(Exo x you) 4L รักวุ่นวาย...หัวใจ4ดวง

ตอนที่ 6 : Chapter 2 Start

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 เม.ย. 60

“ไอดาร์! มึงรอกูด้วยสิ” ชะเอมรีบวิ่งมาหาดาร์ลิ่งทันทีหลังจากที่ออกมาจากร้านชานมไข่มุก

“ไอบ้านั่นน่าเบื่อชะมัด แต่งตัวก็อย่างกับพวกโรคจิต จะใส่แมสทำไมก็ไม่รู้” ดาร์ลิ่งบ่น

“เอาหน่า! แกอย่าบ่นถึงเค้าอีกเลย ไหนๆเรื่องก็จบมาแล้ว” ชะเอมบอก

“ก็มันไม่ชอบหนิ คนเค้าอุตส่าห์พูดด้วยดีๆ” ดาร์ลิ่งบอกอย่างหงุดหงิด

“ช่างเหอะมึง เอ้อ!...ไอดาร์! มึงว่าสองคนนั้นหน้าตาคุ้นๆมั้ยวะ กูสึกคุ้นมากๆเลยนะเว้ย น้ำเสียงก็ด้วย เหมือนเคยเห็นเคยได้ยินที่ไหน แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก” ชะเอมบอก

“เออ...คุ้น คุ้นมาก แต่ช่างเถอะ ต่อให้เป็นใครมาจากไหนกูก็ไม่สน สนแต่ว่าอยากเอาตีนยัดปากนายนั่นมากพูดเลย” ดาร์ลิ่งบอกอย่างอารมณ์เสีย

“นี่พวกมึง! ทำไมมาช้าจัง พวกกูรอตั้งนาน” สายป่านถาม

“เออ หลงหรอ” ลูกตาลถาม

“ไม่ได้หลง แต่เกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อย” ดาร์ลิ่งบอก

“เกิดอะไรวะ” ลูกตาลถาม

“ก็ไอดาร์อะดิ เดินไปชนใครก็ไม่รู้ทำให้ชาเขียวของมันกับชานมของเค้าตกแล้วก็หกเลอะเสื้อผ้าเค้าเต็มๆเลย แล้วมันกับเค้าก็ทะเลาะกัน กว่าจะเคลียร์กันจบ” ชะเอมบอก

“ฮะ! แล้วนี่มึงไปติดไอนิสัยซุ่มซ่ามมาจากไอเอมได้ไงวะ ถ้าเกิดคนที่เป็นคนชนเป็นไอเอมก็ว่าไปอย่าง แต่ไม่คิดเลยนะเนี่ยว่าจะเป็นมึง” ลูกตาลบอก

“อ่าวไอตาล! ไหงพูดงี้อ่ะ อุบัติเหตุมันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนซุ่มซ่ามแบบกูซะหน่อย” ชะเอมบอก

“555เอาเถอะ กลับกันเหอะ เหนื่อยแล้ว เดี๋ยวต้องไปทำกับข้าวกันอีก” สายป่านบอก

“เออดีเหมือนกันเหนียวตัวชะมัด” ดาร์ลิ่งพูด แล้วทั้งสี่คนก็กลับไปที่บ้านพัก

                อีกด้านหนึ่ง

“อ้าวเซฮุน! ทำไมสภาพนายเป็นแบบนั้นล่ะ” ซูโฮถามทันทีหลังจากที่เห็นสภาพของมักเน่

“ก็มียัยบ้าที่ไหนไม่รู้เดินมาชนผมจนชานมหกใส่จนเป็นแบบเนี้ย” เซฮุนบอกอย่างอารมณ์เสีย

“เอาหน่า! นายจะอารมณ์เสียไปถึงไหน เค้าก็บอกอยู่ว่าไม่ได้ตั้งใจ แล้วก็ขอโทษแล้ว เลิกบ่นได้แล้วหน่า” ชานยอลบอก

“ก็ฮยองไม่โดนแบบผมหนิ นี่มันแจ็กเก็ตตัวโปรดของผมเลยนะฮยองก็รู้ รู้งี้ให้ฮยองเดินเข้าร้านก่อนผมซะก็ดี ” เซฮุนบอก

“ อ่าว! ถ้างั้นคนที่โดนก็เป็นฉันอะดิ” ชานยอลถาม

“ก็ใช่ไง” เซฮุนบอกด้วยน้ำเสียงแล้วสีหน้ากวนโอ๊ย

“เหอะ! ไอมักเน่ปีศาจเดี๋ยวปั๊ด” ชานยอลยกมือขึ้นทำเป็นจะตีหัว

“แล้วใครใช้ให้นายใส่แจ็กเก็ตตัวนี้ไปไม่ทราบ” ชานยอลถาม

“ก็ผมอยากใส่หนิ เพิ่งซื้อมาใหม่ก็เลยอยากใส่เลย ใครจะไปคิดว่าจะเจอแบบนี้” เซฮุนบ่น

“มันเป็นอุบัติเหตุ แจ็กเก็ตเลอะก็แค่ซัก ทำอย่างกับมีแจ็กเก็ตตัวเดียว” ซูโฮบอก

“ก็ผมรักของผมนี่นา ช่างเถอะ ถ้าผมเจอยัยนั่นที่ไหนนะ ผมจะแก้เผ็ดให้เข็ดเลยคอยดู ผมไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อก่อนนะฮยอง เหนียวตัวชะมัด” เซฮุนบอกแล้วเดินเข้าห้องไป

                18:00น. ณ หมู่บ้านxxx

“มาแล้ว!” สายป่านกับชะเอมบอก

“หูววว! น่ากินอ่ะ มาชิเก็ตตา” ลูกตาลบอก

“นี่มึงสองคนทำหรอ” ดาร์ลิ่งถาม

“ก็ใช่อะดิ ใครจะไปนั่งๆนอนๆเหมือนพวกมึงล่ะ” สายป่านบ่น

“อะไร พวกกูไม่ได้นั่งๆนอนๆนะเว้ย พวกกูก็ช่วย” ลูกตาลบอก

“ไหนช่วยอะไร” สายป่านถาม

“นี่ไง ไข่เจียวกับไข่ดาว” ดาร์ลิ่งบอก

“จ้าาา ช่วย ช่วยมากเลย อะโด่!พวกกูสองคนทำกินเองก็ได้ป้ะ” ชะเอมบอก

“เอาหน่า! กูช่วยทอดให้ก็ดีละ มาๆกินๆ” ลูกตาลบอกแล้วทั้งสี่คนก็นั่งกินข้าว

                ณ เวลา 21:30น.

“มึงทำไรวะไอตาล” ชะเอมถามในขณะที่เดินเช็ดผมอยู่หลังจากเพิ่งอาบน้ำเสร็จ

“อ้าวอีเอม! มึงมาก็ดีละ มาๆนั่งๆ” ลูกตาลเดินไปลากชะเอมให้มานั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน

“อะไรของมึงวะ” ชะเอมถามอย่างงๆที่อยู่ดีๆก็ลากมา

“คือกูกำลังดูหนังอยู่ แต่ไม่มีใครดูกับกู ไอดาร์กับไอป่านเสือกชิ่งไปนอนก่อน กูเลยต้องมานั่งดูหนังคนเดียวเนี่ย มึงอยู่นี่แหละดูหนังกับกูแล้วก็กินกับกู อะนี่ป็อปคอร์น” ลูกตาลพูดพร้อมกับยื่นป็อปคอร์นให้ชะเอมแล้วก็แบ่งหมอนกับผ้าห่มให้

“จะไปสมัครงานพรุ่งนี้อยู่ละ ยังมานั่งดูหนังอีก” ชะเอมบ่น

“เออหน่า! กูไม่ซี กูชอบนอนดึกๆ” ลูกตาลบอก

“อย่างงี้ก็ได้หรอ” ชะเอมถาม

“ได้!” สั้นๆได้ใจความ

“แล้วนี่มึงดูเรื่องไรอยู่วะ” ชะเอมถามต่อ

So I married an anti-fan” ลูกตาลบอก

“อ่อ...ฮะ!!! So I married an anti-fan!!!” ชะเอมพูดด้วยความตกใจ

“มึงจะตกใจทำเหี้ยไรเอมทำอย่างกับไม่เคยดู” ลูกตาลถาม

“กูเคยดู แต่กูไม่ชอบ ถ้ามึงจะชวนกูมาดูเรื่องนี้นะ บาย” ชะเอมบอกแล้วลุกออกไปทั้งที่หน้าบึ้งตึง

“เห้ย!เดี๋ยว! อย่าเพิ่งไปดูกับกูก่อน นี่หนังที่ชานยอลสุดที่รักของมึงเล่นเลยนะเว้ย ทำไมถึงไม่ชอบอ่ะ มาๆกลับไปนั่งที่” ลูกตาลพูดแล้วลากชะเอมกลับไปนั่งที่เดิม

“ก็เพราะว่าชานยอลสุดที่รักของกูเล่นไงกูถึงไม่อยากดู” ชะเอมบอก

“นอยด์ไรเนี่ยมึง ฮั่นแหน่...อย่าบอกนะว่าจิตตกกับไอฉากจูบที่กำลังจะถึง” ลูกตาลแกล้งแซวชะเอม

“ก็เอออะดิ! มึงอย่าพูดถึงฉากจูบให้กูได้ยินอีกนะ กูยิ่งไม่ชอบอยู่ ดูครั้งเดียวก็เกินพอละ มึงรู้มั้ยว่าตอนที่กูดูกูกรี๊ดลั่นบ้านเลย ถ้ากูสามารถกระชากหัวนางเอกมาตบได้นะกูทำไปนานแล่ว ชิ! กูสวยกว่านางเอกตั้งเยอะ คือต่อให้นางเอกคนนั้นไม่ใช่กูแต่ถ้าเป็นแบคฮยอนมันก็ยังโอเคกว่าเลย ชานยอลจูบแบคฮยอนยังดีกว่าไปจูบกับผู้หญิงคนอื่นอีก อย่างน้อยกูก็ยังฟินกว่าเยอะอ่ะ นี่ยังดีนะที่missing9ไม่มีฉากจูบหรือเลิฟซีนอะไรอ่ะเพราะอียอลชิ่งตายก่อน แต่ดีละที่รีบชิ่งตายเพื่อไปทัวร์คอน ตายไปได้ก็ดีเพราะกูไม่อยากให้อียอลมีเลิฟซีน เพราะถ้ามีฉากเลิฟซีนอีกนะกูคงอกแตกตายอ่ะ” ชะเอมพูดอย่างหงุดหงิดหัวเสีย

“โอ๋ๆ ไม่เอาอย่าหงุดหงิดเดี๋ยวแก่เร็ว กูก็คิดแบบมึงอ่ะ แต่ก็อาจจะไม่เท่ามึง เพราะกูเมนแบคไง แต่ก็นะฉากจูบในMoon loverยังติดตากูอยู่เลย แต่ไม่เป็นไรเพราะมันแค่ปากแตะปากแล้วมันก็แค่ครั้งเดียวแป๊บเดียว แต่ของมึงอ่ะดูดดื่ม จูบรอบเดียวไม่พอ มีจูบต่ออีก” ลูกตาลแกล้งพูด

“อีตาล!!!” ชะเอมว่าลูกตาลด้วยน้ำเสียงที่ไม่ชอบและส่งสายตาพิฆาตไปให้

“555555โทษๆ มึงๆ! มาแล้วๆ” ลูกตาลบอกทำให้ชะเอมหันไปและถึงกับหน้าแดงควันออกหูอีกครั้ง เพราะภาพตรงหน้ากำลังฉายฉากของพระเอกนางเอกที่กำลังจูบกันอย่างดูดดื่มบนเครื่องบิน

“กรี๊ดดดด! ฮือออกูไม่ดูแล่ว! งอน! แม่งเอ๊ย!ดูดดื่มชิบหาย ดูดดื่มจนแทบจะกลืนกิน” ชะเอมพูดพลางเดินออกไป

“เอ้า! ไม่ดูแล้วอ๋อ” ลูกตาลตะโกนไล่หลังอย่างหยอกล้อ

“ไม่!” ชะเอมตอบกลับมาอย่างเสียงดังฟังชัด

                บนห้องชะเอม

แกรก! ปึง! เสียงเปิดปิดประตูที่กำลังบ่งบอกถึงอารมณ์ของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี ชะเอมเดินไปบนเตียงพร้อมกับหยิบตุ๊กตาริลัคคุมะที่ถูกสวมด้วยหน้ากากของชานยอลขึ้นมาแล้วพูดกับมัน

“พี่มันบ้า หนูเกลียดพี่ที่สุดเลย เกลียดๆๆๆๆๆๆๆ ทำไมต้องจูบกันดูดดื่มขนาดนั้นด้วย ชิ! คิดว่าหล่อนักรึไง จะจูบกับใครก็ได้ใช่มั้ย ไอบ้า ไอโยดา ไอหูกาง ไอฟันเยอะ ไอ...ไอ...ไอ...โอ๊ยคิดไม่ออก ไอหล่อ ไอขาว ไอหุ่นดี ไอเก่ง โอ๊ยหมั่นไส้ว่ะ ทำไมกูต้องรู้สึกหมั่นไส้เมนตัวเองด้วยวะ นี่แหน่ๆๆๆๆๆ” ชะเอมบ่นและโวยวายอยู่คนเดียวพร้อมกับจิ้มและขย้ำตุ๊กตาคุมะอยู่อย่างนั้นอย่างระบายอารมณ์

                อีกด้านหนึ่ง

“ฮัดชิ่ว! ฮัดชิ่ว! ฮะ ฮะ ฮัดชิ่ว! ฮัดชิ่ว!” ชานยอลที่กำลังนั่งเล่นเกมส์กับแบคฮยอนอยู่ดีๆก็จามขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ

“เป็นไรวะ” แบคฮยอนถาม

“ไม่รู้ว่ะ อยู่ดีๆก็จาม สงสัยมีคนคิดถึง” ชานยอลพูดอย่างมั่นหน้าพร้อมกับยักคิ้วให้แบคฮยอนหนึ่งที

“กูว่าไม่ใช่ น่าจะมีคนด่าหรือนินทามึงอยู่มากกว่า” แบคฮยอนบอกอย่างรู้สึกหมั่นไส้ในความมั่นหน้าของเพื่อนตัวเอง

“เหอะ! มึงอิจฉาก็บอกกูมาเถอะไอแบค” ชานยอลพูดพลางยืนขึ้นเพื่อที่จะบิดขี้เกียงแต่...

“โอ๊ย! โอ๊ย!” ชานยอลร้องออกมาเมื่อจู่ๆก็รู้สึกเจ็บและปวดเมื่อยไปทั้งตัวเหมือนกับว่ามีคนมาทุบตีเขาอย่างนั้น

“เป็นไรอีกวะ” แบคฮยอนถาม

“ไม่รู้อ่ะ อยู่ดีๆก็รู้สึกเจ็บรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวเลยว่ะ” ชานยอลบอก

“ไอแบค มึงนวดให้กูหน่อยดิ เผื่อจะดีขึ้น” ชานยอลบอก

 “เอายาด้วยมะ” แบคฮยอนถาม

“เอาๆ” ชานยอลบอกแค่นั้นก่อนที่แบคฮยอนจะไปหยิบยามานวดให้ชานยอล

“ปวดตรงไหน” แบคฮยอนถาม

“ตรงนี้ๆ” ชานยอลบอก แล้วแบคฮยอนก็ค่อยๆเริ่มลงมือนวด

“โอ๊ยๆ อ่าส์ เบาดิวะกูเจ็บ” ชานยอลครางออกมาด้วยความเจ็บ

“กูเบาสุดละ มึงแม่งอ่อนว่ะ ใหญ่ซะเปล่าแต่แม่งอ่อนแอชะมัด” แบคฮยอนบอก

“โหย! มึงลองมาอยู่ข้างล่างบ้างมั้ยล่ะ เดี๋ยวกูขึ้นเอง จะได้รู้ว่ามันเจ็บแค่ไหน” ชานยอลพูด

“พูดมาก เดี๋ยวกูก็ไม่ทำให้เลยไอนี่” แบคฮยอนบ่น

“โอ๊ยๆ อ่าส์ ซี้ดดด อ่าส์ ไอแบคเบาๆกูเจ็บ” ชานยอลครางออกมาโดยที่ไม่รู้เลยว่าเสียงของเขามันอาจทำให้ใครเข้าใจผิดได้

“ฮยอง!!! ทำไรกันอ่ะ!!!” เซฮุนที่รู้สึกว่าได้ยินเสียงแปลกๆก็เดินออกมาดู

“นายจะเสียงดังทำไมเนี่ยเซฮุน! ฉันกำลังนวดอยู่” ชานยอลบอก

“เฮ้อ!...แล้วไป ผมก็คิดว่าฮยองสองคน...แบบว่า...” เซฮุนพูดอย่างอึกอักไม่กล้าพูด

“แบบว่าอะไร” แบคฮยอนถาม

“อะจึ๊กๆกัน” เซฮุนพูดพร้อมกับทำนิ้วแต่ชานยอลกับแบคฮยอนก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

“อะไรของนายเซฮุน ฉันไม่เข้าใจ” ชานยอลถาม

“ก็หมายความว่าเซฮุนคิดว่ามึงสองคนมีอะไรกันไง” คยองซูที่มาจากไหนไม่รู้พูดขึ้น

“อ้าวฮยอง! ฮยองก็ได้ยินแบบผมหรอ คิดเหมือนผมเหมือนกันใช่มั้ย” เซฮุนถาม

“หึ! ฉันได้ยิน แต่ไม่ได้คิดอะไรติดเรทแบบนายหรอกนะเซฮุน ก็แค่พูดไปตามเนื้อผ้า ก็มันเล่นครางซะสยิวกิ้วแบบนั้น ใครจะไม่คิดวะ” คยองซูพูดก่อนจะเดินหยิบน้ำในตู้เย็นมาดื่ม

“โห! ไอมักเน่ คิดได้ไงวะ ฉันกับไอแบคไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นซะหน่อย แค่คิดก็ขนลุกละ” ชานยอลบอก

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะครับ ก็เห็นแฟนคลับเค้าจิ้นพวกฮยองกัน แล้วพอผมได้ยินเสียงแบบนั้นผมก็คิดว่าพวกฮยองอยากลอง” เซฮุนบอก

“เออ...ก็ไม่แน่นะ ใช่มั้ยจ๊ะแบคฮีของเค้า” ชานยอลพูดพร้อมกับหันไปจับคางแบคฮยอนแล้วโน้มตัวลงไปเหมือนจะจูบแล้วทำเป็นบิดตัวด้วยความเขิน แต่...

ผลัก! ตุบ! แบคฮยอนถีบชานยอลตกโซฟา

Oh x! มึงจะถีบกูทำไมวะไอแบค เจ็บตูด!” ชานยอลเผลอสบถออกมาด้วยความเจ็บ

“สม! ก็มึงอ่ะ เล่นอะไรก็ไม่รู้ขนลุกชิบหาย” แบคฮยอนบอกก่อนจะเดินเข้าห้องไป

“แบคฮีทำกับพี่ชานแบบนี้ไม่ได้นะคะ กลับมาให้กูเตะคืนเลย!” ชานยอลโวยวาย

“อย่าอินเกิน” คยองซูพูดแค่นั้นก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไป

“ไร้สาระ สติครับฮยอง” เซฮุนพูดก่อนจะเดินเข้าห้องตัวเองไปเหมือนกันทิ้งให้ชานยอลต้องอยู่คนเดียวอยู่ลำพังหว่าเว้.....

                รุ่งเช้าของอีกวัน

เป๊ง! เป๊ง! เป๊ง! เป๊ง! เป๊ง! (เสียงเคาะถาด)

“ตื่นนนน!!!!! ตื่นๆๆๆๆๆๆ” สายป่านเคาะถาดแล้วตะโกนเรียกเพื่อนๆที่เอาแต่นอนไม่ยอมตื่น

“เคาะหาควายหรอวะ!!!” ลูกตาลโวยวายเพราะมันรบกวนการนอนของเธอ

“เออ! มึงจะเคาะหาพระแสงอะไรไม่ทราบวะ มึงรู้มั้ยว่ากูกำลังฝันว่ากำลังจะจูบกับจงซอกอยู่เลย แต่มึงอ่ะขัด” ดาร์ลิ่งบอก

“กูขอโทษแล้วกันนะ แต่กูปลุกพวกมึงดีๆแล้ว แต่พวกมึงไม่ยอมตื่น กูก็เลยต้องใช้วิธีนี้ แล้วไอเอมอ่ะอยู่ไหน” สายป่านถาม

“ไอเอม!!!/ไอเอม!!!/ไอเอม!!!” ทั้งสามคนพูดพร้อมกันด้วยความตกใจ

“ทำไมมึงเป็นเงี้ย” สายป่านถาม

“ก็เมื่อคืนไอตาลมันให้กูดูSo I married an anti-fanอะดิ กูก็เลยนอนไม่หลับเพราะว่าฉากจูบของโอป้ามันวนเวียนอยู่ในหัวกูตลอดเลย พยายามจะข่มตานอนก็ไม่หลับ เป็นแบบเดียวกับครั้งแรกที่กูดูเลย ตากูก็เลยเป็นแบบเนี่ย” ชะเอมบอก

“เค้าขอโทษ” ลูกตาลขอโทษชะเอมด้วยน้ำเสียงตะมุตะมิ

“เฮ้อ! เอาเถอะ...ไอตาลไอดาร์พวกมึงไปอาบน้ำไป ส่วนไอเอมมึงมาหากูมา ไหนๆมึงก็อาบน้ำละ” สายป่านบอก

“เออๆ” สองสาวบอกก่อนที่จะขึ้นไปอาบน้ำ

“ไอเอมมานั่งนี่มา” สายป่านพาชะเอมไปนั่งที่โซฟา

“อะไรของมึง” ชะเอมถาม

“มึงจะไปสมัครงานทั้งสภาพนี้เนี่ยนะ ทำไมไม่แต่งหน้า” สายป่านถาม

“ก็กูไม่มีเครื่องสำอาง กูไม่ชอบแต่งหน้ามึงก็รู้” ชะเอมบอกด้วยน้ำเสียงเอื่อยๆปนงัวเงียแบบไม่สู้ดีนัก

“ไม่ได้! มึงเป็นผู้หญิงนะเฮ้ย จะทำตัวแบบนี้ไม่ได้ ต้องรักสวยรักงามบ้าง มึงรู้ตัวมั้ยว่ามึงเหมือนป้าขึ้นทุกวัน” สายป่านบอก

“แล้วมึงจะให้กูทำไง จะให้กูแต่งตัวแต่งหน้าเหมือนยัยดาร์อ่ะหรอ It’s not my styleค่ะพูดเลย” ชะเอมบอก

I know it’s not your style but, you should to take care yourself” สายป่านบอก

“..........” ชะเอมไม่รู้จะพูดอะไรได้แต่มองเพื่อนสาวตรงหน้าตาละห้อย

“โอเคไม่เป็นไร กูว่ามึงไปล้างหน้าอีกรอบมั้ย” สายป่านถาม

“ไม่อ่ะ กูขี้เกียจทาครีมใหม่ แล้วอีกอย่างกูก็ไม่ได้ง่วงขนาดนั้นเว้ย แค่รู้สึกไม่ค่อยกระปี้กระเป่าสักเท่าไหร่” ชะเอมบอก

“งั้นเอากาแฟสักแก้วมั้ยเดี๋ยวกูไปชงให้” สายป่านถาม

“ก็ดีเหมือนกัน ครีมสองน้ำตาลสองนะมึง” ชะเอมบอก

“อืม รอแป๊บ” สายป่านบอกแล้วเดินเข้าไปในครัวแล้วชงจนเสร็จ...

“อะนี่” สายป่านบอก

“ขอบใจนะ” แล้วชะเอมก็ดื่มจนเสร็จ...

“หันหน้ามา” สายป่านบอก

“ไมอ่ะ”ชะเอมถาม

“กูจะแต่งหน้าให้อ่ะดิ มึงจะไปในสภาพนี้หรือไง ทาร้องพื้นซักนิดก็ยังดี” สายป่านบอก

“เฮ้ย! ไม่เอานะ กูไม่ชอบ เดี๋ยวเป็นสิว” ชะเอมบอก

“ไม่เป็นหรอกหน่า” สายป่านบอก

“ไม่เอา! อย่า...” ชะเอมร้องห้าม

“มาแล้ว!!!” ดาร์ลิ่งกับลูกตาลเดินลงมาพร้อมกัน

“เออ มึงมาก็ดีเลยมาช่วยจับไอเอมหน่อยดี กูจะแต่งหน้าให้มัน แต่มันไม่ยอมอ่ะ กูไม่อยากให้มันไปสมัครงานสภาพนี้อ่ะ” สายป่านบอก

“ได้!!!เดี๋ยวกูช่วย” แล้วทั้งคู่ก็เดินมาช่วยจับ

“ไอป่านกูว่ามึงมาจับดีกว่า เดี๋ยวกูแต่งให้เอง” ดาร์ลิ่งบอก

“ได้” แล้วสายป่านก็สลับที่กับดาร์ลิ่ง

“อย่านะเว้ย! กูไม่แต่งนะ! กูไม่ชอบ!” ชะเอมร้องท้วง

“อยู่เฉยๆเหอะ” ดาร์ลิ่งบอกแล้วจัดการแต่งหน้าให้ชะเอมทันที

“เสร็จละ แค่นี้เอง แต่งแบบอ่อนๆ ดูไม่หมอง ตาไม่ดำแล้วค่ะคุณเพื่อนเอม” ดาร์ลิ่งบอก

“อื้ม! ถือว่าใช้ได้เลยนะยัยดาร์” สายป่านบอก

“มึงเอาแว่นกูคืนมาเลย ชิ!” ชะเอมบอกแล้วแย่งแว่นมาจากดาร์ลิ่งทันที

“ทำเป็นงอน โถ่! โอ๋เอ๋ๆ เพื่อนก็แค่หวังดีอยากให้มึงสวย” ดาร์ลิ่งบอก

“ขอบใจ แต่ไม่ต้อง มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบ” ชะเอมบอก

“ไปกินข้าวกันเถอะ กูหิวแล้ว” ลูกตาลพูดขึ้น แล้วทั้งสี่คนก็ไปกินข้าว พอกินเสร็จก็ออกไปหางานทำกันทันที โดยที่ต่างคนต่างไป.....

Chaaim’s Part

                ณ ย่านมยองอิล ร้านxxx

“ขอโทษด้วยนะหนู ที่นี่พนักงานเต็มแล้วจ่ะ” เจ้าของร้านบอกกับฉัน

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” ฉันบอกแล้วโค้งตัวให้แล้วก็เดินออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมอง

“เฮ้อ...จะหางานทำได้มั้ยเนี่ย” ฉันพึมพำอยู่คนเดียวแล้วเดินออกไปหาร้านใหม่

“หืม! Viva Polo ร้านนี้ชื่อคุ้นๆแฮะ” ฉันพูดกับตัวเองเมื่อรู้สึกคุ้นชื่อร้าน

“นี่ก็ร้านที่หกแล้วนะ ต้องทำให้ได้!” ฉันพูดให้กำลังใจตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจเดินเข้าไป

“อันนยองฮาเซโย สวัสดีค่ะ Viva Poloยินดีต้อนรับค่ะ” เสียงพนักงานกล่าวต้อนรับและส่งยิ้มมาให้อย่างอบอุ่น

บรรยากาศในร้านดีจัง สไตล์การตกแต่งก็ดี พนักงานที่นี่ก็ต้อนรับอบอุ่นดี ถ้าไม่ได้ที่นี่ก็ไม่รู้จะไปที่ไหนแล้วนะยัยเอมฉันคิดในใจ

“เอ่อ...ขอโทษนะคะ พอดีดิฉันมาสมัครงานน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าพอจะติดต่อกับเจ้าของร้านได้ที่ไหนหรอคะ” ฉันถามพนักงานในร้าน

“อ๋อ...จะมาสมัครงานหรอคะ พอดีเลยค่ะ ร้านเรากำลังขาดคนอยู่พอดี งั้นเชิญทางนี้เลยค่ะ คุณรออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะไปบอกกับเจ้านายของดิฉันให้นะคะว่าคุณมาสมัครงาน” พนักงานหญิงวัยกลางคนคนนึงบอก

“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” ฉันกล่าวขอบคุณเธอ

“คุณนายปาร์คคะ อ๊ะ! อยู่ในครัวนี่เอง พอดีว่ามีคนมาสมัครงานค่ะ” พนักงานบอกคุณนายปาร์คเจ้าของร้าน

“ใครกันหรอซูจอง” คุณนายปาร์คถาม

“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ รู้แต่ว่าเป็นผู้หญิง แต่งตัวเรียบร้อย หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูค่ะคุณนาย” ซูจองบอก

 “งั้นพาเธอมาพบฉันที่ห้องทำงานนะ ฉันจะไปรอที่นั่น” คุณนายปาร์คบอก

“ค่ะ” ซูจองบอก

“คุณคะ” ฉันที่กำลังยืนรออยู่ก็ต้องหันไปตามเสียงเรียกทันที

“เชิญทางนี้ค่ะ เข้าไปได้เลยนะคะคุณนายปาร์ครออยู่ค่ะ” เธอบอกกับฉัน

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” ฉันบอกขอบคุณเธอแล้วเดินเข้าไปในห้องทันที

“สวัสดีค่ะ” จะว่าไปฉันเองก็รู้สึกประหม่าเล็กน้อย เพราะกลัวว่าจะไม่ได้อีก แต่ก็พยายามยิ้มสู้และทำให้ดีที่สุด

“เชิญจ่ะ ได้ยินว่าหนูจะมาสมัครงานหรอ” ผู้หญิงตรงหน้าถามฉัน

“ใช่ค่ะ หนูจะมาสมัครงานเป็นพนักงานที่นี่ เอ่อ...นี่เอกสารของหนูค่ะคุณ...” ฉันหยิบเอกสารให้เธอ แต่ก็เพิ่งนึกได้ว่าไม่รู้จะเรียกเธอว่าอะไร

“เรียกฉันว่าคุณนายปาร์คก็ได้จ่ะ เพราะคนที่นี่เรียกฉันแบบนั้น” คุณนายปาร์คบอกฉัน

“ค่ะ คุณนายปาร์ค” ฉันบอก

“อืม...หนูมาจากเมืองไทยหรอ มีเอกสารไทยด้วย” คุณนายปาร์คถาม

“ค่ะ หนูเป็นคนไทยน่ะค่ะ เอ่อ...เอกสารอันนี้แปลงเป็นเกาหลีแล้วค่ะ” ฉันบอก

“ขอบใจจ่ะ อืม โห! จบบริหารหรอจ๊ะ ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้วย เรียนเก่งเหมือนกันนะเรา” คุณนายปาร์คบอกฉัน

“ความจริงหนูก็ไม่ได้เรียนเก่งหรอกค่ะ แต่ที่ได้เกรดดีหรือคะแนนดีก็เพราะอาศัยจากความพยายามล้วนๆเลยค่ะ หนูโง่จะตาย อุ่ย...ขอโทษค่ะที่เผลอพูดจาไม่สุภาพ” ฉันบอกขอโทษคุณนายปาร์คที่เผลอพูดจาไม่ค่อยถูกกาลเทศะ

“ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไรหรอกจะ ฉันไม่คิดว่าหนูไม่สุภาพนะ แต่ฉันคิดว่าหนูเป็นคนตรงดี ฉันชอบ” คุณนายปาร์คบอกและส่งยิ้มที่อบอุ่นมาให้ฉัน รู้สึกคิดถึงแม่เลยแฮะ

“เอ่อ...ค่ะ” ฉันบอกเพราะไม่รู้จะพูดยังไง

“ทำไมหนูถึงอยากมาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่นี่ล่ะจ๊ะ ทั้งๆที่โปรไฟล์หนูก็ดี ฉันคิดว่าหนูเหมาะที่จะไปทำงานที่บริษัทใหญ่ตำแหน่งดีๆมากกว่า” คุณนายปาร์คถาม

“เพราะหนูต้องการที่จะหาประสบการณ์ค่ะ อย่างที่หนูบอกว่าหนูไม่เก่ง แต่หนูอาศัยความพยายามล้วนๆเลยค่ะ เพราะฉะนั้นการที่จะเป็นพนักงานหรือจะทำงานได้ดีๆมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเกรดหรือว่าตัวเลขคะแนนที่เราได้เพราะมันไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าเราจะประสบความสำเร็จ แต่มันอาจจะหมายถึงสิ่งที่ได้ตอบแทนหลังจากที่เราพยายามกับมันแค่นั้นก็ได้ค่ะ หนูอยากเข้าใจถึงแก่นแท้ของมันมากกว่า หนูอยากลองฝึกปฏิบัติจริง อยากลองลงมือทำจริงๆก่อน โดยอาจจะเริ่มจากจุดเล็กๆ จุดประสงค์ที่หนูมาที่นี่เพื่อมาเรียนรู้ชีวิตการเป็นเด็กเสิร์ฟ การบริการลูกค้า แล้วก็การบริหารงานของเจ้านายค่ะ เผื่อว่าในอนาคตข้างหน้าถ้าหนูมีกิจการเป็นของตัวเองหนูจะได้ทำมันได้ดีและสามารถไปสอนคนอื่นต่อได้ค่ะ และการที่เราเรียนจบสูงก็ไม่ได้หมายความเราจะต้องเลือกทำงานในบริษัทที่ดีๆดังๆทำงานในตำแหน่งใหญ่โตเพราะนั่นไม่ใช่จุดประสงค์หลักของหนูค่ะ ไม่ว่าจะอาชีพไหนตำแหน่งอะไรที่ทำงานที่ไหนหนูก็ทำได้หมดค่ะ เพราะถึงยังไงหนูก็ไม่เคยดูถูกอาชีพคนอยู่แล้ว ขอแค่มันสุจริตและสามารถเลี้ยงชีพได้ก็พอค่ะ แล้วอีกอย่างที่หนูอยากจะสารภาพตรงๆเลยก็คือหนูเป็นคนชอบทานค่ะเลยเลือกมาสมัครงานที่ร้านอาหาร แหะๆ” ฉันอธิบายถึงจุดประสงค์ของฉันแล้วก็สารภาพกับคุณนายปาร์คไปตรงๆ รู้สึกว่ามันเกือบจะดีแล้วแหละถ้าฉันไม่พูดไอประโยคสุดท้ายนั่นออกไป แต่ฉันก็พูดความจริงนี่นา

สีหน้าคุณนายปาร์คตอนนี้คือเอาแต่มองฉันแล้วก็ยิ้ม มีอะไรติดหน้าฉันงั้นหรอ

“เอ่อ...หน้าหนูมีอะไรติดรึเปล่าคะ” ฉันตัดสินใจถามออกไปเมื่อรู้สึกว่าโดนมองไม่วางตา

“เปล่าจ่ะ แต่ฉันชอบในความคิดของหนูมากเลย น้อยคนนะที่จะคิดได้แบบนี้ และมันก็คงจะเสียดายมาก ถ้าฉันจะปฏิเสธหนูไป” คุณนายปาร์คบอก เดี๋ยวนะ...นี่อย่าบอกนะว่า....

“หมายความว่า...หนูจะได้ทำงานที่นี่หรอคะ” ฉันถามออกไปด้วยสีหน้ามีหวังสุดๆ

“ใช่จ่ะ ยินดีด้วยนะจ๊ะ แล้วก็ขอต้อนรับพนักงานคนใหม่ แล้วหนูพร้อมจะเริ่มงานเมื่อไหรล่ะจ๊ะ” คุณนายปาร์คถาม

“วันนี้ค่ะ หนูพร้อมที่จะเริ่มงานวันนี้ ขอบคุณคุณนายปาร์คมากเลยนะคะที่ให้โอกาสหนู ขอบคุณจริงๆค่ะ หนูอาจจะไม่ใช่คนที่ทำงานดีหรือเก่งอะไร แต่หนูจะพยายามทำมันให้ดีนะคะ” ฉันบอกอย่างดีใจ

“งั้นเดี๋ยวฉันจะให้หนูไปเปลี่ยนชุดนะจ๊ะ ซูจอง! พาเธอไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดพนักงานนะ” คุณนายปาร์คสั่งพนักงานที่ชื่อซูจอง

“งั้นเชิญทางนี้เลยจ่ะ” พนักงานที่ชื่อซูจองบอกฉันแล้วพาไปเปลี่ยนชุด พอเปลี่ยนเสร็จฉันก็ออกมาหาเธอ

“สวัสดีอย่างเป็นทางการนะ ฉันชื่อซูจองเป็นผู้จัดการร้าน มีหน้าที่คอยดูแลพนักงานทุกคน แล้วเธอล่ะชื่ออะไรจ๊ะ” คุณซูจองแนะนำตัวกับฉันแล้วก็ถามฉันกลับ

“สวัสดีค่ะหนูชื่อชะเอมค่ะ มาจากประเทศไทย” ฉันบอก

“นี่ทุกคนมานี่หน่อย” คุณซูจองเรียกพนักงานในร้านทั้งหมดมา

“นี่เป็นพนักงานใหม่นะ ชื่อชะเอม เธอเป็นคนไทย ฉันฝากพวกเธอดูแลชะเอมด้วยนะ ฉันขอตัวก่อน อย่าลืมทำความรู้จักกันล่ะ อ้อ!จริงสิ หน้าที่ของเธอคือการเสิร์ฟอาหาร รับออร์เดอร์ลูกค้าแล้วก็ทำความสะอาดร้านนะ แล้วก็คอยต้อนรับลูกค้าด้วย แล้วก็อาจจะมีผลัดเวรกันไปช่วยล้างจานในครัวด้วย ทำได้ใช่มั้ยจ๊ะ” คุณจูซองถามฉัน

“ได้ค่ะ” ฉันบอกเธอ ถึงจะมีหลายอย่างแต่ก็ต้องทำให้ได้เพราะมันคืองานของเรา ท่องไว้เพื่อปากท้อง!

“ฉันไปนะ มีอะไรก็ถามพวกนี้ แบ่งงานช่วยงานกันดีๆเข้าใจมั้ย อย่ากินแรงเพื่อน” คุณซูจองบอกแล้วเดินออกไป

“สวัสดีเราชื่อมีโซนะ ส่วนเนี่ยแทโฮ” ผู้หญิงหน้าตาน่ารักพูดขึ้นแล้วก็แนะนำเพื่อนๆให้ฉันรู้จักอย่างเป็นมิตร สมแล้วที่ชื่อมีโซ เพราะเธอมีเสน่ห์ที่รอยยิ้มจริงๆ......



Talk: เม้นต์จงมาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #10 EVE (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 13:34
    ชะเอมเจอแม่ผัวแล้วววววว อร้าย ^///////^

    มาอัพไวๆๆๆเบยค่ะขอของลูกตาลเยอะๆ555

    ไรต์แต่งสนุกดีค่ะ
    #10
    0
  2. #9 MILD PCY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 07:54
    เริ่มมมแล้วๆๆ555
    #9
    0