ตึกตึก ตักตัก เผลอรักหมดใจ [จบแล้ว]

ตอนที่ 8 : Chapter 8 : หยดนํ้าใสๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,763
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    29 เม.ย. 55

FUNGIII✿
 
ฝากรูป
Chapter 8 : หยดนํ้าใสๆ

 

ถ้าหากคิดว่าเธอชอบกัน ฝันว่าเป็นเพื่อนใจ
แล้วรู้ว่าเธอไม่คิดอะไร ฉันจะทำยังไงดี
อย่ามาแกล้งให้ใจวุ่นวาย เล่นอะไรแบบนี้
อย่าให้ฉัน... หลงเพ้อว่าเธอมีใจให้เลย…’

 

                คินตาขับรถมาส่งที่บ้านฉันเมื่อตอนบ่ายนี้ เขาบอกไว้ว่าพรุ่งนี้จะให้ฉันแสดงฝีมือการทำอาหารให้เขากินตอนเช้า  บ้าไปแล้ว หลายวันมานี้ฉันแถบอยู่ไม่ติดบ้านสักวัน  แม่ฉันก็ถามเอาๆว่าไปไหน  แล้วคราวนี้ฉันจะอ้างเหตุผลร้อยแปดอะไรกับแม่ดีนะ

                หนูไปทำข้าวเช้าให้ผู้ชายค่ะ

                ถ้าขืนบอกไปแบบนั้น แม่ฉันคงตบคว่ำ ตามด้วยลูกเตะสีข้างของพ่อ และคำบ่นอีกสารพัด ฉันแถบไม่เคยทำอาหารให้พ่อแม่กินสักเท่าไหร่เลย ได้แต่เป็นลูกมือช่วยพ่อทำ และก็ทำกินเองตอนพ่อแม่ไม่อยู่ เพราะปกติพ่อจะเป็นคนทำให้กิน โอ๊ย ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว

                ก๊อกๆๆ

                “เพี้ยง ยังไม่หลับใช่มั้ย”

                แม่เหรอ = = แหม...กำลังคิดถึงอยู่พอดี (แหล)

                “ขาแม่”

ฉันขานรับพร้อมกับเปิดประตูห้องให้แม่ 

“มีอะไรเหรอ”

ฉันถามแม่

“แม่จะบอกว่าพรุ่งนี้เช้าแม่มีงานต้องไปทำแต่เช้า ส่วนพ่อเองเห็นบอกว่าที่โรงแรมมีงานต้องเข้าครัวแต่เช้าเหมือนกัน ลูกสาวแม่หาข้าวกินเองได้ใช่มั้ยจ๊ะ”

*O* เข้าทางยัยเพี้ยงสิคะ

“ได้แน่นอนค่ะคุณแม่ขา”

“ดีมากจ้ะ ถ้างั้นแม่ไปนอนก่อน เราก็อย่านอนให้มันดึกมากนักล่ะ ฝันดีจ้ะ”

คิสเบาๆก่อนนอนจากคุณแม่ >O<;;

“กู๊ดไนท์ค่า รักแม่นะจุ๊บ >3<

 

                แค่นี้ฉันก็สามารถไปทำอาหารตั้งแต่เช้าได้แล้ว J

 

                เช้าของวันสี่

               

                ยืนส่องกระจกมาสักพัก หมุนตัวอีกสิบรอบ ฉันดูดีหรือยัง แต่งยังไงก็คงไม่สวยสินะ ถึงจะสวยก็คงไม่เท่าพี่มอลลี่ โฮก TOT พูดชื่อนี้แล้วอยากจะร้องไห้ ไม่อยากไปแล้วอ่า โทรไปแคลเซิลทันมั้ย

                ไม่ได้ หยุดความคิดที่จะยอมแพ้เดี๋ยวนี้เลยนะ  เธอยังไม่ได้ลองดูสักตั้งเลยนี่ อย่าเพิ่งตัดสิ้นว่าตัวเองจะแพ้สิ ฉันอาจจะชนะก็ได้  (อาจจะน่ะ T^T)   หมดเวลาพล่าม ไปทำงานทำการได้แล้ว ลุย!!!!

 

สวนสาธารณะ

 

วันนี้ก็คงจะเป็นเช่นทุกๆวันที่ผ่านมา คนเยอะ ท้องฟ้าสดใส แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิม...คงจะเป็นความรู้สึกของฉันซะมากกว่า ไม่น่าเชื่อว่าฉันมาออกกำลังกายที่นี่เพียงสามวัน แต่เหมือนฉันทำมันมากว่าสิบปี  เอ๋...ทำไมวันนี้ฉันเพ้อๆพล่ามๆ อะไรเน่าจัง

“วันนี้เธอมาสายนะยะ”

เสียงทักทายของนานะยังคงเหมือนเดิม เร่าร้อนหาที่ใดเปรียบไม่  พอได้ยินเสียงยัยนี่ฉันก็รู้สึกกระปี้กระเป่าขึ้นมาหน่อย คู่แข่งของฉันคือยัยนี่ต่างหาก J

“ฉันก็มาเวลานี้ทุกวันไม่ใช่เหรอ -O-

“วันนี้เธอมาช้าจริงๆ”

ช้าไปแค่สิบนาทีเอง  หรือฉันจะมาช้าไปจริงๆ ขนาดคินตายังบอกว่าฉันมาช้าเลย  แต่มันก็เป็นเพราะนายอ่ะ ทำให้ฉันต้องเรียกความมั่นใจหน้ากระจกซะนานเลย

“อา...ขอโทษ”

“โอ้ย น่ารำคาญ คินตาขาเราไปวิ่งกันเถอะ เสียเวลารอยัยนี่มานานแล้ว”

หน็อย หล่อนเอาอีกแล้ว ควงแขนอีกแล้ว วันนี้ฉันไม่ยอมให้เธอควงคินตาคนเดียวหรอก

“เดี๋ยวก่อน  ฉันไปด้วย^^

ไม่พูดพล่ามทำเพลง คว้าแขนของคินตามาครอง ขอโทษทีลวนลามนะ แต่ยังไงวันนี้ฉันก็อยากจะทำให้สุดความสามารถที่ฉันจะทำได้

 

“วันนี้เธอดูแปลกๆนะ”

คินตาหันมาคุยกับฉัน ขณะที่พวกเรากำลังนั่งพักกันอยู่ (วิ่งไม่ทันไรพักซะแล้ว”

“แปลกยังไงอ่ะ”

“ก็วันนี้ตอนวิ่งเธอก็ควงแขนฉัน แถมตอนพักเธอยังนั่งข้างๆฉันด้วย”

=[ ]=;; แหม...นิดๆหน่อยๆ

“ฮ่ะๆๆ งั้นเหรอ ^O^

“เธอแปลกจริงๆนะเนี่ย ดูไม่เป็นตัวเองเลยนะ”

-O- หุบยิ้มทันที

ความพยายามของฉัน...ทำให้ฉันไม่เป็นตัวเองอย่างงั้นเหรอ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยใช่มั้ย

“ไม่สบายป่ะเนี่ย”

เขาเอามือมาแตะที่หน้าผาก

ทำแบบนี้อีกแล้ว ทำท่าเหมือนเป็นห่วงอีกแล้ว

“อะแฮ่ม แค่กๆ  น้ำเปล่าติดคอ”

นานะเธอนี่มัน...ขัดจังหวะ มาติดคออะไรตอนนี้ยะ แล้วน้ำเปล่าบ้านไหนเขาดื่มแล้วติดคอกัน มีแต่ที่เขาเรียกว่าสำลักน้ำ  แกล้งอีกเหมือนเคยล่ะสิท่า L

 

                8.00 น.

                แม่ของนานะโทรมาตามให้ไปขายราเม็งที่ร้าน เพราะวันนี้ลูกค้าเยอะมาก -O- นานะจึงต้องรีบกลับบ้านไปช่วยกิจการของครอบครัว อยากรู้ประวัติของนานะคร่าวๆ มั้ยล่ะ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง ขั้นเวลาที่คินตาพามาซื้อของไปทำมื้อเช้า

                นานะ  สาวผิวขาว ตาโต ผมยาว แก้มป่อง คุณสมบัติเพียบพร้อมที่จะได้เป็นนางเอกทุกประการ...แต่ ฝันไปเถอะย่ะ เรื่องนี้คนเขียนเขาให้ฉันเป็นนางเอก โฮะๆๆๆ  เข้าเรื่องต่อ ฉันกับนานะเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ม.4 บัดนี้เราก็อยู่ปีหนึ่ง เป็นเฟรชชี่หน้าใส หัวใจติงต๊อง คณะนิเทศฯ เอก วารสารและสิ่งพิมพ์ กันทั้งคู่  เราสองคนจึงสนิทกันโคตร ๆ แต่ความสนิทเราก็มักจะกัดกันเสมอ แต่มันจะยิ่งทำให้เราสนิทกันนะ

                อ้าวถึงและแฮะ  อยากรู้อะไรก็เม้นท์บอกแล้วกันนะเดี๋ยวจะมาตอบคำถาม (แอบหลอกล่อให้มาเม้นท์ ฮ่า) 

                “ถึงแล้วครับคุณผู้หญิง ว่าแต่วันนี้จะทำเมนูอะไรดีครับ”

                “อยากกินอะไรอ่ะ บอกมาเลย ฉันน่ะทำเป็นอยู่ไม่กี่อย่างหรอก^^

“อ้าว ไอ้เราก็นึกว่าทำเป็นร้อยแปดเมนู”

“ทำเป็นก็ดีแค่ไหนแล้ว ฮ่าๆๆๆ”

 

ฉันเดินไปลากรถเข็นเข้าซุปเปอร์ ก่อนจะลงมือเดินเลือกวัถตุดิบทำอาหาร ฉันเหมือนภรรยาฝึกหัดเลยอ่ะ  ส่วนคินตาก็เหมือนสามีละอ่อนน้อย อ๊าก นี่มันคู่รักใหม่ป้ายแดงชัดๆ

“เหอะๆ เราเหมือนคู่แต่งงานใหม่ที่มาเดินซื้อของเข้าบ้านกันเลยเนอะ”

-////- คินตา อย่าบอกนะว่านายก็กำลังคิดเหมือนฉันอยู่

“เฮอะๆ นายเคยแต่งงานหรือไงถึงได้พูดแบบนั้น”

“เปล่า แต่แค่รู้สึกเหมือนดูในละครน่ะ เธอไม่รู้สึกเหรอ”

อย่าว่าแต่รู้สึกเลย...ฉันคิดไปไหนต่อไหนแล้วนั่น  นี่ฉันข้ามช็อตฮันนีมูลรึเปล่านะ -..-

“ก็นิดหน่อย”

นั่นคือ...คำโกหกคำโต

“ตกลงนายอยากกินอะไร ฉันเลือกไม่ถูกเลย”

“เธอทำอะไรให้กิน ฉันก็กินหมดนั่นแหละ ^^

อย่าตอบแบบนั้นดิ มันเขินๆนะ :’)

            “นายชอบอาหารรสชาติไม่จัดใช่ม้า...งั้นฉันทำอาหารพวกข้าวต้มกุ้งดีกว่าเนอะ”

                ฉันเข็นรถไปที่แผนกอาหารทะเล ก่อนจะคัดกุ้งตัวโตใส่ถุง

                “รู้ได้ไงว่าฉันไม่ชอบรสจัด”

                “ก็ฉันอ่าน...เอ้ย ฉันเดาเอาอ่ะ ฉันเดาถูกใช่มั้ย^o^;;

                เกือบไปแล้ว ดีนะยั้งปากทัน เฮ้อ...

                “เหรอ เธอเดาเก่งใช่ได้เลยนะเนี่ย แสดงว่าเดาข้อสอบบ่อยใช่มั้ย”

                เกี่ยวอะไรกับการเดาข้อสอบด้วยมิทราบคะ

                “บ้า! ตอนสอบใช้สมองล้วน ๆ ค่ะขอบอก”

ขอบอกว่าฉันโกหก =  = เพราะตอนสอบฉันก็นั่งจ้ำจี้เอาเหมือนกัน เง้อ

 

เอาล่ะเลือกของเสร็จแล้วที่นี้ก็ไปจ่ายเงินได้  ว่าแต่ฉันจ่ายหรือเขาจ่ายล่ะ -*- ได้โปรดช่วยบอกว่าเขาจ่ายทีเถอะ ฉันไม่อยากกระเป๋าแฟบตอนนี้ อีกอย่างเงินในกระเป๋าที่มีมันไม่พอหรอก เพราะฉันเลือกแต่ของแพงๆมาน่ะสิ โฮะ

ปิ๊งๆๆ

เย้! คินตาเป็นคนจ่าย เขายื่นแบงค์พันให้กับแคชเชียร์ นายนี่มัน...พ่อของลูกในอนาคตจริงๆ >O<

 

รถเลี้ยวเข้าหมู่บ้านสายเสมอ หมู่บ้านที่สร้างพร้อมกันกับหมู่บ้านสายหยุด แต่ช้าก่อน ถึงแม้ว่าจะสร้างขึ้นพร้อมกัน แต่ความหรูหรา และราคาแตกต่างกันโลด ไม่ต้องถามนะว่าหมู่บ้านนั้นแพงกว่ากัน เพราะคำตอบในข้อนี้ตายตัว  คินตาดับเครื่องยนต์ จอดรถที่บ้านหลังนั้น เอิ่ม ใหญ่  กว้าง แลดูมีรสนิยม เหมาะกับนายดี

“บ้านนายใหญ่ดีเนอะ เก๋ด้วย”

ฉันเดินตัวปลิวเข้าบ้าน ส่วนคินตาก็หอบของที่ซื้อมาอย่างพะรุงพะรัง

“ขอบคุณสำหรับคำชมครับ  จะเริ่มกันเลยมั้ย^^

“ระ..เริ่มเลยสิ หมายถึง เริ่มทำอาหารนะ “

เหวอ ตั้งตัวไม่ทัน จู่ๆก็ถามคำถามสองแง่ สองง่าม ส่ออีกนิดนึง

“ก็ทำอาหารน่ะสิ เธอคิดอะไรน่ะ หื่นเหมือนกันนะเนี่ย”

“ไม่ใช่น้า...ก็นายถามแบบนั้น ฉันก็เลย...”

“ล้อเล่นน่า อย่าทำหน้าแบบนั้นเดี๋ยวแก่ไวกว่าฉันไม่รู้ด้วย ว่าแต่เธอจะให้ฉันช่วยทำตรงไหนก่อน”

“ไม่ต้องงงงง!! ไปนั่งรอเถอะ ฉันทำคนเดียวก็ได้นะ นายจะได้ไม่เลอะด้วย...ก็ได้ตามใจนาย^^

ที่ต้องกลับลำกลางคันไม่ใช่อะไรหรอกนะ แต่เขาดันทำหน้าอ้อนเหมือนลูกแมวแล้วแบบนี้ฉันจะใจร้ายใจดำอยู่ได้ไง แพ้คนหล่อค่า!!!!!

ฉันรวบผมขึ้น แล้วไปล้างมือหลังจากนั้นก็สวมผ้ากันเปื้อน แล้วเริ่มลงมือได้เลย ก่อนอื่นต้องหุงข้าวก่อน

“หม้อหุงข้าวอยู่ไหนหว่า”

“อยู่นี่จ๊ะ”

 คินตายกหม้อขึ้นมาโชว์ ฉันรับไว้พร้อมกับตักข้าวสารใส่หม้อ เสร็จแล้วก็นำไปซาวข้าวอย่างขะมักเขม้น  พอซาวข้าวเสร็จแล้วฉันก็เช็ดมือที่เปียกกับผ้ากันเปื้อนอย่างรวกๆ เพื่อเสียบปลั๊กหม้อหุงข้าว แต่ว่า...

“เดี๋ยวก่อน ฉันเสียบเอง มือเธอเปียกอยู่เดี๋ยวไฟก็ดูดหรอก เอามาสิ”

แต่ว่าฉันเช็ดมือแล้วนะ ช่างเถอะลงมือทำต่อดีกว่า ฉันเองชักจะหิวแล้วเหมือนกัน

 

“เสร็จแล้ว!!!!!

ฉันเสิร์ฟข้าวต้มบนโต๊ะกินข้าวที่ตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาวดูสะอาดตา อ๊า..กลิ่นหอมของข้าวต้มมันช่างรัญจวนใจจริงเลย

“อื้ม น่ากินดี แต่จะกินได้รึเปล่า”

คินตาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ ก้มหน้าลงมาสูดดมข้าวต้ม ทำอะไรก็น่ารักไปหมดอ่ะ ผู้ชายคนเนี่ย

“กินได้เซ่  ฉันตั้งใจทำสุดฝีมือเลยนะ ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวฉันชิมให้ดูก่อนก็ได้”

ฉันตักข้าวต้มในชาม แต่ไม่ลืมที่จะเป่ามันก่อนกิน

อ้ำ!

อื้ม..อร่อยใช้ได้ :P

“นายกินสิ ไม่กินฉันแย่งนะ”

ฉันแกล้งทำท่าจะดึงชามข้าวต้มของเขามา คินตาเลยรีบเอามือกอดชามข้าวต้มของตัวเองไว้

“ได้ไง เธอทำให้ฉันกินนะ ห้ามแย่งด้วย”

 

ฉันนั่งมองคินตาตักข้าวเข้าปากทีละคำ สองคำ สามคำ สะ..สี่คำ เฮ้ย นายจะกินอย่างเดียวไม่พูดไม่จาเลยเหรอ คงอร่อยสินะ ฮ้า...มีความสุขจัง ฉันจ้องคินตาตักข้าวอย่างไม่ละสายตาของตัวเอง ขอฉันดูนายกินอย่างนี้ไปนานๆ เถอะนะ ฉันอยากเห็นท่าทางมีความสุขแบบนี้ไปเรื่อย ๆ  ให้ฉันได้มีโอกาสได้อยู่ข้างนายแบบนี้ตลอดไปนะ...

“ทำไมเธอไม่เห็นกินเลย  คิดอะไรอยู่”

“ฮะ ปะ...เปล่า อร่อยใช่มั้ยล่ะ เห็นนายตักเอา ตักเอา ไม่พูดไม่จาเลย ^^

“อื้ม เยี่ยมเลย วันหลังมาทำให้กินอีกนะ”

“ได้สิ ถ้านายชอบนะ”

เพราะว่าฉัน...ชอบเห็นนายเวลาแบบนี้จริง ๆ

 

“อ่า...อิ่มจัง!

คินตาลูบท้องของตัวเอง คนอื่นทำฉันอาจจะบอกว่าอุบาท แต่คงเป็นเพราะเขาทำมันเลยดูน่ารักมาก

“เดี๋ยวฉันไปล้างจานให้”

“เดี๋ยวก่อน เธอไม่ต้องทำแล้ว เชิญพักผ่อนตามอัธยาศัยเถอะ เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง เธอทำเยอะมากแล้ว”

“แต่นายก็ช่วยฉันแล้วไง”

“เสียบปลั๊กหม้อหุงข้าวเนี่ยนะ -_- ให้ฉันทำเถอะ”

“ตามใจนายแล้วกัน”

รู้มั้ยบางมุมเขาก็เหมือนเด็กนะ J

 

เนื่องจากไม่ต้องไปล้างจาน ฉันเลยขอเดินชมตัวบ้านของเขาหน่อยก็แล้วกัน ส่วนใหญ่เฟอร์นิเจอร์ที่นี่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวสลับกับดำและสีเทา ถึงจะไม่ได้ดูหรูมากมายแบบที่คิดไว้ แต่มันก็แฝงไปด้วยรสนิยมที่ดูดีใช้ได้เลยล่ะ  นี่คงจะเป็นห้องนั่งเล่นสินะ  ชั้นหนังสือหรือตู้โชว์อะไรเนี่ย ใหญ่จัง สูงด้วย ฉันชะเง้อคอดูชั้นบนสุด พบว่ามันมีกรอบรูปตั้งอยู่บนนั้น ที่สำคัญมันเรียงติดกันอย่างมีระเบียบ แต่ฉันมองรูปไม่ชัดเลย ทำไงได้เกิดมาเตี้ย  ฉันเอื้อมมือไปหยิบกรอบรูปอย่างระมัดระวัง

                ฉึบ ฉึบ

                ดะ..ได้แล้ว

                O_O!!

                โอ๊ะโอ่ รูปเด็กชายวัยแรกรุ่นกับหญิงสาวผมยาวที่คุ้นตายืนกอดคอกัน ปรากฏขึ้นตรงหน้า  ถึงแม้ว่าจะเป็นตอนเด็กแต่หน้าของเขาก็ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเท่าไรนัก คินตากับพี่มอลลี่  มีข้อความด้วยแหะ

‘You & I FOREVER 

เธอกับฉันตลอดไป...

ฉันวางกรอบรูปเข้าที่เดิมอย่างช้าๆ  เลื่อนสายตาลงมาที่ชั้นวางของที่ตรงกับระดับสายตาของฉันพอดี ก็มีแต่รูปพี่มอลลี่วางเรียงกันไปแถบ พูดให้ถูกก็คือ ทุกอิริยาบถของพี่มอลลี่ถูกรวบรวมไว้ในตู้แห่งนี้

 

เผลอะ เผลอะ!

 

น้ำใสๆ หยดลงบนกรอบรูปที่เปี่ยมไปด้วยความทรงจำและความรักของเขาทั้งสองช้า ๆ จนไม่นานก็เปลี่ยนเป็นน้ำใสๆ ที่ไหลลงมาเป็นทาง...

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Talk Talk ::
มีใครกำลังสงสารโอมเพี้ยงเหมือนไรท์เตอร์บ้าง  ดราม่าอะไรขนาดนี้ T^T (คนเขียนก็ใจร้ายเหลือเกิน ทำให้โอมเพี้ยงหลั่งนํ้าตา)  เรามาคอมเม้นท์ให้กำลังใจโอมเพี้ยงจัง กันเถอะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

288 ความคิดเห็น

  1. #241 Daily praewiiz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:25
    อย่าาร้องงน้าาโอมเพี้ยง

    #241
    0
  2. #155 MyDream (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2555 / 18:09
    อย่าร้องน้าโอมเพี้ยง
    มอลลี่กับคิตตาเป็นเเค่อดีตไง
    ส่วนโอมเพี้ยงกับคินตาคืออนาคตเนอะไรเตอรฺ์เนอร์
    (สรุปที่ฉันพูดมานี่เค้าเรียกปลอบไหมอ่ะ-O-)
    #155
    0
  3. #90 Madam Choi ,, (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 20:46
    ดราม่าโอมเพี้ยง TT
    #90
    0
  4. #77 Gg_Bear (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 04:00
    โอมเพี้ยงผู้น่าสงสาร
    คินตานายใจดีเกินไปแล้ว
    ไม่ชอบก็อย่ามาทำตัวดีแบบนี้สิ
    #77
    0
  5. #67 **earnny** (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 10:41
    สงสารโอมเพี้ยงง่า T^T คินตาอ่า
    ทำเหมือนชอบโอมเพี้ยงแต่ก็ไม่ชอบอ่า
    ให้ความหวังโอมเพี้ยงทำไมอ่า ToT
    #67
    0
  6. #66 chocolapink (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 10:22
    ร้องไห้ตาม
    #66
    0
  7. #65 เจ้าเป็ดน้อย. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 10:19
     สงสารโอมเพี้ยง TT____________TT
    คินตาต้องแอบชอบพี่มอลลี่ เง๊ๆ T^T 

    #65
    0
  8. #64 gauche (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 00:56
    เริ่มดราม่ามากขึ้นเรื่อยๆ แง้ เศร้าาาาา สงสารโอมเพี้ยง พี่มอลลี่กับคินตาแอบมีลับลมคมในอะไนกันหรือเปล่าเนี่ยย
    หรือว่าสองคนนี้เขาเป็นคู่หมั้นกันหว่า อืม...จะใช่หรือเปล่านะ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงสงสารนางเอกเราแย่เลย แต่ตอนแรกเหมือนคู่แต่งงานใหม่จริงๆ น่ารักครอบครัวนี้(เขายังไม่ได้เป็นครอบครัวกันเลยไม่ใช่เหรอ) แต่โอมเพี้ยงเอ๋ยเกือบหลุดปากความแตกแล้วไง แล้วอย่าลืมมาอัพต่อเน้ออออ
    #64
    0