เกมรักพิทักษ์ดวงใจ

ตอนที่ 12 : บทที่ 6 : สองจอมมารน้อย 50 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,511
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    1 ก.ย. 59

บทที่ 6

สองจอมมารน้อย

 

                   พัญวลักษณ์ล้มลงนอนแผ่หลากับพื้นพรมภายในห้องนั่งเล่นกึ่งห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยสมรภูมิรบขนาดย่อมซึ่งมีข้าศึกเป็นคนป่วยตัวจิ๋วที่ทำตัวไม่เหมือนคนป่วยเลยแม้แต่น้อย ด้วยการคลานไปรอบๆ ห้องเห็นอะไรที่น่าสนใจเป็นต้องรื้อค้นออกมาดูมากัดเล่น เมื่อหมดความสนใจแล้วก็โยนทิ้งก่อนจะหันไปหาอย่างอื่นเล่นต่อจนต้องตามจับ ตามคว้าตัวกันให้วุ่น เธอกลัวว่าเจ้าจอมมารตัวน้อยจะเผลอไปกัดติดเอาสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคซึ่งอาจจะทำให้อาการป่วยแย่ลงไปกว่าเดิม

                   “โอ๊ย! จอมมารน้อยจอมยุ่งช่วยอยู่นิ่งๆ สักห้านาทีได้ไหม? ขอแม่แพนพักหน่อย” คุณแม่คนสวยยกร่างเล็กขึ้นให้นอนทับบนตัวเธอก่อนจะบอกคล้ายสั่งสอนลูกชายที่ส่งสายตามาให้อย่างไร้เดียงสา

                   “เอิ๊กๆ” เสียงหัวเราะอย่างถูกใจของเด็กชายพร้อมกับน้ำลายที่ค่อยๆ ไหลหยดลงบนเสื้อของผู้เป็นแม่กระจายเป็นวงกว้าง

                   “หนอย! ไอ้ตัวแสบแกล้งแม่เหรอ? นี่แนะๆ ฮ่าๆ” ร่างบางพลิกร่างอ้วนกลมให้นอนหงายลงบนพื้นพรมหนานุ่มก่อนจะเอาหน้าตัวเองซุกไซร้ไปที่พุงกลมๆ ราวกับก้อนซาลาเปาด้วยความหมั่นไส้

                   “เอิ๊กๆ คิ๊กๆ” เด็กชายฟ้าครามดิ้นอย่างจั๊กกะจี้พร้อมส่งเสียงหัวเราะดังลั่นห้อง  

                   “ยอมแพ้หรือยัง? เจ้าตัวแสบ” คุณแม่ยังสาวเงยหน้าจากพุงน้อยๆ แล้วถามลูกชายเสียงดุ แต่ทว่าเสียงเคาะประตูห้องกันดังขึ้นเสียก่อน...เธอจึงต้องรีบคว้าร่างเล็กขึ้นอุ้มแล้วตรงไปที่ประตู

                   ช่องตาแมวขนาดเล็กแต่สามารถมองภาพจากภายนอกได้อย่างชัดเจนด้วยลักษณะพิเศษของเลนส์ซึ่งพี่ชายของเธอเป็นผู้ติดตั้งให้เพื่อความปลอดภัยของน้องสาวคนเดียว อีกทั้งยังมีกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วรุ่นพิเศษอีกเช่นกันติดตั้งอยู่หน้าประตู

                   ดวงตาหวานเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าห้องเป็นใคร?

                   คุณสามีกำมะลอ!...

                   “คุณธรรศ! คุณมาได้ยังไงคะ? แล้วน้องชมพูล่ะ” พัญวลักษณ์รีบถามชายหนุ่มทันทีที่เห็นเขายืนอยู่ตรงหน้า

                   “เดี๋ยวผมค่อยเล่าให้ฟังแล้วกัน ขอผมดูลูกหน่อย” ธรรศธารณ์บอกพลางรับร่างอ้วนกลมของลูกชายมาอุ้มไว้เองก่อนจะพากันเข้าข้างในโดยไม่รอคำเชิญจากเจ้าของห้อง

                   “เดี๋ยวสิคุณธรรศ! แพนยังไม่ได้เชิญคุณเข้าห้องเลยนะ” หญิงสาวร้องบอกอย่างเอือมระอากับความเอาแต่ใจของอีกฝ่าย แต่เธอก็อดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นเขาอยู่ที่นี่ในตอนนี้

                   “เอาน่าคุณ สามีจะมาหาภรรยาบ้างไม่ได้หรือไง เป็นไงบ้างครับคนเก่งไม่ค่อยมีไข้แล้วนี่...รอให้หายดีก่อนแล้วพ่อธรรศพาไปเที่ยวเอาไหม?” ชายหนุ่มบอกอย่างใจคิดก่อนจะหันมาพูดกับลูกชายตัวน้อยที่กำลังอยู่ในอ้อมกอดของเขา

                   “แต่คุณกับฉันไม่ได้เป็นสามีภรรยากันจริงๆ สักหน่อย! อีกอย่างนี่มันก็ดึกแล้ว อ้อ...ที่สำคัญคุณปล่อยน้องชมพูให้อยู่กับใคร? ไว้ใจได้หรือเปล่า?” พัญวลักษณ์โวยวายออกมาเป็นชุด ในใจก็พานคิดเป็นกังวลเรื่องลูกสาวไปสารพัด

                   “คุณฟังผมดีๆ นะ ผมจะรายงานคุณอย่างละเอียดยิบเลยดีไหมครับ? คุณภรรยาที่เคารพ” ชายหนุ่มอดที่จะประชดภรรยากำมะลอสาวสวยของตัวเองไม่ได้

                   “ดีค่ะ เล่ามาให้หมดเดี๋ยวนี้เลย!

                   “ผมพาน้องชมพูไปที่บ้านมาแล้ว ตอนนี้แกกลายเป็นขวัญใจของทุกคน คุณวางใจได้ น้องๆ ผมจะดูแลลูกสาวเราเป็นอย่างดีและที่ผมต้องขอมานอนกับคุณที่นี่ก็เพราะผมไม่อยากให้เป็นที่สังเกตว่าทำไมลูกชายของตัวเองป่วยขนาดนั้นยังไม่ยอมมาช่วยเมียดูแลถึงแม้ว่าผมต้องดูลูกอีกคนก็เหอะ ที่สำคัญคุณพ่อท่านเสนอเองว่าให้หลานอยู่ที่นั่นไปก่อนส่วนผมก็ให้กลับมาดูแลลูกเมียที่นี่” ธรรศธารณ์อธิบายทุกอย่างให้คนอยากรู้ฟังอย่างละเอียด

                   “คุณก็เลยต้องมาอย่างจำใจ” ร่างบางก็อดที่จะประชดออกไปไม่ได้

                   “ผมเต็มใจมาเลยต่างหาก” เขาบอกอย่างจริงใจพร้อมกับแววตานุ่นลึกที่ชวนให้หลงใหล

                   “เอาเถอะ จะเต็มใจหรือจำใจก็เรื่องของคุณ ว่าแต่คุณแม่คุณว่ายังไงบ้างคะ เรื่องน้องชมพู” เมื่อเห็นแววตาที่แสดงถึงความจริงใจของอีกฝ่าย เธอเลยแกล้งเฉไปหัวข้ออื่นเพื่อกลบความไม่มั่นคงของหัวใจตัวเอง

                   “คุณแม่ท่านยังไม่กลับมาจากสมาคม ท่านก็เลยยังไม่ทราบเรื่อง”

                   “คุณแม่คุณท่านจะไม่ทำอะไรน้องชมพูใช่ไหมคะ?”

                   “ไม่มีทางแน่นอน! ความจริงแล้วคุณแม่ท่านก็เป็นคนที่มีจิตใจดีมากคนหนึ่งเลยนะ แต่เสียอย่างเดียวคบคนไม่ดีนานไปหน่อยก็เลยทำให้ท่านหน้ามืดตามัวแบบนี้” ชายหนุ่มบอกอย่างมั่นใจเมื่อนึกไปถึงแม่ของเขาที่มักจะคล้อยตามคำพูดของสองแม่ลูกนั่นอยู่เสมอ

                   “ถ้าอย่างนั้นคงต้องหาทางทำให้ท่านตาสว่างสินะ” พัญวลักษณ์บอกอย่างพอจะเข้าใจ

                   “ใช่! หลังจากที่น้องฟ้าหายดีแล้ว ผมจะพาคุณย้ายไปอยู่บ้านธราเวสม์เปิดตัวเป็นสะใภ้ใหญ่ของตระกูลอย่างเป็นทางการ” เขาบอกอย่างรวบรัดตามแผนที่วางเอาไว้ ตอนนี้ก็เหลือแค่รอหลักฐานสองอย่างเพื่อช่วยยืนยันความเป็นพ่อแม่ลูกของพวกเขา

                   “ตกลงค่ะ ว่าแต่จะเป็นอะไรไหมคะ ถ้าแพนจะขอข้อมูลส่วนตัวของคุณแม่คุณ” เธอไม่ต้องใช้เวลาคิดนานให้เสียเวลา เพราะถึงยังไงผู้ชายตรงหน้าก็คงไม่ยอมให้เธอปฏิเสธอะไรได้อยู่แล้ว...

                   ที่เธอทำได้ตอนนี้ก็ต้องศึกษาข้อมูลของอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด!

                   “ไม่มีปัญหา ว่าแต่คุณจะเอาไปทำอะไร?” เขาถามอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก

                   “คุณคงเคยได้ยินคำสอนของซุนวูที่ว่า รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง!’ ถ้าต้องการให้ท่านยอมรับก็ต้องรู้ก่อนว่าท่านชอบอะไร ไม่ชอบอะไรส่วนอย่างอื่นก็ค่อยมาว่ากันตามโอกาสจะเอื้ออำนวยแล้วกัน” ร่างบางอธิบายทฤษฎีง่ายๆ ตามหลักตำราพิชัยสงครามของซุนวูที่เธอมักหยิบหนังสือของพี่ชายมาอ่านเสมอ นอกจากนี้ยังมี สามก๊กที่ว่ากันว่า อ่านสามก๊กจบสามรอบเป็นคนคบไม่ได้แต่ก็นะ...เธอดันอ่านจบครบสามรอบไปตั้งนานแล้ว!

                   จริงอยู่ว่าตำราพวกนี้มักใช้ในการสงครามแต่ถ้าหากเธอหยิบยกเอาข้อคิดบางอย่างแล้วใช้มันให้เป็นประโยชน์เพื่อรับมือกับปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ที่เปรียบเหมือนสงครามหลังบ้าน...เธอก็คงเอาชนะได้ไม่ยากแล้ว!

                   แม่ผัวก็เหมือนข้าศึก!

                   รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง!

                   “คุณนี่สมกับตำแหน่งสะใภ้ใหญ่ของธราเวศม์จริงๆ ผมนี่โชคดีสุดๆ ที่ได้เมียดีแบบนี้” ธรรศธารณ์ยิ้มอย่างอารมณ์ดีเมื่อได้ยินสิ่งที่ภรรยาสาวของเขาพูดออกมา

                   “สะใภ้กำมะลอค่ะ! ตอนนี้ไม่มีคนอื่นอยู่ด้วยคุณไม่ต้องทำให้สมจริงขนาดนั้นก็ได้” ร่างบางรีบแก้ต่างทันที พลางส่งค้อนให้วงใหญ่แล้วหลบสายตาคมเข้มของคนตรงหน้าที่แทบทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างไม่เป็นจังหวะนัก

                   นี่เธอต้องทนกับอาการบ้าๆ แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่?

                   “ครับคุณภรรยา” คนเป็นสามีรับคำอย่างง่ายดาย หากทว่าในใจของเขากำลังประมวลแผนการต่างในสมองเพื่อหาวิธีที่จะทำให้น้องสาวคนเก่งของเพื่อนรักกลายเป็นภรรยาจริงๆ ที่ไม่ใช่แค่เพียงในนามเสียที!

                   “ยังอีก คุณธรรศ!

                   “โอเคครับ อ้อ! พรุ่งนี้พี่ซันนี่โทรมานัดน้องชมพูให้เข้าไปซ้อมเล่นละครเวทีหลังเลิกเรียนนะแพน” ชายหนุ่มยกมืออย่างยอมแพ้ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้ร่างบางเปิดปากโวยวายไปมากกว่านี้

                   “ช่วงนี้แพนคงไปดูน้องชมพูซ้อมไม่ได้ต้องรอให้เจ้าแสบหายดีเสียก่อน ต้องฝากคุณช่วยจัดการหน่อยก็แล้วกันนะคะ คิดว่าคงไม่มีปัญหา” พัญวลักษณ์บอกอย่างเสียดายเธอคงไม่ได้เห็นพัฒนาการในการแสดงของลูกสาวตัวน้อย หรือถ้าเห็นก็คงเป็นวันท้ายๆ เข้าไปแล้ว แต่หากจะให้เธอเสี่ยงพาลูกชายที่กำลังป่วยไปด้วยแม้อาการจะดีขึ้นคงไม่เป็นผลดีแน่

                   “ปัญหา? มีแน่! คุณก็น่าจะเดาได้ว่าที่นั่นมีใครอยู่บ้าง ผมยังไม่อยากให้มีข่าวในทำนองที่ว่า...ตัวเองไปตามรับตามส่งลูกสาวเจ้าสัวใหญ่ตอนนี้หรอกนะ” ร่างสูงบอกอย่างที่เดาเหตุการณ์ต่อเนื่องได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ยิ่งสื่อบางสำนักสมัยนี้จรรยาบรรณในการนำเสนอข่าวด้อยประสิทธิภาพลงไปมาก เน้นหนักเฉพาะข่าวที่สร้างกระแสดราม่าได้ โดยที่ไม่สนใจเรื่องข้อเท็จจริงมากน้อยแค่ไหนแต่ถึงอย่างนั้นสื่อที่ดีก็ยังพอมีหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้างเหมือนกัน!

                   “ถ้าอย่างนั้นเราก็สลับกันไปก็แล้วกันค่ะ บางวันก็อาจจะต้องรบกวนให้น้องๆ ของคุณไปบ้าง เอาแบบนี้แหละ สองแม่ลูกนั่นจะได้จับทางเราไม่ได้ถูว่าคุณธรรศจะว่างไปวันไหน คุณว่าแบบนี้ดีไหม?” พัญวลักษณ์เสนอแผนการง่ายๆ ก่อนถามความเห็นของคุณสามีในนาม

                   “เอาตามนี่แหละ! ว่าแต่ปีศาจน้อยของเราหลับซะแล้ว ดูสิแก้มย้อยน้ำลายไหลเต็มเสื้อพ่อหมดแล้ว” ธรรศธารณ์เห็นด้วยกับความคิดของร่างบางตรงหน้าเป็นอย่างมาก และเมื่อเขาก้มลงดูร่างอ้วนกลมที่ซุกหลับบนอกแกร่งแก้มนุ่นแนบสนิทไปบนอกจนปากเล็กเผยอขึ้นปล่อยให้น้ำลายไหลเยิ้มออกมาเป็นทาง

                   เขามองใบหน้าเล็กๆ ที่หลับสนิทอย่างเอ็นดู

                   “ถ้าอย่างนั้น คุณธรรศช่วยอุ้มแกเข้าไปในห้องหน่อยนะคะ เดี๋ยวแพนจะรีบไปชงนมก่อน” หญิงสาวบอกก่อนจะรีบตรงเข้าห้องครัวเพื่อชงนมให้ลูกชายตัวยุ่งทันที จริงอยู่ว่าน้องฟ้าเหมือนจะหลับคาอกพ่อไปแล้วแต่เมื่อไหร่ที่วางบนเตียงเด็กเจ้าตัวแสบก็จะงอแงทันที เธอจึงต้องป้อนนมให้แล้วก็กล่อมจนกว่าร่างเล็กจะหลับสนิทไปอีกครั้ง

                   “เห็นท่าทางเหมือนสาวเปรี้ยวมาดมั่นแบบนั้นไม่คิดว่าจะมีอารมณ์หวานแหววขนาดนี้” ร่างสูงอดบ่นอย่างแปลกใจไม่ได้ หลังจากที่เขาเดินเข้ามาในห้องนอนที่ตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์สีหวานกับของประดับห้องที่มักมียี่ห้อเป็นตัวการ์ตูนแมวเหมียวชื่อดัง

                   “เอาล่ะ ได้เวลานอนแล้วเจ้าตัวแสบ” คุณพ่อคนเก่งค่อยๆ ว่างร่างอ้วนกลมของลูกชายลงบนเตียงเด็กซึ่งตั้งอยู่ข้างๆ กันกับเตียงนอนกว้าง แน่นอนว่าลายผ้าปูที่นอนและตุ๊กตาบนเตียงต่างก็เป็นธีมเดียวกับห้อง

                   “มะ หมำ มำ” ทันที่หลังแตะถึงเตียงร่างกลมป้อมก็ลืมตาขึ้นแล้วร้องเรียกหาของกินทันที

                   “ทำไมตื่นง่ายอย่างนี้ละ เมื่อกี้ยังหลับดีๆ อยู่เลย” คุณพ่อมือใหม่ถามลูกชายที่เหมือนจะตื่นเต็มตาขึ้นมาอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก

                   “อย่างนี้แหละค่ะ น้องฟ้าติดกินนมก่อนนอนถ้าไม่ได้กินก็เหมือนหลับไม่สนิท ค่อยๆ ดูดครับลูก” ร่างบางเดินเข้ามาทันได้ยินเสียงบ่นอย่างไม่เข้าใจประสานกับเสียงร้องประท้วงของลูกชายตัวแสบ เธอจึงต้องอธิบายให้คุณพ่อมือใหม่เข้าใจก่อนจะป้อนนมให้ร่างเล็กที่คว้าขวดไปถือเสียเอง

                  

                   “เลี้ยงเด็กอ่อนแบบนี้ยากกว่าเด็กโตแบบน้องชมพูเยอะเลยนะ คุณทำได้ยังไงเลี้ยงเด็กสองคนด้วยตัวคนเดียว” ชายหนุ่มบอกอย่างนับถือ เขาไม่เคยมีประสบการณ์ในการเลี้ยงเด็กแล้วก็ไม่คิดว่าจะต้องมีลูกได้รวดเร็วทันใจขนาดนี้จึงไม่เคยรู้มาก่อนว่าการเลี้ยงเด็กสักคนให้โตขึ้นมันยากมากมายแค่ไหน

                   “ฉันก็ศึกษามันทุกทางทั้งหนังสือแล้วก็พวกคลิปวีดีโอสอนต่างๆ ยังดีหน่อยน้องชมพูโตพอที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว ส่วนน้องฟ้าอาจจะยุ่งยากกว่าแต่ฉันก็โชคดีที่ข้างล่างมีเนิสเซอรี่สำหรับรับเลี้ยงเด็กอ่อน แล้วฉันก็ค่อยๆ ปรับกิจวัตรประจำวันให้ดีขึ้นแค่นี้ก็อยู่กันได้แล้ว ฉันอาจจะไม่ใช่แม่ที่สมบูรณ์แบบแต่ฉันก็พยายามมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้พวกแก ไหนๆ ก็รับหน้าที่นี้มาแล้วนี่”

                   พัญวลักษณ์พูดอย่างจริงใจ สายตาหวานจับจ้องไปยังร่างเล็กที่กำลังดูดนมจากขวดลายการ์ตูนตัวโปรดด้วยความรักและเอ็นดูอย่างไม่มีเสแสร้ง

                   ในตอนแรกที่หญิงสาวต้องเผชิญกับศึกสองด้านอย่างเด็กหญิงชายต่างวัยขยันหาเรื่องชวนปวดหัวให้เธอได้ทุกวันจนต้องหาทางรับมือด้วยสารพัดวิธีทำให้เธอค่อยๆ เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับเด็กทั้งสองคน เพียงเวลาไม่นานความผูกพันก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจนไม่อาจถอนตัวไปได้อีกแล้ว...

                   “ต่อไปผมก็จะช่วยคุณดูแลลูกเอง ไม่ต้องห่วง ศึกษาไว้ตั้งแต่ตอนนี้เผื่อต้องมีลูกเป็นของตัวเองจะได้คล่องงาน ดีไหมคุณ?” ธรรศธารณ์ตอบอย่างอารมณ์ดีโดยที่สายตาคมจับจ้องไปยังร่างบางอย่างมีเลศนัยบางอย่าง

                   “ถ้าอย่างนั้นคุณช่วยเปลี่ยนขวดนมเป็นขวดน้ำให้น้องฟ้าหน่อย อีกสักพักแกคงหลับแล้ว” ร่างบางบอกอย่างไม่สนใจสายตาคมเข้มคู่นั้นที่มองมาทีไรแล้วชวนให้เธอรู้สึกใจเต้นแปลกๆ ทุกที

                   “ลูกหลับแล้ว” ชายหนุ่มทำตามอย่างว่าง่ายแต่หลังจากเขาป้อนน้ำไปไม่นาน ลูกชายตัวแสบก็ค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ  

                   “ถ้าคุณโชคดีแกอาจจะหลับสนิทไปถึงเช้าแต่ถ้าไม่...เอาไว้คืนนี้คุณลองลุ้นดูก็แล้วกัน”

                   “ผมก็หวังว่าเราคงไม่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก ว่าแต่คุณจะให้ผมนอนที่ไหน? คงไม่ใช่ห้องรับแขกข้างนอกหรอกนะ” ร่างสูงถามด้วยสายตาอ้อนวอน ยิ่งเห็นสภาพสงครามของเล่นขนาดย่อมกับโซฟาดีไซน์หรูแต่ทว่ามันคงไม่พอดีตัวกับเขาสักเท่าไหร่...แค่คิดก็เหมื่อยแล้ว

                   “ไม่ใช่ห้องรับแขกแล้วก็ไม่ใช่ห้องนี้ด้วยค่ะ แต่เป็นห้องพี่พิ เชิญค่ะ อ้อ! ส่วนของข้างในห้องเชิญเจ้านายหยิบใช้ได้ตามสะดวกนะคะ ฝันดีค่ะ” พัญวลักษณ์รีบบอกพลางเดินนำมาส่งชายหนุ่มตรงหน้าห้องก่อนที่อีกฝ่ายจะรีบตีเนียนมาขอนอนเฝ้าลูกในห้องเธอ

                   “ฝันดีครับ ยังดีที่มีห้องไอ้พิให้นอน” ธรรศธารณ์บอกฝันดีกับประตูเพราะ อีกฝ่ายปิดประตูหนีโดยไม่ทันตั้งตัวไปแล้วแต่นั่นก็ทำให้เขาอดยิ้มกับความน่ารักของน้องสาวเพื่อนรักไม่ได้

                   อีกหน่อยคงต้องเรียกว่า...พี่เขยสินะ


....................................................................................................................................................

จอมมารน้อยของเราแสบตั้งแต่ยังเด็กเลยนะเนี่ย โตมาคงป่วนน่าดู เอาไว้จบเรื่องนี้ไรต์อาจจะลองแต่งภาครุ่นลูกดูดีไหมน้า แต่เอาเรื่องนี้ให้จบก่อนเนอะ ฮ่าาา 

แล้วตอนเย็นเจอกันอีกครึ่งค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

1,200 ความคิดเห็น

  1. #803 Nuttie-n (@nuttie-23) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2556 / 14:09
    555 นายธันโดนรุมแกล้ง
    #803
    0
  2. #692 I.C. jaaaa (@naonic37) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556 / 11:24
    หูหนวก ตาบอดแล้วคุณหญิง แพนดีกว่าตั้งเยอะ แล้วจะคอยดู ฮิฮิ
    #692
    0
  3. #587 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มกราคม 2556 / 18:44
    เรื่องกำลังน่าติดตาม คุณย่าจะหลงหลานๆมากแค่ไหน
    #587
    0
  4. #585 tua`~aof (@kukraedmueng) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มกราคม 2556 / 18:17
    สู้ๆ นะค่ะ แล้วมาอัพอีกนะค่ะ
    #585
    0
  5. #578 8lek (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มกราคม 2556 / 13:12
    สนุกมากค่ะ ^^
    #578
    0
  6. #85 pimvalun (@pimvalun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 / 05:51
    โอเชคะ จอมมารน้อยสุดๆๆไปเลย
    #85
    0
  7. #84 g-da (@g-da) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 / 01:17
    เป็นครอบครัวที่น่ารักมากๆๆๆ ค่ะ
    ชอบเรื่องนี้มากๆๆเลยค่ะ อ่านสบายไม่เครียด
    อ่านไปก็ยิ้มไปด้วย คริๆๆๆ

    #84
    0
  8. #83 nok.ku (@nooku) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 / 01:14
    คนพี่เป็นนางฟ้าน้อยๆๆ แต่คนน้องนี้เป็นจอมมารน้อย
    เอาไปอยู่รวมกันที่บ้านคุณพ่อหนึ่งซักอาทิตย์
    ดูท่าจะสร้างความป่วนให้ไม่น้อยเลยว่ามั้ย
    แถมจะมีแต่คนหลงกันทั้งบ้าน
    ( น้องชมพูไปอยู่ก่อนแล้วเจอกับคุณย่าไม่รู้จะเป็นงัยมั่ง )
    #83
    0
  9. #82 ngim (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 / 00:23
    น่ารักที่สุด



    ติดตามอ่านมาตลอดเลย



    สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้
    #82
    0
  10. #81 Nu'ผิง (@phingping) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 / 00:23
    สู้ๆค่ะ ดูแลตัวเองด้วยนะค่ะไรเตอร์

    ปล.จอมมารจิ๋วน่ารักจิงๆ ค่ะ อิอิ
    #81
    0