[os/sf seventeen] Coffee, Tears, Moonlight

ตอนที่ 20 : [os] Another sign || soonhoon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 627
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    5 ต.ค. 62



Photo by Louis Hansel on Unsplash








La vie club บาร์โฮสต์ที่ตั้งอยู่ในเงามืดของซอยในย่านบันเทิงใกล้กับย่านธุรกิจ และมักมีลูกค้าในวัยทำงานแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสายในยามค่ำคืน ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ ดนตรี เครื่องดื่ม การให้บริการที่ไม่ขาดตกบกพร่องจากโฮสต์หนุ่มหลากหลายวัยหลากหลายรูปแบบ ล้วนแต่ดึงดูดชวนให้ประทับใจจนเป็นที่กล่าวขานว่าบาร์แห่งนี้เป็นสวรรค์ลับๆ ของคนวัยทำงานโดยแท้จริง


ทว่าอันที่จริงพวกเขากำลังประสบปัญหาใหญ่


ไม่ใช่ปัญหาการเงิน ไม่ใช่ปัญหานักเลงเจ้าถิ่นอย่างที่คลับส่วนใหญ่มักประสบ แต่ปัญหานั้นอยู่ที่ผู้ชายร่างเล็กคนหนึ่งในชุดสูทแบบหนุ่มออฟฟิศ มักเข้ามาจับจองพื้นที่ด้านในสุดของร้านเป็นประจำทุกวันศุกร์ขณะที่โฮสต์มากหน้าหลากตาผลัดกันเข้าไปบริการเจ้าตัว ทว่าไม่ใช่เพราะเขาคนนั้นเงินหนา หรือช่างเรียกร้องจนทุกคนในร้านต้องให้ความสนใจหรอก


ปัญหาคือผู้ชายคนนั้นไม่ต้องการอะไรเลย


เครื่องดื่มอะไรก็ได้ ใครแบบไหนจะมานั่งด้วยก็ได้ เพียงแต่หากทำอะไรเกินเลย สายตาพิฆาตก็พร้อมกราดใส่พวกเขาจนแทบมอดไหม้เป็นจุณ เจ้าตัวยังไม่ชอบพูดเอง ไม่ชอบฟังคนพูดมาก ไม่ชอบให้แตะเนื้อต้องตัว ไม่ชอบให้ดูแลจุกจิก ไม่ชอบให้เอาใจ สรุปคือแค่เข้ามานั่งดื่มเฉยๆ และจากไปพร้อมทิ้งทิปส์ให้คนที่นั่งดื่มเป็นเพื่อนได้เกือบสี่ชั่วโมงโดยไม่ปริปากเกินจำเป็น


ฟังดูเหมือนจะรับมือง่าย แค่ใช้โฮสต์ฝึกหัดระดับปลายแถวก็น่าจะหลอกล่อให้อีกฝ่ายซื้อเครื่องดื่มราคาแพงได้ แต่ปัญหาอีกอย่างคือผู้ชายตัวเล็กคนนั้นมีใบหน้าเล็กจ้อยเพียงฝ่ามือ ผิวขาวเนียนละเอียดราวหยดน้ำนม ดวงตากลมแป๋วเหมือนตุ๊กตาและริมฝีปากบางสีชมพูเหมือนนมรสสตรอว์เบอร์รี่ บอกได้แค่เดินเข้ามาในร้านก็ทำเอาบรรดาโฮสต์มืออาชีพปั่นป่วนทะเลาะทุ่มเถียงกันหลังร้านแทบตาย


แต่อย่างที่บอก ด้วยความว่าเจ้าตัวไม่สนใจจะจดจำชื่อคนที่มานั่งด้วยด้วยซ้ำ คนที่รับผิดชอบจึงเปลี่ยนไปทุกสัปดาห์แล้วแต่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในการทะเลาะวันนั้น


“ผมบอกว่าวันนี้ตาผมไง!”


ดีโน่แผดเสียงลั่นห้องพักพนักงานในขณะที่บรรดารุ่นพี่หัวเราะร่วน ไม่มีใครอยากทะเลาะกับเจ้าเด็กคนนี้จริงจังหรอก พวกเขาแค่ทำแบบนี้บ่อยๆ เพราะเวลาน้องเล็กของร้านถูกแหย่ให้โกรธจนหน้าดำหน้าแดงมันน่ารักดีต่างหาก


“คุณจีฮุนเขาจะชอบแบบแกเรอะ ดูเป็นเด็กไม่รู้จักโตยิ่งกว่าเขาอีก คุยด้วยคงเหมือนเลี้ยงเด็กอนุบาล”


“ผมบอกว่าผมโตแล้วไง! บรรลุนิติภาวะแล้วด้วย!”


ร่างโปร่งของใครบางคนโฉบเข้ามาในห้องพัก เหลือบมองแท็บเล็ตขนาดพกพาในมือก่อนส่งเสียงเรียกเนิบๆ


“ชาน คุณแฮอินมาหา”


“อ้าว...”


หน้าจ๋อยๆ ของน้องเล็กทำเอาพวกรุ่นพี่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกรอบ โฮสต์ที่ดูอ่อนวัยอย่างดีโน่มีลูกค้าประจำแค่ไม่กี่คนและหนึ่งในนั้นคือเจ้าของชื่อที่โผล่มาในวันนี้พอดิบพอดี


“งั้นผมขอเลื่อนไปอาทิตย์หน้า! อาทิตย์หน้าผมต้องได้ดูแลคุณจีฮุน”


“ได้ไงวะชาน คนอื่นเขาก็เข้าคิวนะเว้ย”


“แต่วันนี้ผมไปไม่ได้อะ พี่อย่าแกล้งผมดิ!”


เสียงหัวเราะครืนและกระเซ้าเย้าแหย่ยังคงดังมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ผู้มาแจ้งข่าวโคลงศีรษะอมยิ้มนิดๆ


ใบหน้าและท่าทางของใครคนนั้นยังอยู่ในความทรงจำอย่างแจ่มชัด มือขาวออกอย่างนั้น หน้าตาจิ้มลิ้มเอาปานนั้น แค่เห็นก็รู้ว่าต้องเป็นที่หมายปองของบรรดาโฮสต์ในร้าน แต่ที่เขาคาดไม่ถึงคืออีกฝ่ายจะรับมือยากกว่าที่คิด


บางทีเขาอาจจะปล่อยอีกฝ่ายไปนานเกินพอแล้ว...?


“งั้นใครจะไปดูแลคุณจีฮุน? ใกล้จะได้เวลาที่คุณเขาจะมาแล้วนะ”


“วันนี้ผมไปเอง”


“อ้าว...เดี๋ยว พี่โฮช”


ดีโน่หันไปหาเจ้าของเสียงอย่างงุนงง แต่ก็ยังไม่ทันคนที่คว้าเสื้อคลุมแล้วเดินออกไปจากห้องพักพนักงานอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครค้านได้ แน่ล่ะ อีกฝ่ายคือควอนโฮชิ เจ้าของ La vie club และยังเป็นโฮสต์ฝีมือดีที่นานๆ ทีจะให้บริการลูกค้าหลังจากรามือไปเมื่อหลายปีที่แล้ว แต่ที่ทำให้น้องเล็กของร้านทักท้วงไว้เป็นเพราะเจ้านายของพวกเขาถนัดเป็นสายชวนคุยให้สบายใจมากกว่า ให้พูดจ้อคนเดียวเป็นชั่วโมงๆ ก็ยังไม่สะทกสะท้าน นับเป็นความสามารถพิเศษที่พวกเขานับถือยิ่ง


พนักงานในห้องมองหน้ากันเล็กน้อย จากนั้นก็แยกย้ายไปทำธุระของตนโดยไม่พูดอะไรอีก ดีโน่ขมวดคิ้วอย่างงุนงงก่อนจะหันไปเห็นรุ่นพี่อย่างแบคโฮสบตาแล้วสั่นศีรษะอย่างเอือมระอา




“ปล่อยไป สเป็คมัน”
















“ขอผมนั่งด้วยคนได้ไหมครับ?”


เครื่องดื่มสีสวยในมือเรียวส่องประกายล้อแสงไฟและกระทบแก้วตาอ่อนใสชวนมอง ลูกค้าตัวเล็กประจำวันศุกร์ของพวกเขาอยู่ในชุดทำงานอย่างเสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็คขนาดพอดีตัว มีเสื้อสูทลายทางถอดออกวางพาดไว้ข้างๆ อย่างเป็นระเบียบ อีกฝ่ายดูเนี้ยบจัดจนดูผิดที่ผิดทางในสถานที่แห่งนี้อย่างไรชอบกล


เจ้าตัวผงกศีรษะโดยที่ไม่เงยหน้ามามองคนพูดด้วยซ้ำ โฮชินั่งลงข้างอีกฝ่าย ลอบมองเสี้ยวหน้าอ่อนเยาว์ แขนขาบอบบางเกลี้ยงเกลา และรูปร่างเล็กกะทัดรัดชวนให้นึกถึงลูกสัตว์ตัวน้อย หน้าตาน่ารักขนาดนี้ ไม่แปลกที่ไอ้พวกลูกน้องเขาจ้องจะแย่งกันตาเป็นมัน ทำอย่างกับไม่ได้มาให้บริการ แต่มารับบริการอาหารตาจากคุณลูกค้าตัวเล็กเสียมากกว่า


อีกฝ่ายนั่งดื่มเงียบๆ แก้วแล้วแก้มเล่าเสียจนพวงแก้มใสแดงก่ำ เขาคอยสังเกตท่าทางของคนตรงหน้า บางทีก็ชงเครื่องดื่มให้ บางทีก็แนะนำเครื่องดื่มให้บ้าง ท่าทางของอีกฝ่ายเห็นได้ชัดว่าไม่ชำนาญกับเครื่องดื่มประเภทนี้ แต่ก็พยักหน้ายินยอมให้เขาสั่งให้เรื่อยๆ กระทั่งดูเหมือนเจ้าตัวจะถึงขีดจำกัดของตนจึงกลับไปพร้อมทิ้งทิปส์ไม่มากไม่น้อยไว้ให้


นับจากนั้นปัญหาใหญ่ของ La vie club ก็ปราศไป ในวันศุกร์ที่ดีโน่กำลังจะโวยวายตีกับรุ่นพี่คนอื่นๆ ตามปกติกลับถูกแบคโฮลากไปปิดปาก เพราะคิวของคุณลูกค้าประจำคนนั้นไม่มีอีกแล้ว มีแต่ผู้เป็นเจ้าของร้านที่เข้ามาเช็คความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมตัวเองก่อนออกไปรับคนตัวเล็กเข้าร้าน บรรดาลูกน้องอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงแซวปนอิจฉาคนที่ใช้สิทธิความเป็นหัวหน้าแซงคิวพวกเขาเสียไม่มีชิ้นดี ในขณะที่โฮชิแค่หัวเราะรับ อันที่จริงไม่มีใครโกรธเคืองจริงจัง มีแต่ตื่นตาตื่นใจที่หัวหน้าพวกเขาซึ่งวางมือไปนานแล้วยอมกลับมารับลูกค้าเพียงคนเดียวเป็นกรณีพิเศษเสียมากกว่า


“สวัสดีครับคุณจีฮุน”


เจ้าของชื่อพยักหน้ารับ และปล่อยให้เขาเดินนำไปยังโต๊ะประจำตามปกติ ระหว่างผู้เป็นลูกค้ากับโฮสต์เจ้าประจำยังคงไร้ซึ่งบทสนทนาต่อเนื่อง โฮชิไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายจะจำเขาได้ แม้แต่ชื่อเขาก็ยังไม่มีโอกาสแนะนำออกไป แววตาเรียบเฉยของฝ่ายนั้นยามเหลือบมองเขาไม่ปรากฏแววว่าจะจำได้แต่อย่างใด


วันนี้คุณลูกค้าตัวเล็กเข้ามาที่ร้านเร็วกว่าปกติ โฮชิสังเกตเห็นรอยยับย่นบนเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเม็ดบน และความเคร่งเครียดบนปมหัวคิ้ว  แต่ไม่อยากเอ่ยอะไรให้เป็นที่ขัดใจ จึงได้แต่ลอบมองเจ้าตัวดื่มแก้วแล้วแก้วเล่าภายใต้ความเงียบนั่นเอง


คงจะเหนื่อย...เครียดกับงาน คำปลอบประโลมต่างๆ มากมายที่เคยใช้กับลูกค้าคนอื่นผุดขึ้นมาในความคิดเป็นฉากๆ ทว่าโฮชิไม่คิดจะเลือกมาใช้ ลูกค้าของเขาคนนี้ไม่ได้ต้องการ...โลกของจีฮุนมีกำแพงหนาทึบล้อมรอบ สร้างขึ้นอย่างระมัดระวังและขังตัวเองไว้ด้วยความทระนง


จู่ๆ ร่างเล็กก็ลุกพรวดพราดขึ้น เขาที่จับจ้องอีกฝ่ายอยู่จึงรีบลุกขึ้นไปประคองแต่กลับถูกสะบัดทิ้ง


“ไม่ต้องตามมา ผมไปเข้าห้องน้ำ”


ว่าแล้วก็เดินหนีไปทางอื่นอย่างไม่ไยดี ทว่าขาสั้นๆ ที่ไม่สู้มั่นคงนักกลับสะดุดจนเกือบล้มคว่ำ เขารีบคว้าเอวน้อยไว้...เห็นตัวเล็กๆ แต่ก็ไม่ได้ผอมบางไปหมด ยังมีเนื้อมีหนังพอฟัดพอเหวี่ยงสินะ...ความคิดเขาเตลิดไปชั่วครู่ก่อนกลับคืนที่ทาง


“ผมอยากทำตามคำสั่งคุณนะครับ แต่กลัวว่าคุณจะไปเซล้มที่ไหนอีก ทางไปห้องน้ำก็เดินไกลอยู่ไม่เบา ให้ผมดูแลคุณเถอะครับ”


กิตติศัพท์ความดุกร้าวของอีกฝ่ายที่ไล่โฮสต์ที่กวนใจตนอย่างไร้เยื่อใยเป็นที่เลื่องลือในหมู่พนักงาน ทว่าเขาก็เพิ่งรู้วันนี้ว่าเจ้าตัวไม่ใช่คนไร้เหตุผลเมื่อจีฮุนพยักหน้าง่ายๆ “ก็ได้”


เจ้าตัวยินยอมให้เขาประคองจนมาถึงห้องน้ำ กลิ่นหอมจางของดอกไม้ที่เขาไม่รู้จักวนเวียนแตะปลายจมูกเร้าความรู้สึกอยากค้นหา...จนไม่อยากปล่อยมือจากร่างนุ่มนิ่มแม้แต่วินาทีเดียว พอส่งลูกค้าเข้าห้องน้ำแล้วโฮชิก็มายืนรอด้านหน้า ทอดสายตาออกไปขณะคิดถึงเรื่องต่างๆ ในร้านที่ต้องจัดการ


อีกฝ่ายหายเข้าไปในห้องน้ำนานทีเดียว เขานึกเป็นห่วงกระทั่งได้ยินเสียงคุยโทรศัพท์ดังผ่านผนังห้องน้ำจึงยืนรออยู่เฉยๆ ไม่คิดจะเข้าไปกวนหรือแอบฟัง ทว่าเสียงของเจ้าตัวกลับดังมาจากห้องน้ำเรื่อยๆ ดูเหมือนจีฮุนจะคุมเสียงไว้ไม่ได้ “มันไม่เกี่ยวกับตอนนี้ผมดื่มหรือไม่ดื่ม! เยจิน! คุณน่ะ—”


ไม่ทันจบประโยคก็ได้ยินเสียงสบถด่าและเสียงกำปั้นทุบเคาน์เตอร์อ่างล้างมือที่ทำด้วยหินอ่อน ดูเหมือนปลายสายจะตัดสายใส่ดื้อๆ เขาได้ยินเสียงคนด้านในกดโทรออกอีกหลายครั้ง ทว่าเสียงตอบรับกลับมีเพียงแค่ความว่างเปล่า


หลายสิบนาทีผ่านไปลูกค้าของเขาจึงเดินลากขาออกจากห้องน้ำช้าๆ โฮชิยื่นแขนไปให้เกาะ พยายามไม่มองรอยแดงช้ำรอบดวงตาเรียวเล็กที่ฉายแววเย็นชา จีฮุนกลับมาที่โต๊ะโดยไม่พูดอะไรสักคำ ทว่าอัตราในการดื่มของอีกฝ่ายกลับเร็วขึ้นจนน่าตกใจ บางครั้งคอยเหลือบมองโทรศัพท์อย่างกระวนกระวาย เขาเองที่ดื่มเป็นเพื่อนเจ้าตัวนานจนพอรู้ขีดจำกัดของจีฮุนแล้วรู้สึกว่าคุณลูกค้าของเขาก้าวข้ามขีดที่ตัวเองวางไว้ไปไกล พวงแก้มและริมฝีปากชุ่มฉ่ำแดงก่ำราวกับจะระเบิด ดวงตาปรือปรอยดูมึนเมาประคองสติไว้ไม่ได้


“คุณครับ” เขาคว้าแก้วไว้ทันก่อนที่จะร่วงหลุดจากมือเรียว อีกฝ่ายทำเสียงรำคาญแล้วยื้อแย่งกลับ ของเหลวสีสวยไหลซึมมุมปากเมื่อเจ้าตัวยกขึ้นดื่มรวดเดียว “ค่อยๆ ดื่มสิ วันนี้คุณเมาเร็วไปแล้วนะ”


“แล้วไงล่ะ” เจ้าตัวตอบอย่างฉุนเฉียว ดวงตาเรียวรีตวัดมองเขาฉับ “ผมจะดื่มก็เรื่องของผม”


“ขอโทษครับ” อาศัยความว่าคนเป็นลูกค้าไม่ค่อยมีสติแล้วจึงฉวยโอกาสดึงร่างโงนเงนของเจ้าตัวให้พิงพนักโซฟา ประคองมือที่ถือแก้วข้างนั้นพลางพยายามปลดออกมาอย่างนุ่มนวล “ผมว่าคุณไปเข้าห้องน้ำอีกรอบจะดีไหม?”


“ไม่! เมาแล้วจะทำไมล่ะ ผมเมาแล้วมันเป็นความผิดเหรอ!? เมาแล้วคุณจะทำยังไงกับผมก็ได้ใช่ไหม ในเมื่อคุณทิ้งเราไปก่อน...”


ท้ายประโยคแผ่วลงฉับพลันดุจหมุนปุ่มปรับเสียง ศีรษะเล็กโอนเอนแหงนเงยตั้งบ่าราวกับตุ๊กตาหุ่นเชิดถูกตัดสาย เปลือกตาปิดสนิท ใบหน้าอ่อนวัยนั้นถูกซ่อนไว้ใต้เงามืดเกือบครึ่ง


“จีฮุน...?”


อีกฝ่ายไม่ตอบแต่ทำเสียงคล้ายโก่งคออาเจียนเบาๆ สัญชาตญาณจู่โจมให้เขารีบดึงถุงพลาสติกออกมากางรองใต้คางอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วพอดีก่อนที่เจ้าตัวจะทำเสื้อตัวเองเปื้อนไปนิดเดียว


โฮชิลูบหลังลูบไหล่คนตัวเล็ก โชคดีที่แต่ละโต๊ะในโซนที่พวกเขานั่งค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัว เสียงอาเจียนจึงไม่ไปรบกวนลูกค้าคนอื่น รอให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายคายของเก่าออกมาจนหมดแล้วจึงมัดปากถุงให้แน่น หยิบทิชชู่มาซับริมฝีปากบางอย่างเอาใจใส่


“...ผมทำเองได้”


“ครับ” เขาปล่อยให้อีกฝ่ายแย่งทิชชู่ไปเช็ดเอง ไม่คิดจะขัดใจ หันไปหยิบน้ำเปล่ารอให้อีกคนรู้สึกดีขึ้น “จิบน้ำสักนิดนะครับ”


จีฮุนยอมทำตามอย่างไม่ดื้อรั้น ตอนนี้คนตัวเล็กตกอยู่ในสภาพดูไม่ได้ ใบหน้าแดงเรื่อและมีน้ำตาคลอหน่วย ตัวเล็กๆ ยิ่งหดเหลือแค่สองนิ้ว พอส่งแก้วน้ำให้เขาเสร็จก็เอนตัวพังพาบไปกับเก้าอี้ยาว ท่าทางหมดเรี่ยวแรง


สังเกตดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงรู้สึกไม่สบายเอามากๆ เขาจึงค่อยๆ แตะหัวไหล่มนอย่างระมัดระวัง ดึงร่างเล็กที่อยู่ในอากัปกิริยาไม่น่าจะสบายตัวให้พิงอกเขาชั่วคราว ตั้งใจจะหาหมอนอิงมาหนุนให้ แต่เจ้าตัวกลับกอดเอวเขาหมับ


“...” อันที่จริงเขาก็คงให้พิงอกถ้าไม่ได้เข้าใจแต่แรกว่าอีกฝ่ายไม่ชอบให้แตะตัว แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน


“คุณ...” ผ่านไปนานสองนาน เสียงอู้อี้ก็เล็ดลอดออกมา


“ครับ?” เขาก้มหน้าเอ่ยตอบเบาๆ ฟังคล้ายเสียงกระซิบ


บรรยากาศอึกทึกภายนอกดูจะไกลห่างออกไปราวกับคนละโลก โฮชิลูบผมคนในอ้อมแขนอย่างเบามือ ร่างเล็กที่ซุกซบอยู่กับอกเขาดูเปราะบางราวกับเกล็ดน้ำค้างที่สลายเพียงแสงแดดยามเช้ามาเยือน




“ผมมันไม่ดีพอเหรอ...”




คำถามเลื่อนลอยเบาหวิว ทว่าแฝงความเจ็บปวดไว้ล้ำลึก


ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้ แต่เป็นครั้งแรกที่เจ็บลึกเข้าไปถึงข้างใน ราวกับคำพูดของอีกฝ่ายเป็นเสมือนคมมีดที่ทิ่มแทงตัวเองและทำให้คนมองปวดใจ ร่างน้อยเริ่มสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร สองมือขยุ้มเสื้อเขาไว้อย่างต้องการที่พึ่งพิง


“ผมมัน...ไม่เคยดีพอสำหรับใคร...ไม่เคยดีพอที่จะรักษาใครไว้ได้เลยใช่ไหม...?”


กำแพงหนาทึบที่เจ้าตัวสร้างขึ้นมา คล้ายม่านหมอกจางๆ ที่สลายหายไปชั่วคราวในค่ำคืนนี้


คงเพราะตั้งใจจะทำลายกำแพงนั้นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว สีหน้าของโฮชิจึงไม่เปลี่ยนแปลงขณะทอดสายตามองคนตรงหน้า เสี้ยววินาทีหนึ่งที่แสงไฟฉูดฉาดย้อมแววตาไร้ความรู้สึกเหลือเพียงแสงอ่อนจางแห่งความเวทนา


“ถ้าผมพยายามมากกว่านี้คุณคงพอใจใช่ไหม...ถ้าผมพยายามมากกว่านี้คุณจะไม่เอาเธอไปได้หรือเปล่า...ผมทำอะไรผิด...เพราะผมไม่ดีพอเหรอ...เยนา...”


แค่ปลอบออกไป...แค่พูดเหมือนที่เคยพูดกับลูกค้าคนอื่นๆ ก็จบ


แต่เขาไม่สามารถพูดออกไปได้ ไม่สามารถร่ายมนตร์อย่างโฮสต์ผู้เก่งกาจช่ำชองเคยทำนับร้อยๆ ครั้ง ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายไม่เหมือนคนอื่น แต่เป็นเพราะความรู้สึกที่เขาอยากมอบให้อีกฝ่ายไม่เหมือนคนอื่นต่างหาก เขาไม่อยากเสแสร้งตีหน้าว่าเข้าใจ หลอกล่อให้สบายใจแล้วปล่อยคนตรงหน้ากลับบ้าน ให้อีกฝ่ายเผชิญความเหงาเปล่าเปลี่ยวเพียงลำพัง เขาอยากรู้จักคนคนนี้...อยากรู้จักอีจีฮุนให้มากกว่านี้


เพราะสัมผัสอบอุ่นบนศีรษะลูบไล้อย่างอ่อนโยน และอ้อมแขนที่โอบกระชับไว้อย่างปกป้อง คนตัวเล็กจึงไม่อาจเก็บกักความรู้สึกอีกต่อไป ได้แต่ทิ้งศีรษะ และปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเรื่อยๆ หลั่งไหลราวความเจ็บปวดที่อัดอั้นอยู่ในใจ แม้ระบายออกไปเท่าไรก็เป็นเพียงน้ำไม่กี่หยดในทะเลแห่งความทุกข์อันไพศาล
















จีฮุนตื่นขึ้นมาในห้องของตัวเอง


ผนังสีเดิมๆ เครื่องเรือนที่จัดวางแบบเดิม โทรศัพท์ที่ตั้งนาฬิกาปลุกเวลาเดิมวางอยู่บนโต๊ะในตำแหน่งเดิม เขาลุกขึ้นเหวี่ยงขาออกจากผ้าห่ม ข้างเตียงมีรองเท้าแตะใส่ในบ้านวางอยู่บนพรมในองศาเดิม


น่าเบื่อ...ว่างเปล่า และไร้ซึ่งสีสัน แตะสวิตซ์เปิดไฟด้วยท่วงท่าเดิมที่แทบไม่ต้องใช้ความคิด หยิบผ้าขนหนูซึ่งพับวางไว้บนชั้นในห้องน้ำ จัดการชำระร่างกายเป็นการปลุกตัวเองในยามเช้า สายน้ำที่หล่นกระทบใบหน้าเขาคละเคล้ากับกลิ่นสบู่ฟุ้งกระจายเป็นละอองหอมหวาน เขาพันผ้าขนหนูกับเอวเดินออกมาแต่งตัวในห้อง เลือกเสื้อผ้าที่ดูเป็นทางการขณะทบทวนธุระที่ต้องทำในวันนี้


“...?”


จมูกพลันได้กลิ่นอะไรแตกต่างไปจากความเคยชิน สองขาเร่งพาตัวเองออกไปยังห้องครัวไวเท่าความคิด ภายในห้องครัวที่ดูสว่างไสวผิดปกติปรากฏร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังสาละวนอยู่หน้าเตาที่ตั้งกระทะใบเล็ก กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นอบอวลไปทั่วห้อง เสียงฝีเท้าเขาทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวหันมายิ้มละไม


“ตื่นแล้วเหรอครับ?”


เขาพยักหน้าช้าๆ มองดูอีกฝ่ายในผ้ากันเปื้อนของเขากำลังตักไข่คนใส่จานอย่างขะมักเขม้น ห้องนั่งเล่นที่เคยดูหม่นหมองกลับสดใสกว่าที่เคย คงเป็นเพราะม่านหน้าต่างที่เคยบดบังแสงอาทิตย์ยามเช้าของทุกๆ วันถูกรูดออก ไอฝุ่นที่ลอยคว้างในอากาศถูกดูดไปกักเก็บในเครื่องฟอกอากาศสีขาวมุมห้อง เขาหายใจเข้าช้าๆ...พลันรู้สึกว่าตัวเองลดความระแวดระวังตัวลงกว่าที่เคย


“ขอโทษที่ยืมใช้ครัวของคุณโดยไม่ได้ขออนุญาตนะครับ” คนแปลกหน้าในห้องเขาพูดขณะเสิร์ฟอาหารเช้าแบบอเมริกันอันประกอบด้วยเบคอน ไข่คน ขนมปังปิ้งและกาแฟ โทนเสียงทุ้มสุภาพทำให้เขาจำได้ อีกฝ่ายคือโฮสต์คนที่คอยดูแลเขาในระยะหลังมานี้เอง “เห็นว่าในตู้เย็นของคุณพอมีของอยู่บ้าง ผมเลยซื้ออะไรมาเพิ่มนิดหน่อย ทานได้ไหมครับ?”


เขาพยักหน้า จ้องมองอีกฝ่ายไม่วางตา ใบหน้าของคนตรงหน้าดูอ่อนเยาว์และผ่อนคลายกว่าที่เคย คงเพราะเรือนผมสีสว่างที่เคยเซ็ทมาอย่างดีกลับถูกปล่อยระหน้าผาก ชุดสูทที่ดูสะอาดและหล่อเนี้ยบก็เปลี่ยนเป็นเสื้อยืดสีดำที่ขับเน้นแผ่นอกแกร่งที่ซ่อนอยู่ข้างใต้...เขากะพริบตา รู้สึกว่าอะไรบางอย่างไม่ค่อยเหมาะ แต่แล้วจู่ๆ อีกฝ่ายก็เงยหน้าขึ้นมาทำให้เขาต้องกระแอมกลบเกลื่อน


“เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น?”


“คุณเมาไม่ได้สติ ผมเลยขับรถมาส่งคุณที่นี่ แต่คุณก็ยังไม่ตื่น ผมจึงขอถือวิสาสะอุ้มคุณขึ้นมาข้างบนและ...อา คุณจะว่าอะไรไหมถ้าผมบอกว่าผมเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณ” ใบหูเขาร้อนผ่าวขึ้นมาทันควัน จู่ๆ ก็รู้สึกว่ามือไม้เกะกะจนต้องคว้าแก้วกาแฟมาจิบ “ผมไม่ได้จะฉวยโอกาสนะครับ แต่ผมไม่อยากปล่อยให้คุณนอนทั้งชุดทำงานแบบนั้น”


“ช่างเถอะ ผมไม่คิดเล็กคิดน้อย” เขาโบกมือตัดบท “แล้วเมื่อคืนคุณนอนที่ไหน?”


“ผมกลับไปนอนที่บ้านมาครับ แต่รีบกลับมาหาคุณในตอนเช้าเพราะกลัวคุณจะแฮงค์” น้ำเสียงของอีกฝ่ายนุ่มนวลชวนให้สบายใจ ไม่มีเจตนาแฝงใดๆ ในนั้น “ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมไม่ได้ค้นของของคุณไปมากกว่าคีย์การ์ด และผมก็คืนคุณไปเรียบร้อยแล้ว”


“อืม” จีฮุนตอบรับสั้นๆ


มวลอากาศที่เคยรายล้อมคล้ายจะมีน้ำหนักขึ้นมาเสียเฉยๆ เขาก้มหน้าก้มตาหั่นเบคอน รู้สึกว่าความเงียบงันที่ทำให้เขาสงบใจได้เสมอกลับมีบางอย่างเจือปน แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอยู่ได้ครู่เดียวจึงยอมทำลายความเงียบลงอย่างผิดวิสัย


“ผมไม่ยักรู้ว่าคลับมีบริการอาหารเช้าถึงห้อง”


“ไม่หรอกครับ บางทีพวกเราก็ทำบ้างถ้าคุณลูกค้าดื่มหนักไปหน่อย” อีกฝ่ายยิ้มและตอบรับตรงๆ


“นี่รวมอยู่ในค่าบริการ...”


“ไม่รวมครับ เป็นบริการพิเศษจากผมเอง”


จีฮุนทำเสียงเป็นเชิงรับรู้ในคอ อันที่จริงเขาไม่สบายใจ...โฮสต์จากคลับต้องการทำให้เขาประทับใจและกลับไปใช้บริการอีกเป็นเรื่องที่เขารู้ดีอยู่แล้ว ประเด็นก็คือ เขาไม่ชอบให้ใครรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวถึงขนาดนี้


ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวจึงรับประทานอาหารเช้าเงียบๆ จนหมดแล้วจึงเก็บจานของทั้งคู่ไปล้าง เขามองดูแผ่นหลังกว้างที่คาดทับด้วยสายผูกผ้ากันเปื้อนของเขาเอง นี่มันแปลกมากจริงๆ...อย่าว่าแต่จะมีใครมาล้างจานให้เลย แทบไม่เคยมีผู้ชายตัวโตๆ เข้ามาในห้องเขาด้วยซ้ำ ทว่าเขากลับไม่รู้สึกอึดอัดเช่นยามที่เผชิญหน้ากับคนแปลกหน้าอย่างเคยเลย เพียงแต่รู้สึกแปลกๆ...หรือว่าเราไม่ใช่คนแปลกหน้ากันนะ?


เหม่อได้ครู่เดียวก็ต้องรีบเสมองไปทางอื่นแทบไม่ทันเมื่ออีกฝ่ายเช็ดจานเสร็จนำคว่ำบนชั้นและหันมาหา จากทางหางตาเห็นเจ้าตัวเดินเข้ามาใกล้เขาจึงรีบลุกขึ้น แต่กลับกระชั้นชิดเสียจนปลายจมูกแทบชนอกเสื้ออีกฝ่าย รูม่านตากลมขยายกว้างอย่างตกใจก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติอย่างรวดเร็วเป็นจังหวะเดียวกับที่คนตรงหน้าถอยเว้นระยะห่างให้ทันที


“ผมกลับแล้วนะครับ”


“อืม”


ตอบรับไปพลางเหลือบเห็นถาดเล็กบนโต๊ะซึ่งอีกฝ่ายเพิ่งนำมาวาง บนถาดมีแก้วช็อตใส่ยาเม็ดสีขาวและแก้วน้ำเต็มใสสะอาด เขารู้สึกสับสน...รูปร่างเม็ดยาบ่งบอกว่าเป็นยาแก้ปวดนั่นเอง ทั้งๆ ที่ไม่ได้พูดจู้จี้อะไร ราวกับว่าเขาจะกินหรือไม่กินอีกฝ่ายก็ไม่ได้ใส่ใจ แต่การกระทำนั้นเองที่รบกวนจังหวะความคิดอันเป็นระบบระเบียบเสมอมาของอีจีฮุน




ถ้าจะบอกว่าคนตรงหน้าทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง เขาเองก็รู้สึกว่าเจ้าตัวทำได้ไม่เลว


แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่เขาเผลอไผล...คิดว่าอีกฝ่ายก็แค่เป็นคนดีเท่านั้นเอง




จิตใจที่อ่อนล้าเผลอไหวลู่ตามลมอย่างง่ายดาย เขาหลับตา สั่นศีรษะเบาๆ ราวกับจะไล่ความคิดไร้สาระนั่นออกไปจากหัว ทว่าสิ่งที่แทรกซึมไม่ใช่เพียงความคิดในสมอง แต่เป็นความอ่อนโยนที่จู่โจมเกาะกุมหัวใจเขาอย่างเชื่องช้าตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้...ในความเรียบง่ายนั้นมีน้ำใจจริงแท้ของเจ้าตัวซุกซ่อนไว้บ้างไหมนะ เขาไม่รู้ แต่ปรารถนาจะรู้นัก


เส้นสัญญาณที่สับสนวกวนกลับมีคลื่นความถี่เข้าแทรก เพียงเพราะการกระทำที่ไม่ต่างอะไรกับผีเสื้อขยับปีก


แต่ในเสี้ยววินาทีที่เข้ากระทบหัวใจ จีฮุนรู้สึกว่าไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้


แม้สุดปลายทางอาจมีเพียงความผิดหวังอีกครั้งก็ตาม


เขาสูดลมหายใจ ลืมตาขึ้นขณะที่แผ่นหลังของอีกฝ่ายกำลังตรงไปยังประตู




“เดี๋ยว...”




จะว่าไร้สาระก็ได้...


แต่จีฮุนรู้สึกว่าห้องนี้ชักกว้างเกินไปเสียแล้ว




“อยู่เป็นเพื่อนผมสักสิบนาทีนะ”


แผ่นหลังของคนที่กำลังจะจากไปหยุดชะงัก ตัวเขาที่คิดว่าเตรียมใจไว้แล้วยังไขว้เขวเล็กน้อยเมื่อคำพูดนั้นหลุดออกจากปากตัวเองไป ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างกังวลเมื่ออีกฝ่ายค่อยๆ หันมาหา เจ้าของใบหน้าที่ไม่มีอะไรโดดเด่นในความทรงจำเขาหลุดยิ้มน้อยๆ รอยยิ้มที่แผ่จากริมฝีปากไปยังดวงตาอย่างเชื่องช้า อ่อนหวานและเจิดจ้าปานตะวัน




“ได้ครับ”
















อีจีฮุนใช้เวลาหลังเลิกงานวันศุกร์ไปกับการด้อมๆ มองๆ หน้าร้านที่ตัวเองเคยเข้าไปนับครั้งไม่ถ้วน


อา...ไม่รู้ทำไมจู่ๆ การเข้าไปมันถึงกลายเป็นเรื่องยากสำหรับเขาขึ้นมา ชีวิตนี้เขาเคยรู้สึกกังวลใจอยู่เพียงไม่กี่เรื่อง และเรื่องกังวลใจตรงหน้าก็ถือเป็นเรื่องใหม่ล่าสุดที่ไม่คุ้นเคย พาลให้รับมือยากไปด้วย


ผู้ชายคนนั้น...ชื่ออะไรนะ เขาจำคนไม่เก่ง ไม่ต้องพูดถึงคนที่เขาไม่คิดจะใส่ใจแต่แรกด้วยซ้ำ สิ่งที่จำได้ในตัวใครคนนั้นมีแค่โทนเสียงนุ่มนวล และเรือนผมสีทองสว่างที่ผ่านการย้อมมา


จีฮุนจิกเล็บลงในอุ้งมือตอนกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว


ผมสีทองที่ย้อมมาแบบนั้น...ถ้าอีกฝ่ายเปลี่ยนสีผมเขาคงจำไม่ได้ เรื่องที่เขาจำเกี่ยวกับเจ้าตัวได้ก็มีแค่นี้เสียด้วยสิ ถ้าทางบาร์เปลี่ยนให้คนอื่นมาดูแล เขาคงแยกแยะไม่ออกด้วยซ้ำ ขืนทักผิดไปต้องอับอายขายหน้าแน่ๆ แถมเขายังปากหนักเกินกว่าจะเรียกให้โฮสต์ทั้งร้านมายืนเรียงให้เขาเลือกคนที่ตัวเองก็ยังจำไม่ได้


หรือจะตีเนียนเรียกหาคนที่เคยให้บริการเขาประจำก่อนดีนะ...ถ้าไม่พูดชื่อจะแปลกไหมนะ...


”คุณจีฮุน?”


เขาหันไปทันทีตามสัญชาตญาณ คนที่เรียกเขาเป็นผู้ชายผมสีอ่อน สวมเครื่องแบบของร้าน กำลังชะโงกหน้าออกมาจากประตู พอเขาหันไปอีกฝ่ายก็ทำตาตื่นแล้วรีบยกนิ้วชี้ชิดริมฝีปาก


“ขอโทษนะครับ...ผมไม่ควรออกมาเรียกคุณนอกร้าน แต่ว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?”


ผมสีอ่อนจนเกือบบลอนด์ทอง หน้าตาไม่มีอะไรโดดเด่น เสียงไม่มีอะไรโดดเด่น


ทว่าจีฮุนกลับรู้ได้ทันที




“โฮสต์ของผมอยู่ไหม?”




“อ่า อยู่ครับ เชิญเข้ามาเลยครับ” อีกฝ่ายยิ้มแล้วกุลีกุจอเชิญเขาเข้าไปในร้าน


ชายหนุ่มก้าวเท้ายาวๆ ตาม ตีหน้าขรึมปกปิดความโล่งใจที่หายไปเปลาะนึง อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าไม่ใช่คนนี้ จะเพราะอะไรก็ตามแต่ หลังจากนี้คนคนนั้นคงถูกตามตัวมาให้ แต่ปัญหาของเขาอยู่หลังจากวันนี้ต่างหาก...ยังไงก็ต้องจำหน้าอีกฝ่ายให้ได้โดยเร็วที่สุด


เพียงไม่กี่ก้าวที่พ้นประตูจีฮุนก็ประจันหน้ากับคนที่เขาอยากพบทันที ทั้งเสื้อผ้าเรียบกริบ มือที่ถือถาดกลมแนบอกทำให้อดเข้าใจไปเองไม่ได้ว่าเจ้าตัวคงมารอเขาอย่างเคยนั่นเอง โฮสต์คนที่นำเขามารีบก้าวเข้าประชิดตัวแล้วลดเสียงลงพูดเบาๆ แต่เขาก็ยังได้ยินอยู่นั่นเอง


“ผมพาคุณจีฮุนมาหาแล้วนะพี่ ผมไปนะ”


“ขอบใจ ดีโน่”


แม้จะยิ้มแย้มอยู่แต่เจ้าตัวกลับดูบูดบึ้งอย่างไม่ทราบสาเหตุ จีฮุนก้าวออกไปข้างหน้าแทนที่เด็กคนที่เดินกึ่งวิ่งเข้าไปด้านหลังร้านอย่างรวดเร็ว จับจ้องปลายคางมนราวกับเพิ่งโกนหนวดของคนตรงหน้าอย่างพิศวง...ตัวเขาที่ไม่เคยจำหน้าใครได้ ตอนนี้พัฒนาถึงขั้นอ่านสีหน้าคนที่ไม่สนิทกันได้แล้วหรือนี่...ทว่าทันทีที่ก้มลงมองเขา แววตาอีกฝ่ายก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนในเสี้ยววินาที


“เชิญครับ”


ปกติเขาจะเดินนำลิ่วๆ ไม่สนใจว่าใครจะเดินตามมาด้วยซ้ำ แต่คราวนี้ชายหนุ่มกลับไม่ขยับตัว...จนกระทั่งอีกฝ่ายเริ่มก้าวเขาจึงก้าวตาม รักษาจังหวะการเดินให้เราเดินเคียงกันอยู่เสมอ สายตาเขายังจับอยู่บนเสี้ยวหน้าคมไม่วางตา รู้แล้วว่าที่เขาจดจำอีกฝ่ายได้ไม่ใช่มีเพียงเรือนผมสีทองสว่าง แต่เป็นกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมบุรุษที่เขาระบุชื่อไม่ถูกจากร่างสูง อากัปกริยาตอนผายมืออย่างสุภาพ รวมถึงท่าทางระมัดระวังยามเบี่ยงตัวหลบลูกค้าที่เดินสวนมาและใช้ตัวกันเขาออกจากคนอื่นอย่างแนบเนียนจนแทบไม่รู้สึก...ท่าทางเล็กๆ น้อยๆ ให้พูดถึงจีฮุนคงไม่มีทางนึกออก ความจริงแล้วล้วนประทับอยู่ในความทรงจำเขาทั้งนั้น


ไม่ใช่แค่นี้ อยากจะจำได้มากกว่านี้อีก...จีฮุนยังคงเพ่งมองทุกรายละเอียดบนใบหน้าคนข้างๆ แม้ในตอนที่นั่งลงบนโซฟาที่ประจำแล้ว พยายามจะจดจำทรงผม...ที่เขาเคยเห็นเจ้าตัวปล่อยปรกหน้ารุ่ยๆ แต่ไม่รกรุงรัง ใบหน้าสะอาดสะอ้านที่ไร้จุดจดจำ พยายามหาจุดตำหนิอย่างไผหรือรอยด่างดำแต่ก็ไม่พบ ยากจัง... ดวงตาคมกริบใต้เปลือกตาชั้นเดียวแฝงแววเฉลียวฉลาดราวกับอ่านใจคนได้ แต่เขาจำได้ว่าวันนั้นรอยยิ้มที่เผื่อแผ่ไปถึงดวงตาของคนตรงหน้าดูสว่างไสวงดงามยิ่งกว่าแสงอาทิตย์นี่นา...


ด้านโฮชิถูกคุณลูกค้าตัวน้อยจ้องเขม็งอยู่นานก็อดรู้สึกขำไม่ได้ มุมปากกลั้นยิ้มขณะรินเครื่องดื่มที่คุณลูกค้าของเขาเคยแสดงท่าทีนิ่งๆ ที่ต้องอ่านออกด้วยศาสตร์อ่านใจขั้นสูงว่าเจ้าตัวน่าจะชอบไม่เบาลงในแก้วก้าน เสิร์ฟเป็นแก้วแรกที่ยังเบาบางราวกับกระตุ้นความรู้สึก สายตาของอีกฝ่ายยังไม่ละไปจากเขาขณะที่รับเครื่องดื่มมาถือไว้นิ่งๆ จนเขาต้องที่กลั้นยิ้มไว้ไม่ไหวต้องเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาเองด้วยน้ำเสียงเชิงเย้า


“หน้าผมมีอะไรน่าสนใจหรือเปล่าครับ?”


“ไม่” คำตอบยังคงสั้นกระชับได้ใจความ โฮชิโคลงศีรษะพลางจ้องตาอีกฝ่ายกลับไปอย่างยิ้มๆ น่ารัก...ตากลมแป๋วเหมือนลูกแมวจ้องจะตะครุบเหยื่อ ให้จ้องกันทั้งวันก็ยังไหว แต่ดูเหมือนคนที่ยอมแพ้ก่อนจะเป็นฝ่ายตรงข้ามเพราะเจ้าตัวหลบตาแล้วแสร้งจิบเครื่องดื่มด้วยใบหูที่คล้ายจะขึ้นสีนิดๆ




“คุณชื่ออะไรหรือครับ?”




น้ำเสียงราบเรียบถามคล้ายไม่ใส่ใจ


ฉับพลัน ในหัวเขาคล้ายมีใครเอาพลุมาจุดแล้วระเบิดเปรี้ยงพร่างพราวออกมา ให้ตายเถอะ...ให้ตาย! อยากจะตะโกนกู่ร้องดังๆ ด้วยความยินดีปรี่ล้น ไม่อาจบอกได้ว่าเขารู้จักนิสัยเจ้าตัวดี แต่ในที่สุดคนเมินเก่งก็ยอมปริปากแสดงความสนใจเล็กๆ น้อยๆ ในตัวเขาบ้าง ให้ตายเถอะ...โฮชิออกจะลิงโลดปนขำตัวเอง ถ้าจีฮุนอยากรู้ชื่อเขาแค่เอาไว้เรียกใช้นี่เขาคงดีใจล่วงหน้าไปหลายระดับเลยนะ แต่นี่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีไม่ใช่หรือไง


ในเมื่อคนอย่างเขาไม่ได้สนใจกฎบ้าบออย่างการห้ามโฮสต์เดทกับลูกค้า เพราะเขาเองก็ไม่ได้นับเป็นโฮสต์คนนึงตั้งแต่แรก และคนอย่างเขาที่มั่นใจว่าตัวเองมีเล่ห์เหลี่ยมพอที่จะหลอกล่อและเข้าหาอีกฝ่ายทีละน้อยโดยไม่ทำให้เจ้ากระต่ายขี้ระแวงกระโดดหนีหายไป จนกว่าเจ้าตัวจะยอมลดม่านแห่งการป้องกันตัว และยอมรับเขาเข้าไปอยู่ในชีวิตบ้าง




อย่างไรก็อยากใช้เวลาในชีวิตแบ่งเบาเอาภาระที่ซุกซ่อนมิดเม้นในใจคนที่ชอบตีหน้านิ่งขรึมปกปิดอารมณ์มาไว้บนบ่าตนบ้าง อยากจะรู้...อยากจะดูแล อยากจะทำให้รอยยิ้มไร้กังวลปรากฏบนใบหน้าอ่อนวัยนั้นบ้าง โฮชิไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกรุนแรงนี้ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ครั้งที่เท่าไหร่ที่พวกเขาได้เจอกัน แต่ที่สำคัญคือเขามั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง


ฉะนั้นจะจีบนานหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก :)











ในฐานะเจ้าของร้านและอดีตโฮสต์ฝีมือเยี่ยม แม้จะดีใจจนแทบคลั่ง อย่างไรก็ต้องรักษามาดด้วยการโน้มตัวไปข้างหน้า แตะอกตัวเองเบาๆ พลางจ้องตาคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มราวกับจะย้ำให้จารจำเข้าไปถึงหัวใจ


“ควอนโฮชิครับ”


และด้วยรอยยิ้มที่กว้างขึ้นกว่าเดิม


“หรืออีกชื่อ...ควอนซูนยอง




















#ฟิคไม่มีเหตุผล

___________________________


เรื่องคุณโฮสต์ซูนยองกับคุณลูกค้าจีฮุน จริงๆ แล้วสองคนนี้จะมีความสัมพันธ์ในระยะยาวต่อกันครับ

(แต่ว่าไม่เขียนอะ ฮา)

ด้วยความว่าคุณลูกค้านิ่งมาก และคุณโฮสต์ก็ตามใจอะ

จริงๆ แล้วคุณจีฮุนเป็นคุณพ่อลูกหนึ่งที่กำลังฟ้องร้องเอาตัวลูกคืนจากภรรยาเก่าครับ เพราะคุณเขาก็รักลูกมากอะ เลี้ยงมาตั้งแต่น้องยังเด็ก ส่วนภรรยาเพิ่งแต่งงานใหม่เลยอยากได้ลูกไปอยู่ด้วย คุณจีฮุนเป็นผู้ใหญ่ในที่ทำงานที่ต้องทำตัวน่าเชื่อถือตลอดเวลาอะ พอมาเจอคุณโฮสต์ที่คอยดูแลปกป้องห่างๆ มันก็เลยมีใจแกว่งๆ ไปบ้าง (แต่ว่าซูนอายุน้อยกว่าปีนึงนะ มารู้เรื่องนี้ทีหลังคุณจีเขาก็ช็อกไปเหมือนกัน5555)


อ๋อ แล้วอีกอย่างก็คือ กฎของ La vie club ให้โฮสต์ทุกคนใช้นามแฝงนะครับ อย่างที่เห็นว่าโฮชิจะเรียกดีโน่ต่อหน้าลูกค้า แต่ลับหลังเรียกชาน

แต่พอเป็นคุณลูกค้าคนนี้ คุณเจ้าของร้านก็ปล่อยเบลอกฎร้านไปเลย5555

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #182 youthisyours (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 13:37
    กี๊ด ;-; สุดจาดือ
    #182
    0
  2. #181 youthisyours (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 13:37
    กี๊ด ;-; สุดจาดือ
    #181
    0
  3. #117 JjjjjB (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 01:43
    กลับมาอ่านอีกรอบเพื่ออ่านตอนล่าสดค่ะ อ่านกี่รอบก็ยังชอบมากเหมือนเคย<3
    #117
    0
  4. #111 pimchansfwok (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 07:19
    ก็นะ เจ้าของร้านจะแหกกฏกี่ข้อก็ได้! 5555555 คุณโฮสต์น่ารักมากกกเลยค่ะ เอาใจใส่คุณลูกค้าคนโปรดตลอดเวลาเลย
    #111
    0
  5. #104 อองอองเอง (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 01:48
    แง้ววววว น่ารักมากๆ เลยค่ะ สนใจเขียน side story บ้างมั้ยคะ ฮือออ คุณพ่อโดนเสือตกไปแล้ว!!!
    #104
    0
  6. #103 JjjjjB (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 12:25
    อ้ออ๋อยยย ชอบมากเลยค่ะ แงงงงงง ความนิ่งแค่ข้างในเหมือนมีพายุกับพลุอยู่ของทั้งสองคนคือน่าร้ากกกกกกก งือออ<3
    #103
    0
  7. #102 Jib Jibjib (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 02:00
    มันดีม้ากๆ อยากอ่านต่ออ่า
    #102
    0
  8. #101 jungleshinn (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 18:42
    ขอต่อหน่อยค่ะ ฮือ ชอบมาก ㅠ ㅡ ㅠ
    #101
    0
  9. #100 ควันเขม่า (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 14:23

    โอ้ยยยยย น่ารักมากเลยค่ะ เขินม้วนหลายตลบไปเลยยย

    #100
    0
  10. #99 Grizzlyjh. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 01:20

    อ่านไปนุก็เขินไปนะคะ ยิ่งช่วงท้ายๆตอนจีฮุนเริ่มจะเปิดใจแล้ว เป็นพาร์ทของโฮชิ อดยิ้มไม่ได้จริงๆ คิดภาพตามแล้วสุดแสนจะเอ็นดู ตาแป๋วๆงี้ เท้อออออ ;-;
    #99
    0
  11. #98 Grizzlyjh. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 01:20

    อ่านไปนุก็เขินไปนะคะ ยิ่งช่วงท้ายๆตอนจีฮุนเริ่มจะเปิดใจแล้ว เป็นพาร์ทของโฮชิ อดยิ้มไม่ได้จริงๆ คิดภาพตามแล้วสุดแสนจะเอ็นดู ตาแป๋วๆงี้ เท้อออออ ;-;
    #98
    0
  12. #97 วายนะเออ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 22:52
    ชอบความยื้อแย้งตัวคุณจีฮุนกันจริงๆ555
    #97
    0
  13. #96 gungphao1996 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 22:04
    อ่านไปยิ้มไปทั้งตอนเลยค่ะ คุณจีฮุนเขินแล้วน่ารักม๊ากก ควอนโฮชินี่ก็ร้ายไม่เบาเลยนะ ปลอบคุณเขาจนเกิดอาการอยากรู้ชื่อนี่ยังไงน้า ชอบมากๆเลยค่ะไรต์ เขินบิดม้วนทั้งตอนเลยค่ะ
    #96
    0
  14. #95 UnFanCy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 21:39

    อ่านไปเขินไป ยิ้มแก้มปริแล้วว=////= พอนึกภาพตามนี่ระเบิดตู้มด้วยความเขินง่ะ คันยุบยิบหัวใจไปหมด ไรต์สุดยอดเลยค่ะ! เขียนดีมั่กๆ แงงงงงง
    #95
    0
  15. #94 BlueBeelzebub (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 21:31
    มันก็จะจั๊กจี้ๆ เขินยุบยิบๆที่หัวใจหน่อยๆ แง้ คุณจีฮุนจะต้องน่ารักน่าเอ็นดูขนาดไหนกันนะคะคุณควอนโฮชิถึงเก็บอาการไม่ได้ กลั้นยิ้มแทบไม่อยู่ถึงขนาดนั้น แถมยังแหกกฎร้านตัวเองอีกต่างหาก เป็นเขิน /-/ แต่ตอนคุณจีฮุนเมาแล้วเพ้อก็คือใจสลายไปเลย จะเจ็บปวดแค่ไหนกันนะ อยากกอดปลอบเป็นที่สุด ;;-;; ขอบคุณมากๆเลยนะค้าา เป็นฮีลลิ่งให้กับเราเลยล่ะค่ะ!
    #94
    0