[Fic] Joon x Mir - First Collection [Apple Cupcake]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3

    Overall
    3

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ
"หลังจากที่สโนวไวท์กินแอปเปิ้ลอาบยาพิษเธอก็ล้มลงไปนอนแน่นิ่งไม่หายใจ นั่นแหละ พี่ถึงได้ชอบเรื่องสโนวไวท์ยังไงล่ะ"


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
 
 
**Welcome To My First Collection**
[Apple Cupcake]
 
 
 
 
 
[Joon x Mir]
 
 
 
     "หยุดคิดเลย  ไม่เกี่ยวกับแฟนเก่าพี่สักนิด"
 
     "ก็มันน่าคิดนี่นา"
 
     "พี่ชอบก็เพราะเนื้อเรื่องมันสนุกต่างหาก"
 
     "งั้นวันหลังผมแต่งตัวเป็นสโนวไวท์มาหาพี่บ้างดีไหมนะ"
 
     "เด็กบ๊อง"พี่จุนหันมาบีบจมูกผมเบาๆแต่ก็เล่นเอาเจ็บไม่น้อย  รังแกผมทำไมเนี่ย
 
     "เจ็บนะพี่จุน"
 
     "เพราะแอปเปิ้ล"
 
     "หืมม  แอปเปิ้ลทำไมเหรอฮะ"
 
     "เพราะสโนวไวท์กินแอปเปิ้ล"
 
     ".........."
 
     "หลังจากที่สโนวไวท์กินแอปเปิ้ลอาบยาพิษเธอก็ล้มลงไปนอนแน่นิ่งไม่หายใจ"
 
     ".........."
 
     "นั่นแหละ  พี่ถึงได้ชอบเรื่องสโนวไวท์ยังไงล่ะ"
 
 
 
 
*****************************************************************************************
 
[ช่วงคุยกับนักเขียน]
สวัสดีค่ะนักอ่านผู้น่ารักทุกท่าน ขอต้อนรับสู่คลังของนักเขียนตัวเล็กๆคนหนึ่ง
ฟิคเรื่องนี้แต่เดิมเคยลงไว้ในบ้าน MBLAQ THAILAND ก่อนที่จะโดนปิดไป
เป็นฟิคที่แต่งเอาไว้นานแล้วสมัยยังไม่ค่อยได้ขัดเกลาภาษาของตัวเองเท่าไหร่นัก
ด้วยความที่เป็นคู่จิ้นซึงดุง+จุนมีร์ฟิคของไรเตอร์ก็เลยมีแต่ของคู่นี้นะคะ
หากใครชื่นชอบฝากส่งกำลังใจให้ด้วยน้าแล้วไรเตอร์จะค่อยๆทยอยลงฟิคเรื่อยๆจ้า
 
*****************************************************************************************
 
 
.

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 20 ก.ย. 59 / 13:37

บันทึกเป็น Favorite


  "แกร๊ง !!"ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิร์ตสีขาวครีมกับกางเกงยีนส์ดูสบายตาแอบสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงกริ่งที่ติดไว้กับบานประตู  พนักงานในร้านเอ่ยต้อนรับเสียงใสก่อนจะเดินนำชายหนุ่มตรงไปยังเคาน์เตอร์ไม้สำหรับสั่งขนม  หญิงสาวอีกคนที่กำลังจดอะไรบางอย่างลงไปในกระดาษเงยหน้าขึ้นมามองลูกค้าคนใหม่พร้อมกับส่งยิ้มหวาน  ยิ้มที่ทำให้คนมองถึงกับเคลิ้ม
 
     "รับอะไรดีค่ะ"
 
     "เอ่อ...ผมยังตัดสินใจไม่ได้เลยครับ  แค่เดินตามกลิ่นเข้ามา"
 
     "เอ๋ ??"
 
     "เอ่อ..ผมหมายถึงว่ากลิ่นขนมมันหอมก็เลยเดินตามเข้ามาน่ะครับ  ไม่ได้หมายความว่าผมเป็นหมานะ"
 
     "อ๋อ  ค่ะ"หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นหัวเราะกับท่าทางของชายหนุ่มตรงหน้า  นอกจากจะเป็นลูกค้าผู้ชายคนแรกของวันแล้ว  เขายังเป็นลูกค้าที่แปลกที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมาอีกด้วย
 
     "ก็..ผมไม่เคยเข้าร้านขนมเลยไม่รู้ว่าต้องเริ่มสั่งยังไงแต่ขนมร้านของคุณหอมมากมันทำให้ผมอดใจไม่ไหวก็เลยตัดสินใจเข้ามา  อ่าคือผม..พูดไม่ถูก  ขายหน้าจัง"ชายหนุ่มเกาหัวแก้เก้อ  แต่ไหนแต่ไรมาเขาเป็นคนขี้อายอยู่แล้วและยิ่งได้มาทำอะไรโก๊ะๆต่อหน้าหญิงสาวยิ่งทำให้ระดับดีกรีความร้อนที่หน้าเพิ่มสูงขึ้นไปอีก
 
     "ไม่หรอกค่ะ  คุณก็แค่แปลกจากคนทั่วไปนิดหน่อย  ถ้าเลือกไม่ถูกงั้นลองดูที่ตู้โชว์สิค่ะ  รับประกันเลยค่ะว่าขนมเราน่ากินทุกชิ้น"
 
     "ครับ  เอ๊ะ!! นั่น"ชายหนุ่มเอานิ้วชี้จิ้มไปยังกระจกของตู้โชว์เหมือนเด็กที่อยากได้ของเล่น  คัพเค้กสีดำมันวาวเพราะเคลือบไปด้วยดาร์คช็อคโกแลตดึงดูดความสนใจชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย  เขากลืนน้ำลายเฮือกใหญ่  ความรู้สึกอยากได้กับความรู้สึกเสียดายปนเปกันไปหมด  
 
     "สนใจชิ้นนี้เหรอค่ะ"
 
     "เอ่อ..ครับ  แต่ผมคงกินมันไม่ได้"
 
     "อ้าว  ทำไมล่ะค่ะ  คัพเค้กชิ้นนี้ราคาไม่แพงและที่สำคัญก็ยังใช้ดาร์คช็อคโกแลตแท้ด้วยนะค่ะ"
 
     "ผม..เป็นโรคเบาหวาน"ทันทีที่พูดจบชายหนุ่มก็ก้มหน้างุดต่างกับอากัปกิริยาเมื่อครู่  ถึงเขาจะชอบกินขนมหวานแต่ร่างกายก็ไม่เคยเอื้ออำนวยให้ทำอย่างที่ใจต้องการสักที  รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มขี้โรคเท่านั้นเอง
 
     ".........."
 
     "ที่นี่คงไม่มีขนมที่เหมาะกับผมหรอก  ขอโทษที่ทำให้เสียเวลานะครับ"
 
     "เดี๋ยวก่อนสิค่ะคุณ!!"หญิงสาวรีบดึงแขนคนขี้โรคเอาไว้เมื่อเห็นว่าเขาทำท่าจะหมุนตัวเดินออกไป
 
     "เอ่อ...ครับ  ผมต้องจ่ายค่าเสียเวลาไหม  คุณแนะนำผมตั้งหลายอย่างแน่ะ"
 
     "ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ  คือว่าฉันมีอะไรบางอย่างจะเสนอคุณ"
 
     "เอ่อ..อะไรเหรอครับ"
 
     ".........."หญิงสาวไม่ตอบอะไรนอกจากส่งยิ้มหวานก่อนจะหันหลังเดินหายเข้าไปในครัว  สักพักเธอก็ถือกล่องอะไรบางอย่างออกมาวางไว้ที่เคาน์เตอร์  ชายหนุ่มเพ่งพินิจด้วยความสงสัยแต่ไม่กล้าจะเอ่ยถาม
 
     ".........."
 
 
 
 
 
     "จะลองชิมคัพเค้กรสแอปเปิ้ลสักชิ้นไหมค่ะ ??"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
     แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานและผู้ต้องการควบคุมน้ำตาลในเลือด 
 
     ผมอ่านข้อความในหนังสือซ้ำไปซ้ำมาก่อนจะตัดสินใจปิดมันลงและเอาไปวางไว้ที่ชั้นหนังสือเหมือนเดิม  ให้ตายเถอะ !! ไม่ได้อยากเป็นโรคนี้เลยจริงๆ
 
     "ทำไมต้องเป็นแอปเปิ้ลด้วย"ผมตั้งคำถามกับตัวเองด้วยใบหน้าที่เหยเก  ก็แค่คำว่าไม่ชอบ  ต่อให้ใครจะบอกว่ามันหอม  มันอร่อย  มันหวาน  แต่ผมก็ขอปฏิเสธอย่างเด็ดขาดที่จะลิ้มลองมัน  ไม่มีทางเด็ดขาด !!
 
     แต่ทำไม...ทำไม...
 
     .....รสชาติของมันยังติดที่ปลายลิ้นอยู่เลย.....
 
     
     ตั้งแต่เมื่อวานที่ผมได้ตัดสินใจซื้อคัพเค้กรสแอปเปิ้ลมาจากร้านขนมหวานสุดหอมนั่น  ตอนนี้ผมต้องมาตั้งคำถามกับตัวเองว่าทั้งๆที่ไม่ชอบแล้วจะดันทุรังซื้อมาทำไม  เพราะผู้หญิงสุดสวยคนนั้นเอ่ยชวน ??  เพราะมันเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน ??  หรือเพราะเหตุผลบางอย่างที่ผมก็ไม่สามารถอธิบายได้   รู้ตัวอีกทีผมก็ได้ลิ้มลองมันไปเรียบร้อยแล้ว  นอกจากจะไม่แสบลิ้นเพราะความหวานตามแบบฉบับเค้กทั่วไป  มันยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆของแอปเปิ้ลที่ผมเคยแสนจะเกลียดนัก  เนื้อเค้กก็ยังนุ่มลิ้น  ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่ามันอร่อย  แต่พอกินจนหมดก็ต้องมานั่งหงุดหงิดกับตัวเอง  นี่ผมกินแอปเปิ้ลที่ตัวเองสุดแสนจะเกลียดเข้าไปได้ยังไง
 
     "เฮ้อ ~~"ผมตัดสินใจเดินออกมาสูดอากาศข้างนอกห้องพร้อมกับปลดปล่อยความคิดอันฟุ้งซ่านออกไป  ห้องที่ผมอาศัยอยู่เป็นคอนโดสุดหรูของญาติห่างๆที่ตัดสินใจรับผมมาดูแลตั้งแต่ตรวจพบว่าผมเป็นโรคเบาหวาน  ลำพังเงินเดือนของพ่อไม่พอจะรักษา  ผมก็เลยต้องมาอยู่ที่นี่ทั้งๆที่ไม่เต็มใจนัก   ถึงแม้ห้องจะกว้างแต่การที่ไอ้ขี้โรคอย่างผมต้องอยู่คนเดียวในห้องแบบนี้มันก็แอบเหงาใจไม่น้อย
 
     "ฟุดฟิด ~"กลิ่นหอมของขนมที่ลอยมาแตะปลายจมูกทำให้ร่างกายผมเริ่มทำงานหนักอีกครั้ง  ใครมาทำขนมแถวนี้ ??
 
     "ตึก ตึก ตึก !!"ผมสาวเท้ายาวๆจนมาหยุดที่หน้าห้อง 207 ซึ่งเป็นห้องที่อยู่มุมสุดของชั้นห่างกับห้องของผมเพียงแค่ห้าห้องเท่านั้น  ด้วยความที่ผมเป็นเด็กขี้โรคผมจึงมักไม่ค่อยสุงสิงกับใคร  ไม่แปลกถ้าหากผมจะไม่มีเพื่อนร่วมคอนโดเลยสักคน
 
     "กริ๊งง !!"ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมต้องกดกริ่งประตูห้องเจ้าของกลิ่นอันสุดแสนหอมหวานนี่  อีกครั้งที่ผมหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้  ผมรู้แค่ว่าผมหลงใหลกลิ่นของมัน  หลงเหมือนต้องมนตร์อะไรสักอย่าง  
 
     "แอ๊ดดดด !!"
 
     "อะ..เอ่อ"
 
     "มีธุระอะไรรึเปล่าครับ"
 
     "ผม...คือผม..."ทันทีที่เจ้าของห้องเปิดประตูออกมาทักทายผมก็ถึงกับอึ้งทำอะไรไม่ถูก  อยู่ดีๆจะให้บอกออกไปว่าผมแค่เดินตามกลิ่นมาอีกเหมือนเมื่อวานคงได้โดนหัวเราะเยาะแน่  ทำไงดีล่ะ  ผมจะทำยังไงดี
 
     ".........."
 
     "อ่าคือ...ไม่มีอะไรหรอกฮะ  ผมกดกริ่งผิดห้อง"
 
     "งั้นเหรอ"
 
     ".........."
 
     ".........."
 
     ".........."
 
     "แต่ถ้าตอนนี้นายว่าง  สนใจจะมากินขนมด้วยกันไหมล่ะ"
 
     "เอ่อ..ได้เหรอฮะ"ผมตาลุกวาวเมื่อได้ยินข้อเสนอและแทบจะในทันทีที่ผมพยักหน้าหงึกๆเป็นเชิงตอบรับกลับไป  คนที่เฝ้ามองกิริยานั้นแอบอมยิ้มออกมากับท่าทางประหลาดก่อนจะยกมือขึ้นขยี้หัวด้วยความเอ็นดู
 
     "งั้นก็เข้ามาในห้องก่อนสิ"
 
     "ขอบคุณฮะ"ผมรีบวิ่งเข้าไปในห้องเมื่อเจ้าของอนุญาตและถือวิสาสะเดินไปตรงห้องครัวเพื่อยลโฉมที่มาของกลิ่นหอมอย่างอดใจไว้ไม่อยู่  รู้สึกว่าผมจะทำตัวโก๊ะอีกแล้วสินะ
 
     "อ่า...นี่"
 
     "มันคือคัพเค้กรสแอปเปิ้ล  น่ากินใช่ไหมล่ะ"
 
     "งั้นกลิ่นหอมเมื่อกี้ก็..."
 
     "กลิ่นแอปเปิ้ลไงล่ะ"อีกแล้ว  ผมไม่เคยหนีผลไม้ชนิดนี้ได้เลย  ทำไมต้องเป็นแอปเปิ้ลทุกทีที่ทำให้ผมตามกลิ่นเข้ามา  คัพเค้กสีแดงที่ถูกจัดตกแต่งให้เป็นเหมือนผลแอปเปิ้ลตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนโต๊ะ  ข้างๆกันมีผลแอปเปิ้ลสดที่ถูกผ่าครึ่งลูกวางไว้  ทำไมผมต้องอยากลิ้มลองมันอยู่เรื่อยเลยนะ
 
     "ฉันเดาไม่ผิดจริงๆด้วยว่านายต้องตามกลิ่นขนมนี่มา"
 
     "อ่า..คือว่า"
 
     "ถ้าอยากกินฉันจะแบ่งให้  ดีไหมล่ะ"
 
     "เอ่อ..ไม่เป็นไรฮะ  อันที่จริงผมแค่.."
 
     "หมับ !!"ผมหยุดคำพูดไว้แค่นั้นเมื่ออยู่ดีๆก็โดนจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว  ชายหนุ่มตรงหน้าส่งยิ้มหวานมาให้พร้อมกับถือช้อนคาไว้ในปากของผม  ความหวานของเนื้อแอปเปิ้ลแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น  ไม่ได้หวานจนเลี่ยนแต่ก็ไม่ได้จืดเกินไป  เค้กเมื่อวานที่ผมได้ลิ้มลองนับว่าจัดอยู่ในเค้กที่อร่อยที่สุดแล้วแต่เค้กที่ผมเพิ่งได้ลิ้มลองเมื่อครู่จัดว่าอร่อยยิ่งกว่า  ทำไมผมถึงไม่ปฏิเสธเขาไป  กลับยินยอมให้เขาป้อนอยู่อย่างนี้  หรือความจริงแล้วผมอาจจะไม่ได้เกลียดแอปเปิ้ลก็ได้
 
     "เป็นไง  อร่อยไหม"
 
     "ก็อร่อยฮะ  อร่อยมากๆเลย"
 
     "ฉันดีใจที่นายชอบนะ  จริงสิยังไม่ได้แนะนำตัวเลย  ฉันชื่อชางซอนแต่นายเรียกว่าจุนก็ได้  แล้วนายล่ะชื่ออะไร"
 
     "ผมชื่อชอลยงฮะ"
 
     "ถ้าให้เดานายต้องเป็นรุ่นน้องฉันแน่ๆ  งั้นนายเรียกฉันว่าพี่จุน  โอเคไหม"
 
     "เอ่อ..โอเคฮะ"
 
     "ดีมากชอลยง"ว่าแล้วพี่จุนก็หยิกแก้มผมเบาๆด้วยความเอ็นดูอีกรอบก่อนจะหันไปเก็บถาดขนมที่เคาน์เตอร์  ผมมองตามไปด้วยความตะลึงเล็กน้อย  ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายที่ดูบึกบึน(เพราะมีกล้าม)อย่างพี่จุนจะเป็นคนทำขนมเองทั้งหมด  มันอร่อยมากจนไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็นฝีมือของผู้ชาย  ขนาดว่าผมชอบขนมหวานแท้ๆแต่ผมกลับทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง
 
     "พี่ไปเรียนทำขนมมาจากไหนเหรอฮะ"
 
     "ก็ในหนังสือ  บางครั้งก็ดัดแปลงเอง  ไม่คิดเหมือนกันว่ามันจะออกมาอร่อย"
 
     "อร่อยจริงๆนะฮะ  ขนาดผมที่ไม่ชอบแอปเปิ้ลยังคิดว่ามันอร่อยเลย"
 
     "นาย...ไม่ชอบแอปเปิ้ลเหรอ"ชางซอนหันมาถามพร้อมกับขมวดคิ้วจนแทบเป็นปม  ผมพยักหน้าเป็นคำตอบก่อนจะช่วยดันคิ้วคนตรงหน้าให้กลับมาเป็นปกติ
 
     "ถ้ามันอร่อย  วันหลังฉันจะทำให้กินอีกดีไหม"
 
     "เอ่อ...ไม่เป็นไรหรอกฮะ  ผมเกรงใจ"
 
     "ไม่ต้องเกรงใจหรอก  ฉันชอบทำขนมอยู่แล้วน่ะ  ได้นายมาเป็นคนคอยช่วยชิมก็คงดีไม่น้อย อีกอย่างในคอนโดนี้ฉันก็ไม่มีเพื่อนเลยสักคน  นายเป็นคนแรก"
 
     "ผมก็อยากชิมแต่ว่า...ผมเป็นโรคเบาหวาน  ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไปอาการผมจะกำเริบ"
 
     "จริงเหรอ"ชางซอนตาโตด้วยความตกใจ  คิดไม่ถึงว่าชอลยงจะมีอาการแบบนี้  เมื่อกี้ก็เผลอป้อนขนมไปคำโตซะด้วยสิ
 
     "ทำไมนายถึงไม่บอกก่อน  พอฉันชวนนายก็รีบเข้ามาเลยเนี่ยนะ  นายนี่มัน..."
 
     "อ่า..แต่อาการผมไม่หนักมากหรอกฮะ  ผมคิดว่าถ้าเป็นขนมที่ไม่หวานมากก็คงกินได้"ผมก้มหน้างุดหลังจากอ้างเหตุผลข้างๆคูๆ  ผมเองก็ผิดที่ไม่ห้ามใจ  รู้ทั้งรู้ว่าร่างกายตัวเองไม่ปกติแต่ก็ยังดันทุรังที่จะกินของหวานเพื่อเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด  ผมนี่แย่จริงๆ
 
     "นายแน่ใจเหรอว่าจะไม่เป็นอะไร"
 
     "กะ..ก็แน่ใจฮะ"
 
     "ฉันอยากให้นายชิมขนมของฉันนะแต่ว่าฉันจะทำยังไงดีล่ะ  ขนมของฉันมันหวาน  นายกินพวกมันไม่ได้หรอก"
 
     "อ่า  นั่นสินะฮะ"
 
     ".........."
 
     ".........."
 
     ".........."
 
     "แล้วถ้าเป็นแอปเปิ้ลล่ะฮะ  ถ้าเป็นผลไม้ชนิดนี้  พี่จะช่วยทำมันให้ผมกินทุกวันได้ไหม ??"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
      แอปเปิ้ล  แอปเปิ้ล  แอปเปิ้ล  และก็แอปเปิ้ล
 
     ตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาผมไม่สามารถหนีจากคำนี้ได้เลย  ผมยอมรับก็ได้ว่าเพราะเค้กของพี่จุนทำให้ผมเลิกเกลียดแอปเปิ้ลแล้วแต่ก็ไม่มีเหตุผลที่ผมจะชอบมันขนาดนี้  ทุกวันที่พี่จุนว่างผมจะต้องมาขอให้เขาทำเค้กให้กินและที่สำคัญต้องเป็นรสแอปเปิ้ลเท่านั้น  ผมกินมันเหมือนยาเสพติดชนิดหนึ่งและนับวันก็ยิ่งจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ  น่าแปลกที่อาการของผมกลับไม่กำเริบ  ผมยังคงเป็นปกติจนในช่วงหลังผมไม่จำเป็นต้องกินยาอีกต่อไปเพียงเพราะผมคิดว่า  แอปเปิ้ลคงจะช่วยรักษาโรคที่ผมเป็นอยู่ได้และมันก็อร่อยกว่ายาที่ผมต้องฝืนใจกินทุกวันอีกต่างหาก
 
 
     "อีกแล้วเหรอเรา"
 
     "ง่า  ก็ผมอยากกินนี่นา  พี่จุนทำให้หน่อย นะๆ"ผมออดอ้อนคนข้างๆด้วยการสวมกอดจากทางด้านหลัง  ชางซอนอมยิ้มออกมาอย่างยอมแพ้  ไม่ว่าเขาจะเหนื่อยสักแค่ไหนแต่ถ้าชอลยงอ้อนขอให้เขาทำเค้กให้เมื่อไหร่เขาก็ต้องใจอ่อนทุกที  ขี้อ้อนนักนะเด็กน้อย
 
     "พอเลยๆๆ  โอเคพี่ยอมแล้ว  เดี๋ยวพี่ไปทำให้กินนะครับ"
 
     "เย้  รักพี่จุนนะฮะ  จุ๊บ ~"ผมหอมแก้มคนตรงหน้าฟอดใหญ่ก่อนจะรีบวิ่งไปนั่งรอกินเค้กที่โซฟา  มือบางเอื้อมหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเล่นฆ่าเวลาในขณะที่ชางซอนก็เริ่มลงมือทำเค้กรสที่ชอลยงชอบนักหนาอย่างตั้งใจ  
 
     "พี่จุนฮะ"
 
     "อะไรเหรอเด็กน้อย  จะมาช่วยพี่ทำหรือไง"ชางซอนที่กำลังตีแป้งเอ่ยแซวเมื่อเห็นชอลยงเดินถือหนังสือเล่มนึงเข้ามาในครัว  สักพักเสียงใสก็ถามขึ้นด้วยความอยากรู้    
     
     "หนังสือเล่มนี้ของใครเหรอฮะ"
 
     "ครับ..อ๋อ  เรื่องนั้น"
 
     "ของใครฮะ"
 
     "ของเพื่อนน่ะ  ตอนย้ายห้องมันติดมาไม่มีอะไรหรอก"
 
     "ผมเพิ่งรู้ว่าเพื่อนพี่จุนชอบอ่านนิทานเพ้อฝันด้วย"ชอลยงทำหน้างอเมื่อเริ่มจับได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังโกหก  พวกที่ชอบอ่านนิยายทำนองนี้ก็มีแต่พวกผู้หญิงเท่านั้นแหละ
 
     "เฮ้อ ~~ โอเคครับพี่บอกก็ได้  นิทานเรื่องนั้นของแฟนเก่าพี่เอง"
 
     "ก็แค่นั้นแหละ"
 
     "โอ๋ ชอลยง"
 
     "ไม่ต้องโอ๋หรอกฮะ  ผมไม่ได้โกรธสักหน่อย"
 
     "แต่หน้าของนายน่ะมันโกรธชัดๆ"
 
     "ก็....."ผมค้างคำพูดเอาไว้อยู่แค่นั้นเพราะเถียงไม่ออก  อันที่จริงผมก็โกรธแต่ไม่ได้โกรธเพราะหนังสือที่ผมถืออยู่เป็นของแฟนเก่าพี่จุน  ผมโกรธที่เขายังคงเก็บมันเอาไว้ต่างหาก  แสดงว่าพี่จุนก็คงจะคิดถึงแฟนเก่าอยู่ไม่น้อยสินะ  ชิ !!
 
     "ห้ามทำหน้างอด้วยนะ  พี่กับคนคนนั้นเลิกกันมาตั้งนานแล้ว  แฟนเก่าพี่เป็นครูสอนเด็กอนุบาล  เธอมักจะชวนพี่ไปซื้อนิทานแนวนี้มาเล่าให้เด็กฟังอยู่บ่อยๆและมันก็แค่นั้นจริงๆ  ที่พี่เก็บไว้ก็เพราะว่าเอาไว้อ่านเล่น  ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น"
 
     "จริงเหรอฮะ"
 
     "จริงสิ  ไม่เชื่อพี่หรือไง"
 
     "แล้วทำไมถึงเลิกกันล่ะฮะ"
 
     "เรื่องนั้น..."
 
     "ช่างมันเถอะ  โอเคฮะ  ผมเชื่อพี่  จุ๊บ ~"ว่าแล้วผมก็รีบเข้าไปหอมแก้มพี่จุนอีกฟอดใหญ่ก่อนจะเดินถือหนังสือออกมานั่งที่โซฟาตัวเดิม  หากคิดจะรักกันก็ต้องรู้จักไว้ใจและเชื่อใจกัน  ผมจะไม่ยอมให้เรื่องหนังสือเล่มเดียวมาเป็นต้นเหตุให้ผมกับพี่จุนทะเลาะกันหรอก  จะว่าไปตอนเด็กๆผมก็ชอบอ่านเรื่องนี้เหมือนกันนะ
 
     "สโนวไวท์"
 
     ผมเปิดหนังสือทีละหน้าพลางไล่สายตาอ่านอย่างว่องไว  นี่มันนิทานเด็กน้อยชัดๆ  แฟนเก่าพี่จุนเข้าใจเลือกหนังสือมาก  ภายในประกอบไปด้วยภาพการ์ตูนสีสวยสดใสขนาดผมยังรู้สึกได้เลยว่าชอบมาก  ชักอยากเห็นหน้าแฟนเก่าพี่จุนแล้วสิ
 
     "ฟุดฟิด ~"
 
     "อ๊า ~ หอมจัง"กลิ่นขนมที่ลอยมาเข้าจมูกดึงความสนใจผมไปจนหมดสิ้น  หลังจากที่ปล่อยตัวเองจมอยู่กับเรื่องแฟนเก่าพี่จุนนานจนลืมไปว่ายังมีเค้กของพี่จุนที่รอผมอยู่  วันนี้พี่จุนจะทำกี่ถาดกันนะ
 
     "มาแล้วครับ"
 
     "หอมจังเลยฮะ"
 
     "คราวนี้พี่ทำแค่ครึ่งถาดนะ  แอปเปิ้ลหมดตู้เย็นซะแล้วล่ะ"ชางซอนว่าพลางวางถาดคัพเค้กลงบนโต๊ะและไม่ทันถึงวินาทีก็มีมือบางคว้าไปกินซะก่อน
 
     "งั่มๆ  อร่อยจังเลยฮะ"
 
     "ไวจริงๆนะ  กินจนหน้าจะกลายเป็นแอปเปิ้ลอยู่แล้วรู้ไหมเนี่ย"
 
     "ก็มันดีต่อร่างกายผมนี่นา  แฮะๆ"
 
     "ไหนดูสิ"อุณหภูมิที่ข้างแก้มสูงอย่างรวดเร็วเมื่อชางซอนเขยิบตัวเข้าไปใกล้ชอลยงก่อนจะใช้หน้าผากของตัวเองแนบไปกับหน้าผากของอีกฝ่าย  คนที่ไม่มีโอกาสตั้งตัวได้แต่อายหน้าแดง  เจ้าเล่ห์นักนะพี่จุน
 
     "ท่าทางจะดีขึ้นจริงๆ  ตัวก็ไม่ร้อน"
 
     "จะร้อนได้ไงล่ะ  ผมเป็นเบาหวานนะฮะไม่ได้เป็นไข้  พี่ขี้โกงนี่  ตรวจเบาหวานเขาไม่ได้ตรวจกันแบบนี้สักหน่อย"
 
     "ฮ่าๆๆ"
 
     "ไม่ต้องมาหัวเราะเลย  ไว้ผมกินขนมเสร็จผมจะมาจัดการพี่ทีหลังนะ"
 
     "โอเคครับ  แล้วพี่จะรอให้นายมาจัดการนะ ฮ่าๆ"ชางซอนเดินมานั่งที่โซฟาอย่างสบายใจ  ปล่อยให้ชอลยงกินขนมฝีมือตัวเองเหมือนที่ทำเป็นประจำทุกวัน  หากวันไหนคึกหน่อยเขาก็ต้องทำถึงสองรอบ  ไม่รู้ว่ากระเพาะของชอลยงนั้นทำจากอะไรถึงได้กินไม่เคยอิ่ม  ขนมฝีมือเขาอร่อยขนาดนั้นเลยหรือไง
 
     "มาแล้วฮะ  นี่แน่ะ"ผมจัดการหยิกแขนคนรักของตัวเองไปเบาๆหนึ่งทีก่อนจะกอดคอพี่จุนไว้หลวมๆจากทางด้านหลัง  พี่จุนสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ยังคงไล่สายตาอ่านหนังสือที่อยู่ในมือต่อ  ไม่คิดจะสนใจผมเลยสักนิด
 
     "นี่พี่จุน  ผมกินขนมเสร็จแล้วนะ"
 
     "ครับ  แล้วไงล่ะ"
 
     "สนใจผมหน่อยสิ  พี่จุนอ่า  เอาแต่อ่านหนังสืออยู่ได้"
 
     "งอแงอีกแล้ว  มานั่งข้างๆพี่นี่สิ"ผมทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายแต่ก็ยังคงทำหน้าบูดอยู่  ให้มันรู้ไปว่านิทานเล่มนั้นกับผมใครจะน่าสนใจกว่ากัน
 
     "พี่จุนฮะ"
 
     "อะไรครับ"
 
     "ไปส่งผมที่ห้องหน่อยสิ  นะนะ"
 
     "อ้อนอีกแล้ว"
 
     "ผมทำไม่ได้เหรอ  พี่จุนอ่า  หันมาคุยกับผมหน่อยสิมัวแต่อ่านหนังสืออยู่นั่นแหละ"
 
     "ก็พี่ชอบเรื่องนี้นี่นา  โอ๋ อย่างอนสิครับ  เดี๋ยวพี่จะอ่านให้ฟังดีไหม"
 
     "สโนวไวท์เหรอฮะ  ตอนเด็กๆผมอ่านจนจำขึ้นใจแล้วอ่า  เรื่องนี้มันมีอะไรดีนักหนาพี่ถึงได้ชอบนักหรือเป็นเพราะว่า..."
 
     "หยุดคิดเลย  ไม่เกี่ยวกับแฟนเก่าพี่สักนิด"
 
     "ก็มันน่าคิดนี่นา"
 
     "พี่ชอบก็เพราะเนื้อเรื่องมันสนุกต่างหาก"
 
     "งั้นวันหลังผมแต่งตัวเป็นสโนวไวท์มาหาพี่บ้างดีไหมนะ"
 
     "เด็กบ๊อง"พี่จุนหันมาบีบจมูกผมเบาๆแต่ก็เล่นเอาเจ็บไม่น้อย  รังแกผมทำไมเนี่ย
 
     "เจ็บนะพี่จุน"
 
     "เพราะแอปเปิ้ล"
 
     "หืมม  แอปเปิ้ลทำไมเหรอฮะ"
 
     "เพราะสโนวไวท์กินแอปเปิ้ล"
 
     ".........."
 
     "หลังจากที่สโนวไวท์กินแอปเปิ้ลอาบยาพิษเธอก็ล้มลงไปนอนแน่นิ่งไม่หายใจ"
 
     ".........."
 
     "นั่นแหละ  พี่ถึงได้ชอบเรื่องสโนวไวท์ยังไงล่ะ"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
     ในวันที่อากาศแจ่มใสท้องฟ้าปลอดโปร่ง  ผู้คนทั้งหลายคงเลือกใช้ช่วงเวลานี้ออกไปเที่ยวกับคนรู้ใจซึ่งผมก็คือหนึ่งในนั้น  วันนี้ผมชวนพี่จุน เอ่อ แต่จะเรียกแบบนั้นได้ไหมนะ  ผมควรจะบอกว่าผมลากพี่จุนออกมาด้วยกันต่างหาก  แค่ผมชวนออกไปกินขนมนอกบ้านพี่จุนก็ค้านหัวชนฝา  บอกว่าผมเป็นโรคเบาหวานไม่ควรเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอีก  ผมชวนแค่นี้ผมผิดมากเลยเหรอ  ก็แค่ไม่อยากให้พี่จุนเหนื่อย  ผมผิดหรือไงกัน
 
     "ไม่เอาน่าชอลยง  อย่าดื้อสิ"
 
     "พี่นั่นแหละดื้อ  มานี่เลยนะ  ผมจะพาพี่ไปร้านนึง  รับรองว่าพี่ต้องชอบแน่ๆ"
 
     "แต่มันไม่ดีต่อสุขภาพของนาย  นายก็รู้นี่"
 
     "งั้นผมให้พี่กิน  ผมไม่กินก็ได้  น่านะพี่จุน  ผมอยากพาพี่ไปเที่ยวนี่นา"ผมดึงแขนพี่จุนให้เดินไปตามทางอย่างออดอ้อน  ถึงแม้รู้ว่าแรงของผมอาจสู้พี่จุนไม่ได้แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้หรอกนะ
 
     "เฮ้อ..ดื้อจริงๆ  อ่ะก็ได้"
 
     "เย้  มาทางนี้เลยฮะ"
 
     "ไหนล่ะร้านที่นายว่า"
 
     "นี่ไง  อะ..อ้าว"ผมชี้นิ้วไปยังร้านข้างหน้าที่มองยังไงก็เป็นร้านกาแฟแถมยังดูเก่าแก่มากซะด้วย  เป็นไปได้ยังไงกัน  ก็วันนั้นผมยังมาซื้อเค้กแอปเปิ้ลที่ตรงนี้อยู่เลย  ร้านขนมแสนอร่อยของผมหายไปไหนแล้ว  ผมว่าผมก็จำไม่ผิดนะ
 
     "นั่นร้านกาแฟนี่ชอลยง"
 
     "ไม่จริงอ่ะ  วันนั้นมันยังเป็นร้านขนมอยู่เลยนะพี่จุน"
 
     "เขาอาจย้ายไปแล้วก็ได้มั้งหรือไม่นายก็คงจำผิด"
 
     "ไม่ผิดแน่แต่ทำไม..."ผมได้แต่นึกอยู่ในใจ  ไม่มีเหตุผลอะไรที่เจ้าของร้านคนเก่าต้องเซ้งร้านนี่นา  ทำไมล่ะ  ทำไม
 
     "ถ้างั้นกลับไปกินขนมของพี่ที่ห้องก็ได้"
 
     "แต่ว่า.."
 
     "ป่ะ  ไปกันเถอะ  ดูเหมือนว่าเราต้องไปหาซื้อแอปเปิ้ลด้วยนะเนี่ย"ยังไม่ทันที่ผมจะคิดอะไรต่อผมก็ถูกพี่จุนลากไปซุปเปอร์ฯซะก่อน  เป็นไปได้ยังไงกัน  ร้านขนมของผมหายไปไหน  ร้านขนมที่แสนอร่อยนั่น  ทำไมมันหายไปราวกับว่าไม่เคยมีตัวตน หรือผมจะจำผิดเหมือนที่พี่จุนบอกจริงๆนะ  น่าสงสัยจัง
 
    และตั้งแต่วันนั้นมาผมก็กลายเป็นเด็กติดขนมของพี่จุนไปโดยปริยาย  ในเมื่อผมไม่สามารถตามหาเค้กแอปเปิ้ลสุดแสนอร่อยจากร้านนั้นได้อีกแล้วผมก็เลยทำตัวติดพี่จุนไม่ยอมห่างไปไหน  อาการของผมเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆทุกวันจนเหมือนผมเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้  จากที่กินเพียงวันละครั้งแต่ตอนนี้ผมกลับต้องขอให้พี่จุนทำให้ผมกินเป็นครั้งที่สอง   ครั้งที่สาม  ครั้งที่สี่ และก็นับครั้งไม่ถ้วน   นอกจากนั้นผมยังอาเจียนบ่อยขึ้น   สายตาก็เริ่มพร่ามัว  มองอะไรไม่ค่อยเห็น  บางครั้งที่ผมกอดพี่จุนผมรู้สึกว่าแขนชา  ลางสังหรณ์บอกผมว่าร่างกายของผมกำลังแย่แต่ผมก็ไม่เคยบอกพี่จุนเพราะไม่อยากให้พี่จุนเป็นห่วง  ผมไม่รู้ว่าที่ผมทำอยู่มันผิดไหม  ผมไม่ยอมไปหาหมอ  ไม่ยอมกินยา  ไม่ยอมทำอะไรเลย  บ่อยครั้งที่ผมสั่งตัวเองแต่ก็ทำไม่เคยได้  นี่ผมเป็นอะไรไปหรือเวลาของผมใกล้จะหมดลงแล้ว  
 
     "พี่จุน"
 
     "อะไรครับ  นี่ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะ"
 
     "แต่ว่า..."
 
     "วันนี้นายกินไปเยอะแล้ว  พี่ไม่ทำให้อีกหรอก"
 
     "แต่ผมอยากกินอีกนี่นา  ผมยังไม่อิ่มเลยนะ"
 
     "ชอลยง  อย่าดื้อสิ"พี่จุนเดินมาลูบหัวผมเบาๆเมื่อผมทำท่าจะงอแงอีกรอบ  ก็ผมยังไม่อิ่มจริงๆนี่นา
 
     "พี่ไปนอนแล้วนะ  ฝันดีครับ"
 
     "พี่จุน !!"ผมฉุดแขนพี่จุนเอาไว้ไม่ให้ออกจากห้องของผมไปง่ายๆ  ถึงแม้นี่จะเป็นครั้งที่ห้าของวันแล้วที่พี่จุนยกถาดขนมมาให้ผมกินแต่ว่า..ผมก็ยังไม่รู้สึกพอ  มันต้องมากกว่านี้อีก
 
     "ทำให้ผมกินเถอะ  นะพี่จุน"
 
     "ชอลยง !!"
 
     "ผมขอร้องนะพี่จุน  ทำให้ผมกินเถอะ  ผมอยากกินอีก"
 
     "พี่ว่านายควรกินยา"พี่จุนพูดจบก็พาผมเข้าไปในห้องก่อนจะเปิดลิ้นชักหายาที่ผมไม่ได้แตะมานานแล้ว  ไม่ได้นะ !! ผมจะให้พี่จุนเห็นถุงยาไม่ได้เด็ดขาด
 
     "ไม่เป็นไรฮะ  ผมไม่กินขนมของพี่แล้วก็ได้"
 
     "ชอลยง  พี่ว่านายอาการแปลกๆ  ไปหาหมอกันไหม"
 
     "ผมไม่ไป !!"ผมสะบัดแขนออกอย่างแรงเพราะไม่อยากถูกพี่จุนพาไปหาหมอจริงๆ  ผมไม่อยากตรวจ  ไม่อยากรับรู้ว่าผมเป็นอะไร  ผมกลัวความจริง  ยังไงผมก็ไม่ยอมไปเด็ดขาด  ไม่มีทาง !!
 
     "พรึ่บ"
 
     "นั่น..อะไรน่ะ"
 
     "เอ่อ..เปล่าฮะ  ไม่มีอะไร"ผมรีบหยิบถุงยามาซ่อนไว้ข้างหลังก่อนที่พี่จุนจะทันเห็น  บ้าจริง!! ผมลืมไปได้ไงนะว่าเอามันออกมาวางไว้บนโต๊ะแล้วก็ดันลืมเอาไปทิ้ง  ถ้าพี่จุนเห็นก็ต้องรู้สิว่าผมไม่ได้กินยา
 
     "เอามานี่นะชอลยง"
 
     "พี่จุน !!"ชางซอนเอื้อมมือมาข้างหลังก่อนจะแย่งถุงยาคืนไปอย่างรวดเร็ว  คนถูกจับได้ยืนตะลึงเพราะกลัวโดนดุ  เห็นแล้ว..ชางซอนเห็นมันแล้ว
 
     ".........."
 
     "ผมแค่..แค่ลืมกินเองฮะ" 
 
     "นั่นเป็นข้ออ้างที่นายใช้มาตลอดเหรอ"เวลานี้เสียงของชางซอนเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหมือนเดิม  ใบหน้าที่เคยเป็นเจ้าของรอยยิ้มแสนอบอุ่นก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม  ใบหน้าที่ทำให้ชอลยงกลัวขึ้นไปอีก  ชางซอนเหมือนไม่ใช่คนเดิม !!
 
     "ผม..ผมก็กินยาแล้วไง  ขนมของพี่ก็คือยาของผม"
 
     "นายเคยบอกพี่ว่านายเป็นโรคเบาหวานได้ยังไงนะ"
 
     "เอ่อ..พันธุกรรมฮะ  พ่อผมเป็นพาหะ  พี่จุนพี่อย่า.."
 
     "แล้วนายคิดว่านายจะหายง่ายๆด้วยการไม่กินยาเหรอ"
 
     "ผม.."
 
     "นานเท่าไหร่แล้วชอลยง  นานเท่าไหร่แล้วที่นายไม่ได้แตะยาพวกนี้เลย"
 
     ".........."มีแต่ความเงียบเท่านั้นที่ชางซอนได้รับเป็นคำตอบ  ชอลยงก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาชายคนรักและนั่นก็ยิ่งทำให้อีกฝ่ายโมโหมากขึ้น
 
     "ยาพวกนี้ยังเหลือเต็มถุงนั่นแสดงว่านายไม่ได้กินยามานานแล้ว  เพราะแบบนี้ใช่ไหมนายถึงไม่ยอมไปหาหมอกับพี่" 
 
     "พี่จุน  พี่อย่าโกรธผมเลยนะ  ผมไม่เป็นอะไรจริงๆ"
 
     "ทำไมนายไม่ห่วงตัวเองเลยชอลยง  หรือว่านายไม่รักพี่แล้ว  นายก็เลยอยากจากพี่ไปเร็วๆงั้นสิ"
 
     "พี่จุน  อย่าไปนะ  ฮึก..อย่าไปนะฮะ"ชอลยงรีบสวมกอดชางซอนก่อนที่เขาจะได้ทันหันหลังเดินออกจากห้องไป  หยดน้ำใสๆเปื้อนแผ่นหลังจนเจ้าตัวยังรู้สึกได้  ถึงรู้ว่าผิดแต่ก็ไม่อยากให้ชางซอนเป็นอย่างนี้  ไม่อยากให้เขาเดินจากไป  ทำยังไงดี  จะทำยังไงดี ??
 
     "ผมรักพี่นะ  พี่อยู่กับผมเถอะอย่าจากผมไป"
 
     "ชอลยง  นายกำลังดื้อ"
 
     "ผมจะกินยาก็ได้  ผมจะทำตามที่พี่สั่งทุกอย่าง แต่ว่า..."
 
     ".........."
 
     "พี่ต้องทำเค้กแอปเปิ้ลให้ผมกินอีก  ได้ไหมฮะ"
 
     "ทำไม...นายถึงอยากกินขนาดนั้น"
 
     "ผมไม่รู้แต่พี่ช่วยทำให้ผมกินได้ไหม  ได้ไหมฮะพี่จุน  ทำให้ผมเถอะ  แค่ชิ้นเดียวแล้วผมจะยอมทำตามที่พี่สั่งทุกอย่างเลย"แววตาของชอลยงเต็มไปด้วยคำขอร้องและมันก็มากเกินกว่าที่ชางซอนจะปฏิเสธได้
 
     "ก็ได้ชอลยง  ชิ้นสุดท้ายแล้วนะ"
 
     ".........."
 
     "ชิ้นสุดท้ายที่พี่จะทำให้นาย"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
     มีคนเคยบอกผมไว้ว่าความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอและผมเองก็เชื่ออย่างงั้น  คัพเค้กรสแอปเปิ้ลฝีมือพี่จุนถูกผมกินจนหมดภายในเวลาอันรวดเร็วไม่ต่างกับความสุขเลย  มันอร่อยจนผมแทบไม่อยากกลืนลงคอเพราะผมรู้ดีว่าถ้าผมกินหมดผมก็ต้องอยากกินอีกและต้องการมันไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด  อยู่ดีๆในหัวก็นึกถึงเรื่องสโนวไวท์นิทานเพ้อฝันของพวกเด็กที่ไม่รู้จักโต  ทำไมสโนวไวท์ถึงเลือกกินแอปเปิ้ลจากคนแปลกหน้า  เพราะมันสีสวยล่อตาล่อใจ  เพราะสงสารคนแปลกหน้าที่เอามาให้  เพราะสโนวไวท์ชอบแอปเปิ้ลอยู่แล้ว  หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเรื่องมันถูกกำหนดให้เป็นอย่างงี้มาตั้งแต่ต้น  สโนวไวท์ไม่มีทางให้เลือกได้เลย  แล้วผมล่ะ  ถ้าผมไม่ติดขนมผมก็คงจะไม่เป็นอย่างนี้  ผมจะไม่ถูกพี่จุนโกรธและที่สำคัญอาการของผมก็จะไม่กำเริบด้วย  ผมมีทางให้เลือกตั้งมากมายแต่ทำไมผมถึงไม่เลือกทางที่ดีสำหรับผม  บางทีเรื่องของผมก็อาจจะเหมือนกับสโนวไวท์  มันถูกกำหนดให้เป็นอย่างงี้มาตั้งแต่ต้นแล้วและผมก็คงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
 
     "พี่จุน"
 
     "ฉึบฉึบฉึบ !!"ผมหันไปมองชายคนรักที่กำลังหั่นแอปเปิ้ลผลสีแดงสดด้วยแววตาจริงจัง  เวลานี้พี่จุนน่ากลัวจนผมไม่กล้าเข้าใกล้  ทั้งสีหน้าและท่าทางดูเหมือนไม่ใช่คนเดิมที่ผมรู้จัก  พี่จุนคงจะโกรธผมมากจนไม่เหลือมาดเดิมที่ผมคุ้นตาเลยสักนิด
 
     "ผมจะ..อ๊ะ !!"
 
     เจ็บ...เจ็บเหลือเกิน
 
     ผมล้มลงไปนอนกับพื้นด้วยความรู้สึกเจ็บปวด  มือบางกุมท้องไว้ไม่ยอมปล่อยแต่ก็ไม่ช่วยบรรเทาความเจ็บลงเลยแม้แต่นิด  ผมเป็นอะไร  ทำไมรู้สึกว่าตัวชา  ภาพตรงหน้าก็เริ่มเลือนลางจนแทบมองไม่เห็นอะไร  พี่จุนอยู่ตรงนั้น  ผมเห็นพี่จุนกำลังมองมาทางผม  พี่จุน..ช่วยผมด้วย  
 
     "อั๊กกก !!"
 
     "กึก !!"พี่จุนเดินมาหาผมช้าๆก่อนจะก้มตัวลงเทยาลงบนพื้น  ทะ..ทำไม  พี่จุนทำไมไม่เอายาให้ผม ??
 
     "ยะ..ยา  ขะ..ขอยาหน่อย"
 
     "นี่น่ะเหรอชอลยง"
 
     "อื้อ"ผมพยักหน้าด้วยความเจ็บปวด  แม้แต่แรงจะพูดก็ยังไม่มี  พี่จุนชูถุงยาที่เหลือยาแค่ครึ่งถุงมาตรงหน้าก่อนจะปาทิ้งไปที่ฝาผนัง  ผมเบิกตาโพลงด้วยความไม่เข้าใจ  ภาพของพี่จุนเลือนลางลงไปทุกที  ผมไม่เข้าใจ
 
     "นายเก่งแล้วนี่ชอลยง  คงไม่ต้องกินยาหรอก"
 
     "ผะ..ผม  เฮือกกก  ผมเจ็บ"
 
     "นายบอกว่าขนมของฉันคือยาของนาย  ตอนนี้ทำไมนายกินขนมของฉันแล้วนายถึงยังไม่หาย"
 
     "พะ..พี่จุน  ดะ..ได้โปรด  ผะ...ผมขอยา"ชอลยงกลั้นใจพูดออกมาด้วยความเจ็บปวด  ชางซอนทำตาเลื่อนลอยเหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่างโดยไม่สนใจคนที่นอนดิ้นทุรนทุรายเพราะความเจ็บเลยสักนิด  สักพักเขาจึงเดินไปหยิบหนังสือเล่มนึงออกมาด้วยท่าทีเฉยชา  
 
     "นายเคยถามพี่ใช่ไหมว่าทำไมพี่ถึงเลิกกับแฟนเก่า" 
 
     "พะ..พี่จุน"
 
     "นั่นเพราะเธอทิ้งพี่ไปโดยที่เธอไม่ลาพี่เลยสักคำ"
 
     ".........."
 
     "ครั้งสุดท้ายที่พี่เห็นเธอ  ก็หลังจากที่ได้กินขนมของพี่เนี่ยแหละ"
 
     ".........."
 
     "เธอกินมันจนหมดแล้วจากนั้นเธอก็ล้มลงไปนอนกับพื้น  ดิ้นทุรนทุราย  เหมือนนายเลยว่าไหมชอลยง"ชางซอนก้มลงกระซิบที่ข้างหูอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงชวนขนลุก   ชอลยงอึ้งไปกับความจริงที่เพิ่งได้รับรู้  ความเจ็บปวดใดๆก็ไม่เท่ากับการโดนคนที่รักหักหลัง!! มันเจ็บเสียจนแทบจะไม่อยากมีชีวิตอยู่
 
     "นะ..นี่พี่..วะ...วางยาผมเหรอ"
 
     "เปล่า  พี่ไม่ได้ทำ  นายเองไม่ใช่เหรอที่อยากลิ้มลองมันเอง  นายต่างหากที่เข้ามาติดกับและสุดท้ายนายก็จะจากพี่ไปเหมือนเธอคนนั้น"
 
     "พะ..พี่จุน"
 
     "ทำไมนายถึงชอบแอปเปิ้ลล่ะชอลยง  เพราะขนมของพี่ใช่ไหม หึ..แต่พี่ไม่ชอบแอปเปิ้ลเลยสักนิด"
 
     "พี่มันบ้าไปแล้ว"
 
     "นิทานเรื่องนี้นายรู้ไหมว่ามันจะจบยังไง  ชอลยง"
 
     "มะ..ไม่  ผะ..ผมขอยา  ดะ..ได้โปรด  เรารักกันไม่ใช่เหรอฮะ"ร่างบางกระเสือ กกระสนควานหายาไปทั่วพื้นห้อง ในขณะที่ชางซอนเปิดหนังสือไปจนเกือบถึงหน้าสุดท้าย  มันเป็นหน้าที่เขาชอบมากที่สุด  ริมฝีปากสีชมพูอ่อนแสยะยิ้มขึ้นมาอย่างน่ากลัวแต่ชอลยงกลับไม่มีโอกาสได้เห็นมัน  เขาได้แต่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น  หัวใจทำงานช้าลงเรื่อยๆ  ร่างกายของเขากำลังจะหยุดทำงานในไม่ช้านี้แล้ว
 
     "พะ..พี่จุน  ฮึก !!"เปลือกตาของชอลยงปิดลงสนิทพร้อมกับลมหายใจที่ขาดห้วง  หยดน้ำสีใสไหลลงมาจากหางตาเป็นหยดสุดท้าย  บัดนี้ความเจ็บปวดได้สิ้นสุดลงแล้ว  ชอลยงจะไม่มีวันฟื้นขึ้นมาและไม่มีวันได้รับรู้อะไรอีก  ชางซอนปล่อยให้ความเงียบกัดกินหัวใจเป็นเวลานาน  ภาพของคนรักที่กำลังหมดลมหายใจฉายซ้ำไปซ้ำมาเหมือนเล่นกระตุก  เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินไปเก็บของในห้องโดยไม่ลืมจะหยิบหนังสือเล่มโปรดใส่กระเป๋าไปด้วย  ฝีเท้าหนักๆย่ำสำรวจทั่วห้องจนมาหยุดที่ข้างกายของชอลยง  ถึงแม้จะเพิ่งหมดลมหายใจแต่ร่างบางก็เย็นเฉียบอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว  ริมฝีปากเริ่มซีดและแห้งผาก  ริมฝีปากนั่นที่เคยพร่ำบอกคำว่ารักกับเขา  
 
     ชอลยง  พี่จะไม่มีวันลืมนาย
 
   
     ".........."
 
     "หลับให้สบายนะครับ  สโนวไวท์ของผม"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
     "แกร๊ง !!"ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิร์ตสีดำเปิดประตูร้านเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม  พนักงานในร้านเอ่ยต้อนรับเสียงใสก่อนจะเดินนำชายหนุ่มตรงไปยังเคาน์เตอร์ไม้สำหรับสั่งขนม  หญิงสาวอีกคนที่กำลังจัดกล่องขนมเค้กอยู่เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มหวานแข่งกับชายหนุ่มก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอันไพเราะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
      "จะลองชิมคัพเค้กรสแอปเปิ้ลสักชิ้นไหมค่ะ ??"
 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ LooK - JeeN [ ลูกจีน ] จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

พิมพ์เลขที่เห็น