(Exo x you) 4L รักวุ่นวาย...หัวใจ4ดวง

ตอนที่ 9 : Chapter 5 ซวย+จูบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 385
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    6 พ.ค. 60

                Chaaim’s Part

ฉันเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ตอนนี้ทำไมถึงได้รู้สึกมึนแบบนี้นะ ฉันกุมขมับตัวเองก่อนจะกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับโฟกัส แล้วค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง ฉันมองสำรวจตัวเองแล้วก็ต้องร้องออกมาด้วยความตกใจ

“เห้ย!!!” ฉันลุกขึ้นยืนและร้องออกมา เพราะว่าตอนนี้เสื้อผ้าของฉันมันไม่เหมือนเดิม

“ทำไมเรามาอยู่ในสภาพนี้อ่ะ แล้วเสื้อผ้าไปไหน” ฉันพูดออกมาคนเดียวอย่างแปลกใจ แล้วก็ก้มลงไปมองใต้เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งที่ตัวเองใส่อยู่ด้วยความรู้สึกที่โหวงๆโล่งๆแปลกๆ

“เห้ย!!! ละแล้วบรากับแพนตี้อ่ะ” ฉันร้องออกมาด้วยเสียงค่อนข้างดังเพราะตกใจ

“ตากอยู่ข้างนอก” แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้ฉันต้องหันไปตามเสียงก็พบว่าเป็น...พี่ชานยอล ที่ตอนนี้กำลังนั่งยกขาอยู่ที่เก้าอี้ทรงกลมโครงอคิลิคใสแล้วทอดสายตามามองฉัน เค้าอยู่นี่ตั้งแต่ตอนนั้นไหนกัน ทำไมถึงไม่ได้ยินเสียง แต่ช่างเถอะ! ยังไงซะฉันก็ต้องถามเค้าให้รู้เรื่อง!

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ?!” ฉันถามเค้าอย่างต้องการคำอธิบาย

“ยังจะมีหน้ามาถามอีก คนที่ต้องถามควรจะเป็นฉันมากกว่านะ ฉันสั่งให้เธอไปล้างห้องน้ำ แต่ดูสิ่งที่เธอทำสิ เทน้ำยาล้างห้องน้ำซะหมดขวด ล้างห้องน้ำบ้าอะไรใช้น้ำยาเยอะขนาดนั้น เธอไม่รู้หรือไงว่าเค้าห้ามใช้เยอะ มันเป็นกรดแล้วมันก็มีสารจนทำให้เธอเป็นลมหมดสติแบบนี้เนี่ย” เออว่ะ...เราล้างห้องน้ำอยู่นี่หว่า...แหะๆ เป็นไงล่ะ โดนด่าเป็นชุดเลยกู

“แล้วถามจริงเหอะว่าไปทำอีท่าไหนถึงได้ตัวเปียกแบบนั้น” แล้วเค้าก็ถามฉันต่อ

“เอ่อ...คือ หนูจะเปิดน้ำมาล้างที่พื้นอะค่ะ แต่ว่ามือมันพลั้งไปโดนวาวน้ำก่อนที่จะเอาออกมา แหะๆ” ฉันบอกเค้าแล้วก็ส่งยิ้มแหยๆไปให้

“ยัยงั่งเอ๊ยยยย เธอนี่มันยัยวินาศสันตะโรชัดๆ เธอรู้มั้ยว่าฉันไม่เคยเจอใครที่งั่ง ซุ่มซ่าม เทอะทะ และซื่อบื้อเท่าเธอเลย แล้วรู้อะไรมั้ยว่าไอที่เธอทำความสะอาดห้องฉันแล้วก็ห้องรับแขกนี้อ่ะ ฉันบอกเลยนะว่ามัน...ไม่สะอาด!!!” งื้ออออ...อีเอมซวยแล้ว ไม่น่าทำลวกๆเลยกู

“ถามจริงว่ามีคนเคยสอนงานบ้านเธอมั้ยฮะ! เธอดูนี่ ดู! มันยังมีฝุ่นเกาะอยู่เลย เห็นมั้ยว่ามันเขลอะ ถ้าเช็ดรอบเดียวแล้วมันไม่สะอาดก็เช็ดใหม่ แต่ทำไมไม่ทำ!” ฉันสะดุ้งโหยงเมื่อเค้าดุฉัน I’m like TT Just like TT พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยลูกด้วย พี่ชานยอลดุหนู

“ฉันถาม...ตอบ!” เขาถามฉันเสียงดังจนฉันสะดุ้งตกใจ

“ชะชะชะเอมโทษขอค่ะพะพี่ยอลชาน” ไปหมดแล้วสตงสติ

“อะไรของเธอ พูดใหม่!” เค้าสั่ง

“พะพูดใหม่ค่ะพูดใหม่ ชะเอมขอโทษค่ะพี่ชานยอล” เฮ้อ...โล่ง โคตรเข้าใจหนูษาตอนโดนคุณทิมกับบอสดุเลยว่ะ โอ๊ย...อีเอมไม่น่าด่าหนูษาเล้ย (เดี๋ยวๆThe cupidsเกี่ยวไร//ไรทเตอร์)

“เฮ้อ! เอาเถอะ ฉันจะให้อภัยเธอก็ได้ เห็นว่าเป็นพนักงานใหม่ของร้านแม่ฉันหรอกนะ แต่ฉันจะตัดเงินเดือนเธอ50% โทษฐานก่อเรื่อง เข้าใจมั้ย!” พี่ชานยอลบอกและถามฉัน

“ค่ะ” ฉันยอมรับผิดและก้มหัวให้เค้า โดนตั้งแต่วันแรกเลยกู ชีวิต...เฮี้ยเฮีย

“เอ่อ...แล้วนี่พี่ชานยอลเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หนูหรอคะ” พอสำนึกผิดได้สักพักก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีอีกอย่างที่ยังคงค้างคาใจ

“อืมใช่ ฉันเอง” เค้าบอก คุณพระ! ไม่นะ เค้าเห็นอะไรของฉันรึเปล่า

“ละแล้วพี่เห็นอะไรรึเปล่า?!” ฉันถามเค้าพลางยกมือกอดตัวเอง

“ก็.....” งื้ออออ ฉันอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ เพราะสายตาและสีหน้าของเค้าตอนนี้ดูมีเลศนัยมาก แถมยังยกยิ้มมุมปากอีกต่างหาก แต่เดี๋ยวนะ! สายตาของเค้ามันมองมาที่...

“หึ! ซ่อนรูปเหมือนกันนะเรา” O///O!!!!! มะหมายความว่าไง! นี่เค้าเห็นงั้นหรอ ไม่น้าาา!!! ฉันรีบเอามือปิดหน้าอกตัวเองแน่นๆแล้วหันหลังให้เค้า ให้ตายสิ! ตอนนี้ฉันต้องหน้าแดงมากแน่ๆ เค้ามันบ้าที่สุด

“พี่เห็นของหนูงั้นหรอ?!?!” ฉันถามเค้าเพื่อความชัวร์อีกครั้ง

“ก็...ไม่เชิง” เค้าบอก

“หมายความว่าไง” ฉันถามเค้าอย่างรู้สึกหงุดหงิดกับคำพูดกำกวมขอเค้าสุดๆ

“ก็หมายความว่าเสื้อของเธอเปียกจนมันแนบเนื้อแล้วก็เห็นไปถึงบราเซียลายลูกไม้สีดำที่เธอใส่มา คือจะพูดยังไงดีอ่ะ มันแบบว่า...” เค้าพูดพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วยกมือขึ้นมาทำท่าประกอบและมองมาที่หน้าอกของฉันกับมือของเค้าสลับกันไปมา มันทำให้ฉันเข้าใจในสิ่งที่เค้าต้องการจะสื่อทันที

“พอ!...หยุดค่ะ เข้าใจแล้ว ไม่ต้องพูดอีกนะคะ” ฉันรีบห้ามเค้าก่อนที่เค้าจะพูดออกมา ให้ตายสิ! เค้ามันหื่นชะมัด! ฉันหลงชอบหลงรักคนแบบเขาไปได้ยังไงเนี่ย

“แค่เห็นแค่นั้นใช่มั้ยคะ” ฉันถามออกไป ไม่รู้แหละถามไว้ก่อน

“หึ! ทำไม เธอคิดว่าฉันจะทำอะไรเธอมากกว่านั้นงั้นหรอ ฮื้ม?” เค้าพูดพร้อมเดินเข้ามาใกล้ฉันอีกแล้วก็โน้มหน้าลงมาจนฉันต้องถอยหนี

“ปะเปล่าค่ะ แค่ไม่ไว้ใจ” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

“แล้วทำไมหน้าแดงล่ะ” เค้าถามฉัน อะไร ใครหน้าแดง ไม่มี๊ จริงจริ๊ง

“ฮ่าๆๆ เอาเถอะ นี่ก็เย็นละ ไปกินข้าวกัน” เค้าพูดแค่นั้นแล้วก็ลากฉันไปที่โต๊ะอาหาร ย้ำนะว่าลาก

“อะนี่! กินซะ” เค้าบอกพร้อมกับยื่นจานข้าวผัดมาให้ฉัน นี่มัน! ข้าวผัดกิมจิหนิ หูยยย! หอมมากเลยอ่ะ

“หืมมม! อร่อยมากเลยค่ะพี่ชานยอล” ฉันบอกพร้อมเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ

“หึๆ ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆ แต่ไม่ต้องเยอะมากนะ เอาแค่พอดีพอ เดี๋ยวจะอ้วนไปกว่านี้” พี่ชานยอลบอก

“อะไร ใครอ้วนคะ ไม่มีซักหน่อย หุ่นอย่างนี้เค้าเรียกว่าจ้ำม่ำมีน้ำมีนวลค่ะ” ฉันบอกเค้า ก็จริงอ่ะ ฉันไม่อ้วนซักหน่อย น้ำหนักแค่50จากตอนแรก48ขึ้นมาแค่2โลเอ๊ง ถือว่าจิ๊บๆ

“ไม่แปลกใจเลย เพราะเธอกินเยอะอย่างนี้นี่เอง อะไรๆมันถึงได้ใหญ่เกินตัวนัก”

พรวดดด!!!

“แค่กๆ แค่กๆ” ฉันเผลอพ่นน้ำออกมาจากปากในขณะที่กำลังกินน้ำอยู่ทันทีหลังจากที่ได้ฟังประโยคที่เขาพูด

“ย๊าส์! ยัยบ้า! เธอพ่นน้ำใส่หน้าฉันทำไมฮะ!” พี่ชานยอลโวยวายใส่ฉันทันทีหลังจากที่ฉันพ่นน้ำใส่หน้าเค้าเต็มๆ

“หนูขอโทษค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจ ก็ใครใช้ให้พี่พูดอะไรออกมาแบบนั้นล่ะ น่าเกลียดที่สุด” ฉันบอกเค้า

“ก็ฉันพูดเรื่องจริงหนิ” เค้าบอกพร้อมกับทำหน้าตาหงุดหงิดใส่ฉันแล้วก็เช็ดหน้าไปด้วย

                19:00น. ณ ร้านNB2 Club ย่านฮงแด

บรื้นนน! เอี๊ยดดด! ปัก!

เสียงรถยนต์คันหรูบ่งบอกถึงผู้มาใหม่

“ไปครับฮยอง เดี๋ยววันนี้ผมเป็นเจ้ามือเอง” แบคฮยอนบอก

“หึๆ มันก็ต้องเป็นอย่านั้นอยู่แล้ว” ซิ่วหมินบอก

“ฮ่าๆ ได้! ไปกันเถอะครับ คาจา!” แบคฮยอนบอกแล้วทั้งคู่ก็เดินเข้าไปทันที แบคฮยอนและซิ่วหมินเดินไปมุมที่ลับตาคนที่สุดของร้านแต่สามารถเห็นแสงสีเสียงได้ชัดเจน แล้วเริ่มสั่งอาหารและเครื่องดื่มมากิน

“ฮยอง” แบคฮยอนเรียกซิ่วหมิน

“อะไร” ซิ่วหมินถาม

“ผมว่าถ้ากินเสร็จจะไปแดนซ์แล้วก็ไปสั่งเครื่องดื่มดื่มเล่นๆที่เคาท์เตอร์บาร์ซักหน่อย ฮยองสนใจจะไปกับผมมั้ยครับ” แบคฮยอนถาม

“ไม่อ่ะ ฮยองขี้เกียจ นายไปเถอะ” ซิ่วหมินบอก

“โห่! อย่างงี้ก็ไม่มันดิฮยอง มาผับทั้งทีต้องแดนซ์นะ” แบคฮยอนบอก

“ฮยองไม่อยากจริงๆ นายไปเถอะ” ซิ่วหมินบอก

“โห่! ก็ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมหาสาวซักคนมานั่งเป็นเพื่อนดีมั้ยครับ ฮยองจะได้ไม่เหงา” แบคฮยอนเสนอ

“ไม่ต้องเลย ฮยองไม่อยากเป็นข่าว” ซิ่วหมินบอก

“ฮ่าๆ โอเค งั้นก็ได้ครับ” แบคฮยอนบอก แล้วทั้งคู่ก็กินข้าวด้วยกันจนเสร็จ

                Louktarn’s Part

20:00 น.               

ทุกคน! วันนี้ฉันได้เรียนรู้การชงเครื่องดื่มจากพี่บอนซองเยอะเลยแหละ พี่บอนซองลองให้ฉันชงเครื่องดื่มเองหลายครั้ง แล้วฉันก็ลองชงให้ลูกค้าดื่มหลายคนโดยอยู่ในการดูแลของพี่บอนซองตลอด ทำให้ผ่านไปค่อนข้างดี นี่ถ้าฉันไม่มีพี่บอนซองฉันต้องทำไม่ได้แน่ๆ

กริ๊ง! กริ๊ง! (เสียงโทรศัพท์เข้า)

“ฮัลโหล! ว่าไงครับแม่” พี่บอนซองคุยโทรศัพท์กับคนในสาย ดูเหมือนว่าจะเป็นแม่ของเขา

“ตอนนี้เลยหรอครับ”

“ครับ ได้ครับ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้” พอเค้าคุยเสร็จก็หันมาหาฉัน

“ลูกตาล วันนี้พี่คงอยู่ช่วยเราไม่ได้แล้วนะ พอดีพี่มีธุระที่ต้องไปทำน่ะ เธออยู่ได้ใช่มั้ย” พี่บอนซองถามฉัน เอาแล้วสิ ถ้าพี่เค้าไม่อยู่แล้วฉันจะชงยังไงอ่ะ อย่างงี้ก็ไม่มีใครช่วยแนะฉันน่ะสิ

“อยู่ได้ค่ะ” แต่ด้วยความที่ฉันเป็นคนปากไวจึงตอบแบบนั้นออกไปทั้งที่ในใจอยากจะบอกว่าอยู่ไม่ได้ค่ะ แต่ก็ช่างเถอะ คนอย่างอีตาลซะอย่าง ต้องทำให้ได้!

“งั้นพี่ไปนะ อย่าลืมที่สอนล่ะ” พี่บอนซองบอก

“ค่ะ จะไม่ลืมค่ะ” ฉันบอกแล้วพี่บอนซองก็เดินออกไป เฮ้อ! อยู่คนเดียว อยู่ลำพัง หว่าเว้.....

“ขอโทษนะครับ ผมขอZombieแก้วนึงครับ” ในขณะที่ฉันกำลังยืนหว่าเว้อยู่ก็มีผู้ชายคนนึงมาสั่งเครื่องดื่ม เค้าแต่งตัวดูดีมาก แต่ฉันไม่รู้ว่าหน้าตาเค้าเป็นยังไงเพราะเค้าใส่แว่นกันแดดสีชาออกเข้มๆอยู่ แต่รู้ว่าน่าจะหล่อ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าจะใส่ทำไม แดดก็ไม่มี บ้าหรอ

“อ่อ...ได้ค่ะ สักครู่นะคะ” ฉันบอกเขาและเตรียมตัวจะหันไปชงให้ แต่เค้าก็พูดขึ้น

“บอนซองฮยองไม่อยู่หรอครับ” เค้าถาม นี่เค้ารู้จักพี่บอนซองด้วยงั้นหรอ

“อ๋อ ไม่อยู่ค่ะ นี่คุณรู้จักพี่บอนซองด้วยหรอคะ” ฉันถามเค้า

“ครับ ผมรู้จักดีเลยแหละ อย่าว่าแต่บอนซองฮยองเลย ทุกคนที่นี่ผมก็รู้จักหมดแหละ แม้แต่วอนโฮฮยอง เพราะผมมาที่นี่ค่อนข้างบ่อย ถ้าไม่ติดงานอ่ะนะ แล้วว่าแต่คุณเป็นบาร์เทนเดอร์คนใหม่หรอครับ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย” เค้าถามฉัน

“ใช่ค่ะ” ฉันบอกเขาแล้วก็ส่งยิ้มไปให้อย่างเป็นมิตร เพราะเค้าเป็นลูกค้าประจำนี่เอง ไม่ได้ละ ฉันต้องบริการให้ดี

“แล้วว่าแต่คุณชื่ออะไรหรอครับ” เค้าถาม

“ชื่อลูกตาลค่ะ” ฉันบอกเค้า

“ชื่อไม่เหมือนคนเกาหลีเลย คุณเป็นคนไทยหรอครับ” เค้าถามฉัน

“ใช่ค่ะ” ฉันบอกเค้า

“อ๊า! คนไทยจริงๆด้วย คุณรู้มั้ยว่าผมน่ะชอบเมืองไทยมากๆเลยนะ เพราะว่าคนไทยน่ารักมาก ยิ้มก็สวย อาหารไทยก็อร่อย ผมเคยไปที่นั่นประมาณ4-5ครั้งได้ พูดแล้วก็อยากกลับไปอีก” เค้าบอกแล้วก็ส่งยิ้มมาให้ฉันอย่างจริงใจ แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกคุ้นกับรอยยิ้มนั้นจัง

“ปากหวานจังเลยนะคะ ฟังแล้วก็ชื่นใจค่ะ” ฉันบอกอย่างรู้สึกดี

“คุณรู้มั้ยว่าผมพูดไทยได้ด้วยนะ” เค้าบอก

“พูดให้ฟังหน่อยได้มั้ยคะ” ฉันถาม

“ได้ครับ ผมน่ารักมั้ยครับ อ๊ะ” เค้าบอกแล้วก็ชูสองนิ้วขึ้นมาอย่างน่ารัก

“ฮ่าๆๆ คุณนี่น่ารักจังเลยนะคะ เหมือนแบคฮยอนโอป้าเลย” ฉันบอกอย่างไม่ได้คิดอะไร เพราะเค้าเหมือนแบคฮยอนโอป้ามากจริงๆ แต่ฉันแอบสังเกตว่าเค้าชะงักไปนิดหน่อย

“คุณชอบแบคฮยอนหรอครับ” เค้าถามฉัน

“ใช่ค่ะ ฉันชอบเค้ามาก ฉันเป็นแอลลี่น่ะค่ะ แล้วก็เป็นเมนเค้าด้วย” ฉันบอก

“ดีจังเลยนะครับ อย่างนี้ก็เขินแย่น่ะสิ” เค้าบอกแล้วก็พูดประโยคหลังออกมาเบาๆแล้วเกาท้ายทอย ไอฉันที่ได้ยินไม่ค่อยถนัดเลยถามเค้าไปอีกที

“คะ? เมื่อกี้คุณว่าไงนะคะ” ฉันถาม

“อ๋อ เปล่าครับ ไม่มีอะไร” เค้าบอกแค่นั้น ฉันก็เลยเออออไปอย่างไม่ติดใจอะไร แล้วฉันก็หันไปเตรียมอุปกรณ์เพื่อที่จะชงเครื่องดื่มให้เค้า แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า...

“มันทำยังไงวะ” ฉันบ่นพึมพำขึ้นมาคนเดียวเบาๆ แต่เหมือนว่าเค้าจะได้ยิน

“คุณว่าอะไรนะครับ” เค้าถาม

“อ๋อเปล่าค่ะเปล่า รอสักครู่นะคะเดี๋ยวจะชงให้” ฉันบอกเค้าแล้วเค้าก็พยักหน้า ฉันจำไม่ได้จริงๆนะว่ามันทำยังไง คือพี่บอนซองก็สอนหมดแล้วแหละ แต่เครื่องดื่มมันมีตั้งสิบๆชนิด ใครจะไปจำได้วะ ฉันบ่นในใจอยู่คนเดียวก่อนจะเอาสูตรที่พี่บอนซองจดไว้ให้มาดู

“ส่วนผสมเยอะเหมือนกันนะเนี่ย” ฉันบ่นออกมา แล้วก็หันไปเตรียมอุปกรณ์และส่วนผสม แต่ด้วยความที่ฉันเป็นคนมือไว หยิบจับอะไรก็เร็วไปหมด ทำให้ไม่ทันระวัง มือไปชนกับแก้วน้ำแก้วหนึ่ง ทำให้มันหกใส่สมุดสูตรที่พี่บอนซองจดเอาไว้ให้ทำให้มันเปียกแล้วหมึกมันก็ซึมแล้วเลอะเทอะปะปนกันจนมันมองไม่ออก

“ชิบหายแล้ว!!!” ฉันพูดออกมาเบาๆด้วยความตกใจ

“เกิดอะไรขึ้นหรอครับ” เค้าถามฉัน

“อ๋อ เปล่าค่ะ น้ำหกนิดหน่อยน่ะค่ะ” ฉันหันไปบอกเค้าแล้วเค้าก็พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ

“เอาวะ ใส่ๆไปแล้วกัน” ฉันบอกกับตัวเองแล้วก็ผสมกันให้หมดแล้วก็เขย่าๆๆแล้วก็เทใส่แก้วจัดแก้วให้เค้าอย่างสวยงาม

“นี่ค่ะได้แล้ว” ฉันบอกเค้า

“ขอบคุณครับ” เค้าบอกแล้วก็กำลังจะดื่ม แต่เหมือนว่าเค้ามีอะไรจะถามฉันอีก

“คุณอายุเท่าไหร่หรอครับ” เค้าถาม

“23ค่ะ” ฉันบอกเค้า

“เด็กกว่าผมหนิ งั้นคุณเรียกผมว่าโอป้าก็ได้นะ” เค้าบอกฉัน

“งั้นก็ได้ค่ะ งั้นคุณเรียกฉันว่าลูกตาลหรือไม่ก็แทนชื่อฉันว่าเธอก็ได้นะคะ ดิฉันไม่ถือ” ฉันบอกแล้วก็ยิ้มไปให้เค้า

“ครับ” เค้าบอกแล้วก็ยิ้มมาให้ฉันเช่นกัน ก่อนที่เค้าจะก้มลงไปดื่มเครื่องดื่มที่ฉันชงให้ แล้วฉันก็มองเค้าอย่างลุ้นๆว่าเค้าจะดื่มได้รึเปล่า

“เป็นยังไงบ้างคะโอป้า” ฉันถามเค้า

“อร่อยดีนะ อาจจะแปลกไปจากเดิมที่พี่เคยดื่มนิดนึงแต่ก็ถือว่าใกล้เคียงที่บอนซองฮยองชง” เค้าบอกฉัน ตอนแรกที่เค้าดื่ม ฉันแอบเห็นว่าเค้าทำหน้าแปลกๆนิดนึง อาจจะเป็นเพราะว่าแปลกใจสินะ ก็แหงล่ะ ฉันน่ะทำมั่ว แต่ถึงจะมั่วยังไง ก็ต้องเอารสชาติใกล้เคียงไว้ก่อน ฉันแอบชิมไปนิดๆแล้วก็ปรุงเพิ่มเติมหน่อยๆก่อนที่จะเอามาเสิร์ฟเค้า ฉันยืนดูเค้าดื่มด้วยสีหน้าที่แอบกังวลนิดๆจนในที่สุดเค้าก็ดื่มหมด

“พี่ขออีกแก้วได้มั้ย แต่คราวนี้ขอเปลี่ยนเป็นMojitoนะ” เค้าบอก

“ฮะ! อีกแก้ว!” ยังจะเอาอีกหรอ

“อื้ม! มีอะไรรึเปล่า” เค้าถามฉันอย่างงงๆปนตกใจนิดหน่อยกับท่าทีของฉัน

“อ๋อเปล่าค่ะเปล่า รอสักครู่นะคะ” ฉันบอกแค่นั้นก่อนจะไปทำให้เค้าแล้วก็เอามาเสิร์ฟเขาอีก เค้าดื่มเสร็จแล้วก็สั่งอีก เปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ ไอฉันน่ะก็พอทำได้บ้างแหละนะ มั่วบ้าง ได้บ้าง หวังว่าเค้าคงไม่เป็นอะไรนะ ฉันดูเค้าดื่มจนเวลาผ่านไป...

“พี่กลับก่อนนะ แล้ววันหลังจะมาใหม่” เค้าบอก

“ค่ะ แหะๆ” ฉันบอกแล้วยิ้มแหยๆไปให้เค้า

“เป็นอะไรรึเปล่าทำไมหน้าซีดจัง”เค้าถามฉัน

“เปล่าค่ะ ไม่เป็นอะไร” ฉันบอกแล้วก็พยายามทำตัวเป็นปกติ คือจะให้ฉันสารภาพไปตรงๆตอนนี้น่ะหรอ ฉันทำไม่ได้อ่ะ ขอโทษนะคะโอป้า หวังว่าจะปลอดภัยนะคะ

“ถ้าไม่เป็นอะไรงั้นพี่ไปนะ” เค้าบอกแล้วเตรียมที่จะเดินออกไป แต่...

ปูดดด!

ทุกคนทายซิคะเสียงอะไร

End Louktarn’s Part

Baekhyun’s Part

ปูดดด!

ในขณะที่ผมกำลังจะก้าวเดินออกไป ความรู้สึกบางอย่างก็ก่อตัวขึ้น

“เอ่อ...โอป้าเป็นอะไรรึเปล่าคะ” เธอดูตกใจแล้วก็หน้าซีดเหมือนกับว่ากำลังกลัวอะไรอยู่

“นี่เธอ...” ผมกำลังจะถามในสิ่งที่ผมคิดและกลัวก่อนจะเสไปมองแก้วที่เพิ่งดื่มไป แต่แล้ว...

ปูดดดดด! ปูดดดดด! แปรดดด! แปรดดดด!

พระเจ้าจอร์จช่วยผมด้วย! ข้าศึกบุกกก!!!

“โอป้า!” ยัยนั่นเรียกผม ให้ตายสิ! นี่เธอชงอะไรให้ผมดื่ม!!!

“เธอ! เธอเอาอะไรให้ฉันกิน” ผมเผลอตะโกนถามเธอเสียงดังก่อนที่ทุกคนจะหันมามองผมเป็นตาเดียว

ปูดดดด! แปรดดดด!

 แต่แล้วอาการผมมันก็กำเริบจนทุกคนเอามือขึ้นมาปิดจมูกแล้วก็พากันถอยหนี บางคนก็หัวเราะ บางคนก็หยี เป็นเพราะเธอ! ยัยตัวแสบ! ผมหันไปมองเธออย่างคาดโทษ แต่เธอกับก้มหน้าก้มตา นี่อย่าบอกนะว่าผมคิดถูก ยัยนั่นชงเครื่องดื่มให้ผมมั่วงั้นหรอ ถึงว่าล่ะ!

ปูดดดด!!! แปรดดดด!!!

แต่ดูเหมือนท้องไส้ขอผมจะไม่เป็นใจ เพราะมันเริ่มที่จะหนักขึ้นเรื่อยๆ

“ฝากไว้ก่อนเถอะยัยตัวแสบ เธอได้เจอฉันอีกแน่” จากที่พูดดีๆกับเธอตอนแรกเปลี่ยนเป็นพูดจาคาดโทษเธอก่อนจะตัดสินใจวิ่งไปเข้าห้องน้ำเพื่อถ่ายท้อง

“ฮัลโหล! ฮยอง! ฮยองมาหาผมที่ห้องน้ำชายข้างล่างหน่อย ข้าศึกผมบุก” ผมโทรไปบอกซิ่วหมินฮยองด้วยน้ำเสียงสั่นๆพลางนั่งทำธุระของผมไปด้วย ตอนนี้ผมหน้าซีดและเหงื่อแตกเยอะมาก

“อะไรของนาย ข้าศึกบุกอะไรของนาย นายเป็นอะไร แล้วทำไมเสียงเป็นอย่างนั้น” ฮยองถามผมไม่หยุด

“โอ๊ยยย! ฮยองผมขี้แตก!” ผมบอกซิ่วหมินฮยองไปตรงๆ

“ฮะ! แล้วไปกินอะไรมา ทำไมถึงได้...” ดูเหมือนว่าฮยองจะถามผมอีก ผมเลยพูดแทรกตัดบทไป

“โอ๊ยยย! ฮยองอย่าเพิ่งถามมากได้มั้ยครับ ฮยองรีบมาหาผมก่อน ผมต้องการกำลังใจ” ผมบอกก่อนที่จะ...

ปูดดดด! แปรดดด!

“ดูจากเสียงแล้วน่าจะหนักนะ เออๆเดี๋ยวฮยองจะรีบตามลงไป” ซิ่วหมินฮยองบอกผม หลังจากนั้นผมก็ตัดสายทิ้งแล้วสู้กับข้าศึกต่อไปสักพักจน...

“แบคฮยอน! นายอยู่ไหน?!” ซิ่วหมินฮยองตะโกนเรียกผม นี่ดีนะตอนที่เข้ามาในห้องน้ำไม่มีคน ไม่งั้นผมคงอายหนักกว่าเดิม

“ผมอยู่ห้องแรกครับฮยอง!” ผมตะโกนบอกไป

ปัง! ปัง! ปัง!

“ห้องนี้ใช่มั้ย นายเป็นไงบ้าง ไหวรึเปล่า” ฮยองทุบประตูแล้วถามผม

ปูดดดด!!! แปรดดด!!!

“แล้วคิดว่าไหวมั้ยล่ะครับฮยอง” ผมไม่บอกอะไรแต่ถามไปแทน

“อื้อหือ!!! ดูจากเสียงและกลิ่น ฮยองขอออกไปรอข้างนอกนะ ฮยองไม่ไหว” ซิ่วหมินฮยองบอกผม

“ไม่ได้นะฮยอง! อยู่กับผมก่อนผมต้องการกำลังใจ” ผมบอกฮยองแล้วก็จัดการธุระของตัวเองไปเรื่อยๆจนเสร็จ

แกร็ก! แอ๊ด!

“เป็นไงบ้าง” ฮยองถามผมและช่วยพยุงผมทันทีหลังจากออกจากห้องน้ำ

“ผมเหมือนจะตาย เฮ้อออ...ฮยอง ผมไม่ไหวแล้ว ผมต้องการกลับหอเดี๋ยวนี้” ผมบอก

“งั้นไป” ซิ่วหมินฮยองพาผมออกมาจากห้องน้ำ แต่แล้วผมก็นึกอะไรขึ้นได้

“เดี๋ยวก่อนฮยอง ก่อนจะไปผมขอไปจัดการอะไรหน่อย” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง

“เดี๋ยวค่อยก็ได้ นายดูไม่ไหวแล้วนะ” ฮยองบอกผม

“ไม่! ผมต้องจัดการเดี๋ยวนี้!” ผมบอกอย่างจริงจัง แล้วผมก็พยุงตัวเองเดินออกมาโดยมีซิ่วหมินฮยองตามมาติดๆ

“เธอ! ยัยตัวแสบ!” ผมเรียกยัยลูกตาลเน่าในขณะที่เธอกำลังเดินไปเดินมาที่เคาท์เตอร์บาร์ด้วยใบหน้าที่เครียดจัด หึ! คงกลัวสินะ

O_O!!! โอป้า!!!” เธอดูตกใจที่เห็นผมอีกครั้ง

“ฉันมีอะไรจะบอกเธอก่อนที่ฉันจะกลับ” ผมพูด

“อะอะไรหรอคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

“เธออยากรู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร” ผมถามเธอ แต่ไม่รอให้เธอได้ตอบ ผมตัดสินใจถอดแว่นของผมออก

พรึบ!

O_O!!! แบคฮยอนโอป้า!!!” เธอดูตกใจมากที่เห็นว่าเป็นผม

“ใช่! ฉันเอง เมนของเธอไง และนี่...ซิ่วหมินฮยองหนึ่งในเมมเบอร์Exo เธอรู้เอาไว้เลยนะยัยตัวแสบว่าฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่ ฉันจะฟ้องวอนโฮฮยองให้จัดการกับเธอ กลับครับฮยอง” ผมขู่เธอเสร็จก็เดินออกไปทันทีโดยมีซิ่วหมินฮยองตามมาติดๆ

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ยแบคฮยอน เล่าให้ฮยองฟังเดี๋ยวนี้” ซิ่วหมินฮยองถามในขณะที่ขับรถ

“เดี๋ยวผมค่อยเล่าให้ฟังตอนถึงหอนะครับ ตอนนี้ผมเพลียมากเลย” ผมบอกกับฮยองแล้วหลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน

End Baekhyun’s Part

Chanyeol’s Part

21:00 น.

“พี่ชานยอลคะ หนูจะกลับบ้านได้รึยังคะ” ชะเอมถามผมในขณะที่ผมกำลังนั่งดูซีรีย์อยู่เพลินๆ

“ถ้าเธอจะกลับเดี๋ยวฉันจะไปส่งเอง แต่ว่าตอนนี้ยังกลับไม่ได้” ผมบอกเธอ

“ทำไมคะ ในเมื่อหนูก็ทำตามที่พี่ชานยอลสั่งทุกอย่างแล้วนะ แล้วนี่ก็ดึกแล้วด้วย” เธอถามผม

“ก็เพราะฉันยังไม่อยากให้เธอกลับ” ผมพูดออกไป

“ฮะ?!” เธอถามผมอย่างตกใจ

“หนิๆ อย่ามโน ฉันไม่ได้พิษวาทเธอหรอกนะ ที่ยังไม่ให้กลับเพราะจะให้เธอดูซีรีย์เป็นเพื่อนฉันก่อน” ผมบอก

“หืม! พี่ชานยอลดูซีรีย์ด้วยหรอคะ” เธอถามผม

“ทำไม เธอคงคิดว่าผู้ชายหล่อๆเท่ๆชิคๆอย่างฉันจะไม่ดูซีรีย์อย่างนั้นหรอ ถึงฉันจะเป็นนักร้อง คลุกคลีอยู่แต่กับเพลง แต่ถึงยังไงอ่ะฉันก็ดูซีรีย์กับเค้าเหมือนกันนะ” ผมบอกเธอ

“ค่ะๆๆ” เธอบอกอย่างประชดประชันพร้อมกับทำหน้าทำตาใส่ผม รู้สึกหมั่นไส้ชะมัด

“มานั่งนี่สิ จะยืนค้ำหัวฉันอีกนานมั้ย” ผมสั่งเธอและทำหน้าดุๆ

“ค่ะๆๆจะไปนั่งเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” แล้วเธอก็มานั่งข้างผม เรานั่งดูซีรีย์กันไปซักพักก็ต้องชะงักเพราะฉากตรงหน้าผมตอนนี้คือฉากเลิฟซีนที่ดูดดื่มและเร่าร้อนมาก ให้ตายสิ! แต่เดี๋ยวก่อนนะ! ผมรู้สึกว่ามีคนจิกแขนผม ทำให้ผมเหลือบตาไปมองก็พบว่ายัยตัวแสบกำลังหลับตาแล้วก็จิกแขนผมแน่น

“นี่! เป็นอะไรของเธอฮะ” ผมถามเธอ เมื่อเธอรู้ตัวว่าถูกถามก็ค่อยลืมตาแล้วบอกผม

“หนู หนู” เธออึกอักแล้วผมก็สังเกตเห็นว่าหน้าเธอมันแดงมาก ทำให้ผมรู้ทันทีว่าเธอเป็นอะไร

“หึ! เขินหรอ” ผมถามข้างหูเธออย่างต้องการแกล้ง

“เอ่อ...” เธออึกอักแล้วพยายามหันหน้าหนีผม แต่มีหรอที่ผมจะยอม ช่วยไม่ได้อยากทำตัวให้น่าแกล้งก่อนทำไม

“ไม่เคยเห็นคนเค้าจูบกันหรือไง” ผมถามข้างหูเธออีกครั้ง

“ว่าไง ฮื้ม?” ผมแกล้งก้มหน้าลงไปใกล้

“คะเคยค่ะ ตะแต่ว่าไม่ค่อยชอบ” เธอตอบ

“ทำไม” ผมถามอีก

“หมั่นไส้ค่ะ” เธอบอกจนทำให้ผมอยากจะขำกับคำตอบของเธอ

“หมั่นไส้หรืออิจฉา ถามจริง เธอเคยโดนใครจูบมั้ย อ้อ! จริงสิ ฉันลืมไปว่าเธอเคย...กับฉันไง” ผมบอกเธออย่างต้องการแกล้งเธอให้หน้าแดงเล่นๆ แล้วมันก็สำเร็จ เพราะตอนนี้เธอกำลังหน้าแดงมากๆ มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกสนุก ทำไมผมจะไม่รู้ล่ะว่าเธอคิดยังไงกับผม ผมรู้นะว่าเธอน่ะเมนผม คอยดูเถอะผมจะทำให้แฟนคลับของผมคนนี้เขินจนตัวแตกไปเลย ข้อหาก่อเรื่องทำให้ผมต้องเดือดร้อนตลอดทั้งวัน

“ฉันขอถามอะไรเธอหน่อยได้มั้ย จูบเมื่อเช้าอ่ะเป็นจูบแรกของเธอรึปล่า” ผมถามอย่างต้องการคำตอบ

“.......” แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความเงียบซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิด เงียบนี่หมายความว่าไงวะ

“ถ้าเธอไม่ตอบฉันจะจูบเธอ” ผมขู่เธอแต่ดูเหมือนเธอจะไม่เชื่อและอึ้งๆนิดหน่อยกับคำขู่ของผม

“ไม่เชื่อใช่มั้ย ได้!” ไวเท่าความคิดผมรั้งเอวเธอเข้ามาใกล้ๆแล้วก้มหน้าเข้าไปใกล้เธออย่างเร็ว

“อ๊ะ! นี่! อย่านะพี่ชานยอล! ตอบแล้วค่ะตอบแล้ว เป็นค่ะเป็น” เธอบอกทำให้ผมผละออกมาทันทีแต่หน้าก็ยังคงใกล้กับเธออยู่

“งั้นหรอ...แล้ว...เธออยากลองโดนจูบดูดดื่มแบบในซีรีย์มั้ยล่ะ จะบอกอะไรให้นะว่าไอจูบเมื่อเช้าน่ะ เค้าไม่ได้เรียกว่าจูบหรอก แต่มันคืออุบัติเหตุ แต่เธออยากลองจูบแบบจริงๆก็ได้นะ เดี๋ยวฉันจะสอนเธอให้เอามั้ย ฮื้ม?” ผมแกล้งถามเธออีก แต่เธอกลับนิ่งอึ้งไม่ตอบอะไรผมซักคำ แถมตอนนี้หน้าเธอก็แดงมากๆด้วย ให้ตายสิ! สนุกจัง แต่แล้ว..

จ๊วบ! จ๊วบ! จ๊วบ! อ๊ะ! นี่คุณ!’

ผมรักคุณนะที่รัก

จุ๊บ! อื้ม!’

เสียงจากในซีรีย์มันทำให้ผมกับเธอถึงกับชะงักแล้วก็หันไปดู โอ้วแม่เจ้า! จำเป็นว่าต้องเลิฟซีนดุเดือดขนาดนี้มั้ย

อึก!

ผมกลืนน้ำลายลงคอไปหนึ่งอึกก่อนจะหันกลับมาดูยัยตัวแสบในอ้อมกอดแล้วไล้สายตาไปทั่วใบหน้าที่ไร้เมคอัพภายใต้แว่นสายตาของเธอก่อนจะหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อที่ปราศจากลิปสติกสีใดๆ

อึก!

ตอนนี้ผมเหมือนต้องมนต์สะกด เพราะผมไม่สามารถละสายตาออกไปได้เลย เหมือนว่ามันดึงดูดผม ผมค่อยๆก้มหน้าลงไปใกล้ๆร่างบางตรงหน้าก่อนที่จะประกบริมฝีปากของผมลงไป แช่เอาไว้อย่างนั้นซักพัก จากนั้นก็เลาะเล็มเข้าไปควานหาความหวานในโพรงปากของเธอ ลิ้นของผมเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็กไปมา เธอเองก็จูบตอบผมด้วยท่าทีที่เงอะงะดูไร้เดียงสาซึ่งมันทำให้ผมแทบคลั่ง หวาน ผมรู้สึกว่าปากของเธอมันหวานมากจนไม่อาจจะผละออกได้ แต่ในที่สุด.....

กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!

เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นจนทำให้สติของผมและเธอกลับมา ผมผละออกจากริมฝีปากที่หอมหวานนั่นอย่างเสียดาย

“ฮะฮัลโหล! วะว่าไงมึง” เธอคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

“กูอยู่กับเจ้านาย”

“เออ เดี๋ยวกูก็กลับแล้ว”

“อืมๆ แค่นี้แหละ บาย” เหมือนเธอจะคุยโทรศัพท์เสร็จแล้ว

“เอ่อ..พะพี่ชานยอลคะ พี่จะพาหนูกลับบ้านได้รึยังคะ” เธอถามผมเหมือนกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็ยังคงความหน้าแดงเอาไว้อย่างเห็นได้ชัด

“ปะไปสิ ไปกันเถอะ” ผมบอกก่อนจะหยิบกุญแจรถมาเพื่อเตรียมที่จะไปส่งเธอ

End Chanyeol’s Part

                Chaaim’s Part

บรื๊นนน! เอี๊ยดดด!

“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” ฉันบอกเค้าก่อนที่เตรียมจะเปิดประตูออกจากรถ แต่...

“เดี๋ยวก่อน” เค้าเรียกฉันทำให้ฉันหันมาถามเค้า

“มีอะไรหรอคะ” ฉันถาม

“ฉันขอโทษนะ เรื่อง...จูบอ่ะ” เค้าบอกกับฉัน และนั่นก็ทำให้ฉันหน้าแดงขึ้นมาอีกทันที พี่ชานยอลนะพี่ชานยอล ฉันกำลังจะลืมมันไปแล้วแท้ๆเลย เค้าจะพูดขึ้นมาอีกทำไมกัน

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” ฉันบอกแค่นั้นแล้วก็รีบเปิดประตูออกมาทันที เพราะถ้าขืนอยู่นานกว่านี้ฉันคงชักแหงกตายแน่ๆ

“ฮั่นแน่! มีคนมาส่งซะด้วย ใครอ่ะหน้าตาคุ้นๆ แล้วไปสมัครงานวันนี้เป็นไงบ้าง” สายป่านแซวแล้วก็ถามขึ้น

“อะไรมึง! เข้าบ้านเถอะเดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟัง” ฉันเดินเข้ามาในบ้านพร้อมสายป่านแล้วก็เห็นว่าดาร์ลิ่งกำลังนั่งหน้างออยู่ในบ้าน

“มันเป็นอะไรอ่ะ” ฉันถามสายป่าน

“ไม่รู้เหมือนกัน ตั้งแต่กลับมาก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ” สายป่านบอก

“ไอดาร์ มึงเป็นไรอ่ะ” ฉันถาม

“ไอป่าน ไอเอม วันนี้กูเจอเซฮุน” ดาร์ลิ่งบอก

“ฮะ! ไปเจอได้ไงอ่ะ” สายป่านถาม

“เค้าเป็นลูกค้าประจำร้านที่กูไปสมัครงานอะดิ แล้ววันนี้อ่ะฉันก็มันแต่เขินเค้าจนเผลอทำตัวบ๊องๆออกไป แล้วก็ซุ่มซ่ามอีกต่างหาก วันนี้โคตรไม่เป็นตัวเองเลยว่ะ เสียศูนย์ชิบหาย” มันบอกต่อ

“ไม่เป็นไรหรอกหน่า คนเรามันก็มีผิดพลาดกันได้ แล้วนี่เค้ารู้ป่ะวะว่ามึงติ่งเค้าอ่ะ” สายป่านถาม

“รู้แล่ว ก็เค้าเห็นลิสแบนด์นี่อ่ะ เค้าก็เลยถามกู” มันบอก

“แล้วมึงอ่ะไอเอม เป็นไงบ้าง” สายป่านหันมาถามฉัน ฉันก็เลยเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนี้ให้พวกมันฟังทั้งหมด ยกเว้นเรื่องจูบ

“ไอห่าเอม! ไอฟาย! หนักกว่ากูก็มึงเนี่ยแหละ กูกะแล้วไม่มีผิดว่ามึงต้องมีปัญหา” ยัยดาร์ด่าฉัน

“ก็ใครจะไปคิดว่าจะเป็นอย่างนั้นวะ” ฉันบอก

“เอาเหอะๆ อย่าทะเลาะกัน” ยัยป่านบอก

“แล้วนี่ไอตาลมันยังไม่กลับอีกอ๋อ” ฉันถามหายัยลูกตาล

“มึง!!!” นั่นไงพูดถึงก็มาพอดี

“เป็นอะไรอีกล่ะ” ยัยสายป่านถาม

“คือกู” แล้วมันก็เล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ฟัง

“ฮะ! มึงทำแบคฮยอนโอป้าขี้แตก ไอสัส! หนักกว่ากูอีก” ฉันบอก

“ฮือออ! กูจะทำไงดี พรุ่งนี้จะมีข่าวไอดอลคนดังแบคฮยอนExoขี้แตกกลางผับมั้ยวะ มึงกูจะทำไงดีๆ กูทำโอป้าขี้แตกอ่ะมึง โอป้าขี้แตกก็เพราะกู กูจะโดนไล่ออกมั้ยวะ” ไอตาลท่าจะอาการหนัก ตอนนี้มันดูตื่นตระหนกเอามากๆ ทำไมวันนี้แต่ละคนต้องมีความซวยในความโชคดีด้วยวะ

“ใจเย็นๆดิมึง มึงไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ไม่ใช่หรอวะ ไม่โดนหรอก กูเชื่อว่าพี่วอนโฮเจ้านายมึงต้องเข้าใจ” สายป่านบอก

“ขอบใจนะมึง กูก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน” ลูกตาลบอก พอพวกเราคุยกันเสร็จก็ต่างแยกย้ายกันไปนอนเพื่อเตรียมตัวรับมือสำหรับวันพรุ่งนี้อีกครั้ง

End Chaaim’s Part



Talk: จะเปิดเทอมแล้ววว!!! คงจะมาอัพให้บ่อยๆไม่ได้ แต่ถ้าอยากให้มาต่อก็ต้องมีกำลังใจ ขอเม้นต์หน่อยค่ะ อยากอ่านเม้นต์ที่หลากหลายเพราะจะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง แล้วชอบกันรึเปล่า อาจจะมีผิดพลาดหรือตกหล่นบ้างก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ สุดท้ายนี้อย่าลืมกดFav. กดเม้นต์กันเยอะๆนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #41 sontarut (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 22:50
    ตอนที่แบคตด รู้สึกว่าได้กลิ่นตด 
    #41
    0
  2. #24 EVE (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 18:10
    ไรต์คาต่ออีกค่ะ สนุกดี มาอัพบ่อยนะ
    #24
    0
  3. #23 JUSTWALEE (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 02:04
    สู้ๆนะไรท์^?^
    #23
    0
  4. #22 0909846616 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 14:29
    โอ้ยยย บยอนของหนู.....

    #22
    0
  5. #21 Ayakashi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 21:01
    สนุกอ่า ตลกแบคอ่ะ 555
    #21
    0