เกรล โรเจอร์ กับ 12 ผู้พิทักษ์กุญแจแห่งไททาเนีย

ตอนที่ 2 : บทที่ 2 โลกเวทมนต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ก.ค. 56


บทที่ 2 โลกเวทมนต์

...............................................................................................................
 



     "ฟื้นได้แล้วนายขี้เซา"
 

     เสียงหวานปานนํ้าผึ้งเรียกเขา... เด็กหนุ่มพยายามเปิดเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้น  เขามองเห็น.. เด็กสาวคนหนึ่งกำลังเอาบางอย่างให้เขาดื่มมันเป็นขวดแก้วเล็กๆที่บรรจุนํ้าสีฟ้าอ่อน
 

     เกรลเห็นใบหน้าของเธอชัดเจน  เด็กผู้หญิงคนนี้มีผมสีส้มเป็นประกายอ่อนๆ ตัดสั้นปลายผมหยักขึ้นเล็กน้อย ปลายผมด้านหน้าถูกถักเป็นเปียสองข้าง ดวงตาสีเขียวนํ้าทะเล ดูอ่อนโยนและดูดัน คิ้วขมวดเล็กน้อยดูเป็นคนนิสัยห้าวๆ ขี้โมโห ริมฝีปากสีอมชมพูอวบอิ่มของเธอกำลังพุดบางอย่าง"นายถูกพิษของเจ้านั่นเข้า หลับไปสองวันเต็มเลยล่ะ"
 

     "เธอคือ..?"
 

   เกรลพูด เธอคนนั้นกระตุกคิ้วเล็กน้อยแล้วพูด"ฉันชื่อ รีเบ็กก้า ไทเลอร์ คนที่อาเธอร์ส่งมา เมื่อคืนฉันคุยกับนิคและเราชลแล้ว นายต้องไปเก็บของ ให้เวลา 10 นาที เดี๋ยวนี้"
 

    "อะ...อืม" เกรลลุกขึ้น แล้วมองเเขนซ้ายของตนที่ใส่เฝือกอยู่ และสังเกตว่าสิ่งของที่เคยกระจัดกระจายอยู่เมื่อสองวันก่อน ตอนนี้กลับเป็นระเบียบ ตู้หนังสือที่ถูกกระเเทกจนกระจกแตก มันกลับหลายเป็นเหมือนเดิมเหมือนเพิ่งซื้อใหม่ เกรลมองอย่างตกตะลึง พลันต้องหันไปทางอื่น เพราะเวลาที่เด็กสาวให้มีแค่10นาทีเท่านั้น แต่เอ๊ะ! ทำไมเขาต้องทำตามที่เธอพูดด้วยเนี่ย!
 

    ...ช่างมันเถอะ บางทีเธออาจจะรีบก็ได้
 

    เกรลคิดในใจ แล้ววิ่งขึ้นบันไดไปยังชั้นบน...
 

    'เขาไปแล้วใช่ไหม'
 

   เสียงหนึ่งดังขึ้น ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งปรารกฏตัวขึ้นจากด้านหลังของเด็กสาว รีเบ็คก้าหันหน้าไปคุยกับเขา
 

   ชายหนุ่มผู้นี้มีเรือนผมสีเหลืองทองยาวถึงแผ่นหลังซึ่งถูกรวบมามัดไว้อย่างหลวมๆที่ต้นคอ แล้วปล่อยให้พาดบ่าลงมา ดวงตาสีน้ำเงินแซฟไฟร์สบเข้ากับดวงตาของเด็กสาว เขาอยู่ในเสื้อโค้ทสีขาวตัวยาวมีลายแถบสีแดง ร่างสูงโปร่งของเขาเรืองแสงจนเกือบจะหายไปจากตรงนั้น หากมองดีๆก็อาจจะทะลุตัวเขาออกไปเลยเสียด้วยซ้ำ เพราะแท้จริงแล้วร่างชายหนุ่มผู้นี้นั้นอยู่ในที่ที่ห่างไกลที่หนึ่งนั่นเอง รีเบ็คก้ามองเขาอย่างหงุดหงิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบ"ไปแล้วน่า"
 

     'ปีศาจนั่นทำร้ายเขาหรอ'
 

     "ใช่ ถูกพิษของมันเข้าด้วย โชคดีที่นายส่งฉันมาทัน ไม่งั้นเดธงานหนักแน่"
 

     รีเบ็คก้าพูดติดตลก ก่อนเสียงนั้นจะเปลี่ยนเป็นหดหู่"ว่าแต่เดธเป็นยังไงบ้าง ฉันไม่ได้ข่าวเขาเลยนะ"
 

     'ยังอยู่ดี แต่ดูเหมือนงานจะยุ่งมากเลยล่ะ อืม... ถ้าคุณโรเจอร์ปลอดภัยแล้วคงไม่มีอะไรต้องห่วง แล้วเจอกันรีเบ็คก้า'
 

     "อืม... แล้วเจอกันวิลเลี่ยม"
 

     แล้วร่างของชายหนุ่มก็สลายกลายเป็นไอน้ำไป...
 

     รีเบ็คก้าถอนหายใจ แล้วทิ้งตัวลงกับโซฟาอย่างผ่อนคลาย เป็นจังหวะเดียวกันที่เกรลเดินเข้ามา"เธอคุยกับใครอยู่หรอรีเบ็คก้า"
 

     "ไม่ใช่เรื่องของนาย ไปได้แล้ว!"
 

 

      ...หลังจากที่เกรลร่ำลานิคและเรเชลแล้ว รีเบ็คก้าก็หยิบตราประทับรูปร่างประหลาดให้เขาทั้งคู่พร้อมกับอธิบายว่ามันคือใบอนุญาต มันสำคัญมากให้พวกเขาเก็บไว้ ซึ่งทั้งคู่ก็เก็บมันไว้อย่างเต็มใจ
 

      เด็กสาวโรยผงสีขาวที่เธอได้เตรียมมาด้วย เธอโรยมันเป็นวงเกลมที่มีสัญลักษณ์รูปดาวห้าแฉกอยู่ข้างใน รีเบ็คก้าโยนกระเป๋าสัมพาระไปไว้ในวงแล้วให้เกรลเข้าไปในนั้นยืนด้วย เธอหยิบสิ่งหนึ่งอออกมาจากกระเป๋าเป้ที่เธอนำมาด้วย มันเป็นวัตถุแท่งเรียวยาว เด็กสาวแกว่งมันกลางอากาศพร้อมกับกล่าวด้วยเสียงอันดังกึกก้อง"อิทเทรมิส อาเมทโตส์"
 

      ทันทีที่พูดจบประโยคผงสีขาวที่เธอได้โรยไว้ก็เรืองแสงขึ้นมาจากพื้น เกรลใช้มือบังแสงไม่ให้ส่องเข้าตา แต่ถึงจะอย่างนั้นเขาก็เอาแต่หลับตาปี๋ จนเมื่อรู้สึกว่าแสงเริ่มจางลงแล้วเขาจึงค่อยๆเลื่อนมือออก แต่แล้วเขาเองก็แทบจะผงะเมื่อเห็นว่าที่ที่เขาควรจะอยู่นั้น... ตอนนี้มันกลับกลายเป็นทางเดินที่พาดตัวยาวไปไกล โดยที่สุดทางเดินจะมีบ้านหลังใหญ่คล้ายคฤหาสน์ขนาดกลางสีขาวตั้งอยู่ไกลแสนไกล ทั้งสองข้างทางเป็นป่าโปร่ง พื้นทางเดินมีใบไม้สีส้มแก่ตกกระจายอยู่เกลื่อนกลาด สายลมกลุ่มหนึ่งพัดเอื่อยๆมากระทบใบหน้าของเกรล เสียงนกตัวเล็กต่างแย่งกันกู่ร้อง จนเกิดเป็นทำนองดนตรีที่สามารถสะกดคนที่ได้ฟังนั้นนิ่งงันไปในทันใด ราวกับเป็นการต้อนรับการมาของทั้งคู่ รีเบ็คก้าเดินถือกระเป๋าไปอย่างรวดเร็ว ส่วนเกรลได้แต่นิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้น เขาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ไม่เคยได้สัมผัสบ่อยนักเข้ามา สายลมพัดอย่างเชื่องช้าแต่ก็สามารถทำให้เส้นผมสีน้ำตาลทองของเด็กหนุ่มปลิวไสวลู่ลมตามกระแสได้ ราวกับว่าร่างกายเขาเป็นส่วนหนึ่งของมัน นี่เป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยพบมาก่อน มันทำให้เกรลรู้สึกค้างคาใจเป็นอย่างมาก
 

     แต่ก่อนเขาจะมัวแต่ตอบคำถามของตนเองที่หลั่งไหลออกมามากมายไม่มีหยุด รีเบ็คก้าก็หันมาตะโกนด้วยความโมโห"เอ้า! มัวชักช้าอยู่ทำไมล่ะ รีบตามาสิ!"
 

     "อืม! รู้แล้ว กำลังจะไปเดี๋ยวนี้แหละ รีเบ็คก้า"เกรลคว้ากระเป๋าของตนแล้ววิ่งไปหาเด็กสาว รีเบ็คก้ายืนเท้าส่ายเอวรอเขาอย่างหงุดหงิด"นายมัวเหม่ออะไรอยู่น่ะ"
 

     "อ๋อ! ขอโทษที ฉันแค่กำลังสงสัยอะไรบาวอย่างอยู่น่ะ"เกรลยืนหอบ"แล้วนี่เราจะไปไหนกันล่ะ อาร์เธอร์หรอ"
 

     "บ้านของวิลเลี่ยมต่างหาก ส่วนโรงเรียนเวทมนต์อาร์เธอร์น่ะเปฺิดอาทิตย์หน้าย่ะ นายพึ่งจะเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกสินะ อาจจะยังไม่ค่อยชินเดี๋ยวอยู่ไปนานๆก็จะรู้สึกคุ้นเคยกับมันเองนั่นแหละ"
 

     "หรอ..."เกรลพูดด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ ตอนนั้นเองที่รีเบ็คก้าดึงแขนเขาไป...
 

     เด็กสาวพาเกรลเดินมาเรื่อยเปื่อยราวกับว่าเธอกำลังพาเขามาเดินชมธรรมชาติ ระหว่างทางเกรลก็ถามในสิ่งที่ค้างคาใจของเขาออกไป"เอ่อ... รีเบ็คก้า ฉันขอถามอะไรเธอหน่อยได้ไหม"
 

     "ได้สิ"รีเบ็คก้าพูด"แต่... แค่ห้าข้อนะ"
 

     "ห้าข้อเองหรอ!?"เกรลเผลอหลุดปากถามออกไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ เขาตระหนักว่าพลาดไปเสียแล้ว รีเบ็คก้าเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะตอบคำถาม"ใช่ แต่ตอนนี้เหลือแค่สี่ข้อแล้ว"
 

     "อืม... ผู้พิทักษ์กุญแจแห่งไททันนี่... มันคืออะไรหรอ"
 

     ทันทีที่พูดจบเด็กสาวพลันหยุดกึก แล้วส่งสายตาตื่นตกใจมาให้เกรล"นายรู้เรื่องนั้นแล้วหรอ"
 

     "เอ๋! เอ่อ... คราวก่อนฉันฝันว่ามีชายแก่คนนึงบอกฉันว่าฉันคือผู้พิทักษ์ พร้อมกับร่ายประวัติยาวเลยล่ะ อีกอย่าง... ตอนที่ปีศาจตนนั้นเข้ามาในบ้านฉัน ฉันได้ยินมันพูดว่า'เจอแล้ว กุญแจดอกที่ 12'อะไรเทือกนั้นแหละ"เกรลก้มหน้าลงตัวสั่นด้วยความกลัวเล็กน้อย เขายังจำวินาทีที่เดวิดทำให้ลอยขึ้นและเหวี่ยงเขาลงบันไดจนทำให้แขนของเขาหัก เด็กหนุ่มไม่รู้หรอกว่าเด็กสาวจะคิดยังไงแต่เขาก็ยังเชื่อว่าความฝันนั่นต้องมีอะไรเชื่อมโยงกับความเป็นจริงอยู่หลายเรื่องแน่ๆ และเหตุผลจริงๆที่เกรลต้องมาเรียนที่อาร์เธอร์ไม่ใช่เพราะว่าเป็นคำสั่งเสียแต่อย่างใดแต่มาเพราะต้องการมาค้นหาคำตอบเกี่ยวกับพ่อแม่ของเขาและตัวเขาเอง ในขณะนั้นรีเบ็คก้าก็ก้าวเท้าเดินต่อแล้วพูด"นายรู้ก็ดีแล้วล่ะ ฉันจะได้ไม่ต้องอธิบายให้มากความ ฉันพอจะรู้มาบ้างนะว่ามีตระกูลที่ครอบครองกุญแจแห่งไททันอยู่ทั้งหมด 12 ตระกูล ตระกูลของนายคือตระกูลที่พิทักษ์กุญแจดอกสุดท้าย ...ตระกูลโรเจอร์ผู้สาบสูญ ใครๆเขาก็พูดกันอย่างนั้นน่ะ อีกอย่างกุญแจแต่ละชิ้นจะมีพลังแตกต่างกันไป บางส่วนตระกูลนั้นสามารถใช้พลังของมันได้ด้วย เช่น ตระกูลเร็กซ์ มีความสามารถในการใช่เวทเพลิงน่ะ เท่าที่ฉันได้ยินมาตระกูลท่ได้รับสิทธิ์ในการครอบครองกุญแจแห่งไททันน่ะคือ ตระกูลเทย์มอร์ ทีเอดอล โรเจอร์ เร็กซ์ เวลล์ และก็ไทเลอร์ ...ตระกูลของฉันเองนั่นแหละ ที่เหลือฉันก็ไม่รู้หรอก เหลือคำถามเพียงสามข้อ"
 

     "เธอก็เป็นผู้พิทักษ์ด้วยอย่างนั้นหรอ"เกรลเผลอตั้งคำถามออกไปอีกแล้ว รีเบ็คก้าขมวดคิ้ว แล้วพยักหน้าตอบ"ใช่ เหลือคำถามสองข้อ แต่ฉันว่านายควรจะเก็บคำถาามของนายไว้จะดีกว่านะ เพราะตอนนี้..."เด็กสาวเว้นช่วง เธอหยุดเดิน"เรามาถึงแล้ว"
 

     เกรลหยุดเดิน เขาเงยหน้ามองบ้านที่สร้างด้วยปูนหลังใหญ่ ที่ทาสีเป็นสีขาวทั้งหลัง มันตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเด็กทั้งสอง รีเบ็คก้าเดินไปเคาะประตูที่ทำจากไม้ราคาแพงสองสามครั้งแล้วประตูก็เปิดออก เด็กสาวผู้มีเส้นผมสีทองยาวถึงแผ่นหลังเป็นคนเดินมาเปิด เมื่อเห็นเธอรีเบ็คก้าก็เลิกคิ้วสูง"อีฟ... วิลเลี่ยมล่ะ"
 

     เด็กสาวเงียบไปพักใหญ่ จนเมื่อเสียงคล้ายเสียงโลหะตกกระทบพื้นดังขึ้น เธอสะดุ้งแล้วคว้าข้อมือรีเบ็คก้าเข้าไป เธอโวยวาย"เฮ้! เดี๋ยวก่อน!"
 

     "รีเบ็คก้า!"เกรลพูดด้วยความตกใจ แต่สายไป"อ๋า~"
 

     เกรลมองดูแขนซ้ายของตนสลับไปมากับกระเป๋าเสื้อผ้าที่รีเบ็คก้าทิ้งเอาไว้ให้ แล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังของเขา
 

     "อืม... แขนซ้ายบากเจ็บเลยยกของไม่ได้สินะ วางมันไว้นี่แหละ"

 

     มือข้างหนึ่งคว้ากระเป๋าจากมือของเกรลไปวางที่พื้น เกรลหันขวับไปมองแล้วก็พบกับ 

ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีเหลืองทองยาว ซึ่งถูกรวบไว้ที่ต้นคออย่างหลวมๆและปล่อยพาดไหล่ ดวงตาสีเซพไฟร์มองมายังเขาผ่านเลนส์แว่น ริมฝีปากเผยอยิ้มอย่างเป็นมิตร
 

    "สวัดดี ฉันชื่อวิลเลี่ยม เวลล์ หรือจะเรียกว่าวิลเลี่ยมก็ได้ ฉันเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ เธอคงเป็นเด็กที่ชื่อเกรล โรเจอร์สินะ เชิญเข้าไปข้างในก่อนสิ"
 

    วิลเลียมแนะนำตัวแล้วดันแผ่นหลังของเด้กหนุ่มเข้าไป เกรลละล่ำละลัก"ดะ... เดี๋ยวก่อนสิครับครับ แล้วกระเป๋าล่ะ"
 

    "หืม!?"
 

    วิลเลียมหยุดแล้วมองเขาด้วยแววตาสงสัย พลางตบมือสองครั้ง ทันใดนั้นบรรดาสัมภาระที่เขาหอบมาด้วยก็แวบหายไปเสียดื้อๆ วิลเลี่ยวกล่าวอย่างเสแสร้ง
 

   "กระเป๋า? ไหนล่ะฉันไม่เห็นมันเลยนะ งั้นเข้าไปกันเถอะ คุณโรเจอร์"
 

   วิลเลียมทำท่าจะดันแผ่นหลังของเด็กหนุ่มอีกครั้ง แต่แล้วเขาก็นิ่งไปแล้วทำหน้าเหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้"อ้อ! จริงสิ ไหนขอฉันดูแขนซ้ายเธอหน่อยได้มั้ย"
 

   "เอ่อ... ครับ"
 

   เกรลยื่นแขนที่บาดเจ็บของตนไปให้ชายหนุ่ม วิลเลียมตรวจดูแขนเขา ไม่นานชายหนุ่มก็หยิบบางอย่างขึ้นมา
 

   ...บางอย่างที่มีรูปร่างเรียว เป็นแท่งไม้
 

   ชายหนุ่มกล่าวเสียงดัง"เวคัม อัมเพ!"
 

   ...ใช่แล้วมันเรียกว่า 'ไม้กายสิทธิ์'

   
แสงสีขาวนวลไล้ไปตามท่อนแขนของเขา มันให้ความรู้สึกเหมือนมีกระแสน้ำอุ่นๆ ไหลเวียนไปทั่วตลอดทั้งท่อนแขนของเด็กหนุ่ม เกรลเบิกตากว้างด้วยความแปลกใจ เฝือกที่เขาสวมมันอยู่ก่อนหน้า ขณะนี้มันก็ลอกออกอย่างช้าๆ เสียงของวิลเลียมพูดบางอย่างข้างๆ หูเขา เกรลสะดุ้งแล้วหันไปมองเขา"คะ... ครับ"

   "ฉันบอกว่า ลองขยับแขนดูสิ"วิลเลียมพูด

   "ครับ"

    เกรลทำตามที่เขาพูด เด็กหนุ่มค่อยๆ ขยับแขนขึ้นลงอย่างช้าๆ แล้วพบว่าแขนของเขาทำงานได้ดีเป็นปกติ ราวกับว่ามันไม่เคยบาดเจ็บหรือเป็นอะไรมาก่อน เกรลเบิกตากว้าง"นี่มัน... สุดยอดไปเลย คุณทำมันได้ยังไงน่ะ"

    วิลเลียมยิ้มที่มุมปาก"เวทมนต์น่ะ คุณโรเจอร์ เวทมนต์"
 

    "ผมไม่คิดเลยว่ามันจะมีอยู่จริง ผู้คนที่นั่นพร่ำบอกว่าเรื่อบแบบนี้มันเป็นแค่เรื่องลวง ไม่ใช่ความจริง แต่วันนี้คุณก็ทำให้ผมได้รู้ว่ามันมีอยู่จริง กับตาของผม!"


    เกรลพูดอย่างตื่นเต้น เขายิ้มใหห้กับวิลเลียมก่อนที่ชายหนุ่มจะผายมือเป็นการเชื้อเชิญเขาเข้าไปในบ้าน เกรลยิ้มให้เขาพลางเดินเข้าไป

    กบตัวหนึ่งกระโดดมาเกาะที่ใบหน้าของเกรลพร้อมกับลุกบอลขนาดเหมาะมือตามเข้ามา ด้วยความตกใจเจ้ากบตัวนั้นกระโดดหลบไปอีกทางอย่างรวดเร็ว จึงส่งผลให้ลูกบอลลุกนั้นอักเข้ากลางหน้าผากของเด็กหนุ่มเต็มๆ จนเขาล้มก้นจ้้ำเบ้าไปกับพื้น เสียงรีเบ็คก้าโวยวายดังมาจากในครัว

    "มันไปทางนั้นแล้ว!"

    เด็กสาววิ่งออกมาอย่างร้อนรน เธอหันมาพร้อมตะโกน"มัวรออะไรอยู่เล่า ตาทึ่ม! ไปช่วยอีฟที่ครัวเลยไป!"

    "อะ... อื้ม!"

    เกรลพยักหน้าแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่่ครัว สิ่งแรกที่ปรากฎสู่สายตาของเขาก็คือ ขนมปังไหม้ๆ คู่หนึ่งพุ่งตัดหน้าเขาไปลงบนจานอีกฟาก
 

(85%)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #6 ยอด (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2556 / 12:10
    จะติดตามตอนต่อไปนะครับ
    #6
    0