ขนาดตัวอักษร

  • font-size
  • font-size

สีพื้นหลัง

ระยะห่างบรรทัด

คืนค่า

[Fic Naruto] ดาราส่องแสง ทะลุมิติมาโลกนินจา (โอโรจิมารุxOc)​

ตอนที่ 72 : Chapter​ 68 : ความลับในหอนางโลม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • 17 มี.ค. 63


 

Chapter 68 : ความลับในหอนางโลม


 

'ที่นี่คือโลกอันมืดมิดภายใต้แสงไฟจากโคมแดง'

----------------------------------------


 

"เธอระวังหลังไป ส่วนฉันจะจัดการด้านหน้า"


 

"ตามใจเหอะ=_="ตูหมดปัญญา​จะเถียงมันละ


 

เรเน่เดินไปตามทางที่อาคาสึมะชี้สั่งอย่างว่าง่าย ไม่ใช่เพราะเธอเป็นเด็กดีเชื่อฟังอะไรหรอกนะ ก่อนหน้านั้นเธอเถียงอีกฝ่ายฉอดๆก็ถูกอัดกลับมาเหมียนหมูเหมียนหมาจนตอนนี้เธอชักจะแผงฤทธิ์​ไม่ออก


 

เส้นทางภายในนั้นซับซ้อน​กว่าที่พวกเธอคาดการณ์​ไว้พอสมควร แต่กลับกันแทบจะไม่มียามคอยเฝ้าระวังเลย จากที่ผ่านมาพวกเธอเจอยามเฝ้าแค่2-3คนเท่านั้นเอง


 

ผลัว​ะ!!


 

อ่ะ นับเพิ่มเป็น4=_=


 

อาคาสึมะสะบัด​มือไปมาอย่างหัวเสีย คงเพราะมีแต่เขาที่จัดการยามเฝ้าอยู่คนเดียว และดูเจ้าของที่นี่จะขาใหญ่​ไม่เบาจ้างมาแต่ละนาย ล้ำบึกทั้งนั้น


 

ส่วนเธอก็จ้องภาพเหล่าชายฉกรรจ์​ตบตี(?)​กันแบบนิ่งๆโดยแทบไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ


 

ก็ทำไงไว้วะ อยากเดินนำหน้าเองนิ=..=


เรเน่ยืนผิวปาก​พลางควง'ปืนลูกโม่​'ในมือเล่นไปพลางๆ ที่เธอเลือกใช้ปืนแทนที่จะใช้พวกดาบหรือมีดนั้นเพราะว่าเธอไม่อยากเข้าไปโดนลูกหลงจากอาคาสึมะต่างหาก พี่แกอัดไม่เลี้ยง​เลย ได้มองหน้าศัตรู​หรือเปล่าก็ไม่รู้==;


"โอ๊ะโอ้00" 


ป​ั​ง! 


"ระวังหัวด้วยก็ดีนะพ่อคุณ" 


"หุบปาก​ไปเลยหนา"อีกฝ่ายเกาหัวแกรกๆแล้วก้าวเดินต่อ แต่ขณะนั้นเองมีก็บุคคลปริศนา​พุ่งลงมาพร้อมกับมีดในมือ อาคาสึมะเห็นแบบนั้นก็พุ่งเข้าใส่เพื่อโจมตีอย่างห้าวหาญ​ แต่เรเน่สังเกต​บางอย่างได้นั่นคือกลไกของมีดที่เริ่มเปลี่ยนไปจนมีลักษณะ​ยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


!? 


ไม่ต้องจบคุณไสยก็สามารถทายอนาคตได้ทันทีว่าฝ่ายที่จะดับนั้นไม่ใช่บุรุษ​นิรนามแต่เป็นพ่ออาคาสึมะคนเก่งของเรานี่ล่ะที่จะโดนมีดเสียบเป็นบาร์บีคิว​=[ ]=!! 


"อาคาสึมะโ​ว​้​ย!!" 


ฟึบ! 


โ​ค​รม!? 


เธอคว้าขาของอาคาสึมะไว้ก่อนกระชากกลับมาจนอีกฝ่ายหน้าไถลไปกับพื้นและสวนกลับด้วยลูกตะกั่ว​ไปหนึ่งนัดกลางกะบาลชายนิรนามเน้นๆ


ป​ั​ง! 


ดับในพริบตา... 


ฝ่ายอาคาสึมะที่ถูกลากไถลไปกับพื้นค่อยๆพยุง​ตัวขึ้นมาก่อนลูบสันจมูก​ป่อยๆ


"ทำบ้าอะไนของเธอห๊ะ!?" 


"หนวกหู​นะ ถ้าเมื่อกี้ฉันไม่ขัดไว้เอ็งก็เดี้ยงไ​ปแล​้​ว!!" 


อีกฝ่ายว้ากมาเธอก็ว้ากกลับไม่มีใครยอมใคร ราวกับพริกกับเกลือที่ไม่มีทางเป็นหนึ่งเดียวกันได้


เรเน่เข้าไปตบๆคลำๆแถวหน้าท้องของคนที่นอนกองอยู่บนพื้น สักพัก​ก็พบกับสิ่งที่เธอต้องการ


"เจอแ​ล​้​ว!"


แผ่นหล็กทรงกลมสลักรูปสัตว์เทพ4ทิศ* เอาไว้ 


เหมือนเธอจะเห็นอาคาสึมะมองมาด้วยความสงสัย สาวเจ้าจึงหันมาฉีกยิ้มกว้างแล้วแกว่งเจ้าแผ่นเหล็กนั่นไปมา


"ตอนที่นายกำลังอัดเจ้าพวกนี้อยู่ ฉันเห็นหนึ่งในนั้นเอาเจ้าแผ่นนี้ขึ้นมาประกบที่ประตูเลยคิดว่าหากเราจะเปิดประตูเข้าไปมันน่าจะมีกลไกอะไรซ่อนไว้อยู่" 


คำพูดคำจาดูฉลาดใช่มั้ยล่ะ เปล่าหรอกตูใช้สัญชาตญาณ​(มั่ว)​เอาล้วนๆ=_=


แผ่นเหล็กถูกประกบเข้ากับช่องว่างบนผนัง เรเน่หมุนๆมันอยู่หลายรอบเพราะถึงจะเอาไปประกบตามที่เห็นแล้วแต่ก็ดูจะไม่เกิดอะไรขึ้น จนอาคาสึมะแทรกตัวเข้ามาแล้วใช้ฝ่ามือ​กดลงไปที่แกนกลาง​ของแผ่นเหล็กนั้นไปหนึ่งครั้ง


ตัวผนังถูกแยกออกจากกัน กลายเป็นทางลงมืดสลัว บรรไดแต่ละขั้นถูกสร้างมาจากหินดูมีอายุจนแอบหวั่น​ว่าถ้าเหยียบไปแล้วมันจะถล่มลงไปหรือเปล่า


"ไปเร็ว" 


อาคาสึมะกล่าวสั้นๆแล้วเดินนำไปก่อน เธอที่เดินตามหลังต้อยๆได้แต่ชำเลืองมองคนข้างๆที่มีบาดแผลตามอยู่ประปราย​ อดไม่ได้ที่จะร้องถามอาการ


"นายโอเคนะ จะรักษาก่อนมั้ยเผื่อด้านหน้าไปเจอศัตรูอีก?" 


ชายชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลแดงส่ายหน้าไปมาแทนการปฏิเสธ​ เธอสังเกตว่ายิ่งเดินลงมาลึกเท่าไหร่นัยตาของอีกฝ่ายยิ่งสั่นระริก​มากเท่านั้น ราวกับว่าอาคาสึมะนั้นกำลังกลัวหรือหวาดระแวง​อะไรอยู่สักอย่าง


"น้องสาวฉัน..."


 

"??"


เธอชะงักเล็กน้อยหันไปจ้องอาคาสึมะเต็มๆตาเมื่อจู่ๆอีกฝ่ายก็เอ่ยปากพูดบางสิ่งขึ้นมาเสียดื้อๆในสถานการณ์​แบบนี้


 

"น้องสาวของฉันหายตัวไประหว่างการทำภารกิจ สืบข้อมูลก็มารู้ว่าเธอถูกพาตัวมาที่นี่ซึ่งการจะเข้ามาได้นั้นต้องมีคนช่วย"อาคาสึมะเว้นช่วงไปพัก ก่อนหันมาสบตากับเธอ


 

"ขอบใจเธอมากที่ยอมช่วยฉัน"อีกฝ่ายเผยยิ้มออกมา เป็นยิ้มบางเบาแต่กลับอ่อนโยนกว่าทุกครั้งตั้งแต่เจอกัน


 

"ทุ่มเทเพื่อตามหาครอบครัว นายเป็นพี่ชายที่ดีนะ"พวกเราหัวเราะให้กันเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อ


เราเดินกันมาถึงห้องๆหนึ่ง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่านั่นจะเป็นห้องขังเหล่าเด็กสาวที่หายตัวไปทั้งหลายแหล่​ตามข้อมูลที่ได้มาก็ได้


แกร็ก! 


ตัวล็อค​ถูกปลดออกโดยกุญแจเฉพาะกิจ(?)​เรียบร้อย ไม่ต้องรอให้เสียเวลาอาคาสึมะพุ่งเข้าไปสำรวจภายในทันที


"กรี๊ด!?" 


ไม่ถึงวินาทีที่อาคาสึมะพุ่งตัวเข้าไปในห้องขังนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นมา เธอวิ่งตามเข้าไปก็พบกับสิ่งที่ตามหา


เด็กสาวน้อยใหญ่นับสิบยี่สิบคนกำลังนั่งกอดกันกลมอยู่บนพื้น บางก็คดตัวเพื่อกันความหนาวแต่ละคนนั้นเนื้อตัวมอมแมมมีเลือดเปอะเปื้อน​ประปรายจนไม่อาจเรียกตัวเองว่าเป็นเกอิชาหรือโอยอิรันได้ ตามผนังห้องนั้นมีคราบสกปรกและกลิ่นเหม็น​อับจนเผลอนิ่วหน้า​ สภาพน่าอดสู่เกินจะทน


เรเน่ก้าวเข้าไปหาเด็กสาวคนหนึ่งที่มีเรือนผมและดวงตาสีดำสนิท ร่างเล็กสั่นเทาอย่างหวาดกลัว


"เธอ..." 


เรเน่เอื้อมมือหมายจะสัมผัส​แขนของเด็กสาวตรงหน้า แต่อีกฝ่ายก็ถดหนีไปซะก่อนดวงตาคู่งามสั่นระริกอย่างหวาดกลัว ใบหน้าที่แต่เดิมคงสวยสดเต็มไปด้วยร่องรอย​บวมช้ำ และรอยเลือดแห้งกรังอยู่บริเวณ​ริมฝีปาก


คมเขี้ยวขบเข้าหากันไปมา ยิ่งเห็นสภาพของเด็กคนนี้เธอยิ่งรู้สึกเวทนาเหลือเกินที่ชะตาเล่นตลกกับจิตใจคนได้มากขนาดนี้


เด็กสาวสะดุ้งอีกครั้งเมื่อมือถูกดึงเข้าประชิดตัวของอีกฝ่ายที่ปรากฏ​ตัวขึ้นอย่างไร้ที่มาที่ไป ก่แนจะเบิกตากว้างเมื่อกุญแจ​มือที่สร้างความเจ็บปวดและเป็นสิ่งกังขังพวกเธอไว้ที่นี่ถูกปลดออกอย่างง่ายดาย​


ฝ่ายอาคาสึมะนั้นกำลังเดินวนไปวนมาสายตาคมสำรวจทั่วห้องขัง สอดส่องทุกพื้นที่เพื่อตามหาน้องสาวผู้เป็นที่รักของเขา


การกระทำของเขาค่อนข้าง​เป็นจุดสนใจของเหล่าสตรีน้อยใหญ่ แต่เขาก็หาสนใจไม่ ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการคือพบเจอน้องสาวของเขาเท่านั้น


หาแค่ไหนก็ไม่เจอจนอาคาสึมะเกือบใจเสีย แต่แล้วสายตาก็สะดุดเข้ากับบางอย่าง 


ผ้าขาดๆที่พอจะกันความหนาวได้ถูกกองรวมกันอยู่เป็นก้อน เขาลองใช้มือสัมผัสเจ้าก้อนนั้นเบาๆ กองผ้าห่มนั้นก็ค่อยๆขยับลุกขึ้นมาจนผ้าบางส่วนล่วงลงข้างลำตัวของเจ้าของผ้ากองนั้นไป


 

"พี่คะ?"


ร่างที่คดตัวอยู่ในกองผ้าเอ่ยออกมาเสียงเบาหวิว​ต่างจากผู้เป็นพี่


 

"ยูคาริ!"


 

ภาพของพี่น้องที่ได้กลับมาพบกันหลังจากห่าง​หาย​กันไปนานนี้ช่างเป็นอะไรที่สวยงามจริงๆ เธอเหล่มองทั้งสองร่างที่กำลังกอดกันกลมโดยอาคาสึมะคว้าตัวน้องสาวขึ้นมาจากกองผ้าแล้วกอดผู้เป็นน้องสาวแน่นอย่างรักใคร่​ ส่วนตัวเธอนั้นก็ทำการไล่ปลดกุญแจ​มือให้กับคนอื่นๆที่กำลังร้องไห้ซาบซึ้ง​กับการกระทำของพวกเธอ


เมื่อไล่ปลดจนครบ เธอก็เดินเข้าไปหาสองพี่น้องที่ยังกอดกันกลมไม่เลิกไม่ลา จนเรเน่ต้องสนิทคนพี่เบาๆว่าจะเอาไงต่อ แต่ดูท่าอาคาสึมะจะมีความเป็นซิสค่อนอยู่ไม่มากก็น้อย อีกฝ่ายดันน้องสาวของตัวเองขึ้นมาประชิดกับเธอก่อนแนะนะเสียงร่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน(ขนลุกแฮะ=_=|||)​


"นี่'ยูคาริ'น้องสาวของฉันเอง เธอน่ารักใช่ม่ะ? ดูซิหน้าเปื้อนโคลนไปหมดเลย ทำไมปล่อยให้น่าสวยๆเปื้อนล่ะ" 


ไม่พูดเปล่ายังย่อตัวมาเช็ดคราบสกปรกตามใบหน้าให้อย่างห่วงใย ยัง เอ็งยังไม่หยุดอีก!! ไอ้เถื่อนที่จับหัวเธอโขกพื้นรั่วๆนี่มันหายไปไหนแล้ววะ?! 


เรเน่สะบัดหน้าไล่ความคิดแปลกๆออกจากหัวก่อนหันมาพินิจเด็กสาวเบื้องหน้าของเธอแทน


เด็กสาวผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลแดงและนัยน์ตา​สีสว่างไม่ต่างจากคนเป็นพี่ อายุอานามน่าจะต่ำกว่าเธอสักปีสองปี เส้นผมสลวยของหล่อนถูกม้วนขึ้นเป็นดังโงะประดับด้วยปิ่นลายผีเสื้อตัวน้อย ถือว่าเป็นเด็กที่น่ารักไม่หยอกโตไปคงสวยและมรสเน่ห์​มากกว่านี้แน่ๆ


 

เรเน่จ้องใบหน้าของยูคาริตาไม่กระพริบ สำรวจตั้งแต่หัวจรด​เท้า​จนฝ่ายนั้นเริ่มขยับตัวไปมาอย่างประหม่า​ปนเคอะเขิน​ เธอจ้องอยู่นานจนนึกขึ้นได้ ขุดคุ้ย​บางอย่างที่อยู่ในกระเป๋า​พกออกมา


 

รูปถ่ายใบเล็กถูกหยิบขึ้นมาเทียบข้างกับเด็กสาวเจ้าของนัยตาสีสว่างเหมือนพี่ชายของเธอ เรเน่เบิกตากว้าง


 

"ใช่เธอจริงๆด้วย หลานสาวของคุณโคซุยน​ี​่​เอง!!"เธอมองสลับไปมาระหว่างใบหน้าของยูคาริและรูปถ่ายใบเล็กที่ได้มาจากคุณโคซุยในระหว่างที่พวกเธอกำลังจะออกเดินทางมาทำภารกิจที่นี่


 

ฝ่าย2พี่น้องหันมองหน้ากันด้วยสายตาสับสนและมึนงง จนที่สุดก็เป็นยูคาริผู้เป็นน้องเอื้อมมือมากระตุกชายเสื้อของเธอยิกๆราวกับเด็กที่พยายามเรียกร้องความสนใจ


 

พอมาพินิจดูใกล้ๆแบบนี้แล้วเธอก็รู้สึกได้เลยว่าพี่น้องคู่นี้เกิดมาแบบสวรรค์สร้างจริงๆ หล่อสวยกันทั้งคู่=_=


 

"อ่า... ขอโทษนะคะ..."


 

เสียงหวานเอ่ยขึ้น ดึงสติเธอให้กลับมาจดจ่อ​กับสองร่างเบื้องหน้าอีกครั้ง


 

"ฉันคิดว่าคุณจะเข้าใจผิดนะคะ ฉันอยู่กับพี่แค่สองคน..."


 

คำพูดของยูคารินั้นทำเอาร่างเธอชาวาบไปชั่วขณะ​ ก่อนจะสะบัด​หัวแรงๆหนึ่งรอบแล้วยื่นหน้าไปใกล้ๆกับเด็กสาวเบื้องหน้า ก่อนป้องหูเพื่อสื่อว่าเธอต้องการฟังมันอีกครั้งหนึ่ง


 

"เมื่อกี้เธอว่าไงนะ?"


 

สาวน้อยวัยแรก​แย้ม​กระสับกระส่าย​สูดหายใจ​เข้าปอดแล้วเอ่ยออกมาอีกครั้งโดยเน้นให้เรเน่ฟังทีละคำอย่างชัดเจน


 

"ฉันไม่มีครอบครัวที่ไหนนอกจากพี่อาคาสึมะแล้วค่ะ"

.


 

.


 

.


 

ห๊ะ?


 ฉึก!! 


"เห๊ะ?" 


เรเน่กระพริบตาปริบๆก้มลงมองบริเวณหน้าท้องที่ถูกมีดเล็มงามเสียบแทงจนทะลุ ยูคารินัยน์ตา​สั่นระริกโลหิตสีชาด กระเด็นเปอะเปื้อน​บนใบหน้ามนอยู่ประปราย ตาสองสีของเรเน่เหลือบมองไปข้างหลัง เด็กสาวที่เธอช่วยเป็นคนแรกกำลังแท่งเหล็กแหลมแทงเธออยู่ มืออันบอบบางนั้นพยายามกดแรงให้มากขึ้นหวังให้มันทะลุไปมากกว่านี้


นัยน์ตาสีดำสนิทของเด็กสาวเบิกกว้างเมื่อจู่ๆร่างกายตนก็คว้าแท่งเหล็กที่เป็นเศษศากปรักหักพัง​อยู่ในห้องขังนี้เป็นปกติก่อนพุ่งมาแท่งผู้มีพระคุณ​แบบนี้ มือหล่อนสั่นพยายามดึงแท่งเหล็กนั้นออกแต่ร่างกายกลับไม่เป็นอย่างใจนึกยังคงกดแท่งเหล็กเข้าไปในร่างของผู้มีพระคุณ​อย่างไม่ลดละ


"ฮึก... ฮือ" 


จนในที่สุดหล่อนก็ทนไม่ไหว ปล่อยให้น้ำตาล่วงเผาะ สมองขาวโพลนราวกับไม่ใช่ตัวเอง หล่อนไม่ได้อยากทำแบบนี้เลย ทำไมร่างกายถึงไม่เป็นไปอย่างที่ใจคิดกัน คร่ำครวญในใจอยู่ลำพังหล่อนก็ต้องแปลกใจปนหวาดผวาเมื่อแท่งเหล็กที่ควรปลิดชีวิตผู้มีพระคุณของหล่อนไปนั้นกลับค่อยๆหลอมละลาย​ราวกับถูกกรดเหลว แผลเป็นกลางหน้าท้องค่อยๆสมานเข้าหากันอย่างรวดเร็​วจนเกินธรรมดาของมนุษย​์ปกติ


คงเพราะมัวแต่ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนไม่ทันสนใจรอบข้างพอเงยหน้ามาอีกที ผู้มีพระคุณของหล่อนก็เข้ามาประชิดตัวเสียแล้ว


ร่างหล่อนสั่นระริกเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่แต่เดิมเป็นสองสีในดวงเดียวที่ดูสวยราวกับห้วงอวกาศ​ แต่ตอนนี้มันกลับดำสนิทจนน่าหวาดผวา​


เล็มคมที่ยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กับปลายนิ้วสีดำกำลังลูบไหลแก้มเนียนของหล่อนอย่างอ้อยอิ่ง​ก่อนค่อยๆไล่มาเป็นริมฝีปาก กกหู ลำคอ จนมาหยุดอยู่บริเวณ​กระดูกไหปลาร้า​ ใบหน้าเรียวของอีกฝ่ายค่อยๆยื่นเข้ามาใกล้ ลมหายใจร้อนเป่าลงที่ลำคอของเธอจนขนลุกซู่​


ละอองสีม่วงราวกับอัญมณี​ถูกโปรยลงบริเวณ​ลำคอของหล่อนเสียงวิ้งๆราวกับกระดิ่งนั้นทำให้หล่อนรูสึกเคลิบเคลิ้ม​


หล่อนเม้มปาก​หลับตา​พริ้ม อดยอมรับไม่ได้ว่าสัมผัสของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีพระคุณนั้นทำให้หล่อนรู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


"น่าสงสาร" 


เอ​๊​ะ? 


คำพูดไร้ที่มาที่ไปถูกเอื้อนเอ่ยออกมา ชั่วพริบตาหล่อนก็ได้รู้ซึ้งถึงคำว่า'เจ็บปางตาย'​


ก​ร​้วบ!!! 


"กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"


เขี้ยวคมเจาะเข้าเนื้อของหล่อนอย่างไม่ลังเล ก่อนเนื้อหนังบางส่วนจะถูกกระชาก​ออกไปอย่างแรงจนร่างกระตุกเกร็ง


หญิงสาวคนอื่นที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างส่งเสียงกรีดร้อง​อย่างหวาดผวา แม้แต่อาคาสึมะยังต้องปิดตาน้องสาวไว้เพื่อกันไม่ให้เด็กน้อยต้องเห็นอะไรที่ดูน่าสะอิดสะเอียน​แบบนี้


ถุ้ย! 


ตุบ! 


ชิ้นเนื้อของเด็กสาวถูกคายทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะถูกผ้ามากดไว้บริเวณบาดแผลเหวอะหวะ​ที่ผู้มีพระคุณ​ของหล่อนเป็นคนสร้างไว้


"ทำบ้าอะไรของเธอว​ะ!!?" 


อาคาสึมะตะโกนถามเรเน่ที่กำลังกดบาดแผลให้เด็กสาวอย่างทะนุถนอม​ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เธอเป็นคนขย้ำเนื้อของเด็กคนนั้นเองแท้ๆ


"ลองดูเองสิ"เรเน่ชี้ไปที่ก้อนเนื้อที่ถูกเธองับ(กระชาก)​อแกมา มือก็ยังคงรักษาให้เด็กสาวตรงหน้าด้วยวิชานินจาแพทย์​อย่างทุลักทุเล​


อาคาสึมะกระเถิบ​เข้าไปใกล้ชิ้นเนื้อนั้นอย่างหวาดระแวง ก่อนค่อยๆหยิบมันขึ้นมาพินิจดู


"รอยสัก?"ลายดอกไม้? 


"นี่พวกเธอน่ะ มีรอยสักกันทุกคนหรือเปล่า?"เรเน่หันไปถามหญิงสาวคนอื่นๆ


"ค่ะ ผู้หญิง​ทุกคนที่มาทำงานที่นี่ หลังผ่านไปสามวัน ทุกๆคนต้องทำการสักลายดอกยูริ**กันทุกคนค่ะ เป็นกฏที่แม่ใหญ่ของที่นี่ตั้งไว้" 


"เป็นไปได้มั้ยที่จะมีคนนอกสักลายแบบนี้บ้าง?" 


"เป็นไปไม่ได้อย่างที่สุดค่ะ เพราะลายดอกยูรินี่ถูกออกแบบมาเป็นกรณีพิเศษ​ หากไม่ใช่คนของที่นี่หรือเป็นตัวแม่ใหญ่ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่าของพวกเรา ก็ไม่มีผู้อื่นสักรอยแบบนี้แล้วค่ะ"


ใบหน้าของเรเน่ดำทะมึนไปครึ่งหน้า หัวนึกย้อนกลับไปก่อนหน้านี้


'คุณโคซุยสักด้วยหรอคะ สวยจังเลย'​


'โฮๆขอบใจมากนะเรเน่จัง'​


'หนูไม่เคยเห็นใครสักลายแบบนี้เลย คุณโคซุยคิดเองหรอคะ'​


'...เปล่านิจ๊ะ หนูคิดไปเองหรือเปล่า รอยสักนี่ฮิตสุดๆเห็นได้ทั่วไปเลยนะ'​


'อย่างนั้นเหรอคะ'



"อ่า...อย่างนั้นเหรอ"


รุยอิ...เคียวยะ...ครูนิชิกิ... 


ฉันว่าเราต้องมานั่งเรียบเรียงภารกิจกันใหม่แล้วล่ะ... 




[อีกด้านหนึ่ง]​


"หวังว่าเรเน่จังจะรู้สึกตัวแล้วนะ" 


"ก็ขอให้เป็นแบบนั้นล่ะนะ" 


"...." 


สามหนุ่มพูดคุยสื่อสารกันอย่างไม่สนหัวใคร แม้ว่ารอบๆตัวพวกเขาจะถูกห้อมล้อม​ไปด้วยคนแปลกหน้าและหน้าแปลก(?)​จับจ้องอย่างกินเลือดกินเนื้อ


หลังจากที่เกือบตีกันตายเรื่องเครื่องแต่งกาย ในที่สุดสองหนุ่มทีม11ก็ได้ถอดคราบเด็กสาวในหอนางโลมออกมาเป็นหนุ่มสุดฮอตเหมือนเดิมสักที


พวกเขาไม่ได้เจอทางลับแบบเรเน่ แต่ก็ดันมาป๊ะเข้ากับกองกำลังของหอนางโลมของที่นี่เข้าซะได้


แต่ถือเป็นเรื่องดีเหมือนกัน


"แต่ก็ไม่นึกเลยนะว่าเพื่อนร่วมงานของผมจะถูกจัดการไปได้ง่ายๆ"


ดวงตาที่เคยปิดสนิทค่อยๆปรือขึ้นมา ปรากฏ​นัยน์ตา​สีแดงโลหิตให้ผู้คนได้ประจักษ์​กันทั่วหน้า


"ต้องขอยอมรับความสามารถในการแสดงของคุณเลยนะ คุณโคซุย ไม่สิ... หรือต้องให้ผมเรียก'แม่ใหญ่โคซุย'​ ฮึ" 


เพราะตัวแม่ของภารกิจในครั้งนี้...ก็ได้ปรากฏ​ตัวขึ้นแล้วเช่นกัน





 

จบ

---------------------------------------------


*สัตว์เทพ4ทิศ ตามเทพนิยายจีนนั้น   เป็นผู้ปกครองทิศทั้ง 4 บนสวรรค์​ และแต่ละองค์จะประกอบด้วยกลุ่มดาว 7 กลุ่ม นอกจากนั้นทั้ง 4 ยังเป็นตัวแทนธาตุหลักตามตำราจีนด้วย ซึ่งนำเอาใช้ในตำราแพทย์ของจีน รวมถึงศิลปะการต่อสู้​อีกด้วย 

สัตว์เทพ4ทิศ อันได้แก่

1.มังกรฟ้า เซริว -​ ธาตุไม้หรือน้ำ

2.หงส์แดง ซูซาคุ -​ ธาตุไฟ

3.พยัคฆ์​ขาว เบียคโกะ  -​ธาตุลม และ

4.เต่าดำ เกนบุ -​ธาตุน้ำหรือธาตุดิน


**ดอกยูริ = ดอกลิลลี่​

--------------------------------------------


โฮร่ววววววววว​T[ ]Tได้มาอัพต่อสักที


ขอโทษ​ด้วยนะคะที่หายไปนาน(แบบชห.วายวอด)​ ไรต์อยู่มอปลายปี2แล้ว ทั้งกิจกรรมและอะไรหลายๆอย่างทำให้หาเวลามาแต่งต่อไม่ค่อยจะได้


มาดูเวลาคือไรต์หายไปนานมาก แบบนานม๊ากๆจนต้องยกมือทาบอก


เอาจริงๆนะกลัวว่าพอกลับมาแล้วคนอ่านหายม๊ากกกกก อย่าพึ่งทิ้งไรต์ไปน่าาาา แงงงง//เกาะขา


จะพยายามเคลียร์​ตัวเองให้เร็วที่สุดแล้วรีบมาอัพต่อแน่นอนค่ะ!//ทุบอก



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 168 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,589 ความคิดเห็น

×