[os/sf seventeen] Coffee, Tears, Moonlight

ตอนที่ 26 : [os] ไม่เป็นไร || soonhoon #เซบทีนวีคลี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    20 พ.ค. 63



photo by Artem Kniaz on Unsplash



Weekly Seventeen

 

Week 8 : school




- Track : ไม่รักไม่เป็นไร || แหนม รณเดช -




ซูนยอง as ก้อง


จีฮุน as ออย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 






ไม่บอกตรงๆ ก็พอจะรู้และเข้าใจ


ใจเธอมีใครและคนคนนั้นไม่ใช่ฉัน

 

 

 



ออย!”

 

เสียงเรียกชื่อดังข้ามสนามหญ้าที่แสนวุ่นวายเต็มไปด้วยบรรดานักเรียนที่ทำกิจกรรมหลังเลิกเรียน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเด็กผู้ชายมัธยมปลายตัวโตๆ ที่เล่นฟุตบอลอยู่กลางสนาม กลุ่มเด็กคละเพศคละวัยที่รวมตัววิ่งเป็นจังหวะเดียวกันอยู่ข้างสนามดูเหมือนจะเป็นชมรมกีฬาสักชมรม เยื้องไปทางอาคารกีฬาในร่มมีกลุ่มเด็กผู้หญิงกำลังซ้อมเชียร์ลีดเดอร์อยู่กับครูฝึกวัยมหาวิทยาลัย และนักเรียนอีกจำนวนมากที่เดินขวักไขว่สวนไปมาทางประตูหลังโรงเรียน

 

ร่างเล็กของเจ้าของชื่อสะดุ้งโหยง น้ำในแก้วที่ถือไว้นานจนน้ำแข็งละลายเกือบล้นแก้วไหวกระเพื่อมเล็กน้อย เด็กหนุ่มมัธยมต้นที่หน้าตายังไม่พ้นวัยเด็กชายเลิ่กลั่กหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่เพียงเสี้ยววินาทีก็สังเกตเห็นเพื่อนสนิทโบกมือให้จากอีกด้านของสนามก่อนวิ่งตรงเข้ามาหา

 

“ทำไปซื้อน้ำนานจัง พวกไอ้เอกกลับมาหมดแล้วเนี่ย ทำไมไม่รอออยก็ไม่รู้” ก้องบ่นถึงกลุ่มเพื่อนในห้องเดียวกันที่เห็นว่าพวกมันกำลังจะเดินมาซื้อขนมหลังโรงเรียน เขาเลยฝากให้ดูแลเพื่อนสนิทเขาที่ปกติจะเดินมาซื้อขนมด้วยกันทุกวัน แต่วันนี้ก้องติดทำแบบฝึกหัดวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งต้องส่งภายในอาทิตย์นี้แล้ว เขาเลยมาด้วยไม่ได้

 

ออยส่งน้ำให้เพื่อนที่คว้าไปดูดทันทีโดยไม่ต้องถาม เด็กหนุ่มปักหลอดไว้สองอันเพราะทั้งคู่มักกินน้ำแก้วเดียวกันเป็นปกติอยู่แล้ว ส่วนค่าน้ำบางทีออยก็จ่าย บางทีก้องก็จ่าย

 

“การบ้านเสร็จยัง?”

 

“เกือบ” ตอบแบบนี้แสดงว่าเหลืออีกเป็นหน้าๆ แต่ออยลูบหัวเพื่อนเป็นเชิงชม “เพิ่งเปิดเทอมมาอาทิตย์เดียวก็สั่งงาน โหดชะมัด ครูพงษ์ที่สมคำร่ำลือสุดๆ อะ เฮ้อ...”

 

“ครูก็สั่งทุกวันอะ ทำไมก้องไม่ทำทุกวันล่ะ” คนตัวเล็กกว่าหัวเราะเสียงสดใส พวกเขาเดินผ่านชมรมโยธวาทิตที่เอาเครื่องดนตรีต่างๆ มาทำความสะอาดบนระเบียงตึกนาฏศิลป์ 1

 

“โธ่ออย วัยรุ่นอย่างพวกเรามีอะไรให้ทำเยอะแยะมากกว่าการบ้านนะ! อุตส่าห์ได้เป็นพี่ม. 2 สักที ออยยังไม่เคยเข้าไปในห้องคอมเลยใช่เปล่า?” ห้องคอมที่พูดถึงคือห้องคอมพิวเตอร์ที่มีไว้สำหรับม. 2 ค้นคว้าหาข้อมูล “โครงงานศิลปะก็น่าสนุกสุดๆ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าถ้าประกาศผลลงทะเบียนแล้วเราก็จะได้ไปออดิชันชมรมดนตรีด้วยกัน...”

 

ออยชะงักฝีเท้าเล็กน้อย แต่ก้องดันเพิ่งสังเกตเห็นว่าน้ำในแก้วเหลือเยอะเกินกว่าที่อีกฝ่ายจะเหลือให้เขาดื่มคนเดียว จึงหันไปจับหลอดจ่อปากคนข้างๆ รอจนผู้เป็นเพื่อนดูดน้ำไปสองสามอึกจึงยิ้มอย่างพออกพอใจ ไม่ได้สังเกตสีหน้ากระอักกระอักกระอ่วนของออยเลย

 

“จริงๆ แล้ว...”

 

ออยพูดออกมาคำหนึ่งแล้วเงียบ ท่าทางไม่แน่ใจว่าจะพูดอย่างไรต่อไป ทำให้ก้องเพิ่งรู้ตัววินาทีนั้น

 

“อะไรเหรอ?”

 

เด็กหนุ่มสองคนจ้องตากันเงียบๆ ท่ามกลางบรรยากาศเอะอะเจี๊ยวจ๊าวยามเลิกเรียน ก้องกับออยเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่วันแรกที่ปฐมนิเทศเข้าม. 1 ทำกิจกรรมเหมือนๆ กัน อยู่ชมรมเดียวกัน ไปไหนไปด้วยกันตลอด ถึงแม้ว่าก้องจะเป็นพวกพลังงานเหลือล้นเกินพิกัด ชอบอาสาทำนู่นทำนี่เสียจนเพื่อนในรุ่นและอาจารย์รู้จักไปทั่ว แต่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็จะมีเด็กหนุ่มตัวเล็กอย่างออยนั่งทำการบ้านเงียบๆ รออยู่ไม่ไกลเสมอ

 

ทั้งๆ ที่นิสัยต่างกันมาก แต่ทั้งคู่เข้ากันได้ดียิ่งกว่าอะไร ออยไม่เคยบ่นว่าเบื่อที่ต้องนั่งรอ เพราะก้องไม่เคยบังคับให้เขาพูดคุยกับคนที่ไม่สนิทซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เขาอึดอัดใจ ทั้งคู่รู้ใจกันและเคารพความชอบของกันและกันเสียจนต่างฝ่ายต่างก็จินตนาการไม่ออกว่าจะหาเพื่อนสนิทที่ดีกว่านี้ได้อย่างไร

 

แต่ตอนนี้ออยกลับลังเลที่จะบอก

 

“เราเปลี่ยนใจไม่เข้าชมรมดนตรีแล้วอะ”

 

“อ้าว...”

 

ก้องหน้าเจื่อนไปอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ออยก้มหน้าลงอย่างละอายใจ แก้มเนียนเป็นสีชมพูเรื่อๆ ราวกับทิชชูซับสีจากปลายพู่กัน ทั้งคู่หยุดยืนอยู่กลางทางเดินข้างลู่วิ่งรอบสนามราวกับลืมไปแล้วว่าตั้งใจจะเดินกลับห้องเรียนประจำ คนตัวสูงกว่าจ้องมองขวัญบนศีรษะเพื่อนราวกับจะเพ่งทะลุดูความคิดในนั้น

 

“ทำไมเหรอออย...”

 

“คือเราเพิ่งรู้ว่าพี่หงส์อยู่ชมรมบาส...”

 

ก้องอึ้งไป ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจสิ่งที่เพื่อนเอ่ย แต่เพราะว่าเข้าใจดีจนไม่มีเหตุผลอะไรจะไปรั้งอีกฝ่ายต่างหาก พี่หงส์เป็นรุ่นพี่ม. 5 ที่เคยทำโครงงานแนะแนวเป็นการติวสอบน้องๆ ม. 1 และสนิทสนมกับพวกเขาพอสมควร เจ้าตัวทั้งหล่อ ตัวสูง ยิ้มสวยแล้วก็ใจดี เป็นขวัญใจของเด็กๆ ม. 1/5 เลยล่ะ

 

และที่สำคัญคือเขารู้ว่าคนตรงหน้าแอบชอบพี่หงส์ตั้งแต่วันแรกที่พี่เขามาสอน

 

ก้องบังคับตัวเองให้หัวเราะเฝื่อนๆ รู้สึกว่าในปากแห้งไปหมดทั้งๆ ที่เพิ่งดื่มน้ำ ทว่าพอเห็นสีหน้าแสดงความรู้สึกผิดของผู้เป็นเพื่อนเขากลับฉีกยิ้มออกมาโดยอัตโนมัติ ตบหลังเพื่อนป๊าบๆ พูดอย่างใจกว้างเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นมาทันที กลบความรู้สึกผิดหวังและน้อยใจไว้ลึกๆ โดยที่ตนเองก็ไม่รู้ตัวว่าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร

 

“เฮ้ย ไม่เป็นไร แค่นี้เองออย เราเข้าใจ ออยไปเข้าชมรมที่อยากเข้าเถอะ ยังไงเราก็มีไอ้แม้วไอ้ฝนเป็นเพื่อนไปออดิชันอะ ออยอย่าทำหน้าเศร้าดิ ไปเล่นบาสจะได้ตัวสูงๆ เอาให้สูงเท่าเสาบาสเลย ไม่มีใครล้ออีกแน่นอนเชื่อผม!”

 

ก้องยกมือทำท่าวัดเทียบความสูงของเพื่อนกับเสาวอลเลย์บอลที่ไม่มีตาข่ายด้านหลังอย่างล้อเลียน ทำให้ออยหลุดขำคิกพลางต่อยสีข้างเขาเบาๆ

 

พออีกฝ่ายยิ้มออกก้องถึงรู้สึกโล่งใจ เข้าใจตัวเองขึ้นมาทันทีว่าทำไมต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากที่จะไม่งอแงเรียกร้องให้เพื่อนอยู่ชมรมเดียวกันอีก เพราะเขาไม่สามารถทำให้ออยลำบากใจได้แม้แต่นิดเดียว...ไม่สิ เพราะเขาไม่อยากเห็นออยทำหน้าแบบนั้นต่างหาก เขาทนไม่ได้ถ้าออยจะทำหน้าเศร้าแบบนั้น เขาทนไม่ได้ที่จะทำตัวใจร้ายกับออยเพียงเพราะความต้องการของตัวเอง เพราะเขาสัญญากับตัวเองไว้ตั้งแต่ม. 1 แล้วว่าจะดูแลเพื่อนคนนี้ให้มีแต่รอยยิ้มกลับบ้านทุกๆ วัน

 

ถึงแม้ว่า...

 

ก้องลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเพื่อนที่กำลังอมยิ้ม วาดฝันถึงชมรมบาสเกตบอลที่มีรุ่นพี่ที่แอบชอบช่วยฝึกซ้อมให้อย่างใกล้ชิด ก่อนลอบระบายยิ้มจางๆ อย่างเก็บซ่อนความในใจ



 

 

 

...ถึงแม้ว่าเขาจะแอบชอบออยไม่น้อยไปกว่าที่ออยชอบพี่หงส์หรอกนะ

 

 

 

 

 

 






 

 

 






 

ก็พอจะดู ก็พอจะรู้ใครสำคัญ


ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องห่วงฉันจะผิดหวัง



 

 

 

“ก้อง นี่มันอะไรกัน...”

 

เจ้าของห้องชะงักเมื่อผลักประตูเข้ามาพร้อมน้ำหวานสองแก้วและถุงคุกกี้ในมือ เหลือบเห็นผู้เป็นเพื่อนคุกเข่าอยู่หน้าประตูตู้เสื้อผ้า ระหว่างบานตู้กับชั้นวางด้านในคงเป็นช่องเล็กๆ พอให้บอร์ดไม้ขนาดเล็กที่เขายัดซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าลวกๆ ไหลหล่นลงมากระแทกพื้นเสียงดังจนออยต้องลุกไปเก็บ... บอร์ดที่ปกติจะแปะอยู่บนกำแพงเหนือโต๊ะอ่านหนังสือของเขา บอร์ดที่แปะรูปใครคนนึงไว้จนเต็มเช่นเดียวกับหัวใจเขาที่ไม่มีที่ว่างเหลือให้ใครอื่น

 

และใครคนนั้นที่กำลังเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงอยู่เบื้องหน้าเขา ก้มลงมองบอร์ดในมือสลับกับเงยหน้ามองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา รูปหัวใจหลากหลายขนาดที่เขาใช้ปากกาเขียนย้ำๆ ลงไปอย่างใจลอยคงเป็นหลักฐานมัดตัวดิ้นไม่หลุดแล้วมั้ง ก้องหัวเราะออกมา

 

“อ๋อ ก็เราชอบออยอะ

 

“ก้อง...”

 

ออยอ้าปากเหมือนจะพูดแล้วก็เงียบไป นัยน์ตาสั่นระริกทอดมองบอร์ดในมือราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง ก้องเห็นเพื่อนสนิททำหน้าเสียใจจึงรีบวางน้ำหวานและขนมลงบนโต๊ะเขียนหนังสือ แกล้งทำตาโตตกใจ ใส่แอคติ้งเล่นใหญ่ไว้ก่อนกันอีกฝ่ายไม่เชื่อ “เฮ้ย ไม่เป็นไรเว้ย เรารู้ว่าออยไม่ได้ชอบเรา ไม่ต้องห่วงๆ เราไม่ทำอะไรแน่นอน”

 

คนตรงหน้าเบิกตากว้าง “รู้ด้วยเหรอ...?”

 

เจ็บเหมือนโดนแทงชัดๆ...ก้องปั้นหน้ายิ้ม กลบเกลื่อนความรู้สึกที่เหมือนมีลูกศรพุ่งมาแทงใจเหมือนในการ์ตูน “เออ ก็เรารู้ว่าออยชอบพี่หงส์อะ เราก็เชียร์ออยอยู่นะเว้ย ออยต้องสู้! อย่าทำให้เราผิดหวังล่ะ!”

 

ท่าทีฮึกเหิมของเพื่อนทำให้ออยยิ้มออกมาบางๆ รอยยิ้มนั้นผสานความหวาดหวั่นและรู้สึกผิดไว้ ก้องลดมือลง ตั้งใจจะตบหลังให้กำลังใจตามประสาเพื่อนแต่กลับถูกร่างเล็กโน้มตัวเข้ามากอดไว้แน่น

 

“เราขอโทษนะ”

 

มือที่อยู่ระดับอกแข็งค้างไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน พอเอามือลง ก็รู้สึกว่าเสียมารยาทต่อผู้เป็นเพื่อนมากเกินไป จึงวางเก้ๆ กังๆ บนเอวน้อยแล้วตบเบาๆ

 

ไม่ใช่ว่า...ก้องจะไม่อยากสมหวังในความรักหรอกนะ เพียงแต่เขารู้ดีอยู่แล้วว่าออยชอบใคร และเขาไม่สามารถไปบังคับออยให้มาชอบเขา ความรู้สึกของคนตรงหน้าสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด เขาจะสมหวังไหมมันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอกนะ

 

 

 

ก็เวลาออยยิ้ม...มันน่ามองยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้นนี่นา

 











 

 

 

 

 

 

 

 

 

รักใครก็รักไป เลือกคนที่ใจมันเรียกร้องให้รัก ไม่ต้องลังเลใจ

 

 



 

“กุหลาบมั้ยออย? วันจบใครๆ ก็ให้กุหลาบกันทั้งนั้นแหละ ไม่มีอะไรน่าอายหรอก!”

 

“ไม่เอา...ก็เราเขินนี่!”

 

ก้องใช้ความพยายามแกะเพื่อนตัวเล็กที่ขี้อายออกมาจากหลังเสาราวกับแกะหมากฝรั่งที่แห้งจนแข็งเป็นหิน พอแกะออกมาได้แล้วออยก็วิ่งมาหลบหลังเขา มือเล็กๆ กำเสื้อเพื่อนจนยับยู่ยี่ ดวงตากลมเบิกกว้างราวกับสัตว์ตัวน้อยที่กำลังตื่นตระหนก ก้องเห็นแบบนั้นก็แกล้งถอนใจเฮือกใหญ่ให้ได้ยิน เผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูเมื่ออีกฝ่ายช้อนตามองเขาราวกับกระต่ายหูลู่ยามทำผิด

 

“กล้าๆ หน่อยสิ ออยเป็นน้องในชมรมพี่เขานะ สนิทกันถึงขนาดนี้แล้ว ทำเหมือนคนอื่นๆ สิ เดินเข้าไปแล้วก็ให้ของ บอกว่าขอบคุณที่ดูแลพวกผมมากนะครับ ขอให้พี่โชคดี อะไรก็ว่าไป”

 

ก้องพยักพเยิดไปทางรุ่นพี่สุดฮอตของพวกเขาที่ยืนอยู่กลางสนามบาส ถูกรุมล้อมด้วยเด็กสาวๆ และหนุ่มๆ ในชมรม อันที่จริงเขาคิดว่าหงส์คงโดนอวยพรมากมายเสียจนไม่มีเวลามาจำว่าใครพูดอะไรด้วยซ้ำ แต่เขาไม่มีวันพูดให้เพื่อนเสียกำลังใจหรอก

 

“แต่ว่าเรา...ไม่กล้าบอกชอบพี่เขา...”

 

ออยก้มหน้าจ้องแขนเสื้อนักเรียนเพื่อนที่ตัวเองขยุ้มอยู่อย่างเหม่อลอย

 

วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่พี่ม. 6 จะมาโรงเรียนในฐานะนักเรียน ก้องที่เชียร์ให้เพื่อนสารภาพความในใจตั้งแต่ม. 2 จนถึงตอนนี้จึงแทบจะโยนออยออกไปให้คุยกับพี่หงส์สักที เขาไม่คิดว่าฝ่ายนั้นจะปฏิเสธเพื่อนเขาได้ลงหรอก ก็ออยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู นิสัยก็ดี ใครอยู่ด้วยก็อดชอบไม่ได้

 

 ‘ใคร’ ที่ว่านี่ก็รวมเขาเข้าไปด้วย...

 

ก้องสลัดความรู้สึกของตัวเองออกไปอย่างรวดเร็ว นึกขึ้นได้ว่ากระเป๋ากางเกงของเขายังมีดอกกุหลาบห่อกระดาษแสนสวยที่ได้จากตอนขึ้นเวทีไปเล่นเพลงอำลาพี่ม. 6 ในฐานะน้องชมรมดนตรี จึงหยิบออกมาแล้วยัดใส่มือเพื่อน จัดแต่งชายเสื้อที่ยับเพราะถูกเขาทั้งดึงทั้งลากอย่างเอาใจใส่

 

“ไปเถอะน่า โอกาสสุดท้ายแล้วนะ มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ ไฟต์ติ้ง!”

 

ออยช้อนตามองอีกครั้งเมื่อก้องย่อตัวเล็กน้อยให้สายตาอยู่ระดับเดียวกัน กำมือทั้งสองข้างไว้ระดับอกอย่างให้กำลังใจ มองตาเพื่อนเสียจนออยต้องยกมือขึ้นมากำตาม ริมฝีปากบางค่อยๆ คลี่ยิ้มออกอย่างกล้าๆ กลัวๆ พอเห็นแบบนั้นก้องก็ยิ้มสดใส อ้อมหลังมาบีบนวดไหล่เพื่อนราวกับส่งขึ้นสังเวียนพลางรุนให้ก้าวไปข้างหน้า

 

“น้องออย ไฟต์ติ้ง! เจ้าหมาน้อย ไฟต์ติ้ง! ไปสารภาพแบบแมนๆ เฮ้ยผมชอบพี่ว่ะเลย!”

 

อีกฝ่ายหัวเราะ หันมาซัดบ่าเขาไปทีนึงก่อนวิ่งเข้าไปในสนามบาส

 

ก้องยิ้มกว้าง จากมุมนี้เขาเห็นเพียงศีรษะเล็กดุ๊กดิ๊กๆ อยู่ในฝูงชนคลาคล่ำที่กำลังแสดงความยินดีและหัวเราะเฮฮากัน เด็กหนุ่มเอนตัวพิงเสาหลังคาสนาม ในอกรู้สึกเต็มตื้นราวกับวินาทีที่ส่งลูกเข้าโรงเรียนอนุบาลเป็นครั้งแรก ถ้าเป็นพ่อแม่ทั่วไป ยังไงก็ต้องรู้สึกใจหายเพราะลูกเติบโตขึ้นและก้าวเดินออกจากอ้อมอกเป็นก้าวแรก แต่เขารู้ดีว่าความรู้สึกใจหายของเขาไม่ได้เกิดขึ้นเพราะสาเหตุเดียวกัน

 

ความรู้สึกเล็กจ้อยที่ถูกเก็บไว้ในใจ ราวกับหยดสีประหลาดในถังสีขาว แม้ก้องจะพยายามกลบเกลื่อนมันมานาน แต่สีขาวก็ไม่อาจย้อมกลบจุดสีแดงที่นับวันจะยิ่งโตขึ้นเพราะถูกรินรดด้วยความน่ารักและใจดีของใครคนนั้น

 

แต่ก็ไม่เป็นไร

 

ยังไงความรู้สึกดีก็ไม่ใช่เรื่องแย่นี่เนอะ

 



 

 

ไม่รักไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ


และไม่เคยโกรธเธอ


ไม่รักไม่เป็นไร ไม่โทษเธอ

 

 



 

ก้องโบกมือให้เพื่อนที่วิ่งดุ๊กดิ๊กกลับมาหา รอยยิ้มเต็มหน้าทำให้เขาพลอยอดยิ้มไปด้วยไม่ได้

 

“ก้อง...เรา...บอกพี่เขาแล้วแหละ”

 

“จริงเหรอ! เป็นไง?”

 

คนตัวเล็กแทบจะโถมใส่เขาทั้งตัวด้วยความดีใจอยู่แล้ว มือชื้นเหงื่อคว้ามือเขาหมับแล้วดึงให้วิ่งตาม ผ่านตึกเรียนคหกรรมและลานร่มไม้ ขึ้นตึกวิทยาศาสตร์และทะลุด้านหน้าเป็นลานอิฐตัวหนอนที่มีม้านั่งหินอ่อนสีขาว เป็นที่ที่ก้องและออยวางกระเป๋าทิ้งไว้ด้วยกัน

 

บรรยากาศรอบข้างยังคงมีนักเรียนนั่งจับกลุ่มคุยกัน ออยคว้ากระเป๋าหมับลากเข้าหาตัว ล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น ท่าทางของอีกฝ่ายทำให้เขาพอจะคาดเดาคำตอบได้

 

“แหนะ พี่หงส์รับรักอะดิ”

 

“เปล่าสักหน่อย” ออยเงยหน้า แก้มเป็นสีชมพูจัด เด็กหนุ่มเคี้ยวปากอย่างใช้ความคิดก่อนก้มลงมองบางอย่างที่จดไว้ในมือขวา “พี่เขาให้ไลน์มา...”

 

“เย้!!”

 

ก้องกระโดดผลุงชูมือด้วยความดีใจ ทำเอาออยสะดุ้ง รีบตีเพื่อนให้เงียบ แก้มกลมๆ ยิ่งกลายเป็นสีเข้มจัดจนก้องอดใจไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปดึงเล่นอย่างมันเขี้ยว นัยน์ตาประกายสดใสกึ่งเขินอายหลุบต่ำอย่างออกอาการไม่ถูก

 

“งี้ก็แปลว่าพี่หงส์ก็น่าจะสนใจออยอยู่แล้วปะ เราบอกแล้ว พี่เขาไม่ปฏิเสธหรอก!”

 

“เสียงดังอะก้อง” ผู้เป็นเพื่อนช้อนตามองก่อนหันไปให้ความสนใจกับมือถือ พิมพ์ไอดีไลน์ลงไปในช่องค้นหาแล้วจ้องมองรูปโปรไฟล์ของหงส์ที่เป็นสุนัขสีขาวตัวเล็ก ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่สักพักก็เก็บมือถือลงกระเป๋า ยังไม่แอดไลน์ไป

 

“ก้อง”

 

“หืม?”

 

“ขอบใจนะ”

 

ก้องสบตากับผู้เป็นเพื่อน ร่องรอยความสุขที่ระบายอยู่บนใบหน้าน่ารักทำให้หัวใจเขาฟูล้นอยู่ข้างในอก ทั้งๆ ที่รู้ว่าต้นเหตุความสุขของออยไม่ใช่เขา...และไม่มีวันเป็นเขาไปได้ กระนั้นเขาก็ยังมีความสุขเหมือนเรื่องของเพื่อนเป็นเรื่องของตัวเอง

 

ชีวิตก้องมันก็มีแค่นี้แหละ...มีความสุขกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ พอใจกับการได้อยู่ข้างๆ คนที่ชอบ แม้ในฐานะเพื่อน แต่เขาก็สุขใจ

 

“อื้ม ไม่เป็นไร!”

 

 

 



ฉันเองก็รู้ดีว่าฉันควรทำเช่นไร


แค่เพียงได้ห่วงใยอย่างเพื่อนที่จริงใจก็พอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 






 

 

 

 

มันอาจจะดีถ้าเธอกับฉันเป็นเพื่อนกัน


มันอาจยืนยาวถ้าเราจะคบกันแบบนี้


มันคือความจริงที่ตัวของฉันก็รู้ดี


ไม่ต้องกังวลถ้าในวันนี้จะบอกฉัน

 

 



 

ลานคณะวิศวกรรมศาสตร์เต็มไปด้วยนักศึกษาในช่วงเที่ยง แม้จะเบาบางกว่าในโรงอาหารที่เรียกได้ว่าแน่นขนัดไปด้วยนักศึกษาคณะและต่างคณะ รวมไปถึงบุคลากรในมหาวิทยาลัยต่างๆ แต่ม้านั่งก็ยังถูกจับจองจนเต็ม โต๊ะไม้สีแดงถูกบดบังมิดด้วยกระเป๋าสะพายข้างสีดำ น้ำเงิน เทา ไอแพด และชีทเรียนอีกจำนวนหนึ่ง แต่กลับมีคนนั่งอยู่เพียงสองคนไม่สัมพันธ์กับจำนวนข้าวของมหาศาลนั่นเลย ทั้งสองคนกำลังจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์มือถือคนละเครื่องแต่กลับคุยราวกับจ้องหน้าจอเดียวกัน

 

“ไอ้แว่น ไปล่อมันไว้สิวะ เร็วๆ ยิงอัดแม่งเลย!”

 

“อย่าสั่งกูไอ้สัส เสียสมาธิ แม่งหลบเก่งกันฉิบหาย ไอ้เป๊กมาเสริมหน่อย!”

 

“บัฟให้กูๆๆ!”

 

ส่วนใหญ่แล้วเสียงอุทานสลับกับตะโกนสั่งเพื่อนจะดังมาจากชายหนุ่มร่างเล็กที่สะพายกระเป๋าคาดอกสีขาว ดวงหน้าขาวเนียนซ่อนอยู่ใต้เส้นผมสีดำสนิทที่เริ่มยาวปรกหน้าแต่กลับดูสลวยนุ่มมือ ตากลมจ้องหน้าจออย่างเอาเป็นเอาตายดูดุดันไม่สมกับหน้าตา เจ้าตัวมีสมาธิเสียจนไม่มีเวลาสนใจชายหนุ่มอีกคนที่เลื่อนข้าวของบนโต๊ะให้พ้นทางก่อนทรุดตัวลงนั่งและวางกล่องข้าวลงบนโต๊ะ

 

“กินข้าวก่อน ไอ้ออย”

 

“อื้อ”

 

ก้องส่ายหน้าให้กับเพื่อนจอมดื้อที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะละสายตาจากจอ แล้วจึงเริ่มแกะข้าวของตัวเองกิน พอกินไปได้ครึ่งหนึ่งก็ปั้นข้าวเหนียวเป็นลูกกลมๆ หันไปยัดปากเพื่อน ออยอ้าปากรับแล้วกลิ้งข้าวเหนียวไปไว้ในแก้มซ้าย ดูตุ้ยนุ้ยราวกับแฮมสเตอร์เก็บอาหารไว้ในกระพุ้งแก้ม

 

เพื่อนร่วมโต๊ะทั้งสองคนของก้องยังคงใช้เวลาไปกับเกมต่อสู้สีสันฉูดฉาด ใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าออยจะร้องเย้และวางมือถือลงกับโต๊ะดังแกรก หันไปแท็กมือกับแว่นที่ยังทำหน้าเนือยๆ ตลอดเวลา ก้องชะโงกตัวไปดูหน้าจอแสดงตัวเลขยาวเหยียดเป็นพรืดอย่างที่คนโลวเทคอย่างเขาไม่มีวันเข้าใจ

 

“เป็นไง?”

 

“ชนะ” ออยคลี่ยิ้มร่าเริง ก้องจึงได้โอกาสยัดข้าวเข้าไปในปากคนตรงหน้าอีกคำ คนตัวเล็กส่งเสียงประท้วงอู้อี้ก่อนจิ้มไก่ทอดตามเข้าไป เคี้ยวตุ้ยๆ เอาจริงเอาจังเหมือนตอนเล่นเกมไม่มีผิด

 

“จะว่าไป...ตกลงพี่ดินเขาจีบมึงจริงเหรอวะ?”

 

ก้องถามขณะเปิดฝาขวดน้ำที่เพิ่งซื้อมาเพราะวันนี้เขาลืมพกขวดน้ำประจำตัว ไอน้ำที่จับด้านนอกของขวดอย่างรวดเร็วเพราะอากาศร้อนไหลลงมาตามข้อมือเป็นทางยาว เขาสังเกตได้ว่าสายตาของออยตวัดไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันทีทั้งๆ ที่เขายังไม่ทันพูดอะไรผิด ทีไอ้แว่นยังหยิบข้าวไปแกะเฉยๆ ไม่แก้อะไรให้เลย

 

พี่ดินเป็นพี่ปี 3 ประธานชมรมดนตรีที่ก้องและออยเป็นสมาชิกอยู่ในตอนนี้ ปีที่แล้วพี่ดินรับหน้าที่มือกีตาร์และไม่ค่อยได้มาพูดคุยกับพวกเขาเท่าไหร่ แต่ปีนี้ทุกคนสนิทกันมากขึ้น ก้องจับสังเกตได้ว่ารุ่นพี่หนุ่มให้ความสนใจกับเพื่อนเขาเป็นพิเศษจึงพยายามบอกเจ้าตัว แต่ออยกลับไม่เคยตอบรับหรือปฏิเสธอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันเลย

 

“แล้วไง มึงยุ่งอะไรล่ะ”

 

“เอ้า ก็ผมเป็นเพื่อนผมก็อยากรู้อะคร้าบคุณออย ผมจะได้ออกตัวถูกว่าโมเมนต์นี้ผมจะจิ้นดีไหมหรือจะเป็นแค่พี่น้อง คุณจะเอายังไงครับ?” ก้องตอบกวนๆ ทว่ายังทำให้สายตาแข็งกร้าวของอีกฝ่ายอ่อนลงไม่ได้

 

ไม่รู้ทำไมเวลาคุยเรื่องนี้ทีไร ออยต้องหงุดหงิดใส่เขาทุกที

 

“อยู่ด้วยกันตลอดเวลายังไม่รู้หรือไง โง่!”

 

“นี่จะคาดหวังให้กูตรัสรู้เหรอวะ คือกูไม่ใช่พระพุทธเจ้าไง แล้วที่สำคัญกว่านั้นคือมึงชอบเขาเปล่าอะ พี่ดินหน้าคล้ายพี่หงส์...คนที่มึงชอบสมัยมอต้นไง” ก้องพยายามชี้ให้เห็นช่องทางปะติดปะต่อต่อไป “ถ้าพี่เขาจีบก็เข้าทางเลยเปล่าวะ แต่ถ้าเขายังไม่จีบมึงจะจีบเขาไหมล่ะ กูพร้อมช่วย พร้อมเชียร์เต็มที่แล้วเนี่ย สรุปจะเอายังไง?”

 

ออยหยุดกินข้าวแล้วหันมาจ้องหน้าเขาจริงจัง ภายในดวงตาคู่สีเข้มสลับซับซ้อนมีบางอย่างที่เขาอ่านไม่ออก บางอย่างที่ก้ำกึ่งระหว่างความว้าวุ่นรำคาญใจ...และหวั่นไหว ก้องยังไม่ทันเอ่ยปากก็ได้ยินเสียงคนตรงหน้าถามเรียบๆ

 

“นี่มึงไม่รู้จริงๆ เหรอวะก้อง”

 

“หืม? รู้อะไร?”

 

เขาถามกลับเพราะมึนงงจริงๆ ออยชะงัก เคี้ยวริมฝีปากแล้วหลุบตาต่ำ แก้มเล็กๆ ซับสีเลือดราวกับกุหลาบขาวซับน้ำเลี้ยงสีแดง ยังไม่ทันที่ก้องจะเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในการกระทำแปลกๆ ของผู้เป็นเพื่อนสนิท อีกฝ่ายก็ผุดลุกขึ้นพรวดพราด รวบรวมข้าวของของตัวเองแล้วกระแทกเท้าหนีไปโดยไม่มองหน้าเขาอีกเลย

 

 

 

“ใครไม่รู้ก็โง่ต่อไปเถอะ!”















#ฟิคไม่มีเหตุผล

___________________________


ทุกคนช่วยเข้าใจน้องออยด้วยนะ น้องอาย น้องไม่อยากพูดแล้วกลับคำ55555

ปล่อยคุณเพื่อนไม่รู้ไปอีกสักพักเถอะ


เรื่องนี้เป็นพล็อตที่ร่างไว้นานแล้วครับ และก็คงจะเก็บไว้อีกสักพักถ้าไม่ใช่เพราะวีคลี่รอบนี้โจทย์เป็น school

 (ถึงมันจะมีพาร์ทมหาลัยอยู่นิดนึงก็เถอะ //หลบตา)

สอบเสร็จแล้ว เย้ หายไปเพราะว่าสอบอยู่นี่แหละ5555


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 16:44
    แน่ะ นายก้องซื้อบื้อไปมั้ยยย
    #162
    0
  2. #161 Adriane_SG (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 02:18

    น้องออยสู้ๆนะคะ55555555 นายก้องนายซื่อบื้ออะ

    #161
    0
  3. #160 PanKunMuMiEiEi (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 14:12

    ฮั่นแน่น้องออยยย เอาใจช่วยให้เพื่อนคนนั้นเขารู้ตัวเร็วๆนะคับ55555

    #160
    0
  4. #159 Staranguni (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 15:08
    อ่านฟิคไรท์ที่ไรใจมันยุบยิบๆ ตลอดเลยย //ขอให้ก้องรู้ตัวเร็วๆ นะ5555
    #159
    0
  5. #158 fernfern_br (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 14:29
    เราว่าเรารู้นะออย ก้องอย่าเพิ่งมาโง่ตอนนี้ดินาย 555555555555555555555555
    #158
    0
  6. #157 FluffyMW (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 11:56
    น้องออยชอบเพื่อนเเหละเเต่เขินไม่กล้าบอก น่ารักกกก ติดตามฟิคคุนไรท์ตลอดเลยคับ เเงละมุนทุกเรื่องเลย
    #157
    0
  7. #156 WAWAKANGSOM (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 23:53
    มันน่ารักมากเลยอ่าเตงงง แล้วคือเราชอบเพลงนี้มากอยู่แล้ว พอยิ่งอ่านๆไปก้ยิ่งเขิน ตอนสุดท้ายคือแบบน้องเขิน น้องมั่ยพูด
    #156
    0
  8. #155 jungleshinn (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 20:22
    โอ้ย หลงรักฟิคคุณตลอดเลยค่ะ เรื่องนี้น่ารักมากตอนแรกอ่านแล้วใจเจ็บจี๊ดๆเลย แต่ตอนหลังๆก็คือ y———y ไม่รู้ไปก่อนเนอะน้องออยเขาเขินอ่าคับ ฮือ น่ารักมากเลยค่ะ ภาษาสวยเหมือนเดิม🤍🤍🤍👍🏻
    #155
    0
  9. #154 jungleshinn (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 20:22
    โอ้ย หลงรักฟิคคุณตลอดเลยค่ะ เรื่องนี้น่ารักมากตอนแรกอ่านแล้วใจเจ็บจี๊ดๆเลย แต่ตอนหลังๆก็คือ y———y ไม่รู้ไปก่อนเนอะน้องออยเขาเขินอ่าคับ ฮือ น่ารักมากเลยค่ะ ภาษาสวยเหมือนเดิม🤍🤍🤍👍🏻
    #154
    0