[os/sf seventeen] Coffee, Tears, Moonlight

ตอนที่ 22 : [os] Another day :「Another sign the sequel」|| soonhoon special for #OddToYouInBkk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    22 ธ.ค. 62


Photo by Manki Kim on Unsplash




เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงเพราะการพูดเล่นไปเรื่อยเปื่อยในค่ำวันหนึ่ง



อดีตเจ้าของคลับโฮสต์จอดรถดับไฟนิ่งอยู่หน้าบ้านเดี่ยวซึ่งมีบริเวณกว้างขวางจนเห็นเพียงแสงไฟลิบๆ จากด้านนอก เขาเพิ่งเลิกงานประจำซึ่งเป็นธุรกิจที่เขาหันมาทำเป็นหลักแทนคลับที่ขายหุ้นให้รุ่นน้องเกือบร่วมสองปีมาได้แล้ว แขนเสื้อเชิ้ตสีขาวพับขึ้นจนเห็นนาฬิกาข้อมือวิบวับเป็นประกายในความมืดเมื่อชายหนุ่มเหลือบมอง


เขารออยู่เกือบสิบนาทีได้แล้ว ทว่ายังไม่ปรากฏความร้อนใจใดๆ บนใบหน้านิ่งเฉย วันไหนที่จีฮุนมาส่งลูกที่บ้านภรรยาเก่าก็มักจะใช้เวลาล่ำลาบุตรสาวตัวน้อยนานเช่นนี้เป็นปกติ ปีนี้เยนาอายุเก้าขวบแล้ว กำลังตื่นเต้นสนใจการทำอาหารตามประสาเด็กๆ คุณพ่อติดลูกอย่างจีฮุนจึงซื้อมีดทำครัวแบบไม่มีคมไว้ให้ ครัวในคอนโดก็มีทั้งเตาอบ หม้อลายการ์ตูน และเก้าอี้ต่อขาไว้ให้ลูกสาวสุดที่รักจนบางทีซูนยองก็ล้อขำๆ ว่าถ้าเยนาอยากเป็นนักบินอวกาศ จีฮุนคงซื้อสถานีอวกาศไว้รอลูกเลยกระมัง


สัญญาอย่างไม่เป็นทางการระหว่างจีฮุนกับอดีตภรรยาทำให้อีกฝ่ายได้ใช้เวลากับบุตรสาวเพียงทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือบางครั้งที่ครอบครัวใหม่ของฝ่ายนั้นต้องไปทำงานต่างประเทศเช่นคราวนี้ แรกๆ ซูนยองยังไม่มั่นใจว่าจีฮุนจะอยากให้เขาทำความรู้จักกับลูกและภรรยาเก่าของเจ้าตัวไหม แต่อดีตลูกค้าตัวเล็กที่เลื่อนสถานะมาเป็นคู่ชีวิตของเขาไม่เคยปิดบังว่าทั้งคู่อาศัยอยู่ด้วยกัน แถมยังให้เยนาเรียกเขาว่าคุณอาเต็มปากเต็มคำเสียด้วย เรื่องนี้ยังคงจุดรอยยิ้มมุมปากเขาทุกครั้งที่หวนคิดถึง


ซูนยองเอื้อมมือไปสตาร์ตรถและเปิดเครื่องปรับอากาศเบาๆ เมื่อเห็นเงาเล็กเดินออกจากประตูรั้วบ้าน ไอเย็นพรั่งพรูเข้ามาในตัวรถเมื่อประตูถูกเปิดออก เขารับกระเป๋าจากคนที่แทรกตัวเข้ามานั่งก่อนเอี้ยวตัวไปวางไว้ที่เบาะหลัง


“เป็นไงบ้างครับ? ลูกงอแงไหม?”


“ไม่หรอกครับ เยนาโตแล้ว” อีกฝ่ายตอบเรียบๆ แต่รอยยับย่นบนเสื้อสูททำให้จินตนาการออกว่าคงโดนกอดรัดฟัดเหวี่ยงมาแน่ “คุณทานข้าวมาหรือยังครับ?”


“ทานแล้วครับ” เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคงรับประทานกับลูกสาวมาแล้ว ซูนยองเลยเลือกที่จะหาอะไรกินเอง ชายหนุ่มเข้าเกียร์และออกรถพลางส่งเสียงชวนคุย “หรือคุณหิวอีกรอบไหม? ที่บ้านเรายังมีขนมปังอยู่นะ ผมทำแซนวิชให้คุณกินได้”


การเคลื่อนไหวของคนที่นั่งข้างกายชะงัก ซูนยองหลิ่วตามองแต่กลับเห็นคนหน้านิ่งขมวดคิ้วนิดๆ


“ขนมปังหมดแล้วไม่ใช่เหรอครับ ตั้งแต่วันพฤหัสน่ะ”


“ยังเหลือครับ” เขาตอบ รู้สึกขบขันขึ้นทุกขณะเมื่ออีกฝ่ายโต้


“หมดแล้วจริงๆ ครับ ผมจำได้ ผมเป็นคนกินคนสุดท้ายเอง”


“งั้นมาพนันกันไหมครับ” เขาเสนออะไรง่ายๆ ให้อย่างนึกสนุก “ถ้าคุณพูดถูก ผมจะยอมทำงานบ้านตลอดทั้งสัปดาห์นี้ให้ แต่ถ้าผมเป็นฝ่ายถูก...”


สายตาที่จับจ้องมาจากฝั่งขวาทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังให้ความสนใจ ซูนยองยิ้ม ตั้งใจหันไปโปรยยิ้มอ่อนหวานล่อลวงในจังหวะที่รถชะลอลงเพื่อเลี้ยวออกจากซอย


“คุณต้องมาเป็นโฮสต์ของผมวันนึงนะ”


แน่นอนว่าจีฮุนลังเล แต่คนรู้ใจอย่างเขาอ่านทางอีกฝ่ายออกหมดแล้วว่าต้องแกล้งทำเป็นพูดเล่นอย่างไม่ใส่ใจนักเจ้าตัวถึงจะยอมรับปาก และแน่นอนว่าเขาเป็นฝ่ายชนะพนันอย่างขาดลอย


เช้าวันรุ่งขึ้นซูนยองตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ทั้งที่เป็นวันหยุด พลันเหลือบเห็นแผ่นหลังกลมๆ ของคนที่ขดตัวจนเป็นก้อนลายทางนอนอยู่มุมนึงของเตียง ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ เท้ามือคร่อมร่างเล็กไว้หลวมๆ จับสังเกตจากเปลือกตาบางที่ปิดสนิทและลมหายใจสม่ำเสมออย่างน่าเอ็นดูขณะโน้มหน้าลงไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งประทับริมฝีปากลงบนแก้มใสอย่างแผ่วเบา


แพขนตาสั้นๆ ขยับกระทบกันสองสามครั้งก่อนลืมตาทันที ข้อนิ้วเรียวขยี้ตาพลางช้อนตาขึ้นมอง เจ้าตัวดูงุนงงไม่น้อยที่เขาเข้ามาใกล้ถึงขนาดนี้


“มีอะไรครับ?”


“ตื่นได้แล้วครับคุณโฮสต์ของผม” เขาว่ายิ้มๆ ขโมยจุ๊บแก้มคนที่ทำหน้ามึนๆ ในยามเช้าไปอีกที จีฮุนจึงได้สติลุกขึ้นและผลักเขาออกตามความเคยชิน เขาดึงมือเล็กไว้ รู้สึกเอ็นดูเจ้าหมีขาวตรงหน้าเหลือเกิน


“นี่คุณผลักลูกค้าเหรอครับ?”


อีกฝ่ายเพิ่งรู้ตัว “ขอโทษครับ ผมแค่จะไปอาบน้ำ”


“คุณขัดใจลูกค้าแล้วจะให้ผมปล่อยผ่านเพราะแค่ขอโทษเหรอครับ” ซูนยองหัวเราะเบาๆ แต่ก็ยินยอมปล่อยให้โฮสต์ฝึกงานตัวน้อยต้วมเตี้ยมไปเข้าห้องน้ำตามกิจวัตร


มุมปากขยับอมยิ้มทันควันเมื่อเห็นคนที่เคยนั่งมองเขาทำอาหารตาปริบๆ ลุกขึ้นมาใส่ผ้ากันเปื้อนและกำลังหัวหมุนเตรียมอาหารเช้าเมื่อซูนยองออกจากห้องน้ำมาเจอ เขาแกล้งเข้าไปยืนซ้อนโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง สูดกลิ่นหอมของขนมปังปิ้งและกลิ่นกายจากซอกคออีกฝ่ายจนพอใจจึงสวมกอดคนตัวเล็กจากด้านหลังแล้วหอมแก้มนิ่มฟอดใหญ่ จีฮุนสะดุ้ง ถอยกรูออกจากอ้อมแขนเขาตามสัญชาตญาณ


“ปฏิเสธลูกค้าอีกแล้วเหรอครับ?”


“ร้านคุณมีกฎห้ามลูกค้าแตะเนื้อต้องตัวโฮสต์” คำตอบของอีกฝ่ายเรียกเสียงหัวเราะในลำคอของคู่สนทนา พอตื่นเต็มตาแล้วหัวไวเชียวนะ


“กฎนั่นมีเฉพาะในร้าน ถ้าคุณโฮสต์ยอมตามผมมาถึงบ้าน นั่นก็เท่ากับเต็มใจแล้วนะครับ”


คำยืนยันจากเจ้าของร้านทำเอาคนตัวเล็กเบิกตาโตอย่างตื่นๆ เขาแสร้งทอดสายตาอ้อยอิ่งไปยังริมฝีปากนุ่มนิ่มสีชมพู กัดปากตัวเองเบาๆ และช้อนมองคนตรงหน้าอย่างกรุ้มกริ่ม จีฮุนกลอกตาเลิ่กลั่กแล้วหลับตาปี๋เมื่อซูนยองโน้มหน้าเข้าไปหา ลมหายใจปะปนกันขณะที่ไอร้อนจากกันและกันรินรดบนปลายจมูก...


“...ผมล้อเล่นน่ะครับ”


“นี่คุณ!”


จีฮุนเบิกตาโตพลางฟาดมือเต็มแรงใส่คนที่เบี่ยงหน้าออกในวินาทีสุดท้ายและหัวเราะฮ่าๆ ใบหูเล็กแดงก่ำขณะเจ้าตัวหันไปตักอาหารใส่จานและเดินไปที่โต๊ะอย่างรวดเร็วแทบมองตามไม่ทัน ซูนยองรีบเดินตามด้วยรอยยิ้ม เผลอเอาใจอีกฝ่ายด้วยการอ้อมไปแก้โบที่ต้นคอด้านหลังและเอวเพื่อดึงผ้ากันเปื้อนออกให้อย่างเบามือ


“จู่ๆ คุณก็มาบอกให้ผมเป็นโฮสต์ของคุณ ผมยังไม่รู้เลยนะครับว่าเป็นโฮสต์ต้องทำอะไรบ้าง” ซูนยองอดยิ้มกว้างขึ้นอีกไม่ได้เมื่อได้ยินอีกฝ่ายบ่นงุบงิบ “จำเป็นต้องแตะเนื้อต้องตัวกันด้วยเหรอครับ? คุณยังไม่เคยทำแบบนั้นกับผมเลย”


“ไม่หรอกครับ ผมไม่ทำเพราะผมรู้ว่าคุณไม่ชอบให้แตะตัว แต่ลูกค้าที่ชอบสกินชิพก็มีอยู่เหมือนกัน” เขาเลือกที่จะไม่บอกว่าตนชอบหรือไม่ชอบ แต่ลูบคลำมือขาวเนียนแทนคำตอบ จีฮุนสะดุ้ง แต่ไม่ชักมือกลับในทันที “ไม่ต้องทำอะไรมากหรอกครับ แค่เอาใจผมก็พอ”


“ครับ” เจ้าตัวพยักหน้าหงึกๆ เขาลูบศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมนุ่ม พยายามปรับสีหน้าให้กลับไปจริงจังอย่างแนบเนียนเมื่อเดินไปนั่งเก้าอี้ประจำตรงข้าม


“อันที่จริงแล้ววันนี้ผมไม่พอใจคุณเลยนะครับ คุณปฏิเสธผมตั้งสองรอบ”


“ขอโทษครับ” ท่าทางจีฮุนจะไม่รู้ตัวเลยว่าโดนแกล้ง สีหน้าหงอยๆ ทำเอาเขากลั้นยิ้มแทบแย่


“แค่ขอโทษเหรอครับ? เป็นโฮสต์ต้องง้อลูกค้าหน่อยสิ”


“แล้วผมต้องทำยังไงคุณถึงจะหายโกรธล่ะครับ?”


“อืม...คุณคิดว่าผมชอบแบบไหนล่ะครับ?”


“แต่คุณไม่เคยโกรธผมนี่...?” แววตาใสแจ๋วสั่นไหว


ซูนยองสะอึกทันควัน


ไม่เคยโกรธหรือ...? อันที่จริงเขาแทบไม่เคยแสดงความรู้สึกด้านลบออกไปให้อีกฝ่ายเห็นต่างหาก ไม่ใช่เพราะไม่จริงใจ แต่เพราะไม่ต้องการให้ภาพจำของตนเองในสายตาจีฮุนมัวหมองไปเสียมากกว่า


“รู้ได้ไงครับ ผมอาจจะโกรธคุณแต่ไม่พูดก็ได้นี่” เขาตอบกลั้วหัวเราะ ก่อนขยายความด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ “ผมเป็นโฮสต์มานาน เรื่องไหนไม่พอใจก็เก็บไว้ นานๆ เข้าก็กลายเป็นว่าผมเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องเล็กไปหมด จะให้ไม่พอใจอะไรก็คงยากแล้วล่ะครับ”


“อ๋อ...”


ดวงตากลมแป๋วกะพริบเชิงรับรู้ เขาโน้มตัวไปข้างหน้า แสร้งทำเป็นขึงขัง


“แต่คุณก็ต้องฝึกไว้นะครับ วิธีง้อลูกค้าน่ะ”


“ยังไงดีล่ะครับ...” ปากบางเม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด คิ้วเรียวขมวดมุ่น นี่ดูน่ารักมากจริงๆ ไม่เข้าใจเลยว่าคนที่เห็นหน้ากันทุกวันมาเป็นปีๆ ทำไมถึงยังน่ารักยิ่งๆ ขึ้นไปได้อีกนะ


“กินข้าวก่อนเถอะครับ เดี๋ยวคุณจะไปนัดสาย ไว้ค่อยง้อผมตอนเย็นก็ได้”


“ได้เหรอครับ?” เจ้าตัวยังคงคิ้วยุ่งไม่หาย แต่ยอมอ้าปากงับช้อนที่เขาส่งไปป้อนให้ถึงที่อย่างว่าง่าย


ถึงจะบอกว่าให้จีฮุนมาเป็นโฮสต์ของเขา แต่เอาเข้าจริงซูนยองก็เผลอตักนู่นตักนี่และทาแยมบนขนมปังให้อีกฝ่ายตามความเคยชิน จังหวะที่เขารุนหลังอีกฝ่ายไปที่ประตูเมื่อสวมสูทให้และตรวจเช็กความเรียบร้อยให้เสร็จสรรพ เจ้าตัวเล็กก็หมุนตัวกลับมาเกาะแขนเขาไว้ ตากลมช้อนมองแฝงความรู้สึกผิดไว้เต็มหัวใจอย่างไม่อาจเคลือบแคลงสงสัยได้แม้แต่นิดเดียว


“คุณครับ หายโกรธผมนะ...”




โอเค แพ้


แพ้ไปหมดแล้ว แพ้ตั้งแต่เป็นคุณแล้วครับ เฮ้อ...











อันที่จริงแล้วซูนยองก็ไม่ได้คิดอะไรจริงจังกับการให้จีฮุนมาเป็นโฮสต์ของเขาหรอก เพราะกว่าคุณกรรมการผู้จัดการบริษัทจะเสร็จธุระด่วนในวันเสาร์ก็ล่วงเลยไปเกือบสองทุ่มได้แล้ว เขารับคนตัวเล็กขึ้นรถมาตอนสองทุ่มสิบห้านาที ร่องรอยความเหนื่อยล้าภายใต้สีหน้านิ่งเฉยของอีกฝ่ายช่างแตกต่างจากการไปพบบุตรสาวเมื่อวาน


 “งานเยอะเหรอครับ?”


“ครับ แต่เป็นเพราะเขาเสนอให้ผมเข้ามาเช็กงานวันนี้เลยด้วย ผมปฏิเสธไม่ได้ก็เลยยอมตามไป ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้รอ” จีฮุนยกมือขึ้นถูขมับและเปลือกตาไปมา “อันที่จริงผมต้องขอบคุณคุณนะครับที่ทำให้เขายอมปล่อยผมมาได้”


“ขอบคุณผม?”


“ผมบอกเขาว่าแฟนมารอรับแล้วน่ะครับ เขาถึงจะยอมปล่อย”




อื้อฮือ คิดว่าแฟนเราแม่งน่ารักฉิบหายวันละหลายๆ สิบรอบนี่เป็นเรื่องปกติใช่ไหมครับ...




ถึงอย่างไรซูนยองก็ต้องแสร้งตีหน้าเฉยเหมือนหัวใจไม่ได้เพิ่งถูกคลื่นลูกใหญ่โจมตีมาหมาดๆ “คุณทานข้าวหรือยังครับ?”


“ทานแล้วครับ แต่ยังไม่อิ่มเลย”


“งั้นซื้ออะไรไปกินง่ายๆ บนห้องดีไหมครับ?” เขาเสนอความเห็นเมื่อเจ้าลูกหมีขาวทำตาใสว่างเปล่าเหมือนรอให้เขาบอกอย่างเดียว ตกลงกันได้ตามนั้นเขาจึงขับรถพาผู้เป็นคู่ชีวิตไปยังห้างสรรพสินค้าขนาดเล็กใกล้คอนโดที่พวกเขาอาศัย ท่าทางจีฮุนจะกระตือรือร้นขึ้นมาบ้างตอนที่แย่งรถเข็นจากเขาไปเข็นเอง คอยถามไถ่เอาอกเอาใจว่าเขาอยากกินอะไรบ้าง ถึงซูนยองจะแกล้งตอบเอาใจอีกฝ่ายไปบ้างก็เถอะ


“อยากทานของหวานไหมครับ?”


“อื้อ...ไม่สิ ผมต้องถามคุณนะ” ริมฝีปากบางประดับรอยยิ้มสดใสมุ่ยลงทันควันเมื่อถูกแย่งหน้าที่ ซูนยองหัวเราะ ขยี้ศีรษะอีกฝ่ายเบาๆ ขณะที่จีฮุนเข็นรถเข็นไปอีกสองสามบล็อก บนชั้นมีพุดดิ้งมากมายหลากหลายรสวางเรียงอยู่


“พุดดิ้งไหมครับ” จีฮุนบอกพลางเอื้อมมือไปหยิบพุดดิ้งกาแฟของโปรดตนใส่รถเข็นอย่างไม่ลังเลแต่แล้วก็ต้องชะงัก หันมามองหน้าเขานิ่งๆ “คุณชอบทานรสอะไรครับ?”


เขาแกล้งตีหน้านิ่งตาม “คุณเคยเห็นผมทานรสไหนล่ะครับ”


“...” สายตาอีกฝ่ายเลื่อนไปจ้องพุดดิ้งบนชั้นเขม็ง จ้องนานเสียจนเขาต้องกลั้นหัวเราะแทบแย่ แล้วเจ้าตัวก็หันมาให้คำตอบเขาด้วยสายตาเคร่งเครียดเหมือนตอบคำถามชิงเงินล้าน


“ผมคิดว่าคุณทานเหมือนผมนะครับ”


ซูนยองยิ้มโดยไม่ตอบอะไรพลางเอื้อมมือข้ามไหล่คนตัวเล็กไปหยิบคัสตาร์ดพุดดิ้งมาใส่ในรถเข็น รับรู้ได้ว่าถูกลอบมองเป็นระยะๆ แต่ในเมื่อจีฮุนไม่ปริปากพูดก่อน เขาก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ตัว ดึงรถเข็นในมืออีกฝ่ายให้ตรงไปยังเคาน์เตอร์จ่ายเงิน











ระหว่างมื้อค่ำอดีตลูกค้าของเขาเอาแต่เขี่ยอาหารในจานไปมาอย่างใจลอย ขนาดซูนยองจ้องหน้าตรงๆ ยังไม่มีวี่แววจะรู้ตัว บ่าทั้งสองข้างลู่ลงจนเหมือนหดกลับไปเป็นเด็ก นี่ทำให้เขาไม่สบายใจเลย...ไม่ได้คิดจะแกล้งจริงจังเสียหน่อย เกิดอะไรขึ้นกับคนที่เข้มแข็งกับทุกเรื่องอย่างจีฮุนนะ


เจ้าตัวได้สติตอนที่ซูนยองหยิบพุดดิ้งออกจากตู้เย็น รีบลุกไปหยิบจานแล้วดึงถ้วยพุดดิ้งจากมือเขาไปแกะใส่จานให้


“เดี๋ยวผมทำให้ครับ”


“ขอบคุณครับ” เขาเอื้อมมือไปรับ ถือโอกาสกุมทับมือเล็กไว้ ทว่าคราวนี้อีกฝ่ายไม่ได้ชักมือกลับเพราะเขาค่อยๆ กุมอย่างนุ่มนวล “คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”


“เปล่าครับ” เจ้าตัวก้มหน้านิ่ง หน้าผากใสเหมือนมีป้ายตัวโตๆ แปะไว้ว่า ‘เป็น’ ซูนยองเริ่มรู้สึกว่าชักไม่ได้การ จึงเลื่อนตัวลงจากเก้าอี้ไปคุกเข่าอยู่ข้างๆ คนตรงหน้า กุมมือเล็กไว้มิดขณะพยายามช้อนมองหน้าอีกฝ่าย


“จีฮุน คุณไม่สบายใจหรือเปล่า?”


“ไม่ —” ประโยคนั้นชะงักเมื่อเขาเอื้อมไปแตะแก้มขาว แนบเบาๆ ด้วยหลังมือ และเลื่อนไปยังซอกคอ อุณหภูมิในร่างอีกฝ่ายยังคงปกติ ทว่าสิ่งที่ไม่ปกติคือแววตาไหวระริกที่มองอากัปกิริยาของเขา ราวกับอัดแน่นไปด้วยถ้อยคำนับล้านที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย


“เราคุยกันแล้วนะครับ ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจให้บอกผมตรงๆ จำได้ไหม? ผมเป็นแฟนคุณนะ”


“ทั้งๆ ที่เป็นแฟนกัน แต่ผมกลับจำเรื่องของคุณไม่ได้สักอย่างเนี่ยนะครับ” จีฮุนหลุดปากแล้วก็ก้มหน้านิ่ง


ซูนยองเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ และในวินาทีต่อมาก็ต้องเบือนหน้ากลั้นยิ้ม ใบหูขาวจัดของอีกฝ่ายยิ่งขึ้นสีระเรื่อราวกับผลไม้สุก เขาพยายามตั้งสติปรับสีหน้าให้จริงจังเพื่อต่อบทสนทนาแม้จะรู้สึกเอ็นดูจนอยากจะรวบร่างเล็กตรงหน้ามากอดฟัดซ้ำๆ ให้สมใจ


“เรื่องพุดดิ้งน่ะเหรอครับ?”


“เรื่องพุดดิ้งที่คุณชอบ เรื่องที่คุณชอบให้สกินชิพ เรื่องที่คุณชอบให้ผมพูดด้วยแบบไหน ผมไม่รู้อะไรเลย...ไม่รู้อะไรสักอย่าง ทั้งๆ ที่คุณทำให้ผมมากมายขนาดนี้ แต่ผมกลับตอบแทนไปไม่ได้เลย..”


“จีฮุน...”


น้ำเสียงของอีกฝ่ายสั่นเครือราวกับจะร้องไห้ ซูนยองรีบลุกขึ้นแล้วโน้มตัวลงไปกอดคนตรงหน้า ร่างน้อยที่สั่นเทาอยู่ในอ้อมแขนเขายกมือขึ้นคว้าชายเสื้อเขาไว้ ค่อยๆ ยึดกำไว้แน่นราวกับระบายสิ่งที่บีบรัดอยู่ในใจ


“ผมอยากรู้...อยากรู้ว่าคุณชอบอะไร ไม่ชอบอะไร อยากรู้ว่าคุณรู้สึกยังไง ชอบให้ผมทำแบบไหน ผมอยากรู้จริงๆ แต่ผมสังเกตไม่เก่งเลย ผมควรทำยังไงดีครับ ผมไม่อยากให้คุณพยายามอยู่คนเดียวนี่นา...”




พยางค์สุดท้ายขาดห้วง ราวกับแก้วบางใสที่ตกกระทบพื้นและกระจายแหลกเป็นเม็ดทราย




ซูนยองยังไม่โต้ตอบในทันที ชายหนุ่มลูบศีรษะเล็กที่ซุกซบกับบ่าตนไปเรื่อยๆ อย่างใจเย็น ทว่าในใจซาบซึมทีละน้อย... อาจจะเป็นความผิดเขาเองที่เคยชินกับการเอาอกเอาใจทุกคนที่เข้ามาในชีวิต จนลืมบอกความปรารถนาของตัวเองออกไป รู้สึกขันจนอยากหัวเราะออกมาดังๆ ครั้งสุดท้ายคือเมื่อไหร่กันนะที่มีคนใส่ใจความรู้สึกเขาถึงขั้นเสียใจเพราะทำเพื่อเขาได้ไม่ดีพอ...ทำเพื่อเขางั้นเหรอ ควอนซูนยองคนนี้ยังมีค่าพอให้คนอื่นทำเพื่อด้วยสินะ...


หัวใจที่ถูกหล่อหลอมด้วยเปลือกอันแข็งกระด้างถูกลอกล่อนไปทีละชั้น จนเหลือเพียงเนื้อแท้อันอบอุ่นและอ่อนละมุน เขาค่อยๆ ผละออกเพื่อสำรวจดวงหน้าคนในอ้อมแขน เจ้าหมีขาวของเขาไม่ได้ร้องไห้หรอก แต่ขอบตาแดงก่ำบ่งบอกว่าปริ่มจะร้องอยู่รอมร่อ


ชายหนุ่มคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน


“คิดมากไปแล้วนะครับคุณ”


เลื่อนมือไปประคองใบหน้าอีกฝ่าย ไล้นิ้วโป้งบนแก้มนิ่มไปมาอย่างทะนุถนอม จีฮุนช้อนตาขึ้นมามองเป็นจังหวะเดียวกับที่เขาพูดช้าๆ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่สวยราวกับจะเปิดเปลือยและถ่ายทอดความรู้สึกลึกล้ำ ให้คุณพ่อลูกหนึ่งที่แสนจะอ่อนต่อความสัมพันธ์แบบคู่รักได้เข้าใจ


“รู้อยู่แล้วครับ แล้วก็ไม่ได้คิดว่าผมพยายามอยู่คนเดียวด้วย คุณก็พยายามอยู่มากๆ นี่นา เพียงแต่คุณอาจจะต้วมเตี้ยมกว่าผมแค่นั้นเอง คนเราก็มีทั้งเรื่องถนัดและไม่ถนัดนะครับ”


กระแสไฟฟ้าแล่นปราด ผ่านนัยน์ตาสองคู่ที่สบกันในระยะประชิด ผ่านผิวกายที่แนบชิด และโอบล้อมหัวใจเราให้ใกล้ชิดกัน


คนตรงหน้านิ่งอึ้งไปพักหนึ่งก็ลุกขึ้นแล้วสวมกอดเขาไว้


ซูนยองแกล้งรัดร่างเล็กๆ ไว้แน่น ฝังจมูกกับเรือนผมนุ่มและเคลียไปมาอย่างแสนมันเขี้ยว จีฮุนของเขาก็ยังเป็นคนเดิมที่ไม่รู้จักสนใจคนรอบข้างเอาเสียเลย เพียงแต่เขามีความสุขที่จะได้เฝ้ารอ มันก็โอเคสำหรับเราสองคนแล้วนี่นะ...เขาพูดปนหัวเราะ


“ก็เป็นลูกหมีขาวจะมาเอาชนะอะไรกับเสือล่ะครับ”


“นี่คุณ” จีฮุนเงยหน้า ปลายจมูกแดงก่ำขณะเจ้าตัวย่นจมูกพลางเขย่าอกเสื้อเขา “ใครเป็นลูกหมีขาวไม่ทราบ?”


“โอ๊ะ ไม่รู้เหมือนกันสิครับ ใครนะ” เขาแกล้งชะเง้อหาก่อนมาจบที่จุมพิตบนจมูกกลมๆ ของคนตรงหน้า “แถวนี้มีแต่เจ้ากวางรูดอล์ฟจมูกแดงนี่นา”


“คุณน่ะ!”


กำปั้นเล็กๆ ทุบลงบนอกเขาอย่างเหลืออด เขาหัวเราะ ใบหน้าเนียนของอีกฝ่ายซุกกับอกเขาอีกรอบอย่างหมดคำพูดและเขาก็ตามใจ ปล่อยให้เจ้าตัวยืนกอดและม้วนนิ้วกับชายเสื้อด้านหลังของเขาไปเรื่อยๆ




“ไม่ใช่เสือสักหน่อย”




วินาทีใดวินาทีหนึ่ง คนในอ้อมแขนเขาก็งุบงิบพึมพำออกมา


“ครับ?” อันที่จริงซูนยองได้ยินแล้ว แค่ได้ยินไม่ถนัดเท่านั้น


ร่างเล็กขยับไปมาราวกับอึดอัดใจ เขารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังขัดเขิน แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่รับรู้


“เป็นคุณ”


“ครับ ผมเอง”


อยากจะแหย่ล้อเจ้าหมีขาวนักที่พอเขินก็พูดออกมาไม่เป็นเรื่องเป็นราว แต่ก็ต้องอดใจไว้จนกว่าเจ้าตัวจะกล้าพูดออกมาจนครบ


“เป็นคุณของผม”


“ครับ เป็นควอนซูนยองของคุณอีจีฮุนเองครับ”






ไม่ว่าจะด้วยอัตราเร็วและความเร่งเท่าไหร่กว่าวงโคจรของเราจะซ้อนทับกัน สิ่งสำคัญมากไปกว่าการที่เราจะรู้ใจกันและกันในวันนี้ คือการที่เราจะเข้าใจกันและรู้จักอดทนรอกันมากพอที่จะก้าวไปในวันพรุ่งนี้พร้อมกันหรือเปล่า




เขาคือควอนซูนยองที่ชอบสกินชิพ ชอบจุมพิตหวานๆ ในยามเช้า ชอบพุดดิ้งคัสตาร์ดมากกว่าพุดดิ้งกาแฟ


แต่ยังไงก็ชอบอีจีฮุนที่สุดอยู่ดีนั่นแหละ




















#ฟิคไม่มีเหตุผล

___________________________


มาตามสัญญาครับ ภาคต่อของ another sign ที่เอาไปแจกที่คอนเซบ

(ทุกอย่างมันผ่านไปเร็วมากฮือออ คิดถึงน้องอีกแล้ว ;-;)

ขอบคุณทุกคนที่อุตส่าห์ไปเอามากเลย และขอบคุณคนที่อุตส่าห์รออ่านในนี้ด้วยครับ


ถึงจะไม่มีโอกาสได้เขียนถึง แต่ก็อยากเล่าฝั่งคุณซูนยองไว้บ้าง

คุณซูนเขาโตมากับคุณแม่ที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวครับ ไม่เคยรู้ว่าพ่อตัวเองเป็นใคร คุณแม่ทำงานกลางคืน บางทีก็กลับดึกมากๆ บางทีก็ดื่มเหล้าเงียบๆ คนเดียว คุณซูนโตมาโดยรู้สึกว่าตัวเองต้องดูแลปกป้องคุณแม่ เลยเป็นคนที่มักยิ้มแย้มและไม่แสดงความต้องการของตัวเองออกไปเพราะคิดว่าไม่สำคัญ ถึงคุณแม่จะรักคุณซูนมากๆ และคุณซูนก็รักคุณแม่ แต่คุณซูนก็ไม่เคยสัมผัสถึงความรู้สึกที่มีคนมาเอาใจใส่เลย (เพราะงั้นคุณเค้าเลยมาหลงรักคุณลูกค้าหัวปักหัวปำอยู่แบบนี้นั่นแหละ5555)


ปีนี้ผ่านไปเร็วมากๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะผ่านไปอีกปีแล้ว

ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะเขียนฟิคมาถึงปีนี้เหมือนกัน

ถึงที่นี่จะเป็นแค่หนังสือเล่มเล็กๆ ท่ามกลางหนังสือมากมาย

แต่เพราะทุกคนที่ช่วยทำให้หนังสือเล่มนี้มีคุณค่ายิ่งขึ้นครับ

ขอบคุณจริงๆ ครับ


เมอร์รี่คริสมาสต์ และสุขสันต์วันปีใหม่นะครับ สวัสดีครับ

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #183 youthisyours (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 13:51
    แง น่ารักมาก แบบว่านะ เฮ้อ
    #183
    0
  2. #153 JjjjjB (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 22:54
    ยังไงก็ชอบเรื่องนี้มากๆอยู่ดี ขอบคุณไรท์นะคะ:)
    #153
    0
  3. #123 Zantax_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 21:59
    น่ารักอบอุ่นมากๆเลยค่ะ 💘
    #123
    0
  4. #122 hoshiscoco (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 21:54

    พอคนนึงเป็นพวกรับได้ทุกอย่าง อีกฝั่งไม่บอกก็ไม่รู้ แต่แคร์กันมากๆ ก็ออกมาเป็นแบบนี้สินะคะ! จริงๆ เพิ่งได้อ่านก่อนหน้านี้ไม่นาน แล้วก็น้ำตาซึมด้วยล่ะค่ะ /emotional อย่างไม่น่าเชื่อ


    เข้าใจความรู้สึกที่ว่า ถ้าดีขนาดนี้จะตอบแทนยังไงดีล่ะ อันที่จริงอาจจะอึดอัดอยู่หน่อยๆ ด้วย เพราะงั้นถึงจะได้รับการเอาใจใส่อยู่ก็ยังรู้สึกเหมือนว่าห่างกันอยู่ดี เลยดีใจที่เข้าใจกันได้


    ลูกหมีขาวน่ารักๆๆๆ กลิ่นอายฟิคนี้ออกจะเป็นผู้ใหญ่อยู่มาก แต่ก็ทำให้เอ็นดูได้เหมือนกัน ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ!

    #122
    0
  5. #121 Grizzlyjh. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 00:27
    ทำไมคำว่า ‘ต้วมเตี้ยม’ พอมาอยู่ในฟิคนี้แล้วมันน่ารักขึ้นเปนกองเลยล่ะคะ ยิ่งประโยค ‘โฮสต์ฝึกงานตัวน้อยต้วมเตี้ยม’ คิดภาพละเอ็นดูมาก ขนาดเรายังเอ็นดูขนาดนี้ละคุณควอนเค้าจะเอ็นดูมากขนาดไหนกันนะคะ แต่ต้องขอคอมเพลนโฮสต์ฝึกหัดคนนี้หน่อยนะคะ น่ารักน่าเอ็นดูเกินไปแล้ว! ตอนนั่งหงอยบอกตัวเองทำได้ไม่ดีเลย ก็คืออย่าคิดเยอะไปเลยนะคะ ค่อยๆเรียนรู้กันไป ยังไงคุณควอนก็ยังเป็นของอีจีฮุน ไม่ต้องรีบไปหรอกค่ะ //คุณอดีตโฮสต์ก็ร้ายใช่เล่นนะคะ ในใจก็คือดีใจตีลังกาไปแล้วสิบรอบ แต่ที่แสดงออกมาก็คือเหลือกระจึ๋งนึง วันหลังต้องแสดงมากกว่านี้นะคะ ไม่งั้นคุณโฮสต์ต้วมเตี้ยมของเราจะไม่ทันสังเกตเอา!
    #121
    0
  6. #120 fernfern_br (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 23:13
    แอแงงงงง เขินมากตอนคูมหมีขาวบอกคูมน้องซูนไม่ได้เป็นเสือนะ แต่เป็นคุณของผม
    #120
    0
  7. #119 อองอองเอง (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 19:13
    น่ารักอบอุ่นที่สุดเลยค่ะ แงงง เหมาะสมกันแล้วนะทั้งเจ้าหมีกับคุณเสือเลย เป็นความรักที่ดีของกันและกันมากๆ ขอบคุณสำหรับฟิคอุ่นๆ แบบนี้นะคะ ดีต่อใจมากๆ เลยค่ะ ;_____;
    #119
    0
  8. #118 JjjjjB (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 02:10
    งืออออออ ขอบคุณใากๆที่มาอัพในนี้ด้วยนะคะ อบอุ่นมากๆ ภาษา สำนวน การบรรยาย น่ารักมากๆจริงๆ ขอบคุณที่เขียนออกมานะคะ เมอร์รี่คริสต์มาสแอนด์แฮปปี้นิวเยียร์ค่ะ;)
    #118
    0
  9. #116 Staranguni (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 01:01
    แงงงง วันคอนนุวิ่งไปเอาไม่ทัน แต่ก็น่ารักๆมากๆๆๆเลยค่ะ แต่งฟิคดีๆแบบนี้ต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้คับ!
    #116
    0
  10. #115 bamMT1997 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 20:36
    อบอุ่นมากๆเลยค่ะ ขอบคุณไรท์เหมือนกันนะคะที่แต่งฟิคดีๆมาให้อ่าน สนุกทุกๆตอนเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ
    #115
    0