The outbreak test เชื้อซอมบี้มรณะ

ตอนที่ 8 : สาเหตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 70
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    25 ก.ค. 62

บทที่ 8 สาเหตุ  

               หลังจากฝนซา โคลิน เบลก็เดินออกจากบ้านของหัวหน้าคนงานก่อสร้างซึ่งตั้งอยู่ระหว่างสถานพยาบาลกับโบสถ์อย่างครึ้มอกครึ้มใจ เขาหลอกให้ทุกคนคิดว่าตนเสียชีวิตแล้วจากเหตุการณ์เรือระเบิดได้สำเร็จ โดยการหยิบระเบิดทีเอ็นทีจากลังใส่อุปกรณ์ของทีมคุ้มกัน จัดวางไว้สามจุดอย่างที่ตั้งใจ ตะโกนหลอกลูกเรือว่าไฟไหม้ จากนั้นก็ใส่ชุดดำน้ำ เตรียมถังออกซิเยนกับอุปกรณ์ที่ต้องใช้ใส่ถุงกันน้ำ จุดไฟเข้ากับฝักแคระเบิดซึ่งต่อสายยาวมากพอที่จะหนีลงน้ำได้ลึกและห่างพอ 
               เขาดำน้ำเข้าหาเกาะ คอยแอบมองคนอื่น เมื่อเห็นขบวนเดินหน้าจึงขึ้นจากน้ำ ถอดชุดและปลดถังออกซิเยนออก ดึงเป้ออกจากถุง เดินตามอดีตเพื่อนร่วมทีมทิ้งห่างอย่างใจเย็น รอจนขบวนใหญ่แตกออกเป็นทีมย่อย รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป รู้แม้กระทั่งว่าควรหยุดพักตรงไหน และเดินทางอย่างไรไม่ให้เป็นที่สนใจจากพวกตายซากกับหมาหิวโซ 
              เหตุเริ่มจากเขาตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งตั้งแต่ห้าปีก่อน เธอเป็นสาวเอเชียซึ่งมาเข้าร่วมทีมคุ้มกันในอังกฤษ เธอเป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดี ช่างเป็นห่วงเป็นใย เอาใจใส่ทุกคน ต่างจากเขาที่ไม่ค่อยสนใจใคร เพื่อนร่วมทีมก็แค่คนที่ทำงานร่วมกัน จบภารกิจก็แยกย้ายตัวใครตัวมัน 
               หลังจากภารกิจแรกผ่านไป เขามักมองหาโอกาสที่จะได้ร่วมงานกับเธออีกครั้งและอีกครั้ง ด้วยความดีเสมอต้นเสมอปลาย เขาจึงตัดสินใจสารภาพรักในวันสุดท้ายของภารกิจอารักขานายกรัฐมนตรีเมื่อสามปีก่อน ทว่าเปรียบเสมือนฟ้าผ่าเข้ากลางใจ เธอบอกว่ามีครอบครัวแล้ว สามีและลูกชายวัย 7ปีรอเธออยู่ปักกิ่ง เธอขอโทษที่ทำให้เขาเข้าใจผิด ขอบคุณในไมตรีที่มีให้ เพียงแต่เธอรับไว้ไม่ได้ และขอให้เรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเหมือนเดิม 
               เพื่อนบ้าน่ะสิ เขาไม่ต้องการเพื่อน เขาต้องการใครสักคนที่จะอยู่เคียงข้างเขา เข้าใจ เอาใจใส่เขาเสมอต่างหาก ขอให้พระเจ้าลงทัณฑ์ ให้สามีกับลูกของมันตาย ขอให้มันไม่มีความสุขเหมือนกับที่เขาเป็น 
               หลังจากนั้นไม่นาน เขาได้ข่าวจากคลิฟซึ่งสนิทกับเธอว่าสามีกับลูกชายชาวจีนของเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจึงต้องรีบบินกลับประเทศ สมน้ำหน้า ต่อจากนี้เธอก็จะหันมามองเขา และอ้อนวอนให้เขากลับไปรักเธออีกครั้ง แน่นอนเขาจะไม่ใจอ่อนให้ 
               แต่เรื่องกลับไม่เป็นอย่างนั้น เธอหายออกจากวงการ ไม่มีใครในทีมได้ข่าวของเธออีกจวบจนกระทั่งปีที่แล้ว บิ๊กบอสในกระทรวงมหาดไทยส่งคนไปเชิญเธอถึงบ้านพร้อมเครื่องบินส่วนตัว ได้ข่าวว่าเป็นงานใหญ่ระหว่างสองประเทศที่ต้องร่วมมือกัน 
               เรมี ฮวางกลับเข้าวงการอีกครั้งพร้อมฝีมือที่มากขึ้น งานนี้ถ้าไม่มีเธอ เขาก็คงได้ตำแหน่งหัวหน้าทีม แต่เขาไม่สนใจหรอก เพราะงานหลักที่รับมาได้เงินมากกว่าหลายเท่าตัวพร้อมได้แก้แค้นคนทั้งทีมที่ตาบอดเข้าข้างผู้หญิงอย่างเธอด้วย 
               อีกฝ่ายเป็นใครเขาไม่รู้ทว่าคงใหญ่น่าดู รู้แค่คนกลางที่ติดต่อเขาและคุมเกาะมรณะแห่งนี้ 
               ใครคนหนึ่งแหย่จดหมายเข้าช่องใต้ประตูห้องเขาในคืนวันหนึ่งที่กลับถึงบ้าน ตัวหนังสือพิมพ์กล่าวถึงความคับข้องใจของเขา เหมือนอีกฝ่ายจะคอยติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดมาตลอด และข้อความยังเสนอตัวช่วยแก้แค้นพร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับหากเขาสนใจ 
               เขาคิดว่านี่เป็นเรื่องบ้ามาก เขาไม่รู้จักอีกฝ่าย ทว่ายิ่งนับวันที่เขาเห็นเธอมองตนเป็นแค่เพื่อนเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ความแค้นก็ยิ่งสะสมจนอดรนทนไม่ไหว จึงไปรื้อจดหมายจากในกองกระดาษเตรียมทิ้ง และติดต่อไปตามเบอร์ที่ให้ไว้ 
               เสียงดังเพียงสองครั้งปลายสายรับ แนะนำตัวว่าชื่อมิสเตอร์โฮม เรานัดเจอกันในร้านอาหารหรู ห้องส่วนตัวบรรยากาศดี เขาแนะนำตัวว่าทำงานด้านวิทยาศาสตร์ทดลอง วิจัยนู้นนี่นั่นซึ่งเขาไม่สนใจเลยทำทีพยักหน้าไปอย่างนั้นก่อนจะดึงเข้าเรื่องที่ดึงดูดเขามา
              สายตาของมิสเตอร์โฮมแสดงความไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะเสนองานทางด้านความปลอดภัยให้เขา เป็นงานบนเกาะขนาด 188ตารางไมล์ซึ่งห่างออกจากฝั่งไป 8ไมล์ทะเล งานเดินหน้าเกือบเสร็จสิ้นแล้วแต่ส่วนของเขาใช้เวลาทั้งหมดไม่เกินสามเดือนกับจำนวนเงินมากกว่าที่เขาหาได้ห้าปี ข้อมูลที่เหลือจะบอกเมื่อเขาไปถึงเกาะ 
               สามเดือนก่อนเกาะนี้เหมือนเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง มีผู้คนอาศัยปกติทั่วไปซึ่งมิสเตอร์โฮมบอกว่าคนพวกนี้คือผู้ไร้บ้านจากบนเกาะใหญ่ ส่วนป่ามรณะถูกกั้นเอาไว้เป็นพื้นที่อันตราย ไม่มีใครสงสัย ไม่มีใครฝ่าฝืน สัตว์ทดลองเขาได้เห็นและรู้ข้อมูลบ้างแล้ว ถึงตอนแรกเขาจะไม่เห็นด้วยก็เถอะ แต่มาคิดๆ ดู นี่เป็นการแก้แค้นที่สาสม ยิ่งกว่าอื่นใดคือจำนวนเงินที่อีกฝ่ายเสนอ 
              นายจ้างต้องการเก็บข้อมูลทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดทุกตัวซึ่งส่งขึ้นดาวเทียมจากระยะไกล และข้อมูลวิจัยจากเครื่องคอมพิวเตอร์ในห้องแล็บ พวกนั้นอยากรู้ว่าสิ่งทดลองจะร้ายกาจแค่ไหนเมื่อต้องเจอกับทีมคุ้มกันระดับพระกาฬอาวุธครบมือ ส่วนเขาจะได้ตัวเรมี ฮวางในสภาพสมบูรณ์ทุกประการ เพียงแค่ฉีดสารสีฟ้าซึ่งเก็บอยู่ในตู้แช่ห้องเดียวกันเข้าในร่างกาย เธอจะกลายเป็นผู้หญิงน่ารัก เชื่อฟังเขาทุกอย่าง 
               โคลินหัวเราะกับตัวเอง อดนึกถึงความสำเร็จภายภาคหน้าไม่ได้ เงินมัดจำส่วนหนึ่งได้มาแล้ว ที่เหลือจะถูกโอนเข้าบัญชีเมื่อเขานำข้อมูลไปให้อีกฝ่าย แต่ถ้าเขาแอบทำสำเนาแล้วเสนอขายให้กับบริษัทอื่นด้วย หรือใช้มันแบล็กเมล์เรียกเงินเพิ่มขึ้นล่ะ 
               เสียงปืนนับสิบกระบอกแผดลั่นเรียกสติเขาให้หลุดจากภวังค์ พวกนั้นคงรวมกลุ่มกันแล้ว ถึงเขาจะไม่ดึงดูดพวกตายซากทว่าเขาก็เหม็นชุดคนตายที่ตัวเองนำมาใส่ทับเต็มกลืน 
               โคลินเลี้ยวซ้ายตรงไปจนสุดตะแกรงเหล็กแล้วเลี้ยวขวา มุ่งหน้าหาเส้นทางปลอดภัยที่จะไม่ต้องเผชิญกับป่ามรณะ และเจอเข้ากับร่างซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นดอกเตอร์สวินตันกับลูกทีมสองคน เขาจะเดินผ่านเลยไปเหมือนซากเน่าตัวอื่นๆ ก็ทำได้ แต่ถ้าได้ยิงอดีตเพื่อนร่วมงานคงสะใจน่าดู 
               โคลินยิงเข่าเพื่อให้ขาบิดออก ไม่มีเสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด มีแค่เสียงคำรามจากความหิวกระหายเท่านั้น ยิงเข่าอีกข้าง ตามด้วยไหล่สะบัดออกทั้งสองร่าง จบลงด้วยยิงหน้าผากร่างละนัด
               เขาสะใจแต่ไม่สนุก โคลินตรงเข้าร่างซึ่งแน่นิ่งบนพื้น เลือดสีดำเริ่มจับเป็นก้อน ล้วงเอากระสุนปืนทั้งหมดกับกระบอกปืนสั้นมาเป็นอุปกรณ์สำรอง เพราะเมื่อเข้าอาคารแล้วชุดกลิ่นฉุนก็ไม่มีประโยชน์ หวังว่าเขาคงไม่ต้องเผชิญกับตัวประหลาดตัวใดในห้องทดลอง  
               โคลินเดินมาเรื่อยๆ ยิงสุนัขปีศาจบางตัวที่หลบไม่พ้น เขาหยุดลงที่ถังขยะสีดำขนาดใหญ่ชิดรั้วตะแกรง ใกล้ป่ามรณะ แล้วถอดชุดคนตายออก ทิ้งลงถัง เขาจับหูข้างถัง ลากออกเผยให้เห็นบานประตูบนพื้น ขณะก้มตัวลงเตรียมเปิด ปรากฏเสียงคนร้องทักขึ้น 
               " นั่นคุณทำอะไรน่ะ" 
               โคลินสะดุ้งตัวเล็กน้อย โกรธตัวเองที่ไม่ระมัดระวังให้ดีกว่านี้ ทว่าทำทีกลบเกลื่อน 
               " มิสเตอร์โอลิวีเอร์ คุณยังปลอดภัยดี ขอบคุณพระเจ้า" เขายืดตัวขึ้น แสดงสีหน้าดีใจซะเต็มประดา 
               " คุณคือโคลิน เบล รองหัวหน้าทีมใช่ไหม นึกว่าคุณตายตอนเรือระเบิดซะอีก" มหาเศรษฐีเดินเข้าหา ท่าทีลังเล 
               โคลินเหลือบมองปืนสั้นในมือของอีกฝ่าย ปืนชนิดนี้บรรจุกระสุนได้สิบนัด ไม่รู้มหาเศรษฐีใช้ไปเท่าไหร่แล้ว ถ้าเขาทำอะไรบุ่มบ่ามอาจเกิดผลเสียที่ไม่อยากเสี่ยง ถึงจะมีโอกาสแค่ 1%ก็ตาม 
               " ผมลงจากเรือทันน่ะ ว่าแต่ทำไมคุณถึงอยู่คนเดียว คนอื่นๆ ล่ะ" 
               " พวกเราพลัดหลงกันตรงก่อนถึงทางเข้าป่าน่ะ" ไมเคิลเบือนหน้าหนี มือซึ่งกำปืนไว้คลายออกและกุมเข้าสลับไปมา 
               โคลินอยากอาศัยช่วงเวลานี้กำจัดคนเกะกะ แต่มาคิดดูอีกทีเขาอาจต้องใช้เหยื่อล่อสัตว์ทดลอง เก็บไว้ก่อนไม่เสียหายอะไร ยิงทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ 
               " ผมเจอประตูนี้เข้าโดยบังเอิญ" โคลินชี้ลงบนบานประตูที่พื้น " ว่าจะลงไปดู คุณคิดว่ายังไง" 
               " ผมตามคุณ" ไมเคิลพยักหน้า การมีคนช่วยก็คงดีกว่าเดินสะเปะสะปะอยู่คนเดียว แล้วอีกอย่างคนตรงหน้าก็เป็นถึงรองหัวหน้าทีมคุ้มกัน ยังไงก็ต้องดูแลเขาได้ 
               โคลินยกบานประตู มีแสงลอดจากภายใน บันไดทอดลงเบื้องล่าง เขาก้าวนำลงไปก่อน เบี่ยงตัวให้มหาเศรษฐีตามลงมา และปิดประตูสนิทก่อเสียงก้องไปทั่วทางเดิน 
               เขาเห็นคนด้านข้างยกปืนในท่าระวัง อดที่จะยิ้มเยาะไม่ได้ อุโมงค์เส้นนี้เขาเคยใช้มาแล้ว มีประตูปิดทั้งสองทาง ช่วงที่อาคารยังสร้างไม่เสร็จจะมีคนใช้หลากหลาย ทว่าหลังจากนั้นจะมีแค่ทีมนักวิทยาศาสตร์กับเหล่าผู้ดูแลความปลอดภัยกับมิสเตอร์โฮม และคนที่เขาเข้าไม่ถึงอีก 2คน เขากล้าฟันธงได้เลย อันตรายในอุโมงค์นี้อย่างมากก็แค่ซากเน่าสองตัวเท่านั้น 
               พวกเขาเดินตามทาง เลี้ยวซ้ายที่หัวมุม สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือรถไฟขนาดสามขบวนอยู่บนราง ปราศจากสิ่งมีชีวิตและที่นั่ง 
               " รถไฟ" ไมเคิลรำพึง " มันจะพาไปที่ไหน" 
               " โฮม" โคลินตอบแค่นั้น ก้าวขึ้นรถไฟขบวนหน้า 



               เรมีมองลูกน้องชาวญี่ปุ่นก้าวเข้าหากำแพงเหล็กขณะปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้ช้าลง สักครู่เทนโดก็เดินกลับมา 
               " กำแพงเหล็กอย่างหนา ข้างในคงเป็นอาคารขนาดใหญ่" 
               " ประตูอยู่ทางนี้ เราต้องมีรหัส" เบนร้องบอก เขายืนอยู่หน้าเครื่องขนาดเล็กซึ่งติดอยู่บนผนังใกล้บานประตูใหญ่ รอหัวหน้าออกคำสั่ง 
               " จัดการเลย ระวังด้วย อาจมีกับดัก" เรมีพยักหน้า สาวเท้าเข้าหา เงยมองกล้องวงจรปิดซึ่งติดสูงจากพื้นขึ้นไป 15ฟุต 
               " ผมไม่ได้พกอุปกรณ์เทคโนโลยีทันสมัยมาเพราะไม่คิดว่าจะเจออะไรแบบนี้บนเกาะที่ไม่เคยถูกค้นพบมาก่อน" เบนผ่อนลมหายใจทางปาก ถูมือเข้ากับกางเกง " ต้องใช้รหัสหกตัว ขอเริ่มจากอะไรที่ง่ายๆ ก่อนแล้วกัน" 
               ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเลียริมฝีปาก รู้สึกคอแห้งขึ้นมาทันที เบนกดเลข 1-6 ไฟสีแดงปรากฏบนหน้าปัดพร้อมเสียงร้องติ๊ด ติ๊ด 
               " ไม่มีใครตั้งรหัสตัวเลขแบบคนสิ้นคิดหรอก พ่อหนุ่ม" ดอกเตอร์ริกแมนส่ายหน้า " สิ่งที่เราเผชิญมาบนเกาะนี้ ไม่ใช่งานฝีมือของเด็กประถมแน่" 
               " แล้วคุณมีไอเดียดีๆ ไหมล่ะ" แซนดราขยับตัวมายืนด้านหลัง ยกมือแตะไหล่คนหน้าซีด บีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ 
               " ใจเย็นๆ ฉันรู้ว่าเธอเป็นห่วงเขา" เรมีก้าวเข้าคั่นกลาง " แต่โวยวายใส่กันก็ไม่มีประโยชน์อะไร" 
               " ส่วนคุณ ดอกเตอร์ ดิฉันรู้ว่าคุณเครียด พวกเราทุกคนก็เครียด แต่การประชดประชันแดกดันของคุณอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก โดยเฉพาะคุณอาวุโสที่สุดในที่นี้" 
               ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตววิทยาเม้มริมฝีปาก เบือนหน้าหนี เหมือนพยายามเรียกสติที่หลุดหายกลับคืนมา " โอเค คุณพูดถูก ผมผิดเอง ผมขอโทษ"  
               " ไม่ใช่กับดิฉันค่ะ" เรมีถอยหลังออก ปล่อยคู่กรณีเผชิญหน้ากัน 
               " เอ่อ ผม" ดอกเตอร์มีท่าทีอึกอัก 
               " ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ" เบนพยักหน้าให้ หันกลับไปสนใจตัวเลขบนเครื่องต่อ " งั้นผมลองตัวเลขสูตรวิทยาศาสตร์ละกัน" 
               " เบน" มาร์คเรียกจากด้านหลังสาวบาร์ตันคนน้อง " อย่าให้ใครทำนายไขว้เขว นายเก่งที่สุดแล้วในด้านนี้"
               เบนหันกลับไปสบตาเพื่อนรัก รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง แต่เขาอยากได้กำลังใจมากกว่านี้เมื่ออยู่ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ 
               " ฉันเชื่อมั่นในตัวนาย" เรมีส่งยิ้มอ่อน 
               " แค่เป็นตัวเอง เชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเอง" เทนโดฟาดมือลงบนไหล่คนตัวเล็กดังปั๊ก ถือเป็นการเอาคืนที่โดนแกล้งเรื่องรูปถ่ายตอนอยู่บนเรือ 
               " ตกลง" เบนหันกลับไปจดจ่องานตรงหน้าอีกครั้ง " ผมขอลองตัวเลขสิ้นคิดอีกครั้งละกัน ถ้าใครก็ตามที่ก่อเรื่องเลวร้ายขนาดนี้ เขาคงอยากให้พวกเราเป็นส่วนหนึ่งของมัน ถึงแม้จะในฐานะเหยื่อก็เถอะ เขาต้องตั้งตัวเลขแบบง่ายสุดๆ" 
               เบนกดเลข 0 หกตัว ไฟสีเขียวปรากฏพร้อมเสียงสัญญาณประตูเปิด 
               " คุณทำได้ พระเจ้า คุณคิดออก" แซนดรากรีดร้องดีใจ กระโดดเข้ากอดหนุ่มข้างตัว 
               ไรอันเอียงตัวเข้าหาคนร่างใหญ่ กระซิบเสียงเบา " เราจะเจออะไรด้านในยังไม่รู้ มันน่าดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ" 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

77 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 21:44
    นังโคลิน แกมันบ้าไปแล้ว
    #70
    1
  2. #45 fliesfire (@jarernsuk21) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 10:39

    เรมี ฮวง คือ ต้นเหตุของเรื่องทุกอย่าง สินะ อิออ

    #45
    1
  3. วันที่ 14 กันยายน 2562 / 20:38

    ลืมเรื่องจะเจออะไรในนั้นจริง ๆ ด้วยแหละค่ะ ถถถ


    ขอโทษที่ห่างหายไปนานเลยนะคะ

    #34
    1
    • #34-1 อำกันเล่น (@am1977) (จากตอนที่ 8)
      14 กันยายน 2562 / 21:23
      ไม่เป็นไรค่ะ ไม่รีบ อยากอ่านเมื่อไหร่ค่อยอ่านค่ะ

      ขอบคุณนะคะ
      #34-1
  4. #29 Aoohapyn (@apyn666aoo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 18:53
    โคลินนี่จะแก้แค้นเพื่อ คือตัวเองก็แห้วเอง หาคนใหม่ไม่ได้เรอะ แกมันตัวหายนะ!! // โทษคับ อินไป 555+
    #29
    1
    • #29-1 อำกันเล่น (@am1977) (จากตอนที่ 8)
      5 สิงหาคม 2562 / 21:00

      ยิ่งอินไรเตอร์ยิ่งชอบค่ะ 5555 จัดมาให้สุดเลยค่า

      ขอบคุณนะคะ
      #29-1
  5. #26 La RaiN (@SakagameLen) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 13:48

    ง่ายจังเลยครับ นึกว่าจะต้องออกไปตามหาตัวเลขหรือคำใบ้ซะอีก

    #26
    2
    • #26-1 อำกันเล่น (@am1977) (จากตอนที่ 8)
      29 กรกฎาคม 2562 / 15:41
      ขออภัยที่เล่นแบบง่ายๆ นะคะ เรื่องนี้ไม่ยาวค่ะ เน้นสั้น กระชับ ไม่ต้องคิดมาก (ที่ยากคือบรรยายฉากในอาคาร)

      ขอบคุณที่แวะมาคอมเมนต์จ้า
      #26-1
    • #26-2 La RaiN (@SakagameLen) (จากตอนที่ 8)
      29 กรกฎาคม 2562 / 20:06
      รับทราบครับ
      #26-2