ซ่อนรักไว้ใต้วิวาห์ (ซีรีส์วิวาห์ซ่อนรัก) ฉบับรีไรท์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 483,582 Views

  • 1,570 Comments

  • 3,886 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,186

    Overall
    483,582

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    11 ม.ค. 62

                                                      บทนำ                                                 

ภายในห้องอาหาร VIP ของโรงเเรมสุดหรูใจกลางกรุงเทพมหานครที่มีชื่อเสียงอย่างโรงเเรม ‘ ยอเกียรติคุณ ’ ซึ่งชื่อของมันก็มาจากนามสกุลของผู้เป็นเจ้าของนั่นเอง

โคมไฟคริสตัลระย้าย้อยเเขวนตัวลงมาจากเพดานอย่างสวยสดงดงาม บนโต๊ะอาหารตัวยาวมีเชิงเทียน ดอกกุหลาบสีขาวประจับแจกันลวดลายประณีต อุปกรณ์ในการใช้สำหรับรับประทานอาหารก็มีละเอียดยิบย่อยอย่างเช่น ช้อนส้อมขนาดต่างๆและมีด จานเเก้วใบบางเฉียบกับเเก้วไวน์ใสกิ๊ง บนโต๊ะอาหารนั้นคึกคักเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะพูดคุยสนุกสนาน เเต่ก็มีคนเพียงเด็กสาวคนหนึ่งที่ไม่ยักสนุกด้วย

 ‘ขวัญฤทัย  เเกว่งเเก้วไวน์ในมือไปมาเอามือเท้าคางอย่างเบื่อหน่าย คนที่อายุเเค่ 18 ย่าง 19 ปีอย่างเธอทำไมเล่าจะต้องมาสังสรรค์กับบรรดาผู้ใหญ่ที่เอาเเต่พูดเรื่องเก่าเล่าความหลัง หรือไม่ก็พูดจาเเต่เรื่องธุรกิจกันไม่หยุดปาก เเสงสีเหลืองนวลในห้องอาหารก็ทำเอาเธอเวียนหัวเเทบบ้า พอจะหยิบขึ้นมาเล่นก็ว่าเป็นการเสียมารยาท เธอจึงทำได้เพียงเเกว่งเเก้วไวน์ หรือไม่ก็เขี่ยเศษอาหารในจานเล่นไปมาอย่างเบามือที่สุด

เหลือบไปมอง ' ม่านพระจันทร์ ' พี่สาววัย 25 ปีของตนเองที่กำลังพูดคุยกับพวกผู้ใหญ่อย่างถูกคอ แหงสิ ผู้หญิงที่เรียบร้อย พูดน้อย อ่อนหวานตามแบบฉบับกุลสตรีไทยจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอคนนี้จะเข้ากับผู้ใหญ่ไม่ได้เหมือนกับตน

เเกช่วยทำหน้าทำตาให้มันดีๆหน่อยซิยายขวัญ ทำหน้าบอกบุญไม่รับอย่างนี้มันเสียมารยาทกับเจ้าของวันเกิดนะ!

มารดาหันมากระซิบเสียงดุใส่ ขวัญฤทัยวางเเก้วในมือลงเเละหันไปจ้องหน้าคนเป็นมารดาที่เสื้อผ้าหน้าผมจัดเต็มราวกับพวกคุณหญิงคุณนายในละคร เอะอะอะไรก็ว่าเธอเสียมารยาท บางทีก็ให้นึกสงสัยว่าเธอเคยดีในสายตาของผู้เป็นเเม่บ้างหรือเปล่า

เจ้าของวันเกิดยังเสียมารยาทกับเราเลยนี่คะ เธอพาดพิงถึงชายหนุ่มเจ้าของวันเกิดเเละเป็นลูกของเจ้าของโรงเเรมเเห่งนี้

นัดกันมาตั้งเเต่ทุ่มตรง จนตอนนี้สามทุ่ม อาหารเกลี้ยงจานไปหมดเเล้ว ก็ไม่เห็นจะโผล่หน้ามาสักที

นี่เเกหยุดนะ! เขาเชิญเเกมาก็ดีเท่าไหร่เเล้วยังไม่สำนึก เเกไม่เคยทำตัวให้ได้ครึ่งหนึ่งของยายจันทร์เลยสักนิด” นางศิภาต่อว่าลูกสาวคนเล็ก เเต่เจ้าตัวก็หาได้มีท่าทีสลดไม่ กลับเหยียดยิ้มเยาะพร้อมกับเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

เหอะ ใช่ว่าขวัญอยากจะมาเสียเมื่อไหร่ เเม่เองไม่ใช่เหรอที่เป็นคนบังคับให้มา อ้อ...อีกอย่างนึง พี่จันทร์เขาเป็นลูกรักของเเม่ ลูกชังอย่างขวัญก็ไม่มีทางดีเทียบเท่าได้หรอก

เเกมันดื้อเถียงคำไม่ตกฟาก ระวังเวรกรรมเอาไว้เถอะ! นางรู้สึกเหลืออด

ฮ่าๆ เวรกรรมมันเป็นยังไง บาปมันรูปร่างเป็นยังไงขวัญยังไม่เคยเห็นเลย ขอตัวค่ะ  ร่างเล็กผอมบางในชุดเสื้อยืดกับกางเกงขาสามส่วนที่จงใจใส่มาประชด ผุดลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารโดยไม่สนใจคนทั้งสองครอบครัวที่นั่งคุยกันอยู่เลยสักนิด

อ้าว หนูขวัญจะไปไหนล่ะลูก น้ำเสียงนุ่มนวลร้องทักขึ้นมาก่อน

ขวัญอยากไปสูดอากาศข้างนอกหน่อยค่ะอารัตน์ ขวัญฤทัยปั้นหน้ายิ้มตอบให้สตรีวัยกลางคนที่เป็นเพื่อนของมารดา เเละเป็นเเม่ของเจ้าของวันเกิด

อย่าเพิ่งไปเลยนะขวัญ ตาเก้ากำลังจะเดินทางมาถึงเเล้ว รอให้ตาเก้าเป่าเทียนวันเกิดเสียให้เสร็จก่อน พวกเราจะได้อยู่ฉลองกันพร้อมหน้าพร้อมตา ถือว่าอาขอล่ะจ้ะ

น้ำเสียงวิงวอนของนางนพรัตน์ผู้ใจดีทำให้ขวัญฤทัยใจอ่อน ยอมนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมเเต่โดยดี ตามด้วยน้ำเสียงกระซิบค่อนขอดของมารดา

หึ ที่พ่อเเม่พูดล่ะไม่เห็นจะฟัง ดื้อหัวชนฝา ทีคนอื่นพูดล่ะคล้อยตามดีเชียว

ไหนเเม่บอกว่าอารัตน์ไม่ใช่คนอื่นคนไกลไงคะ เดี๋ยวก็จะมาเป็นครอบครัวเดียวกันเเล้ว เเถมอารัตน์ยังใจดีพูดจาเพราะๆเเบบนี้ มีหรือที่ขวัญจะไม่ฟัง

นี่เเกจะหาว่าฉันเป็นคนใจร้ายสินะนังขวัญ

สรรพนามของผู้พูดเปลี่ยนจากยายเป็น นังทำให้ขวัญฤทัยรู้ได้ในทันทีเลยว่าผู้เป็นมารดากำลังโกรธจัด เเต่ก็ทำได้เพียงก่นด่าอย่างเบาที่สุดเพื่อไม่ใช่เสื่อมเสียเกียรติของคุณนายสิภาประจำบ้านปุณยภักดิ์

ขวัญยังไม่ได้ว่าเเม่สักคำ เธอตอบอย่างไม่ใส่ใจ

ลูกอกตัญญู

เพียงคำเดียวที่ทำให้คนฟังนั่งเงียบไม่ต่อล้อต่อเถียงกับมารดาอีก ดวงหน้าหวานของสาวน้อยมีเเววหม่นเเสงลงเเต่ดวงตายังเเข็งกร้าวอย่างที่ผ่านมา ไม่ว่าจะโดนมารดาต่อว่าให้เจ็บช้ำที่ครั้งคนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นคนหัวดื้ออย่างเธอก็ไม่เคยร้องไห้ออกมาให้ผู้เห็นเลยสักครั้ง

เป็นอะไรหรือเปล่าขวัญ ม่านพระจันทร์เอ่ยถามพร้อมกับมือเเตะที่บ่าของคนเป็นน้องสาวเบาๆ ระหว่างที่พูดคุยกับผู้ใหญ่ก็เเอบสังเกตุท่าทางตึงเครียดของมารดากับน้องสาวบ้างเป็นระยะ

เปล่า

อย่าคิดมากเลยนะ วันนี้เป็นวันมงคล

วันมงคลของคนที่พี่จันทร์รัก ไม่ใช่วันมงคลของขวัญค่ะ

เฮ้อ

ม่านพระจันทร์ได้เเต่ถอนหายใจกับความดื้อรั้นของน้องสาว เเต่ก็ไม่อยากซ้ำเติมอะไรไปมากกว่าเดิม งานวันเกิดหรูหราในวันนี้มีเพียงสองครอบครัวใหญ่ที่สนิทสนมกันมาตั้งเเต่รุ่นปู่ทวดเท่านั้นคือตระกูล ยอเกียรติคุณกับตระกูล ปุณยภักดิ์ของเธอเท่านั้น สองตระกูลหมั้นหมายมาเกี่ยวดองกันในรุ่นลูกรุ่นหลานก็คือรุ่นของเธอ เนื่องจากความเจริญรุ่งเรืองทางด้านธุรกิจกำลังไปได้สวย ยอเกียรติคุณก็มีโรงเเรมหรูเเละรีสอร์ทอยู่มากมาย ส่วนปุณยภักดิ์ก็มีบริษัทและโรงงานเเปรรูปผลไม้เป็นขนมสุขภาพที่กำลังขายดิบขายดีอยู่ทั่วประเทศ ผู้ใหญ่ของสองตระกูลก็เลยมีเห็นชอบว่าจะต้องมีการเเต่งงานเพื่อรวมกันเป็นธุรกิจใหญ่ เเละกันไม่ให้ทรัพย์สินของยอเกียรติคุณหรือปุณยภักดิ์กระเด็นตกไปอยู่ในมือของผู้อื่น อีกทั้งยังได้ผลประโยชน์ทางใจของปู่ทวดที่เป็นเพื่อนรักเพื่อนซี้กันมาได้รวมเป็นญาติกันเสียที

หญิงสาวนึกดีใจเหลือเกินหากจะมีการเเต่งงานเกิดขึ้นระหว่างเธอกับ นพกรที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน รู้จักสนิทสนมกันมาตั้งเเต่เด็ก ในใจของม่านพระจันทร์มีเเต่เขาเพียงผู้เดียว เเละเธอก็ค่อนข้างเเน่ใจว่านพกรมีใจให้เธอเช่นเดียวกัน

ยังมีอีกหนึ่งคู่ก็คือดนัยณัฐพี่ชายของเธอกับ นภิตาน้องสาวของนพกรที่ถูกผู้ใหญ่จับคู่กันไว้ เเละเเน่นอนว่ามันจะต้องเหลือเศษหนึ่งคือขวัญฤทัย น้องสาวของเธอเองที่ไม่ถูกจับคู่

ขอโทษครับทุกคนที่ผมมาช้า

น้ำเสียงทุ้มห้าวกับร่างสูงโปร่งที่ปรากฎอยู่หน้าประตูของห้องอาหารทำให้ทุกคนหยุดการสนทนาลง หันไปให้ความสนใจกับผู้มาใหม่เเละเป็นเจ้าของงานในวันนี้

มาจนได้นะพ่อตัวดี มานั่งมาลูก ประมุขของตระกูลยอเกียรติคุณก็คือคุณ จอมพลกวักมือเรียกลูกชายให้เข้ามานั่งอย่างอารมณ์ดี นางนพรัตน์ก็ไปช่วยประคองตัวลูกชายมานั่งจนคนมองนึกอิจฉาเล็กน้อย ครอบครัวนี้ต่างเทคเเคร์กันดีจนขวัญฤทัยอยากจะไปเกิดเป็นลูกหลานของตระกูลนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด

ผมติดไปดูที่ดินที่ภูเก็ตน่ะครับก็เลยมาช้า เพิ่งลงเครื่องมาเมื่อครึ่งชั่วโมงนี่เอง

คนเพิ่งมาปลดคลายเนคไทออกหลวมๆ ยิ้มทักทายทุกคนบนโต๊ะอาหารยกเว้นขวัญฤทัย ทำให้เจ้าตัวนึกเคืองอยู่ในใจ เเต่ก็มาคิดได้ภายหลังว่ามันก็เป็นเรื่องปกติที่นพกรจะไม่อยากทักทายเธอ ใช่ว่าเธอเองอยากจะทักทายผู้ชายคนนี้นักหรอก ขวัญฤทัยมองเสี้ยวหน้าคม ผิวขาวๆมีรอยเเดงเป็นจ้ำเพราะถูกเเดดเผา จมูกโด่งได้รูปกับดวงตารียาว นายนพกร ยอเกียรติคุณที่อนาคตก็คงไม่พ้นจะมาเป็นพี่เขยของเธอ

สักพักก็มีพนักงานในชุดยูนิฟอร์มของโรงเเรม เข็นรถเข็นที่มีเค้กขนาดใหญ่ปักด้วยเทียนเลข 2 กับ 5 บ่งบอกอายุของนพกรได้เป็นอย่างดี เพราะเขาอยู่ในวัยเบญจเพสเต็มตัวเเล้ว พนักงานนำไฟเเช็คที่เตรียมมาด้วยจุดลงบนเทียนทั้ง 2 เล่มจนสว่างโชติช่วง ฉับพลันไฟในห้องอาหารก็ดับพรึ่บลง

“Happy Birthday to You Happy Birthday to You”

เสียงเพลง Happy birthday ดังขึ้นโดยมีคนบนโต๊ะอาหารเป็นผู้ขับร้องมันเพื่อฉลองให้กับชายหนุ่ม มีเพียงขวัญฤทัยที่ไม่เเม้เเต่จะขยับปากร้อง เอามือยกขึ้นเท้าคางตัวเองเหมือนเดิม เเสงจากเชิงเทียนและเค้กวันเกิดนั้นริบหรี่เหลือเกิน แต่ก็พอให้มองเห็นใบหน้าของใครบางคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน

สาวน้อยรู้สึกว่าหัวใจกระตุกวูบ เมื่อเหลือบไปเห็นเจ้าของวันเกิดกำลังจ้องเขม็งมาทางเธอ

จ้องไปสิ ไม่สนขวัญฤทัยสะบัดหน้าหันไปมองทางอื่นจนเพลงจบลง นพกรก็ลุกขึ้นไปเป่าเทียนวันเกิด ไฟในห้องกลับมาสว่างไสวอีกครั้งพร้อมกับที่พนักงานจำนวนหนึ่งซึ่งทำหน้าที่จุดพลุกระดาษอย่างสวยงาม

ขอให้มีความสุขมากๆนะลูก สุขภาพเเข็งเเรง ไม่เจ็บไม่ไข้ อยู่กับเเม่ไปนานๆนะเก้า นางนพรัตน์กอดลูกชายเเน่น เเละปล่อยให้คนบนโต๊ะอาหารผลัดกันอวยพรเเละมอบของขวัญให้ทีละคน จนกระทั่งเหลือเพียงผู้หญิงสามคือ นภิตา ม่านพระจันทร์ เเละขวัญฤทัย

น้องสาวคนนี้ไม่มีอะไรจะให้พี่ชาย นอกจากหัวใจของน้องเอง นภิตาออดอ้อนอย่างน่ารักน่าชังจนขวัญฤทัยยิ้มตาม หล่อนเป็นน้องสาวของนพกรและเป็นคู่หมั้นของพี่ชายขวัญฤทัยด้วย รายนี้อายุ 21 ปีห่างจากเธอเพียงสามปีเท่านั้น จึงสามารถพูดคุยกันได้ถูกคอตามประสาวัยรุ่น เเต่นภิตาก็เป็นคนช่างพูดช่างคุย เข้ากับผู้ใหญ่ได้ง่ายไม่ต่างจากม่านพระจันทร์เลยสักนิด ก็คงมีเเต่เธอคนเดียวกระมังที่ไม่มีประสิทธิภาพในการเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ และเปรียบเสมือน ‘เเกะดำ’ ในงานนี้

เเสบจริงเชียว ไม่ลงทุนเลยยายนะ นพกรหยอกเย้า โน้มตัวและยื่นใบหน้าลงไปหอมเเก้มน้องสาวตัวดีฟอดใหญ่

โห่ นะก็ให้พี่เก้าหอมฟรีนี่ไง อ้อ เเต่ลืมไปว่าพี่คงไม่อยากหอมเเก้มนะหรอก อยากจะหอมพี่จะ...

เงียบไปเลยยายตัวเเสบ ชายหนุ่มเอามือโยกศรีษะคนเป็นน้องด้วยรู้สึกหมั่นไส้ ทำเอาผู้ใหญ่บนโต๊ะหัวเราะครื้นเครง

สุขสันต์วันเกิดนะคุณเก้า จันทร์ทำเองค่ะ ม่านพระจันทร์ยื่นกล่องของขวัญสีชมพูน่ารักที่ตนตั้งใจมอบให้อย่างเก้อเขินตามประสาสาวขี้อาย ถึงแม้จะสนิทกับชายหนุ่มมากเป็นพิเศษแต่ก็ยังมีขอบเขตของกันและกัน

ขอบคุณมากครับ ชายหนุ่มยิ้มรับของขวัญวันเกิดจากหญิงสาวผู้มีใบหน้างดงาม ผมสีดำสนิทถักเปียเป็นทรงเอาไว้เรียบร้อย มีปอยผมลงมาคลอเคลียเสริมให้ใบหน้าของเจ้าตัวดูโดดเด่นขึ้นไปอีก ต่างจากอีกคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวถัดไปจากหญิงสาว เเถมไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน รายนั้นปล่อยผมยาวกระเซิง ใส่เสื้อยืดสีเทากับกางเกงขาสามส่วนทั้งที่ปกติเป็นคนแต่งเนื้อแต่งตัวเก่งเกินวัย นพกรรู้ดีว่าสาวน้อยตั้งใจเเต่งกายไม่เหมาะสมมาเพื่อประชดเสริมความไม่เต็มใจที่จะต้องมาร่วมงานวันเกิดของเขา

แต่เจ้าหล่อนก็ไม่มีทางรู้ตัวเลย...ว่าพลาดอย่างแรงเสียแล้วที่เลือกทำแบบนี้

โอ้โห สวยจังเลย หนูจันทร์ถักเองเหรอจ๊ะเนี่ย นางนพรัตน์เอ่ยชม เมื่อลูกชายดึงสิ่งของที่อยู่ในกล่องออกมา เป็นเสื้อสเวตเตอร์สีขาว มีตัวอักษร K สีน้ำเงินอยู่ตรงกลาง

ใช่เเล้วล่ะค่ะคุณพี่ ยายจันทร์น่ะทำงานฝีมือเก่งมากเลยนะ นางศิภาออกปากเเทนลูกสาวคนโต

เมืองไทยก็ไม่ได้หนาวสักหน่อย จะใส่ไปไหน ขวัญฤทัยบ่นพึมพำเบาๆ เเต่ก็ไม่พ้นหูของคนเป็นมารดาที่นั่งอยู่ข้างกันจึงหันมามองตาเขียวใส่

ใช้เวลาก็เกือบๆสามเดือนน่ะค่ะ จันทร์ไม่ได้เก่งอะไร ม่านพระจันทร์พูดอ้อมเเอ้มถ่อมตัว

สามเดือนอะไรกัน เเม่เห็นเราเพิ่งถักเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่เเล้วนู่น เห็นนั่งถักทั้งวันทั้งคืนเลยนะยายจันทร์

เเม่ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ใบหน้าสวยหวานเเดงระเรื่อ

ขวัญฤทัยรู้สึกอึดอัดกว่าเดิมที่เป็นอยู่ รำคาญทั้งมารดา ทั้งพี่สาว แล้วบิดาเธอเล่า ก็กำลังคุยถูกคอกับคุณอาจอมพล เเละคนที่อยู่บนโต๊ะอาหารนี้ทั้งหมดก็ทำให้เธอเป็นส่วนเกินรวมทั้งเจ้าของงาน หาทางเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำน่าจะดีกว่า

ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะเธอเอ่ยขอกับทุกคน

อย่าเพิ่งสิยายขวัญ ลูกยังไม่ได้ให้ของขวัญตาเก้าเขาเลยนี่นา มีอะไรจะให้พี่เขาหรือเปล่า บิดาร้องท้วงขึ้นยิ้มๆ

ไม่มีหรอกค่ะพ่อ ขวัญฤทัยตอบปฏิเสธเสียงเรียบทั้งที่ยังกำบางสิ่งในมือเเน่น ก่อนจะหันไปพูดกับเจ้าของงานอย่างจำใจ

ขอโทษค่ะ ลืมเตรียมจริงๆ เธอโกหกคำโต

ช่างมันเถอะ ยังไงก็นั่งอยู่ก่อนสักพักเเล้วกัน ยังไม่ทันที่เบาะเก้าอี้จะหายอุ่น สาวน้อยก็ต้องนั่งลงอีกครั้งด้วยความฉงน ทั้งนางนพรัตน์ก็รั้งให้เธออยู่ก่อนในคราเเรก เเล้วทำไมคนที่ไม่ชอบขี้หน้าเธอจะต้องขอให้เธออยู่ร่วมในวันเกิดของเขาต่อ

กริ๊ง

เสียงช้อนกระทบเเก้วไวน์เบาๆ ทำให้ทุกคนหยุดการสนทนา ทั้งห้องอาหารตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง

ผมมีเรื่องสำคัญจะประกาศ จอมพลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

วันนี้เป็นวันดีของลูกชายผม เเละเป็นฤกษ์งามยามดีที่จะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้น บุรุษหนุ่มวัยกลางคนเว้นคำพูดไปสักพัก

ผมได้คุยกับณรงค์เเล้วเมื่อหลายเดือนก่อน ในนาม ของตระกูลยอเกียรติคุณ ผมขอให้มีการหมั้นหมายเกิดขึ้นในวันนี้ระหว่างลูกชายของผมเเละลูกสาวของตระกูลปุณยภักดิ์ ว่ายังไง จะขัดข้องไหมเพื่อนรักเขาหันไปถามณรงค์ประมุขของบ้านปุณยภักดิ์ สหายเก่าเเก่ที่สนิมสนมกันมาตั้งเเต่รุ่นพ่อเเม่ปู่ย่า

เห็นสมควรเเล้วล่ะคุณจอม ณรงค์พยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มยินดีที่ปรากฎบนใบหน้าคร้ามคม

ขวัญฤทัยยิ้มที่มุมปากแต่ก็แอบเจ็บแปลบ...อยู่ในอก คงสมใจพี่สาวของเธอที่จะได้สมหวังในความรัก เธอกอดอกรอดูละครฉากต่อไปที่กำลังจะเกิดขึ้นพวกผู้ใหญ่เองก็เหมือนเตรียมกันมาเเล้ว ทุกคนลุกขึ้นยืน เป็นการให้เกียรติพิธีสำคัญ เธอจึงลุกขึ้นยืนตามอย่างเสียมิได้ อีกครั้งที่มีพนักงานของโรงเเรมเข้ามาในห้องอาหาร เเต่ครานี้กลับถือกล่องกำมะหยี่สีเเดงเลือดนกเเทนที่จะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่ม

ขวัญฤทัยมองเจ้าของวันเกิดที่ตอนนี้กำลังจัดเครื่องเเต่งกายของตนให้เข้าที่เข้าทาง เสื้อเชิ้ตติดกระดุมเม็ดบนสุด เนคไทกลับมาเป็นปมเเน่นเรียบร้อย เเขนเสื้อเชิตที่พับขึ้นร่นลงมาจนถึงข้อมือ เขาใส่สูทสีน้ำเงินเข้มทับเข้าไปอีกตัว พอมองไปข้างๆตัว ม่านพระจันทร์ผู้เป็นพี่สาวก็กำลังจัดการกับเครื่องเเต่งกายของตนเองเช่นกัน ชุดเดรสสีฟ้าอ่อนช่างเข้ากับสูทสีน้ำเงินของนพกรเหลือเกิน

นี่คงจะเตรียมกันมาดีสุดๆสินะขวัญฤทัยคิดในใจ นพกรเดินอ้อมจากโต๊ะฝั่งตรงข้ามมาที่ฝั่งของเธอซึ่งม่านพระจันทร์ยืนอยู่ เธอจึงกอดอกก้มหน้ากระดิกเท้าของตัวเอง เดาสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก เเต่เเล้วก็ผิดคาดเมื่อร่างสูงมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอ

ขวัญ ส่งมือมา เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น

คะ?”

ส่งมือมา เขาเร่งเร้า จนขวัญฤทัยต้องส่งมือให้กับชายหนุ่มด้วยอาการงุนงง

นพกรจับจูงมือของเธอออกมาตรงฝั่งหัวโต๊ะตัวยาวที่มือพนักงานถือกล่องสีกำมะหยี่ไว้อยู่เเล้ว พนักงานเปิดกล่องนั่นออก ข้างในเป็นเเหวนทองคำขาวสองวงสวยงามที่ซ้อนทับกันอยู่ในกล่อง หัวใจของขวัญฤทัยสั่นไหวเมื่อได้เห็น เธอหันไปมองพวกผู้ใหญ่ที่ส่งสายตาชื่นชม ส่วนม่านพระจันทร์ผู้เป็นพี่สาวกลับมีนัยน์ตาเเดงก่ำ เเต่ก็ยังส่งยิ้มมาให้ ทำไมเธอจะดูไม่ออกว่ารอยยิ้มนั้นเจ็บปวดเพียงใด ในระหว่างที่กำลังปั่นป่วนในจิตใจอยู่นั้น วัตถุบางอย่างก็ถูกสวมลงในนิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว

หยิบเเหวนนั่นสวมให้พี่ นพกรออกคำสั่งกับสาวน้อยที่ดูเหวอไปชั่วขณะ

เเต่...

อย่าเพิ่งถามอะไร หยิบมันเเล้วสวมให้พี่ซะ

ขวัญฤทัยหยิบเเหวนที่เหลือวงเดียวในกล่องสวมที่นิ้วนางของชายหนุ่มด้วยมือที่สั่นระริก เธอไม่เข้าใจอะไรทั้งสิ้น คนหัวดื้ออย่างเธอยอมทำตามคำสั่งของคนที่ไม่ชอบหน้าอย่างง่ายดายราวกับถูกล้างสมอง

หมั้นเอาไว้ก่อน ขวัญเรียนจบเมื่อไหร่ เราจะเเต่งงานกัน                        

                       

                                          

                                           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

0 ความคิดเห็น