(Exo x you) 4L รักวุ่นวาย...หัวใจ4ดวง

ตอนที่ 12 : Chapter 8 First kiss

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    11 พ.ย. 60

     Louktarn’s Part

Baby don’t cry tonight ออ-ดู-มี กอท-ชี-โก นา-มยอน

Baby don’t cry tonight ออบ-ซอซ-ดอน อี-รี ดเวล กอ-ยา

“ห้าววว!...ฮัลโหลลล” ระหว่างที่ฉันกำลังนอนหลับฝันดี อยู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดันมาส่งเสียงดังขัดจังหวะการนอนของฉัน

“หนิ ยัยลูกตาลเน่า ยังไม่ตื่นอีกหรอฮะ ตื่นได้แล้วโว้ยยย!!!” หนอย! ใครวะ? อีหมาตัวไหนมันบังอาจมาเสียมารยาทกับอีตาล

“ใครพูดวะ!” ฉันถามด้วยน้ำเสียงงัวเงียปนหงุดหงิด

“นี่เธอจำฉันไม่ได้หรอ” มันถาม ถ้าจำได้แล้วจะถามมั้ยวะอีนี่ เตะกลิ้งเลย

“เออ!” ฉันบอก

“ฟังนะ ฉัน พยอน แบคฮยอน คนที่เธอทำให้ท้องเสียกลางผับไงยัยดำ!” มันบอก ชัดเลย...

“อีพี่แบค!

“ว่าไงนะ! ยัยลูกตาลเน่า ยัยบ้า ฉันแก่กว่าเธอนะ เรียกให้มันดีๆหน่อยเซ่!” มัน เอ้ย! คุณพี่แบคบอก

“ขอประทานโทษค่ะคุณพยอนแบคฮยอน แล้วนี่โทรมามีไรคะ ไม่สิ พี่รู้เบอร์หนูได้ไง” ฉันถาม

“ฉันก็ขอวอนโฮฮยองมาน่ะสิ”

“แล้วโทรมามีไรคะ”

“ยัยบ๊อง! เธอลืมหรือไงว่าเรามีนัดกัน แล้วฉันบอกว่าฉันจะมารับเธอตอนแปดโมงจำได้มั้ย”

“........zZzZzZ……

“แล้วนี่กี่โมงแล้ว ดูเวลามั้ยฮะ”

“.....zZzZ......” หลับค่ะหลับ ไม่ได้ฟังอะไรแล้วค่ะตอนนี้

“หนิ ได้ยินที่ฉันพูดมั้ยฮะยัยบ๊อง”

“คร่อกกก...ฟี่...zZzZ

“ลูกตาล ลูกตาล! ลูกตาล!! อีดำ!!!!!!” โห! เต็มปากเต็มคำ ตื่นเลยค่ะตื่น

“โห! คำด่าพี่มันกร๊าวใจมาก หนูบอกแล้วไงว่าไม่ได้ดำ! แล้วก็นัดเนิดอะไรอ่ะ ยกเลิกค่ะยกเลิก วันนี้หนูง่วง ไม่สบาย ไม่ไป จบ!” ฉันบอกแล้วเตรียมจะนอนต่อ แต่...

“ไม่ได้!!! ฉันไม่อนุญาต อย่าลืมสิว่าเธอมีหน้าที่ทำตามคำสั่งฉัน ดูแลฉัน และห้ามขัดฉัน ไม่อย่างนั้นเธอซวยแน่ลูกตาล”

“โห่! โอป้าอ่าาา” ฉันโอดครวญ แบคฮยอนโอป้าที่แสนดีของฉันหายไปไหน

“ไม่ต้องมาโอดครวญเลย ตอนนี้ฉันอยู่หน้าบ้านเธอ รีบลงมาได้ละ” เค้าบอก

“ฮะ! หน้าบ้าน!” ฉันรีบเด้งตัวออกจากเตียงไปที่เปิดม่านทันที

แกรก!

และสิ่งที่ฉันเจอก็คือเค้ากำลังยืนเอามือล้วงกระเป๋า มืออีกข้างก็ถือโทรศัพท์ พร้อมกับยักคิ้วส่งมาให้ฉัน แล้วไหนจะไอรอยยิ้มมุมปากนั่นอีก อีตาลเกลียด!!!

“ไง ถึงกับตกใจเลยหรอ” เค้าถามฉันผ่านโทรศัพท์

“มากอ่ะ” ฉันบอก

“ควรจะเป็นฉันมากกว่ามั้ยที่ตกใจ ดูสภาพเธอสิ หัวฟูอย่างกะสิงโต หน้าก็อย่างกับศพเดินได้” เค้าว่าฉันนนน กรี๊ดดดดด!!!!

“ไม่พูดก็ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้หรอกนะคะ!” ฉันพูดอย่างกระแทกเสียง แต่เค้ากลับไม่ยี่หระสักเท่าไหร่

“แล้วนี่มาเร็วไปมั้ยคะ” ฉันถาม

“มาเร็วกับผีน่ะสิ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วฮะ แปดโมงตรงเป๊ะ เธอนั่นแหละตื่นสาย ผู้หญิงบ้าอะไรนอนกินบ้านกินเมือง ไม่รู้จักเวร่ำเวลา”

“ขอโทษค่ะ” ฉันได้แต่กัดฟันขอโทษเค้าไป เฮ้อ! เบื่อๆๆๆๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นคำสั่งของคุณวอนโฮนะ ป่านนี้ฉันคงกระโดดถีบหน้าแบคฮยอนโอป้าหน้าหงายไปแล่ว ชิ!

“เอาล่ะ ฉันให้เวลาเธอ20นาทีในการอาบน้ำแต่งตัวทำธุระของเธอให้เสร็จ ถ้าไม่เสร็จ...เธอก็น่าจะรู้นะว่าจะเจอกับอะไร” เค้าบอก

“ฮะ! 20นาที! มันเร็วไปมั้ยคะ ขอ30นาทีได้มั้ย” ฉันถาม

“ไม่ได้ เธอเลทมาพอแล้ว เพราะฉะนั้น20นาทีก็คือ20นาที ปฏิบัติ!” เค้าสั่ง

“ค่ะๆๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” นี่ไอดอลหรือพ่อวะเนี่ย สั่งอย่างกับเป็นพ่อกูเลย

20นาทีผ่านไป

“มาแล้วค่ะ”

“ตรงเวลาดีหนิ ใช้ได้”

“ค่ะ แล้ววันนี้พี่จะพาหนูไปไหนคะ”

“ไปที่ยว”

“หืม? ที่ไหนคะ”

“ทุกที่ที่ฉันอยากไป แล้วเธอ...ก็มีหน้าที่ทำให้ฉันพอใจในตลอดระยะเวลาที่ไปเที่ยว วันนี้ทั้งวันเธอจะต้องมาเป็นเพื่อนเที่ยวของฉัน ฉันอยากไปที่ไหนก็ต้องไปกับฉัน ห้ามบ่น ห้ามหนีกลับก่อน ถ้าฉันอยากกินอะไรก็ต้องไปซื้อมาให้ฉันกิน เข้าใจมั้ย” เค้าบอกแล้วถามฉันกลับ

“เข้าใจค่ะ”

“ดีมาก ไปกันเถอะ” แล้วฉันก็ขึ้นรถไปกับเค้าทันที

End Louktarn’s Part

Chaaim’s Part

“โอ๊ย! ปวดท้อง ซี๊ดดด โอ๊ะ! เมนส์มาทีไรปวดแบบนี้ทุกที” ฉันบ่นทันทีหลังจากที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนสาย

“ฮัดชิ่ว! ฮัดชิ่ว! ฮะ ฮะ ฮัดชิ่ว! เฮ้อ! สงสัยจะเป็นหวัด ไข้ทับระดูอีกแล้วสินะ ไม่น่าเล้ยยยย” ฉันบ่น

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

แกร็ก!

“อ้าว! ดาร์ มีไรอ่ะ แล้วนี่มึงยังไม่ไปทำงานอีกหรอ” ฉันถาม

“ก็กำลังจะไป แต่เห็นมึงไม่ลงไปกินข้าวด้วยกันก็เลยขึ้นมาดูว่าเป็นอะไรรึเปล่า” มันบอกฉัน

“แล้วไอตาลกับไอป่านอ่ะ” ฉันถาม

“ไอตาลมันไปข้างนอกตั้งแต่แปดโมงกว่าละ เพิ่งโทรคุยกับมันเมื่อกี้เอง ส่วนไอป่านก็อยู่ในครัว”

“แล้วนี่เป็นอะไรมากป้ะเนี่ย ไหวมั้ย ตัวร้อนจี๋เลยนะเนี่ย” มันถามพลางยกมือมาทาบหน้าผากและคอของฉัน

“ก็...ฮะ ฮะ ฮัดชิ่ว! ฮัดชิ่ว! ฮัดชิ่ว!” ฉันยกมือขึ้นปิดปากและจามออกมาอย่างรัวๆ

“ไอเอมมึงเป็นหวัดด้วยหรอ” ไอดาร์ถามต่อ

“อืม ก็อย่างที่เห็นเนี่ยแหละ สงสัยเมื่อวานจะแช่น้ำนานไปหน่อย” ฉันบอกมัน

“เฮ้อ! มึงนี่นะ ก็เข้าใจว่าเฮิร์ท แต่ก็ยังแหกปากร้องเพลงอยู่ได้ เป็นไงล่ะ ป่วยเลยมั้ยล่ะมึง” ไอดาร์บ่น

“เป็นห่วงกูหรอ” ฉันถาม

“ก็เออดิ มึงเป็นเพื่อนกูนะทำไมจะไม่ห่วง” มันบอก

“รักมึงว่ะดาร์” ฉันบอกแล้วก็กอดมัน

“กูก็รักมึงนะเอม” ไอดาร์บอก

“โอ๊ย! ปวดท้องเมนส์ว่ะมึง” ฉันบอกมัน

“เป็นไข้ทับระดูหรอ” มันถาม

“อืม”

“งั้นเดี๋ยวกูไปเอายากับถุงน้ำร้อนมาให้ มึงไปนอนรอก่อนไป” ไอดาร์บอกแล้วมันก็เดินไป ฉันเลยแบกสังขารของตัวเองกลับมาที่เตียงก่อนที่จะโทรศัพท์ไปหาใครบางคน

 “ฮัลโหล สวัสดีค่ะคุณนายปาร์ค”

“อ้าว! หนูชะเอม มีอะไรรึเปล่าลูก”

“คือคุณนายปาร์คจะว่าอะไรมั้ยคะถ้าหนูอยากจะขอโทรมาลางานซัก2-3วันน่ะค่ะ คือพอดีรู้สึกไม่สบายน่ะค่ะ” ฉันบอกตามความเป็นจริง และอีกอย่างนึงก็คือมันเป็นอีกทางที่จะหลบหน้าพี่ชานยอลได้

“จริงหรอจ๊ะ! เป็นอะไรมากรึเปล่า” คุณนายปาร์คถามฉัน

“หนูเป็นไข้ทับระดูน่ะค่ะ แต่ก็ไม่ได้เป็นไรมาก เดี๋ยวก็คงหาย” ฉันบอก

“งั้นฉันอนุญาตจ่ะ พักผ่อนเยอะๆนะจ๊ะ หายดีเมื่อไหร่ค่อยกลับมาทำงาน” คุณนายปาร์คบอก

“ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ”

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“มาแล้ววว” เสียงไอดาร์กับไอป่านบอกฉัน

“โห! นี่มึงต้มข้าวมาให้กูด้วยหรอเนี่ย” ฉันถาม

“ก็เห็นมึงไม่สบายแล้วก็ยังไม่ได้กินข้าวเลยก็เลยต้มมาให้” ดาร์ลิ่งบอก

“อะ ส่วนนี่ยา มีทั้งยาแก้ปวดท้อง ยาลดไข้ เจลลดไข้ ยาแก้ไอ ยาแก้น้ำมูก แล้วก็นี่...ถุงน้ำร้อน” สายป่านบอกพร้อมกับเอาถาดยาวางบนโต๊ะแล้วยื่นถุงน้ำร้อนมาให้ฉัน

“ขอบใจพวกมึงมากนะ” ฉันบอก

“ไม่เป็นไรหรอก แล้วนี่มึงไปทำงานไหวมั้ยเนี่ย” สายป่านถาม

“ไม่อ่ะ นี่ก็เพิ่งโทรไปลางานมาเมื่อกี้เอง กะจะพักสัก2-3วันให้หายดีก่อน” ฉันบอก

“อืมๆก็ดีแล้วที่มึงไม่ฝืนตัวเอง มึงอ่ะดื้อ ชอบฝืนตัวเอง กูยังจำได้เลยตอนสมัยเรียนที่มึงไม่สบายแล้วยังจะฝืนไปเรียน” สายป่านบอก

“ก็ตอนนั้นกูกลัวเรียนไม่รู้เรื่องอ่ะ หยุดวันเดียวก็เหมือนหยุดไปตั้งอาทิตย์นึง กูก็เลยไม่ค่อยอยากหยุดเรียน แล้วอีกอย่างมีผลต่อจิตพิสัยด้วย” ฉันบอก

“จ้า ไอคนห่วงคะแนน” ไอดาร์ลิ่งแซว

“กินข้าวเถอะ เดี๋ยวมันจะเย็นซะก่อน” ไอดาร์บอก จริงสิ เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันจึงหยิบถ้วยข้าวต้มมากินทันที

“ไอยาพวกนี้อ่ะ กินหลังอาหารนะเอม ดูข้างขวดด้วยว่ากินกี่เม็ดอะไรยังไง เดี๋ยวกูกับไอดาร์ต้องไปทำงานแล้ว อยู่ได้ใช่มั้ย” สายป่านถามฉัน

“อื้ม! อยู่ได้สิ” ฉันบอก

“งั้นพวกเราไปก่อนนะ ดูแลตัวเองดีๆด้วย ไปละ บาย” แล้วทั้งสองคนนั้นก็ออกไปทำงาน ฉันกินข้าวต้มไปเรื่อยๆจนหมด พอเสร็จแล้วก็กินยา แปะเจลลดไข้ แล้วก็นอนทันที

End Chaaim’s Part

                Viva Polo

กรุ้งกริ้งๆ! (เสียงเปิดประตูเข้าร้าน)

“มีโซ!” ชานยอลเรียก

“คะคุณชานยอล” มีโซขาน

“ชะเอมล่ะ” ชานยอลถาม

“วันนี้ทั้งวันยังไม่เห็นชะเอมเลยนะคะ” มีโซบอก

“หรอ...งั้นไปทำงานต่อเถอะ” ชานยอลบอก

“ค่ะ” มีโซตอบแล้วไปทำงานต่อ

“แม่ครับ วันนี้ยัยนั่นไม่มาทำงานหรอครับ ตั้งแต่มายังไม่เห็นเลย” ชานยอลถามผู้เป็นแม่

“หนูชะเอมน่ะหรอ” คุณนายปาร์คถาม

“ครับ” ชานยอลบอก

“วันนี้หนูชะเอมไม่สบายเลยขอล่าหยุด2-3วันน่ะ” คุณนายปาร์คบอก

“ไม่สบายหรอครับ” ชานยอลถาม

“อื้ม แล้วถามถึงหนูชะเอมทำไม” คุณนายปาร์คถาม

“ก็...ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่ไม่มีใครให้แกล้ง” ชานยอลบอก

“ย่าส์! ชินจาชองมัล เรานี่จริงๆเลยนะ เป็นเด็กเกเรแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” คุณนายปาร์คว่า

“ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะแม่ แล้วอีกอย่างยัยนั่นเป็นคนก่อเรื่องก่อนต่างหาก แล้วเมื่อวานยัยนั่นก็แกล้งผมด้วย แต่แม่อ่ะไม่ยอมเชื่อผม ทั้งๆที่ผมเป็นลูกแท้ๆ แต่กลับไปเชื่อยัยนั่น” ชานยอลบอกพร้อมกับทำหน้ามู่

“ฮ่าๆ โถๆ ขี้น้อยใจเหมือนกันนะเรา ใครบอกว่าลูกไม่สำคัญกัน แม่ก็รักลูกนั่นแหละ แต่หนูเอมเค้าก็น่ารักน่าเอ็นดู” คุณนายปาร์คบอก

“เอายัยนั่นมาเป็นลูกอีกคนเลยมั้ยล่ะครับ” ชานยอลประชดอย่างงอนๆ

“ก็ดีนะ ฮ่าๆ” คุณนายปาร์คบอกอย่างขบขัน

“แม่อ่าาา งั้นผมไม่กวนแม่แล้ว ผมว่าผมออกไปเที่ยวข้างนอกดีกว่า” ชานยอลบอกแล้วเดินออกไป

Baekhyun’s Part

วันนี้ผมอุตส่าห์ตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อจะพายัยนี่ไปเที่ยวแล้วก็ไปเป็นทาสรับใช้ของผม แต่ยัยนี่ดันตื่นสายทั้งที่คุยกันไว้แล้วแท้ๆแถมตอนนี้ยังมาหลับในรถผมพร้อมกับกรนออกมาเสียงดังอีกต่างหาก!

คร่อกกก! ฟี่! คร่อกกกก! ฟี่! งั่มๆ...zZzZ

ฮึ่ย! ให้มันได้อย่างนี้สิ เป็นผู้หญิงภาษาอะไรวะ ฮึ่ย! มันน่าจับตีก้นซะให้เข็ด! ผมบ่นในใจแล้วมองเธอไปด้วย ผมขับรถมาได้สักพักก็ถึงที่หมาย

เอี๊ยดดด! ตุบ!

“โอ๊ะ! โอ๊ยยย! เจ็บอ่า ขับรถภาษาอะไรของมึงเนี่ย!” สงสัยจะเบรกแรงไปหน่อยจนทำให้เธอร้องโอดครวญด้วยความเจ็บ แต่เธอด่าผม!

“เธอว่าอะไรนะ!” ผมแหวใส่เธอทันที

“อุ๊บส์! ขอโทษค่ะโอป้า หนูฝันว่านั่งรถมากับเพื่อน ขอโทษค่ะ” เธอบอกผมเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไร

“แล้วไป” ผมบอก

“ถึงแล้วหรอคะ” เธอถาม

“อืม” ผมบอก ทำให้เธอปลดเข็มขัดและเตรียมจะลงจากรถ แต่...

“เดี๋ยว!” ผมห้ามไว้ก่อน

“มีไรคะ” เธอถาม

“นี่! เอาทิชชู่เช็ดปากซะด้วย นอนน้ำลายไหลไม่รู้ตัวเลยหรือไง ขืนลงไปสภาพนี้มีหวังอายเค้าตาย” ผมบอกแล้วส่งทิชชู่ไปให้ยัยลูกตาลเน่า

“จริงด้วย! ซู้ดดด!” เธอบอกแล้วซู้ดปากเอาน้ำลายเข้าไปแล้วเอาทิชชู่เช็ด โอ้ยยยย! เกิดมาไอแบคไม่เคยพบไม่เคยเจอผู้หญิงที่ซกมกขนาดนี้เลย

พอผมบ่นยัยนั่นจนพอใจผมก็พายัยนั่นไปเที่ยวตรงโน้นตรงนี้ แล้วก็พาไปโยนกุญแจที่โซลทาวเวอร์

“นี่ยัยลูกตาลเน่า! เธอเขียนว่าอะไรอ่ะ” ผมถาม

“หนูเขียนว่าMy friend & My familyค่ะ แล้วก็ขอพรให้คนในครอบครัวและคนในหมู่เพื่อนๆรักกันแบบนี้ไปนานๆ” เธอบอกผม

“แล้วโอป้าล่ะคะ” เธอถาม

“ฉันเขียนว่าExoExo-LและExo-LExo แล้วฉันก็ขอให้พวกเรารักและซัพพอร์ตกันแบบนี้ไปตลอด และขอให้เราฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันให้ได้ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่” ผมบอกเธอแล้วเราก็ยิ้มให้กันอย่างเข้าใจ หลังจากนั้นก็ถึงเวลาที่ผมจะได้แก้เผ็ดเธอสักที หึๆ

“นี่ยัยลูกตาลเน่า! ฉันหิวแล้วอ่ะ ไปซื้ออะไรให้กินหน่อยสิ ก่อนออกมาฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย” ผมโกหกเธอไป ทั้งๆที่ความจริงผมกินมาแล้ว

“แล้วทำไมต้องเป็นหนูด้วยอ่ะ โอป้าอยากกินก็ไปซื้อเองดิ” ลูกตาลบอก

“อ๋อ...ก็ได้นะ ฉันไปหากินเองก็ได้ ถ้าเธออยากได้งานใหม่ เดี๋ยวฉันโทรบอกวอนโฮฮยองให้ตอนนี้เลยก็ได้” ผมแกล้งขู่เธอ

“ฮะ! ไม่นะๆ! ไปซื้อให้ก็ได้ค่ะ แต่โอป้าอย่าบอกคุณวอนโฮนะ” ยัยนั่นบอกอย่างขอร้อง

“งั้นเธอก็ไปซื้ออะไรมาให้ฉันได้ละ ฉันหิว” ผมบอกแล้วนั่งไขว่ห้างตรงเก้าอี้แถวๆนั้นอย่างสบายใจ

“แล้วจะกินไรคะ” เธอถาม

“ฉันอยากกินคิมบับ อยากกินต๊อกโบกี้ อยากกินไก่ทอดเกาหลี อยากกินบลาๆๆๆ” ผมบอกเธอไปหลายเมนูอย่างต้องการจะแกล้ง

“โห! กินอะไรเยอะแยะคะ” เธอถาม

“ก็ฉันอยากกิน มีปัญหาไรมะ” ผมบอกแล้วเอาลิ้นดันกระพุงแก้มเล่นอย่างต้องการกวนประสาท แล้วอยู่ๆเธอก็แบมือใส่ผม

“อะไร” ผมถาม

“ตัง” เธอบอก

“ใช้ของเธอไง” ผมบอก

“ฮะ!!! ใช้ของหนูเนี่ยนะ!” เธอถามอย่างตกใจ

“ก็ใช่น่ะสิ วันนี้ฉันพกเงินมานิดเดียวอ่ะ ออกให้หน่อยก็แล้วกันนะ” ผมบอกเธอ อันที่จริงผมก็พกเงินมาเยอะอยู่แหละ แต่ก็บอกแล้วไงว่าอยากแกล้ง แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ

“มาเที่ยว แต่พกตังมานิดเดียวเนี่ยนะ” เธอถามผมอย่างไม่เข้าใจ

“ใช่” สั้นๆง่ายๆ

“ถ้างั้นก็เลือกมาอย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ สั่งเยอะขนาดนี้หนูจ่ายไม่ไหวหรอก” เธอบอกผม

“เรื่องอะไรฉันต้องเลือก ตอนนี้ฉันเป็นเจ้านายเธอนะ ฉันสั่งอะไรก็ต้องทำสิ ไปซื้อได้ละ ฉันหิว” ผมบอกเธอด้วยสีหน้ากวนๆพลางยักคิ้วหลิ่วตาไปให้

“แต่...” เหมือนเธอจะเริ่มไม่พอใจกับความเอาแต่ใจของผม หึ! รู้จักพยอนน้อยไปซะแล้ว

“หรือเธอจะไม่ทำก็ได้นะ เดี๋ยวฉันบอกวอนโฮฮยองให้” ผมบอก

 “ฮึ่ยยยย! ก็ได้ค่ะ! รอซักครู่นะคะ คุณ แบค ฮยอน” เธอบอกผมด้วยสีหน้าและท่าทางไม่พอใจก่อนจะเดินกระแทกเท้าออกไปอย่างหงุดหงิด ฮู้ววว! สนุกจริงโว้ยยย!

ผมรอเธอได้สักพักแล้วเธอก็เดินมาพร้อมกับของที่ผมสั่ง

ปึก!

“นี่ค่ะ! เชิญกินให้เต็มอิ่มเลยนะคะ” เธอวางของอย่างแรงแล้วบอกผม เมื่อเห็นดังนั้นผมจึงทำทีหยิบขึ้นมาดูแล้วเปิดกิน พอกินไปได้สักพัก...

“ฉันเปลี่ยนใจละ ของที่เธอสั่งมามันไม่ค่อยอร่อยอ่ะ ตอนนี้ฉันอยากกินจาจังมยอน” ผมแกล้งทำเป็นไม่อร่อย แต่จริงๆอร่อยมาก เพราะผมต้องการแกล้งเธออีก หึ! วันนี้ฉันจะผลาญเงินเธอให้หมดเลยยัยลูกตาลเน่า

“จาจังมยอน!!!” เธอพูดขึ้นอย่างตกใจ

“ใช่ เดี๋ยวนี้!” ผมบอกสั้นๆง่ายๆก่อนที่จะยกโทรศัพท์ขึ้นมาขู่

“ค่ะ!” แล้วเธอก็เดินกระแทกเท้าออกไปเหมือนเดิม

ปึก!

“นี่ค่ะ! จา จัง มยอน” เธอบอกเมื่อมาถึง

“ไม่อร่อยอ่ะ ฉันเปลี่ยนใจละ ฉันอยากกินข้าวผัดกิมจิ” ผมบอกเธอ

ตึง!!!

“ย๊าส์! นี่โอป้าจะแกล้งหนูใช่มั้ย หนูเดินจนขาจะหักตังก็จะหมดอยู่ละ โอป้ายังจะเอาอีกหรอคะ รู้มั้ยว่าของพวกนี้มันไม่ใช่ถูกๆ กินทิ้งกินขว้างแบบนี้มันไม่ดีเลยนะคะ โอป้ารู้มั้ยว่ากว่าหนูจะได้ตังมาแต่ละบาทมันเหนื่อยมากแค่ไหน แล้วหนูก็กะว่าจะเก็บตังไปรวมกับเพื่อนเพื่อจ่ายค่าน้ำค่าไฟค่าบลาๆอีกนะคะ หนูรู้ว่าโอป้ารวย แต่คือหนูจนไงคะ เห็นใจคนจนๆอย่างหนูบ้าง โว๊ะ! อารมณ์เสีย!” เธอทุบโต๊ะข้างๆแล้วบ่นใส่ผมยาวเหยียดจนเล่นเอาผมไปไม่เป็น

“ย๊าส์! เธอไม่มีสิทธิ์มาว่าหรือมาบ่นฉันนะ!” ผมแหวใส่เธอ

“ทำไมจะไม่ได้! คิดว่าแกล้งคนอื่นแล้วมันเท่นักหรือไง อย่างนี้อ่ะเค้าเรียกว่าตุ๊ด!” เธอว่าผมเสียงดัง แต่ดีที่ตรงนั้นเป็นที่หลบมุม แต่ผมก็อายอยู่ดีที่ยัยนี่มาว่าผมแบบนี้

“ย๊าส์! ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้นะ ฉันไม่ใช่ตุ๊ด!” ผมบอกเธอ

“ไม่ถอน! โอป้าอ่ะมันตุ๊ด! นอกจากหน้าจะตุ๊ดแล้วใจยังตุ๊ดอีก ตุ๊ดๆๆๆๆๆๆๆ” เธอยังคงว่าผมอยู่แบบนั้นจนผมเริ่มทนไม่ไหว

“ไม่หยุดใช่มั้ย ได้!” ผมบอกก่อนที่จะกระชากเธอเข้ามาจูบ

“อุ๊บส์!O_O!!! อื้อออ!!!” เธอดูตกใจไม่น้อยกับการกระทำของผม แต่ช่วยไม่ได้ในเมื่อเธอทำให้ผมโมโหเอง ผมบดจูบลูกตาลอยู่สักพักก่อนจะกัดริมฝีปากเธอเพื่อที่ผมจะได้แทรกลิ้นเข้าไป

“อ๊ะ!” เธอร้องออกมาด้วยความเจ็บก่อนที่จะยอมเปิดปากให้ผม ผมสอดลิ้นเข้าไปควานหาความหวานอยู่สักพักก่อนที่เธอจะทุกอกผมแรงๆ

ตุบ! ตุบ! ตุบ!

“อ่อยอ๊ะ!(ปล่อยนะ!)” พอผมรู้ว่าเธอกำลังจะขาดอากาศหายใจผมจึงยอมผละออก

“เฮือก! แค่กๆ” เธอรีบกอบโกยอากาศเข้าไปทันที

“ไง รสจูบของฉันหวานดีมะ” ผมถาม

“คนบ้า! คนนิสัยไม่ดี! ฮึก!” เธอบอกแล้วขยี้ปากตัวเองอยู่หลายที อ่าวเฮ้ย! ร้องไห้เฉยเลย

“ละลูกตาล คือ...” ทำไงดีวะ

“ฮืออออ แงงงงงงงงง ฮือออออ ฮึก! ฮึก!” เธอร้องไห้หนักกว่าเดิม

“เฮ้ย! ฉะฉันขอโทษ อย่าร้องนะ โอ๋เอ๋... โอป้าขอโทษ โอป้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว อย่าร้องนะ อย่าร้องสิ” ผมบอกแล้วพยายามปลอบเธอ ผมไม่คิดว่าไอแค่จูบจะทำให้เธอร้องไห้

“คนบ้า! นั่นมันจูบแรกของหนูนะ ฮือออ” แล้วผมก็ได้คำตอบ ไม่อยากจะเชื่อว่ายัยนี่จะไม่เคยมีจูบแรกมาก่อน

“ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้ ก็เธอว่าฉันก่อนอ่ะ นี่!ไม่ร้องสิ โอ๋ๆ” ผมทำอะไรไม่ถูกจึงดึงเธอเข้ามากอดแล้วลูบผมเธออย่างต้องการจะปลอบ

“งั้นก็รู้ไว้ซะ! ฮือออ” เธอบอก

“งั้นเอางี้ เดี๋ยวฉันพาไปเลี้ยงไอติม” ผมบอก

“ฮึก! จริงนะ” เธอหยุดร้องไห้แล้วถามผมด้วยสายตาเป็นประกาย เปลี่ยนโหมดไวแท้

“อืม” ผมบอกอย่างงงๆกับท่าทีที่ดูเปลี่ยนไป เพราะเมื่อกี้ยังร้องไห้ฟูมฟายใส่ผมอยู่เลย

“งั้นไปกันเถอะ” เธอบอกแล้วหยิบอาหารที่เธอซื้อมาให้ผมไปด้วย

“เดี๋ยวๆเธอจะเก็บไปทำไม” ผมถามทั้งๆที่อาหารพวกนั้นผมก็กินไปบ้างแล้ว

“เอากลับบ้านค่ะ” เธอบอก

“เอาไปทำไม” ผมถาม

“เอ้า! ก็โอป้าไม่กิน หนูเสียดายของก็เลยจะขนกลับไปกินเอง” เธอบอก

“แต่ฉันกินไปแล้วนะ” ผมบอก

“หนูไม่แคร์อ่ะ ก็โอป้ากินเหลือเยอะซะขนาดนี้ ขืนเอาไปทิ้งก็เสียดายแย่ เงินนะคะเงิน” เธอบอกจนผมรู้สึกผิดเลยแฮะ

“แล้วเธอจะกินหมดหรือไง” ผมถาม

“ก็เอาไปกินกับเพื่อนไงคะ หรือถ้ากินไม่หมดก็เอาไปให้หมาให้แมวแถวบ้าน เพราะอย่างน้อยพวกมันก็ยังเห็นคุณค่าของมันมากกว่าคนบางคนซะอีก” เธอบอก เอ๊ะ! รู้สึกเหมือนถูกหลอกด่า

“ไปกันเถอะค่ะ หนูอยากกินไอติมจะแย่อยู่แล้ว” เธอบอกแล้วเดินออกไป ผมรีบเดินตามเธอไปทันที

“ลูกตาล! เดี๋ยวก่อนลูกตาล!” ผมเรียก

“..........” แต่เธอไม่สนใจผมเลยซักนิด ท่าทางจะงอนแฮะ

“นี่! งอนฉันหรอ” ผมถาม

“เปล่าค่ะ หนูไม่กล้างอนหรอก เดี๋ยวโอป้าก็โทรไปฟ้องคุณวอนโฮอีก” เธอบอกอย่างประชดผม

“ฉัน...ขอโทษ” ผมบอกอย่างรู้สึกผิด

“ว่าไงนะคะ” เธอถามผมอีกครั้ง

“ขอโทษ! ฉันรู้ว่าฉันผิด แล้วฉันก็รู้ด้วยว่าเธอไม่พอใจ” ผมบอก

“รู้ตัวด้วยหรอคะ” เธอถาม

“อืม” ผมบอกแล้วทำหน้าเป็นหมาหงอย ฮึ่ย! ทำไมยัยนี่ถึงมีอิทธิพลกับผมได้ขนาดนี้นะ ทั้งๆที่ผมต้องการแกล้งเธอแท้ๆ แต่สุดท้ายกลับมารู้สึกผิดซะเอง

“นี่! หายโกรธฉันเถอะนะ” ผมบอกเธอ

“หนูจะหายโกรธก็ได้ค่ะ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” เธอบอก

“อะไร” ผมถาม

“โอป้าก็ต้องเลี้ยงขนมแล้วก็เลี้ยงไอติมหนูอย่างที่พูดเอาไว้ หนูอยากกินอะไรก็ต้องตามใจหนู” เธอบอก

“ก็ได้ งั้นไปกันเถอะ” ผมบอกแล้วจูงมือเธอออกไป...

*‘มารยาหญิงใช้ได้ผล คิคิลูกตาลคิดในใจและแอบยิ้มออกมาแบบมีเลศนัย เธอยอมรับว่าตกใจไม่น้อยที่แบคฮยอนทำแบบนั้นกับเธอ แต่เรื่องอะไรที่จะปล่อยผ่าน มารยาหญิงมีก็งัดออกมาสิ คอยดูเถอะจะผลาญเงินกลับให้หมดเลย’*

End Baekhyun’s Part

                นิ๊งหน่อง! นิ๊งหน่อง!

เสียงกริ่งหน้าบ้านทำให้ชะเอมที่กำลังนอนซมอยู่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพื่อจะดูว่าเป็นใคร

“ใครมานะ” เธอบ่นแล้วเดินออกมาดูในสภาพเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่กับกางเกงขาสั้นสบายๆและหัวฟูที่เกิดจากการเพิ่งตื่นนอนโดยที่บนหน้าผากยังมีเจลลดไข้แปะอยู่พร้อมกับถุงน้ำร้อนที่ถือมาด้วย ชะเอมเดินหาวออกมาอย่างง่วงนอนจนมาถึงหน้าบ้านแต่ก็ต้องชะงักเมื่อรู้ว่าใครมา

O_O!!! พี่ชานยอล!” เธอเรียกเขาอย่างตกใจและแปลกใจ

“ใช่ ฉันเอง” ชานยอลบอก

“มะมาได้ไงคะ” ชะเอมถาม

“ฉันก็แค่อยากมาดูว่าเธอเป็นไงบ้างเห็นวันนี้ไม่ไปทำงาน” ชานยอลบอกแล้วไล่สายตาไปมองชะเอมตั้งแต่หัวจรดเท้า

“เอ่อ...งั้นเข้ามาก่อนสิคะ” ชะเอมบอกแล้วเปิดประตูให้ชานยอลเข้ามา

“เธอโอเคมั้ยเนี่ย เป็นไงบ้าง” ชานยอลถาม

“ไม่ค่ะ ปวดหัวแล้วก็เป็นหวัด” ชะเอมบอกอย่างไม่โอเค

“แล้วไปทำอะไรมา ทำไมถึงเป็นแบบนี้” ชานยอลถาม

“ร้องไห้หนักไปหน่อยค่ะ” ชะเอมบอกอย่างลืมตัว

“ฮะ ว่าไงนะ” แต่โชคดีที่เขาได้ยินไม่ชัด

“เอ่อ...เปล่าค่ะ” ชะเอมบอก เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ ชะเอมคิดในใจ

“แล้วทำไมต้องพกถุงน้ำร้อนด้วยล่ะ” ชานยอลถาม

“ปวดท้องเมนส์ค่ะ” ชะเอมบอกไปตรงๆ

“เอ่อ...หรอ” ชานยอลบอก

กริ้ง! กริ้ง!

เสียงโทรศัพท์เข้าทำให้ชะเอมหันไปกดรับทันที

“ฮัลโหล! ว่าไงแทโฮ” ชะเอมพูด

ชะเอม! เธอไม่สบายหรอ เป็นไงบ้างแทโฮถามอย่างเป็นห่วง

“ก็ปวดหัวนิดหน่อยอ่ะ ไม่เป็นไรมากหรอก” ชะเอมบอก

แน่นะแทโฮถาม

“อื้ม! แน่สิ” ชะเอมพูดด้วยน้ำเสียงสดใสเพื่อที่จะให้แทโฮเลิกกังวล

“เอ้อ! แล้วนี่นายรู้ได้ไงว่าฉันไม่สบาย” ชะเอมถาม

ฉันไปถามคุณนายปาร์คมาแทโฮบอก

“งั้นหรอ แล้วนายไม่ทำงานหรือไงถึงมาคุยกับฉันได้เนี่ย” ชะเอมถาม

ทำสิ แต่ฉันแอบอู้มาคุยกับเธอเนี่ยแหละ ฉันเป็นห่วงเธอแทโฮบอก คำพูดของแทโฮทำให้ชะเอมเขินนิดๆ

“บ้า! เป็นฮงเป็นห่วงอะไรกัน แค่ป่วยนิดหน่อยเองไม่ตายหรอกหน่า” ชะเอมบอก

อย่าพูดอย่างนั้นสิ มันไม่ดีนะแทโฮบอก

“เอาหน่า กลับไปทำงานได้แล้วเดี๋ยวโดนดุ” ชะเอมบอก

ไม่ทำได้มั้ยขี้เกียจแทโฮบอก

ฮ่าๆ อย่างนี้ก็ได้หรอชะเอมบอก

เอาล่ะ เราไม่กวนแล้ว ดูแลตัวเองดีๆด้วย แค่นี้นะ บายแทโฮบอก

“จ้า บาย” แล้วชะเอมก็วางสาย ชะเอมมัวแต่คุยโทรศัพท์เพลินจนลืมไปว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว

“ดูเธอจะสนิทกับนายแทโฮจังเลยนะ” ชานยอลพูดขึ้นเมื่อนั่งฟังชะเอมคุยโทรศัพท์กับแทโฮอยู่นานอย่างสนิทสนม

“ก็ปกติหนิคะ แทโฮเค้าน่ารักค่ะก็เลยสนิทกันเร็ว” ชะเอมบอก

“เหอะ! แล้วเป็นแฟนกันรึยังล่ะ” ชานยอลถาม

“คะ? เอ่อ...ยังค่ะ” ชะเอมตอบ แต่ก็แอบงงนิดๆที่อยู่ๆชานยอลก็ถามแบบนี้

“แล้วจะเป็นกันเมื่อไหร่ล่ะ” ชานยอลถาม

“ไม่รู้สิคะ เป็นเรื่องของอนาคต” ชะเอมบอกไปตามความจริงระหว่างเธอกับแทโฮถ้าจะเป็นมากกว่าเพื่อนก็ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต เพราะตอนนี้สำหรับเธอแทโฮเป็นแค่เพื่อนที่ดีคนนึงก็เท่านั้น ซึ่งชะเอมไม่รู้เลยว่าคำตอบของเธอแอบทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“จิ๊! โอ๊ย!” ชะเอมเผลอร้องออกมาเพราะเธอรู้สึกปวดท้องเมนส์ขึ้นมา พอเธอขยับตัวก็เหมือนประจำเดือนของเธอมันไหลออกมาเยอะ ชะเอมจึงได้แต่หนีบขาเพราะไม่กล้าขยับมาก

“เธอเป็นอะไรชะเอม” ชานยอลถามอย่างตกใจที่อยู่ๆชะเอมก็ร้องออกมา

“เอ่อ...ปวดท้องเมนส์ค่ะ หนูขอไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ” ชะเอมบอกแล้วเดินออกไป แต่พอเดินแบบปกติประจำเดือนก็ไหลออกมามากจึงทำให้เธอตัดสินใจสละความอายเดินหนีบขาไปห้องน้ำ

“ชะเอม! ทำไมเดินแบบนั้นอ่ะ ฮ่าๆๆ” ชานยอลถามอย่างแปลกใจแล้วก็หลุดขำออกมา เพราะตอนนี้เธอตลกมากสำหรับเขา

“พี่ชานยอล! อย่าขำสิคะ พี่ไม่เป็นหนูพี่ไม่เข้าใจหรอก” ชะเอมหันไปแหวใส่ชานยอลที่ยังเอาแต่ขำเธออยู่นั่น

“ก็มันตลกหนิ ฮ่าๆๆ” ชานยอลบอกแล้วก็ขำ

“ชิ!” ชะเอมสะบัดบ๊อบใส่แล้วค่อยๆเดินเข้าห้องน้ำไป แต่พอเข้าไปได้ไม่นานชะเอมก็ชะโงกหน้าออกมาจากห้องน้ำ

“พี่ชานยอลคะ!” ชะเอมตะโกนเรียกชานยอลที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟา

“มีอะไร?” ชานยอลถาม

“หนูขอวานอะไรพี่หน่อยได้มั้ยคะ” ชะเอมถาม

“อะไรล่ะ” ชานยอลถาม

“คือ...คือ...” ชะเอมไม่กล้าบอก

“อะไรล่ะ อ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ” ชานยอลบอก

“คือ...หนูวานพี่ไปซื้อผ้าอนามัยที่ร้านสะดวกซื้อข้างๆนี้หน่อยได้มั้ยคะ” ชะเอมบอก

 “หืม? ผะผ้าอนามัย?” ชานยอลถาม

“ค่ะ พอดีว่ามันหมดแล้วอ่ะแล้วหนูไม่มีเปลี่ยน ไปซื้อให้หน่อยนะคะ เชบัลลลล(ขอร้อง).....” ชะเอมพูดอย่างขอร้อง

“ละแล้วทำไมไม่ไปซื้อเองล่ะ” ชานยอลถามอย่างหน้าแดง อยู่ๆก็มีคนมาใช้ให้ซื้อผ้าอนามัยให้ เค้าก็เขินน่ะสิ ซื้อเป็นซะที่ไหน

“หนูไปไม่ได้ตอนนี้หนูโป๊อยู่แล้วมันก็มาเยอะมากด้วย นะคะพี่ชานยอลไปซื้อให้หนูหน่อย” ชะเอมบอกอย่างขอร้อง ไม่ใช่ว่าเธอไม่อายที่พูดหรือขออะไรแบบนี้กับเค้า แต่มันเป็นเรื่องธรรมชาติและมันจำเป็นจริงๆ

“เออๆก็ได้ แล้วมันซื้อยังไงอ่ะ” ชานยอลถาม

“เอ่อ...บอกพี่พนักงานก็ได้ค่ะ ขอเป็นโซฟีนะคะเอามีปีกแบบเย็นของตอนกลางคืนนะคะ เอ่อ...29ซม.นะคะ ขอเร็วๆหน่อยนะคะ” ชะเอมบอก

“ทำไมเยอะจัง เออๆก็ได้ รอแป๊บนึง” ชานยอลบอกแล้วออกไปซื้อให้

                ณ ร้านสะดวกซื้อ

“เอ่อ...เอาผ้าอนามัยโซฟี มีปีก แบบเย็น ตอนกลางคืน 29ซม.ครับ” ชานยอลบอกอย่างเขินๆที่ต้องมาซื้ออะไรแบบนี้

“หึๆ ได้ค่ะ... นี่ค่ะได้แล้ว” พนักงานบอกอย่างขำๆในท่าทีของชายหนุ่มแล้วหยิบให้

“ขอบคุณครับ” ชานยอลบอก

“ซื้อให้แฟนหรอคะ” พนักงานถาม

“เอ่อ...คือ...” ชานยอลอ้ำอึ้งไม่รู้จะบอกยังไง เพราะถ้าบอกว่าเป็นเจ้านายมาซื้อให้ลูกน้องมันก็จะดูแปลกๆ

“ไม่ต้องเขินหรอกค่ะ ดิฉันเจอบ่อย แฟนกันซื้อให้กันเป็นเรื่องปกติ น่ารักดีออก” พนักงานบอก

“เอ่อ...ครับ ผมซื้อให้แฟน” ชานยอลบอกแล้วรีบจ่ายตังทันที

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“ชะเอม! ฉันมาแล้ว” ชานยอลเคาะประตูห้องน้ำแล้วเรียกชะเอม

แอ๊ด!

“แหะๆ ขอบคุณค่ะ” ชะเอมเปิดประตูแล้วชะโงกหัวออกมานิดนึงก่อนจะบอกแล้วเอาผ้าอนามัยไปเปลี่ยนทันที

ปัง!

เวลาผ่านไปจนชะเอมเปลี่ยนผ้าอนามัยเสร็จ ชะเอมเดินออกมาจากห้องน้ำแต่ก็ต้องชะงักกับสายตาของชานยอลที่นั่งไขว่ห้างมองเธออย่างคาดโทษ

“มานี่เลย” ชานยอลบอก แล้วชะเอมก็เดินก้มหน้าก้มตาเข้าไปนั่งข้างชานยอลอย่างอายๆและกลัว

“เธอรู้มั้ยว่าฉันอายมากแค่ไหน” ชานยอลถาม

“ไม่รู้ค่ะ” ชะเอมบอกไปตรงๆแต่ดูเหมือนเป็นการกวนประสาทชานยอลมากกว่า

“เธอกวนฉันหรอ” ชานยอลถลึงตาใส่

“เปล่าซะหน่อย” ชะเอมบอก

“ช่างมันเถอะ แล้วนี่หิวรึยังฉันจะได้ทำอะไรให้กิน” ชานยอลบอก

“หืม? พี่เนี่ยนะ” ชะเอมถามอย่างม่อยากจะเชื่อว่าเค้าจะมาทำอะไรให้เธอกิน

“ก็ใช่น่ะสิ” ชานยอลบอก

“แล้วพี่ชานยอลไม่ไปทำงานหรือไง” ชะเอมถาม

“ไม่มีงาน อยู่ที่นี่แกล้งเธอสนุกกว่าเยอะ” ชานยอลบอก

  “นิสัยไม่ดี” ชะเอมบอก

โป๊ก!

 “อ๊ะ! เจ็บนะเขกหัวหนูทำไม!” ชะเอมแหวใส่ชานยอลทันทีที่เขาเขกหัวเธอ

“ก็เธอว่าฉันก่อน” ชานยอลบอกแล้วชะเอมก็ทำหน้ามู่ใส่

“หึๆ แล้วนี่ครัวเธออยู่ไหน” ชานยอลขำกับท่าทีของชะเอมแล้วถามต่อ

“อยู่โน่นค่ะ” ชะเอมบอกแล้วชานยอลก็เดินไป

“พี่ชานยอล!” ชะเอมเรียกชานยอล

“ว่า?” ชานยอลถาม

“ให้หนูช่วยมั้ย” ชะเอมบอก

“ไม่ต้อง เธอนั่งไปเถอะ อ้วนๆเตี้ยๆเกะกะฉันเปล่าๆ” ชานยอลบอก

“กรี๊ดดด! คนบ้า! หนูไม่ได้อ้วนไม่ได้เตี้ยนะ น้ำหนักกับส่วนสูงของหนูเป็นมาตรฐาน พี่นั่นแหละที่สูงเกิน คนบ้าอะไรสูงอย่างกับเสาไฟฟ้า” ชะเอมว่า

“นี่เธอ! ฉันก็มาตรฐานเหมือนกันนะ ฮึ่ย!” ชานยอลว่าก่อนจะเดินเข้าครัวไป

ชานยอลดูแล(หรอ)ชะเอมตลอดทั้งวันจนถึงเย็น

                เอี๊ยดดด!

“ขอบคุณนะคะที่พาไปเลี้ยงขนมกับไอติมแล้วก็พาไปเที่ยว วันนี้อิ่มมากกกกก” ลูกตาลบอกกับแบคฮยอน

“ก็แหงสิ เธอเล่นผลาญตังฉันไปกับของกินตั้งเยอะ ไม่อิ่มก็ไม่รู้จะพูดไงละ” แบคฮยอนบอกอย่างเคืองๆนิดๆ

“อ๊ะๆ จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกนะคะ ใครผลาญใครก่อนกันแน่ อย่าลืมสิว่าหนูก็หมดตังไปเยอะเหมือนกัน” ลูกตาลบอก

“ฮึ่ย! เออๆ ฉันผิดฉันยอมรับ” แบคฮยอนบอก

“ดีมากหมาน้อยของหนู” ลูกตาลบอกพลางเอื้อมมือไปหยิกแก้มของแบคฮยอนอย่างหมั่นเขี้ยว

“ย๊าส์ๆ! ฉันเจ็บนะ” แบคฮยอนแหวใส่ลูกตาลแล้วเอามือมาลูบแก้ม

“เข้าบ้านไปดื่มน้ำหน่อยมั้ยคะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” ลูกตาลชวน

“ก็ดีนะ” แบคฮยอนบอก แล้วทั้งคู่ก็ลงจากรถแล้วเข้าบ้าน

“เอม!” ลูกตาลเรียกชะเอม

“อ้าวไอตาล! แล้วนั่นพาใครมาวะ” ชะเอมถาม

“ไอแบค!O_O!” ชานยอลเรียกแบคฮยอนทันทีที่เจอ

“อ่าวเห้ย! ไอชานยอล! นี่มึงมาอยู่นี่ได้ไงเนี่ย” แบคฮยอนถาม

“กูเป็นเจ้านายของชะเอม” ชานยอลบอก

“เอ่อ สะสวัสดีค่ะพี่แบคฮยอน” ชะเอมบอกอย่างตกใจไม่น้อยที่ได้เจอแบคฮยอน

“สวัสดีครับ” แบคฮยอนบอก

“แล้วมึงล่ะมาที่นี่ได้ไง” ชานยอลถาม

“กูรู้จักกับยัยนี่ที่เป็นคนทำให้กูท้องเสียไง” แบคฮยอนบอก

“พี่แบค! เอ่อ...สะสวัสดีค่ะพี่ชานยอล” ลูกตาลแหวใส่แบคฮยอนเล็กน้อยก่อนจะหันไปสวัสดีชานยอล

“สวัสดีครับ” ชานยอลบอก

“มึง...พี่ชานมาที่นี่ได้ไงแล้วมาทำอะไร” ลูกตาลเดินเข้าไปหาชะเอมแล้วถาม

“เค้าก็แค่มาเยี่ยมกู” ชะเอมบอก

“แล้วพี่แบคล่ะมาที่นี่ได้ไง” ชะเอมถาม

“เค้ามาส่งกูแล้วก็ให้เค้ามาพักกินน้ำเฉยๆ” ลูกตาลบอก

หลังจากนั้นทั้งสี่ก็คุยและทำความรู้จักกันไปเรื่อยๆแล้วลูกตาลก็เล่าเรื่องขอดาร์ลิ่งกับเซฮุนและดีโอกับสายป่านให้ชานยอลและแบคฮยอนฟัง จนถึงเวลาก็แยกย้ายกันกลับ.....


 






Talk:

มารายงานตัวแล้วค่ะ☺♥

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #39 Eve_Vilasinee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 07:36
    เขินนน
    #39
    0