คำสัญญาของกุหลาบ

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 คำสัญญาของกุลาบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 68
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 ก.ย. 54

 ***********************************************************

สวัสดีคร๊าฟฟฟ มาอัพดึกๆอีกเช่นเคย เอ๋ไม่ดึกสิ นี่มันวันใหม่แล้วตะหาก ฮ่าๆ

เขียนจนลืมเวลาไปเลยครับ เพราะผมค่อนข้างจะละเอียดเรื่องการใช้คำ

ถ้าคำไหนพิมพ์ไม่ถูก หรือตกหล่นไป ผมขออภัยอย่างสูงยิ่งครับผม 



--------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 4 คำสัญญาของกุหลาบ


--------------------------------------------------------------------------


เมืองโรสแซล เมืองที่ปัจจุบันเต็มไปด้วยความวุ่นวายซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองใหญ่ แท้จริงแล้วในอดีต
กลับเงียบสงบอย่างประหลาด กลิ่นอายของกุหลาบล่องลอยไปทั่วเมืองแห่งนี้ ตึกทรงยุโรปทอดยาวเรียงตัว
ไปตามแม่น้ำหลักของเมือง แม่น้ำพริมโรส จะว่าแม่น้ำคงไม่เชิงนักเพราะขนาดความกว้างเท่ากับ
ลำคลองธรรมดา แต่เป็นลำคลองเพียงเส้นเดียวที่ผ่ากลางเมืองแห่งนี้ คนตั้งจึงเรียกว่าแม่น้ำไป
ส่วนชื่อนั้นก็มาจากบรรดาดอกกุหลาบน้ำ(กุหลาบที่เจริญเติบโตในน้ำ) ดอกของมันแผ่กระจายไปทั่ว
ผิวแม่น้ำอย่างงดงาม กลิ่นหอมของกุหลาบชนิดนี้พิเศษกว่ากุหลาบทั่วไปตรงที่กลิ่นจะหอมอ่อนๆ
แต่จะหอมสม่ำเสมอเรื่อยไปจนกว่าแสงอาทิตย์จะสาดส่องอีกครั้ง

เล่ากันว่าดอกกุหลามนี้เป็นตัวแทนของคำสัญญาหญิงสาวที่มีต่อชายหนุ่มเจ้าของคฤหาสน์หลังงาม
และเจ้าของเมืองนี้ทั้งเมือง ตามเนื้อเรื่องที่เล่ากันซ้ำไปซ้ำเล่ามา จนบางครั้งก็ผิดเพี้ยนไปบ้างตามกาลเวลา
แต่เนื้อเรื่องที่เก่าแก่ที่สุดคือ ทายาทเจ้าของเมืองได้ตกหลุมรักหญิงสาวงดงามจากตระกูลขุนนางเก่า
อาจจะดูเป็นเรื่องปกติและความรักคู่นี้คงจะราบรื่น ถ้าไม่ติดว่าเมืองแห่งนี้เป็นเมืองเล็กๆหนึ่งในเมืองของ
อาณาจักรใหญ่ของพระราชาที่ทรงอำนาจที่สุดแต่ก็เจ้าชู้ที่สุดในอาณาจักรของพระองค์
บรรดาสาวงามของเมืองต่างๆถูกส่งเข้าพระราชวังอย่างต่อเนื่อง ถ้าทำให้พอใจก็จะได้รับตำแหน่ง
แต่ถ้าไม่ก็จะไม่มีใครได้เห็นอีกเลย และแล้วชะตากรรมก็มาถึงเมืองโรสแซลสาวงามอันดับหนึ่ง
ก็หนีไม่พ้นพริมโรสลูกสาวขุนนางใหญ่ว่าที่คู่ครองของเจ้าเมือง

ข่าวนี้กระจายไปทั่ว ความหวาดกลัวสงสารแผ่ปกคลุมราวกับเมฆหมอกแห่งลางร้ายเข้าครอบงำ
เมืองเล็ก ทุกคนรู้ดีว่าความรักของทั้งคู่เป็นความรักที่สวยงาม เจ้าเมืองที่ปกครองกับขุนนางผู้ใหญ่
ล้วนเป็นคนดี ถ้าผูกดองกันได้เมืองนี้ก็จะมีความสุขตลอดไป แต่ในเมื่อฟ้าลิขิตชะตากรรมออกมาให้อาภัพ
ภาพเลวร้ายปรากฏขึ้นก่อนวันส่งตัวเจ้าสาว ที่สะพานสูงใจกลางเมือง หญิงสาวผู้งดงามยืนนิ่งอย่าง
น่าหวาดเสียวบนริมขอบสะพาน เสียงร้องของชายหนุ่มคนรักดังอยู่ไม่ขาดบวกกับเสียงชาวบ้านนับร้อย
ที่ต่างอ้อนวอนให้เธออย่าทำอะไรโง่ๆ มีเพียงผู้เป็นบิดาของตาสีเพลิงที่ยืนนิ่งงันมองดูลูกสาว
และเมื่อดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า หญิงสาวเริ่มขยับกายมองใบหน้าคนที่มายืนล้อมรอบเธอ
สุดท้ายเธอหยุดที่นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่กำลังเฝ้ามองเธออย่างเจ็บปวด เธอส่งยิ้มค้างไว้อยู่เสี้ยววินาที
ก่อนจะเปล่งคำพูดออกมา

“ยามที่แสงสูรย์ลาลับ ข้าพริมโรสจะรอคอยท่านอยู่ใต้ผืนน้ำอันศักดิ์แห่งนี้

ยามคำสัญญาบรรลุผลข้าจะตื่นอีกครั้งเมื่อพบคนที่ข้ารอคอยเพียงผู้เดียว”

แล้วร่างบางก็ถอยหลังเส้นผมยาวสยายออก รอยยิ้มยังคงอยู่จนร่างนั้นหายไปกับสายน้ำ

“ไมมมมมมมมมมม่.........” ชายหนุ่มเอื้อมมือจะไปคว้าดวงใจของเขาไว้ แต่ไม่ทัน อีกนิดเดียวเท่านั้น
เขาทรุดลงอย่างอ่อนแรง ท่านเจ้าเมืองกอดปลอบลูกชายเขาไว้เงียบๆ ร่างสูงสั่นสะท้านอย่างแรง
จนคนเป็นพ่ออดใจหายไม่ได้ และแล้วร่างนั้นก็ลุกขึ้นยืนแววตาวาวโรธขึ้นอย่างแข็งกร้าว
เสียงเข้มดังก้องไปทั่วบริเวณนั้นราวกับคำสาป

“ยามที่ดวงใจของข้าสูญสลายไป ยามที่แสงสูรย์เยือนขอบฟ้า
ข้าขอสาปพระราชาแห่งอำนาจทั่วอาณาจักร หากข้าและดวงใจไม่อาจหวนคืน
องค์ราชันจะคงอยู่รับความเจ็บปวดไปตลอดกาล”

พริบตาร่างสูงหายไปจากครรลองของสายตา เสียงร้องโหยหวนของท่านเจ้าเมืองดังเสียดแทงเข้าไปในอากาศ
ความสุขที่เคยมีเหมือนจะดับลงในวันนั้นเอง...


------------------------------------------------------------------------------------

ตอนนี้สั้นๆครับ แต่เขียนได้ยากมากเพราะเป็นปมเรื่องทั้งหมดของเรื่องนี้

การผูกความลับเพื่อให้น่าติดตามผมยอมรับเลยว่า กว่าจะเขียนออกมาได้นั้น

ใช้ความรู้สึกของทั้งหมดที่มีกลั่นออกมาทีเดียว

ขอบคุณที่ติดตามนะครับ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

7 ความคิดเห็น