[os/sf seventeen] Coffee, Tears, Moonlight

ตอนที่ 9 : [os] Freshman the series : เครื่องซักผ้า || wonhoon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 545
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    22 ธ.ค. 61





Photo by Thoots Y on Unsplash








วอนอู as วิทวัส

จีฮุน as เจนวิทย์







 




เจนวิทย์มีเรื่องปวดหัวอยู่อย่างนึง

 

นอกจากแบบฝึกเคมีที่ต้องส่งสัปดาห์หน้า บทเรียนออนไลน์ที่ต้องเคลียร์ให้จบเร็วที่สุด ซื้อหนังสือภาษาอังกฤษ ทวนสไลด์วิชาที่เผลอหลับในคาบ จำท่ากับเพลงสันทนาการ ท่องเพลงประจำมหาวิทยาลัยเพื่อเอาไปสอบร้องวันจันทร์ แข่งยิงปืน ว่ายน้ำ โต้วาที เข้าชมรมดนตรี เรื่องนึงที่รบกวนจิตใจจนรู้สึกติดจะหงุดหงิดตลอดเวลาก็คงเป็นเรื่องใครก็ไม่รู้กดปุ่มหยุดเครื่องซักผ้าของเขามาสองสามรอบแล้ว

 

เขาเป็นเด็กปี ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่หอใหม่ๆ ห้องสุดหรูบนชั้น ที่กุญแจฝืด (ฉิบหาย) ขี้นกบนระเบียงเป็นหย่อมๆ เครื่องซักผ้าตั้งอยู่หน้าห้องเขาซึ่งอยู่สุดปลายทางเดินเครื่องนึง แต่ไม่มีวันได้ใช้ เพราะทั้งชั้นมีเครื่องซักผ้าแค่เครื่องเดียว ทุกคนเลยมารุมใช้จนแถวตะกร้าผ้ายาวไปถึงหน้าประตูหนีไฟ เจนวิทย์อยากจะทึ้งหัวตัวเอง ชีวิตแม่งบัดซบ...

 

ด้วยเหตุนี้เขาเลยต้องหอบผ้าลงไปซักที่ชั้น 3

 

ชั้น มีเครื่องซักผ้าอยู่ฝั่งละ เครื่อง เรียงรายสวยงามเหมือนกำลังส่งเสียงเรียกร้องว่า 'ใช้ฉันสิ! ใช้ฉันสิ!!เขาเลยเปิดฝา โยนผ้าลงไป เทผงซักฟอกกับน้ำยาปรับผ้านุ่มตาม แล้วก็ปิดฝา หยอดเหรียญสิบ เดินทอดน่องลงไปหาอะไรกินข้างล่าง ...อีซี่ยิ่งกว่าเวฟซาลาเปา

 

จนกระทั่งพบว่ามีคนกดหยุดเครื่องซักผ้านี่แหละ

 

สีหน้าเขานิ่งสนิทตอนกำลังมองผ้าเปียกๆ ในถังที่มีน้ำเอ่อ ไฟกะพริบบอกเวลาที่เหลืออยู่ ในขณะที่ไฟบนกล่องหยอดเหรียญข้างถังกะพริบถี่เป็นลางร้าย เขาลองมั่วกดปุ่ม พยายามต่อสู้อย่างไร้ความหวังอยู่เกือบสิบนาทีก็ต้องหยอดเหรียญลงไปซักใหม่

 

จำไว้ว่าครั้งหน้าจะไม่มาใช้เครื่องบ้านี่อีก แต่พอถึงคราวต่อไปจริงๆ ทุกเครื่องก็ดันเต็มหมดเว้นแต่เครื่องที่อยู่ริมสุดนี้

 

เจนวิทย์กำลังรีบไปเจอเพื่อนใต้หอเลยไม่ได้คิดอะไรมาก โยนของทุกอย่างในเครื่องแล้วปิดฝาหยอดเหรียญเหมือนเคย เพื่อกลับมาพบผ้าอยู่ในสภาพเดิมก่อนหยอดเหรียญไม่มีผิด

 

ครั้งที่ เขากระหืดกระหอบวิ่งกลับมาเมื่อนึกได้ว่าเผลอใช้เครื่องซักผ้าอาถรรพ์นั่นไป ขึ้นบันไดทีละสองขั้นพรวดเดียวถึงชั้น สไลด์ตัวแทบเหาะข้ามทางเดินไปถึงบริเวณที่ตั้งเครื่องซักผ้า

 

แต่เมื่อไปถึงกลับพบสายตาแปลกๆ จากคนห้องแถวนั้น

 

ที่รู้ว่าเป็นคนห้องแถวนั้นเพราะหมอนั่นยืนคาอยู่ที่ช่องประตู กำลังก้มเก็บอะไรบางอย่างหน้าเครื่องซักผ้าเขา พอเห็นเจนวิทย์พุ่งเข้าไปหาก็ยืดตัวขึ้นมองด้วยสายตาเรียบเฉย ขยับแว่นสองที ก่อนเดินเข้าห้องปิดประตูตามหลังดังกริ๊ก

 

เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรจึงรีบไปดูเครื่องซักผ้า

 

ให้ตายเถอะ! เอาอีกแล้ว!

 

ครั้งสุดท้ายเรียกว่าบังเอิญหรือแอบอยากพิสูจน์อยู่นิดๆ เขาวิ่งลงมาดูก่อนเวลาซักเสร็จเกือบยี่สิบนาที พอเลี้ยวหัวมุมทางเดินด้วยความเร็วเกือบแหกโค้ง สายตาก็ไปปะทะกับบุคคลที่ไม่ควรมายืนอยู่ที่เดิมเป็นครั้งที่ 2 ในเวลาพอดีเป๊ะแบบนี้

 

หมอนั่นยืนโน้มตัวอยู่เหนือเครื่องซักผ้าเขา ท่าทางเหมือนกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง เจนวิทย์ถลาข้ามทางเดินสิบกว่าเมตรวิ่งไปปัดมือสันทัดที่กำลังจะกดปุ่มอะไรซักอย่างได้ทันเสี้ยววินาที

 

"คุณทำอะไรน่ะ!"

 

หมอนั่นค่อยๆ หันมาหา...เป็นหุ่นยนต์หรือไงถึงช้าขนาดนั้น แล้วมองประเมินคู่กรณีอย่างใจเย็นราวกับไม่ได้เห็นสีหน้าที่แทบเขียนไว้บนหน้าผากว่า 'โกรธโว้ย!!'

 

"ไม่มีอะไร"

 

"ไม่มีอะไรคืออะไร ก็เห็นๆ อยู่ว่าคุณจะกดเครื่องซักผ้าผม"

 

"ไม่ได้กด"

 

เขาหันไปมองตัวเลขที่กะพริบบอกเวลาที่ค้างอยู่กลางคัน แล้วหันกลับไปสะกดเสียงลอดไรฟัน "คุณเป็นคนกดหยุดเครื่องผมใช่ไหม?"

 

"อะไรนะ?"

 

"เครื่องซักผ้าผมหยุดมาสามสี่รอบแล้ว คุณเป็นคนกดหยุดใช่ไหม ครั้งก่อนผมก็เจอคุณอยู่หน้าเครื่องซักผ้าผม"

 

นั่น! แววตาอีกฝ่ายเลิ่กลั่กส่อพิรุธทันควัน เจนวิทย์แทบคว้าคอเสื้อกระชากเข้ามาเค้นความจริง แต่ทำได้แค่จ้องจับผิดพลางก้าวไปหาอีกก้าว

 

"เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว ผมจะรู้ได้ไงว่าคุณซักเครื่องไหน"

 

"ผมจะไปรู้ได้ไง คุณอาจจะกดทุกเครื่องก็ได้"

 

"บ้าน่า ผมจะทำไปทำไม"

 

"จะไปรู้เหรอ คุณอยู่ห้องนี้ คุณเป็นคนเดียวที่มีโอกาสทำนี่หว่า"

 

"รูมเมทผมก็มี อาจจะห้องนู้น หรือแม่บ้านก็ได้ อย่ามาหาเรื่องคนอื่นมั่วๆ น่า"

 

"ไม่ได้ทำแล้วจะถอยหลังทำไม!?"

 

อย่างที่บอก เขารุกแค่ครึ่งก้าว หมอนั่นถอยทีละสองก้าว จนต้องนี้แทบจะเอนตัวแนบไปกับเครื่องซักผ้าอยู่แล้ว แววตาหลุกหลิกไม่ยอมสบเหลือบมองข้างหลังเขาตลอดเวลา ก่อนเจนวิทย์จะรู้ตัว อีกฝ่ายก็สับขาวิ่งอ้อมตัวเขาเผ่นแน่บไป เขาคว้าไว้ไม่ทัน ได้แต่ตะโกนไล่หลังสุดเสียง

 

"มาพูดกันให้รู้เรื่องก่อนสิโว้ย! ไอ้แว่นหน้าเต้าหู้!!"

 

 

 

เปรี๊ยะ...



 

 

 

 

 

 

 

"...เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยก็ต้องทำตัวให้เหมาะสมกับเครื่องแบบที่ใส่อยู่ ไม่ใช่เอะอะก็ใช้กำลังเหมือนพวกกุ๊ยข้างถนน คุณเป็นคนหรือเปล่า! คิดเป็นหรือเปล่า!?"

 

ผลสรุปของศึกเครื่องซักผ้าคือโดนอาจารย์ด่าเปิดเปิงทั้งคู่

 

ถ้าไม่ใช่เพราะจู่ๆ ไอ้แว่นที่สูงกว่าเขาเกือบยี่สิบเซนฯ จะบ้าเลือดหันมาเหวี่ยงหมัดใส่จนเขาแทบคว่ำ จากนั้นวิญญาณวัวกระทิงก็เข้าสิง ฟัดกันจนห้องข้างๆ ต้องออกมาช่วยกันห้าม

 

เจนวิทย์ถือน้ำแข็งประคบเปลือกตาที่เริ่มปูดบวม ในขณะที่คนข้างๆ มีสภาพไม่ต่างกัน เมื่อกี้ตอนโดนรปภ. จับแยกหิ้วปีกไปปฐมพยาบาล ถึงสติจะเริ่มกลับมา ก็ยังอดไม่ได้ที่จะหันไปแยกเขี้ยวใส่ไอ้หน้าตายอีกทีนึง

 

"โดยเฉพาะคุณเลย คุณวิทวัส อยู่ปีสี่แล้วทำไมไม่รู้จักควบคุมตัวเอง ถึงน้องจะใจร้อนอย่างน้อยคุณก็ต้องช่วยห้ามปราม หรือไม่ก็แจ้งรปภ. ไม่ใช่ทำตัวไม่มีการศึกษาแบบนี้"

 

อ้าว...พี่ปีสี่งั้นเหรอ

 

เขาเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของไอ้แว่นที่ทำหน้าไร้อารมณ์ เห็นว่าตอนย้ายเข้ามีแต่ปี ที่อยู่ชั้นล่างๆ ของหอ เลยเข้าใจว่าพี่ปีอื่นคงอยู่ชั้นบนๆ ช่วยไม่ได้นี่... เขาเสมองไปทางอื่น แกล้งทำเป็นเหมือนรู้อยู่แล้ว

 

"แล้วตกลงคุณต่อยเขาทำไม?"

 

"ไอ้นี่มันแกล้งปิดเครื่องซักผ้าผมครับ" เขารีบชิงฟ้อง

 

"คุณทำ...?"

 

"เปล่าครับ" ไอ้แว่นปฏิเสธเสียงเรียบทั้งยังใช้ผ้าซับเลือดกำเดาไว้

 

"ไม่ได้ทำแล้วใครทำ"

 

"ไม่ใช่ผมก็แล้วกัน"

 

"คุณอย่ามา..."

 

"เอ้าๆ พอแล้ว" อาจารย์ผู้ดูแลยกมือห้ามด้วยท่าทางเหนื่อยใจ "ถ้าคุณไม่ได้เห็นว่าเขาทำคุณก็ไม่ควรไปพูดกับพี่เขาอย่างนั้นนะเจนวิทย์ เคารพรุ่นพี่บ้าง"

 

"งั้นก็เปิดกล้องวงจรปิดเลยสิครับ"

 

"ไม่ได้!"

 

ทั้งเขาทั้งอาจารย์ผู้ดูแลสะดุ้งกับเสียงแหวกอากาศของวิทวัส แล้วเขาก็มั่นใจทันที

 

"คุณทำ!"

 

"ผมเปล่า"

 

"ถ้าคุณไม่ได้ทำแล้วทำไมจะดูไม่ได้"

 

"ก็ผมบอกแล้วว่าไม่ได้ทำ"

 

"งั้นก็ดูหลักฐานพิสูจน์สิ"

 

"คุณจะทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ทำไมน่ะ..."

 

"พอเลย! ทั้งคู่! ไปดูกล้องวงจรปิดให้มันจบๆ นี่แหละ!"

 

 



'เมี้ยว ~'

 

โอเค...เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมวิทวัสถึงยอมทุกอย่างเพื่อจะไม่ต้องดูกล้องวงจรปิด

 

'เมี้ยวๆ น้องสุขมาแล้วเหยอค้าบ มากินข้าวเร้วคนเก่ง จุ๊ๆ ไม่ซนนะครับ น้าน...กินเยอะๆ เลยน้าเจ้าแจ้มอ้วงงงงงง~'

 

ไอ้กล้องบ้า...บันทึกภาพได้ก็แพงแล้ว ยังเป็นแบบบันทึกเสียงได้ด้วย คนหน้านิ่งข้างๆ ป่านนี้ในใจจะอับอายขายหน้ามุดทะลุโลกไปหรือยังนะ คนบ้าอะไรหน้านิ่งยิ่งกว่าหินแกรนิต แต่ดันใช้เสียงตะมุตะมิงุงิกับแมว!

 

เหตุการณ์ในกล้องวงจรปิดเริ่มตั้งแต่สิบโมง ร่างสันทัดในชุดนอนเดินออกจากห้องไปเข้าห้องน้ำ แต่พอเดินผ่านที่ตั้งเครื่องซักผ้า คนหัวดำก็ยื่นมือไปหมุนตัวล็อกเปิดหน้าต่างบานเล็กเหนือเครื่องซักผ้าที่มีไว้ระบายอากาศ

 

บ่ายสองโมงสี่สิบแปดนาที เจนวิทย์หอบผ้าลงมาซัก

 

บ่ายสามโมงสิบนาที จู่ๆ เงาร่างเล็กสีสลิดก็กระโดดแผล็วมาจากนอกหน้าต่าง แล้วตรงแน่วเข้าเคล้าเคลียประตูส่งเสียงแม้วๆ เรียกให้วิทวัสเอาอาหารมาให้

 

ประเด็นคือไอ้สลิดตัวแสบ กระโดดลงมาก็กระแทกปุ่มเครื่องซักผ้าพอดีดังปี๊บ จากนั้นก็นวยนาดไม่รู้เรื่องกินจนอิ่มก็กระโดดกลับออกไป แถมไม่กดปุ่มให้อีกรอบด้วย! เจนวิทย์อยากชิมเนื้อแมวย่างโว้ย!!

 

"โอเค พอแล้ว" เข้าใจว่าอาจารย์ก็คงทนเสียงยี่สิบสองของวิทวัสไม่ไหว "คุณวิทวัส คุณจะให้อาหารแมวในหอไม่ได้นะ รู้ใช่ไหม"

 

"ผมทราบดีครับ" เจ้าของชื่อยืดตัวตรงแล้วโค้งหัวรับคำเบาๆ

 

"ต่อไปนี้คุณห้ามให้อาหารแมวอีกนะ ส่วนคุณเจนวิทย์ ต่อไปคงไม่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นใช่ไหม?"

 

"ครับ" เขาเหลือบมองอีกฝ่ายอีกรอบ ตราบใดที่ไม่เกิดปัญหาน่ะนะ

 

"ถ้าตกลงกันได้แล้วก็แยกย้าย แล้วอย่าให้ผมได้ยินว่าพวกคุณวิวาทกันอีกนะ"

 

"ครับ" ทั้งคู่ประสานเสียงรับคำ

 

ในที่สุดทั้งคู่ก็โดนปล่อยออกมานอกห้อง เจนวิทย์ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจ เขาเองก็ไม่ใช่คนใจร้ายนักหรอก เห็นไอ้แว่นหน้าตายมองพื้นนิ่งๆ ท่าทางเหมือนหงอยๆ สุดท้ายอดสงสารไม่ได้เลยทำเนียนเขยิบเข้าไปใกล้ขณะยืนรอลิฟต์ด้วยกัน

 

"นี่คุณ"

 

หมอนั่นแอบกลอกตาก่อนทำเป็นไม่ได้ยิน

 

"แมวตัวนั้นน่ะ...คุณให้อาหารมันต่อไปเถอะ"

 

"ผมคงทำแบบนั้นถ้าคุณไม่ได้กระโตกกระตากเอาไปบอกผู้ดูแล" หมอนั่นช้อนตามองเหมือนเรดาห์สแกนจับผิดจนเจนวิทย์แทบฟิวส์ขาด

 

"ผมเป็นฝ่ายไม่มีกางเกงในแห้งๆ ใส่ตั้งสองสามหนนะเว้ย! ...เอ้อ ถ้าคุณอยากให้อาหารมันต่อ ส่วนผมก็อยากซักผ้าปกติๆ คุณก็แค่กดปุ่มเริ่มซักต่อให้ผมหลังจากไอ้สลิด เอ้ย น้องสุขกดหยุดไปแล้ว แค่นั้น วินๆ"

 

เจนวิทย์ยังสงสัยว่าตาฝาดหรือเปล่าที่เห็นไอ้แว่นหันขวับมา ใบหน้านิ่งเฉยเหมือนถูกสตัฟฟ์กลับพราวไปด้วยประกายแห่งความยินดี

 

"ได้เหรอ งั้นเอางั้นแหละ!"

 

.

.

.

 

ให้ตายเถอะ

 

ทำหน้าแบบอื่นก็เป็นนี่หว่า

 

 



 

 

 

 

 

กลายเป็นว่าเขาได้รู้จักกับวิทวัส ปี ของดีประจำคณะวิทยาศาสตร์ รองประธานชมรม sport (ที่ถูกยัดตำแหน่ง) ว่าที่ดร. เมืองนอกสาขาวัสดุศาสตร์ ไปโดยปริยาย ถึงตอนแรกจะเป็นแค่การเดินสวนแล้วทำเมินใส่กัน แต่ตอนหลังอีกฝ่ายคงทนเห็นเขายืนค้นตัวเองแทบแก้ผ้าเพื่อหาเหรียญสิบมาหยอดเครื่องซักผ้าไม่ไหว แล้วเขาก็ทนเห็นหมอนั่นออกมาจากห้องตอนดึกๆ ด้วยเสื้อนอนชุดเดียวกันทั้งสัปดาห์ไม่ได้ เลยกลายเป็นว่าต้องคุยกัน คุยกันไปเรื่อยๆ ระยะห่างก็เริ่มลดน้อยลงไป

 

ถึงได้รู้ว่านังสลิดตัวดีชื่อว่า 'สุขเพราะวิทวัสมีแมวที่บ้านอีกห้าตัว ได้แก่ จัน อังคาร พุด เซา อาทิด ส่วนพระฤแมวสามสีหางอ้วนตายไปเมื่อสามปีก่อนเพราะเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นหมาเลยไปกัดกับหมาจนเหวอะหวะ

 

แววตาอีกฝ่ายเนือยๆ เหมือนคนอดหลับอดนอนตลอดเวลา (ซึ่งเป็นเรื่องจริง เขาทักแชทไปตอนตีหนึ่งปรากฎว่าวิทวัสมาตอบตอนตีสี่! แคปหน้าจอเกมแนบมาด้วยเป็นหลักฐาน ถ้าเป็นหลานเจนวิทย์จะตีเสียให้เข็ด) แต่พอคุยเฉียดถึงเรื่องแมว ตาเรียวเล็กแถมไฮไลท์ขอบเป็นวงดำธรรมชาติก็จะเบิกกว่าขึ้นมาฉับพลันราวกับกดสวิตช์ แถมปากที่แง้มยากนักหนาจ้อไปเรื่อยได้ไม่หยุด ชนิดที่เขาเคยคอลกับอีกฝ่ายแล้วส่งเสียงอือออไปตามน้ำจนเผลอหลับไป ตื่นขึ้นมาพบว่าใช้เวลาคอลทั้งหมดไป ชั่วโมง ไม่รู้ว่าหลังจากเขาหลับไปแล้วอีกฝ่ายพูดคนเดียวอีกนานแค่ไหน!

 

เขาเคยถามหยั่งเชิงด้วยความสงสัยว่าทำไมวันนั้นคนที่ท่าทางไม่แยแสอย่างวิทวัสถึงได้ของขึ้นต่อยเขาล้มได้ ปรากฎว่าอีกฝ่ายปรายตามอง ทำเป็นกลอกตามองรอบห้องแล้วอ้อมแอ้มตอบว่า 'เรียกคนอื่นว่าไอ้แว่นมันเสียมารยาทนะ'

 

ความรู้สึกที่คนไม่ใส่แว่นไม่มีวันเข้าใจสินะ เอ้อ...งั้นขอผ่าน

 

ถึงจะน่าหมั่นไส้ แต่คบหมอนี่ไว้ก็ไม่เลวเหมือนกัน เส้นสายเขากว้างขวางขึ้นเยอะ แถมใช้ให้วิทวัสทำอะไรก็แสนง่ายดาย แค่ทนฟังคำบ่นช่วงแรกนิดหน่อยเท่านั้นเอง

 

"คุณๆๆๆๆๆ"

 

"มีอะไรมาเคาะห้องผมแต่เช้า เกรงใจรูมเมทผมด้วย"

 

"เดี๋ยวซักเสร็จแล้วเอาออกเครื่องให้หน่อยสิ ผมขี้เกียจรอ เดี๋ยวไปข้างนอกแล้วผมค่อยกลับมาเอา"

 

"เอาออกเองสิ"

 

"เอ้าคุณ กว่าจะกลับมาก็บ่ายแล้ว คนอื่นเขาก็ต้องซักต่อนะเว้ย"

 

"ยุ่งจริงๆ" ได้ยินเสียงจิ๊ปากแต่เจนวิทย์หาสำนึกไม่

 

"เออคุณ วันอาทิตย์หน้าว่างรึเปล่า?"

 

"เอาอะไรอีก"

 

"ผมต้องไปขนของเพิ่มจากบ้านที่นนทบุรีน่ะ ขากลับมันรุงรัง มารับที่หมอชิตหน่อย"

 

"ตัวยุ่งจริงๆ" อีกฝ่ายทำท่ารำคาญใจแต่ก้มลงเช็คตารางงานในมือถือให้ "เสาร์อาทิตย์ผมไม่มีงานอะไร เดี๋ยวไปส่งที่นนทบุรีให้"

 

"ห๊ะใครให้คุณไปบ้านผมวะ"

 

"มีน้ำใจไปส่งให้แล้วยังพูดมากอีก" ว่าจบก็รุนหลังเขาออกจากช่องประตูเป็นการตัดบท "ผมคุยกับแม่คุณแล้ว แม่คุณโอเค ดีกว่าปล่อยให้คุณไปยืนเด๋อหารถกลับไม่ถูกอยู่คนเดียว วันเสาร์เดี๋ยวผมโทรไปปลุกนะ ถ้าอยากรีบกลับไปกินน้ำพริกปลาทูล่ะก็รีบตื่นด้วย"

 

"เอ้า ก็ได้ๆ"

 

มีรถติดแอร์ให้นอนสบายๆ ดีกว่าต้องแบกของขึ้นลงรถประจำทางอยู่แล้ว เจนวิทย์เลยเผลอตอบรับไปแบบงงๆ เพิ่งมารู้ตัวเอาตอนถูกปิดประตูใส่หน้า...หมอนี่ไปคุยกับแม่เขาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ!!

 

ฉิบหายวอดวายบรรลัยชัดๆ ตอนที่เจนวิทย์ต้องไปนั่งทำหน้ากระอักกระอ่วนตรงกลางระหว่างวิทวัสกับมารดาของเขาเองที่คะยั้นคะยอให้ทุกคนไปนั่งที่ศาลาริมน้ำ ดื่มน้ำลอยดอกมะลิเย็นๆ ชื่นใจกับชิมขนมตาลชิ้นเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มในจานเครื่องคราม ฟังเจ้าของบ้านร่ายยาวใส่วิทวัสอย่างปลาบปลื้ม

 

"วิทลูก ช่วยแม่ดูแลน้องเจนดีๆ นะครับ น้องเจนเห็นชอบทำเก่งแบบนี้จริงๆ ยังเป็นเด็กน้อยๆ ของแม่อยู่เลย เนี่ย กวาดบ้านก็ไม่สะอาด ซักผ้าก็ไม่เป็น ต้องพึ่งเครื่องซักผ้าทุกที..."

 

"แม่ครับ! ก็บอกว่าไม่ใช่น้องเจนไง!"

 

เถียงมาตั้งแต่ ขวบแล้ว ทำไมแม่ไม่เข้าใจอะ!?

 

เจนวิทย์ทำหน้าฮึดฮัดแล้วกัดขนมคำโต ไม่รู้ตัวว่าพวงแก้มขึ้นสีชมพูจางๆ ขยับดุ๊กดิ๊กจนคนข้างๆ แอบมองไม่วางตา

 

"เอ้า ก็พี่เขาชื่อพี่วิท ลูกก็ชื่อน้องเจน ไม่เหมือนกันดีออก ใช่ไหมครับน้องเจน"

 

"ไม่ใช่อะแม่! แล้วคุณน่ะยิ้มอะไร!?"

 

วิทวัสปรับสีหน้าแทบไม่ทันแล้วส่ายหัวเบาๆ

 

"น้องเจนทำตัวไม่น่ารักเลย จะคุณๆ ผมๆ ทำไมน่ะ เรียกพี่เขาว่าพี่วิทสิครับลูก ไหนเรียกให้แม่ฟังหน่อยเร้ว"

 

"แม่อะ!"

 

ประท้วงแง้วๆ ใส่แค่ไหนก็ดูเหมือนแม่จะเห่อลูกชายคนโตคนใหม่จนไม่ได้ฟังเสียงลูกชายคนเล็กไปแล้ว เจนวิทย์กลืนน้ำลาย มองหน้าไอ้แว่นหน้าตายแต่ในแววตามีประกายวิบวับล้อเลียนราวกับจะหัวเราะออกมาได้!

 

"พี่วิท..."

 

เงียบกันไปพักนึง คนเรียกและคนถูกเรียกยิ้มเจื่อนทั้งคู่ ปล่อยให้มารดาของเจนวิทย์ย้ำเรื่องเข้านอนให้ตรงเวลา ก่อนสบตากันแล้วหันไปคนละทางโดยไม่ได้นัดหมาย

 

อ้วก...



 

 

 

 

 

 

 

ใกล้วันสอบแล้วที่ทำให้เขาไม่ได้คุยกับอีกฝ่ายเลย

 

เจนวิทย์ก็ไม่แน่ใจว่าอีกคนยุ่งแค่ไหน แต่เขายุ่งหัวหมุนตัวบิดเป็นเกลียวเหมือนผ้าซักแล้วโดนบิดแน่นก่อนตาก ห้อยลงมาจากราวอย่างเฉาๆ เครื่องซักผ้าก็ได้วิทวัสคอยกดให้หลังไอ้สลิดตัวแสบกดหยุดไปแล้ว จึงไม่เกิดประเด็นใดๆ ขึ้นระหว่างทั้งคู่ เขายังต้องอ่านหนังสือสอบต่อไป

 

จะว่าดีมันก็สงบสุขดี แต่จะว่าเหงา...ก็เหงามั้ง?

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาคาดหวังอะไรอยู่...ไม่รู้เลย น่าหงุดหงิดชะมัด เจนวิทย์กระแทกเท้าลงบันไดไปเอาผ้าที่ซักเสร็จแล้วที่ชั้น ทำแบบนี้มันเสียศักดิ์ศรีเป็นบ้า แต่ว่า...เดี๋ยวเคาะห้องหมอนั่นหน่อยละกัน ถึงจะไม่มีเหตุผลก็เถอะ

 

 

 

JW¡tt : คุณ อยู่ห้องป่ะ

 

 

 

ส่งข้อความไปทักแล้วเก็บมือถือใส่กระเป๋าขณะเร่งสาวเท้าผ่านระเบียงทางเดิน อ้าว...ไม่ต้องทักแล้ว สุดปลายทางเดินเห็นร่างสูงยืนอยู่ตำแหน่งเดิมกับที่เขาเจอหมอนั่นครั้งแรกไม่มีผิด เจนวิทย์กำลังส่งเสียงไปทักแล้วถ้าไม่สังเกตเห็นอะไรผิดปกติก่อน

 

วิทวัสอยู่ในชุดนักศึกษาไม่ได้ผูกเนกไท ท่าทางกระสับกระส่ายชะโงกตัวอยู่เหนือเครื่องซักผ้า แต่แล้วหมอนั่นก็กดปุ่มหยุด ก่อนจะเปิดฝาแล้วหยิบผ้าในนั้นขึ้นมา นั่น...ที่ห้อยต่องแต่งอยู่ปลายนิ้วยาวนั่น จากกองเสื้อผ้าในกระเป๋าค่ายต่างจังหวัดที่เทลงไปหมดเพราะขี้เกียจแยก ...กางเกงในสีดำตัวนั้นที่ไม่เคยผ่านมือชายใด (นอกจากเขา)

 

 

 

"ไอ้แว่นโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยย!!"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#ฟิคไม่มีเหตุผล

________________________________________________


เรื่องนี้เขียนขึ้นมาด้วยความคับข้องใจจากเครื่องซักผ้าหน้าห้องเรา55555

แทบไม่เคยได้ใช้เลยจริงๆ อุตส่าห์ดีใจว่าห้องใกล้เครื่องซักผ้าอะ ไปๆ มาๆ เลยเป็นระบายชีวิตช่วงนี้ด้วยครับ ถึงนั่นจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งของปีหนึ่งก็เถอะ เฮ้อ

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #38 hoshiscoco (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 20:56
    ค้างคามากถึงมากที่สุดค่ะ5555555 พี่วิทจะเอากุงเกงในน้งไปทำไรคะ!!

    อยู่กะแมวแล้วเสียงสองสามสี่ห้าเชียวนะค้า แต่กะน้องทำเป็นอิดออด สุดท้ายก็สองสามสี่ห้ามาตรฐานเหมือนกัน ตามใจไปหมด

    แต่ว่าเข้าทางผู้ใหญ่ก็คือเฟี้ยวเลย ทางลัดเลย แย่งตำแหน่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคุณแม่ไปแน้ว เจนวิทย์ยอมพิเขาเหรอคะ! จังหวะนี้ต้องหาทางสยบพิแล้วนะคะ!!

    ชอบจังหวะที่น้องเจนโดนแม่บังคับเรียกพี่วิทแล้วกระอักกระอ่วนมาก เรียลสุด ไม่มีเขินอะไรทั้งนั้น555555

    ไม่รู้จะเชียร์จะชิปหรือยังไงดีเลย เพราะเจตนาคนสัมผัสชั้นในชาวบ้านยังไม่เปิดเผย (รู้แค่น้องเจนนำเรียกอิแว่นไปละ) แง จริงๆ ก็เขินแหละ ภาพในหัวเป็นแมวดำแมวขาวเหงียวหง่าวใส่กัน5555 แต่ก็ขอให้คุยกันดีๆ ไม่คุยกันด้วยกำปั้นอีกครั้งนะคะคุณๆ
    #38
    0
  2. #37 PPP (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 23:49

    อมกกกกกขอบคุณที่เขียนวอนฮุนเรือผีของเรานะคะ ขอกราบสิบทีีีีี

    เห็นฟิคไทยในแทคถึงกับกรี๊ด 5555555

    ถึงแม้จะเป็นเรื่องแนว crack แต่ก็สัมผัสได้ถึงความรัก(?)ของพี่วิทกับน้องเจนเบาๆ

    จบแบบโอเคเอาไปมโนต่อเองละกันเนาะ 555555 ขอบคุณอีกทีค่ะ เมอรี่คริสมาสล่วงหน้านะคะ


    #37
    0
  3. #36 PanKunMuMiEiEi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 20:33
    โอ้ยยยย55555 ตรงสุดท้ายคืออะไร๊5555555
    #36
    0