ตึกตึก ตักตัก เผลอรักหมดใจ [จบแล้ว]

ตอนที่ 6 : Chapter 6 : นาทีต้องมนต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,956
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    29 เม.ย. 55

FUNGIII✿

ฝากรูป


 Chapter 6 : นาทีต้องมนต์

 

ยิ้มค่อยค่อย แค่เธอยิ้มค่อยค่อย...หัวใจก็ลอยไปแสนไกล

ยิ้มค่อยค่อย ตอนฉันยิ้มค่อยค่อย ตอบไปเธอจะรู้สึกอย่างไหมนะ

ก็ไม่รู้มีใจไหมเออ...รู้แต่ชอบเธอที่ยิ้มมา

 

                ตอนนี้ก็เหลือแค่เราสองคน... ใต้ต้นไม้ใหญ่กับเก้าอี้ไม้และแสงแดดรำไร เพอร์เฟ็กต์กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว  ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคชะตาหรือฟ้าเป็นใจ

                “เหลือแค่เราสองคนแล้วสิ วันนี้ไปทานข้าวด้วยกันอีกมั้ย”

                “วันนี้ฉันจะกลับไปทานข้าวที่บ้านอ่ะ”

                “จะกลับเลยเหรอ”

“ยังหรอก ว่าจะไปเดินดูของแถวๆนี้ก่อนอ่ะ แล้วนายล่ะ”

“ฉันขอไปกับเธอด้วยได้มั้ย”

...ฮืม

“พอดีฉันเองก็ยังไม่ค่อยหิว ไปเดินกับเธอน่าจะสนุกกว่า ^^

“เอาสิ J

 

ถึงแม้จะเป็นช่วงเช้า แต่พ่อค้าแม่ขายต่างก็คึกคัก คนเดินซื้อของก็ไม่ขาดสาย แถวนี้ของสวยจริงอะไรจริง มีทุกสิ่งที่คุณต้องการ...แต่อย่าไปพูดถึงราคาล่ะ จุ๊ๆ

เดินผ่านร้านค้ามาสักพักก็มาหยุดดูสร้อยน่ารักทีร้าน ร้านหนึ่ง  สวยทั้งนั้นเลย อันนี้ก็ดี อันนี้ก็อยากได้

“ผู้หญิงชอบของแบบนี้เหรอ”

คินตาถามในขณะที่ใช้สายตาสอดส่องสินค้าในร้าน

“ส่วนใหญ่ก็คงชอบแหละมั้ง ถ้าผู้หญิงระดับธรรมดาบ้านๆอย่างฉัน สร้อยแค่นี้ก็พอแล้ว แต่ถ้าเป็นผู้หญิงพวกไฮโซ เขาไม่ชอบของแบบนี้หรอก แล้วแต่รสนิยมของใครของมันมากกว่า”

ฉันหยิบสร้อยจี้รูปดาวขึ้นมาดู สวยดี โอ๊ะ ฉันรีบวางของเดิมทันทีเมื่อพบกับสร้อยอีกเส้นหนึ่ง สวยจังเลย มันคือสร้อยที่ธรรมดาทั่วไปนั่นแหละ แต่พอเป็นจี้รูปคฑาดาวห้อยลงมามันเลยดูไม่เหมือนใคร เห็นแล้วนึกถึงเวลาแม่มดร่ายคาถาว่า...โอมเพี้ยงเลย >O<//

ฉันหยิบสร้อยเส้นนั้นทันที แต่มันช่างบังเอิ้ญ...บังเอิญตรงกับสร้อยที่คินตาหยิบ

“อา...ชอบเหมือนกันเลย”

ฉันพูดแต่มือก็ยังคงไม่ปล่อยจากสร้อย

“สวยดีเนอะ สร้อยเส้นนี้ไม่ค่อยเห็นเลย” เขายื่นสร้อยเส้นนั้นให้ฉัน นายเสียสละให้ฉันเหรอ *O* ขอบใจนะ

ฉันรับมันมาพร้อมกับถามราคาเจ้าของร้าน

“สร้อยเส้นนี้ราคาเท่าไหร่เหรอคะ”

“450 บาทจ้ะ อาจจะดูแพงแต่ว่าเงินแท้นะจ๊ะ แถมสร้อยเส้นนี้ก็เป็นลิมิเต็ท อิดิชั่นด้วย”

ลิมิเต็ทก็ลิมิเต็ทเถอะ...แต่450บาทใครจะไปซื้อ แพงเว่อร์ L สงสัยฉันจะอดอีกแล้วงานนี้

 

“ไม่เอาเหรอ”

คินตาถามหลังจากที่เดินออกมาจากร้านเรียบร้อยแล้ว

“ไม่อ่ะ ถึงฉันจะชอบก็เหอะแต่มันแพงเกินไป”

“แปลกดี ผู้หญิงบางคนถ้าอยากได้คงซื้อไปแล้ว”

“เหอะๆ บางทีก็อยากเป็นผู้หญิงแบบนั้นเหมือนกันนะ แต่พอหันมาดูพ่อกับแม่ตัวเองทำงานงกๆ ฉันก็ไม่อยากได้แล้วล่ะ”

ปากก็ว่าไป...ใจก็ยังเสียดาย ฉันก็เดินลอยชายไปเรื่อย จนกระทั่ง...

“นายว่าอันนี้น่ารักป่ะ” ฉันหันไปถามคินตา

                “อ้าวเฮ้ย! หายไปไหนแล้วอ่ะ =  =^

                ฉันทั้งกวาดสายตา ขะเย่งขา ชะเง้อหน้า แต่ความสูงของฉันไม่เอื้ออำนวย ทำยังไงก็มองไม่เห็น หายไปไหนว่ะ ฉันยืนเกาหัวตัวเอง

                “คุณพระ!

                คำอุทานที่มาพร้อมกับความตกใจ เมื่อมีมือของใครบางคนมาวางบนบ่าของฉัน

                “มองหาใครอยู่ครับ ^^

                ฮู่ววว โล่งอกไปที นึกว่าใครที่ไหนที่แท้ก็คินตานี่เอง

                “หายไปไหนมา มองหาตั้งนาน”

                “โทษทีๆ พอดีเจอคนรู้จักก็เลยแวะทักทายน่ะ”

                “เห็นหน้านาย เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าฉันซักผ้าเช็ดหน้ามาคืน รีดให้ด้วยแหละ”

                ฉันยื่นผ้าเช็ดหน้าที่เมื่อวานนี้เขาใช้เช็ดแผลให้ฉันจากกระเป๋าให้กับเขา

“ไม่ต้องคืนก็ได้ เก็บไว้เถอะ”

“นายเก็บไว้นั่นแหละดีแล้ว เผื่อว่าฉันซุ่มซ่ามอีกนายจะได้ให้ยืมอีกไง ^^

“ฮ่ะๆๆ เอางั้นก็ได้ จะซุ่มซ่ามเมื่อไหร่ก็บอกนะ”

ของแบบนั้น บอกล่วงหน้าได้ที่ไหนกันเล่า! -__-

 

เดินต่อไปอีกสักพัก คินตาก็หยุดอยู่ที่ร้านผ้าเช็ดหน้า จากนั้นก็หยิบผ้าเช็ดหน้าสีชมพูกับสีม่วงขึ้นมา

=[ ]=;;

นายจะใช้สีพวกนั้นเหรอ ไม่นะ ไม่จริงอ่ะ รับไม่ด้ายยยยยย TOT

“เธอว่าผู้หญิงจะชอบสีไหน ระหว่างสีชมพูกับสีม่วง”

เฮ้อ...โล่งอกไปทีที่ไม่ได้ใช้เอง แต่ว่าจะซื้อไปให้แม่หญิงคนไหนกัน

“เอ่อ...ไม่รู้สิ คงจะเป็นสีชมพูมั้ง แต่ถ้าเป็นฉัน ฉันชอบสีม่วงมากกว่า มีคนเคยบอกว่าสีม่วงเป็นสีที่มีเสน่ห์ ลึกลับ น่าค้นหา ว่าแต่นายจะซื้อไปให้ใครเหรอ”

“เธอไม่รู้จักหรอก แต่ว่าผู้หญิงคนนี้มักจะซุ่มซ่ามเสมอๆ ก็เลยอยากจะซื้อไปให้คนนั้นใช้ติดตัวน่ะ”

                =[ ]= ลึกซึ้ง

                คงจะดีถ้านายกำลังหมายถึงฉัน...เพ้อรึไง รู้จักกันไม่เท่าไหร่ ใครจะไปซื้อของให้คนท่เพิ่งรู้จักกันเล่า

                “นี่ครับ”

เขายื่นแบงค์สีแดงให้กับคนขาย รู้มั้ยว่าเขาเลือกสีอะไร...เขาเลือกสีม่วง สีที่ฉันชอบไงล่ะ แล้วแบบนี้จะไม่ให้คิดเค้าข้างตัวเองได้ไง >O</// อ๊ากกกกก

“หิวข้าวรึยัง ถ้านายหิวแล้วก็ไปก่อนได้เลยนะ ฉันว่าจะเดินต่ออีกหน่อย”

“ยังหรอก ยังไม่อยากไปหรอก”

“อยู่กับเธอแล้วเพลินดีเนอะ”

...!!!

“อะไรนะ”

“เปล่า ฉันบอกว่ายังไม่หิวน่ะ”

แต่ฉันว่าฉันได้ยินอีกอย่างนะ =___= สงสัยหูฝาดมั้ง

“นี่ นายน่ะไปทานข้าวที่ร้านนั้นประจำเลยเหรอ”

ฉันถามในขณะที่กำลังเดินดูเสื้อผ้ามาใหม่ของร้าน วัลลี่วัลลี่ ผ่านกระจกหน้าร้าน (ไม่กล้าเข้าไป แพงเกิ๊น)

“อื้ม  ฉันทำอาหารเองไม่เป็น แถมร้านนั้นบรรยากาศดี รสชาติก็อร่อยด้วย”

“อย่างงั้นเหรอ แล้วทำไมนายไม่ฝึกทำล่ะ จะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย อุ้ย! ฉันก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวนายไปมั้ย ถ้ามากไปขอโทษทีนะ”

“ฮ่ะๆๆ ไม่หรอก อันที่จริงฉันก็เคยคิดแบบเธอว่าจะฝึกทำอาหารเอง แต่ตอนนั้นน่ะครัวเกือบไหม้แหน่ะ”

“แล้วพ่อกับแม่นายไปไหน”

ว๊ากกก ปากหนอปาก เพราะอยากรู้เรื่องของเขามากไปหน่อย  เดี๋ยวกลับไปบ้านต้องตบสั่งสอน

“อยู่คนล่ะบ้านน่ะ ฉันย้ายมาอยู่คนเดียว ฉันมันเป็นพวกโลกส่วนตัวสูงซะด้วย^^

มีบ้านหลายหลังสินะ...คงเพราะอยู่คนเดียวล่ะมั้งถึงได้มีชีวิตอิสระและการใช้เงินที่ฟุ่มเฟือยเกินเหตุ  ต้องออกมากินข้าวคนเดียวทุกวัน ปิ๊งๆๆๆๆ หัวแล่น แผนการโลด ถ้าอย่างนั้นล่ะก็

“ให้ฉันสอนทำอาหารให้เอาป่ะ ><

ถ้าเขาตอบตกลง เปอร์เซ็นต์ของการใกล้ชิดและแผนการตีสนิทก็จะเพิ่มขึ้นสูงปี๊ดป๊าด  โอกาสที่จะทำให้เขาตกหลุมรักก็จะมากขึ้น  ฉันนี่ฉลาดจริงๆ

“อย่างเธอ...” เขาหยุดพูดแล้วมองหน้าฉันด้วยใบหน้าครุ่นคิด “ทำเป็นด้วยเหรอ ว้าวน่าสนใจดีนี่ นึกว่าจะเปิ่นไปวันๆ”

ดูถูกกันเกินไปหน่อยมั้งคุณชาย พ่อฉันน่ะเป็นเชพมือหนึ่งทำอาหารนี่อย่างนี้เลยนะ

“นี่พ่อฉันน่ะเป็นเชพมือหนึ่งเลยนะ เพราะฉะนั้นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นอยู่แล้วคร้าบบ”

“โอ้โห้ ขี้โม้ใช่ย่อย วันหลังโชว์ฝีมือให้ดูหน่อยแล้วกัน”

เขาใช้นิ้วจิ้มที่หน้าผากเบาๆ แต่ฉันเซไปข้างหลังได้ -*-// (อย่างงี้เขาเรียกว่าแรงย่ะ)

“โฮะๆๆ ได้เลย แล้วนายจะต้องติดใจกับฝีมือการทำอาหารสุดล้ำเลิศของฉัน”

ฉันยืดอกบอกแบบภาคภูมิ  ถึงฉันจะดูเปิ่นไปนิด รั่วอีกหน่อย ปัญญาอ่อนอีกเล็กน้อย  แต่ความสามารถฉันมีหลากหลายนะ จะบอกให้ รุ่นพี่ที่คณะเรียกฉันว่า เล็กพริกขี้หนูนะ J

พล่ามอยู่นานจนเพลงชาติขึ้น แปดโมงแล้วเหรอเนี่ย เวลาผ่านไปไวจัง ฉันยังรู้สึกมีความสุขอยู่เลย แต่ว่า...วันนี้คงต้องจากกันตรงนี้แหละ

“นายไปทานข้าวเถอะ เดี๋ยวจะปวดท้องเอานะ ส่วนฉันก็จะกลับบ้านแล้วเหมือนกัน”

“อื้อ กลับบ้านดีๆ ล่ะ ไว้เจอกันใหม่นะ อ่อ แล้วอย่าไปหกล้มที่ไหนอีกนะ ^^

“อยู่แล้วน่า ไปก่อนนะ ^^

               

ก่อนนอน

ผ่านไปอีกวัน ฉันสามารถเข้าใกล้เขาได้ทีละนิด ทีละนิด ทุกครั้งที่เจอกัน เขามักจะยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน และฉันก็ยิ้มตอบกลับไปทุกครั้ง...แต่ในใจฉันกับคิดแต่จะทำให้นายตกหลุมรักให้ได้เพราะเงิน  ฉันนี่มันแย่จริงๆ ฉันกาปฏิทินและปิดไฟเพื่อเขานอน  เฮ้อ...นายดีกับฉันจนฉันรู้สึกแย่ไปเลย

 

 

                วันที่สามของการปฏิบัติภารกิจ

               

                -[ ]-!!

                “อีกแล้วเหรอ”

                อย่าเพิ่งงงว่า อีกแล้วเหรอ อะไร  เพราะฉันก็กำลังงงกับผู้หญิงคนนี้เหมือนกัน ยัยนานะ !!

                “อะไรกัน เสียมารยาท ฉันจะมาที่นี่แล้วมันผิดตรงไหนคะ”

                ลอยหน้า ลอยตา แล้วนั่นอะไร แขนนั่นทำไมถึงได้คล้องอยู่บนแขนของคินตาด้วย ฉันคิดว่าวันนี้ฉันมาถึงเช้ากว่าเดิมแล้วนะ สงสัยยังเช้าไม่พอสินะ ขนาดบ้านใกล้อย่างฉันยังต้องตื่นแต่แต่ห้าสี่สิบห้า  แล้วผู้หญิงคนนี้ล่ะ เธอจะตื่นกี่โมงกัน หรือเธอกางเต็นท์นอนที่นี่ -__-

                “มันก็ไม่ผิดหรอก แต่..เฮ้อ...พูดไปเธอก็คง ช่างมันเถอะ”

                หนักใจจริง ๆ =__=//

                ฉันมองไปที่แขนของทั้งสองคน แขนของนานะยังติดหนึบหนับ แต่ดูเหมือนว่าคินตาจะกำลังพยายามแกละออกอยู่ เอิ่ม จะบอกว่าไงดีล่ะ สมน้ำหน้าดีมั้ย เนี่ย  ฉันส่ายหัวให้กับการกระทำของยัยเพื่อนบ๊อง คิดว่าทำแบบนั้นแล้วคินตาจะชอบรึไง

                นั่นสิ...เขาจะชอบมั้ยนะ คราวหน้าลองทำดูบ้างดีกว่า -.,- (นี่หล่อนสองคนไม่เห็นเหรอว่าคินตาเขากำลังเอือมแค่ไหน =__=)

                กิจวัตรประจำวันของคินตาช่างแสนจะน่าเบื่อ วิ่งเสร็จ ตามด้วยกินข้าวแล้วก็กลับบ้าน นายจะทำอะไรที่มากกว่านี้ไม่ได้แล้วใช่มั้ย

                “นี่ๆๆ มาสวนสาธารณะทั้งที จะให้จ๊อกกิ้งอย่างเดียวน่าเบื่อแย่เลย เราไปนั่งเรือถีบกันเถอะ”

                ความคิดของเธอดีนะ ฉันเห็นด้วย...แต่ใครจะถีบล่ะ ที่สำคัญมันนั่งได้แค่สองคนไม่ใช่เหรอ

                “แต่ว่าเรือนั้นมันนั่งได้แค่สองคนไม่ใช่เหรอ -*-“

                “ช่ายยย ฉลาดมากเพื่อน เพราะฉะนั้นเธอก็นั่งรออยู่ตรงนี้ หรือไม่ก็กลับบ้านไปก่อนเลย ส่วนฉันกับคินตาเราสองคนจะไปนั่งเรือเล่นกัน”

                นังทุเรศ! คินตาเขาบอกรึไงว่าอยากนั่งเรือกับเธอ เขาอยากนั่งกับฉันต่างหากย่ะ (เอิ่ม  รู้สึกว่าคินตายังไม่ได้บอกว่าอยากนั่งกับใครเลยไม่ใช่เหรอคะเจ๊)

                “ได้ไงอ่ะ ฉันก็อยากนั่งเหมือนกันนะ”

                “แต่ฉันเป็นคนเสนอความคิดนะ”

                “ขอโทษทีขัดนะ เอางี้แล้วกันเธอสองคนผลัดกันขึ้น ส่วนฉันจะนั่งทั้งสองรอบเลย จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน โอเคมั้ย”

                น่ารักมากค่ะ มามะ มาจุ๊บที (ถีบ!)

                “ฉันขอไปก่อน”

                รีบเลยนะยะหล่อน  ชิ ยอมให้ก็ได้

                “เหอะๆ เชิญ ฉันนั่งรอตรงนี้แหละ”

 

                สิบนาทีผ่านไป

                ทั้งสองคนกลับมาแล้ว หน้าตาของนานะตอนนี้ไม่อยากจะบรรยาย ทำไมน่ะเหรอ เอิ่ม บานยิ่งกว่าจานดาวเทียมอีกค่ะ ส่วนคินตาก็คงยังยิ้มตามฉบับเขานั่นแหละ มิน่าล่ะ...สาวถึงได้หลง แสนดีขนาด

                “สนุกมั้ย”

                “ที่สุดเลยล่ะ”

                “โทษที ฉันถามคินตาน่ะไม่ได้ถามเธอ”

                เพล้ง! มีคนหน้าแตกค่ะ

                “ก็ดี วิวสวยดี เธอรอนานมั้ย”

                “ไม่เท่าไหร่หรอก”

                ตอบได้นานเอกมากค่ะ ส่วนตอนนี้จานดาวเทียมข้างๆ หน้าเริ่มเหมือนตูดลิงเข้าไปทุกที

                “ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเลยเถอะ มาสิ”

                =[ ]= ;;

                ยื่นมือมาให้ฉันจับด้วย

                “อะ..อื้ม”

               

                บนเรือถีบ

 

                คินตาผู้น่าสงสาร...ดูเหมือนว่าจะเหนื่อยน่าดูเลยนะ  ต้องถีบเรือที่ฝืดโคตรตั้งสองรอบ ถึงแม้ว่าฉันจะช่วยออกแรง แต่แรงของฉันมันก็เท่ามดตด -O- ทำให้คินตาต้องเป็นผู้ออกแรงซะมากกว่า

                “เหนื่อยมั้ย (. .)”

                ฉันถาม แต่ไม่ได้หันไปมองหน้าหรอกนะ...เขิน//-*-\\

                “ยังมีแรงที่จะทำอย่างอื่นต่ออีกเหลือเฟือ”

                อึก กลืนน้ำลาย...

=[ ]=;;

ฉันไม่ได้หื่นนะ แต่มันคิดไปเอง แรงทำอะไรเหลือเฟือ อ๊ากกกกก

“ฮ่ะๆๆ งั้นเหรอ”

หัวเราะกลบเกลื่อน

                อะ...อ้าว ทำไมเรือจอด

                “แบมือมาสิ”

                ฮะ!

                เฮ้ย! เอามือฉันไปแล้ว ว๊าก เดี๋ยวก่อนดิเหงื่อเต็มมือขนาดนั้น มีขี้ไคลรึเปล่าก็ไม่รู้ อ๊าก อายอ่ะ อยากชักมือกับไปเช็ดก่อนจังเลย = =

                “ให้”       

                O_O!!

                นี่มันสร้อยเส้นเมื่อวานนี้นี่  อย่าบอกนะว่าตอนที่หายไปนายไปซื้อมาให้ฉันน่ะ

                “ให้ฉันเหรอ แต่ว่ามันแพงนะ...ฉันคงรับไว้ไม่ได้หรอก”

                “เฮ้! อย่าหักหาญน้ำใจคนให้จะได้ไหมครับคุณผู้หญิง ฉันให้ก็รับไปเถอะ”

                “แต่ว่า...”

                ฉันก้มมองสร้อยในมือ ความรู้สึกแบบนี้...เขาเรียกว่ารู้สึกดีรึเปล่านะ

                “หันหลังมาสิเดี๋ยวใส่ให้”

                แต่ถึงจะกระนั้น ถ้าไม่รับไว้คนให้คงเสียใจแย่ ฉะนั้นแล้ว... ยอมหันหลังให้แต่โดยดี >O<’’

                โลหะเย็นๆ ถูกวางลงอยู่บนคอของฉัน  และความรู้สึกที่เหมือนมีลมหายใจอุ่นๆอยู่บนหัวนี่ด้วย

                “ขอบคุณนะ”

                “มันเหมาะกับเธอจริงด้วยแฮะ ^^;;

คินตามองมาที่สร้อยพร้อมกับฉัน  แก้มฉัน...จะแดงไปถึงไหนแล้วนะ

“เข้าฝั่งกันเถอะ”

“อะ..อื้ม”

ฉันเอื้อมมือไปจับเกียร์เพื่อถอยหลังกลับ ความบังเอิญยังคงเกิดกับชีวิตเด็กสาวอย่างฉันเสมอ มือของเราสองคนแตะกัน  และเมื่อหันไปสบตากับเจ้าของมือที่แสนจะอบอุ่นนั่น...ราวกับว่าถูกสะกดด้วยมนต์ มนต์ที่ทำให้ใจคนเต้นไม่เป็นจังหวะ...

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Talk Talk ::
แต่งเพลินไปหน่อย ตอนนี้เลยแอบยาวเว่อร์ แฮ่ แต่ว่าชอบตอนนี้จังเลย อ่านแล้วเคลิ้ม ใครรู้สึกอิจฉาโอมเพี้ยงเหมือนเค้าบ้าง >O<// 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

288 ความคิดเห็น

  1. #152 MyDream (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2555 / 15:45
    หนูค่า
    หนูอิจฉา กรี๊ดดดดดดดดดดด
    #152
    0
  2. #75 Gg_Bear (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 03:41
    อิจฉาโอมเพี้ยง
    คลั่งคินตา
    เกลียดยัยนานะ
    #75
    0
  3. #58 เจ้าเป็ดน้อย. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2555 / 17:36
     ชอบๆๆๆๆๆๆ >//<
    กำลังอินเลย 555555
    #58
    0
  4. #48 **earnny** (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 เมษายน 2555 / 18:12
    อ๊ากกก เขินแทนนางเอก >//< 
    คินตาน่ารักตลอดอ่า 555
    นานะหลุดวงโคจรไปแล้ว 555
    #48
    0
  5. #41 gauche (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2555 / 17:11
    น่ารักเกินไปแหละ ดูสิมดเริ่มยกขบวนขึ้นจอแล้วเนี่ยยย ข้อหาหวานเกินเหตุ
    #41
    0