวันฉายบอก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังเกลียดเจ้าเอยอยู่ดี เพราะสำหรับตะวันฉายเจ้าเอยเป็นเพียงผู้หญิงขี้อิจฉาคนหนึ่งที่อิจฉาได้แม้กระทั่งน้องสาวตัวเอง แถมยังคอยกลั่นแกล้งอิงฟ้าอีก เค้ารู้เรื่องนี้มาโดยตลอด ยังไงซะเค้าก็ต้องเลือกที่จะปกป้องอิงฟ้าหญิงสาวที่เค้ารักอยู่แล้ว

“ตะวันฉาย...แม่ไม่ได้ต้องการให้ลูกมาขอโทษแม่นะลูก แต่แม่ต้องการให้เราไปขอโทษหนูเจ้าเอย แล้วแม่ก็ต้องการให้ลูกแสดงความรักต่อน้องทั้งสองคนเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ลำเอียงแบบนี้” กนกวรรณบอก

“แต่แม่ครับ แม่ก็รู้ว่าผมไม่ได้...” ตะวันฉายกำลังจะเอ่ยพูด

“แม่รู้ แม่รู้ว่าลูกคิดกับหนูอิงฟ้าแบบไหน แม่รู้ว่าลูกรักน้องแบบไหน แต่สิ่งที่แม่กำลังจะบอกตอนนี้คือน้องทั้งสองยังเด็กอยู่ เด็กในที่นี้หมายถึงประสบการณ์ น้องยังจะต้องเจอและเรียนรู้อะไรอีกมาก แม่ยังไม่อยากให้ลูกคิดอะไรมาก สิ่งที่แม่ต้องการคืออยากให้ลูกแสดงความรักความเอ็นดูน้องแบบพี่ชาย ให้น้องรู้สึกอบอุ่น ให้น้องรู้สึกว่ามีเพื่อนบ้านที่ดี ทำกับน้องทั้งสองเหมือนที่เคยทำตอนยังเด็กๆ ที่แม่พูดเนี่ย แม่ไม่ได้เชียร์หนูเจ้าเอย ไม่ได้ไม่สนับสนุนลูกกับหนูอิงฟ้า หรือว่าอะไรหรอกนะ แต่แม่อยากให้ลูกทำในสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมในฐานะของลูกผู้ชาย ในฐานะของคนที่มีอายุมากกว่า ในฐานะของคนที่รู้จักกันมานาน แค่นี้ทำให้แม่ได้มั้ยลูก ส่วนเรื่องของลูกกับหนูอิงเนี่ย แม่อยากจะให้อะไรๆมันมั่นคงกว่านี้หน่อย เรื่องสู่ขอหรือว่าแต่งงานเนี่ย เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมแม่จะไปจัดการให้เอง” กนกวรรณบอกลูกชาย

“จริงหรอครับ! ขอบคุณมากครับแม่ ผมรักแม่ที่สุดเลย” ตะวันฉายบอกอย่างดีใจพร้อมกับโผเข้ากอดผู้เป็นแม่ทันที พอกอดจนพอใจแล้วก็ผละออก

“แล้วเรื่องที่แม่ขอล่ะว่าไง ทำให้แม่ได้มั้ย” กนกวรรณถาม

“...........” ตะวันฉายถึงกับคิดหนัก เพราะแต่ไหนแต่ไรมาเค้าก็เป็นของเค้าแบบนี้ แล้วอยู่ๆจะให้เค้ากลับไปทำดีกับเจ้าเอยผู้หญิงที่เค้าเกลียดเข้ากระดูกดำ เห็นทีคงจะยากหน่อย

“ผมไม่รับปากได้มั้ยครับ แต่ผมจะพยายาม ผมหมายถึงพยามพูดกับน้องให้ดีขึ้น เพราะคุณแม่ก็รู้หนิครับว่าผมไม่ชอบเจ้าเอย เรียกว่าเกลียดเลยก็ได้ แล้วอยู่ๆคุณแม่จะให้ผมทำดีกับน้อง เห็นทีคงจะยากหน่อย และถ้าผมหันมาสนใจเจ้าเอยมากขึ้น แต่เจ้าเอยยังทำไม่ดีกับอิงฟ้าอยู่ผมก็ขอกลับมาเป็นแบบเดิมนะครับ เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ ผมขอตัวก่อนนะครับ” ตะวันฉายบอกก่อนจะรีบเดินขึ้นห้องไปโดยไม่สนคำทักท้วงที่ตามหลังมาของกนกวรรณ

“ตะวัน! เดี๋ยวก่อนสิลูก ตะวัน! ตะวันฉาย!” เสียงของกนกวรรณที่เรียกลูกชาย แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าตะวันฉายจะหันกลับมา

“เฮ้อ! เจ้าคนนี้ ดื้อจริงๆเลย เหมือนพ่อไม่มีผิด” กนกวรรณบ่น

                ทางด้านตระกูลพิทักษ์ดำรงกุล

“เจ้าเอย วันนี้ลูกทำตัวไม่น่ารักเลยนะ พ่อกับแม่เคยสอนแล้วใช่มั้ยว่าไม่ให้เป็นคนแบบนี้ นับวันลูกชักจะก้าวร้าวขึ้นทุกวันแล้วนะ อิจฉาริษยาแม้กระทั่งน้อง” เมื่อกลับมาถึงบ้านนิกรก็เริ่มอบรมสั่งสอนลูกสาวทันที

“เอยไม่ได้อิจฉาค่ะ! ดอกไม้น่ะเอยก็ได้มาเยอะแยะ แต่ที่เอยไม่พอใจก็คือ...ทำไมพี่ตะวันฉายจะต้องซื้อดอกไม้ให้แต่กับมันด้วย!” เจ้าเอยตะคอกใส่อิงฟ้า

“หยุดเดี๋ยวนี้นะเจ้าเอย!” นิกรปรามเจ้าเอยที่ตะคอกใส่อิงฟ้า

“แต่คุณพ่อ!

“แต่อะไร! นี่น่ะหรอไม่อิจฉา ที่ผ่านมาพ่อให้ลูกไม่พอหรือไง ทั้งเงิน ทั้งรถ พ่อก็ให้เราเอาไปใช้จ่ายซื้อเสื้อผ้ากระเป๋าหรือว่ารองเท้าที่ลูกอยากได้ รถก็มีขับแล้ว ลูกยังจะอยากได้อะไรนักหนากับอีแค่ดอกไม้ช่อเดียว” นิกรเอ่ย

“ก็เพราะว่ามันเป็นของที่ได้มาจากพี่ตะวันฉายไงคะ คุณพ่อก็รู้ว่าเอยรักพี่ตะวันมากแค่ไหน แต่พี่ตะวันกลับซื้อดอกไม้ให้กับมันแค่คนเดียวทั้งๆที่วันนี้ก็เป็นวันรับปริญญาของเอยเหมือนกัน” เจ้าเอยบอก

“ก็ตะวันฉายบอกแล้วหนิว่ารีบ แล้วอีกอย่างลูกก็ไม่ชอบดอกลิลลี่หนิ” นิกรบอก

“ไม่จริง! พี่ตะวันฉายโกหก จริงอยู่ที่เอยเกลียดดอกลิลลี่ แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่าพี่ตะวันฉายตั้งใจซื้อดอกไม้มาให้มันแค่คนเดียว เอยไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่พี่ตะวันนึกถึงคนแรกจะต้องเป็นมันด้วย อะไรๆก็นังอิงฟ้า อิงฟ้าๆๆๆๆ เอยเกลียดมัน! เกลียดๆๆๆ!!!” เจ้าเอยเริ่มโวยวายและอาละวาด

เพี๊ยะ!!!

“คุณ!/คุณพ่อ!” นิษฐาและอิงฟ้าอุทานออกมาด้วยความตกใจกับสิ่งที่นิกรทำ

“หยุดพูดกับน้องแบบนั้นเดี๋ยวนี้นะเจ้าเอย!” นิกรตวัดฝ่ามือไปที่ใบหน้างามด้วยความโมโหและต่อว่าเจ้าเอย

“คุณพ่อ....” เจ้าเอยตกใจและเสียใจไม่น้อยกับสิ่งที่นิกรทำกับตน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานิกรไม่เคยทำแบบนี้กับตนมาก่อน อย่างมากก็แค่ต่อว่า แต่นี่.....

“ฉันไม่คิดเลยนะว่าแกจะเป็นคนก้าวร้าวได้ถึงขนาดนี้ พวกฉันเลี้ยงแกไม่ดีพอใช่มั้ย ถึงต้องสร้างเรื่องปวดหัวให้พวกฉันตลอด” สรรพนามที่เริ่มเปลี่ยนไปบ่งบอกได้ว่าผู้เป็นพ่อผิดหวังและเสียใจขนาดไหน

“ถ้าฉันรู้ว่าแกจะเป็นคนแบบนี้ ฉันไม่น่า...” นิกรกำลังจะพูดบางอย่าง

“คุณคะ!” นิษฐาปรามสามีที่ดูเหมือนจะพูดในสิ่งที่ไม่ควรจะพูดและเป็นสิ่งที่เธอกลัว

“ไม่น่าอะไรคะ คุณพ่อพูดให้จบสิคะว่าไม่น่าอะไร ฮึก ฮือออ” เจ้าเอยถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวที่โดนนิกรตบและต่อว่า ถึงเธอจะเข้มแข็งแค่ไหน แต่ตอนนี้ในสายตาของทุกคนเธอก็คือคนที่นิสัยแย่ ก้าวร้าว และเอาแต่ใจคนหนึ่ง

“เสียงเอะอะโวยวายอะไรกัน!” เสียงของผู้มาใหม่ซึ่งนั่นก็คือประมุขของบ้าน คุณหญิงอนงค์

“คุณแม่!/คุณย่า!

“ว่าไง จะบอกฉันได้รึยัง เกิดอะไรขึ้นตากร” คุณหญิงอนงค์หันไปถามนิกรอย่างต้องการคำตอบ

“คือผมกำลังอบรมยัยเอยนิดหน่อยน่ะครับคุณแม่” นิกรบอก

“หึ! ไม่หน่อยแล้วมั้ง เสียงดังเอะอะโวยวายไปถึงในห้องของแม่ซะขนาดนั้น” คุณหญิงอนงค์บอกพร้อมกับเสหน้ามามองเจ้าเอยด้วยความไม่พอใจนัก

“ผมขอโทษครับคุณแม่” นิกรเอ่ย

“หึ! ไม่ต้องหรอก แล้วนี่ก่อเรื่องอะไรอีกล่ะยัยเอย” คุณหญิงอนงค์ถามหลานสาวสุดที่รัก(หรอ) ไม่ใช่สิ สุดที่ชังมากกว่า

“เอย...”

“เรื่องไร้สาระน่ะครับคุณแม่อย่าไปสนใจเลย” นิกรบอกแบบตัดบท

“ไร้สาระ แต่ถึงขนาดลงไม้ลงมือเลยหรอ หึ! คงจะเรื่องเดิมๆสินะ เรื่องอิจฉาริษยา น่าสมเพชสิ้นดี” คุณหญิงอนงค์ว่า

“นอกคอก!” และว่าอีกครั้ง

“คุณแม่! /คุณย่า...” นิษฐาและเจ้าเอยพูดอย่างไม่เชื่อหู เจ้าเอยที่ได้ยินดังนั้นถึงกับน้ำตาตกอีกครั้ง เธอเสียใจมากที่คุณหญิงอนงค์พูดแบบนี้กับเธอ ทำอย่างกับว่าเธอไม่ใช่หลานแท้ๆ

“ยัยอิงล่ะลูก หนูเป็นอะไรรึเปล่า ไม่ได้ทำตัวเสื่อมเสียเหมือนใครบางคนใช่มั้ย” คุณหญิงอนงค์พูดเสียดสีเจ้าเอย

“จริงสิ! ย่ามีของขวัญจะให้หลานด้วยนะ อยากรู้มั้ยว่าอะไร” คุณหญิงอนงค์พูดกับอิงฟ้า

“อะไรหรอคะคุณย่า” อิงฟ้าถาม

“ย่ายังไม่บอกตอนนี้หรอก เอาไว้รอดูพรุ่งนี้เองก็แล้วกันนะ แต่ย่าว่าวันนี้หนูคงเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หนูไปพักผ่อนก่อนดีกว่านะ” คุณหญิงอนงค์บอกอิงฟ้า

“แต่...”

“ไปเถอะ” คุณหญิงพูดเป็นเชิงออกคำสั่ง

“ค่ะคุณย่า” อิงฟ้าบอก เพราะไม่อยากขัดใจผู้ใหญ่ จึงเดินขึ้นห้องไป ส่วนคุณหญิงอนงค์เมื่อเห็นว่าหลานสาวสุดที่รักของตนขึ้นไปแล้วจึงหันมาพูดกับเจ้าเอยต่อ

“ไง ว่าแค่นี้ถึงกับร้องไห้เลยหรอ...อัยย์ญาดา ไหนล่ะความเกรี้ยวกราดความก้าวร้าวของเธอ โชว์ออกมาสิ! เก่งนักไม่ใช่หรือไง!” คุณหญิงอนงค์ต่อว่าเจ้าเอย

“ฮึก คุณย่า คุณย่าใจร้าย คุณย่าไม่รักเอยหรอคะ คุณย่าทำเหมือนกับว่าเอยไม่ใช่หลานของคุณย่า” เจ้าเอยว่าพลางปล่อยโฮออกมาอย่างเสียใจ

“ก็เพราะว่าเธอไม่ใช่...” คุณหญิงอนงค์กำลังจะพูดบางอย่าง แต่...

“คุณแม่คะ! พอเถอะค่ะคุณแม่ อย่าว่ายัยเอยเลยนะคะ ฮึก!” นิษฐาที่ยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่นานเอ่ยห้ามเพราะทนไม่ไหว เธอกลัว กลัวเหลือเกินว่าสิ่งที่เธอไม่อยากให้ออกมามันจะออกมาจากปากของผู้เป็นประมุขของบ้าน และไม่อยากให้เจ้าเอยโดนว่าอีก ถึงแม้เจ้าเอยจะเกเรแค่ไหน แต่ยังไงเธอก็รักเจ้าเอย เพราะอย่างน้อยเจ้าเอยก็ขึ้นชื่อว่าเป็นลูก

“เพราะอะไรคะคุณย่า เอยไม่ใช่อะไร คุณย่าบอกเอยมาสิคะ” เจ้าเอยคาดคั้น

“พอได้แล้วเจ้าเอย! เลิกคาดคั้นคุณย่าท่านซักที! ขึ้นบ้านไปได้แล้ว!” นิษฐาสั่งลูกทั้งน้ำตา

“ไม่ค่ะ! ว่าไงคะคุณย่า พูดให้จบเลยสิคะ ฮึก ฮือออ” เจ้าเอยไม่ยอมทำตามที่นิษฐาบอก แต่ยังดื้อดึงที่จะรู้ให้ได้

“แม่บอกให้ขึ้นบ้าน! พูดไม่รู้เรื่องหรือไง!” นิษฐาเริ่มดุ

“พอได้แล้วนิษฐา!” คุณหญิงอนงค์สั่งนิษฐา

“อยากรู้นักใช่มั้ย งั้นฉันจะบอก” คุณหญิงอนงค์พูด

“คุณแม่...” นิษฐาพูด

“ฉันก็แค่จะบอกว่า...เธอไม่ใช่หลานรักฉัน เพราะกิริยาของเธอมันแย่ ถ้าอยากให้ฉันรัก เธอก็อย่าก้าวร้าว ว่าร้าย หรือทำร้ายอิงฟ้าอีก เมื่อนั้นฉันอาจจะรักเธอมากๆก็ได้...อัยย์ญาดา” คุณหญิงอนงค์บอก ซึ่งนั่นทำให้นิษฐาที่กำลังหวาดหวั่นอยู่นั้นโล่งใจทันที แล้วหันไปออกคำสั่งกับเจ้าเอยต่อ

“พอใจแล้วใช่มั้ยเจ้าเอย ถ้าพอใจแล้วก็ขึ้นห้องไปซะ!” นิษฐาสั่ง

“ฮึก ค่ะ” แล้วเจ้าเอยก็ขึ้นห้องไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจและความเสียใจ.....

พอเจ้าเอยขึ้นห้องไปแล้ว ในห้องโถงใหญ่ก็เหลือแค่นิกร นิษฐา และคุณหญิงอนงค์เท่านั้น

“นี่ผมคิดถูกหรือคิดผิดเนี่ยที่รับเจ้าเอยมาเลี้ยง” นิกรพูดขึ้นพลางหันหน้าออกไปนอกหน้าต่างอย่างคิดหนัก

“ฉันเตือนแกแล้วใช่มั้ยว่าให้ระวัง เอาลูกเค้ามาเลี้ยง เอาเมี่ยงเค้ามาอม เป็นไงล่ะ” คุณหญิงอนงค์พูด

“อย่าคิดแบบนั้นกันเลยค่ะคุณแม่ คุณนิกร ยังไงตอนนี้ยัยเอยก็เป็นลูกเรานะคะ แล้วก็เป็นหลานคุณแม่ด้วย เราควรรักแกให้มากๆนะคะ โดยเฉพาะคุณแม่ แกก็เหมือนกับเด็กขาดความอบอุ่นคนนึงแหละค่ะ ต้องการความรักจากคนรอบข้าง” นิษฐาพูด

“โอ้ย! จะมาว่าฉันก็ไม่ถูกนะ มันผิดด้วยหรอที่ฉันจะไม่รักคนที่ไม่ใช่หลานแท้ๆอ่ะฮะ ฉันไม่รู้จักพ่อแม่มันด้วยซ้ำ แล้วอยู่ๆพวกแกก็พาเด็กคนนั้นมา เหอะ! แล้วยิ่งทำตัวก้าวร้าว ขี้อิจฉาริษยาแบบนี้แล้ว ฉันรักไม่ลงหรอก” คุณหญิงอนงค์พูด

“แต่แกก็ไม่ได้เกเรก้าวร้าวตั้งแต่แรกนะคะ ตอนแรกแกก็ยังเป็นดีน่ารักอยู่เลย” นิษฐาบอก

“จะยังไงก็แล้วแต่ ตอนนี้อัยย์ญาดาก็เป็นอย่างที่เห็นแล้ว นี่ไม่รู้ว่าได้มาจากใคร หรือว่าจะมาจากพ่อแม่ของมัน” คุณหญิงอนงค์พูด

“ไม่นะคะคุณแม่ ชยุตกับนฤมลไม่ได้เป็นคนแบบนั้น เค้าทั้งสองคนเป็นคนดีค่ะ” นิษฐาบอก

“ใช่ครับ ผมยืนยันว่าสองคนนั้นเป็นคนดี” นิกรเสริม

“โอ๊ยยย! เจอกันเมื่อ20กว่าปีก่อนแค่ไม่กี่ครั้งก็เหมารวมว่าเป็นคนดีแล้วหรือไง คนดีๆที่ไหนเค้ายกลูกของตัวเองให้คนอื่นกัน แถมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา20กว่าปีเนี่ย มันเคยติดต่อพวกแกมาบ้างมั้ย เคยมาดูดำดูดีลูกมันบ้างมั้ย บางทีไอนิสัยต่ำๆของยัยเอยอาจจะมาจากพ่อกับแม่ของมันก็ได้ มาจากที่ต่ำเหมือนกันหนิ” คุณหญิงอนงค์พูดแค่นั้นก็ลุกออกไปทันที เพราะไม่อยากจะอารมณ์เสียกับเรื่องไร้สาระไปมากกว่านี้ แต่ทว่าคำพูดที่ออกมาจากปากคุณหญิงอนงค์เมื่อครู่กลับทำให้ทั้งนิกรและนิษฐาถึงกับพูดไม่ออกและหันมามองหน้ากันอย่างช่วยไม่ได้

                ทางด้านเจ้าเอย

                 เมื่อเจ้าเอยเดินมาถึงห้องก็เอาแต่ฟุบหน้าร้องไห้อยู่กับเตียง และใช้มือทุบเตียงอย่างคับแค้นใจ น้อยเนื้อต่ำใจ และเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองได้เจอ บางทีเธอก็อยากจะเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ แต่ที่ทำไปทั้งหมด เธอก็แค่อยากให้คนอื่นสนใจเธอบ้าง รักเธอบ้าง เข้าใจเธอบ้าง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่อิงฟ้าเกิด ทุกคนก็ดูจะรักใคร่เอ็นดูอิงฟ้ากันหมด พอเธอหยอกเล่นนิดหยอกเล่นหน่อยตามประสาเด็ก ทุกคนก็หาว่าเธอแกล้งน้องทั้งๆที่ไม่ใช่ แม้แต่คุณย่าก็ไม่รักเธอ แถมยังพูดจาร้ายๆใส่เธออีก ทั้งๆที่เธอก็ไม่เคยทำอะไรให้ท่านไม่พอใจตั้งแต่จำความได้ ต่างจากอิงฟ้าที่ดูท่านจะรักนักรักหนา ประคบประหงมเป็นอย่างดี ชนิดที่ว่ายุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม และบุคคลอีกคนหนึ่งที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยก็คือ...ตะวันฉาย

                ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน (ตอนนั้นเธออายุเพียง 5 ขวบเท่านั้น)

ณ ริมสระว่ายน้ำ

“คุณหนูเจ้าเอยคะ เดี๋ยวคุณหนูนั่งรอพี่แอ๊วอยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่แอ๊วไปเอาขนมมาให้ทานนะ อย่าดื้ออย่าซนนะคะคุณหนู พี่แอ๊วไปแป๊บเดียว” แอ๊วสาวใช้ของบ้านบอกคุณหนูตัวน้อยที่กำลังนั่งเล่นตุ๊กตาเจ้าหญิงอยู่ก่อนจะเดินไปที่ครัว

“น้องตุ๊กตาจ๋า เดี๋ยวเจ้าเอยจะทำอาหารให้กินนะจ๊ะ อ๊ะ! ไม่มีน้ำ เดี๋ยวเจ้าเอยไปตักน้ำให้นะจ๊ะ” ด้วยความไร้เดียงสา หนูน้อยก็เดินไปที่สระว่ายน้ำพร้อมกับถือตุ๊กตาไปด้วย พอไปถึงก็วางตุ๊กตาไว้ใกล้ๆสระว่ายน้ำ แล้วก็นำของเล่นออกมาเล่น ตักน้ำใส่ภาชนะ ราวกับแม่ครัวตัวน้อยที่กำลังทำอาหารให้ตุ๊กตาเจ้าหญิงกินตามประสาเด็ก แต่หารู้ไม่ว่าตุ๊กตาเจ้าหญิงตัวนั้นได้ลอยไปกับน้ำแล้ว

“อ๊ะ! ตุ๊กตาจ๋า! ตุ๊กตาจ๋าตกน้ำ! เดี๋ยวเจ้าเอยช่วยนะ” ว่าแล้วก็พยายามเอื้อมมือไปหยิบตุ๊กตา ถึงแม้ว่าตุ๊กตาจะลอยไปไม่ไกล แต่หนูน้อยก็ตัวเล็กเกินกว่าจะเอื้อมถึง

“อึ๊บบบ! อึ๊บบบ!” หนูน้อยพยายามจะคว้าตุ๊กตาของเธอมาให้ได้ แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...

ตู้มมม!

เสียงหนูน้อยตกลงไปในสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเสียงนั้นก็ดังพอที่จำทำให้ใครที่อยู่ในบริเวณนั้นได้ยิน

“เจ้าเอย!

ตู้มมม!

ตะวันฉายในวัย 14 ปี กระโดดน้ำลงไปช่วยเจ้าเอยทันที พอช่วยได้แล้วก็อุ้มร่างน้อยมาไว้บนสระแล้วทำการปั๊มหัวใจและผายปอดให้กับเด็กน้อย

“น้องเอย! น้องเอยคะ! น้องเอยของพี่ตะวัน! ได้ยินพี่ตะวันมั้ยคะ น้องเอยฟื้นสิคะ” ตะวันปั๊มหัวใจและผายปอดเจ้าเอยอยู่อย่างนั้น

“เฮือก! แค่กๆๆ พี่ตะวัน...” และแล้วเด็กน้อยก็ฟื้น

“น้องเอย! น้องเอยฟื้นแล้ว!” ตะวันพูดออกมาด้วยความดีใจที่เจ้าหญิงตัวน้อยของเขาฟื้น

ฮึกๆ ฮือออ พี่ตะวันขา น้องเอยกลัว ฮึกๆ ฮือออ”เจ้าเอยโผเข้ากอดตะวันฉายทันที

โอ๋ๆ พี่ตะวันอยู่นี่แล้ว น้องเอยไม่ต้องกลัวแล้วนะคะ อย่าร้องไห้นะคะเด็กดีของพี่ตะวัน” ตะวันกอดปลอบเจ้าหญิงตัวน้อยของเขา

และนั่นก็เป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีของเจ้าเอยตลอดมา จนกระทั่ง...

12 ปีต่อมาหลังจากนั้น (ตอนนี้เจ้าเอยอายุ 17 ปี ตะวันอายุ 26 ปี อิงฟ้าอายุ 15 ปี)

“พี่ตะวัน!” หญิงสาวในชุดนักเรียนม.ปลายเอ่ยเรียกชายหนุ่มด้วยความดีใจก่อนจะเดินเข้าไปเกี่ยวแขนชายหนุ่ม

“เจ้าเอย...” แต่ดูเหมือนว่าตะวันฉายจะไม่ค่อยดีใจสักเท่าไหร่

“คุณพ่อให้พี่ตะวันมาติวหนังสือให้น้องเอยใช่มั้ยคะ พอดีเลยค่ะ น้องเอยกำลังต้องการคนติวอยู่พอดี”

“เปล่า...พี่มาติวหนังสือให้น้องอิงต่างหาก ปล่อยพี่เถอะ ถ้าใครมาเห็นมันจะดูไม่ดี” ตะวันฉายบอกและพยายามแกะแขนเล็กออก

“ไม่จริง!” พอได้ยินแบบนั้นทำเอาเจ้าเอยไม่พอใจทันที แต่ไหนแต่ไรตะวันฉายก็ติวให้เธอมาโดยตลอด แต่พักหลังๆเริ่มไปติวให้อิงฟ้า ซึ่งนั่นได้สร้างความขุ่นข้องหมองใจให้เธอเป็นอย่างมากว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะปกติก่อนหน้านี้อิงฟ้าจะไปติวหนังสือกับธนกฤต

“ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามคุณอาได้เลย ปล่อย” ตะวันฉายบอก

“ไม่! น้องเอยไม่เข้าใจ ปกติยัยอิงติวหนังสือกับพี่หมอกฤตหนิ แล้วทำไมครั้งนี้ถึงเป็นพี่ตะวันฉาย” เจ้าเอยถามด้วยความไม่เข้าใจ

“ก็เพราะว่าช่วงนี้น้องอิงกำลังจะสอบเข้าม.4ที่โรงเรียนเดียวกับเธอไง แล้วช่วงนี้ไอกฤตก็งานยุ่งเลยติวให้น้องอิงได้ไม่เต็มที่ พี่เลยอาสามาติวให้น้องอิงเอง แล้วคุณอาท่านก็เห็นดีเห็นงามด้วย พี่ก็เลยมาติวให้น้องอิง รู้อย่างนี้แล้วก็ปล่อยพี่ได้แล้ว” ตะวันฉายบอก

 “ไม่! แล้วเอยล่ะคะ เอยก็ต้องเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยเหมือนกัน” เจ้าเอยบอก

“แต่เธอยังมีเวลาในการอ่านหนังสือมากกว่าน้องอิงนะ แถมเธอก็เรียนดีหนิ เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องให้พี่ติวให้แล้วแหละ ปล่อยพี่” ตะวันฉายบอก

“ไม่จริง! เอยยังอ่อนคณิตอยู่เลยนะ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะก็ด้วย” เจ้าเอยอ้าง

“อย่างี่เง่าได้มั้ยเจ้าเอย แล้วไอเลข4ที่บอกในใบเกรดของเธอคืออะไร” ตะวันฉายถาม

“ก็...ก็...” เจ้าเอยคิดหาข้ออ้างไม่ออก

“ไม่ต้องอ้างอะไรแล้ว ปล่อยพี่ พี่จะไปหาน้องอิง” ตะวันฉายบอก

“ไม่!

“เจ้าเอย! พี่ชักจะรำคาญเธอแล้วนะ เมื่อไหร่จะปล่อยพี่ไปซักที จะต้องให้พี่บอกกี่ครั้งว่าพี่ไม่ชอบให้ใครมาเกาะแกะ ถ้าขืนเธอยังดื้อแบบนี้พี่จะไปบอกคุณอาให้จัดการเรา” ตะวันฉายบอกอย่างหงุดหงิดและรำคาญ

“พี่ตะวัน! พี่ตะวันพูดแบบนี้กับน้องเอยได้ยังไง!” เจ้าเอยว่า

“ทำไมจะพูดไม่ได้ เธอคิดว่าตัวเองวิเศษวิโสอะไรนักหรอฮะ ก็แค่เด็กขี้อิจฉาคนนึง” ตะวันฉายว่าเจ้าเอย

“ไม่จริง!

“จริง! เธออ่ะมันเด็กขี้อิจฉา ชอบรังแกน้องอิง ตอนแรกฉันก็ไม่เข้าใจหรอกนะ ว่าทำไมคุณย่าถึงรักน้องฟ้ามากมาย แต่กลับแสดงท่าทีเกลียดเธอ แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจละ ก็เพราะว่าเธอเป็นแบบนี้ไง!” สรรพนามที่เปลี่ยนไปบ่งบอกได้ว่าชายหนุ่มเริ่มจะหมดความอดทนกับความตื๊อไม่เลิกของหญิงสาว ตะวันฉายพูดพลางเขย่าไหล่เจ้าเอยไปด้วย

“แต่ที่เอยทำไปก็เพราะว่าเอยรักพี่ตะวันฉายนะคะ เอยไม่ได้ขี้อิจฉา แต่เอยแค่ไม่ชอบที่พี่ตะวันฉายเริ่มแสดงท่าทีเบื่อหน่ายหรือเมินเฉยเอยแบบนี้!” เจ้าเอยบอก

“หรอ แต่ฉันไม่ได้ชอบเธอ ฉันชอบน้องเจ้าเอยที่น่ารัก นิสัยดี ยิ้มเก่ง แต่ตอนนี้ฉันทั้งเกลียดและรังเกียจเจ้าเอยที่เป็นคนขี้อิจฉาแบบเธอ! จำเอาไว้นะเจ้าเอย! ฉันรักน้องอิงฟ้า! ฉันไม่ได้รักเธอเจ้าเอย! ไม่ได้รัก ได้ยินมั้ยว่าไม่ได้รัก!

เพี๊ยะ!!!

“ไม่จริง! เอยไม่เชื่อ! พี่ตะวันไม่ได้รักมัน!” เจ้าเอยตวัดฝ่ามือไปที่ใบหน้าหล่ออย่างแรง

“นี่เธอกล้าตบฉันหรอเจ้าเอย” ตะวันฉายหันมาพูดกับเจ้าเอยเสียงเย็น พร้อมกับเอามือแตะที่มุมปากก็ปรากฎว่ามีเลือดออกมา

“ใช่! ก็พี่อยากบอกรักมันก่อนทำไมล่ะ!

“นี่เธออยากได้ความรักจากฉันมากขนาดนี้เลยหรอเจ้าเอย ได้... เดี๋ยวฉันจะสงเคราะห์ให้” ว่าจบตะวันฉายก็ดึงเจ้าเอยเข้ามาประกบจูบทันที

“อื้อออออ!!!” ร่างสูงบดขยี้ริมฝีปากของร่างบางด้วยความรุนแรงก่อนที่จะขบกัดริมฝีปากบางอย่างแรงเพื่อที่จะให้เธอเปิดปากซึ่งความรุนแรงของตะวันฉายทำให้เจ้าเอยปากแตกและเผยอริมฝีปากออกมา ทำให้ลิ้นร้อนของร่างหนาสามารถเข้าลิ้มรสความหวานในโพรงปากของร่างบางได้

“อื้อออ! อ่อยอ๊ะ!(ปล่อยนะ)” ทั้งคู่จูบกันอยู่สักพักก่อนที่ร่างสูงจะผละออกมาเมื่อรับรู้ได้ว่าร่างบางกำลังจะขาดอากาศหายใจ

ผลัก! เพี๊ยะ!!!

“ฮึก! ทุเรศที่สุด!” เจ้าเอยตวัดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของตะวันฉายอีกครั้งอย่างเต็มแรงพร้อมกับต่อว่าแล้วรีบวิ่งออกไปจากตรงนั้นทันที เมื่อออกมาจากตรงนั้นได้น้ำตาที่เธอกักเก็บเอาไว้ก็ทะลักออกมาทันที ต่อให้เธอจะรักตะวันฉายมากแค่ไหน แต่เธอก็ไม่ได้ต้องการให้ตะวันฉายมาทำแบบนี้กับเธอ เธอก็แค่ต้องการความรักและความดีที่เค้าเคยมีให้เธอเมื่อตอนเด็กๆกลับคืนมาก็เท่านั้น

กลับมาปัจจุบัน

“ฮึก! ฮือออ! ฮึกๆ! ฮือออ!” เจ้าเอยยังคงร้องไห้อยู่อย่างนั้น จนกระทั่ง.....

กริ๊ง กริ๊ง(เสียงโทรศัพท์เข้า)

“ฮัลโหล...” เจ้าเอยกดรับแล้วคุยกับคนในสายทันที

ฮัลโหลเจ้าเอย นี่พี่หมอนะคะ พี่หมอขอโทษนะที่วันนี้ไม่ได้ไปงานรับปริญญาของน้องเอยกับน้องอิงอ่ะ พอดีพี่หมอติดงานน่ะค่ะแต่ยังไง พี่หมอก็ยินดีด้วยนะคะที่น้องเอยของพี่หมอเรียนจบป.โทแล้วววว

“พี่หมอ...ฮึก! ขอบคุณมากนะคะพี่หมอ ขอบคุณจริงๆ ฮึก!” เจ้าเอยกล่าวขอบคุณด้วยความดีใจทั้งน้ำตาที่อย่างน้อยในยามที่เธอทุกข์หรือเสียใจก็ยังมีพี่หมอกฤตที่อยู่เคียงข้างเธอเสมอ

น้องเอย! นี่น้องเอยร้องไห้หรอคะ น้องเอยร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรน้องเอยของพี่หมอ

“น้องเอยมีปัญหานิดหน่อยค่ะ พี่หมอว่างมั้ยคะ มาหาน้องเอยได้มั้ย น้องเอยอยากเจอพี่หมอ ฮึก!” เจ้าเอยถาม

ตอนนี้พี่ยังไม่ว่างค่ะ เอาเป็นว่าวันนี้ตอนค่ำๆพี่จะแวะเข้าไปหาที่บ้านนะคะ

“ค่ะ เจอกันที่สระว่ายน้ำเหมือนเดิมนะคะพี่หมอ” เจ้าเอยบอก

ค่ะ แล้วเจอกันนะคะนางฟ้าของพี่หมอ

“ค่ะ บ๊ายบายค่ะพี่หมอ” พอทั้งคู่คุยกันเสร็จ เจ้าเอยก็นอนรอเวลา วันนี้เธอเหนื่อย เหนื่อยเหลือเกิน.....







Talk:

อัพจ่ะๆ ตอนแรกเป็นไงบ้างอ่ะ ขอ comment หน่อย ถ้าเขียนตกหล่นหรือผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ อย่าลืมเม้นต์บอกกันด้วย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #45 piuokhhj1995 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 14:17
    ร้องไห้เฉย อินจริงๆ
    #45
    0
  2. #6 ชานไบเล่ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 19:41
    พี่หมอละมุนจุงเบย อร้ากก !!
    #6
    0
  3. #4 GotGot7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 23:37
    ชอบมากๆๆๆค่ะ มาต่อไวๆนะคะ
    #4
    0
  4. #3 Mr. happy :D (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 09:38
    สนุกดีจ้าาาา
    #3
    0
  5. #2 Veevee25182520 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 05:09
    ชอบมากค่ะ สงสารเจ้าเอยจัง มาต่อบ่อยๆนะค่ะไรท์
    #2
    0