[os/sf seventeen] Coffee, Tears, Moonlight

ตอนที่ 5 : [os] Naughty hands ll soonhoon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 955
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    17 ต.ค. 61

Image result for soonhoon hand




"อ้ะ ขอโทษ”





ผมเบี่ยงตัวหลบคนเบื้องหน้าอย่างนิ่งๆ หลังจากก้มลงไปหยิบช้อนที่เพิ่งทำตกพื้นไป ลุกขึ้นมาอีกที ซูนยองก็เดินเลี้ยวมุมโต๊ะมาปะทะพอดี

 

"จีฮุนอา เอาชามมาเพิ่มด้วยๆ"

 

...แบบนี้น่ะไม่เป็นไรหรอก

 

ผมคิดขณะหยิบชามแล้วเดินตามไปยังโต๊ะกินข้าวที่ซอกมินกับซูนยองกำลังเริ่มจัดการแบ่งรามยอนในหม้อ

 

"มา! ใครกินเสร็จก่อนได้เลือกหนังนะเว้ย!"

 

"ฮยองขี้โกง! มาบอกทีหลังเนี่ยนะ!"

 

แต่แบบนี้ไม่ปกติแล้วมั้ง...

 

สัญญาณเตือนดังก้องในหัวผมตอนที่ซูนยองยกแขนโอบรอบตัวผมทันทีที่ผมทิ้งตัวนั่งบนโซฟาข้างๆ ขณะที่สายตายังจับจ้องจอโทรทัศน์อย่างสนุกสนาน

 

เขารู้ว่าผมไม่ชอบให้ใครมาโดนตัว ต่อหน้าแฟนคลับ แค่เฉียดใกล้หน่อยเขาก็ถอยสร้างระยะห่างให้แล้ว เว้นเสียแต่ตอนอยากแกล้งผม ปัญหาอย่างเดียวคือซูนยองเป็นมนุษย์สกินชิปที่ตรงกันข้ามกับผมโดยสิ้นเชิง

 

นี่...ควอนซูนยอง รู้ตัวซะที นายต้องยกแขนขวากอดคอซอกมิน ไม่ใช่แขนซ้าย!

 

ผมส่งสายตาอาฆาตไปให้นานสองนานจนตัดใจแล้วว่าอีกฝ่ายที่กำลังร้องโวยวายเชียร์ตัวร้ายในจอคงไม่มีทางหันมารับรู้ จึงทำเป็นแกะแขนที่พาดบนบ่าตัวเองออกเนียนๆ แล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปหาโคล่าในครัว

 

ไม่ได้อึดอัดหรอก

 

แต่แบบนี้...มันเกินไปหรือเปล่านะ?

 

 

 

 

 

นี่ก็เป็นแค่เรื่องปกติ...

 

ผมปัดความคิดฟุ้งซ่านก่อนเหยียดตัวลงไปบนตักเขาตามคำสั่ง

 

"เขยิบขึ้นมาอีกสิ"

 

"เออ"

 

ความคุ้นเคยทำให้เราไม่ต้องใช้คำพูดมากมายสนทนากัน ผมขยับตัวจัดท่าใหม่เพื่อให้ภาพออกมาดูเป็นธรรมชาติ

 

แสงแฟลชวูบวาบ ผมเปลี่ยนท่าเล็กน้อยพลางปล่อยตัวไปตามความรู้สึก ความร้อนที่กระทบใบหน้าทำให้หงุดหงิดขึ้นมา

 

"อีกแป๊บก็เสร็จแล้ว"

 

...รู้น่า พูดมากจัง...

 

ผมกดศอกลงไปบนขาซูนยองเป็นการระบายอารมณ์ จนรู้สึกถึงสายตาเขียวปัดอยู่ด้านหลังจึงเลิกทำ แกล้งเขาแล้วอารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย งานถ่ายแบบนิตยสารจึงเสร็จอย่างรวดเร็วเหมือนใครมากดกรอเทป

 

ตอนยันตัวลุกขึ้น ลมหายใจของเจ้าของตักที่โน้มตัวมาข้างหน้าปัดผ่านผิวกายของผม จนราวกับว่าไอร้อนลามไปทั่วร่าง

 

...ปกติจริงๆ

 

 

 

 

 

แบบนี้ก็ยังไม่เท่าไหร่...

 

ผมคิดขณะที่วงแขนอุ่นรัดรอบเอวผมอย่างระมัดระวังและแผ่นหลังแนบชิดไปกับอกเขา

 

ที่ควรโฟกัสมากกว่าคือขาที่เกร็งจนเส้นเลือดแทบขึ้นคอแล้วมากกว่า ผมหลุดขำกับเสียงโวยวายของเมมเบอร์ที่ทำท่าจะพังทีมเวิร์กอยู่รอมร่อ สลับกับให้กำลังน้องเล็กที่กำลัง 'แบกวงของแท้

 

"พวกนายเป็นเซเว่นทีนนะ! นึกถึงแฟนคลับไว้สิ! นึกถึงกะรัต! กะรัต! กะรัต! กะรัต!"

 

ไม่เป็นเซเว่นทีนมันละ!!

 

ถ้าจิตใจเราเชื่อมกันได้จริงๆ นี่คงเป็นรหัสผ่านเข้าห้องแชทของเซเว่นทีนล่ะมั้ง ผมขำจนตาหยีพลางขืนตัวไว้ไม่ให้คนข้างหลังรับภาระมากเกินไป

 

"ห้าสิบแก้วแล้ว! ห้าสิบ!"

 

"แปดสิบ!"

 

"มักเน่สู้ๆ มักเน่ของเราเก่งที่สุด!"

 

บรรยากาศห้องส่งเหมือนจะเป็นนรกอยู่แล้ว เสียงโวยวายโอเวอร์ตามสไตล์เขาดังอยู่ข้างหูทำเอาอยากหันไปตบกบาลจริงๆ

 

"ขะ...ขอนั่งลงแล้ว-แล้ว!"

 

สุดท้ายแถวโรลขนมปังก็พังพินาศในนาทีต่อมา

 

ผมหันไปมองคนที่คลายมือจากเอวผมในวินาทีสุดท้าย คนข้างหลังล้มระเนระนาดไม่เป็นท่าไปเรียบร้อยพร้อมกับแถวแตกซ่านโกลาหลในพริบตา เสียงตีกันไปหมดจนผมหัวเราะออกมาแล้วเดินตัวปลิวหนีไปทันที

 

ถ้าจำเป็นจะกอดก็กอดไป แต่เมื่อกี้เขาเอาแก้มน้วยๆ มาแปะหลังผมนี่ออกจะกวนประสาทไปละ ฉวยโอกาสเก่ง อย่าหวังว่าภารกิจหน้าผมจะปล่อยให้เขาเข้าใกล้ในรัศมีสามเมตรอีกเลย

 

ถึงภารกิจก่อนผมจะเผลอวิ่งไปเกาะเสื้อด้านหลังของซูนยองไว้ก็เถอะ

 

 

 

มีเขาอยู่ใกล้ๆ ยังไงก็ชวนให้อุ่นใจกว่านี่นา



 

 

ส่วนอันนี้...

 

ผมสะดุดตากับสายโลหะบนข้อมือใครบางคน

 

ก็ใช่ว่าพอรู้ว่าเป็นซูนยองแล้วจะไม่จับหรอก แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นประกายตาพราวของเขาแล้วมันชวนให้หมั่นไส้ก็เลยปล่อยแค่นั้นเอง

 

เขาเดินมาถามตอนกำลังจะขึ้นรถ

 

"ชอบหรอ?"

 

"เปล่า แค่ไม่เคยเห็น"

 

แต่เขาจะมีนาฬิกากี่เรือนมันเกี่ยวอะไรกับผมกัน

 

ซูนยองเสมองไปทางอื่น แต่ซ่อนรอยยิ้มกว้างเอาไว้ไม่มิดหรอก ผมส่งเสียงเชิงขู่ใส่จนเขาหลุดหัวเราะออกมา

 

"อะไร๊ ใครแตะใครก่อนกันแน่"

 

"แล้วไง ก็ไม่ได้คิดอะไร"

 

จะว่าเป็นเพราะไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองก็ได้ เวลาไปข้างนอกผมจึงมักตัวติดกับเมมเบอร์คนอื่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะตอนเริ่มง่วงหรือเบื่อ เพราะรู้ดีว่าผมเองไม่ได้คิดอะไรเวลาไปแตะคนอื่น ไม่เหมือนกับเวลาคนอื่นมาแตะตัว มันขนลุกแปลกๆ ความรู้สึกนั้นจางลงไปเมื่อสนิทคุ้นเคยกันมานาน

 

ซูนยองยังทำตาล้อเลียนใส่ผมที่เบ้ปากแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น คนขี้มั่ว...ผมแตะตัวเขาก่อนมันปกติออกจะตาย คิดพลางอมยิ้มก่อนตบบ่าเขาเป็นเชิงให้ขึ้นรถตามจองฮันฮยองไป

 

 

 

 

 

 

 



แต่แบบนี้มันมากไปแล้วนะ!

 

ผมตระโกนลั่นในใจขณะมองมือปริศนาข้างนึงเลื้อยขึ้นมาบนไหล่อย่างแนบเนียนราวกับทำมาเป็นร้อยรอบ

 

ต่อหน้าแฟนคลับก็เรื่องนึง แน่นอนว่าลับหลังพวกเราก็เล่นเฮฮากันเองโดยไม่ต้องรักษาภาพลักษณ์มากกว่า แต่ไอ้การที่เขาไหลไปแปะคนนู้น โอบคนนี้ เดินมาวางถุงขนมที่เคาน์เตอร์ร้านสะดวกซื้อแล้วยกแขนกอดคอโจชัวฮยองอ้อนให้จ่ายเงินให้ คงไม่ใช่เรื่องของผมถ้าแขนข้างนั้นไม่ได้รุกรานมาถึงไหล่ผมด้วย!

 

ในงานแฟนไซน์ก็รอบนึงแล้วนะ แต่ผมคิดปัดๆ ว่าเขาแค่อยากให้แฟนๆ ถ่ายภาพตอนพวกเราอยู่ด้วยกันบ้าง ถึงเขาจะตื้อเสียจนน่าฟาดก็ตาม รู้ว่าต้องโดนอะไรแล้วยังจะทำอีก!

 

ใช่ ผมจับเขาได้ แต่เขาไม่ควรมาจับตัวผมเลยจริงๆ!

 

ผมสะบัดตัวแรงๆ ให้รู้กันไปเลยว่าผมรำคาญ! แต่เขากลับหันมามอง ยิ้ม แล้วทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ให้ตายเถอะ!

 

ผมเดินหนีทิ้งคนอื่นออกมานอกร้านสะดวกซื้อทันที รอสักพักคนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยตามมาพลางก้มหน้าก้มตาแบ่งของในถุงตามคู่รูมเมท

 

"อยากกินเนื้อย่างงงงง~"

 

"เพ้อเจ้ออะไรตอนตีสองวะ! กลับหอไปนอนไป๊!"

 

"จีฮุนๆ" ซูนยองเงยหน้าเรียกผมขณะหยิบเครื่องดื่มสองกระป๋องจากถุงใหญ่แบ่งใส่ถุงเล็ก ผมเดินไปหา ดูเหมือนของของคนที่จ่ายเงินกับโจชัวฮยองจะอยู่กับเขาหมด

 

"อะนี่" แบ่งของให้ผมครบเขาก็ยื่นมือที่มีถุงของผมคล้องอยู่กับข้อมือมาหา ผมเกี่ยวหูถุงพลาสติก แต่ด้วยน้ำหนักของมากไปทำให้ดึงไม่ขึ้นจนเขาต้องจับมือผมไว้แล้วเอียงข้อมือลงให้ถุงไหลลงไปอยู่ที่ข้อมือผมแทน

 

ใช่...แล้วไอ้หมอนี่ก็ไม่ปล่อยมือ

 

ถึงจะเรียกมยองโฮมารับของอีกถุงนึงแล้วคืนถุงใบเดิมให้โจชัวฮยองไป มือข้างนั้นก็ไม่ได้ผละจากการเกาะกุมมือผมเลย แถมยังเลื่อนลงไปประสานนิ้วแนบแน่น มือเขาอุ่นมาก จับแล้วเหมือนซุกพุงแมวตัวใหญ่ๆ มากกว่าแผ่นทำความร้อน

 

"เอ๊ะ จีฮุน มาจับมือเราทำไมอะ เขินจังเลย คริ..."

 

ป๊าบ!

 

มีแต่วอนอูที่ไม่หันมามองเพราะชินแล้วในขณะที่ซูนยองทรุดฮวบลงไปพร้อมเสียงหัวเราะลั่นจากคนทั้งกลุ่ม

 

"ใกล้บ้า..."

 

"ไม่หรอกครับ ซูนยองฮยองบ้าไปแล้ว"

 

"ไอ้พวกคนใจร้ายยยย" ซูนยองโอดครวญขอความเมตตาที่มีแต่จะโดนกระทืบซ้ำซะมากกว่า

 

"ทำตัวน่าฆ่าทิ้งใส่จีฮุนมันเอง ช่วยไม่ได้"

 

"ผมเปล่าน้าาาา!!" เขากระโจนขึ้นมาแล้วคว้าไหล่ซึงกวานกับวอนอูที่เดินช้าจนร่นลงมาอยู่แนวเดียวกัน ทำให้ผมต้องเดินเบี่ยงไปด้านข้างแทน "หยอกกันเล่นต่างหาก ใช่ป่ะจีฮุน โอ๊ย! วอนอู อย่าดึงสิโว้ย!!"

 

ผมกรอกตา ห่างออกไปโจชัวฮยองกับมยองโฮกำลังคุยอะไรกันเบาๆ ท่าทางจะเป็นเรื่องงาน ขณะที่คิดจะตามไปสมทบ มือคุ้นเคยก็เลื่อนขึ้นมาแปะบนแผ่นหลังผมอีกครั้ง

 

มืออุ่นข้างเดิมจากเจ้าของที่กำลังหัวเราะร่ากับมุกตลกของตัวเอง ลูบคลำบ่าผมเหมือนย้ำตำแหน่ง จากนั้นก็เลื่อนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ สอดนิ้วเย็นเข้าไปใต้ปกเสื้อผมเพื่อตรวจสอบอุณหภูมิในร่างอย่างระมัดระวัง พอรู้สึกว่าตัวผมอุ่นพอก็กระชับคอเสื้อให้ ทั้งหมดเป็นไปอย่างลื่นไหลราวกับทำอยู่ทุกวัน

 

หมายถึงทำกับคนอื่นนะ! ไม่ใช่ผม! ผมเดินก้มหน้า คางชิดอกซ่อนใบหน้าแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์เดือดปุดๆ จะโพล่งขัดบทสนทนาก็ไม่ได้

 

 

 

มือของนายมันซนเกินไปแล้วนะ

 

หยุดซนซักวิสองวิจะตายหรือไง!?

 

 

 

"จีฮุนหน้าเครียดจัง"

 

จองฮันฮยองทักแบบนั้นตอนที่ผมเร่งฝีเท้าเข้าไปใกล้เขามากขึ้น เจ้าตัวขมวดคิ้วขณะเอียงหน้าลงมาสำรวจสีหน้าผมแล้วจึงยกมือกอดคอผมหลวมๆ

 

"คิดอะไรอยู่หรือเปล่า?"

 

"เปล่าครับ"

 

คู่สนทนาทำหน้าไม่เชื่อแล้วแตะหน้าผากผม จองฮันฮยองมักเอาใจใส่พวกเราเสมอ...เอ จู่ๆ ผมก็แปลกใจที่ตัวเองไม่รู้สึกต่อต้านกับสัมผัสจากคนตรงหน้า เลยเอี้ยวตัวไปมองซูนยองที่กำลังแกล้งดึงวอนอูให้หน้าหงาย

 

ใช่...เขาก็แค่ติดสกินชิปกับคนอื่นไปทั่วเท่านั้นเอง

 

ผมเองก็ไม่ใช่คนหวงตัวขนาดนั้น จะโอบบ่า กอดคอ ตบหลัง หรือกระทั่งไปหนุนตักคนอื่นผมก็ทำมาแล้วทั้งนั้น จะยกเว้นแค่กับเขาก็ดูจะใจร้ายไป อันที่จริง เขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรเวลาแตะต้องตัวผมด้วยซ้ำ

 

 

 

ไม่รู้ทำไมถึงต้องคิดมาก...ไม่เข้าใจจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 



"...มาทำอะไร?"

 

"อ้าว จีฮุน"

 

หลังจากอาบน้ำไปอีกรอบเพราะเหงื่อเต็มตัว ดื่มโคล่าไปอีกขวด ก่อนผมจะเดินเข้าไปเจอวัตถุไม่พึงประสงค์กำลังนอนเล่นเกมยิกๆ อยู่บนเตียงผมเอง

 

"มินกยูไปไหน"

 

"หลับคาเตียงฉันไปแล้ว" เขาตอบโดยไม่ละสายตาจากจอสมาร์ทโฟนของผม "โอ๊ย! ตายอีกแล้ว ไอ้นี่มันเล่นยังไงวะ"

 

ผมยืนมองนิ่งๆ แต่สุดท้ายก็ต้องเข้าไปแย่งเล่นจนได้ตามเลือดเกมเมอร์มันเรียกร้อง

 

ผมขยับนิ้วบังคับการเคลื่อนไหวของวัตถุสองมิติอย่างคล่องแคล่วเรียกเสียงอุทานอู้อ้าจากคนข้างๆ มุมปากยกเล็กน้อย ก่อนจะเร่งเครื่องหมุนคว้างข้ามด่านยากจนได้รับเสียงปรบมือรัวๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ

 

"ไปเลยๆ...โอ๊ะ! ระวังๆ...นั่นนน อย่างนั้นแหละ! เอาเลยๆ เก่งมากจีฮุน!"

 

หนวกหู...แต่ไม่รู้เผลอยิ้มภูมิใจออกไปหรือเปล่า แต้มขนาดนี้ไม่ได้ได้มากันง่ายๆ นะขอบอก!

 

มาสะดุ้งเอาตอนที่ลมหายใจของคนข้างกายเป่ารดหัวไหล่ขาวซึ่งเสื้อคอกว้างเลื่อนหล่นไป ผมเกือบหันขวับไปมอง ดีที่จังหวะการเคลื่อนไหวบนหน้าจอดึงความสนใจไว้ได้ก่อน

 

"ค่อยๆ อย่าใจร้อน...เออ! ไปเลย! อย่างนั้นสุดยอดมากเลยจีฮุน!"

 

 

 

ทั้งๆ ที่บทสนทนายังเหมือนเดิม...

 

 

 

ทั้งๆ ที่ตรงหน้าเป็นเกมที่เขาติดงอมแงมแท้ๆ แต่กลับบังคับให้จดจ่ออยู่กับการเล่นไม่ได้เลย ไหล่ของเราซ้อนเกยกัน ผิวกายเสียดสี ใกล้จนอีกนิดแก้มจะเบียดกัน นิ้วผมไถล ทำพลาดจนตัวอักษรเกมโอเวอร์โชว์หรา

 

"โอ๊ะ ไม่เป็นไรๆ เมื่อกี้เกือบทำลายสถิติเดิมใช่ปะ คราวนี้ทำลายไปเลย!!"

 

มนุษย์ซูนยองที่ยังคึกคักแม้ตีสองชาร์จพลังให้ผมด้วยการชูมือร้องเย้ๆ เป็นเด็กอนุบาลสอง ก่อนหัวเราะดังๆ ให้สีหน้าอิหลักอิเหลื่อของผมแล้วทิ้งมือลงขณะที่ผมเริ่มเกมใหม่

 

จะไม่อะไรเลยถ้ามือข้างนั้นไม่ได้ทิ้งลงบนเอวผม

 

อีกรอบแล้วนะ! เอามือออกไปซะที!

 

ต่อให้โวยวายในใจแค่ไหนก็ทำได้แค่ก้มหน้าเล่นเกมต่อไปอย่างขุ่นข้อง แต่สมาธิกลับยุ่งอยู่กับมืออุ่นที่แปะอยู่บนเอวตัวเอง จนบังคับพลาด เกมโอเวอร์ แล้วก็เริ่มเกมใหม่ ตายซ้ำอยู่ที่เดิมจนหมดอารมณ์เล่น

 

"ไม่เล่นแล้ว"

 

"อ้าว"

 

เขาอุทานงงงันเมื่อผมโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงดังปุแล้วปีนข้ามไปนอนเตียงตรงข้ามทันที ผมพลิกนอนหันหลังให้ ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิด ซ่อนพวงแก้มและปลายหูที่มักขึ้นสีจัดได้ง่าย

 

 

 

จับมั่วอยู่ได้ ผมไม่ใช่ของของเขานะ!

 

นึกว่าเป็นเด็กๆ หรือไง!

 

 

 

เสียงจากเตียงข้างๆ เงียบไปพักนึง จากนั้นก็ได้ยินเสียงขยับตัวสวบสาบ ตามด้วยแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายปีนดุ๊กดิ๊กขึ้นมาบนบันได

 

"จีฮุนอา"

 

"อะไร"

 

"นี่...วันนี้คงไม่ได้โกรธที่ฉันแตะตัวนายมากไปใช่ปะ"

 

ผมรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย

 

เขาไม่ค่อยมานั่งคอตกทำเสียงหงอยเหมือนแฮมสเตอร์ถูกขโมยเมล็ดทานตะวันแบบนี้ใส่ผมเท่าไหร่ เราไม่เคยนั่งคุยกันว่าใครจะแตะตัวใครแค่ไหน มันเป็นเรื่องที่เขายอมให้ผมเอง แต่ถ้าใครดูไม่ออกว่าผมอารมณ์เสียก็สมควรควักลูกตาตัวเองตายไปเถอะ

 

"ทำไมไม่ตอบอะ นี่"

 

ผมเบี่ยงตัวหลบก่อนนิ้วป้อมๆ จะจิ้มลงมาบนเอวได้สำเร็จ ก่อนจะลุกพรวดมองหน้าคนที่ขดตัวกลมทำหน้าเจื่อนอยู่บนบันไดขั้นบนสุดของเตียง

 

"ไม่ได้โกรธ"

 

"พูดตรงๆ ดิ นายทำหน้าแย่มากตอนฉันจับอะ เมื่อกี้นายเลิกเล่นเพราะฉันใช่ปะ เฮ้ย ขอโทษ"

 

ต้องโทษว่าอยู่ด้วยกันมานานเกินไป แค่ขยับคิ้วนิดหน่อยเขาก็ดูออกแล้วว่าผมคิดอะไร

 

แต่ถึงอยู่ด้วยกันนานแค่ไหน ผมก็ไม่เคยชินเวลาเขามาแตะต้องตัวผมเลย...ไม่เลยสักนิด

 

"ก็แค่รำคาญ แต่ช่างเถอะ"

 

"ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ โทษๆ มันบังเอิญไปโดนอะ นี่ระวังจริงๆ แล้วนะ เดี๋ยวจะไม่ให้พลาดอีกเลย จริงๆ เลย สัญญา!"

 

ระวังบ้านไหนกันวะ

 

มือลื่นไหลขนาดนั้นเรียกว่าระวังก็บ้าแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมพอได้ยินแบบนั้นกลับรู้สึกใจแฟบเหมือนลูกโป่งถูกเจาะลมในพริบตา

 

 

 

ก็แค่พลาดสินะ...

 

 

 

"เออ"

 

ผมตั้งใจจะตัดบทสนทนาให้ได้เร็วที่สุด แต่เขากลับทำหน้ามุ่ยแล้วคลานขึ้นมาคว้านิ้วก้อยผมไปเกี่ยวไว้หมับ

 

เดี๋ยว! เพิ่งพูดไปเมื่อกี้...!!

 

"สัญญาจริงๆ ไม่โกรธแล้วนะ ยิ้มให้หน่อยสิ นะ นะ"

 

โอ๊ย! อยากจะบ้าตาย!

 

ทำยังไงดีกับนิสัยเสพติดสกินชิปของไอ้คนตรงหน้านี้ดีเนี่ย ไหลเก่งจริงๆ ไม่รู้ตัวบ้างหรือไง หงุดหงิดจนกลายเป็นอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ อย่างจนใจซะแล้ว

 

ก็บอกแล้วทั้งหมดผมคิดมากไปเองนี่นา เขาไม่ผิดสักนิด

 

 

 

ถ้าเลิกคิดได้ก็ดีสิ...ก็คิดอยู่ข้างเดียวมันทรมาน

 

 

 

"ไม่เป็นไรหรอก ยังไงนายก็ทำแบบนั้นกับทุกคนนี่ ฮะๆ"

 

ผมตอบกลั้วหัวเราะ ฉีกยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายมั่นใจ

 

"เออ จริง"

 

เขาเริ่มหัวเราะตาม

 

 

 

แย่...

 

 

 

ไม่รู้อีกฝ่ายจะจับได้หรือเปล่าว่าเสียงผมอ่อยลงจนกระทั่งฝืดเฝื่อน ลำคอแสบร้อน ผมพยายามดึงมือกลับจากการเกาะกุมของเขาและเอาผ้าห่มคลุมโปง ลืมเรื่องบ้าๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้ไป

 

คาดไม่ถึงว่าเขาจะกลับยึดมือผมไว้แน่น

 

"อะไร..."

 

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่คุ้นเคยลอยอยู่ตรงหน้า

 

ก่อนจะทันตอบโต้ มือข้างนึงก็ล็อกคางผมไว้ ปลายนิ้วปัดผ่านริมฝีปากผมอย่างแผ่วเบา รู้ตัวอีกทีก็เห็นเขาชักมือกลับ ก้มหน้าประทับริมฝีปากลงไปบนนิ้วโป้งตัวเองเบาๆ

 

 

 

จุ๊บ!

 

 

 

ซูนยองเหลือบตามองผมที่ตัวแข็งค้างไปแล้วยิ้มๆ ฉวยมือผมไปกุมไว้ไว้ทั้งสองข้างก่อนก้มลงมายิ้มตาหยีใส่เหมือนหยอกเด็ก

 

"แต่แบบนี้...ฉันทำกับนายคนเดียวนี่เนอะ?"

 

.

.

.

 

 

 

ฉ่า!

 

"อย่ามาแตะตัวนะ!!"

 

โครม!



 

 

 

 

 

 

 

ผมม้วนตัวเองอยู่ในผ้าห่มเพียงลำพังท่ามกลางความมืด หลังจากถีบส่งคนบางคนที่แทบหลังเดาะออกไปนอกห้องได้สำเร็จ ปลายเท้าที่โผล่พ้นผ้าห่มเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก แต่ใบหน้ากลับร้อนวูบวาบเป็นระยะจนต้องดึงผ้าห่มขึ้นมาถูหน้าตัวเองแรงๆ แล้วมุดเข้าไปซุกหลับตาปี๋ มือสองข้างทาบอก สัมผัสได้ถึงหัวใจเต้นแรงส่งแรงสะท้อนกลับมาจนแทบระเบิด

 

 

 

อย่ามาจับนู่นจับนี่ได้ไหม...

 

หยุดทำให้ใจเต้นซะที 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


#ฟิคไม่มีเหตุผล

________________________________________________


ครือ...ตั้งใจแต่งรวมโมเม้นซูนฮุนช่วงนี้ไง แต่แต่งช้า แล้วก็คอมไม่มีอินเทอร์เน็ต พอว่างมาลงก็คือกัปตันนำเราไปไกลแล้ว!! กัปตันโว้ยยยย เก่งป๊ายยยยย!! หัวใจจะวายแล้ว เก็บแต้มบุญไว้วันหลังก็ได้กัปต๊านนนน


ขอบคุณ Berlin theme ครับ

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #167 youthisyours (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 13:20
    โอ้ย! ขอร้องเลยนะคะ คนนึงก็ขี้เขินอีกคนก็ไปแกล้งให้เขาเขิน น่ารักไม่ไหว
    #167
    0
  2. #138 fernfern_br (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 22:41
    กี้สสสสสสสสสสสส น้องซูนมันเปนร้าย
    #138
    0
  3. #25 Malynn. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 19:36

    อ่านฟิคจบแล้วดูวิดีโอต่อ ก็คือ ตัยไปเล้ยยยย!!! แอ่กกกกก

    เขินอ่ะฮือ ซูนยองนัวแนค่ด คุณตัวเล็กก็ขัดขืนเก่ง แอบยิ้มเก่งงง



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 ตุลาคม 2561 / 20:06
    #25
    0
  4. #12 littlesoon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 11:30
    เขินตอนสุดท้ายงาาา ความจริงจีฮุนก็ไม่ได้รังเกียจใช่ซูนใช่ม้า เขินล่ะซี~
    #12
    0