ยัยซึมเศร้ากับนายเหงาคุง

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 12 วีรกรรมเฟอะฟะ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 ธ.ค. 61


ตอนที่ 12

 

นิลรีบกลับบ้านมาอาบน้ำและกินข้าวเช้า เพื่อเตรียมตัวไปสมัครและสัมภาษณ์งานพนักงานบริการลูกค้าของเครือข่ายโทรศัพท์แห่งหนึ่ง ตามประกาศที่แจ้งไว้บนเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ตที่เธอไปพบเข้า

"จะได้หรือเปล่านะ?" เธอถอนหายใจเบาๆ ระหว่างที่ล้มตัวลงนอนบนโซฟาภายในโถงบ้าน ปกติเธอจะต้องขึ้นไปนอนบนเตียงในห้องนอน แต่เพราะวันนี้มีภารกิจในช่วงบ่าย เธอจึงไม่อยากให้ตัวเองนอนสบายจนตื่นสาย ทั้งที่ปกติแล้ว ต่อให้นอนในห้อง เธอก็นอนได้แค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น

2 ชั่วโมงต่อมา นิลก็ตื่นและไม่ได้มีความรู้สึกอยากนอนอีก ด้วยเหตุนี้หญิงสาวจึงลุกขึ้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอตั้งใจว่าจะใช้เวลาก่อนการสมัครงาน ไปกราบพระพุทธรูปเก่าแก่ที่โรงเรียนมัธยมปลายประจำจังหวัดที่เธอเคยเรียนอยู่ เหมือนอย่างที่เคยทำทุกๆ ปี เพื่อความเป็นสิริมงคล

"ขี่มอเตอร์ไซค์ไปจอดไว้ที่ห้างแล้วกัน เผื่อไม่ทันเวลา" นิลวางแผนแบบเร่งด่วน ก่อนจะรีบแต่งตัวแล้วขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านไปยังห้างสรรพสินค้าที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 7 กิโลเมตร

หลังจากฝากมอเตอร์ไซค์จอดไว้ยังจุดจอดมอเตอร์ไซค์ของห้างสรรพสินค้าเรียบร้อยแล้ว นิลก็รีบเดินเร็วมารอรถสองแถวสีแดงเข้มอมเลือดหมู ซึ่งจะพาเธอเข้าไปในตัวเมือง ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและความตีนผีของโชเฟอร์ ถึงอย่างนั้นก็ยังนับว่าโชคดีที่จำนวนรถสายนี้มีมากกว่าสายอื่นๆ ชนิดที่ว่าโชเฟอร์สองคันสามารถขับรถแข่งกันบนถนนเพื่อแย่งลูกค้าได้เลยทีเดียว

แน่นอน... แม้จะมีจำนวนรถมากมายขนาดนั้น แต่บรรดานักเรียนบนรถก็ยังแอบเชียร์รถคันที่ตัวเองขึ้นให้แข่งชนะอีกคัน นิลเองก็เคยเป็น 1 ในนั้น และจนถึงทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่

ออดดด... ด!

นิลลุกขึ้นกดกริ่ง เมื่อรถแล่นเข้ามาใกล้จุดที่เธอจะต้องลง หญิงสาวเลือกที่จะเข้าตลาดไปซื้อพวงมาลัยก่อน แล้วค่อยเดินผ่านฝูงลิงย้อนกลับมาสักการะพระพุทธรูปประจำโรงเรียน นานแล้วที่เธอไม่ได้มาเยือนถนนแถบนี้ ร้านค้าหลายร้านปิดตัวลง หลายร้านยังอยู่เป็นปกติ และมีหลายร้านที่เปลี่ยนไปขายสินค้าอื่น ขณะที่ฝูงลิงยังคงวิ่งเล่นไปทั่วเช่นเดิม ทั้งบนฟุตบาท ถนน หลังคาตึก รวมไปถึงปีนขึ้นลงตามเสาไฟด้วย

...วันนี้หนูจะไปสมัครและสัมภาษณ์งาน หนูมาขอพรจากหลวงพ่อค่ะ...

ในที่สุด นิลก็เดินมาถึงวิหารสีขาวของหลวงพ่อขาวภายในโรงเรียนมัธยมปลายประจำจังหวัดที่เธอเรียนจบมาแล้วกว่า 10 ปี แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นหญิงสาวก็ยังคงมากราบท่านเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตทุกๆ ปี เธอตั้งใจไว้ว่าหากตัวเองยังอาศัยอยู่ในจังหวัดลพบุรี เธอก็จะกลับมากราบท่านเช่นนี้ทุกๆ ปี

...ขอให้หนูได้งานที่เหมาะสมกับตัวเอง และหาเงินมาเลี้ยงแม่ เลี้ยงพี่ เลี้ยงหลานๆ ได้ด้วยเถิดค่ะ สาธุๆ...

นิลอธิษฐาน แล้วคลานเข่าเข้าไปถวายพวงมาลัยตรงหน้าองค์พระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะสมัยอยุธยาองค์ใหญ่ เธอเงยหน้าขึ้นมองหลวงพ่อขาว มองพระพักตร์และพระโอษฐ์ที่มีรอยยิ้มให้เธออยู่เสมอ แม้เวลานี้หลวงพ่อจะได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งองค์ แล้วนั่งน้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้ง นอกจากแม่แล้ว เธอเองก็มีพระพุทธรูปองค์นี้เป็นที่พึ่งทางใจมาตลอดตั้งแต่สมัยเรียน หญิงสาวรู้สึกว่าหัวใจของเธอสงบ ยามที่ได้มานั่งใต้ร่มโพธิ์บริเวณวิหารของหลวงพ่อ หากแต่วันนี้ภารกิจของเธอทำให้เธอนั่งสงบจิตสงบใจอยู่ตรงนี้นานไม่ได้

...หลวงพ่อคะ ถ้าปีหน้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในชีวิตหนู หนูจะมากราบหลวงพ่อใหม่นะคะ...

นั่นคือสิ่งที่นิลอธิษฐานบอกหลวงพ่อทุกปี ก่อนที่เธอจะคลานเข่าออกมาใส่รองเท้า เพื่อนำพวงมาลัยไปกราบพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ภายในโรงเรียนนี้ อันเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจของเธอด้วยเช่นกัน

...วันนี้หนูจะไปสมัครและสัมภาษณ์งาน หนูมากราบขอพรจากพระองค์ท่านค่ะ ขอให้หนูได้งานที่เหมาะสมกับตัวเอง และหาเงินมาเลี้ยงแม่ เลี้ยงพี่ เลี้ยงหลานๆ ได้ด้วยเถิดนะคะ สาธุๆ...

นิลอธิษฐานบอกพระองค์ท่านเหมือนที่เธออธิษฐานบอกหลวงพ่อขาว เวลานี้เธอไม่ได้ต้องการสิ่งอื่นใดนอกเหนือไปจากงานที่จะช่วยให้เธอหาเงินมาคืนแม่ เลี้ยงแม่ และจุนเจือครอบครัวของพี่ชายได้เท่านั้น เธอใช้เวลาอีกนิดหน่อยในการเดินซึมซับภาพบรรยากาศเก่าๆ ในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นอาคารเก่าสองชั้นกึ่งไม้กึ่งปูนสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม หรือตึกใหม่ที่เธอเคยเดินเรียนเวียนไปห้องนั้นทีห้องนี้ทีจนรองเท้าสึก รวมไปถึงต้นไม้นานาชนิดที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงามากขึ้น แม้จะมีสิ่งปลูกสร้างบางอย่างเพิ่มเติม อาทิ ลานจอดมอเตอร์ไซค์ และหลังคาโดมบังแดดยามเข้าแถวเคารพธงชาติ หากแต่ทุกอย่างก็ยังคงให้กลิ่นอายความเป็นโรงเรียนเก่าของเธออยู่ดี

 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา นิลก็กลับมาถึงห้างสรรพสินค้าที่เธอจอดมอเตอร์ไซค์คู่ใจของเธอเอาไว้ เหลืออีกไม่ถึงชั่วโมง การสมัครและสัมภาษณ์งานก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว หญิงสาวจึงจำต้องจ้ำอ้าวไปยังจุดจอดมอเตอร์ไซค์ภายในห้างสรรพสินค้า แล้วรีบขี่รถไปยังสถานที่สมัครงานซึ่งอยู่ในซอยใกล้โรงเรียนมัธยมต้นของเธอ และห่างจากห้างสรรพสินค้าประมาณ 2 กิโลเมตร ตามแผนที่ที่ทางบริษัทให้ไว้ในเว็บไซต์

เพียงแต่... นิลไม่รู้เท่านั้นเองว่าอาคารที่ใช้เป็นสถานที่สมัครและสัมภาษณ์งานอยู่ตรงไหนภายในซอย ด้วยเหตุนี้เธอจึงขี่รถวนไปวนมาอยู่หลายรอบ ก่อนจะตัดสินใจถามวินมอเตอร์ไซค์ที่ขี่รถผ่านมา

“พี่คะ... อาคารกระจายสัญญาณโทรศัพท์นี่อยู่ตรงไหนหรือคะ?

คำถามของเธอทำเอาอีกฝ่ายเบรกรถเสียงดัง... เอี๊ยดดดด

“เข้าไปในซอยนี้ตรงกลางๆ ซอยน่ะน้อง มันจะมีต้นไม้บังๆ หายากหน่อย” อีกฝ่ายตอบคำถามพลางชี้มือประกอบไปด้วย

“หนูขี่รถเข้าไปหาหลายรอบแล้ว แต่ไม่เจอเลยอะค่ะพี่” เธอยิ้มเจื่อนๆ ให้กับความตาถั่วของตัวเอง ซึ่งเป็นความสามารถพิเศษที่ไม่ควรลอกเลียนแบบอันติดตัวมาแต่ไหนแต่ไร

“เดี๋ยวน้องขี่รถตามพี่มาแล้วกัน พี่จะพาไป” วินมอเตอร์ไซค์รูปร่างอ้วนนิด ดำหน่อย และเตี้ยไม่น้อย ทว่าน้ำใจงามบอกเธอแล้วกลับรถขี่นำออกไป ยังความซาบซึ้งให้แก่หญิงสาวเป็นอย่างมาก

“ตรงนี้แหละน้อง” อีกฝ่ายชี้มือไปที่ตึกสามชั้นสีขาวหลังแนวต้นไม้รกๆ ซึ่งเวลานี้เริ่มมีผู้คนทยอยกันเข้ามานั่งรอสมัครและสอบสัมภาษณ์งานกันบ้างแล้ว

“ขอบคุณมากๆ นะคะพี่ ขอบคุณค่ะ” นิลก้มหัวขอบคุณพี่วินใจดี แล้วเลี้ยวมอเตอร์ไซค์เข้าไปจอดใต้ต้นไม้ใกล้กับตัวอาคาร ก่อนจะเดินไปนั่งที่ม้าหินอ่อน เช่นเดียวกับกลุ่มหญิงสาว 4-5 คนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว แต่ละคนล้วนแต่งหน้าและแต่งตัวแบบจัดเต็ม ต่างจากนิลที่สวมเสื้อเชิ้ตและสูทตัวนอกแบบผู้หญิง กับสวมกางเกงขายาวสีดำชุดกัน เพิ่มรัศมีความเป็นป้าหนักขึ้น

“ส่งใบสมัครข้างบนแล้วลงมารอข้างล่างเลยครับ” คุณลุงพนักงานรักษาความปลอดภัยบอกนิล เธอจึงเดินขึ้นบันไดไปส่งเอกสารกับเจ้าหน้าที่ชายหญิงที่คาดว่าน่าจะเป็นกรรมการในการสอบสัมภาษณ์ด้วย แล้วลงมารอเรียกสัมภาษณ์ด้านล่างเช่นเดิม กระทั่งถึงเวลานัดหมายตามที่ระบุไว้ในประกาศ...

“เชิญผู้สมัครทุกคนขึ้นไปด้านบนได้เลยครับ” พนักงานรักษาความปลอดภัยคนเดิมเดินมาบอกผู้สมัครทั้งหลายที่นั่งรวมกลุ่มกันอยู่เงียบๆ แบบไม่มีใครคุยกับใคร หลังจากได้รับคำสั่งทางวิทยุสื่อสารจากเจ้าหน้าที่บนตึกแล้ว

...แต่ละคนดูคล่องแคล่วแฮะ ท่าทางจะชวดงานแน่เลยเรา...

นิลครุ่นคิดพลางลอบถอนหายใจเบาๆ ระหว่างที่มองสำรวจผู้สมัครแต่ละคนที่เดินเรียงแถวขึ้นบันไดไปด้วยกัน ทุกคนถูกเรียกเข้าไปในห้องที่มีโต๊ะยาวและเก้าอี้เรียงรายคล้ายห้องเรียน ก่อนจะได้รับการแจกจ่ายกระดาษข้อสอบประเภทแบบทดสอบด้านบุคลิกภาพ ต่อด้วยการสอบสัมภาษณ์ทีละคน คิวของนิลอยู่เกือบสุดท้ายเลยทีเดียว

“น้องใช้มือถือแบบแอนดรอยด์ หรือไอโอเอสคะ?

แค่คำถามแรกก็ทำเอานิลกุมขมับแล้ว ในเมื่อสมาร์ทโฟนที่เธอใช้ มัน... ไม่ใช่ทั้งสองแบบ

“งานนี้ต้องยืนทั้งวันนะคะ น้องเขียนนิยายมาตลอด ไม่ค่อยได้พบปะผู้คน จะนำเสนอโปรโมชั่นกับลูกค้าได้หรือเปล่า พวกสเปคมือถือนี่ต้องแม่นเลยนะ?

คำถามมากมายตามมาอีกเป็นชุด และแม้จะตอบออกไปโดยไม่ได้เว้นช่วงคิด แต่ก็ใช่ว่าเธอจะปกปิดเสียงสั่นๆ จากความประหม่าได้มิดชิด

“ขอบคุณที่ให้ความสนใจนะคะ หากผ่านการคัดเลือก พี่จะติดต่อกลับไปภายใน 1 อาทิตย์ค่ะ”

นั่นคือคำพูดสุดท้ายของกรรมการที่ยังคงดังวนเวียนอยู่ในหัวของนิล แม้เท้าทั้งสองข้างของเธอจะก้าวมาถึงใต้ร่มไม้ที่ใช้จอดมอเตอร์ไซค์แล้วก็ตาม หญิงสาวไม่มั่นใจนักว่าเธอจะเป็น 1 ในผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่อยากทิ้งความหวัง

ทว่า... นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาวนเวียนคิดถึงเรื่องนี้แล้ว นิลบอกตัวเอง แน่ล่ะ! ในเมื่ออีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงเวลาเข้าทำงานที่โรงงาน เธอจึงต้องรีบกลับบ้านไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และกินข้าวให้เร็วที่สุด

 

แม้จะนอนไปเพียง 2 ชั่วโมง หากแต่นิลก็ไม่ได้รู้สึกง่วงเหงาหาวนอนแต่อย่างใด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเร่งรีบหรือเปล่าที่ทำให้เธอตาสว่างมาตลอดวัน โชคดีที่เธอตอกบัตรได้ทันเวลาเข้างาน แต่ก็โชคดีไม่ดีนักที่มีเพื่อนร่วมงานสังเกตเห็นความผิดปกติของเสื้อยืดที่นิลสวม

“เธอ... ใส่เสื้อกลับข้างหรือเปล่า?

คำถามของพนักงานหญิงคนหนึ่งเรียกให้พนักงานหญิงอีกหลายคนหันมามองนิลกันเป็นตาเดียว และต่างขบขันในความเปิ่นเป๋อของเธอ ที่สามารถสวมเสื้อกลับด้านหน้าเป็นด้านหลังมาทำงานได้โดยไม่นึกเอะใจแม้แต่น้อย

“เดี๋ยวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” นิลยิ้มเจื่อนๆ ให้เพื่อนร่วมงาน แล้วตั้งท่าจะเดินไปเข้าห้องน้ำด้านหลังอาคาร แต่อีกฝ่ายดันตัวไว้

“ไม่ต้องไปหรอก ยุ่งยาก เปลี่ยนตรงนี้แหละ เดี๋ยวบังให้ ตรงนี้แต่ผู้หญิงทั้งนั้น”

ด้วยเหตุนี้ นิลจึงจำต้องยืนเปลี่ยนเสื้อตรงนั้น และรีบขึ้นไปมีตติ้งพนักงานบนออฟฟิศของแผนกด้วยท่าทางไม่รู้ไม่มีชี้ เสมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นและตัวเธอเองไม่เคยทำอะไรเลย

“วันนี้นิลไปอยู่ตรงเครื่องฝาโรลออนนะ มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามพี่เครื่องข้างๆ เลย” หัวหน้าแผนกสาวคนสวยบอกนิลขณะแบ่งหน้าที่ให้พนักงานในแผนกแต่ละคน พร้อมกับหันไปกำชับพี่เลี้ยงของนิลซึ่งก็คือพี่เครื่องข้างๆ คนที่ว่า

“ปุ้ม... ฝากน้องด้วยนะ ช่วยแนะนำหน่อย”

“ค่ะ” คนถูกเรียกรับคำ แล้วหันมายิ้มให้นิล เป็นรอยยิ้มแสดงความเป็นมิตรที่ช่วยให้หญิงสาวรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง และไม่ใช่แค่นั้น...

“นิลดูพี่ทำนะ นี่ๆ แบบนี้” เจ้าของชื่อปุ้มสอนนิลด้วยการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง นับเป็นการสอนที่เห็นผลไวที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องได้อีกด้วย

“พี่ปุ้มทำงานที่นี่มานานหรือยังคะ?” นิลเริ่มต้นชวนคุยด้วยคำถามพื้นๆ ประเภทที่ใครๆ ก็ถามกัน

“อืม... น่าจะ 2 ปีได้แล้วมั้ง นิลล่ะ ได้ข่าวว่าจบปริญญา ไม่ลองไปหางานที่เขารับวุฒิปริญญาทำดูเหรอ ทำงานแบบนี้เหนื่อยนะ เสียสุขภาพด้วย” พี่ปุ้มย้อนถามและออกความเห็นตามประสารุ่นพี่ที่ดี

“นิลก็อยากทำงานวุฒิปริญญาค่ะพี่ แต่นิลไม่มีประสบการณ์ อายุจะ 30 แล้วด้วย ตอนนี้งานไหนรับนิลก็ทำไปก่อนแหละค่ะ” นิลยิ้มเจื่อนๆ ให้พี่ปุ้ม เธอไม่รู้ว่าใครเป็นคนเอาเรื่องที่เธอจบปริญญาตรีมาเผยแพร่ และเผยแพร่ไปในทางไหน แต่ถึงแม้สักวันหนึ่งจะได้รู้ หญิงสาวก็ไม่อยากใส่ใจสักเท่าไหร่ เพราะเธอเองก็ตอบทุกคนที่ตั้งคำถามประเภทนี้กับเธอไปตามความจริงโดยไม่มีอะไรปิดบังอยู่แล้ว

“ถ้ามีที่อื่นรับนะนิล นิลออกจากที่นี่ไปทำเถอะ พี่เองก็ไม่ได้อยากทำ แต่พี่เรียนน้อย ไม่มีทางเลือก พี่ไม่อยากให้นิลมาสุขภาพแย่ที่นี่” พี่ปุ้มย้ำเรื่องสุขภาพเป็นพิเศษ ซึ่งนิลเองก็พอจะเข้าใจดีถึงสารอันตรายต่างๆ ที่อยู่ในพลาสติก และคงจะวนเวียนอยู่รอบตัวเธอเวลานี้

ทว่า... ถ้าเทียบกับสิ่งที่ปุ้มรู้แล้วล่ะก็ เรื่องที่นิลรู้มา คงถูกนับเป็นเศษเสี้ยวอุกกาบาตในหมู่อุกกาบาตนั่นแหละ!

“นิล... ได้เวลาพักแล้ว นิลไปพักเลย เดี๋ยวพี่ดูเครื่องให้”

เผลอแป๊บเดียว เวลาพักของนิลก็มาถึงเสียแล้ว หญิงสาวยังไม่รู้สึกอยากพักสักเท่าไหร่ ด้วยเหตุผลเดิมๆ คือ เธอไม่รู้จะออกไปทำอะไร นอกจากนั่งเท้าคางดูหนังสยองขวัญอยู่ที่โรงอาหาร

“พี่ปุ้มไหวหรือคะ ฝามันออกมาเร็วมากเลยนะคะ นิลออกไปพัก นิลก็ไม่รู้จะไปทำอะไรอยู่ดี” นิลบอกรุ่นพี่สาวรูปร่างอ้วนๆ ดำๆ หากแต่หัวใจของเธอน่ากราบ

“พี่ไม่เป็นไร นิลไปพักเลย เขาให้พัก เราก็พักเถอะนิล เดี๋ยวชั่วโมงถัดไปพี่จะพัก พี่คุยกับหัวหน้าแล้ว เขาจะให้คนอื่นมาคุมเครื่องพี่ นิลจะได้ไม่ต้องดูสองเครื่อง” ปุ้มยังคงตอบนิลพร้อมรอยยิ้มเช่นเคย นิลจึงจำใจต้องไปพักเบรกตามที่พี่ปุ้มบอกด้วยการไปนั่งเท้าคางดูหนังสยองขวัญประเภทตัดหัวกะซวกไส้ที่โรงอาหารเช่นเคย หญิงสาวอยากรู้จริงๆ ว่าใครเป็นต้นคิดให้เปิดช่องนี้ให้พนักงานกะกลางคืนดูในเวลาใกล้จะเที่ยงคืนแบบนี้

“เฮ้ออออ...” นิลถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เธออยากให้ถึงเวลาเข้างานเร็วๆ จะได้ทำงานเร็วๆ และหมดเวลางานกลับบ้านไปนอนเร็วๆ หญิงสาวไม่รู้ว่าพนักงานคนอื่นรู้สึกอย่างเธอหรือเปล่า บางที... เธออาจจะทำงานที่บ้านมากเกินไปก็ได้ ถึงได้กลายเป็นคนติดบ้านแบบนี้

“พี่ปุ้มไปเบรกแล้วหรือคะ?

ทันทีที่นาฬิกาข้อมือที่นิลใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงบอกเวลา 10 นาทีสุดท้ายของการเบรก นิลก็รีบจ้ำอ้าวออกจากโรงอาหารกลับมายังแผนกของเธอ สวนกันกับปุ้มซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายออกไปตอนไหน โดยพนักงานที่มาทำงานแทนปุ้มขณะพักเบรกก็คือเอ๊ะ สาวผิวขาว ผมยาว ร่างท้วม เจ้าของใบหน้าบอกบุญไม่รับผู้ที่เคยเป็นพี่เลี้ยงสอนงานให้กับนิลเป็นคนแรก

...แน่นอน! จนถึงเวลานี้เธอก็ยังหน้าบอกบุญไม่รับเช่นเดิม

“ไปแล้ว” เธอตอบคำถามของนิลสั้นๆ โดยไม่มองหน้าคนถาม ทำให้นิลจำต้องจบการสนทนาลงเพียงแค่นั้น แล้วกลับไปประจำตำแหน่งของตัวเอง เพื่อเริ่มต้นทำงานหลังการพักเบรกต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเวลาพักรับประทานอาหารของเหล่าพนักงานกะกลางคืนทั้งหลาย ต่อเนื่องไปจนถึงเวลาพักเบรกช่วงหลัง และต่อเนื่องไปจนถึงเวลาเลิกงาน

“พี่ปุ้มกลับบ้านกันค่ะ พรุ่งนี้เจอกันใหม่” นิลยิ้มร่าเริงให้พี่ปุ้ม ทั้งที่นัยน์ตาใกล้จะปิด นี่ถ้าวันนี้เธอไม่มีรุ่นพี่คนนี้คอยชวนคุยล่ะก็ หญิงสาวคงเข้าฌานไปเฝ้าพระอินทร์แล้วแน่ๆ

“พรุ่งนี้พี่หยุด ไว้มะรืนค่อยเจอกัน แต่ไม่รู้เขาจะจัดให้เราได้มาเจอกันอีกหรือเปล่านี่แหละ” ปุ้มหัวเราะร่า สองสาวเดินแยกกันไปคนละทาง โดยที่นิลรีบตรงรี่ไปตอกบัตรเพื่อจะได้กลับบ้านไปกินข้าว และนอนพักเอาแรงไว้ใช้สำหรับงานในคืนนี้

อีก 4 วันเธอถึงจะได้หยุดพัก และได้โทรไลน์คุยกับหนุ่มแทนการพิมพ์ข้อความทิ้งไว้ เพื่อจะต้องอ่านข้อความเดิมๆ ที่เขาตอบกลับมาชนิดที่แทบไม่ต่างกันในแต่ละวัน เป็นต้นว่า เอาใจช่วย สู้ๆ เป็นกำลังใจให้ เธอไม่รู้ว่าเขาตอบเธอตามมารยาทหรือเปล่า รวมทั้งไม่รู้ว่าเขาคิดถึงเธอเหมือนที่เธอคิดถึงเขาบ้างไหม หลายครั้งที่เธอนึกถอดใจไม่อยากส่งข้อความใดๆ ไปจนกว่าจะถึงวันหยุด เพื่อจะดูปฏิกิริยาตอบรับจากคนทางโน้นว่า เขาจะยอมเป็นฝ่ายส่งข้อความมาหาเธอก่อนบ้างหรือไม่ ทว่าสุดท้ายนิลก็พ่ายแพ้ต่อความเคยชินของตัวเอง หากในสมัยโบราณมีมนุษย์ประเภทไม่เห็นหน้า เห็นหลังคาบ้านก็ยังดี นิลเองก็คงเป็นประเภทไม่เห็นหน้า เห็นไลน์ก็ยังดีนั่นแหละ

“ฮ้าวววว...” นิลกินข้าวพลางปิดปากหาวจนน้ำตาไหล ระหว่างที่พิมพ์ข้อความบรรยายเรื่องราวของเธอในวันนี้แบบสั้นๆ ไปให้หนุ่ม เธอได้แต่หวังว่าวันนี้ตัวเองจะหลับสนิทได้นานกว่าวันอื่นๆ จากการอดนอนมาหลายวัน

...อันที่จริงก็ใช่ว่าหญิงสาวจะไม่เคยเป็นแบบนี้เอาเสียเลย เธอเคยนอนไม่หลับทั้งคืนเป็นเวลาเกือบ 1 อาทิตย์มาแล้ว ตอนที่ฝึกงานอยู่ร้านขายยาใกล้บ้าน มิหนำซ้ำยังโหมทำงานหลายอย่างจนถูกพิษไข้เล่นงานตั้งแต่อาทิตย์แรก และน้ำหนักลดลงไป 2 กิโลกรัม ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือนอีกด้วย

“อะไรกันเนี่ยยยย พึ่งนอนไป 3 ชั่วโมงเอง”

วัฏจักรเดิมๆ วนเวียนกลับมาหานิลอีกครั้ง เมื่อร่างกายเจ้ากรรมไม่ยอมนอนต่อเหมือนอย่างที่เจ้าของสารร่างตั้งใจไว้ หญิงสาวจึงลุกขึ้นมาทำงานบ้าน และเตรียมตัวไปทำงานนอกบ้านเหมือนอย่างสองสามวันที่ผ่านมา ถึงอย่างนั้นก็ดูเหมือนว่างานบ้านที่มีมากมายไม่รู้จักสิ้นสุด กับยัยสาวผู้ขยันรักษาความสะอาดบ้านแบบไม่มีที่สิ้นสุด จะทำให้นิลเกือบไปทำงานสายอีกแล้ว มิหนำซ้ำ...

“นิล... นั่นหนูใส่เสื้อกลับข้างหรือเปล่า?

เสียงตั้งคำถามของหัวหน้าแผนกสาวคนสวยดังขึ้นระหว่างการมีตติ้งพนักงาน ทำเอาพนักงานรุ่นพี่คนอื่นๆ หันขวับมามองเธอกันเป็นตาเดียว

“เออ... ใช่ นี่ไงกลับข้างหน้าเป็นข้างหลัง” ใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆ นิลช่วยตรวจดูให้ ยิ่งไปกว่านั้นยังยืนยันเสียงดังลั่นห้องแบบได้ยินกันทั่วถึงอีกด้วย

“เมื่อวานก็กลับข้างในเป็นข้างนอกไม่ใช่เหรอ?” ใครอีกคนพูดประโยคบอกเล่ากึ่งประโยคคำถาม ซึ่งสำหรับนิลแล้วไม่พูดเสียยังจะดีกว่า

“เอ่อ... ใช่ค่ะ พอดีรีบไปหน่อยค่ะ” นิลยิ้มเจื่อนๆ ให้ทุกคน พร้อมกับพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เพื่อกลบเกลื่อนความอับอายในระดับที่อยากแทรกแผ่นปูนหนี

“เดี๋ยววันนี้นิลไปประจำอยู่จุดเดียวกับเมื่อวานนะ ทำเป็นแล้วใช่ไหม พี่ปุ้มสอนแล้วเนอะ?” หัวหน้าแผนกเริ่มต้นแบ่งหน้าที่ และในที่สุดก็เวียนมาถึงชื่อนิล

“ค่ะ ทำได้ค่ะ พี่ปุ้มสอนแล้วค่ะ” นิลตอบชัดเจนทุกคำถาม ก่อนจะรีบลงไปสลับข้างเสื้อให้ถูกต้องในห้องน้ำ และกลับมายืนประจำยังตำแหน่งที่เธอเคยทำเมื่อวานนี้ ทว่าสิ่งที่แตกต่างจากเมื่อวานนี้ก็คือ...

“นิล เดี๋ยวไปอยู่จุดอื่นก่อนนะ รู้สึกเครื่องนี้จะมีปัญหา ให้ช่างเขาซ่อมเครื่องก่อน” สตาฟท์สาวมาดแมนคนเดิมเดินมาบอกนิล ทำเอานิลยืนงงอยู่เป็นนานจนถึงเวลาเบรก เพราะไม่มีใครมาบอกว่าเธอจะต้องไปประจำตำแหน่งใหม่ตรงไหน

“เดี๋ยวนิลทำตรงนี้จนถึงพักนะ พอช่วงบ่าย เดี๋ยวหลังพักจะมาบอกว่าให้ไปอยู่จุดไหนต่อ” สตาฟท์คนเดิมเดินมาบอกนิลซึ่งผ่านการพักเบรกมาเรียบร้อยแล้ว และเดินกลับมาสำรวจดูว่าช่างซ่อมเครื่องที่เธอต้องเข้าทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” นิลรับคำ แล้วกลับไปประจำตำแหน่งเดิมอยู่ราวๆ 2 ชั่วโมง ก่อนจะออกไปพักรับประทานอาหาร โดยไม่ได้กินอะไรทั้งสิ้น หญิงสาวถือว่าทั้งวันเธอได้กินข้าวครบ 3 มื้อมาจากบ้านแล้ว และไม่ได้รู้สึกหิว ซึ่งก็ไม่ได้ต่างจากสองสามวันที่ผ่านมาเลย

“นิลเข้าไปทำงานในห้องแอร์นะ พอดีคนขาด”

นั่นคือคำสั่งที่นิลได้รับจากสตาฟท์หลังกลับเข้ามาทำงาน โดยงานในห้องแอร์ที่ว่าก็คืองานประกอบชิ้นส่วนอลูมิเนียมที่นิลชอบ แต่ทว่าวันนี้ต่อให้เป็นงานที่นิลเคยชอบสักแค่ไหน การอดหลับอดนอนของเธอติดต่อกันหลายวันก็ส่งผลให้ความง่วงบังเกิดและกลายเป็นอุปสรรคในการทำงานอย่างหนัก

เคร้ง!!

ชิ้นส่วนอลูมิเนียมในมือนิลหล่นลงไปบนโต๊ะจากอาการหลับในของหญิงสาว นั่นเองที่ทำให้เธอตกใจสะดุ้งตื่น มิหนำซ้ำยังพาให้บรรดาพนักงานรุ่นพี่ภายในห้องหันมามองเธอกันเป็นตาเดียวอีกด้วย

“อย่าให้หล่นพื้นนะ ถ้าหล่นพื้นต้องตีเป็นของเสียเลย” รุ่นพี่สาวตัวอ้วนกลมคนหนึ่งบอกนิล ขณะที่นิลได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ รับคำ และพยายามถ่างตาไม่ให้ตัวเองหลับในอีก

ในที่สุดวันทำงานอันแสนง่วงก็ผ่านพ้นไป และทั้งที่วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์แท้ๆ แต่พนักงานโรงงานอย่างนิลก็จำต้องกลับบ้านมานอนเอาแรง เพื่อตื่นไปทำงานอีกครั้งในตอนเย็น

“นิ้วล็อคเลยแฮะ”

หลังจากกลับถึงบ้าน นิลก็พบอาการผิดปกติอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองซึ่งแน่นอนว่าคงมีสาเหตุมาจากงานที่ทำในวันนี้ เนื่องจากการประกบแผ่นอลูมิเนียมสองชิ้นเข้าด้วยกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง ทำให้นิ้วโป้งและนิ้วชี้ของนิลเกิดอาการขยับเปลี่ยนท่าไม่ได้ หญิงสาวไม่รู้จะทำอย่างไรดี และคิดว่าหากนอนพักสักตื่น นิ้วของเธอก็คงกลับมาเป็นปกติดังเดิมในตอนเย็น เธอจึงไม่ได้คิดที่จะแก้ไข และยังคงใช้ชีวิตประจำวันไปตามปกติ

...เริ่มต้นด้วยการรายงานตัวกับหนุ่มทางแชทว่าเธอเลิกงานและกลับถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว แม้จะหิวและง่วง กำลังใจก็ยังถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้สำหรับนิล ต่อให้ประโยคที่ตอบกลับมาของเขาจะยังคงเป็นประโยคเดิมๆ ที่ไม่ต่างจากเมื่อวานและวันก่อนๆ สักเท่าไหร่ ทว่าแค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะช่วยให้เธอมีแรงเดินต่อไปบนถนนที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เป็นหนามกุหลาบล้วนๆ

-วันนี้ผมหยุด อยู่ห้องทั้งวัน ตื่นนอนแล้วโทรมานะกัฟ คิดถึง-

ประโยคที่หนุ่มพิมพ์ทิ้งไว้แตกต่างจากวันก่อนๆ ที่เธอเคยอ่าน และมันก็ทำให้นิลยิ้มทั้งน้ำตา ที่ผ่านมาเธอได้แต่นึกสงสัยว่าเขาคิดถึงเธอบ้างหรือเปล่า เหงาบ้างไหมเวลาไม่ได้คุยกับเธอ และรู้สึกว่าชีวิตขาดอะไรไปเหมือนกับเธอหรือไม่ วันนี้... หญิงสาวได้คำตอบนั้นแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

50 ความคิดเห็น

  1. #26 พยัคฆ์ขาว (@kanlueang) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 00:29

    แค่คำว่า คิดถึง ก็ทำให้นิลร้องไห้แล้ว ถถถถ หนุ่มจะรู้ไหมนี่

    #26
    1
  2. #25 พยัคฆ์ขาว (@kanlueang) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 23:48

    555555 เสื้อกลับด้านนี่เคยเป็นมาก่อน รู้เลยว่า อายเป็นยังไง

    #25
    1