{ BEAST } Undesigned Love #DOOSEOB

ตอนที่ 11 : ✎ My Choice

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 พ.ค. 59


Love your choice

จงรักสิ่งที่คุณตัดสินใจเลือก





          ...ตัวเลือกของผมมันเริ่มต้นจากเช้าวันนึงที่ผมตั้งใจว่าวันนี้ทั้งวันจะไม่ออกไปไหน ไม่ออกไปเจอใคร ไม่ออกไปทำอะไร ทำกิจวัตรประจำวันของตัวเองไปแบบปกติอย่างที่ชีวิตผู้ชายโสดคนนึงจะทำได้



          'ตือดึ่ง'



          เสียงตั้งเตือนจากโทรศัพท์เครื่องสวยผ่านแอฟพลิเคชั่นสื่อสารยอดฮิต



          ผมค่อนข้างแปลกใจเมื่อเห็นชื่อที่ทักเข้ามา 



          '...พี่จุนฮยอง' รุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่าของผม แต่เราไม่เคยมีโอกาสได้พูดคุยตอนที่ยังเรียนอยู่ ผมเพิ่งได้มีโอกาสพบกับเขาจริงจังแค่สองถึงสามครั้งในกองถ่ายละครของเพื่อนรุ่นพี่ ...ถึงอย่างนั้นเราก็ยังคงพูดคุยกันอยู่เสมอตามโอกาสต่างๆ 



          จุนฮยอง: ว่างรึเปล่า พี่โทรหาได้ไหม



          ผมอ่านก่อนจะตอบตกลง ไม่นาน เขาก็โทรเข้ามา 



          "ว่าไงพี่ มีอะไรรึเปล่า" ผมถามออกไปอย่างสงสัย เพราะค่อนข้างมั่นใจว่าเขาไม่ใช่พวกประเภทโทรมาคุยเล่น หรือนึกครึ้มอยากระบายความอัดอั้นตันใจอะไรเทือกนั้น คงจะต้องมีเรื่องอะไรให้ช่วยแน่ๆ 



          ( โยซอบ ว่างรึเปล่า พอดีพี่อยากได้คนช่วยถ่ายงานให้หน่อย ) นึกไว้ไม่มีผิด



          "พี่หมายถึงให้ผมไปถือกล้องใช่ไหม" ผมถาม เข้าใจว่าเราเรียนสายงานเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องยากหากต้องการตากล้องสักคนเพราะผมก็ถือเป็นคนที่สามารถใช้อุปกรณ์พวกนี้ได้ดีระดับหนึ่ง ...นี่ไม่หลงตัวเองนะ 



          ( เปล่า ฉันจะให้นายมาเป็นพระเอก! )



          ...ค่อนข้างแปลกใจมากถึงปานกลาง ท่าจะ out of options จริงๆ ใช่ไหม ทำไมถึงตัดสินใจเลือกผม ผู้ชายที่เลือกเรียนคณะนิเทศศาสตร์เพราะพลาดท่าจากบริหารคณะในฝัน จับผลัดจับผูมาลงเอยเป็นเด็กยกของในกองละครที่เรียน สกิลการแสดงต่ำ จำบทนี่ถึงขั้นติดลบ ให้ไปเล่นเป็นต้นไม้ยังฟังเข้าท่ากว่าเป็นพระเอก!



          "พี่มั่นใจแล้วเหรอ" ...ถามออกไปเพราะผมก็ยังไม่มั่นใจในตัวเองเลย



          "เออ ช่วยฉันหน่อย งานนี้เร่งมากจริงๆ ตอนนี้อยู่กับตากล้องสองคนเนี่ย นัดนางเอกไว้แล้ว เหลือแต่รอให้นายตอบตกลง" 



          นี่ยิ่งกว่าการมัดมือชก มันคือการมัดมือผมแล้วจับโยนถ่วงน้ำ! ผมทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าตอบตกลงเพราะไม่อยากให้พี่จุนฮยองงานล่ม อีกอย่างผมก็ยังว่างอยู่ ถ้างานพี่จุนฮยองไม่เสร็จมาคงยุ่ง



          ...บางทีมันอาจจะดีก็ได้ ยังไงผมก็เรียนมา ผมปลอบใจตัวเอง



          ผมไปถึงที่หมายเลทเพราะรถติด แต่ดูเหมือนนางเอกจะมาเลทกว่าผมอีก



          "โยซอบ นี่พี่ดูจุนเป็นตากล้อง" ผมมองผู้ชายคนนึงแบกกระเป๋ากล้องไว้เต็มหลัง ตอนอยู่คณะเคยเห็นพวกพี่ๆ เอกฟิล์มไปออกกองบ่อยๆ ผู้ชายคนนี้ก็สไตล์นั้น ทรงผมแปลกตากับท่าทางกวนๆ 



          "สวัสดีครับ" ผมทักทายตามมารยาทรู้สึกเกร็งนิดหน่อยเพราะไม่รู้จัก แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้มีท่าทีถือตัวอะไร ดูออกจะเป็นคนสบายๆ เข้ากับใครก็ได้เสียอีก 



          "เออ เนี่ยมันเก่ง ฉันเห็นนายบ่นๆ เรื่องถ่ายรูป มีอะไรก็ถามมันได้นะ" พี่จุนฮยองว่า ผมก็เออออกับพี่เขาไปตามเรื่อง ไม่ค่อยได้คุยมากเท่าไหร่ 



          และแล้วนางเอกของผมก็มา ... เธอเป็นคนน่ารัก นิสัยก็ดี ไม่รู้พี่จุนฮยองไปขุดมาจากไหน ถ้าไม่ติดว่าเธอมีแฟนแล้ว ผมอาจจะจีบเธอก็ได้ 



          เราเล่นบทสวีทตามเนื้อเรื่องที่พี่จุนฮยองเขียน มันก็ไม่แปลกเท่าไหร่ เราเล่นกันได้เป็นธรรมชาติดี ตากล้องที่ชื่อดูจุนนั่นก็ทำให้พวกเราไม่เกร็งด้วย คอยตบมุก คอยเรียกเสียงหัวเราะทำให้เราสามารถแสดงได้ลื่นไหล ราวกับว่าสนิทสนมกันมาก่อน สุดท้ายงานของวันแรกค่อนข้างออกมาดีครับ ทุกอย่างดูดีไปหมด เว้นก็แต่... ความรู้สึกของผม 



          ผมไม่ได้คิดไปเองหรอกนะแต่ผมรู้สึกว่ามันแปลกเพราะพี่ดูจุนอะไรนั่นถ่ายรูปผม 

          
          ...มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะแค่ลองกล้อง ลองแสง แต่มันใช่เหรอกับการลากผมไปถ่ายรูปกับตุ๊กตาหมียักษ์ ถ้ามองโลกให้สวยหน่อยเขาคงเอาไปใช้ถ่ายงานนั่นแหละ แต่ผมก็ยังรู้สึกคิดไม่ตกทุกทีกับไอ้การที่เรามาสนิทกันไวเหลือเกินทั้งที่เพิ่งผ่านไปได้เพียงวันเดียว หรือการที่เขาชอบประชิดตัวไปหน่อย  



          ...หรือว่าผมจะคิดมากไปวะ! อืม บางทีไอ้ที่ว่าแปลก ก็ความคิดผมนี่แหละ 



My choice


          วันต่อมาสำหรับการถ่ายหนังสั้นของพี่จุนฮยอง รุ่นพี่เป็นคนเลือกหมด ผมทำแค่เออออห่อหมกเขาให้ไปไหนก็ไป ทำอะไรก็ทำ 
เช้านี้พี่ดูจุนดูจะสดใสผิดปกติ ร่าเริงแปลกๆ เขาใส่เสื้อโปโลสีน้ำเงินกับแว่นกันแดดสีดำ ...ก็ ดูเท่ไม่หยอก 



          "เห้ยโยซอบไปช่วยถือของหน่อยดิ" ผมทำหน้าเหลอหราเมื่อถูกเรียก แต่ก็อย่างที่บอก เขาให้ผมทำอะไรก็ทำ พี่จุนฮยองนั่งรอนางเอกอยู่ร้านข้าว อย่าว่างั้นงี้เลยนะผมไม่ค่อยถูกใจก็ตรงที่เธอไม่ตรงต่อเวลานี่แหละ แต่ก็ว่าไม่ได้เธอเป็นคนของพี่จุนฮยองเลือก ถ้าต้องรอก็คงต้องรอ 



          ผมเดินตามพี่ดูจุนไป อย่างแรกเขาก็ใช้ผมถือแลปท็อปเครื่องใหญ่เลย ขนาด 15 นิ้วอีกต่างหาก ใช้แรงงานกันสุดๆ 



          "ถือนะ ขี้เกียจ" เขาว่า ผมพยักหน้ารับแบบไม่ใส่ใจ 



          เดินกับเขาก็ดีนะ พี่ดูจุนดูเป็นคนตลกดี ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เขาพาผมลัดเลาะไปทางลัด ผมก็งงๆ หลงๆ จำทางตามเขาไม่ทันหรอกครับ 



          เขาก็เข้าใจเล่น เล่นหัว ตีผมซะยังรู้จักกันมาเป็นเดือน นี่ถ้าไม่ใช่รุ่นพี่แต่เป็นพวกเพื่อนที่มหาลัยผมคงด่าพ่อมันให้เสียวเล่น 



          "ข้ามถนนเป็นปะเนี่ย นิ่งทำไม" เขาหันมาถามผมที่จู่ๆ ก็หยุดเดินไปเสียเฉยๆ แม้จะเสียฟอร์มอยู่หน่อยแต่ต้องยอมรับว่าถนนที่นี่ข้ามยากจริงๆ 



          "อือ รถมันวิ่งเร็วอะ" 



          "เด็กน้อยวะ" พี่ดูจุนแตะแขนผมแล้วพาเดิน ฉากนี้มันคุ้นๆ แหะ ...ยังกับในนิยายอินเตอร์เน็ทที่เพื่อนผู้หญิงผมชอบอ่าน 



          พี่ดูจุนบอกว่าจะให้ผมช่วยถือของ ของที่ว่าคือกล้องที่เขาใช้ถ่ายงาน ...คือกล้องก็มีตัวเดียวไหมครับ แล้วจะให้ผมเดินมาด้วยทำไม 



          "เสร็จละ เดี๋ยวจุนฮยองรอ" แล้วเขาก็เอากล้องคล้องคอผมไว้ "ฝากหน่อย ขี้เกียจอะ" 



          ผมไม่ได้ปริปากบ่น เราคุยกันบ้างประปรายระหว่างทาง ไอ้ท่าทางขี้เล่นนี่ทำให้ผมรู้สึกแปลกมากกว่าเดิม ไหนจะวิธีการเอาใจใส่ ใส่ใจในรายละเอียดของเขาอีก 



          เราถ่ายงานกันต่อเมื่อนางเอกมาถึง ฉากนั้นก็ไม่มีอะไรมาก ผมเดินอ้อมไปหลังกล้องเผื่อดูรูปที่ออกมา สงสัยจะจริงจังมากไปหน่อยจนลืมสังเกตว่าหัวของผมแทบจะชนกับของใครอีกคนแล้ว



          "อืม จริงๆ แล้วพวกนายก็ดูเขากันดีนะ" พี่จุนฮยองว่า ผมเงยหน้าขึ้นมองเขา



          "พี่หมายถึงอะไร"



          "ไม่หรอก ก็เวลาที่พวกนายอยู่ด้วยกันน่ะ ดูเข้ากันดี" ผมก็เข้าใจครับกับสิ่งที่เขาบอก แต่มันใช่เรื่องรึเปล่ากับการมาพูดอะไรแนวนี้กับคู่กรณีทั้งสองพร้อมๆ กัน ผมไม่ได้หันไปมองหน้าอีกคน และหน้าผมก็ไม่ได้รู้สึกร้อน ผมแค่เหมือนทำอะไรไม่ถูกมากกว่า ได้แต่หัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนสิ่งที่พี่จุนฮยองเพิ่งพูดขึ้นมา



          หลายครั้งที่รู้สึกได้ว่าถูกมอง... แต่มันจะแปลกอะไรในเมื่อเขาเป็นตากล้อง ผมเป็นพระเอก ยังไงเขาก็ต้องมองจริงไหม อืม นั่นแหละ 



          เราค่อนข้างเดินด้วยกันบ่อย เพราะพี่จุนฮยองต้องคอยดูแลนางเอก ผมเห็นตากล้องเดินแบกกล้องคนเดียวเหงาๆ ก็สงสาร จริงๆ ก็สงสารตัวเองด้วยจะให้เดินเหงาๆ ชิคๆ แบบพระเอกไปทั้งเรื่องก็ไม่ใช่ เราก็เลยมีโอกาสได้คุยกันบ่อยมากกว่าเดิม พี่ดูจุนก็ดูเป็นคนที่ใช้ได้เลยนะ ผมนับถือฝีมือในการทำงานของเขาจริงๆ ถึงเขาจะขี้เล่นมากไปหน่อยก็เถอะ




          "โย มานี่หน่อยดิ พี่มีอะไรจะคุยด้วย" พี่จุนฮยองเรียกผมออกไปในขณะที่พี่ดูจุนกำลังจะแกล้งอะไรผมอีกสักอย่าง ผมผละออกไปและเดินไปอีกทาง


   
          "ว่าไงพี่" 



          "กับดูจุนน่ะ... มันไม่ค่อยโอเคนะ" พี่จุนฮยองว่า ผมค่อนข้างแปลกใจกับสิ่งที่ได้ยิน 



          "หมายถึง"



          "ฉันหมายถึงมันเป็นคนเจ้าชู้ อารมณ์แบบหาตัวจับยาก ประเภทคบคนซ้อนน่ะพอจะเข้าใจไหม" ผมนิ่งไปนิดหน่อยตอนที่ได้ยิน แต่ก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ อาการสงสัยว่าทำไมถึงได้ขี้เล่นนักถูกไขกระจ่างออกจนหมดเพราะเหตุผลนี้



          "อ้อ ครับ ผมก็ไม่ได้อะไรนี่นา ก็พอจะรู้อยู่..." ผมตอบตามความจริง ไม่ได้ผิดหวังหรือเสียใจอะไรนักหรอกครับ แหม ผมก็ไม่ได้ใจง่ายอะไรอย่างนั้นนะ



          "เออ งั้นก็ดีแล้ว พี่แค่อยากเตือน" 



     
          เรากลับมาถ่ายงานกันต่อจนเสร็จ ผมเห็นถึงความพยายามที่อยากจะไปส่งผมที่บ้านนะ แต่มันก็ไม่เป็นอย่างที่เขาคิด พี่จุนฮยองตัดสินใจขับรถไปส่งผมที่รถไฟฟ้า พี่ดูจุนขอติดรถไปด้วยและเลือกจะลงที่เดียวกันกับผมเพราะเขาต้องกลับบ้าน ระหว่างทางเลยได้โอกาสพูดเรื่องของเขา 



          ผมเริ่มเข้าใจสถานการณ์เพิ่มขึ้นอีกหน่อย ว่ายุนดูจุนคนนี้คือผู้ชายอันตรายที่หาตัวจับได้ยาก นอกจากจะคบซ้ำคบซ้อน ยังมีบ้านเล็ก บ้านใหญ่ มีตัวจริงอยู่อีก ขั้นที่ผมได้ฟังแล้วต้องสบถออกมาเป็นคำหยาบ



          แต่มันก็เป็นเรื่องของเขาครับ ไม่ใช่ของผม 




          "โยไปซื้อตั๋วสิ เดี๋ยวพี่รอ" การแสดงความมีน้ำใจช่างเหลือล้น ผมซึ้งในไมตรีจิตของเขาจริงๆ "โยต้องไปสายสี่ แต่พี่ต้องไปสายสอง ...เดี๋ยวพี่พาไปรอก่อนก็ได้" เอากับเขาสิ... ผมไม่รู้จะปฏิเสธยังไงนอกจากเลยตามเลย 



          เขาเล่าเรื่องผู้หญิงของเขาให้ผมฟังต่อ ผมค่อนข้างแปลกใจในความไม่รู้สึกผิดแม้แต่นิดของเขา ...หรือจริงๆ แล้วเขาเป็นผู้ชายขี้เหงาที่กลัวว่าจะต้องเหงา โดดเดี่ยว และโศรกเศร้าอยู่คนเดียวกัน ผมก็พยายามมองเขาในแง่ดีนะ ถึงแม้สิ่งที่เขาเล่าผมจะหาข้อดีได้ยากยิ่งก็เถอะ 



          ผมไม่ถึงขั้นกับเป็นผู้ชายรักเดียวใจเดียวหรอกนะครับ แต่ผมก็ไม่ได้มองว่าใครเป็นของเล่นหรือเป็นตัวแทนของใคร ผมอยู่โสดๆ ของผมชีวิตก็มีความสุขดี แต่ก็อย่างว่าคนเราไม่เหมือนกัน เขาอาจจะเป็นผู้ชายที่รักตัวเองมากกว่าใคร 



          "จริงๆ แล้วจุนฮยองก็บอกให้พี่จีบโย... เพราะกับคนนี้ทะเลาะกันมาหลายครั้งแล้ว" เขาพูดแบบเปิดๆ กับผมหลังจากสองวันที่เราทำงานด้วยกันมา 



          ต้องยอมรับนะว่าผมก็ชอบเขา ...หมายถึงเขาก็ดูเป็นพี่ที่ดีน่ะ แต่ผมไม่ได้คิดชอบเขาในแบบนั้นหรอก ผมยังไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ จนกระทั่งได้มารู้จักนี่แหละ...



          "ผมว่ามันไม่ทันแล้วมั้งพี่" ผมปฏิเสธเขาให้สุภาพที่สุด มีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละที่รู้ขนาดนี้แล้วยังอยากจะเล่นกับไฟ ผมคนนึงที่ขอผ่าน ให้ผมขึ้นคานชาตินี้ไม่มีแฟนยังดีกว่านั่งร้องไห้เพราะรักคนผิดนะครับ ...จากใจ!



          ...พูดมากๆ เดี๋ยวก็เข้าตัวอีก เอาเป็นว่าไม่พูดแล้วดีกว่า 



          พี่ดูจุนอยู่รอจนรถไฟใต้ติดของผมมา แล้วเขาก็แยกไป 




          'ตือดึ่ง'




          พี่จุนฮยอง: ไอ้โย ฉันไม่ได้บอกให้ดูจุนมันจีบนายนะเว้ย




          พี่จุนฮยองทักแชทผมมา ผมหัวเราะน้อยๆ นึกถึงผู้ชายแถๆ คนนั้น




          โย: โอเคพี่ ผมไม่ได้คิดอะไร




          ผมตอบอย่างที่ใจคิด มันค่อนข้างเป็นอารมณ์ที่ตอบยาก สำหรับผม ความรู้สึกของผม... ที่พี่จุนฮยองบอกว่าพวกเราเข้ากันดีผมยอมรับว่าตัวเองก็รู้สึกอย่างนั้น ผมรู้สึกดีที่คุยกับเขา ยิ้มเวลาที่เขาแกล้ง แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงเข้ากับเราได้ง่ายๆ ทั้งที่โดยปกติแล้วผมค่อนข้างเก็บตัว ...ดูจะถือตัวในสายตาคนอื่น



          แต่มันก็เป็นแบบนี้ ในเมื่อเขายังมีคนที่ยังต้องคอยดูแล และผมคงไม่สามารถทำใจเปิดให้คนอย่างเขาเข้ามาได้ กับเขามันอาจจะง่าย แต่ผมจริงจังกับชีวิตเกินกว่าจะเอาเรื่องของความสัมพันธ์มาล้อกันเล่นๆ 



          มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมเลือก ผมรู้สึกเศร้านิดหน่อยเวลาที่คิดถึงเขา รู้สึกแย่กับเหตุผลที่ทำให้เขาเป็นอย่างตอนนี้ รู้สึกเสียใจเพราะคงไม่ใช่ผมหรอกที่จะเป็นคนๆ นั้น ไม่ว่าเขาจะพยายามอีกแค่ไหน หรือเขาจะทำอะไรเพื่อผม



          ...และนี่คือสิ่งที่ผมเลือก ผมเลือกจะไป ไม่ต้องมีแม้แต่การเริ่มต้น




          ให้มันจบแบบนี้ก็ดีแล้วว่าไหม ...ผมก็ว่าอย่างนั้น. 




end. 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #4 เด็กยังโย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 08:31
    แง.. เคยอ่านแล้วแต่อ่านอีก 55555555
    #4
    0