[Fic KnB] R O O M M A T E

ตอนที่ 1 : [Fic KnB] R O O M M A T E [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 399
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    11 พ.ค. 57

Title: R O O M M A T E

Part : 

Author: ammn

Pairing: Aomine x Kise 

Rating: PG-13 

Genre: Yaoi

 

เรื่องแรกนะคะ

ยินดีรับคำติชม

ขอบคุณที่หลงมาอ่านค่า ( _ _)(^0^)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ เดี๋ยวนะ ... เดี๋ยว เดี๋ยวครับบบ”

 

 

 

หนุ่มร่างเพรียวผมทองวิ่งสาวเท้า โดยคิดว่า จะต้องทันอีกคนที่กำลังเดินจากประตูห้องเจ้ากรรมไป

 

 

คิเสะไล่ตามเจ้าหน้าที่ผู้นำเขามาที่นี่  อยากจะถามอะไรตั้งหลายอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ทัน หมอนั่นเป็นพวกล่องหนได้รึไง

 

 

 

 

แล้วแบบนี้....

 

 

“ห้องนี้มัน...จริงดิ่?!”

 

 

 

มือเรียวขาวยกขยี้กลุ่มผมนุ่มของตัวเองอย่างขัดอกขัดใจ เท้าก็ยกเตะอะไรข้าง ๆ เพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิดในตอนนี้ หน้าของหนุ่มร่างเพรียวค่อนไปทางสวย (หากแม้ตัวเขาเองคิดว่าหล่อมากก็ตามที) ยับยู่ พร้อมคิ้วสวยที่ผูกกันเป็นโบ

 

คิเสะ เรียวตะ นายแบบสุดหล่อผู้โด่งดัง กำลังเครียดจนหน้ายุ่ง เพราะการเปลี่ยนแปลงช่วงวัยรุ่นของเขาจากมัธยมปลายเป็นมหาวิทยาลัย มันไม่ได้ง่ายเสียเลย

 

 

เริ่มแรกก็

 

 

 

 

หอพัก...

 

 

 

 

ปกติแล้ว คิเสะจะอยู่ที่คอนโดส่วนตัวซึ่งหรูหราและโอ่อ่ากว่าหอพักนักศึกษาธรรมดาที่นี้กว่าเป็นไหน ๆ ทั้งเครื่องอำนวยความสะดวก แม่บ้าน ไหนจะการบริการจากทางคอนโดมากมาย  เพราะคิดว่าเขาโตแล้วก็จะต้องแยกมาอยู่คนเดียวสิ แม้ที่บ้านจะคัดค้านอยู่บ้างแต่ก็ยืนยันจนทุกคนก็ตามใจและให้ออกมาอยู่คนเดียวในที่สุด

 

 

 

แล้วนี่อะไรล่ะ!

ชีวิตแสนสบายของเขากำลังจะถูกริดรอนแล้วนะ!

 

 

มือเรียวสวยเร่งกดเบอร์มือถือที่คุ้นเคยที่สุด ยกหูและกรอกเสียงลงสายโทรศัพท์ถึงจะเป็นภาษาสุภาพแต่ก็แสนเอาแต่ใจ

 

 

 

 

 

“คุณแม่ครับ นี่เรียวตะนะ”

“ว่าไงลูก”

“ผมไม่อยู่ที่นี่แน่นอน”

“แต่เรียวตะ เราคุยกันแล้วนะ ลูก”

 

 

คุณแม่เสียงหวานแต่ก็มีถ้อยวิธีที่จะทำให้ลูกชายลดความพยศลงโดยสอดไส้ความน่ากลัวไว้ภายใต้เสียงนั้น ลูกชายหน้าหวาน สูดลมหายใจ ฮึ้ด อีกรอบเพื่อสู้คุณแม่ของเขา

 

“แต่ที่นี่มันไม่เหมือนที่ที่ผมอยู่นะคุณแม่ อย่างน้อยก็ไม่โอเคเอาซะเลย แถมต้องมี รูมเมท อีก ทั้งที่ผมอยากอยู่คนเดียวแท้ ๆ...”

 

 

 

“เรียวตะ แม่ว่าแม่คุยกับลูกชายของแม่รู้เรื่องแล้ว”

“แต่คุณแม่..”

“แลมโบกินี่รุ่นใหม่นี่เรียวตะคงไม่อยากได้แล้วสินะ”

 

 

 

 

ลูกชายคนโปรดของคุณแม่ทางปลายสายลอบถอนหายใจ ตัดมาทางคุณแม่ที่กำลังถอนหายใจหนักหน่ายยิ่งกว่าตัวลูกชาย เพราะเธอเลี้ยงลูกมาเป็นแก้วในหิน ตามใจเสียทุกอย่าง ถึงแม้เรื่องในวงการบันเทิง จะมีพี่สาว หรือก็คือลูกสาวของเธออีกคนชักชวนแกมบังคับให้ลูกชายสุดท้องเข้าวงการไป แต่สุดท้ายเธอก็ไม่วายตามใจลูกเรื่องอื่นอีก

ก็เพราะตามใจเสียแทบทุกเรื่อง จนลูกแทบจะทำอะไรเองไม่เป็น เธอผู้เป็นแม่เพิ่งได้รู้สึกว่าถ้าเป็นแบบนี้ ลูกชายของเธอคงไม่เป็นโล้เป็นพายแน่ ๆ และอีกอย่าง เจ้าลูกชายตัวดีนี่ก็ไม่มีเพื่อนที่สนิทเสียเลย แม้ว่าเรียวตะจะพามาให้รู้จักบ้าง แต่สุดท้ายคนที่จะอยู่ไปจนสุดท้ายกับลูกชายของเธอ ก็ยังไม่มีแววซักคน

 

 

ถ้าลองเปลี่ยนรูปแบบที่มาใช้ชีวิตในมหาลัยก็อาจจะทำให้พบอะไรที่เด็กวัยรุ่นเค้าควรจะพบมากขึ้น

 

 

 

แต่นี่ก็อาจจะเป็นแค่ความคิดของคนแก่ๆ ที่เรียกว่าแม่ก็ได้

 

 

 

 

“แม่ครับ จะเอาจริงเหรอ แม่ก็รู้นี่ว่าผม...”

“พอแล้ว เราตามใจลูกมากเกินไปแล้ว เอาล่ะเรียวตะ”

 

 

ลูกชายหน้าหวานหน้ายุ่งเสียยิ่งกว่าเดิม

 

 

“อยู่ที่นั่น ลูกจะมีเพื่อนที่เป็นรูมเมทของลูกที่ดี ลูกจะมีเพื่อนที่ดีที่นั่น ลูกจะอยู่ที่นั่น 1 ปี ตามนั้นนะ”

 

 

คิเสะวางสายจากแม่ไปได้ไม่นาน เพราะความอยากได้มากเกินไปของตัวเองแท้ ๆ ถึงแม้ว่าอยากจะได้น้องแลมโบกินี่สีเหลืองสดคันนั้นขนาดไหน แต่ถ้าต้องให้มาอยู่ในหอพักเรียบง่าย ดูไม่พึงประสงค์กับสายตาของเรียวตะคนนี้

 

 

“เบื่อตายชัก ห้องอะไรไร้รสนิยมเสียจริง”

 

 

 

 

 เพราะแลมโบกินี่เหลืองที่รักของเขาเชียวนะ

ไม่งั้นไม่มีทางมาอยู่หรอก ที่แบบนี้น่ะ!

แล้วที่สำคัญ ดันไปรับคำท้าจากพี่สาวแสนสวยเสียด้วย

ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้!

 

 

 

 

 

แต่ไม่ชอบใจจริงๆ เลย เฮ้อ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ไม่อยากอยู่ ก็ออกไปดิ๊”

 

 

เสียงใครกันนะ?

 

คิ้วเรียวบนหน้าหวานกระตุกเบา ๆ และหันหลังไปตามทิศทางของเสียงที่เพิ่งสิ้นสุดไป

 

 

 

 

 

 

“นาย!”

 

“เห้ย”

 

 

 

 

 

 

ทั้งคู่ ร้องทักเสียงดัง ทั้งคิเสะและคนมาใหม่

 

 

 

แน่นอนว่า ต้องเป็น รูมเมท ของตัวเองเป็นแน่

 

 

คิเสะอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก เพราะไม่คิดว่า ไอ้คนที่จะมาเป็นรูมเมทของเขาจะเป็น

 

 

 

“ไอ้โรคจิต!”

 

 

 

 

ย้อนไปเมื่อ 1 ชม. ที่แล้ว

 

คิเสะ เรียวตะนายแบบหนุ่มชื่อดัง กำลังก้าวลงจากรถหรู ซึ่งแน่นอนเป็นรถจากที่บ้านที่มาส่งเขาที่หน้าเขตหอพักของมหาวิทยาลัย ที่ใหม่ที่เขาจะใช้ชีวิตวัยรุ่นตอนปลายที่นี่ต่อไปอีกนาน

 

กริ๊ดดด

 

 

เสียงกรีดร้องด้วยความใจดี ปนตกใจดังไปรอบๆ เมื่อบรรดาสาวๆ ในมหาวิทยาลัยเห็นคิเสะ ไม่แปลกที่พวกเธอจะส่งเสียงกริ๊ดกร๊าด เพราะความหล่อนี้พ่วงด้วยดีกรีนายแบบชั้นนำของญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักในบรรดาวัยรุ่นทั่วประเทศเป็นอย่างดี

 

คิเสะไม่ลืมที่จะส่งยิ้มทักทายไปให้พวกเธอตามแบบฉบับของนายแบบชื่อดัง จนพอพ้นเสียงกริ๊ดนั้นไป (คิเสะเองก็รู้สึกดีใจที่คุณแม่ส่งบอดี้การ์ดมาคุ้มกันตามหลังให้ด้วย เพราะไม่อย่างงั้นเขาคงได้โดนสาวๆ รุมก่อนจะถึงหอพักแน่นอน)

 

“เดินมาส่งตรงนี้ล่ะ “ คิเสะเอ่ยปากบอกคุณบอดี้การ์ดผู้แสนเคร่งครัดทั้งสองคนนี้ ที่ตามติดเขาแจจนเขาอยากจะสลัดทั้งคู่ออกเสียแล้ว พอเห็นว่าไม่มีผู้คนจอแจ จึงบอกทั้งคู่ไปว่าจะเข้าหอพักทั้งคู่จึงทำตามคำสั่งและจากไป

 

 

แม้ว่าคิเสะจะไม่อยากมาอยู่ที่นี่ก็ตามทีเถอะ แต่อย่างน้อยก็ควรเดินดูรอบ ๆ ให้คุ้นเสียหน่อย

 

 

รอบๆ ก็ดูไม่เลวแต่ก็ไม่ได้ดีอย่างที่คาดไว้ คนหน้าหวานคิด

 

 

 

 

 

 

 

 

“โหยยย สุดยอดด”

 

จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงใครซักคนพูดอะไรแปลก ๆอยู่ใกล้กับที่ที่คิเสะยืนอยู่

พอเดินไปตามเสียงที่ว่านั่น คิเสะก็เจอกับใครบางคน

 

ไอ้ดำนี่มันใครวะ

 

 

โรคจิตรึเปล่าวะเนี่ย

สิ่งที่คิเสะเห็นอยู่ตอนนี้ก็คือ ผู้ชายตัวโตที่สูงกว่าตัวเขาเอง ร่างบึกบึน ตัวดำ หน้าโหดโฉดเช่นโจร...และในมือก็มีหนังสือ...

 

“หนังสือโป๊?”

 

ใช่ หนังสือโป๊

 

โอ๊ย ไม่อยากจะเชื่อ ใครบ้าที่ไหนจะมานั่งดูหนังสือโป๊ได้ประเจิดประเจ้อโดยที่ไม่สนว่าใครจะเห็น

 

และที่ที่คิเสะเดินมาหยุดอยู่ก็คือสวนสาธารณของเขตหอพักที่ใครในมหาวิทยาลัยจะเดินผ่านมาก็ได้ แม้แต่ลูกเด็กเล็กแดงของใครซักคนก็เถอะ!

 

คิเสะเผลออุทานไปเสียเสียงดังจนเจ้าตัวดำที่คิเสะเรียกเอียงคอละสายตาจากหนังสือ หันมามอง แล้วก็หันกลับไปเพ่งดูหนังสืออย่างว่าในมือต่ออย่างไม่สนใจรอบข้าง พร้อมส่งเสียงแปลก ๆอย่างที่คิเสะนึกสยองให้ได้ยินอีกเป็นครั้งที่สอง

 

“ไอ้โรคจิต”

“พูดหยั่งนายไม่เคยจับมันอย่างนั้นแหละ”

 

 

ก็ไม่เคยน่ะสิวะ

 

ของพรรค์นั้นน่ะ

ก็มีแต่พวกโรคจิต คิดไม่ดีน่ะสิ! แบบนายน่ะ 

 

หน้าตาโรคจิต แล้วบุคลิคก็โรคจิตตาม

คิเสะคิดเบ้หน้าใส่อย่างเสียไม่ได้

 

 

“ไอ้โรคจิต”

“ไหนพูดอีกรอบเด๊ะ”

 

คนหน้าหวานคิดว่าเดินกลับออกไปจากตรงนี้คงทัน

 

 

 

“ไอ้โรคจิต”

 

คิเสะไม่ปลื้มคนประเภทนี้ที่สุด เพราะตัวเองเคยเจอสโตรคเกอร์แบบนี้และยิ่งกว่าทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และไม่ใช่ทั้งผู้หญิงผู้ชาย เรียกได้ว่ามีทุกแบบ คอยตามติดชีวิตของคิเสะตลอด ไม่เป็นอันทำอะไร ยิ่งพวกสโตรคเกอร์จนเข้าขั้นคุกคามทางเพศที่คิเสะเจอบ่อยๆ  ทั้งที่เป้นแฟนคลับและไม่ใช่เเฟนคลับเอง (ก็เพราะความหน้าค่อนไปทางสวย บางทีก็เล่นเอาเขาลำบาก) ที่ทำเอาคิเสะเกือบเอาตัวไม่รอด จนคุณแม่ต้องจ้างบอดี้การ์ดมาคอยดูแลเมื่อเข้าใกล้วิกฤต 

 

 

 

 

นี่จะมาเจอในรั้วมหาวิทยาลัยอีก

เรียกได้ว่าคิเสะเกลียดโรคจิตประเภทลามกพรรค์นี้ที่สุด

ขอบาย

 

 

 

แต่ไอ้โรคจิตที่คิเสะเรียกกำลังเดินตรงมาหาคิเสะด้วยหน้าตาไม่น่าไว้ใจสุด ๆ

 

 

 

 

โอ๊ย ชีวิตอันตรายอีก หน้าตาอันดูดีของฉันทำให้ฉันเป็นอันตรายอีกแล้ว คิเสะคิด

 

ขาเรียวรีบเดินหันหลังกลับ แต่ก็ไม่ทันดูทางเสียให้ดี ก็เผลอสะดุดกับก้อนหินริมแปลงดอกไม้ ไอ้โรคจิตคนนั้นที่ตามตามคิเสะมาใกล้ ก็คว้าเขาไว้ทัน

 

 

 

 

 

“นายจับก้นฉันนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน”

 

 

นายแบบหนุ่มสุดหล่อร้องตะโกนอย่างขัดใจ ไอ้โรคจิตไม่น่าไว้ใจดันทำอะไรบ้าในที่โจ่งแจ้งแบบนี้

 

อย่างน้อยคิเสะก็พอมีวิชาติดตัวอยู่บ้าง

 

 

ก็เอ่อ..มาจาก

“ฮื่อ!” คิเสะจัดการไอ้โรคจิตคนนี้ด้วยกระบวนท่าที่จำมาจากในหนังหรืออะไรซักอย่าง

 

 

 

“ช้าไปเว้ย”

ไอ้โรคจิตคนนั้นหลบทัน แต่มือที่จับก้นของเขาก็ยังอยู่ตรงที่เดิม

 

 

“ปล่อยนะเว้ยไอ้โรคจิต ไม่ปล่อยฉันจะร้องให้ดังกว่านี้”

“เอาดิ๊ อยากร้องก็เอาตามใจแกสิ”

 

 

คิเสะกัดฟันกรอด เมื่อกี้ก็ร้องออกไปแล้ว ดันไม่ปล่อยซะอีก นี่เป็นโรคจิตชนิดหน้าด้านเป็นพิเศษ ร้องตะโกนก็ไม่ปล่อยสินะ

 

คิเสะลองเปลี่ยนทาง ถองข้อศอกที่ถนัดเข้าที่หน้าเเกร่งของคนตัวโตกว่า คนมีกล้ามเนื้อแข็งแกร่งแบบนี้ ถองไปคิเสะเองก็เจ็บเสียเอง แต่ก็คงสร้างความเจ็บปวดให้อีกฝ่ายได้บ้างเพราะอีกคนร้องอุทานเบาๆ ร่างเพรียวพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการมากขึ้น

 

 

“แล้วเมื่อกี้ แกเรียกฉันว่าอะไรนะ”

 

ด้วยความเกลียดคนแบบนี้ คิเสะจึงตอกกลับใส่หน้าอีกคนว่าโรคจิตเต็มหน้าจนอีกคนทำหน้าเหยแกไม่พอใจ

 

 

 "ไอ้...โรคจิต"

“หา อะไรนะ”

“ไอ้โรคจิต ไอ้ดำ ไอ้โรคจิตตัวดำ”

“ฮึ”

“ไอ้โรคจิต ปล่อยนะเว้ยยย”

 

 

 

ยิ่งหน้าดำ ๆ ของอีกคนแหยเกไม่พอใจมากขึ้นเท่าไหร่ คิเสะก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตหล่อๆ ของตัวเองแล้ว

 

“ไอ้โรคจิต "

"ไอ้ดำ" 

"ไอ้โรคจิตตัวดำ”

 

 

..................

 

 "รำคาญโว้ยยย"

 

 

 

 

 

คิเสะเบิกตาโพลง ตกใจกับเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินไป

 

 

 

 

 

 

จูบ

 

ใช่ ไอ้หมอนี่ มันจูบคิเสะ

 

 

 

“พูดอีกที พ่อจะจูบให้หมดลมเลย”

 

 

นอกจากจะมาจับก้นเขาและ ยังมาขโมยจูบแรกของคิเสะไปอีกด้วย

 

 

แม้จะเป็นเฮือกสุดท้าย คิเสะก็ยังตะโกนใส่ไอ้คนตัวดำโรคจิตคนนั้น หลังจากที่เขาดิ้นหลุดจากวงแขนแข็งแกร่งนั้นไปแล้วแม้ว่าจะทุลักทุเลหน่อยก็เถอะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัดกลับมาที่เหตุการณ์ ณ ห้อง 4857

 

 

 

 

 

“ไอ้โรคจิต..”

คิเสะหันหลังให้ไอ้โรคจิตของตัวเอง มาอยู่กับพะวงของตัวเอง คิดแล้วก็ปวดตึ้บ มือสวยยกมือขยี้หัวเป็นรอบที่ร้อยของวันนี้

 

 

 

 

 

อะไรวะเนี่ย

อย่าบอกนะว่านี่คือรูมเมทของฉันน่ะ

 

 

 

 

 

“สวัสดี”

 

ไอ้โรคจิตของคิเสะ หยักคิ้วให้ ดูแล้วกวนเบื้องล่างของคิเสะเป็นที่สุด อย่างไรแล้ว ถ้าจะขอเปลี่ยนห้องล่ะ

 

 

 

 

เมื่ออยู่ห้องไหนแล้ว 1 ปีก็จะต้องอยู่ห้องนั้นไปจนครบ ไม่ว่ากรณีใด ๆ จะไม่มีอภิสิทธิ์ในการเปลี่ยนห้องครับ แม้ว่าคุณจะต้องการแบบนั้น เว้นเสียแต่ว่าคุณจะย้ายออกจากมหาลัย

กฎเหล็กของหอพักมหาวิทยาลัยนี่ที่คิเสะทบทวนอยู่จากเจ้าหน้าที่เพิ่งจากกันไม่นาน

 

 

 "ถ้าเรียวตะดื้ออะไรล่ะก็ ลืมแลมโบกินี่เหลืองที่เรียวตะอยากได้ไปได้เลย "

"แม่ครับ"

"พี่คิดว่า แกจะกล้าๆกว่านี้นะเรียวตะ ก็แค่หอพักไม่ใช่รึไง"

ทั้งแม่ ทั้งพี่สาว

พอกันจริงๆ

 

 

ซวยชะมัด...

 

 

 

 

 

ซวยเหลือเกิน

 

 

 

 

 

นายแบบร่างเพรียวหน้าหวานหันกลับมาประจันหน้ากับรูมเมท แม้เจ้าตัวจะยังไม่บอก แต่ที่มือของอีกคนมีกุญแจห้องเลขเดียวกันก็บอกได้ดีอยู่แล้วว่าใช่

 

 

“ฮึ๊”

 

 

 

และอีกฝ่าย

 

คนร่างสูงผิวคล้ำกว่ามองนายแบบหนุ่มสะบัดหน้าไม่พอใจ และดูจะไม่พอใจถึงขั้นมากที่สุดด้วย

 

ก็คงเพราะเขาดันไปขโมยจูบของหมอนั่นมา

 

ยังโกรธไม่หายล่ะมั้งน่ะ

 

 

แต่ให้เขากลับมาทบทวนอีกครั้ง

 

ก็ไม่รู้จะจูบไปทำไม

แต่เพราะหมอนั่นส่งเสียงหนวกหูนี่หว่า

 

 

คนร่างสูงสะบัดหัวเบา ๆ นิ่วหน้าขับไล่ความคิดประหลาดนั้นไป

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนั้นเขาก็คงแค่มีอารมณ์ล่ะมั้ง ก็เพิ่งดูหนังสือแบบนั้นมานี่

 

 

 

ขายาวของร่างที่ยืนจังก้าอยู่หน้าประตูเดินเข้ามา พลางโยนสัมภาระไว้ริมโซฟาของหอพัก เข้าใกล้นายแบบหน้าหวานอีกสองสามก้าว

 

 

 

ร่างเพรียวบางก็ถอยหนีเขาไปตามจังหวะที่เขาก้าวไปหา

 

 

 

หน้าหล่อค่อนหวานบิดเบี้ยวบ่งบอกอารมณ์ที่กำลังเดือดปุด ๆ เม้มปากไม่พอใจถึงขั้นมากที่สุด กำมือเรียวไว้แน่น อยากจะชกหน้าคนตรงหน้าเสียซักที แต่รู้ว่าต้องสู้แรงไม่ได้แน่ ก็ถึกอย่างกับควายแบบนั้นน่ะ

 

 

 

คนร่างสูงกว่าหน้าคมเข้มก้มหน้าเพียงนิดหน่อย มองร่างเพรียวตรงหน้า ขาที่ยาวกว่าของเขาสาวเข้าใกล้อีกคนเรื่อย ๆ ทีละก้าวสองก้าว และอีกคนก็ถอยไปจนใกล้จะชนกับขอบโต๊ะกลางห้องของหอพัก

 

 

 ดูท่าทางเดือดปุด ๆเลยสินะ เห็นแล้วมันน่าแกล้งชะมัด คนหล่อหน้าคมคิด

 

 

“สวัสดี ฉันจะมาเป็นรูมเมทของนายตั้งแต่วันนี้ “

 

 

 

 

คนร่างเพรียวสะบัดหน้าหนีอีกครั้ง สื่อกลาย ๆ ว่า ไม่อยากฟัง

 

 

 

 

แต่ก็ยังเหลือบปลายหางตาด้วยขนตายาวสวยมามองด้วยความไม่พอใจ

 

 

 

 

“อาโอมิเนะ ไดกิ ยินดีที่ได้ร่วมห้องนะรูมเมท” 

 
 
 
 
 
TBC..
 
 
ปล. ลงไว้ดูฟีดแบค แฮ่
คุณหนูเอาแต่ใจกับดำโรคจิต 
รอติดตามตอนหน้าค่า 
AU (ซึ่งมันอาจจะตรงความจริงไปหน่อยก็ตาม...) เรื่องแรก ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจนจบเน้อ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #5 Nat (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 / 16:10
    น่ากลัวอะครับ. คิเสะสู้ๆๆ. nat_inw_@hotmail.com
    #5
    0