(Exo x you) 4L รักวุ่นวาย...หัวใจ4ดวง

ตอนที่ 5 : Chapter 1 Go to Korea

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 400
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    25 เม.ย. 60

     ณ กรุงเทพฯ ประเทศไทย 8:30น.

“พ่อ!แม่! ลูกจะไปเกาหลีแล้วนะคะ” ชะเอมบอกพลางลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาไว้ข้างตัว แล้วนั่งลงเพื่อกินข้าวเช้ากับพ่อและแม่

“จะไปแล้วหรอลูก แล้วนัดกับเพื่อนไว้กี่โมงล่ะ” แม่ถาม

“10โมงค่ะ” ชะเอมตอบ

“แล้วไฟลท์บินล่ะกี่โมง” พ่อถาม

“บ่ายสามโมงค่ะ” ชะเอมตอบ

“เฮ้อ!” ผู้เป็นแม่ถอนหายใจออกมา

“เป็นอะไรคุณ ไม่อยากให้ลูกไปล่ะสิ” พ่อหันไปถามแม่

“ก็ใช่น่ะสิคุณ ฉันเป็นห่วงลูกหนิ ไปเกาหลีครั้งนี้ใช่ว่าจะไปแค่สองสามวันเหมือนเข้าค่ายซะที่ไหน นี่ไปตั้งปีนึงเลยนะ บ้านคงเงียบไปอีกแบบ” แม่บอก

“ไม่เงียบหรอกแม่ มียัยอินทร์อยู่ทั้งคน” ชะเอมบอก

“มันก็ใช่ แต่มันอยู่ติดบ้านซะที่ไหน รายนั้นน่ะเที่ยวเยอะเหลือเกิน ไหนจะปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อนอีก” แม่บอก

“555มันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วหนิคะ” ชะเอมพูด

“ไม่ไปไม่ได้หรอเอม” แม่บอก

“เอาหน่า ลูกโตแล้ว ปล่อยให้ลูกได้ไปหาประสบการณ์บ้างเถอะคุณ บางทีกลับมาอาจจะพูดภาษาอังกฤษกับเกาหลีป๋อก็ได้นะ” พ่อพูด

“ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ไป แต่ฉันเป็นห่วงลูกหนิคุณ ยัยเอมน่ะโตแล้วก็จริง แต่นิสัยเด็กจะตาย ทำอะไรก็ไม่ค่อยเป็นเลยยกเว้นเรื่องกิน หยิบจับอะไรก็เทอะทะไปหมด แถมยังค่อนข้างอ่อนต่อโลกอีก จะไม่ให้เป็นห่วงได้ไง” แม่บอก

“โห! แม่อ่ะ ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อย” ชะเอมบอกพลางทำหน้ามุ่ย

“ที่แม่พูดก็ถูก” พ่อบอก

“อ้าว! พ่อ” ชะเอมหันไปทำหน้ามุ่ยใส่พ่อ

“55555ก็เพราะว่าเด็กแบบนี้ไงพ่อกับแม่เลยเป็นห่วง ชะเอมฟังพ่อนะ ไปอยู่ที่โน่นอ่ะ เราต้องทำตัวให้มีประโยชน์เข้าใจมั้ย อย่าไปเป็นภาระของเพื่อนหรือของใคร ฝึกทำอะไรให้ได้ด้วยตัวเอง อย่าเชื่อคนง่าย ดูแลตัวเองดีๆ อย่าทำตัวบ้าๆบอๆเหมือนอยู่บ้าน อย่าขี้เกียจ ช่วยอะไรเพื่อนได้ก็ช่วย มีน้ำใจกับคนอื่น อย่างกให้มันมากนัก เงินมีก็ใช้บ้างแต่ต้องรู้จักใช้อย่างประหยัดอย่าฟุ่มเฟือย ไม่ใช่เอาแต่เก็บๆอย่างเดียว” พ่อบอกด้วยความเป็นห่วง

“ค่าาาา รู้แล้วค่ะ พ่อสอนเอมมาตั้งแต่เด็กแล้วนะ แต่ว่านิสัยพวกนี้มันแก้ไม่หายซักที” ชะเอมบอก

“หนูก็ต้องแก้ให้หาย” แม่บอก

“จะพยายามนะคะ” ชะเอมบอก

“ต้องทำให้ได้!/ต้องทำให้ได้!” พ่อกับแม่พูดพร้อมกันเป็นเชิงออกคำสั่ง

“เอ่อ...ค่ะๆ น้องเอมคนนี้สัญญาว่าจะทำตัวดีๆแบบที่พ่อบอก โอเคมั้ยคะ” ชะเองบอกพร้อมกับชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว

“ดีมากกก” พ่อบอก แล้วทั้งสามคนพ่อแม่ลูกก็กินข้าวจนเสร็จ

“ได้เวลาแล้ว ลูกไปก่อนนะคะเดี๋ยวยัยสามคนนั้นจะรอนาน” ชะเอมบอก

“ให้พ่อไปส่งมั้ยลูก” พ่อถาม

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเอมขับรถไป” ชะเอมบอก

“ไปเกาหลีเนี่ยจะพาว่าที่ลูกเขยของเรากลับมาด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้นะคุณ” แม่แกล้งแซวชะเอม

“555ก็ไม่แน่นะคะแม่” ชะเอมบอกอย่างขำๆ

“คงจะหนีไม่พ้น ใครนะชาเย็นหรอ ชื่ออะไรนะแม่เรียกไม่ถูก” แม่ถาม

“ชานยอลค่ะแม่ เค้าชื่อชานยอล โห่!แม่อ่ะเรียกชื่อเค้าซะเสียหมดเลย” ชะเอมบอกพร้อมทำหน้ามุ่ย

“ก็เรียกยากหนิ ชื่อแปลกๆกันทั้งนั้นแม่จำไม่ได้หรอก” แม่บอก

“งั้นเดี๋ยวลูกจะพูดชื่อที่รักของลูกให้ฟังบ่อยๆ แต่ตอนนี้ลูกไปก่อนนะ พ่อสวัสดีค่ะ แม่สวัสดีค่ะ พ่อแม่เอมขอกอดหน่อย จุ๊บด้วย จุ๊บ! จุ๊บ! เอมรักพ่อกับแม่นะ” ชะเอมบอก

“เออ พ่อกับแม่รู้แล้ว ทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็กไม่เบื่อหรือไง” แม่ถาม

“ไม่อ่ะ ก็ลูกรักพ่อกับแม่หนิ” ชะเอมบอก

“เออๆ ไปได้แล้วเดี๋ยวสาย อย่าลืมทักแชทมานะลูก ถ้าโทรมาได้ก็ดีแต่ไม่ต้องบ่อยเพราะค่าโทรมันแพง” แม่บอก

“ค่ะแม่” ชะเอมบอก

“ขับรถดีๆนะ” พ่อบอก

“ค่าาา” พอชะเอมพูดเสร็จก็เดินไปที่รถ เก็บกระเป๋าไว้ท้ายรถ แล้วขับออกไปทันที ชะเอมขับรถไปรับดาร์ลิ่งเป็นคนแรก ต่อด้วยสายป่าน และสุดท้ายก็คือลูกตาล...

                บ้านลูกตาล

“สวัสดีค่ะน้าลิน แล้วยัยตาลล่ะคะ” สามสาวเอ่ยสวัสดีแม่ของลูกตาล ก่อนที่สายป่านจะเอ่ยถามต่อ

“สวัสดีจ่ะ ยัยตาลอยู่ข้างบนน่ะลูกขึ้นไปสิ” แม่ของลูกตาลบอกกับสามสาว

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! (เสียงเคาะประตู)

“ลูกตาล!เสร็จยัง พวกกูมาแล้วนะ” ดาร์ลิ่งเคาะประตูเรียกลูกตาล

“..........” แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“ลูกตาล!” ดาร์ลิ่งยังคงเรียกต่อ

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“อีตาล!!! ถ้ามึงไม่ตอบกูเข้าไปละนะ” ดาร์ลิ่งไม่รอให้ลูกตาลตอบเปิดประตูเข้าไปทันที แต่แล้วก็ต้องพบว่า.....

“โอ้โห! อีตาล! นี่มึงยังไม่ตื่นอีกหรอ” ดาร์ลิ่งว่าลูกตาลที่ยังนอนน้ำลายยืดกอดหมอนข้างอยู่

“อีตาลลุก ตื่นเดี๋ยวนี้เลยเดี๋ยวก็ไปไม่ทันหรอก จะไปมั้ยเนี่ยเกาหลีเนี่ย” สายป่านบอกพลางเขย่าตัวลูกตาล

“ป่าน! มึงไม่ต้อง...เดี๋ยวกูจัดการเอง” ชะเอมบอกแล้วเดินขึ้นไปบนเตียง

“จัดเลยไอเอม” ดาร์ลิ่งบอก

“มึงไม่ตื่นใช่มั้ยอีตาล ได้! นี่แหน่!” ชะเอมพูดจบก็กระโดดทับลูกตาลที่นอนหลับไม่ยอมตื่นทันที

“โอ๊ย! อีห่า! ใครวะ?! ใครบังอาจมาปลุกกู กูกำลังฝันถึงแบคฮยอนอยู่เลย” ลูกตาลลุกขึ้นมาโวยวายอย่างหัวเสีย

“กูเอง! ชะเอม” ชะเอมบอก

“โห! ไอสัสเอม อีอ้วน ตัวก็ไม่ใช่เบาๆทับมาได้ กูเจ็บนะเว้ย” ลูกตาลยังคงไม่เลิกโวยวาย

“จ้า!แม่คนหุ่นดี แหม...เรื่องกินมึงกับกูก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก แค่ระบบขับถ่ายมึงเผาผลาญได้ดีกว่ากูแค่นั้นเอง แต่ช่างแม่งเหอะ ตอนนี้มึงต้องลุกไปอาบน้ำได้แล้ว จะสายก็เพราะมึงนี่แหละ ถ้ารถติดขึ้นมาทำไงวะ อะไรวะ...เป็นคนนัดพวกกูแท้ๆแต่เสือกสายเองคือไร เมื่อคืนมัวแต่ดูซีรีย์จนดึกใช่มั้ย เรื่องอะไรอีกล่ะ หึ! คงไม่พ้นMoon Loverหรือไม่ก็Moonlightใช่มั้ย เออกูรู้นะเว้ยว่าแบคฮยอนกับโบกอมหล่อน่ารักอ่ะ แต่ช่วยจัดสรรเวลาด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้ดึกจนขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าแบบนี้ แล้วนี่มึงจัดกระเป๋ารึยัง ถ้ามึงยังไม่จัดนะกูจะ...” ชะเอมบ่นแต่ยังบ่นไม่ทันจบลูกตาลก็ขัดขึ้น

“โอ๊ย!อีเอมมึงจะบ่นเป็นยัยแก่อีกนานมั้ย อีป้า พวกเราจะสายจริงๆก็เพราะว่ามึงมัวแต่บ่นกูนั่นแหละ” ลูกตาลบอก

“เออ!/เออ!” ดาร์ลิ่งกับสายป่านเสริม

“โทษ” ชะเอมบอกแค่นั้นก่อนจะผละตัวลุกขึ้นจากการทับลูกตาล

“กูก็แค่กลัวรถติด” ชะเอมบอก

“มึงจะกังวลหาพระแสงอะไรไม่ทราบ ไฟลท์บินตั้งบ่ายสามโมง แล้วนี่กี่โมง...10:45 โห!ห่างกันตั้ง4ชั่วโมงกับอีก15นาที โทษนะ...มึงจะไปเดินจงกลมรอบสนามบินก่อนขึ้นเครื่องหรือไงฮะ” ลูกตาลบ่นด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

“เออๆพอเถอะ อีตาลมึงควรไปอาบน้ำ เดี๋ยวนี้!” สายป่านบอกแล้วลากลูกตาลไปอาบน้ำทันที

                ณ สนามบินสุวรรณภูมิ

 “Attention please, Korean Air International Flight xxx To Korea. It’s now boarding at gate number xx. Please, board a gate number xx, thank you.” เสียงประกาศเรียกให้ขึ้นเครื่องของพนักงานทำให้ทั้งสามสาวต่างรีบกุลีกุจอไปขึ้นเครื่อง

                บนเครื่อง

“ทำไรวะเอม” ดาร์ลิ่งถามชะเอมที่มัวแต่พนมมือไหว้อะไรสักอย่าง

“กูกำลังไหว้พระขอพรกับตะกรุดนี่อยู่ ขอให้พวกเราเดินทางปลอดภัย ถึงเกาหลีโดยสวัสดิภาพ สาาาาธุ ตะกรุดนี้พ่อเพิ่งให้มา ศักดิ์สิทธิ์มาก ปลุกเสกมาอย่างดีชะเอมบอกพร้อมอธิบายสรรพคุณอย่างดี

“แน่ใจได้ไงว่าศักดิ์สิทธิ์” ดาร์ลิ่งถาม

“น้องดาร์ลิ่งคะ พี่เอมซะอย่าง เอมอยู่กับเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่เด็ก เวลาจะเช่าของอะไรมานะ ถ้าไม่ดีจริง คนไม่พูดถึงกันจริง คนอย่างชะเอมไม่เช่ามาให้เสียตังหรอก แล้วอีกอย่างอ่ะนะตะกรุดนี่อ่ะเอมไม่ได้เช่ามาแต่อาจารย์ของพ่อที่เป็นเจ้าอาวาสวัดให้มา วิชาของท่านแกร่งมากแกร่งพอๆกับฤทธิ์เดชเจ้าแม่นาคีเลยแหละ ตอนนั้นนะเอมเกือบโดนรถชนหลังจากกลับมาจากซื้อส้มตำปูปลาร้าหน้าปากซอย เอมเดินเลยถังขยะมานิดเดียว แล้วอยู่ๆมอเตอร์ไซต์จากไหนไม่รู้พุ่งเข้ามาชนถังขยะซะกระเด็นเลย ดีนะที่เอมเดินเลยมาแล้วเลยไม่เป็นอะไร ต้องขอบคุณตะกรุดนี้จริงๆเลยนะเนี่ย” ชะเอมบอก

“โอ๊ย!...เพื่อนฉัน...ท่าจะหนัก” ดาร์ลิ่งโอดครวญ

“ไม่หนัก! ตะกรุดนี่เบาจะตาย” ชะเอมบอกด้วยหน้าตาที่ใสซื่อ(บื้อ)

“พ่อง! กูไม่ได้หมายถึงตะกรุด กูหมายถึงมึงอ่ะหนัก” ดาร์ลิ่งบอก

“กูไม่หนักซะหน่อย กูน้ำหนักแค่48เอง” ชะเอมบอกด้วยหน้าตาใสซื่อ(บื้อ)เช่นเดิม

“โอ๊ย! กูไม่ได้หมายถึงน้ำหนักตัวมึง กูหมายถึงอาการมึงอ่ะหนัก” ดาร์ลิ่งบอก

“หืม?” ชะเอมทำหน้างง

“อีฟาย! เฮ้อ...ช่างเถอะ กูเหนื่อยที่จะอธิบายแล้ว” ดาร์ลิ่งบอกอย่างเหนื่อยใจ

“กูไม่ฟายนะ กูได้เกรดตั้ง3.89” ชะเอมบอก

“ไอสัส! บางทีกูก็คิดนะว่ามึงกำลังกวนตีนกูอยู่” ดาร์ลิ่งบอก

“เอ้า!กูพูดจริงป่ะ จะกวนมึงเพื่อ?” ชะเอมบอก

“พอ! กูไม่คุยกับมึงแล้วเอม กูจะนอน” ดาร์ลิ่งบอกแล้วใช้เสื้อกันหนาวคลุมโปงนอนทันที

“เดี๋ยวสิ กูจะถามว่าสนใจเช่าสักองค์มั้ย” ชะเอมถาม

“ไม่!” ดาร์ลิ่งบอกสั้นๆแต่ชัดเจน

“ก็ได้วะ ชิ” ชะเอมพูดอย่างงอนๆก่อนจะคลุมโปงนอนบ้าง

                ณ สนามบินอินชอน

“เย้!!! ถึงแล้ว!!! หู้วววว!!!” ลูกตาลพูดอย่างดีใจพลางกระโดดโลดเต้น

“อันนยอง!!! โคเรีย!!!” ดาร์ลิ่งเองก็เช่นกัน

“พอมั้ยคะคุณเพื่อน กูอายเค้า” สายป่านบอก

“ก็กูไม่เคยมาเกาหลีหนิ” ดาร์ลิ่งบอก

“ก็จริงอ่ะ กูกับไอเอมก็ไม่เคย” สายป่านถาม

“ไม่เป็นไรนะคะเพื่อนๆมีลูกตาลซะอย่าง เดี๋ยวลูกตาลคนนี้นะคะจะพาไปเที่ยวให้ทุกซอกทุกมุมเลย แต่ว่าก่อนอื่นเราไปที่พักก่อนดีกว่า กูติดต่อเอาไว้ละ คาจา!!!” ลูกตาลพูดเสร็จก็เดินนำออกไปทันที

                ณ บ้านพักในหมู่บ้านจัดสรรอันเงียบสงบแห่งหนึ่ง

“โห!!!” ทั้งสามสาว ชะเอม ดาร์ลิ่ง สายป่านอุทานออกมาด้วยความตะลึง

“สวยมากอ่ะแก ทุกอย่างในนี้ดูดีไปหมดเลย ไม่ดูหรูหราแต่ดูสวยแบบเรียบง่าย แล้วก็สงบ” สายป่านบอก

“มีสวนหลังบ้านด้วยอ่ะ กว้างอีกต่างหาก อย่างงี้พวกเราก็ปิกนิกกันสบายเลย” ชะเอมบอก

“กูคิดว่าหลุดออกมาอยู่ในExo Next Doorซะอีก เหมือนมากอ่ะ” ดาร์ลิ่งพูด

“ไม่เหมือนหรอก แต่คล้าย เพราะกูตั้งใจหาบ้านให้ได้แบบนั้น แต่ความจริงเค้าไปถ่ายที่อื่นด้วยแล้วก็มาตัดต่อเอา ถ้าจะหาหมู่บ้านแบบนั้นได้จริงๆกูคงอยู่ตั้งแต่เกิดละ ที่กูหามาก็ได้เท่านี้แหละ” ลูกตาลพูด

“พูดจริง?! O_O แต่กูว่าแค่นี้ก็โอเคแล้วนะ แกเก่งมากยัยตาล” สายป่านบอก

“ขอบใจ แต่ความจริงราคาเช่าที่นี่ก็ไม่ได้ถูกๆเลยนะ แต่กูลองคุยกับเค้าดูแล้ว สรุปก็คือความเฟรนด์ลี่แล้วก็ความช่างพูดช่างจาบวกกับความน่ารักของกูทำให้เค้าลดราคาเช่าให้” ลูกตาลบอก

“ดีอ่ะ ยัยตาลของเราเนี่ยน่ารักจริงๆ” ดาร์ลิ่งบอก

“แน่นอนอยู่แล้ว...หนิพวกมึง! กูนอนห้องนี้นะ ส่วนพวกมึงจะนอนไหนก็เชิญเลย” ลูกตาลบอกเสร็จ สามสาวก็พากันจับจองห้องของตัวเองและพักผ่อน

                วันรุ่งขึ้น

“นี่พวกแก กินโจ๊กกันไปก่อนนะ ในตู้เย็นยังไม่มีวัตถุดิบอะไรเลย เดี๋ยววันนี้ค่อยออกไปซื้อกัน” สายป่านบอก

“ค่ะแม่” สามสาวพูดพร้อมกัน

“ค่ะลูก กินให้เยอะๆนะ พอดีเมื่อวานตอนเย็นซื้อตุนไว้ที่เซเว่นหน้าปากซอยน่ะ” สายป่านบอก

“มึงรู้ได้ไงวะ” ลูกตาลถาม

“ก็เห็นตั้งแต่ตอนมาแล้วไง แล้วก็มีถามคนแถวนี้ด้วยนิดหน่อย นี่ดีนะที่พวกเราเรียนภาษาเกาหลีกันมาอ่ะถึงได้พูดกันรู้เรื่อง ได้ใช้จริงๆก็วันนี้แหละ” สายป่านบอก

“อ่อออ” สามสาวพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ

“นี่พวกมึง กูว่าวันนี้ไปเที่ยวไปช็อปกันดีกว่า แล้วพรุ่งนี้ค่อยออกไปหางานทำกันเป็นไง” ลูกตาลเสนอ

“ก็ดีนะจะได้มีเงินใช้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ค่าของเงินที่นี่ก็ดีซะด้วย ถ้าเอาไปตีเป็นเงินไทยนะ กลับไปรับรองว่ารวยแน่ๆ” สายป่านบอก

“แล้วว่าแต่พวกมึงจะไปทำงานที่ไหนอะไรยังไงกัน แพลนกันไว้บ้างรึป่าว” ลูกตาลถาม

“กูจบหมอ กูคิดว่าจะลองไปสมัครงานตามโรงพยาบาลดู บางทีเค้าอาจจะลองให้กูเป็นผู้ช่วยหมอดูก่อนก็ได้ แล้วกูก็เตรียมพวกเอกสารสมัครงานแล้วก็วุฒิต่างๆมาแล้วด้วย” สายป่านบอก

“หืม! ใช้ได้เลยนะคะว่าที่คุณหมอ แล้วพวกแกสองคนล่ะ” ลูกตาลถามดาร์ลิ่งกับชะเอม

“ฉันชอบพวกแฟชั่น ชอบเกี่ยวกับความสวยความงาม อาจจะลองไปสมัครงานที่ร้านเสื้อผ้า หรือห้องเสื้อต่างๆดู เผื่อได้เป็นผู้ช่วยดีไซน์เนอร์” ดาร์ลิ่งบอก

“ส่วนฉัน...ยังไม่มีความคิดอะ” ชะเอมบอกพลางทำหน้านิ่งแบบไม่ซีเรียสหรือว่ายี่หระสักเท่าไหร่

“แต่บางทีกูคิดว่า กูชอบของกินใช่มั้ย กูก็จะไปสมัครงานเป็นพนักงานตามร้านอาหาร เพราะกูจะได้อยู่กับของกินซึ่งเป็นสิ่งที่กูรักแล้วก็ได้เรียนรู้การบริการลูกค้าแล้วก็การบริหารงานของเจ้านาย” ชะเอมบอก

Good ideaมากๆ” ดาร์ลิ่งบอก

“แล้วมึงอ่ะ” สายป่านถามลูกตาล

“กูหรอ...อืม...กูเรียนวิทย์มาอ่ะ คิดว่ากูจะทำอะไรได้บ้างวะ อืมมม...อ้อ! นึกออกแล้ว กูจะไปเป็นดีเจ” ลูกตาลบอก

“เกี่ยวกับที่มึงเรียนตรงไหนวะ” สายป่านถาม

“ไม่เกี่ยวหรอก แต่กูอยากลอง มึงก็รู้หนิว่ากูชอบความบันเทิง ร้องเพลง เต้นไรงี้ เพราะฉะนั้นกูก็จะทำมัน ไม่ลองไม่รู้นะเว้ย หรือไม่กูก็อาจจะไปเป็นบาร์เทนเดอร์ เพราะว่ามันได้ลองผสมนู่นนี่นั่นไง ซึ่งตอนที่กูเรียนวิทย์ก็ผสมนู่นนี่นั่นเยอะมากเลย แบบว่าเยอะชิบหาย” ลูกตาลบอก

“โฮะ! กูว่าลูกค้าคงขี้แตกตายก่อนอ่ะ แล้วร้านที่มึงไปสมัครก็คงเจ๊งที่มีบาร์เทนเดอร์แบบมึง555” ชะเอมบอก

“แรงอ่ะ ไม่ขนาดนั้นหรอก เดี๋ยววันนี้ไปช็อปกูจะไปซื้อของแล้วมาชงให้พวกมึงกิน มึงจะเป็นคนแรกเลยอีเอมในฐานะที่มึงแก่สุดแล้วก็สบประมาทกู” ลูกตาลบอกพลางชี้นิ้วไปที่ชะเอม

“เอ้า! โยนขี้ให้กูอีก” ชะเอมบอก

“5555555แบร่ๆๆ” ลูกตาลทำหน้าตาล้อเลียนชะเอม

“พอๆ รีบกินจะได้รีบไป” สายป่านบอก หลังจากนั้นทั้งสี่สาวก็กินข้าวเช้ากันจนเสร็จ

                ณ Super Market xxx

“วันนี้พวกเราจะทำไรกินดี” ดาร์ลิ่งถาม

“เดี๋ยวลองเดินดูก่อนก็ได้ ไปโซนผักผลไม้ก่อนแล้วกัน” สายป่านบอก

“กินต้มซุปมั้ย หรือเอาต้มฟักดี” ชะเอมเสนอ

“อันไหนทำง่ายกว่า” ดาร์ลิ่งถาม

“ก็พอกันอ่ะ ทำไม่ยากหรอก โหวตดีกว่า พวกมึงอยากกินไรอ่ะ กูโหวตต้มฟักเพราะกูชอบกินฟัก!555” ชะเอมแกล้งพูดอย่างติดตลก

“กูชอบต้มซุป” ลูกตาลบอก

“ต้มฟักดีกว่าเพราะกูไม่ค่อยชอบกินมะเขือเทศ” ดาร์ลิ่งบอก

“ต้มฟักก็ได้ น่าจะง่ายกว่าเพราะมีแค่ฟัก แต่ถ้าต้มซุปมันมีทั้งหอมใหญ่ทั้งมะเขือเทศทั้งมัน ดูเยอะอ่ะ” สายป่านบอก

“โอเค สรุปต้มฟัก” ชะเอมพูดเสร็จ ทั้งสี่คนก็เดินไปเลือกฟักแล้วก็เดินไปซื้อของและวัตถุดิบอื่นๆที่จะใช้ทำอาหารจนเสร็จแล้วก็พากันไปเดินเล่นซื้อของจุกจิกแถวอัพกูจอง

“เฮ้ย! มึงๆ! ร้านชานมไข่มุก กูอยากกินไปซื้อกับกูหน่อย” ชะเอมบอกพลางเขย่าแขนดาร์ลิ่ง เพราะลูกตาลกับสายป่านแยกออกไปซื้อของที่อื่น

“เออๆไปก็ได้” ดาร์ลิ่งบอกแล้วทั้งสองคนก็เดินไปซื้อ

“อาจุมม่าคะ หนูเอาชานมมะลิค่ะ” ชะเอมบอก

“ส่วนหนูเอาชาเขียวนมค่ะ” ดาร์ลิ่งบอก

“รอเดี๋ยวนะจ๊ะเดี๋ยวป้าทำให้ หนูไปนั่งรอก่อนเลยจ่ะ” อาจุมม่าเจ้าของร้านบอกแล้วส่งยิ้มมาให้อย่างอบอุ่น

“ค่ะ/ค่ะ” ทั้งสองสาวก็เดินมานั่ง

“เสร็จแล้วจ่ะ” อาจุมม่าคนนั้นบอกแล้วทั้งสองก็กุลีกุจอมาเอาแล้วจ่ายเงินทันที

“หืม! อร่อยอ่ะ มันแทบักมากค่ะอาจุมม่า” ชะเอมบอก

“ใช่ค่ะ หอมแล้วก็สดชื่นมาก” ดาร์ลิ่งเสริม

“ขอบใจนะจ๊ะ วันหลังก็มาอุดหนุนป้าอีกนะลูก ว่าแต่พวกหนูไม่ได้เป็นคนเกาหลีหรอจ๊ะดูไม่เหมือนคนเกาหลีเลย มาจากไหนกันล่ะ” อาจุมม่าเจ้าของร้านถาม

“พวกหนูเป็นคนไทยค่ะ มาจากประเทศไทย” ดาร์ลิ่งบอก

“ถึงว่าล่ะ แต่พวกหนูสองคนดูน่ารักน่าเอ็นดูมากเลยนะ ป้าเคยเจอคนไทยเหมือนกับหนู เค้าเป็นศิลปินอยู่ที่ค่ายSMนี่เอง ชื่ออะไรนะ...” อาจุมม่าพูดพลางนึก

“เตนล์ใช่มั้ยคะ เพราะว่ามีอยู่คนเดียวที่อยู่ค่ายนี้” ชะเอมบอก

 “อ่าใช่จ่ะ เตนล์NCT U ป้าน่ะชอบเขามากเลย เขาเป็นคนน่ารักมากเลยล่ะ” อาจุมม่าบอก

“ใช่ค่ะเตนล์น่ารักที่สุดเลย หนูช้อบชอบ ถ้าเตนล์มาที่นี่หนูฝากป้าบอกเค้าด้วยนะคะว่าหนูชอบเค้า” ชะเอมบอกพร้อมกับบิดตัวไปมาด้วยความเขิน

“น้อยๆหน่อย เตนล์น่ะของยัยสายป่าน ยัยนั่นก็ชอบอยู่” ดาร์ลิ่งบอก

“งั้นแทยงก็ได้ค่ะป้า” ชะเอมบอกต่อ

“แทยงของกู!!!” ดาร์ลิ่งบอกพร้อมส่งสายตาพิฆาตไปให้ชะเอม

“ยูตะหรือน้องมาร์คก็ได้ค่ะป้า” ชะเอมบอก

“นั่นก็ของกูกับอีตาล!!!” ดาร์ลิ่งบอกด้วยน้ำเสียงและสายตาเช่นเดิม

“โอ๊ย!!! มึงเอาซักคนซิวะ น้องแจกับน้องเจก็ได้ สองคนนี้ขาดตัว เอาเป็นว่าบอกหมดทุกคนเลยนะคะป้า555” ชะเอมพูดกับดาร์ลิ่งเสร็จก็หันไปพูดกับอาจุมม่าเจ้าของร้านต่อ

“555ได้จ่ะ พวกหนูนี่ตลกนะจ๊ะเนี่ย” อาจุมม่าพูดพร้อมกับหัวเราะ

“หนูขอตัวก่อนนะคะป้า แล้ววันหลังจะมาอุดหนุนใหม่ค่ะ” ดาร์ลิ่งบอกแล้วทั้งสองคนก็โค้งตัวให้กับอาจุมม่าแล้วเตรียมที่จะเดินออกไปจากร้านแต่...

                ผลัก!!! แผละ!!!

ด้วยความที่ดาร์ลิ่งเดินไม่ทันระวังทำให้เธอเดินไปชนกับคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ทำให้ชาเขียวนมของเธอกับชานมไข่มุกของเขาหกลงเต็มพื้นและเลอะเข้าที่เสื้อผ้าของชายหนุ่มร่างสูงเต็มๆ

“เฮือก! ยัยดาร์” ชะเอมอุทานออกมาด้วยความตกใจ

“โอ๊ะ! ขอโทษค่ะ ชเวซงฮัมนีดา! ขอโทษจริงๆค่ะ คุณเป็นอะไรมั้ยคะ” ดาร์ลิ่งบอกแล้วก็เอาแต่โค้งขอโทษอย่างรู้สึกผิด

“แจ็กเก็ตผม! ฮยอง! แจ็กเก็ตผมเลอะหมดแล้ว ทำไงดีๆ” ชายหนุ่มคนนั้นพูดด้วยความรน

“มันแพงมากเลยนะฮยอง ทำไงดี” และเขาก็ยังคงรนต่อ

“เอ่อ...เดี๋ยวฉันเช็ดให้นะคะ” ดาร์ลิ่งพูดเสร็จก็รีบหยิบทิชชู่ในกระเป๋าเธออกมาเช็ดให้เขาทันที

“ไม่ต้อง! เธอเดินยังไงของเธอเนี่ย รู้มั้ยว่าแจ็กเก็ตของฉันราคาเท่าไหร่ เธอนี่มัน...O_O!!!(ผู้หญิงคนนี้...น่าร้ากกกก)” เขาบ่นออกมาแต่ก็ต้องสตั๊นหลังจากที่ได้เห็นหน้าเธอ

“เอ่อ...คุณคะ คุณ!!!” ดาร์ลิ่งเอ่ยเรียกผู้ชายตรงหน้าที่เอาแต่จ้องเธอ

“ฮะ...อะไร ตกลงเธอจะเอายังไงฮะ” เขาถามเธอ

“เดี๋ยวฉันเช็ดให้นะคะ” ดาร์ลิ่งบอกแล้วกำลังจะเช็ดต่อแต่ถูกเขาปัดออก

“ไม่ต้อง! เธอรู้มั้ยว่าแจ็กเก็ตตัวนี้แพงมาก ถึงเช็ดยังไงก็ไม่ออกหรอก ดูซิเนี่ยเหนียวหมดเลย” เขาบอก

“เอ๊ะ! แล้วคุณจะเอายังไงคะ! ฉันรีบนะ เพื่อนฉันรออยู่ ฉันอุตส่าห์พูดด้วยดีๆแล้วนะคะ แต่งตัวก็ดูดี แต่การกระทำกับคำพูดต่างกันสิ้นเชิง เหอะ!” ดาร์ลิ่งโวยวายบ้าง

“นี่เธอ...” เขากำลังจะต่อว่าเธอแต่...

“พอเถอะ! ฮยองว่านายอย่ามีปัญหาดีกว่านะ เดี๋ยวเค้าก็รู้หรอกว่าเราเป็นใคร(กระซิบ)” ชายหนุ่มร่างสูงหูกางอีกคนนึงพูดขึ้น

“เอ่อ...เอาเป็นว่าผมขอโทษแทนน้องชายผมด้วยนะครับที่พูดจาไม่ดีใส่ เค้าคงรักแจ็กเก็ตตัวนี้มาก” ชายหนุ่มร่างสูงหูกางคนเดิมพูดต่อ

“ไม่เป็นไรค่ะฉันเข้าใจ เอาอย่างงี้แล้วกันนะคะ ฉันจะรับผิดชอบโดยการซื้อชานมแก้วใหม่ให้คุณ แล้วก็แจ็กเก็ตเนี่ยฉันจะจ่ายค่าเสียหายให้เอง ว่าแต่มันเท่าไหร่ล่ะคะ” ดาร์ลิ่งถามชายคู่กรณี

“330,666วอนเป๊ะ!” ชายเจ้าของแจ็กเก็ตพูดแล้วยักคิ้วให้ดาร์ลิ่งข้างนึงประมาณว่ามีจ่ายป่ะ

“ไอเอม...ไอ330,666วอนนี่แปลงเป็นเงินไทยเท่าไหร่วะ” ดาร์ลิ่งหันไปถามชะเอม

“10,000บาทถ้วน” ชะเอมบอกด้วยสีหน้าลำบากใจแทนเพื่อนแบบสุดๆ

“อ๋อแค่หมื่นเดียวเอง นึกว่าเท่าไหร่...ฮะ!!!! หมื่นนึง บ้ารึเปล่า แจ็กเก็ตบ้าอะไรตัวละตั้งเป็นหมื่น ฉันไม่มีปัญญาจ่ายคุณหรอกนะ” ดาร์ลิ่งโวยวายด้วยความตกใจ

“เฮอะ! คิดไว้แล้วไม่มีผิด ถ้าไม่มีปัญญาจ่ายก็ไม่ต้องหรอกครับคนสวย” เขาพูดพร้อมยิ้มเยาะเธอ

“ถ้าอย่างงั้นฉันเอาไปซักให้คุณแทนได้มั้ยล่ะคะ รับรองค่ะว่าจะดูแลทะนุถนอมให้อย่างดีเลยค่ะ” ดาร์ลิ่งถามแล้วพูดเชิงประชด

“ไม่ต้องหรอก ฉันซักเองได้ แล้วฉันก็จะไม่ติดใจเอาความอะไรละ แค่เธอซื้อชานมไข่มุกรสช็อกโกแลตผสมกล้วยให้ฉันใหม่ก็พอ” เขาบอก

“ค่ะ!” ดาร์ลิ่งบอกด้วยน้ำเสียงที่กระแทกกระทั้นใส่คนตรงหน้าอย่างรู้สึกหมั่นไส้

“ฮยองเดี๋ยวผมขอไปล้างตัวที่ห้องน้ำก่อนนะ ฮยองจะกินไรก็สั่งเลยแล้วกัน” เขาหันไปพูดกับชายร่างสูงหูกางแล้วเดินไปห้องน้ำทันที

“อืม รีบมานะ” ชายร่างสูงหูกางบอก

“ครับ” หลังจากนั้นก็เดินออกไป.....

“ได้แล้วจ่ะ” อาจุมม่าเจ้าของร้านคนเดิมพูดขึ้นแล้วยื่นชานมไข่มุกรสช็อกโกแลตผสมกล้วยกับชาเขียวนมให้ดาร์ลิ่ง

“อะนี่ของคุณ! แค่นี้ก็จบเรื่อง” ดาร์ลิ่งยื่นชานมให้ชายหนุ่ม

“ขอบใจ” เขารับชานมจากเธอทันที

“ขอโทษสำหรับเรื่องวันนี้ แล้วก็ขอให้เราอย่าได้เจอะได้เจอ อย่าได้มีเวรแก่กันและกันอีกเลย ไปกันเถอะเอม ชิ!” ดาร์ลิ่งบอกแล้วเดินออกไปทันทีแต่ชะเอมก็ยังไม่ตามมา

“คิดว่าฉันอยากเจอเธอนักหรือไง เชอะ!” เซฮุนพูดไล่หลังแล้วก็เดินออกไปจากร้านเหมือนกันโดยที่ลืมฮยองของเขาไปซะสนิท

“เอ่อ...ขอโทษแทนยัยดาร์ด้วยนะคะ” ชะเอมพูดกับชายร่างสูงหูกางที่ยังยืนอยู่ในร้านกับเธอ

“อ๋อ...ไม่เป็นไรครับ ผมก็ต้องขอโทษแทนน้องชายของผมด้วยที่ทำตัวไม่ดี ปกติมันไม่ได้เป็นคนแบบนี้หรอกนะครับ” เขาบอก

“ค่ะ เอ่อ...ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าเราสองคนเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนรึเปล่าคะ ฉันรู้สึกว่าคุ้นหน้าคุณมากเลย คนเมื่อกี้ก็ด้วย” ชะเอมถามด้วยความสงสัยเพราะเธอสังเกตตั้งแต่ตอนที่เจอแล้วแต่นึกไม่ออก

“อะเอ่อ ไม่หนิครับ ครั้งนี้ครั้งแรก ผมขอตัวก่อนนะครับ” เขาพูดแล้วเดินออกไปทันที…..





Talk: เม้นต์จงมาๆๆๆๆๆๆๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #8 MILD PCY (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 21:54
    รอออต่อปายยสนุกๆๆ รีบมาต่อนะค่ะไรท์ สู้ๆๆ
    #8
    0
  2. #7 JUSTWALEE (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 14:54
    มาต่อไวๆน้าาไรท์????
    #7
    0
  3. #6 sm159 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 12:19
    มาต่อไวๆนะคะไรท์????????????
    #6
    0
  4. #5 EVE (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 10:21
    มาอัพไวๆนะไรค์จ้าาาาาา
    #5
    0