[os/sf seventeen] Coffee, Tears, Moonlight

ตอนที่ 6 : [os] My Meow Stray Cat!! ll soonhoon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 984
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62







"อีซอกมิน! ฉันบอกให้นัดผู้รับเหมา! ไม่ใช่ให้เอาแมวมาโยนไว้ในห้องฉัน!!"




เสียงโหยหวนลอยน่าสยดสยองออกมาจากห้องทำงานแว่วๆ เรียกสายตาจากคนที่นั่งทำงานด้านนอกได้แวบนึงก่อนจะหันไปสนใจงานตัวเองเมื่อผู้เป็นเจ้าของชื่อเร่งรุดเดินเร็วๆ แทบวิ่งเข้าไป


สิ่งที่ปรากฎแก่สายตาคือ ควอนซูนยอง ท่านประธานหนุ่ม (ที่มีแค่ชื่อตำแหน่ง) บอสบริษัทตกแต่งภายในชื่อดังที่กำลังโดดเด่นในแนวหน้าด้วยดีไซน์แปลกใหม่และการทำงานฉับไวอย่างมืออาชีพ กำลังยืนทุบโต๊ะปังๆ พลางชี้ไปที่โซฟารับแขกซึ่งมีร่างเล็กของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรมาอยู่ในออฟฟิศบริษัทมากที่สุด


อีซอกมิน เลขาหน้าห้องพ่วงตำแหน่งเบ๊สารพัดนึก ได้แต่ยืนอึ้งมองสถานการณ์แปลกประหลาดอย่างนึงที่มีโอกาสเกิดขึ้นในออฟฟิศแสนน่าเบื่อของพวกเขาได้เพียงปีละไม่กี่ครั้ง


"อีกสองชั่วโมงฉันต้องไปพบลูกค้า แล้วเรายังตกลงกับผู้รับเหมาไม่เรียบร้อยแบบนี้ ฉันจะมีหน้าที่ไหนไปคุยกับลูกค้าล่ะเฮ้ย! แล้วไอ้ตัวขนปุยนี่มันมาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง!? ใครเปิดประตูทิ้งไว้!? ฉันจะไล่มันออก!!"


สนามอารมณ์ของท่านประธานย้ายสายตาไปมอง 'ตัวขนปุย' ที่กำลังอาจจะทำให้เงินเดือนของใครซักคนเป็นหมัน พบว่าเป็นเจ้าลูกแมวตัวเล็ก ขนฟูนุ่มสีเทาอ่อนปนขาวปกคลุมรอบตัว มีแค่ส่วนล่างของใบหน้า คอ เรื่อยลงไปถึงช่วงท้องและอุ้งเท้าที่เป็นสีขาวสะอาด หางเรียวและใบหูตั้งชี้เป็นสีเทาเข้ม กำลังกางขาสั้นๆ จังก้า ตากลมแป๋วสีแกรนิตจ้องเขม็งอย่างไม่เป็นมิตร


พอได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย แทนที่ลูกแมวจะตัวสั่นงันงกหรือมุดหลบใต้โซฟาอย่างแมวทั่วไป กลับพองขนโก่งคอตะแง้วๆ ใส่แบบเอาเป็นเอาตาย เสียงคนกับเสียงแมวขรมตีกันมั่วไปหมดจนคนเป็นเลขาต้องยกมือห้ามอย่างเหลืออด


“หยุด!"


ได้ผล เงียบกริบทั้งคนทั้งแมว เขาจึงรีบฉวยโอกาสแจกแจงเรื่องกับผู้เป็นนาย


"ผมนัดผู้รับเหมาไว้ให้แล้วนะครับ เขาเพิ่งมาถึงเมื่อห้านาทีที่แล้วเอง ตอนนั้นผมเป็นคนต้อนรับเขาเอง"


“แล้วตอนนี้เขาหายไปไหนล่ะวะ! ไปขี้หรอ!?"


"ผมไม่เห็นเขาเดินออกมาจากห้องบอสเลยนะ" เขาเหลียวซ้าย แลขวา ก้มลงมองใต้โต๊ะยังไงก็เห็นได้แต่สายตากินเลือดกินเนื้อของลูกแมวส่งมาให้จากบนโซฟา


"จะบอกว่าเขาหายไปเฉยๆ เหรอ นี่ตลกกลบเกลื่อนเหรออีซอกมิน"


"บอสเลิกเล่นใหญ่เถอะ ผมเห็นแน่ๆ นะครับว่าคุณอีเดินเข้ามาแล้ว" บอกรุ่นพี่คนสนิทพ่วงตำแหน่งเจ้านายอย่างรำคาญใจพลางกดโทรหาเจ้าของชื่อในประโยคสนทนา ทว่าไร้สัญญาณตอบรับ


"...เขาปิดมือถือน่ะครับ"


"โธ่เว้ย!"


อีซอกมินกดโทรศัพท์มือถืออีกครั้ง ตั้งใจจะต่อสายหาคนในทีมผู้รับเหมาคนอื่น ในขณะที่ผู้เป็นเจ้านายสาวเท้ายาวๆ ไปมาอยู่ในห้องอย่างกลัดกลุ้มก่อนชี้หน้าแมวตัวกะเปี๊ยกราวกับมันเป็นศัตรูคู่แค้น


“ก่อนอื่นต้องเอามันออกไปก่อน ไอ้ตัวหน้าเป็นขน รู้ไหมว่าฉันเกลียดแมวที่สุด แกออกไปเลยนะ อย่าให้ฉันต้องใช้กำลังกับแก"


คุยกับแมวอย่างกับมันฟังรู้เรื่อง... ลูกแมวยังยืนนิ่งมองตาขวางไม่ขยับเขยื้อน ควอนซูนยองเลยหันไปคุ้ยของในลิ้นชัก ได้ผ้าเช็ดหน้าจอคอมพิวเตอร์สองชิ้นวางบนมือเหมือนเตรียมจับของร้อน เดินเอียงซ้าย โยกขวาหลอกล่อ แล้วบุกเข้าประชิดเหมือนกำลังล่อวัวกระทิง!


สองข้างคว้าหมับเข้าที่ข้างลำตัว แล้วเลื่อนไปจับขาหลังเพื่อความมั่นคง สองตาคนกับแมวประสานกัน แวบนั้นถ้ามีซาวด์เอฟเฟ็คคงจะเป็นเสียงชิ้งแบบฉากประลองปัญญา ก่อนที่ชายหนุ่มจะทันดีใจที่เป็นฝ่ายชนะ ไอ้ตัวร้ายที่ทำเงียบมาตลอดก็กางเล็บไม่มีปี่มีขลุ่ยแล้วข่วนแหม็บ!


“โอ๊ย!"











“B98 น้องฮันนี่ เชิญที่ห้องตรวจ 4 ค่ะ"


วันเสาร์ ควอนซูนยองทำหน้าบูดอยู่ในสถานที่สุดท้ายที่เขาคิดจะมาบนโลกใบนี้ 


ตอนเช้าเขาไปฉีดยาบาดทะยักกับพิษสุนัขบ้า ราคาเจ็บๆ แสบๆ ที่เล่นเอาอยากหักคอแมวจิ้มซอสกินเสียหลายๆ รอบ ตกบ่ายเคลียร์งานไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ถูกเลขาไล่ให้พาแมวไปคลินิก บอกว่าเสาร์นี้ยังไม่มีงานอะไร เดี๋ยวจัดการให้ 


อะไรวะ บอสบริษัทเล็กที่ลูกจ้างไม่พออย่างเขาปกติเสาร์อาทิตย์หัวไม่วางหางไม่เว้น ทำไมจู่ๆ ถึงว่างเป็นลางร้ายขึ้นมาได้ หรืออีซอกมินจงใจให้เขากับไอ้แมวปากตะไกรนี่ไปให้พ้นๆ ออฟฟิศกันแน่นะ!?


เขาก้มลงมองกระเป๋าสะพายข้างสีดำแง้มซิปไว้เล็กน้อยที่เพิ่งกดหัวไอ้เหมียวตัวป่วนใส่ลงไป อุตส่าห์ไปขุดมาจากด้านในสุดของตู้เสื้อผ้าแบบกะใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งไม่ต้องซัก เมื่อวานไอ้ตัวแสบสถิตอยู่ที่ออฟฟิศเขาทั้งวัน เปิดประตูเชิญเสด็จออกไปแค่ไหนก็ไม่สน ให้กินอาหารเม็ดก็เมินใส่ จนเลขาอีซอกมินนึกขึ้นได้ว่าลูกแมวน่าจะกินนม เลยไปซื้อนมมารินใส่ชาม เห็นมันดมๆ เล็มๆ ทำท่าหยิ่งใส่นิดหน่อยก็ยอมเลียกินแต่โดยดี 


แถวละแวกนั้นไม่มีบ้านคนเลย มีแต่ตึกสูงกับสำนักงานเต็มไปหมด แล้วก็ไม่มีวี่แววว่าแมวนี่จะหลุดมาจากออฟฟิศไหนได้ด้วย เขาเกือบจะสั่งให้พรินต์รูปไอ้เหมียวไปติดหาเจ้าของแต่ถูกเลขาห้ามไว้ 


'แมวพันธุ์ดี ท่าทางดูดีแบบนี้ ใครๆ ก็อยากได้ทั้งนั้นแหละครับ บอสรอเจ้าของเขาประกาศหาดีกว่า จะได้ไม่มีใครมาสวมรอยเป็นเจ้าของด้วย'


เออ ก็เข้าท่านะ...แต่นายคิดไว้หรือเปล่าว่าถ้าไม่มีใครมาเอาจะทำยังไง!? เจ้าของอาจจะโดนไอ้เหมียวนี่แผลงฤทธิ์ใส่จนเอามาปล่อยแทบไม่ทันก็ได้!


กระเป๋าบนตักกระดุกกระดิกหยุบหยับ ชายหนุ่มเลยลังเลขึ้นมาว่าไอ้ตัวเล็กมันจะหายใจออกหรือเปล่า หันซ้ายรีขวา ตัดสินใจรูดซิปออกอีกนิดนึง ศีรษะกลมๆ ขนปุยก็โผล่พรวดออกมาทันที


“พามาหาหมอ ไม่ได้พามาเชือด"


"..."


"ไม่ต้องมาทำหน้าตาตื่นเลย"


ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าไอ้เหมียวทำหน้าเหม็นเบื่อใส่ และแยกเขี้ยวขาวใส่ทันควันเมื่อเขายื่นนิ้วไปเขี่ยด้วยความหมั่นไส้


"B99 น้องเหมียว เชิญที่ห้องตรวจ 12 ค่ะ"


ควอนซูนยองลุกขึ้น มือข้างนึงประคองกระเป๋าให้หัวไอ้เหมียวโผล่พ้นออกมา เดินเข้าห้องตรวจที่อยู่เกือบสุดปลายทางเดิน


พอเข้าห้องไปก็เหมือนหายนะของไอ้เหมียวมาเยือน โดนจับนู่น จับนี่ ฉีดยาจนตะแง้วไปตั้งหลายเข็ม คุณหมอบอกให้เจ้าของช่วยจับไว้แต่เขาสบตามันแล้วเป็นอันว่าอย่าจับเลยดีกว่า โดนแหย่นิ้วเข้าไปในปากมันด้วย หน้าตาไอ้แสบตอนพยายามหุบปากสุดชีวิตแต่ทำไม่ได้ดูติ๊งต๊องจนเขากลั้นหัวเราะ


"น้องโตเต็มวัยแล้วนะคะ จากที่เห็นก็น่าจะสองขวบกว่าได้แล้ว แต่พันธุ์น้องค่อนข้างตัวเล็กกว่าพันธุ์อื่นเท่านั้นเอง กินอาหารเม็ดแบบแมวโตได้แล้วนะคะ แนะนำว่าเป็นสูตรสำหรับแมวขนยาวจะดีที่สุด ขนน้องต้องแปรงทุกวันเนอะ..."


โห ไอ้ตัวป่วน เสียค่าฉีดยาไปแล้วยังต้องเสียเงินเสียทองซื้ออาหาร ปลอกคอ กระบะทราย แปรงขน บลาๆ อีกหรอวะ ไม่อะ สบตามันอีกรอบก็คือรู้เลยว่าไม่ถูกชะตา แมวตัวนี้ไม่ใช่คู่ชีวิตฉัน เราอยู่ร่วมกันไม่ได้ 


"เอ่อ...คุณหมอครับ พอจะมีโครงการหาบ้านให้แมวไหมครับ?"


เท่านั้นแหละ ไอ้ตัวเล็กที่บรรจงเลียรอยโดนจิ้มของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าก็ดีดตัวผึงขึ้นมาทันที กระโดดลงมาเคล้าแข้งเคลียขาร้องอ้อนเมี้ยวๆ ประหนึ่งรักใคร่ปานจะกลืนกินกันมาสิบชาติ เขาที่กำลังช็อกกับมหัศจรรย์แมวตีสองหน้าหันไปมองคุณหมอสาวที่ทำท่าซาบซึ้งกับความรักของไอ้เหมียวแล้วรู้เลยว่า...พัง! พัง! พัง!


“หมอว่าน้องยังผูกพันกับคุณมากอยู่นะคะ ถ้าคุณยกให้คนอื่นไป น้องอาจจะเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เสียสุขภาพไปเลยก็ได้ ถ้ายังไงคุณคิดให้ดีๆ ก่อนดีกว่า ถ้าเลี้ยงไม่ไหวจริงๆ ค่อยติดต่อมาดีกว่าค่ะ"


อ่า...


แมว...แมว...


จากนั้นควอนซูนยองก็เหมือนโดนถอดปลั๊ก หน้ามืด สติหลุดลอยจนกระทั่งเดินมาถึงรถ เห็นหน้าไอ้ตัวแสบนอนแหมะเลียเนื้อเลียตัวไม่รู้สึกรู้สาอยู่ในกระเป๋าแมวที่โดนกล่อมจนเผลอควักเงินซื้อมาถึงเพิ่งรู้ตัวว่าโดนแมวหลอก!


“ไอ้เหมียว!!"


“แง้ว!?"











สำนวนว่าเกลียดสิ่งไหนมักได้สิ่งนั้นเป็นเรื่องจริง...


ก่อนจะทันรู้ตัว วันพุธ คอนโดของเขาก็มีสภาพไม่ต่างจากปราสาทในฝันของท่านแมวโดยมีเขาเป็นทาสรับใช้ คอนโดแมวราคาหลายหลักที่โดนพนักงานสาวๆ ในบริษัทกล่อมให้ซื้อมาปรนเปรอไอ้ตัวเล็ก ถัดลงมามีเบาะนุ่มๆ อีกสองสามใบ ลูกบอล ที่ลับเล็บ กระบะทราย น้ำพุแมวเกรดดีที่ผุดน้ำใสสะอาดมาให้มันกินตลอด 24 ชั่วโมง ขาดแค่จานอาหารที่ทำยังไงไอ้เหมียวก็เมินใส่ จนเขาเพิ่งค้นพบว่าแฮมไส้กรอกไข่ดาวที่ทอดไว้กินเองตอนเช้าถูกแมวขโมย!


แมวอะไรวะ หยิ่งชิบหาย อาหารแมวทำเป็นกระแดะกินไม่ได้ ต้องกินปลาแซลมอนย่าง เนื้อสเต็ก ไส้กรอกเยอรมัน ถึงทุกคนจะพร้อมใจกันห้ามว่ามันไม่เหมาะกับสุขภาพแมว แต่มาโดนไอ้แมวเอาแต่ใจนี่ข่วนจมูกเข้าให้เวลาหิวแบบที่เขาโดนบ้างเถอะ แถมแตะตัวนิดหน่อยก็ทำเป็นปรายตามองแล้วรีบเลียขนที่กระโดกกระเดกให้เรียบ คิดว่าอยากแตะนักหรือไงวะ หางฟูๆ ชอบปัดไปปัดมาอยู่หน้าโทรทัศน์ จนเขาต้องยั้งตัวเองไม่ให้ถีบมันกลิ้งตกจอไป


พอตอนเช้าที่ควอนซูนยองแต่งตัวไปทำงาน ไอ้แมวผีก็จะตื่นมารอตั้งแต่ไก่โห่ นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อรอเขาทำอาหารให้ จากนั้นก็วิ่งนำหน้าออกจากคอนโดไปนั่งประจำที่นั่งข้างคนขับอย่างรู้งานรู้การ ขยันซะไม่มี ถ้าช่วยงานได้จริงๆ ไม่ใช่กินล้างผลาญไปวันๆ จะดีกว่านี้โว้ย!


ผู้เป็นประธานบริษัทนั่งทำงานแต่เช้า ปล่อยให้ร่างเล็กเถลไถลในห้องไปตามเรื่องตามราวของมัน ถ้าจะหายไปเฉยๆ เหมือนตอนขามาเขาจะแก้ผ้าเต้นขอบคุณพระเจ้าจริงๆ ด้วย สาธุ


แกรกๆๆ


นั่นไง คิดว่าไอ้แสบมันจะว่านอนสอนง่ายเหรอ...


แกรกๆ


"ไอ้เหมียว อย่าซน"


"..."


แกรกๆ


ตุบ!


"ไอ้เหมียวโว้ยยยยยยยย!!"


เสียงโหยหวนดังไปทั่วออฟฟิศตอนสิบโมง เป็นที่คุ้นหูของบรรดาพนักงาน


"เกิดอะไรขึ้นครับบอส?"


อีซอกมินโผล่หน้าเข้าไปในห้องพอเป็นพิธี เห็นผู้เป็นเจ้านายกำลังชูเจ้าแมวที่บังเอิญเก็บได้ห้อยต่องแต่งกลางอากาศ ขาสั้นป้อมดิ้นปัดๆ ไล่สายตาไปยังโทรศัพท์มือถือราคาแพงคว่ำหน้าบนพรมอยู่แทบเท้า


“ดูมัน! ดูมัน! เลี้ยงเสียข้าวสุก! ข้าวไรซ์เบอรี่ด้วยที่มันกินเข้าไป! ฉลาดนักหนาทำไมไม่รู้ว่ามือถือฉันราคาเท่าไหร่ ถ้าเสียไปจะทำยังไงหา!? แกจะขายตัวชดใช้มั้ย!? เออ แต่คงขายไม่ได้ว่ะ แมวตัวเมียที่ไหนจะเอาแกไปทำพันธุ์"


ว่าเหมียวเหมียวแค่ค้อนขวับ แต่ด่าถึงสมรรถภาพนี่เหมียวหันไปแว้งกัดจนเจ้าของมือร้องจ๊าก ร่างฟูๆ พลิกตัวลงพื้นอย่างมั่นคงก่อนวิ่งจู๊ดออกไปพันขาอีซอกมินไว้ ถ้าเขาตาไม่ฝาดเห็นมันแลบลิ้นใส่อย่างจงใจแล้วเผ่นแผล็ว


“ไอ้แสบ! กลับมาให้ตีก้นเดี๋ยวนี้!!"


เสียงหัวเราะคิกคักของพนักงานดังมาจากข้างนอก ชายหนุ่มพ่นลมหายใจพรืดก่อนก้มลงเก็บโทรศัพท์มือถือมาเช็ดๆ ด้วยแขนเสื้ออย่างทะนุถนอม เป่าฝุ่นเม็ดนึงบนซอกเคส เงยหน้าขึ้นมาเห็นสีหน้าเอือมระอาของผู้เป็นเลขา


“บอสไม่เบื่อบ้างหรือไงครับ ทะเลาะกับแมวอยู่ได้ทุกวัน"


"มันแพ้เมื่อไหร่ วันนั้นฉันถึงนอนตายตาหลับ"


"..."


จริงๆ เลย...อีซอกมินส่ายศีรษะกับอายุสมองของเจ้านาย














สองเดือนที่นานเหมือนเป็นปีที่ไอ้เหมียวมาเป็นแมวประจำคอนโดเขาอย่างเป็นทางการ


กิจวัตรประจำวันคือแย่งข้าวเจ้านายกิน ขึ้นไปหามุมชมวิวระดับซูเปอร์พรีเมียม ลงมาอึ ทอดน่องไปทั่วห้อง เผลอๆ ก็แย่งที่นอนเจ้านายแถมยังขู่ฟ่อใส่เจ้าของตัวจริงจนโดนถีบลงไปร้องแอ๊วกับพื้น


ไหนใครว่าแมวน่ารักนักหนา น่าตบล่ะสิไม่ว่า เหมือนไอ้ตัวแสบจะแสนรู้ไปหมดว่าเขาชอบให้ทำอะไรไม่ชอบให้ทำอะไร แถมยังกวนประสาทไปหมดทุกเรื่อง ไอ้จะหวังว่าพอเปิดประตูปุ๊บ เหมียวน่ารักจะกระโดดมาต้อนรับปั๊บ คลอเคลียนุ่มนวลอ่อนหวานเหมือนตอนมาเกาะขาขออยู่ด้วยน่ะไม่มีหรอก มีแต่เกมจับผิดภาพว่าวันนี้ไอ้ตัวป่วนจะไปทำส่วนไหนของบ้านพังพินาศ จะโซฟา ห้องน้ำ กระถางต้นไม้ หมอนอิงก็ฝนเล็บกระจุยมาแล้ว ที่สำคัญคือไอ้แมวฉลาดเป็นกรดนี่ชอบยุ่งกับพวกของแพงๆ เป็นพิเศษ เคยกลับไปแล้วเจอภาพ (เกือบ) โศกนาฏกรรมอย่างอุ้งเท้าปุยกำลังตบลงบนแป้นเครื่องแมคบุ๊ค เล่นเอาแทบกรี๊ดบ้านแตก


นอกจากนี้เสื้อผ้า เบาะรถ ทุกอณูในห้องเขายังเต็มไปด้วยขนแมวไปหมด เขาต้องซื้อลูกกลิ้งเล็กๆ มาเช็คสภาพหมอนตัวเองก่อนนอนว่าไม่มีขนจากการนอนกลางวันของไอ้เหมียวหลงเหลืออยู่ แถมยังโดนแม่บ้านบ่นตามมาเป็นชุด


โชคดีที่ไอ้ตัวเล็กบ้าความสะอาดเป็นพิเศษ วันๆ ไม่ทำบ้านพังก็นั่งเลียขนตัวเองไปเรื่อยๆ เลยไม่ต้องตะลุมบอนจับมันอาบน้ำและมีแววจะโดนฟ้อนเล็บใส่ เขาเคยนั่งมองเพราะอยากรู้ว่ามันจะเลียไปถึงไข่หรือเปล่าแต่โดนมันค้อนตาคว่ำแล้วกระโดดหนีไปเลย


หกโมงเย็นเป๊ะก็จะมานั่งจุ้มปุ๊กบนเบาะรอให้เขาสางขนให้ เสร็จแล้วก็หันมางับทีนึงเหมือนบอกว่าไม่ได้อยากให้มาแปรงขนให้หรอก เออ ไม่ได้อยากแปรงขนให้แกเหมือนกันโว้ย


ควอนซูนยองหอบแปลนงานหลายแผ่นกลับมาทำที่บ้าน หลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งตรงโต๊ะหน้าโทรทัศน์จนดึกดื่น อนุญาตให้ตัวเองไปอาบน้ำ จากนั้นก็วางแล็ปท็อปไว้บนตักทำงานบนโซฟาไปเรื่อยๆ ไอ้เหมียวไปทำอะไรกุกกักที่ไหนเขาไม่สนหรอก ดวงตาเรียวคมกริบจ้องตัวหนังสือในตารางผ่านแว่นตาทรงเหลี่ยมที่ช่วยกรองแสงฟ้า วุ่นวายกว่าเขาก็ผู้รับเหมาเขานี่แหละที่เจ้าตัวน่ะไม่ได้หายไปไหนหรอก แต่น้องชายเจ้าตัวที่วันนั้นมาคุยงานแทนต่างหาก จู่ๆ ก็บินไปเชจู เทงานเขาหน้าตาเฉย แสบเหมือนแมวที่ไหนก็ไม่รู้!


จ้องจอแสงจนเริ่มรู้สึกปวดกระบอกตา ทนได้พักเดียวจึงพับหน้าจอลง ดึงแว่นออกจากหน้าพลางนวดคลึงขมับไปตามประสา เผลอมองหาไอ้ตัวแสบที่ชอบก่อเรื่องโดยอัตโนมัติก่อนพบว่ามันนอนหันตูดให้อยู่ไม่ไกลนี่เอง


นั่งแอ้งแม้งยกขาหลังที่อวบเหมือนน่องไก่ข้างนึงขึ้นเลียทำความสะอาดอย่างเอาใจใส่ มองไอ้แมวนี่นานๆ ก็เพลินดีเหมือนกัน พวงหางฟูปัดไปมาอย่างผ่อนคลาย เลียแล้วเลียอีกจนกว่าจะพอใจจึงพลิกตัวกลับมาเลียมือเช็ดหน้า หูเล็กๆ พับลู่ไปตามแรงกด ตาขีดพริ้ม ท่าทางมีความสุขในโลกส่วนตัวซะไม่มี 


เก่งนะ...แต่ก็ยังเป็นไอ้แมวกากอยู่ดี เขายังมองเข้าไปเห็นภายในช่องหูเป็นคราบดำอยู่เลย ควอนซูนยองถอนใจก่อนลุกไปค้นกล่องยา สักพักก็ได้ของสองสามอย่างมาถือไว้ในมือ


ตอนนี้ไอ้เหมียวคือใช้ของเกือบทุกอย่างร่วมกับคนเพราะคนขี้เกียจซื้อ น้ำเกลือกับคอตตอนบัดก็ถือว่าใช้ได้ ถึงเชื่อเหอะว่าพอไปถามต้องมีโลชั่นเช็ดหู เช็ดตูด เช็ดตาแมว สารพัดสกินแคร์หรูหรากว่าเขาเสียอีก


ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งพลางตบเบาะข้างตัว


"ไอ้เหมียว มานี่"


"..."


ไม่มีเสียงตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก


จะลุกหนีหรือปรายตามองหน่อยก็ไม่ได้ นี่มันเล่นเมินเหมือนไม่ได้ยินเลย อย่ามาแก้ตัวว่าไม่รู้ชื่อตัวเอง ไอ้เหมียวมันฉลาดจะตาย มันรู้ แต่มันไม่สนต่างหาก ไอ้แมวเวร


“ไอ้เหมียว"


คราวนี้ใบหูแหลมกระดิกเล็กน้อยแต่ยังตั้งหน้าตั้งตาทำเป็นไม่ได้ยินต่อไป


“หูสกปรก มานี่"


พอเขาเอื้อมมือไปหามันก็ล้มแผละแยกเขี้ยวฟ่อใส่ ทำท่าจะไม่ให้แตะเนื้อต้องตัวเด็ดขาด และร้องแป๊วดังลั่นเหมือนแมวโดนเชือดทันทีที่หิ้วหนังคอขึ้นมา


"มานี่ จะเช็ดหูให้ ...ทำไมหิ้วคอแล้วไม่เห็นว่าง่ายเหมือนหมอบอกเลยวะ"


ควอนซูนยองทุลักทุเลวางร่างเล็กที่ดิ้นพราดๆ ไว้บนอก ใช้มือนึงกดหัวไอ้แมวดื้อไว้ อีกมือนึงพยายามราดน้ำเกลือลงบนคอตตอนบัดจนหกเลอะเทอะ ใช้ความพยายามอีกสิบเท่าพลิกใบหูเล็กออกมาแล้วใช้คอตตอนบัดเช็ดไปพร้อมๆ กับต่อสู้กับไอ้ตัวแสบโดยใช้แค่ข้อมือกดขนาบข้างลำตัว แต่มันก็หาสำนึกไม่ ตะเกียกตะกายเหมือนแมวโดนน้ำร้อนลวกจนเขาทนไม่ไหวส่งเสียงฟ่อขู่มันคืนไปทีนึง


อ้าว...ทีงี้มันเงียบเฉย แถมจ้องเขาตาแป๋วเหมือนสงสัยว่าทำอะไรของแกอะ บอสหนุ่มชักจะอายๆ เลยรีบฉวยโอกาสเช็ดคราบดำออก


วนๆ ในใบหูกำจัดฝุ่นที่มองไม่เห็น แล้วพลิกก้านคอตตอนบัด ค่อยๆ เช็ดซอกหลืบของกระดูกอ่อนที่ดูยืดหยุ่นอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ พอเปลี่ยนไปทำอีกข้างไอ้ตัวร้ายก็ไม่ค่อยโวยวายเท่าเดิม กระดิกหูให้เขาเช็ดสบายอกสบายใจเหมือนสั่งทาสอีกต่างหาก


เช็ดเสร็จไอ้เด็กแสบก็เคลิ้มได้ที่อยู่บนตัวเขาพอดีขณะที่เขาโยนก้านสำลีไปไว้บนโต๊ะชั่วคราว มองมันอย่างหมั่นไส้ก่อนยอมลดราวาศอกเกาหัวให้ไอ้ตัวเล็กที่หน้าบานแฉ่งดันหัวรับสัมผัสเหมือนไม่มีเรื่องโกรธแค้นกันมาก่อน เกาวนๆ ไปถึงหลังใบหู คอ และใต้คาง จนมันครางครืดๆ ในลำคออย่างพึงพอใจ ตัวอ่อนยวบถูไถหัวกับอกเขาอย่างลืมตัว


เออ ไม่ดื้อแล้วก็เป็นแค่แมวธรรมดา น่ารัก ว่าง่ายนี่หว่า


น่ารัก...


จู่ๆ แฟลชแบ็คสมัยโดนไอ้ตัวแสบตะปบมือเข้าให้ก็วาบขึ้นมาในหัว เขาหรี่ตา รอจังหวะที่ไอ้เหมียวทิ้งตัวลงนอนบิดไปบิดมาโชว์พุง กรงเล็บทั้งสี่ยกขึ้นลอยในอากาศ รีบลุกขึ้นนั่งพรวดจนร่างเล็กร่วงลงไปบนตักดังแอ๊ก!


"แง้ว!!"











เสียงสแกนลายนิ้วมือหน้าห้องดังปิ๊บ จากนั้นร่างฟูก็กระโดดแผล็วหายเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว ตามด้วยร่างสูงของผู้เป็นเจ้าของหอบถุงกระดาษสารพัดอย่างเข้ามาคลำหาสวิตช์ไฟ


ช็อปปิ้งหลังเวลาเลิกงานคือสิ่งที่ควอนซูนยองไม่เคยคิดว่าจะทำสักนิด แต่ไม่ใช่เพราะใคร ก็ไอ้เหมียวนี่แหละที่พอปล่อยให้ขาแตะพื้นในเพ็ทช็อปก็วิ่งปรู๊ดปร๊าด จิ้มๆ งับๆ จะเอาของเล่นอันนั้นอันนี้ เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามันเลือกเพราะอยากได้หรือจงใจเข้าไปเลือกอันที่แพงที่สุดในร้านกันแน่! แต่สุดท้ายก็จ่ายเงินซื้อมาเพราะทนเสียงตะแง้วๆ ของมันไม่ไหว ขออย่างเดียว เวลาเขาทำงานเลิกเบียดก้นกลมๆ ขึ้นมานั่งทับแป้นแล็ปท็อปเสียที 


แต่ดูเหมือนคำขอของเขาจะไม่ค่อยได้ผลเมื่อไอ้แสบตะปบแผ่นซีดีเรื่อง Black Panther ตกลงมาจากชั้นใต้โทรทัศน์ตอนเกือบห้าทุ่ม พอเขาหันไปมองก็ทำหน้าซื่อตาใส หันไปมองอย่างไม่วางใจอีกทีก็พบว่ามันใช้อุ้งเท้าเขี่ยจนมาชนเท้าเขาแล้ว แถมยังนั่งสงบเสงี่ยมเก็บหางเรียบร้อย ทำตากลมโตแป๋วแหววเหมือนทุกครั้งที่อยากให้ตามใจ


“อยากดูหรอ?"


ไม่มีคำตอบ...มีแต่เอียงคอน้อยๆ ทำหน้าไร้เดียงสาสุดชีวิต


“เออ...ไม่ได้อยากเปิดให้ดูนะเว้ย แต่ฉันอยากดูตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วเชียว ขอบอก"


ชายหนุ่มตัดสินใจพับแผนงานทั้งหมดเคลียร์ไปไว้บนโต๊ะทางนึง เดินไปเปิดเครื่องเล่นซีดี ขณะที่เจ้าตัวต้นเรื่องกระโดดขึ้นขดตัวบนโซฟาตั้งท่าจะดูหนังเต็มที่ 


ดูไปได้สักพักก็รู้สึกเหมือนอะไรอุ่นๆ กระดื๊บขึ้นมาทับแขน เขาหันไปมอง เห็นไอ้เหมียวตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้จ้องจอโทรทัศน์อย่างสนอกสนใจ เลยหันกลับไปดูต่อ รู้ตัวอีกทีก็ตอนขนฟูฟ่องขยับพรวดขึ้นมาชิดหน้าจนจะเข้าปากอยู่รอมร่อ


“ไอ้ตัวเล็ก ชอบซุกจั๊กกะแร้หรอวะ?"


ดวงตาสีเทาหันมาจ้องเขม็งเป็นสัญญาณเตือน เขาเลยยอมสงบปากสงบคำ


พอถึงช่วงใกล้ฉากไคลแมกซ์เขากลับรู้สึกง่วงจนต่อให้คนในจอออกมาสู้กันตรงหน้าก็คงไม่รู้สึกอะไร หันไปมองร่างเล็กในอ้อมแขนก็พบว่าตาพริ้มไปเรียบร้อย เลยเอื้อมแขนซ้ายข้างที่ไม่ถนัดหยิบรีโมตทีวีมาปิด


นิ้วที่เต็มไปด้วยรอยข่วนวางบนศีรษะเล็กเบาๆ ราวกับกลัวว่าจะรบกวน แตะไล้ขนสีสวยนิ่มมือชวนให้ติดใจ ไอ้ตัวร้ายหมดพิษสงครางครือในคอพลางดันศีรษะสู้อย่างสะลึมสะลือ


“ไอ้เหมียว แกมาจากไหนนะ..."


ไม่มีเสียงตอบรับจากเจ้าตัวนอกจากเสียงหายใจครืดๆ อย่างมีความสุข


“จู่ๆ ก็โผล่มา ดื้อก็ดื้อ ขนก็ร่วงเยอะแยะเต็มเสื้อผ้า บ้านช่องก็ไม่เห็นจะกลับไปซะที แกจะอยู่ป่วนเป็นเจ้ากรรมนายเวรฉันถูกไหม"


เล็บแหลมจิกลงมาผ่านเนื้อผ้าไหมพรมจนเขาต้องดึงเสื้อออกจากผิว ไอ้ตัวแสบชอบจิกเวลารู้สึกสบายเกินไปอยู่แล้ว จะไม่เก็บไปเป็นบัญชีแค้นหรอกนะ


เขาวางมือบนคออุ่นๆ ของมัน เผลอยิ้มออกมาเมื่อเห็นไอ้ตัวป่วนเอียงหัวมาข้างหน้าพลางขยับจมูกฟุดฟิดเหมือนสัปหงก ในขณะเดียวกันก็ง่วงงุนขึ้นเรื่อยๆ จึงก้มลงไปช้าๆ ประทับริมฝีปากบนจมูกจิ้มลิ้มหนักๆ อย่างมันเขี้ยวเต็มทน


"แต่แกอยู่อย่างนี้ก็ดี...ถ้าเป็นแก...ตลอดไป..."





















ปุ๊ง!




“อ้ะ"


อีจีฮุนอุทานออกมาเต็มเสียง


ปฏิกิริยาตอบรับแรกคือรีบดีดร่างออกจากตัวคนที่กำลังหลับสนิท ยกแขนเกลี้ยงเกลาของตัวเองขึ้นมาพลิกดูอย่างประหลาดใจแกมดีใจ คลำใบหน้าที่ปราศจากขนฟูฟ่อง หนวดยาวชี้ๆ และใบหูแหลมที่มักรับเสียงดีเกินไปจนเขาปวดหัว




อีจีฮุนคืนร่างได้แล้ว!




ผ่านไปเกือบหนึ่งนาที ชายหนุ่มถึงเพิ่งนึกได้ว่าร่างเปลือยเปล่าของตนยังคร่อมอยู่บนท่อนขาแกร่งในท่าล่อแหลม จึงรีบม้วนตัวกลิ้งหลุนๆ ลงจากโซฟาทั้งใบหูแดงแจ๋


พูดอย่างนี้ก็เหมือนการ์ตูนไป แต่ในตระกูลของเขาทุกๆ หนึ่งชั่วรุ่นจะมีทายาทที่ต้องเปลี่ยนร่างเป็นแมวทุกเดือน เดือนละไม่กี่วัน อีจีฮุนจึงใช้ชีวิตมายี่สิบกว่าปีโดยไม่รู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนจะเป็นภาระ หรือทำให้ตัวเองแปลกแตกต่างจากคนอื่นนัก เขามักจะลาหยุดโรงเรียนด้วยเหตุผลว่าไม่สบายและใช้เวลาไปกับการใช้อุ้งเท้าฟูจิ้มๆ คีย์บอร์ด เล่นเกมสบายใจเฉิบเหมือนเด็กโดดเรียนทั่วไป ยิ่งพอทำงานอิสระยิ่งไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครสงสัย


มีแค่ช่วงนี้นี่แหละที่ช่วงเวลากลายร่างเริ่มไม่ตรงกำหนด พี่สาวของเขาตั้งข้อสังเกตไว้ว่าเป็นเพราะเขาเครียดและนอนน้อย ฮอร์โมนในร่างกายเลยแปรปรวน เขาไม่รู้จะเชื่อดีหรือเปล่า ก็งานเยอะนี่นา จะให้แก้ยังไงได้ 


ไม่นึกว่าอาการจะมาแสดงในวันที่เขาไปคุยธุระกับลูกค้าแทนพี่ชายพอดี!


ตอนนั้นเขาช็อกแทบหมดสติ โทรศัพท์มือถือก็แบตหมดติดต่อใครไม่ได้ สิ่งสุดท้ายที่คิดออกคืองับๆ ดึงๆ เสื้อผ้ากับกระเป๋าลากไปซ่อนใต้โซฟาให้เร็วที่สุดก่อนที่ผู้เป็นเจ้าของห้องจะพรวดพราดเข้ามาแบบเฉียดฉิว จะหลบก็ไม่ทัน จึงได้แต่แหกปากเถียงแง้วๆ แบบสติหลุด ลืมคิดไปสนิทว่าถ้าโดนหักคอฆ่าหมกศพก่อนคืนร่างได้จะทำยังไง


นับตั้งแต่วันนั้นอีจีฮุนจึงกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงของท่านประธานบริษัทตกแต่งภายในที่ร่วมงานกับพี่ชายเขาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก หลายต่อหลายครั้งที่เขาพยายามติดต่อทางบ้าน แต่หลังจากทำพลาดตอนขโมยโทรศัพท์มือถือของบอสหนุ่มในห้องทำงาน เขาก็ถูกเนรเทศออกจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดในระยะ 3 เมตร จะหนีไปดื้อๆ ก็จนใจเพราะกว่าจะถึงบ้านก็คงโดนอุ้มไปขายแล้ว ยิ่งนานความเครียดยิ่งสะสม จากระยะเวลาไม่กี่วันก็กลายเป็นว่าเขาอยู่ในร่างแมวเป็นเดือน อกสั่นขวัญแขวนว่าจะโดนจับได้ทุกวัน


ร่างเล็กพุ่งโฉบเข้าไปในห้องนอน เปิดประตูตู้เสื้อผ้าหยิบรื้อเสียกระจุยกระจาย เหมือนติดเป็นนิสัยแล้วว่าไม่ว่าเรื่องอะไรเขาต้องทำให้มันเป็นเรื่องยุ่งยากที่สุด เละเทะที่สุด น่าปวดหัวที่สุดสำหรับผู้เป็นเจ้าของ สำหรับควอนซูนยองท่านประธานหนุ่มที่เขาเขม่นตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า ว่าเป็นไอ้จอมนิสัยเสียที่จ่ายค่าแรงให้พี่ชายเขาช้าเป็นอาทิตย์ๆ ถึงสุดท้ายจะมารู้ทีหลังตอนอยู่ในฐานะสัตว์เลี้ยงของบอสหนุ่มว่าเป็นเพราะขั้นตอนทางกฎหมายที่ซับซ้อน ทัศนคติของอีจีฮุนที่มีต่ออีกฝ่ายก็ดีขึ้นบ้าง แต่ขอไม่เลิกแกล้งทำท่าเงื้อกรงเล็บจะตบบนโซฟาหนังราคาแพงของฝ่ายนั้นก็แล้วกัน เห็นควอนซูนยองร้องโหยหวนพุ่งเข้ามาคว้าตัวเขาออกไปมันสนุกดีนี่นา


อีจีฮุนเงยหน้ามองซ้ายมองขวา เข้าไปนั่งอยู่ในกองเสื้อผ้าทั้งตัว ก่อนจะเลือกเสื้อตัวเก่าๆ ที่คิดว่าจะไม่สะดุดตาหากหายไป ที่ยากคือกางเกงของควอนซูนยอง ยาวก็ยาวกรอมเท้า สั้นก็สั้นใจหาย โยนไปโยนมาจนได้กางเกงวอร์มมาตัวนึง ลองใส่แล้วเดินไปได้สองเมตรก็คิดว่าน่าจะสะดุดตกท่อก่อนถึงบ้าน


ออกมาพร้อมฝีเท้าที่ลดลงจนกลายเป็นย่องเบาหวิว ชะเง้อคอมองคนบนโซฟาที่นิ่งสนิทไม่รู้สึกตัวใดๆ แล้วหย่อนตัวลงนั่ง ดมๆ มือข้างที่ห้อยลงจากโซฟาอย่างใช้ความคิด แต่ก็คิดไม่ตกเสียที เลยเอาสีข้างไถกับพื้นแล้วกลิ้งม้วนตัวตามประสาแมวขี้กังวล


ช่วงหลังมานี้เองที่รู้สึกได้ว่าควอนซูนยองปฏิบัติต่อเขาดีมาก ถึงจะตีกันไป แง้วกันมา แก้แค้นไม่ยอมลงให้กันสักที แต่นับว่าอีกฝ่ายใจดีมากที่อุตส่าห์เลี้ยงแมวที่ไม่ได้เป็นเด็กดีอย่างเขาเลย ไม่ว่าจะอาหาร อุปกรณ์ดูแลขน ของเล่นก็เพียบพร้อม เปลี่ยนทรายในกระบะก็ทำ (และบ่นดังๆ ไปด้วย) จะแวะซื้ออาหารเย็นที่ซูเปอร์มาเก็ตก็แอบอุ้มเขาใส่อกเสื้อไปด้วย ให้เขาชี้อุ้งเท้าเลือกว่าจะกินปลาแซลมอนหรือซี่โครงหมูย่าง อีกฝ่ายปฏิบัติกับเขาเหมือนไม่ใช่แมว แต่เป็นมนุษย์คนนึง


ความใจดีนั้นอีจีฮุนเก็บมาไว้เต็มหัวใจจนเผลอหวั่นไหว แต่แสร้งไม่รับรู้ ทำตัวดื้อด้านให้อีกฝ่ายปวดประสาทได้ทุกวัน


อดีตแมวน้อยเลียมือตัวเองอย่างกังวลใจ ก่อนจะนึกได้ว่าอยู่ในร่างคน เลยเอามือเปื้อนน้ำลายไปเช็ดๆ กับตัวคนที่กำลังหลับไม่รู้เรื่อง


สัมผัสอุ่นจัดบนจมูกยังคงตราตรึง เขารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งร่าง ถึงจะง่วงอยู่แต่ก็ใช้ว่าจะไม่รู้ตัวนะ ควอนซูนยอง! ไอ้บ้า! มาทำแบบนี้หัวใจของอีจีฮุนยิ่งปั่นป่วนไปหมด หลังจากนี้เขาก็จะกลับไปเป็นน้องชายของผู้ร่วมงานที่ไม่รู้จักซึ่งกันและกัน เรื่องที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงฝันตื่นนึง


ยิ่งมาทำให้คิด...ยิ่งยากที่จะตัดใจ


เขากลิ้งไปกลิ้งมาคิดไปหลายตลบ ตัดสินใจลุกพรวดขึ้นเกาะโซฟา หลับหูหลับตายื่นหน้าเข้าไป




จุ๊บ!




"หายกันแล้วนะ!"


เสียงสั่นน้อยๆ ว่า ขณะปลายนิ้วแตะริมฝีปากตัวเองพลางลุกขึ้นยืนกลบความกระอักกระอวล สองขาพาตัวเองไปที่ประตูห้องอย่างว่องไวปรูดปราดราวกับกลัวว่าจะถูกจับได้


ตอนนี้เราไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว เขาจะได้กลับบ้านอย่างสบายใจเสียที เขาคง...ต้องไปก่อน...






ตุบ!




.

.

.






“จะหนีไปไหนไอ้ตัวแสบ"


ภาพพร่ามัวราวกับม่านหมอกบังเลือนสติสัมชัญญะ พลันถุงบรรจุกลิ่นหอมหวานที่ทำให้มึนเมาถูกดึงไปจากอุ้งมือ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ลอยอยู่ตรงหน้า


ควอนซูนยองนั่งยองๆ อยู่เหนือร่างเขาที่ลงไปนอนกลิ้งตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตัว ทำท่าเอื้อมจะมาขยุ้มหนังคอด้านหลัง แต่แล้วก็เปลี่ยนทิศทาง สอดเข้าโอบไหล่กับใต้ข้อพับเข่าช้อนตัวลอยขึ้นมาในอ้อมกอด เหมือนเขาเป็นแมวน้อยหนักไม่ถึงสามกิโลกรัมอย่างที่เคย


“ทำไม...?"


"หืม? ว่าทำไมผมถึงวางกัญชาแมวไว้ดักคุณน่ะเหรอ?" ชายหนุ่มเบี่ยงตัว เผยให้เห็นเลเซอร์ดักจับที่ติดเป็นกล่องขนาดเล็กอยู่หน้าประตู เชื่อมกับกลไกอีกไม่กี่ชิ้นที่ทำให้ถุงกัญชาแมวตกลงบนพื้นทันทีที่มีใครเข้าออกตอนเลเซอร์กำลังทำงาน


เพราะทุกครั้งเราเข้าห้องพร้อมกัน เขาเลยไม่เคยสังเกตว่าอีกฝ่ายเปิดเลเซอร์ไว้หลังจากเข้าห้องด้วย ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวกายอ่อนละมุนไวต่อสัมผัส และคลอเคลียอยู่ข้างพวงแก้มทำให้ขนลุกซู่


“ก็เอาไว้ดักใครบางคนที่คิดจะหนีผมไปแบบไม่ลาซักคำไงครับ"


“แต่..."


"ส่วนทำไมผมถึงรู้ว่าคุณเป็นใครน่ะ"


ใบหน้าคมเอียงเข้ามาหา จนเห็นชัดทุกๆ รายละเอียดในดวงตาคู่สีเข้มที่เต็มไปด้วยอารมณ์ลึกล้ำ เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่หมุนคว้างอยู่กลางอากาศกลับรู้สึกเหมือนโดนกลืนกินไปทั้งตัว ทั้งเลือด เนื้อ จิตใจ และเขาได้รู้ซึ้งในวินาทีนั้น...


“คิดว่าห้องทำงานผมไม่มีกล้องวงจรปิดไว้จับ 'แมวขโมย' บ้างเหรอครับ..."


เขี้ยวขนาดกะทัดรัดที่มุมปากแสยะออก 



"อี จี ฮุน"




ว่าควอนซูนยองนี่แหละ ร้ายที่สุด!





















#ฟิคไม่มีเหตุผล

_________________________________________


อันที่จริงห้องทำงานพี่ซูนไม่มีกล้องวงจรปิดอะไรที่ว่าหรอก (ฮา)

(เสียงซอกมินลอยมา : รายได้บริษัทไม่ได้เยอะขนาดนั้นหรอกครับ! เดือนที่แล้วเพิ่งติดกล้องด้านนอกไป เดือนนี้ก็เพิ่งซื้อตู้เย็น ห้องบอสไม่ได้มีอะไรน่าขโมยขนาดนั้นด้วย! อีกอย่าง ถ้ามีอะไรหายไป แค่ดูกล้องตัวนอกก็พอจำกัดผู้ต้องสงสัยได้แล้วล่ะครับ!)

ที่รู้เพราะแม่บ้านเอากระเป๋าใต้โซฟามาให้ดูต่างหาก ชิเลยสงสัยนิดๆ แต่ไม่แน่ใจ (ในความแฟนตาซี) เลยซื้อกัญชาแมวมาดักไว้เผื่อโป๊ะเช๊ะ ถ้ารู้ตั้งแต่แรกจริงๆ ชิคงไม่เก็บไอ้ตัวป่วนไว้นานขนาดนี้หรอก โยนกลับบ้านไปตั้งแต่ทำมือถือหล่นแล้ว55555




เรื่องนี้แรงบันดาลใจมาจากคำพูดที่ว่า 'คนอื่นโกรธคุณได้บ่นคุณได้ แต่แมวหมาไม่มีทางโกรธคุณ พวกเขาคือเพื่อนที่ดีที่สุด'

จะบอกว่าไม่จริงเลยครับ5555555 โกรธง่ายงอนเก่งที่หนึ่งเลย บางตัวก็ซน บางตัวก็นิ่ง บางตัวก็ขี้อ้อน บางตัวก็ไม่ชอบให้ไปยุ่งด้วย บางตัวก็ชอบให้ลูบหัว บางตัวก็หันหนีซะงั้น จะมาคาดหวังให้เค้าน่ารักว่าง่ายเหมือนตุ๊กตานี่ไม่ได้จริงๆ เค้าก็คือเค้า มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีจิตใจของเค้าเอง อย่าคาดหวังแล้วพอผิดหวังก็เอาเค้าไปทิ้งเลยครับ เค้าก็เหมือนๆ คนเรานี่แหละ

//แต่ไอ้ความซนของเจ้าเหมียวเนี่ย น่ารักเยี่ยมไปเลย งื้ออออ


ขอบคุณ thememie butter ครับ

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #169 youthisyours (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 13:50
    โง้ย น่ารักไม่ไหว เป็นจีฮุนเวอร์ชั่นแมวแบบที่เคยคิดไว้ในหัวเลย ดื้อๆหน่อยแบบนี้เลย อุแง น่ารักมากๆๆ
    #169
    0
  2. #168 youthisyours (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 13:50
    โง้ย น่ารักไม่ไหว เป็นจีฮุนเวอร์ชั่นแมวแบบที่เคยคิดไว้ในหัวเลย ดื้อๆหน่อยแบบนี้เลย อุแง น่ารักมากๆๆ
    #168
    0
  3. #139 fernfern_br (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 23:23
    แสบมากๆเลยเจ้าเหมียว
    #139
    0
  4. #70 HamJy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 01:24
    สุดจะน่ารักจริงๆค่ะ อ่านไปยิ้มไปตลอดเลยเป็นเรื่องที่น่ารักมากกกกกก จีฮุนเหมือนเจ้าแมวดื้อจริงด้วย แต่เวลาอ้อนนะน่ารักจนใจหายเลยแหละ เขินคุณบอสจังอะ ร้ายสุดน่ะไม่ใช่เจ้าแมวดื้อหรอก คุณบอสนี่แหละร้ายสุดแล้ว
    #70
    0
  5. #66 ~~แมวน้ำ งุงิ>w<~~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 17:22
    เจ้าแมวจี้น่ารักมากๆ เลยค่ะ ฮืออออ ทั้งดื้อทั้งแสบจนอยากให้พี่ซูนจับฟัดให้ช้ำ พี่ซูนก็คนซึนเหลือเกิน ปากบอกไม่แต่การกระทำนี่สวนทางหมดเลยน้า 55555555 ชอบความอยากดูหนังของเจ้าเหมียวจี้ นอนๆ ไปมีเขยิบมานอนทับพี่เขาอีก เอ็นดู 5555555
    #66
    0
  6. #30 pimchansfwok (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 22:42
    น่ารักมาาาาาาากค่ะ งื้อออ ชอบมากๆเลย ภาษาสำนวนก็ดึ จีฮุนก็แสบจ๊นนนน อยากอ่านอีกสักตอนจังค่ะ5555555
    #30
    0
  7. #26 Malynn. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 20:08

    บอสคะ! บอส!!! ทำไมบอสรวั้ย!!!

    อุแง้ มีตอนไหนที่ไม่เขินบ้างมั้ยเนี่ย มีมั้ยคะ!

    อ่าน os มาหกเรื่องก็คือกลั้นยิ้มเขิงเป็นบ้าทั้งหกเรื่อง T///T


    ตอนนี้น่ารักมากๆ เลยง่า ซูนยองแบบ ปากร้ายแต่ใจดีจัง อบอุ่นเฟร่ออออ


    ป.ล. ทับใจซอกมินนะคะ โผล่มานิดเดียวแต่บทเด่นไม่เบา! 5555

    #26
    0
  8. #20 Phetyne (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 10:53
    น่ารักมากเลยค่ะ ;—; ส่วนบอสนี่ก็เหลือเกิน ทาสเขาเหลือเกิน 5555 ใช้ภาษาได้ลื่นไหลมากเลยค่ะ จะรอติดตามผลงานนะคะ
    #20
    0
  9. #19 16.1.13.1.9 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 09:46
    แง้ น่ารักมากเลย เจ้าเหมียวนี่ตัวซนของแท้ แล้วบอสก็ขี้สปอยล์ของแท้เลยค่ะ บ่นว่าเขาแสบเขาซนแต่ตามใจไม่หยุดเลยน้า ;-;
    #19
    0
  10. #18 ariyahax (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 22:02
    น่ารักๆมากเลยค่ะ อีจีฮุนเป็นแมวตัวน้อยๆขนนุ่มฟู ฮื่อออๆ อยากให้มีเจ้าเหมียวกลายร่างในชีวิตจริงบ้าง จะฟัดให้จมแทนควอนซุนยองเลย55555
    #18
    0
  11. #16 hoshiscoco (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 22:24
    แงงงงง น่ารักร้องไห้แล้ว สัมผัสได้ถึงความนุ่มฟู เสียงแง้วๆ และรอยข่วนตลอดทั้งเรื่องเลยค่ะ

    ว่าแต่หลังจากนี้จะเป็นยังไงน้อ น่าจะหนีไม่พ้นแล้วนะ-เหมียว! เขารู้ทันหมดแล้วน้า (แต่ก็คิดว่าอีจีฮุนก็น่าจะหวั่นไหวจนไม่ได้อยากหนีอยู่แล้วล่ะนะ)

    อยากให้โบนัสคุณอีซอกมินจังเลยค่า
    #16
    0