[os/sf seventeen] Coffee, Tears, Moonlight

ตอนที่ 15 : [os] Freshman the series : เจ๊กร้านข้าว || gyuhao

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 440
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62





Photo by Malte Wingen on Unsplash







มินกยู as เมธ ภูเมธ

ดิเอท as ปีโป้ ปฏิภาณ







 




 

"เอาทอดมันกับผัดพริกแกงครับ"


"อืมๆ แกงเขียวหวานกับอะไรนะ"


"ไม่ใช่ครับ ผัดพริกแกงครับ อันนี้ครับๆ"


"อ๋อๆ ได้ๆ อะ 27 บาท"


"ไม่ใช่ไข่ดาวนะครับ ทอดมันนะคร้าบบ"




สั่งอาหารก็อาจจะเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับใครบางคนได้ทุกวัน


ภูเมธก็เหมือนจะเข้าใจ แต่ก็เกือบๆ ไม่เข้าใจ เอาเป็นว่าจะพยายามเข้าใจ แต่ก็อดข้องใจอยู่นิดนึงไม่ได้อยู่ดี...ว่าทำไม๊ ทำไมโรงอาหารที่หอถึงไม่เคยได้อย่างที่สั่งเสียที


สั่งอย่างนึงได้อีกอย่างนึง สั่งสองอย่างได้อย่างเดียว สั่งข้าวเยอะได้ข้าวกล้อง สั่งถูกหมดแล้วแต่ดันเอาไปให้คนอื่น โอเค พอ กูเหนื่อย แถมผลไม้ก็ราคาแปรผันตามท้องตลาดอีก อันนี้ไม่รู้จะบ่นดีหรือเปล่าเพราะที่โรงเรียนเก่าเขาไม่เป็นแบบนี้ อยากจะบ้าตาย


โดยเฉพาะเด็กผู้ชายตัวผอมๆ ผมสีดำยาวระต้นคอ สีหน้าเฉยชาไม่ค่อยสนใจลูกค้า ที่มาทำงานในร้านข้าวร้านโปรดเขาในวันเสาร์อาทิตย์ คนนี้ยิ่งชวนให้สงสัยว่าเจ้าตัวเดินทางข้ามประเทศมากี่วันแล้ว ทำไมสั่งกี่ครั้งก็ไม่เคยได้ตรงเสียที จนหลายครั้งเขาก็ทนกินๆ ลงไปเพราะขี้เกียจเสียเวลาเปลี่ยนใหม่


"เอาไก่ทอดกับไข่คนครับ"


ณ สนามเพลาะสุดหฤโหด ประเทศไทยแลนด์ ฝ่ายอักษะพลทหารภูเมธ เผชิญหน้ากับฝ่ายพันธมิตรไอ้เด็กร้านข้าวหน้าตากวนประสาท ประจันหน้ากันผ่านตู้กับข้าวที่มีถาดกับข้าวสีสันชวนน้ำลายสอเรียงรายอยู่ด้านในเหมือนตัวประกัน ลำคอเขาแห้งผาก ธนบัตรในมือถูกกำแน่นจนยับยู่ยี่ สายตาทั้งคู่เลื่อนขึ้นประสานกันฉับพลันเหมือนปุ่มจุดระเบิด


"อ๋อ ได้เลย"


ไอ้เด็กร้านข้าวตอบด้วยเสียงเรื่อยๆ มือซ้ายพลิกรับจานข้าวจากแม่ครัวด้านหลัง มือขวาฉวยทัพพีตัก...นั่น! ไก่ทอด! ถูกเฉยเลยว่ะ แต่กูไม่เชื่อว่าวันนี้มึงจะไม่ท็อปฟอร์ม กูไม่เชื่อ!


ตักไก่ทอดเสร็จอีกฝ่ายก็เลื่อนตัวไปทางขวา เป้าหมายอยู่ห่างออกไปเพียงเอื้อมมือ เขาเผลอยืดตัวขึ้น อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว...ถึงแล้ว!!


คนด้านในเคาน์เตอร์เหลือบมองเขาเหมือนสมเพชนิดๆ ก่อนหยิบทัพพีขึ้นมาใหม่ กวาดตามองไข่คนที่เหลืออยู่ค่อนถาดก่อนเลี้ยวไปตักบวบผัดไข่ที่เกือบหมดถาดแล้ว กวาดเสียจนเกลี้ยงแทบไม่ต้องล้างถาด ปล่อยให้คนมองอ้าปากค้างมองหน้าคนตักสลับกับจานข้าวเหมือนโดนขีปนาวุธไล่บี้ยิงถล่มจนราบเป็นหน้ากลอง!


มันจงใจชัดๆ!
















วันนี้วันจันทร์


...แต่ทำไมภูเมธที่กระหืดกระหอบลงมาตอนแปดโมงห้าสิบสองนาที สะพายกระเป๋าสองใบ ถุงกระดาษ กับกระบอกน้ำพะรุงพะรัง ถึงต้องมาเผชิญหน้ากับสายตามองเหยียดหยามสุดชีวิตเหมือนมองสิ่งมีชีวิตบางอย่างไต้ยั้วเยี้ยอยู่ปลายเท้าจากไอ้เด็กนี่ด้วย!


มึงจะขยันไปแล้วโว้ย! หยุดงานบ้างก็ได้!


"เอาทอดมันกับผัดเปรี้ยวหวานครับ"


อีกฝ่ายพยักหน้าแล้วตักไก่ผัดขิงกับหมูยอก่อนผลักให้โดยไม่ถามไถ่ เจริญพร


ภูเมธสวดแผ่เมตตาให้อีกฝ่ายในใจขณะเลื่อนจานเข้าหาตัวพลางควานหาเศษเหรียญในกระเป๋าไปด้วย เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นเพียงสีข้างที่พูดไม่ได้ของคนที่ขยับไปตักข้าวให้คนอื่นแล้ว เลยยืนค้างเติ่งอยู่หน้าร้านจนกระทั่งอีกฝ่ายตักเสร็จ


เขามองไหล่ยุกยิกที่รับเงินเขาไปแล้วก้มหาเงินทอนในตะกร้า


"มึงอะ"


อีกฝ่ายเลื่อนสายตาขึ้นมองโดยไม่พูดอะไร แต่สัมผัสถึงรังสีฆ่าฟันบางอย่างได้ว่าถ้าพูดไม่ดีกูตายแน่ เลยตัดสินใจเปลี่ยนคำพูดฉับพลัน


"นายอะ เดี๋ยวนี้ทำงานวันจันทร์ด้วยหรอ?"


ชวนคุยไปงั้น จริงๆ คือตั้งใจจะหลอกถามว่าไอ้นี่ทำงานวันไหนบ้าง เขาจะได้เตรียมใจมาว่าต้องแรนด้อมข้าวกินวันไหน


เงียบกริบ...ภูเมธร่ำๆ จะถามอยู่แล้วว่าหน้ากูมันหล่อมากปะถึงจ้องเอาๆ ถึงกูจะรู้ว่ากูหล่อ แต่มึงจ้องเหมือนมองหนอนแมลงวันในข้าวนี่มันกวนประสาท ไอ้ห่า


ผ่านไป 5 วินาทีถ้วน หมอนั่นก็ดึงผ้ากันเปื้อนออกทางหัว ด้านในคือเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสีดำอย่างเครื่องแบบนักศึกษา ปักเข็มสถาบันศึกษาบนอก เนกไทสีเข้มปักลายเรียบกริบถูกระเบียบทุกตารางนิ้วเหมือนรูปบนโปสเตอร์โปรโมตมหา'ลัย เล่นเอาเขาอ้าปากค้างเหวอ


อย่าบอกนะว่าต่างดาวร้านขายข้าวมันอยู่ม.เดียวกับกู โว้ยยยยย!!


อีกฝ่ายกวาดตามองเขาอีกรอบนึงแล้วหันไปไหว้คนด้านในเคาน์เตอร์


"แม่ ป๊า ไปเรียนแล้วนะ"


"อาปิงวันหลังเจียะปึ่งเยอะๆ แล้วค่อยไปนะ เย็นแม่ทำโหงวก้วยกับแปะไฉ่ของโปรดลื้อด้วย กลับมากินด้วยล่ะ"


อะ ช็อครอบสอง ต่างดาวมันเป็นเจ๊กอิมพอร์ตมาจากจีนว่ะ ว๊อททท!


ภูเมธยังยืนช็อคค้างอยู่กับที่จนกระทั่งคนข้างในมุดลอดเคาน์เตอร์ออกมายืนข้างๆ แล้ว สายกระเป๋าสะพายสีดำพาดเฉียงบ่า ผมยาวประบ่าเซตไว้ยุ่งๆ กับต่างหูห่วงโลหะของไอ้เจ๊กเท่เป็นบ้า ถึงยืนเทียบกันแล้วมันจะตัวสูงแค่หูเขาก็ตาม มันยังพูดหน้าตาเฉย


"กูไปด้วย"


"ห๊ะ?"


"กูเรียนเซคเดียวกับมึง ไม่รู้หรอ"


ว่าแล้วก็ยิ้มแป๊ะน่ารักใส่ เป็นรอยยิ้มผสมระหว่างขบขันกับกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างผู้ชนะ


ภูเมธรู้สึกเหมือนโดนปล่อยหมัดฮุกเข้ากลางอก ตาพร่างพราย รู้สึกได้แต่จังหวะการเต้นรุนแรงของก้อนเนื้อในอกแทบจะวิ่งออกมาเต้นซุมบ้ารอบราชมังคลากีฬาสถาน




...ช็อคข้อสุดท้าย เจ๊กแม่งน่ารัก เวรเอ๊ย!
















สรุปคือไอ้เจ๊กร้านขายข้าวชื่อไอ้ปีโป้ แม่เรียกอาปิง นิเทศปี 1 (นึกว่าอายุราวๆ น้องสาวเขามาตลอดเลย ดีนะที่ไม่เรียกน้องตั้งแต่แรก ไม่งั้นคงโดนจานกระแทกกบาล) เป็นเจ๊กครึ่งไทย พ่อเป็นไทยแม่มีเชื้อสายจีน พูดจีนไม่ได้แต่ด่าเป็นภาษาจีนได้ฉอดๆ จนเขาหัวหมุนประสาทแดก กูไม่เก็ตตรรกะมึง เอาที่สบายใจเลยละกัน


นอกจากไปเรียนเซคเดียวกันในวันจันทร์ เขายังเจอมันในวันอังคาร พุธ พฤหัสบดี หรือก็คือเกือบทุกวัน เวลาเรียนเช้าก็คล้ายกันอีก มันเลยจ้างเขาปลุกแลกกับหมูทอดสามชิ้นตอนเช้า มึงจะไม่ให้กูไปกินร้านอื่นเลยใช่ไหม ได้ อย่างน้อยมีเพื่อนเป็นลูกเจ้าของร้านข้าวก็ดีอยู่อย่างนึงคือจังหวะไหนมันอารมณ์ดี มันก็จะตักเพิ่มให้โดยไม่ถามซักคำ ถึงจะยังไม่เคยตักถูกตามที่สั่งซักครั้งเลยก็ตาม


ยังคงเป็นปริศนาไม่กล้าถามว่าทำไมมันถึงฟังเขาสั่งอาหารไม่รู้เรื่อง เพราะมึงโง่หรือกูลิ้นไก่สั้นกันแน่ เอาไว้สนิทกันกว่านี้จะถามดูแล้วกัน ตอนนี้แค่ถามว่ามึงเรียนตึกไหนแบบไม่โดนมันฟาดหน้าว่าไอ้สมองปลาทองเขายังทำไม่ได้เลย รันทดแค่ไหนถามใจเธอดู


วันอาทิตย์ ภูเมธแต่งตัวหล่อ ฉีดน้ำหอม แล่นลงไปโรงอาหารแต่เช้า ตั้งใจจะชวนไอ้เจ๊กไปงานของคณะรัฐศาสตร์เย็นวันพุธนี้ แต่ก็ต้องไปยืนงงอยู่หน้าร้านที่ว่างเปล่าไร้คน ถาดอาหารยังเต็มทุกถาดแต่คนขายหายไปไหนไม่รู้ เขาชะเง้อชะแง้ สบตากับป้าร้านข้างๆ ที่ทำหน้ามีความหวังพร้อมจะพรีเซนท์ร้านตัวเองได้ทุกเมื่อ


"เอ่อ วันนี้ไอ้เจ๊กไม่มาหรอครับ"


"จะ...เจ๊ก?"


เคร ลืมว่าสั่งข้าวยังไม่รู้เรื่องเลย ถามเรื่องอื่นแล้วรู้นี่คงคาดหวังมากไป แต่ยังไม่ทันที่เขาจะหันซ้ายรีขวาหาคำตอบด้วยตัวเอง จู่ๆ ไอ้เจ๊กร้านขายข้าวก็โผล่พรวดมาจากหลังร้าน มองเขาหัวจรดเท้าด้วยสายตาเย็นเยียบแบบที่ให้ขึ้นไปบนน้ำตกไนแองการ่าแล้วกรีดร้องกระโดดลงมายังจะอุ่นใจกว่า


"ฮวงนั้ง"


พูดจบก็สะบัดหน้าพรืดเดินหนีไปเลย


เดี๋ยว มึงด่ากูเป็นจีนแล้วกูจะไปถามใคร กู๋ทรานสเลตก็ช่วยไม่ได้ มึงกลับมาทรานสเลตให้กูก๊อนนนนนนนนน!!





"เอาผัดผักบุ้งกับไก่ทอดครับ"


"..."


ไม่รู้จะมีใครล้มเหลวทางการสร้างสัมพันธภาพเท่าเขาไหม ยังไม่ทันสนิทกันก็โดนเกลียดซะแล้ว แถมไม่รู้ว่าทำไมถึงโดนเกลียด จะให้ทำยังไงโว้ยยย!!


ภูเมธประจันหน้ากับไอ้เจ๊กร้านข้าวที่กลับมาทำหน้าไร้อารมณ์อีกครั้ง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ถึงมันเกรี้ยวกราดเก่งอยู่บ้าง แต่พอหยอดมุกถูกจังหวะก็จะหันมาส่งยิ้มแป๊ะเหมือนเกี๊ยวอวบๆ ขาวๆ ให้ เล่นเอาสติเขาจะหลุดลอยทุกที แต่ตั้งแต่วันนั้นที่มันด่าอะไรหวงๆ ใส่หน้าเขาแล้วก็ไม่พูดกับเขาอีกแม้แต่คำเดียว แชทที่ส่งไปไม่ถูกเปิดอ่าน เมื่อคืนกระสับกระส่ายจนแอบกดเบอร์มันที่ได้มาจากรุ่นพี่ที่คณะ (ได้ฟรีไม่ต้องเสียสำเนาละ 300 นะครับ) พอมันรู้ว่าเป็นเขาก็วางสายแล้วปิดมือถือใส่โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง แม่งเอ๊ย!


คือมึงได้ยินกูปะเนี่ยเจ๊ก "มึงครับ"


ขั้นกว่าของการตักผิดคือไอ้ปีโป้มันเลื่อนจานไปทางซ้าย มองข้ามหัวเสมือนเขาไม่มีตัวตน "คนต่อไปครับ"


ภูเมธหันไปมองพี่ปี 2 ข้างหลังที่ทำหน้ากระอักกระอ่วนมองเขาสลับกับไอ้คนขายแล้วก็ต้องตัดใจเดินออกจากแถวแต่โดยดี แอบมองคนใจร้ายกำลังตักข้าวด้วยสีหน้าปกติแล้วอดรู้สึกมันเจ็บตรงนี้ที่หัวใจไม่ได้ คือมึง...ทำไมมึงใจร้าย ทำไมมึงไม่ให้โอกาสกูแก้ตัว ทำไมมึงไม่ให้กูแดกข้าว กูหิว มึ๊งงงงง!!


"อ้าว อาเมธ วันนี้ไม่กินข้าวร้านแม่เหรอจ๊ะ"


จู่ๆ ก็มีคนเดินมาแตะหลังจนเขาสะดุ้งสุดตัว หันไปเห็นแม่ของไอ้ปีโป้ยืนยิ้มให้ ถุงของสดหนักอึ้งวางอยู่แทบเท้า ...น้ำตาจะไหล ในความเฮงซวยบนโลกยังมีความโชคดีอยู่สินะ แม่ครับ ผมรักแม่นะ เขารีบฉวยถุงของสดเดินนำลิ่วไปอีกทางก่อนที่ไอ้เจ๊กจะเห็น


"แม่ครับๆ มานี่หน่อยๆ"


"เอ๊ะ อะไรของลื้อเนี่ย"


ใช้เวลาแปดนาทีถ้วนในการเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ใส่สีตีไข่ตามสกิลการมโนไปเองเก่งอันเลื่องชื่อที่เคยได้รางวัลเรื่องสั้นดีเด่นลงหนังสือวันเด็กตั้งแต่สมัย 11 ขวบ ผู้อาวุโสกว่ายอมยืนฟังเขาตีโพยตีพายดราม่าบีบน้ำตาใส่อย่างนิ่งๆ หรืออันที่จริงติดจะอมยิ้มนิดๆ  ฟังจบก็ทำท่าจะหัวเราะด้วยซ้ำ


"โอ๊ย เรื่องแค่นี้เองใครเค้าถือกัน อาปิงหัวโบร่ำโบราณเหมือนอากงไม่มีผิดนั่นแหละ คิๆ ลื้อไปคุยกับอาปิงดีๆ อย่าเพิ่งใจร้อน เดี๋ยวแม่เปิดประตูให้เนอะ"


โห...แม่ ซาบซึ้งจนอยากบวชทดแทนบุญคุณ แต่ทำยังไงให้ผลบุญไปถึงวะ ต้องสมัครเป็นลูกบ้านนี้ก่อนปะ? ภูเมธรีบหอบข้าวหอบของอย่างสุดแสนปลื้มปริ่มใจตามอีกฝ่ายไปหลังร้าน


หลังจากช่วยเก็บของเข้าตู้เย็นอย่างเก้งๆ กังๆ ผู้อาวุโสกว่าก็จุ๊ปากแล้วผลักประตูห้องเล็กๆ ข้างในร้าน ยื่นหน้าเข้าไปแล้วหันมาดันหลังเขาเข้าไปแทนอย่างเงียบเชียบ


"อ้าว แม่ กลับมาแล้วเหรอ--"


คนที่นอนเอกเขนกบนเก้าอี้ยาววุ่นวายอยู่กับกล้องในมือเอี้ยวตัวมามองแล้วชะงักค้าง เขารีบปิดประตูกดล็อก เสียงโวยแหลมปรี๊ดสวนขึ้นมาทันควัน


"เข้ามาได้ไง!!"


"เดิน" เขาตอบส่งๆ พลางรีบตะปบที่เท้าแขนทั้งสองข้างของเก้าอี้ไว้กันคนขี้วีนหนี


"กวนประสาทเหรอ ใครให้มึงเข้ามา!?"


"มึงต้องคุยกับกู!"


"แต่กูไม่มีอะไรคุยกับมึง!"


"แต่มึงต้องคุย!"


"ไอ้เหี้ย เอาหน้าออกป๊ายยยยยย!!"


สุดท้ายเลยต้องยอมถอยร่นเพราะไอ้เจ๊กทำท่าจะสติแตกช็อกตายคาเก้าอี้อยู่แล้ว


"อะ บอกกูได้ยังว่ามึงโกรธกูเรื่องอะไร กูกลับไปนั่งคิดนอนคิดจนหัวจะระเบิดอยู่แล้วว่ากูไปทำอะไรให้มึงโกรธ" เขาเกริ่นเรื่องใส่ พยายามระงับอารมณ์พลุกพล่าน


"กูไม่ได้โกรธ" อีกฝ่ายยังทำลอยนวลทั้งที่แก้มขึ้นสีจัด ดูน่ารักน่ามองไปอีกแบบ


"ไม่ได้โกรธบ้านป้ามึงสิ มึงไม่ตักข้าวให้กู!"


"ก็กูไม่อยากตักให้มึง!"


"จะบ่ายเบี่ยงอีกนานปะ! ถ้ามึงเกลียดกูมึงก็บอก ไอ้เหี้ย! หรือถ้ากูพูดอะไรผิดไปมึงก็ต้องบอกกู มึงจะเงียบไปเฉยๆ เหมือนกูไม่มีความสำคัญอะไรในสายตามึงไม่ได้ รู้บ้างปะว่ากูคิดถึงมึงจนจะบ้าอยู่แล้ว สัส!"


ไอ้เจ๊กอ้าปากค้างพะงาบๆ แล้วทิ้งตัวลงกับเก้าอี้ ท่าทางเหมือนจนคำพูด


ขนาดภูเมธที่หลุดปากออกไปด้วยความโมโห แต่พอคิดได้ก็เริ่มรู้สึกหน้าร้อนๆ แปลกๆ จนต้องมองไปทางอื่นแก้เขิน


"กูไม่ได้โกรธจริงๆ" เดดแอร์ไปสิบวินาที ไอ้ปีโป้ก็อ้อมแอ้มเสียงเบา "กูแค่ไม่ชอบให้มึงมาเรียกกูแบบนั้น ไอ้ห่าเมธ เลิกโง่ซะทีได้ปะ"


"เรียกว่าอะไรวะ? ลืม"


"โง่" ได้ทีมันก็รีบซ้ำเติมใหญ่ "วันหลังโง่ก็อย่าเสือกไปใช้คำแบบนั้น ไม่เอาปังตอฟาดก็บุญแล้ว ไอ้สัส"


"เดี๋ยวๆ วันนั้นกูเรียกมึงว่าเจ๊กปะ? แล้วคำนั้นคืออะไรวะ ที่มึงด่ากูอะ อะไรฮวงๆ โหๆ"


"ฮวงนั้ง" คล้ายอีกฝ่ายเหนื่อยจนหมดอารมณ์ด่าแล้ว


"แปลว่าอะไรวะ"


"ก็เหมือนเจ๊ก" มันยังลอยหน้าลอยตาตอบกำกวม


"มึงด่ากูว่าเป็นคนจีนงี้หรอ อะไรวะ! พูดก็พูดตรงๆ จะอ้อมไปอ้อมมาทำไม--!!"



เคร้ง!!



อะ เอาเป็นว่าฮวงนั้งใช้เรียกคนไทย ส่วนเจ๊กใช้เรียกคนจีน แต่เป็นความหมายที่ไม่ค่อยน่าเรียกนักทั้งสองคำ อะ กูจะไปรู้มั้ย บอกมาดีๆ แต่แรกก็จบ จำเป็นต้องตบบ้องหูกูด้วยฝาหม้อปะ ไอ้สัส ยุ่งยากฉิบหาย กูก็ไม่ค่อยเข้าใจแต่กูจะไม่เรียกมึงว่าเจ๊ก มึงก็อย่าเรียกกูว่าฮวงนั้งแล้วกัน
















นับตั้งแต่เชื่อมมิตรภาพกันด้วยมือเท้าและฝาหม้อ เขากับไอ้ปีโป้ก็กลายเป็นเพื่อนสนิทซี้ปึ้กตายแทนกันได้เฉยเลย (ยกเว้นมันจะฆ่าเขาเอง ซึ่งดูจะเป็นไปได้วันละหลายๆ รอบ) ไปไหนก็ไปกับมัน ตัวติดกับหนืบยิ่งกว่าทากาวตราช้างไปแล้ว ส่วนหนึ่งก็เพราะมันทำอะไรไม่ค่อยเป็น ผูกเนกไทก็เบี้ยวเหมือนแฟชั่นจากโลกหน้า ยกเว้นแต่เรื่องกวนประสาทที่เก่งนัก


"กูสงสัยเรื่องนึงมานานละไอ้โป้ มึงก็คนไทย ฟังไทยรู้เรื่องนี่หว่า ทำไมมึงตักข้าวให้กูผิดทุกรอบเลยวะ"


เอาล่ะ สนิทกันมากพอจะถามเรื่องนี้ละ


คนถูกถามเดินลิ่วๆ นำหน้าจะไปหาอะไรกินที่คณะมนุษยศาสตร์ ไม่รู้ทำไมมันต้องดั้นด้นขนาดนั้นเหมือนกัน สงสัยสายเลือดแม่ครัวมันลึกล้ำเข้าแก่นกระดูกไปแล้ว


ภูเมธรีบเดินตามไปล็อกคอไว้ ได้รับสายตาดุๆ จากอีกฝ่ายพอเป็นพิธี แล้วมันก็ย้ายกระเป๋าตัวเองมาคล้องคอเขาเฉย เออ แม่งเป็นคนแบบนี้


"ตกลงจะตอบกูปะ"


"ใครตักผิด ไม่มี๊"


"ไม่มีบ้านป้ามึงสิ กูจะฟ้องสคบ. โว้ย!"


เอาเข้าจริง สั่งร้านอื่นก็มีผิดอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยก็แค่อย่างสองอย่างครั้งสองครั้ง ผิดก็ไม่ได้ดูห่างไกลจากที่สั่งเท่าไหร่ มีแต่สั่งกับไอ้ปีโป้คนไทยแท้นี่แหละที่สามารถเปลี่ยนจากเนื้อไก่เป็นจระเข้ได้


มันยังลอยหน้าลอยตาไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งๆ ที่มุมปากกลั้นยิ้มสนุกสนานที่เห็นแล้วแทบกุมขมับ ไอ้อยากเตะมันก็อยาก อยากยอมให้มันแกล้งเพื่อให้ได้เห็นรอยยิ้มนี่อีก...ก็อยากนะ


"ก็กับข้าวถาดนั้นมันขายไม่ค่อยออก มึงแดกไปอะดีแล้ว หน้ามึงเหมือนหมา น่าจะแดกได้หมดทุกอย่าง"


เอ้า พูดงี้ก็สวยสิวะ แต่มึงไม่สวย มึงไม่หล่อ แล้วมึงก็ไม่น่ารักด้วย มึงน่าถีบฉิบหายเลยไอ้เชี่ย!


หลังจากวันนั้นเขากับมันก็โดนมารดาของฝ่ายหลังลากเข้าไปเทศน์หลังร้านด้วย พอดุลูกชายที่งอนเพื่อนไม่เข้าท่าจนคุณลูกชายงอนแก้มป่องเป็นตูดลิง คุณแม่ก็หัวเราะแล้วโยกหัวบุตรชายเพียงคนเดียวไปมาอย่างเอ็นดู


"อาเมธไม่รู้ ลื้อก็อย่าถือสาหาความสิ... อาเมธอย่าโกรธอาปิงเลยนะ อาปิงอีหัวโบราณ ใครพูดนิดพูดหน่อยก็โมโห ใครๆ ก็บอกว่าอาปิงเป็นอากงกลับชาติมาเกิดน่ะจ้ะ"


"แม่! ผมไม่ได้หัวโบราณซะหน่อย!"


เขานั่งฟังเพลินๆ พลางคิดในใจเงียบๆ อากงนี่ใครวะ คล้ายๆ อาแป๊ะไหม


"ตอนแม่แต่งงานกับป๊า อากงอีขัดขวางแทบตาย ขู่นู่นขู่นี่สารพัด ทั้งๆ ที่อาม่าก็เป็นคนไทย อ่า..." จู่ๆ คุณแม่ก็ทำตาตื่นแล้วยกมือขึ้นประคองหน้าเขา "อาเมธหน้าเหมือนอาม่าลื้อมากเลยอาปิง!"


"ไม่ใช่แล้วแม่! มันเนี่ยนะ!?"


"ดูสิ เหมือนเปี๊ยบเลย" ว่าแล้วยังไม่พอ ยังเอามือมาจับๆ บีบๆ สันจมูกเขาอีก "หน้าคม ตาโต จมูกโด่ง สวยแบบสาวไทยแท้ๆ แบบเนี้ย!"


เอ่อ เดี๋ยวครับ แม่พูดอะไรเกรงใจกล้ามแขนผมด้วยโว้ย!


"ไปกันใหญ่แล้วแม่ หน้ามันเหมือนหมาแบบนี้เนี่ยนะ!"


"ไม่ได้แล้วนะ! อากงสัญญากับอาม่าลื้อว่าจะรักเดียวใจเดียวตลอดไป ลื้อต้องแต่งอาเมธเข้าบ้านแล้วเข้าใจไหม!?"


"แม่! แม่พูดอะไรอย่างงี้อะ! ป๊า! ป๊าช่วยผมด้วยยยยยยย!!"


อะ อะไรของครอบครัวนี้วะ แม่เป็นอาหมวยพ่นจีนเป็นไฟแต่ดันเรียกว่าแม่ พ่อนี่ก็หน้าซื่อเป็นหนุ่มลูกทุ่งบ้านนาแต่ดันเรียกว่าป๊า อะกูไม่พูดแล้ว เดี๋ยวโดนหาว่าเหยียดชาติพันธุ์ กูยังอยากมีที่ยืนในสังคม


เถียงกันไป ตบตีกันมา โดนผู้อาวุโสกว่าทั้งสองพร้อมใจกันล้อ ตามด้วยไอ้ปีโป้ตบกบาลเขาไปทีนึงด้วยความหงุดหงิด ครอบครัวนี้มันป่วนดีจริงๆ วุ้ย สบโอกาสภูเมธก็ขยับเข้าไปลองถามหยั่งเชิงดู


"เออ จะว่าไปมึงชอบแบบไหนวะ?"


"...ไม่ใช่แบบมึงแล้วกัน"


"ไอ้เหี้ย กูถามจริงๆ"


ย้ำคำกลั้วหัวเราะ ทั้งๆ ที่ใจร้าวเปรี๊ยะไปแล้ว กูอยากเป็นแฟนมึงมากมั้งสัส


มันทำหน้าฮึดฮัดแล้วหันไปทางอื่น แต่ใบหูขึ้นสีแดงจัดเป็นหลักฐานมัดตัว เห็นแล้วอยากจะขยี้หัวมันให้จมดินซะที ทำเป็นปากเก่งวิจารณ์หนังเรท R เสียเป็นจริงเป็นจัง เอาเข้าจริงมึงก็ไก่อ่อนล่ะว้า


"กูก็ชอบแบบ หมวยๆ หน่อยอะ ขาวๆ อวบๆ มีเนื้อมีหนังกำลังดี เวลากอดนุ่มๆ เต็มไม้เต็มมือหน่อย"


"คือมึง...นั่นสเป็คสาวหรือไก่ต้มวะ?"


"ไอ้หมาเหี้ย!"
















วันเสาร์ คราวนี้ภูเมธได้บัตรลดร้านอาหารชื่อดังที่มีมาสคอตเป็นตุ๊กแกตัวอ้วนสีเขียวใส่มงกุฎยิ้มแฉ่ง เห็นแล้วนึกถึงตัวผอมๆ กับตาหยีๆ เวลายิ้มของใครบางคนขึ้นมา เลยตัดสินใจจะชวนไอ้ปีโป้ไปเลี้ยงข้าว เผื่อจะได้มีเนื้อมีหนังจับแล้วติดมือขึ้นมาบ้าง


เขาผิวปาก เสยผมที่ไม่ได้จัดแต่งของตัวเอง ลงไปสั่งข้าวร้านเดิม แต่แล้วกลับรู้สึกว่าไอ้ปีโป้มันเหม่อลอยแปลกๆ ใช้ด้ามทัพพีตักข้าวแล้วก็ตักไม่ขึ้นอยู่นั่น สั่งไข่เจียวก็ตักไข่ดาว ตักแกงก็ราดเสียจนข้าวชุ่มแทบเป็นข้าวต้มอยู่แล้ว


"25 บาทครับ"


"27 บาทโว้ย" เขาแก้แล้ววางเงินลงบนเคาน์เตอร์ดังแกร่ก มันสะดุ้ง มองหน้าเขาเหรอหราเหมือนเพิ่งเห็น


"ไอ้เมธ"


"เออ กูเอง"


"อ๋อ...มึงนี่เอง"


ว่าเสียงยานคางจบก็ยิ้มตาเยิ้มแปลกๆ เห็นแล้วจู่ๆ ก็เครียดถึงสุขภาพจิตมันขึ้นมา


"มึงเป็นไร?"


"...เปล่า อ๋อ"


จู่ๆ มันก็ทำหน้าตาตื่นแล้วลากเขาไปหลังร้าน นิ้วผอมเรียวที่กำรอบข้อมือเขาชื้นเหงื่อ ฝีเท้าสับสนจนเขาต้องคว้าตัวมันไม่ให้สะดุดขาเก้าอี้ล้มคะมำไปเสียก่อน แล้วมันก็หันกลับมา ดวงตายังคงเลื่อนลอยเหมือนเมาความสุข ภูเมธเริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมาจริงๆ จังๆ ไอ้ปีโป้ไม่ใช่คนแบบนี้เลย


"มึงบอกกูมาตรงๆ มึงเป็นไรวะ?"


"คือมึง..."


มันเลื่อนสายตาขึ้นมาสบก่อนจะคลี่ยิ้มหวานละมุนให้ เขายังไม่ทันโดนดาเมจของยิ้มน่ารักๆ นั่นพุ่งเข้าปักอก มันก็ก้มหน้าเขินบิดไปบิดมาแล้วยืดตัวขึ้นกระซิบข้างหูเขาเบาๆ เหมือนสาวน้อยวัยใสกระซิบรักหนุ่มรุ่นพี่ ลมหายใจเป่าคลอเคลียจั๊กจี๊ซอกคอจนแทบเคลิ้ม ละลายเหลวลงไปซะตรงนั้น



"...คือกูปิ๊งสาวฝรั่งคนนึงที่คณะมนุษย์อะ"




.


.


.




ปี๊ ป่อ ปี๊ ป่อ ปี๊ ป่อ


สถานการณ์ฉุกเฉิน! ฉิบหายแล้ว! ไอ้สัสเจ๊ก! มึงจะชอบคนอื่นไม่ได้เพราะกูชอบมึง! ไอ้เว๊รรรรรรรรรรรร!!





















#ฟิคไม่มีเหตุผล

_________________________________________



ผ่านมาเทอมนึงนึกว่าสกิลสั่งข้าวจะสูงขึ้นแล้ว

แต่พอไปสั่งด้วยความมั่นใจ...เขาก็ยังฟังเราไม่รู้เรื่องครับ5555 \\ล้องห้าย

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #69 bamMT1997 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 17:56
    ขำ5555555
    #69
    0
  2. #68 PanKunMuMiEiEi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 21:25

    โอ้ยยย5555555

    #68
    1
    • #68-1 hoshiscoco(จากตอนที่ 15)
      1 เมษายน 2562 / 07:32
      อาปิง ลื้อตักกับข้าวผิดให้ลูกค้าเพราะอะไรน่ะฮึ ละมาแอบอมยิ้มแบบนี้ บอกสเปคเป็นสาวหมวย รู้ตัวอีกทีไปปิ๊งสาวฝรั่ง ขอให้ได้แต่งกะสาว(?)ไทยคนสวยอย่างที่แม่ว่า /เพี้ยง!

      ตอนหลังเขาตักผิดเพราะหลงสาวไม่ใช่เพราะเป็นนายแร้วอะเมธ--
      #68-1