เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 97 : ตอนที่ ๘๘ เงื่อนไข

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 662 ครั้ง
    1 มิ.ย. 60

ตอนที่ ๘๘ เงื่อนไข

ข้าน่ะหรือจุดอ่อนของฉินอ๋อง?

...

..

ทำไมกันล่ะ!?

ข้าเด้งตัวขึ้นมาพรวดเดียว หัวเกือบโขกเจ้าแมว โชคดีที่เขายันตัวไว้ทันจึงไม่ต้องพากันร่วงไปกองกับพื้นให้เจ็บตัว ข้าตกใจอ้าปากน้อยๆ กับสิ่งที่เขาบอก จุดอ่อนหรือ? เป็นไปไม่ได้ ในชีวิตที่แล้วข้าจะไปเป็นจุดอ่อนของฉินอ๋องได้อย่างไร บันทึกนั่นช่างมั่วนัก ว่าแต่มันเขียนเรื่องพรรค์นี้ด้วยรึ ผู้ใดเป็นคนบันทึกกันแน่ บันทึกละเอียดแลสอดรู้สอดเห็นไปเสียทุกเรื่อง ข้าขมวดคิ้วมุ่น ตัวข้าจะไปเป็นจุดอ่อนของฉินอ๋องได้อย่างไร ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลยสักนิด ยิ่งคิดยิ่งงุนงงไปหมด

ข้าหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับเขา จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาเขม็ง เจ้าแมวพยักหน้ายืนยันอีกรอบ สีหน้ามั่นใจมากเกินไปด้วยซ้ำ ข้าคิดจนหน้ายับย่นไปหมดแล้ว ทำอย่างไรก็เชื่อไม่ลง ก็ชาติที่แล้วข้าไม่ได้เป็นคนสลักสำคัญกับฉินอ๋อง แทบไม่เฉียดชายเสื้อของเขาด้วยซ้ำ ถ้าบอกว่าเป็นคุณชายหมิงละก็ยังจะพอน่าเชื่อมากกว่า

ฉินอ๋องกะพริบตาปริบๆ ใส่ข้า ทำงุนงงได้น่าเอ็นดูนัก แทบจะทำให้ข้าเคลิบเคลิ้มลืมเลือนข้อสงสัย ต่อหน้าบุรุษรูปงามที่ทำสิ่งใดหรือแสดงท่าทางใดก็น่ามองนี่มันลำบากยิ่งกว่าเจอด่านทดลองบรรลุเซียนเสียอีก ข้าตั้งสติกลอกตาหนีภาพน่าหลงใหลอย่างแข็งใจ

อึก! เทพเซียนองค์ใดกันที่บันดาลให้ข้ามาหลงใหลปีศาจตนนี้ แค่มองหน้าก็หลงหัวปักหัวปำแล้ว ข้าที่กลับมามีสติเพียงเล็กน้อยก็เริ่มครุ่นคิดเรื่องค้างคาต่อ และแบ่งสมาธิอันนิดน้อยนั้นไปไล่ตบมือที่ยุ่มย่ามอยู่ทั่วตัว ข้าตวัดสายตาขุ่นเคืองไปมองเจ้าแมวที่ปั้นหน้านิ่ง เหตุใดถึงได้ลวนลามผู้อื่นได้หน้าตายนักนะ พอถูกตะครุบไว้ก็ทำตาหงอยๆ ใส่จนข้ารู้สึกผิดแทน นี่ใช่เวลาหยอกล้อกันรึ จริงจังหน่อยเถิด!

บันทึกที่ว่าเขียนไว้อย่างนั้นหรือ?” ข้ากัดฟันดึงบรรยากาศกลับมาเป็นงานเป็นการอีกครั้ง ไม่สนใจเจ้าแมวที่อยากจะพาเข้าเรื่องอื่นที่น่าอาย ต่อให้ทำหน้าหงอยตาละห้อยเพียงใดข้าก็ไม่ใจอ่อนให้หรอกนะ เพราะครั้งนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวข้าโดยตรง แน่ละ มันเกี่ยวกับชีวิตที่แล้วนี่น่า ข้าเหล่มองเจ้าแมวที่ถอนหายใจเสียดายออกหน้าออกตา กัดฟันข่มใจไม่ให้หลุดปากออกไป แน่ละ ถึงจะอยากรู้แทบตายอย่างไรก็ไม่เอ่ยถามตรงๆ มิได้ เดี๋ยวจะถูกสงสัยเปล่าๆ ข้ากลืนความข้องใจลงท้อง เฝ้ารอคำตอบด้วยความกระวนกระวาย

“ข้าวิเคราะห์เอง” ฉินอ๋องตอบกลับมาหน้าตาย และพอเห็นข้าไม่เข้าใจก็เอื้อเฟื้ออธิบายเพิ่มเติมให้ยาวขึ้นอีกนิด “หากต้องการให้ข้าเสียศูนย์และเจ็บปวด เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่ศัตรูจะเพ่งเล็งคนสำคัญของข้า คนผู้นั้นต้องเป็นคนที่ข้าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เป็นคนที่ข้าคอยปกป้องคุ้มครอง หากไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นผู้ใดไปได้เล่า” พูดแล้วก็ย้อนถามกลับมาที่ข้าซึ่งยังทำหน้ามึนงงไม่จางหาย เหตุใดยิ่งเขาพูดข้าก็ยิ่งงุนงงเช่นนี้กันเล่า อันใดที่บอกว่าคนสำคัญ อันใดที่บอกว่าเป็นห่วง

ข้าไปเป็นคนสำคัญของเขาเมื่อไรกัน ชีวิตที่แล้วฐานะของพวกเราในยามนั้นแทบมองหน้ากันมิได้ด้วยซ้ำ แล้วศัตรูของฉินอ๋องจะสังหารข้าไปเพื่ออันใดกัน ไปสังหารคุณชายหมิงยังจะมีประโยชน์มากกว่าเสียอีก คิดเท่าไรข้าก็ไม่อาจเข้าใจได้ ประเดี๋ยวก่อน หรือว่าในบันทึกเล่มนั้นจะเขียนเหตุการณ์ไม่เหมือนเรื่องราวในชีวิตที่แล้ว ข้าฉุกคิดถึงความเป็นไปได้ก่อนจะลองเกริ่นถามออกไป

“ในบันทึกเขียนไว้ว่าข้ากับท่านชอบพอกันงั้นรึ?”

ฉินอ๋องมองหน้าข้าด้วยสายตาอ่านยาก เขานิ่งไปอึดใจก่อนจะพยักหน้าเปิดปากตอบอย่างมั่นใจ

“มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว จะเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไร ถามแปลกจริง”

อ่า บันทึกเฮงซวยเอ๊ย! เขียนมั่วนี่หว่า ทันใดนั้นข้าก็เข้าใจ มันคงบันทึกทำนองว่าข้ากับเขารักใคร่กันดีเหมือนเช่นตอนนี้ จากนั้นเหลียงอ๋องก็ทำการกำจัดข้าเพื่อบั่นทอนจิตใจของฉินอ๋อง น้ำเน่าแบบไม่ใกล้เคียงความเป็นจริงเลยสักนิด สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ น่ะมันรันทดมากกว่านั้นนัก ข้ามิได้ตายพร้อมความรักความห่วงใยของเขา แต่ตายไปอย่างโดดเดี่ยวและปวดร้าวต่างหากเล่า บัดซบ!

ข้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอาเถิด บันทึกจะมั่วสักเรื่องก็มิได้แปลก หากมันเขียนถูกทุกเรื่องราวกับตาเห็นนั่นสิถึงจะแปลก ข้าแอบโล่งใจที่ฉินอ๋องไม่รู้เรื่องราวบ้าๆ หนนั้น ถ้าหากฉินอ๋องในตอนนี้รับรู้เรื่องในชีวิตก่อนของข้าจริงๆ เขาคงจะเศร้าและรู้สึกผิดมากเป็นแน่ ข้าไม่อยากให้เจ้าแมวคิดมากและเสียใจ ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ไม่ต้องการให้เขานำเรื่องราวหนนั้นปะปนกับความรู้สึกในตอนนี้ หากจะรักจะชอบมันต้องไม่มาจากความรู้สึกผิดและต้องรับผิดชอบ ข้าอยากให้เขารักชอบในอย่างที่ใจต้องการจริงๆ

“คิดอันใดอยู่รึ?” ฉินอ๋องโอบแขนกอดเอวข้าแล้วรั้งเข้าหาตัวเขาก่อนจะกระซิบถามข้างหู เสียงทุ้มต่ำทำให้ข้าจั๊กจี้ เลิกคิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง ข้าส่ายหน้าเป็นคำตอบก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูดเบี่ยงเบนความสนใจของเขา

“มาคิดดูแล้วข้าก็เป็นตัวถ่วงของท่านจริงๆ”

พูดแล้วก็หดหู่ใจ ไม่แปลกหรอกที่เขาจะมองข้าว่าเป็นจุดอ่อน แม้จะมีพลังวิเศษที่สุดยอดมากเพียงใด แต่ทักษะการต่อสู้หรือปัญญาน้อยๆ ของข้าก็มิอาจต่อกรกับพวกเหลียงอ๋องได้เลย หากเป็นเช่นนี้ต่อไปสักวันต้องพลาดพลั้งให้กับพวกมันเป็นแน่ นั่นทำให้ข้ากลัดกลุ้มไม่น้อย

ข้าไม่อยากเป็นตัวถ่วงของเขา และหากเป็นไปได้อยากจะอยู่เคียงข้างในฐานะที่เท่าเทียม มิใช่เป็นฝ่ายที่ถูกปกป้องคุ้มครองฝ่ายเดียวเช่นนี้

ข้าจะต้องพัฒนามากกว่านี้ จริงสิ! ที่แห่งนั้นต้องช่วยให้ข้าก้าวไปไกลมากกว่าที่เป็นอยู่นี้อย่างแน่นอน ในอกของข้าพลันเกิดความปลื้มปีติแต่ไม่นานมันก็สลายหายไปราวกับหมอกควัน ข้าก้มหน้ากลอกตาไปมาก่อนจะเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาอย่างที่สุด มันก็ยังคงความเย็นชาแสนเย็นเยียบเช่นเดิม

แม้การไปตระกูลเยว่กับท่านทวดเยว่ไฉหลางชวนตื่นเต้นเพียงใด แต่พอคิดว่าจะต้องห่างไกลจากเจ้าแมวก็ทำให้ข้าไม่อาจตัดใจจากไปได้ ผู้ใดจะตัดใจไปได้กันเล่า การไปครั้งนี้ตัวข้าเองยังไม่ทราบว่าจะไปนานมากเพียงไร ห่างไกลกันเช่นนี้จะหยุดการเปลี่ยนแปลงนับพันครั้งได้หรือ? หากการไขว้คว้าความรุ่งโรจน์ต้องแลกเปลี่ยนกับการสูญเสียฉินอ๋องแล้วละก็ ข้าไม่มีวันยินยอมหรือยอมรับเด็ดขาด ไม่มีทาง นี่เป็นความปรารถนาทั้งชีวิตของข้า อุตส่าห์ได้เขามาอยู่ข้างๆ แล้วจะให้ละทิ้งไปได้อย่างไรกัน!

เจ้าแมวมองข้าขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่นานก็ถอนหายใจออกมา เขาจัดการเรียกสติข้าด้วยการใช้นิ้วแข็งๆ ดีดหน้าผากของข้าเสียงดังป๊อก ข้าถึงกับสะบัดหน้าเกือบร่วงลงจากตักของเขา เจ็บเหมือนหน้าผากปริแตก! ข้ากุมหน้าผากเม้มปากที่อยากร้องโอดโอย ก่อนจะชำเลืองขึ้นไปมองคนใจร้ายที่ลงมือโหดเหี้ยม น้ำตาคลอเบ้าจวนเจียนจะไหลทำให้มองไม่เห็นสีหน้าเจ้าแมวใจดำลงมืออำมหิต

บ้าชะมัด จากที่ตัดใจล่ำลามิได้ก็ร่ำๆ อยากจะไปมันเสียเดี๋ยวนี้เลย หึ!

ข้าส่งค้อนแง่งอนแล้วก้มหน้ากุมหน้าผากที่ถูกทำร้ายเอาไว้ ได้ยินเสียงของเจ้าแมวหลุดหัวเราะก่อนจะรีบกลั้นเอาไว้ ตัวของเขากระพือไหวเชียวละ หนอย น่าขำที่ใดกัน ไม่นานจากนั้นเจ้าแมวก็พาตัวเข้ามากอดคลอเคลียเอาใจข้า เชยปลายคางขึ้นก่อนจะกดริมฝีปากนุ่มหยุ่นลงกลางหน้าผากแดงเป็นปื้นของข้าอย่างนุ่มนวล ริมฝีปากได้รูปสวยค่อยๆ เป่าลมรดหน้าผาก ขมุบขมิบปากปลอบโยนราวกับข้าเป็นเด็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวคลึงตรงที่โดนดีดเบามือ ข้าหลับตาพริ้มเพลิดเพลินกับทักษะปลายนิ้วมือของเขา เทียบกับนวดอุ้งเท้าแมวสินะ

นี่มันตบหัวแล้วลูบหลังชัดๆ แต่ข้าก็พอใจอย่างยิ่ง อ่า ปฏิเสธมิได้เลยว่าสบาย พอเขาหยุดมือข้าก็ลืมตาขึ้นมองเขาตาปริบๆ ฉินอ๋องถอนหายใจยาวเหยียด จ้องมองข้าอยู่เนิ่นนานราวกับไม่มีสิ้นสุด ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเปิดปากพึมพำเสียงแผ่วเบา

“เจ้าไปเถอะ”

ข้าชะงักแล้วนิ่งงันไปแล้วเอียงหน้าถามกลับเหมือนไม่เข้าใจ ทำตัวเป็นคนโง่งมไปในพริบตา “ไปไหนรึ?”

มือหยาบกร้านคู่นั้นค่อยๆ เลื่อนมากุมหัวไหล่ของข้าเอาไว้ เขาค่อยๆ ผลักร่างของข้าออกห่าง มือทั้งสองบีบแน่นจนข้าขมวดคิ้วแต่ไม่อาจเปล่งเสียงร้องออกไปได้ เพราะบรรยากาศหนักอึ้งรอบตัวของเขากดทับจนด้านชา นัยน์ตาเรียวโตงดงามคู่นั้นทอประกายจริงจังไม่แพ้สีหน้า ข้าเผลอตัวกำมือแน่น จ้องมองเขาพลางภาวนาขอร้องในใจ

โปรดอย่าพูดออกมา ข้าไม่อยากไปจากท่าน

“จิ้งถิง เจ้ารู้ว่าข้าหมายถึงสิ่งใด แต่เพื่อตัวเจ้า ไปเถิด”

สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้ยินสิ่งที่ข้าพร่ำในใจ ฉินอ๋องพูดกึ่งสั่งการด้วยน้ำเสียงราบเรียบเยือกเย็นอย่างที่เป็นมาตลอด ข้าเม้มปาก กลั้นหายใจ ขอบตาร้อนผ่าว ข้ารู้อยู่แล้ว สังหรณ์ใจมาตลอดว่าต้องเป็นเรื่องนี้ จะมีเรื่องใดที่ท่านทวดเยว่ไฉหลางจะมาพูดกับฉินอ๋อง หากมิใช่เรื่องข้าแล้วจะเป็นเรื่องอื่นใดได้ ข้าพยายามไม่พูดถึงแต่สุดท้ายเขาก็พูดมันออกมา...อย่างง่ายดาย ง่ายเสียจนเป็นไม่รู้สึกรู้สา ไยถึงทำราวกับไม่เดือดเนื้อร้อนใจเช่นนั้น มันมิใช่ประเดี๋ยวเดียวก็กลับมาได้หรอกนะ เขาไม่เข้าใจหรืออย่างไรกัน เราสองคนจะต้องห่างกันนานแค่ไหนก็ไม่มีใครทำนายได้ แต่ฉินอ๋องก็ปล่อยตัวก่อนอย่างง่ายดาย  

ข้าไม่พูดอันใดออกมา ได้แต่ปิดปากแน่น และไม่อาจมองหน้าของเขาได้อีก ข้าสะบัดตัวออกจากเขา ลุกขึ้นหันหลังเดินออกไปเพื่อสงบจิตใจที่เริ่มฟุ้งซ่านงี่เง่า เนิ่นนานข้าถึงค้นหาเสียงของตนเองเจอ

“ท่านทวดเป็นคนขอร้องให้ท่านพูดเรื่องนี้ใช่หรือไม่? มันเป็นเงื่อนไขที่พวกท่านตกลงกันลับหลังข้าอย่างนั้นรึ? แล้วท่านก็ตอบตกลงแทนโดยที่ยังไม่ถามความสมัครใจของข้าก่อน แท้จริงแล้วท่านอยากจะกำจัดข้าไปให้พ้นๆ อย่างนั้นรึ?”

“ใช่ เป็นเงื่อนไขที่เขายื่นมาให้ เพราะว่าข้าเป็นเพียงคนเดียวที่จะพูดให้เจ้าไปได้”

ข้าหันกลับไปมองฉินอ๋องที่นั่งอยู่ที่เดิม ไม่ขยับตัวเลยสักนิด ไม่แม้จะมองตามมา เขานั่งหลุบตามองมือตนเองที่วางอยู่บนตักด้วยท่าทางนิ่งสงบ สีหน้านิ่งเช่นปกติของเขาทำให้ข้าไม่สบอารมณ์ กัดฟันแน่นก่อนจะข่มใจถามออกไปด้วยน้ำเสียงค่อนข้างดังกว่าปกติด้วยแรงโทสะที่คุกรุ่นในใจ

“ท่าน...ท่านปล่อยข้าไปง่ายๆ ถึงเพียงนี้เลยรึ!? เหตุใดถึงได้ตัดสินใจง่ายดายเพียงนั้น...” พูดได้เพียงครึ่งลำคอเหมือนถูกบางอย่างอุดไว้ ข้าอ้าปากพะงาบๆ ไร้เสียงอยู่นานก่อนจะหันหลังลูบหน้าลูบตา พยายามสงบสติอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน มือไม้ของข้าสั่นไปหมด

พอควบคุมอารมณ์ให้เย็นลงได้ก็พยายามทำความเข้าใจในเจตนาของฉินอ๋อง ข้าก้มหน้าซบบนฝ่ามืออย่างปวดร้าว ข้ารู้ว่าเขาปรารถนาดีแต่มันก็อดจะใจหายไม่ได้ มันมิใช่วันสองวันแต่มันยาวนานเป็นเดือนเป็นปี หรืออาจจะมากกว่านั้นก็เป็นไปได้ ข้าร่ำไห้ไร้เสียงและหยาดหยดน้ำตา ทำใจเนิ่นนานก่อนจะสูดลมหายใจหันกลับไปตอบเสียงแหบแห้ง

“ข้าเข้าใจ ขออภัยที่โวยวายใส่ท่าน ข้าจะไป เพื่อตัวข้าเองแล้วก็เพื่อท่านด้วย เพื่อพวกเราสองคน” ข้าพูดไปทั้งที่ก้มมองพื้นไม่กล้าจะมองเขา เพราะกลัวว่าจะตัดใจพูดออกไปอย่างเด็ดเดี่ยวเช่นนี้มิได้ ความเงียบเข้ามาครอบคลุมพื้นที่มีเพียงเสียงเนื้อผ้าเสียดสีสวบสาบ ข้ากำลังเงยหน้าขึ้นไปมองแต่ยังไม่ทันได้เห็นอะไรก็ถูกสวมกอดเข้าเต็มรัก 

“ข้าควรจัดการสมองถั่วเช่นเจ้าอย่างไรดีนะ”

สมองถั่ว? ถึงกับว่าข้าว่าฉลาดน้อยเลยงั้นหรือ!? ข้าอ้าปากเหวอ ถึงมันจะเป็นความจริงก็เถอะ! แต่พูดออกมาตรงๆ เช่นนี้... ช่างเป็นคนไร้หัวใจนัก จุดอ่อนบ้างล่ะ สมองถั่วบ้างล่ะ ข้าช่างเป็นคนรักที่ดีเหลือเกิน! พอข้าทำหน้าบึ้ง ฉินอ๋องก็เม้มปากเหมือนกลั้นยิ้ม เจ้าแมวงี่เง่าไร้คุณธรรม! ผู้อื่นกำลังเศร้าใจอยู่แท้ๆ กลับมีอารมณ์มาหยอกล้อกันอีก ฝ่ามือหยาบกร้านลูบหน้าที่บูดบึ้งของข้าพยายามปลอบประโลมให้อารมณ์ดีขึ้น ข้าเบือนหน้าหนีมือใหญ่ๆ ที่พยายามตรึงให้หันไปหาเขา

ฝ่ามือใหญ่ที่หยาบกร้านประคองหน้าของข้าหันไปเผชิญอย่างใกล้ชิด นัยน์ตาคู่งามสีดำสนิทเจือแววขบขันก่อนจะค่อยๆ หลอมละลายกลายเป็นความนิ่งสงบที่ละมุน ข้าเผลอเกร็งตัวเมื่อเขาก้มหน้าโน้มตัวลงมา ยังไม่ทันได้หายใจริมฝีปากร้อนและนุ่มหยุ่นก็ประทับจุมพิตบางเบาลงบนเรียวปากของข้า สัมผัสดื้อรั้นเอาแต่ใจแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หนักแน่น อ่อนหวานเว้าวอนแต่ก็แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยเบาบาง

เดิมทีข้าจะขัดขืนแต่พอรับรู้ถึงความรู้สึกเหล่านั้นที่ถ่ายทอดอย่างลึกซึ้งก็ยอมจำนน หลับตาลง ขยับตัวเข้าหากายแข็งแกร่ง ปล่อยความรู้สึกในใจส่งผ่านไปยังเขาทางจุมพิตที่ค่อยๆ ขยับความร้อนแรง สองมือที่ตั้งใจจะผลักเขาก็ค่อยๆ ขยุ้มชุดดึงร่างสูงเข้ามาหาอีกจนร่างกายแนบชิดสนิทกัน เราสองปลอบประโลมกันและกันเนิ่นนานเท่าไรก็ยังไม่เพียงพอ ฉินอ๋องค่อยๆ ถอนตัวออกไป ข้าทิ้งตัวยืนพิงร่างของเขาพลางหอบหายใจฟังเสียงหัวใจเต้นถี่เร็วของเขา เจ้าแมวถอนหายใจแล้วโอบร่างของข้าเข้าสู่อ้อมกอด เสียงทุ้มต่ำดังอยู่บนศีรษะ

“ตัดใจได้ง่ายดายอันใดกันเล่า ที่เพิ่งมาพูดตอนนี้ก็เพราะเอาแต่เตะถ่วงเวลาไม่อยากบอกมิใช่รึ? คิดว่าเป็นเพราะอันใดกัน ข้ารึต้องนอนกัดฟันน้ำตาหลั่งเป็นเลือดกว่าจะตัดใจพูดออกมาได้ นั่นมิใช่เพราะไม่อาจตัดใจจากคนงามตัวน้อยเช่นเจ้าได้หรอกหรือ?” โทนเสียงเรียบๆ ของเจ้าแมวแอบแฝงความแง่งอนและตัดพ้อที่ข้ากล่าวหาเขา พูดจบก็กระชับอ้อมกอดแน่นยิ่งขึ้น

ข้ากะพริบตารับฟัง ก่อนจะกลั้นขำจนปวดแก้ม บ้าจริง คิดภาพเจ้าแมวนอนกัดฟันหลั่งน้ำตาเป็นเลือดแล้วก็อดจะตลกมิได้ บัดซบ! มาพูดเช่นนี้ในตอนนี้ได้อย่างไร ผู้อื่นกำลังเคร่งเครียดอยู่เชียว เจ้าแมวเห็นข้ายิ้มก็มิใช่บึ้งก็มิเชิงก็หลิ่วตาหน้ากระหยิ่มรู้ทัน ข้ารีบปั้นหน้าบึ้งดังเดิมก่อนจะถลึงตาใส่คนงี่เง่า

“...ตลกนักหรือ?”

“เห็นเจ้าอยากหัวเราะเสียขนาดนั้นย่อมต้องตลกแน่นอน” เจ้าคนน่าโมโหยังคงตอบกลับมาหน้าตายยิ่ง ข้าโมโหจนไม่รู้จะโมโหยังไงแล้ว หมดแรงจะโมโหแล้วเจ้าแมวงี่เง่าเอ๊ย

“ไปเถิด อย่ากังวลเรื่องข้า จะนานเพียงใดข้าก็จะรอ ขอเพียงสุดท้ายแล้วเจ้ากลับมาหาข้าแค่นั้นก็พอแล้ว”

“ท่าน...รอได้จริงๆ รึ?”

“นานกว่านี้ก็รอมาแล้ว เพื่อตัวเจ้าแล้วจะอดกลั้นสักหน่อยจะเป็นไรไป”

อาจเป็นเพราะดวงตาคู่งามที่ทอดมองมาอย่างอ่อนโยนและเชื่อมหวาน มันทำให้ประโยคที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนั้นหวานเลี่ยนเสียจนข้าคิดอะไรไม่ออก โดยเฉพาะหน้างดงามอย่างที่สุดนั้นโน้มลงมาจุมพิตประทับรอยบนริมฝีปากที่เผยอเล็กๆ ของข้าแผ่วเบาราวกับกำลังทำสัญญาระหว่างกัน  

วะ...วะ...หวา!

ตอนนี้ข้าขนลุกไปหมดทั้งตัว คาดไม่ถึงกับการกระทำสุดหวานเลี่ยนที่ไม่เข้ากับวิสัยปกติของบุรุษน้ำแข็งเย็นเยือก ตกใจจนพูดอะไรไม่ออก ไม่ใช่ซาบซึ้ง แต่เป็นอายมากต่างหาก กะพริบตาปริบๆ ปล่อยให้เจ้าแมวที่กลายร่างเป็นงูเหลือบกอดรัดแทบจะหลอมกายเข้าเป็นเนื้อเดียวกันอยู่แล้ว

สักพักใหญ่ๆ อ้อมแขนแข็งแกร่งคลายตัวลง ข้าค่อยหายใจสะดวกขึ้นมาหน่อย ฉินอ๋องกอดข้าไว้เงียบๆ เอียงศีรษะซบหน้าอยู่บนไหล่ของข้า สักพักใหญ่เสียงทุ้มต่ำเยือกเย็นเอ่ยขึ้นเบาๆ โทนเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นดุจขุนเขา

“เจ้าจะคิดว่าเป็นความเห็นแก่ตัวของข้าเองก็ได้ เพราะข้าอยากให้เจ้าแข็งแกร่งอยู่รอดไปได้เนิ่นนาน ข้าไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าจะปกป้องเจ้าได้ สี่เท้ายังรู้พลาด นับประสาอะไรกับข้าที่เป็นมนุษย์คนหนึ่งมีเพียงสองเท้า ข้าไม่แน่ใจว่าจะมอบชีวิตที่แสนสุขสบายไร้ภัยอันตรายใดๆ ให้เจ้าได้หรือไม่ แต่รับปากได้ว่าต่อแต่นี้ไปเจ้าจะมีข้าเคียงข้างเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าจะเป็นใครก็ตามแต่”

ข้ารับฟังคำพูดของเขาเงียบๆ ซึมซับทุกถ้อยวาจาที่อีกฝ่ายเอ่ยบอก หากมีบุรุษผู้หนึ่งมาบอกเจ้าว่า ไม่อาจรับประกันว่าจะมอบความสุขสบายใดๆ หรือแม้แต่ความปลอดภัยในชีวิตให้เจ้าได้ แต่เขาจะอยู่เคียงข้างเจ้าไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดหรือเจ้ากลายเป็นอะไร บางคนอาจจะไม่ตอบรับเขาแต่ว่าตัวข้านั้น... มักน้อยอย่างยิ่ง ได้แค่นี้ก็เกินพอแล้ว คุ้มค่าที่จะเสี่ยง

ตัวข้าได้เคยผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุอันใดก็แล้วแต่ข้าได้ย้อนคืนวันวานยาวนานมาอยู่ที่นี่ ทุกสิ่งทุกอย่างแปรเปลี่ยนไม่เหมือนเดิม ข้ายังรู้สึกว่าทุกสิ่งเป็นเพียงภาพฝันเพ้อเจ้อก่อนตาย แต่ในตอนนี้ข้ารู้แล้วว่ามันเป็นความจริงเพราะทุกอย่างมันเกินที่ข้าวาดฝันเอาไว้

ครั้งนั้นตายอย่างโดดเดี่ยวและปวดร้าว แต่ครั้งนี้แม้จะต้องตายแต่ข้าก็ได้รับความรักความห่วงใยมาแล้ว เรียกได้ว่านอนตายตาหลับอย่างเปี่ยมสุขยิ่ง ไม่เสียใจเลยที่ได้ตายในเมื่อครั้งนั้น มิหนำซ้ำยังอยากตะโกนบอกสวรรค์ว่าตายได้ดีนัก!  

“ข้าเคยบอกหรือว่าอยากได้ความสุขสบายมากกว่ามีท่านอยู่เคียงข้าง ข้าอาจจะขี้ขลาด โง่เขลา แต่ก็รู้ดีว่าตัวเองต้องการสิ่งใด สิ่งที่ข้าต้องการหากมิใช่ท่านแล้วจะเป็นอันใดได้เล่า”

ข้าเอียงหน้าเข้าหาใบหูนุ่มนิ่มของเจ้าแมว เอ่ยปากกระซิบบอกอย่างจริงใจและจริงจัง ยกมือโอบร่างของเขา ลูบฝ่ามือกับแผ่นหลังกว้าง ทั้งปลอบประโลมและต้องการสื่อถึงความในใจที่มี พยายามข่มมุมปากที่ยกยิ้มขึ้นสูง เหลือบมองแมวตัวโตของข้าที่กำลังคลอเคลียออดอ้อนตอบแทนคำพูดนั้นของข้า

ข้าหาได้สนใจทรัพย์สินหรือความสะดวกสบายเหล่านั้นไม่  

ครั้งหนึ่งข้าเคยตัดสินใจจะทำงานเลี้ยงดูองครักษ์เงาที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสปางตาย ไม่ว่าจะต้องลำบากลำบนเพียงได้ขอแค่ได้อยู่กับเขา ข้าก็มีความสุขมากแล้ว แต่ไหนเลยจะคาดคิดว่าโชคชะตาจะเล่นตลก องครักษ์เงาที่ข้าคิดไปเองว่าเขายากจนไร้ญาติขาดมิตรคนนั้นกลับกลายเป็นท่านอ๋องไปเสียฉิบ ความฝันที่จะอยู่เคียงคู่กับคนรักมีเพียงเราสอง ปลูกผักเลี้ยงเป็ดไก่ไว้กินก็พังทลายชั่วพริบตา คิดไปแล้วก็น่าอาย ต้องหน้ามืดหรือหลงหัวปักหัวปำเพียงไรถึงคิดเลี้ยงดูบุรุษตัวโตๆ ผู้หนึ่งแบบนั้นได้

“เจ้าไม่ได้ขี้ขลาด แต่กล้าหาญมากต่างหาก” เจ้าแมวแย้งเสียงเบา ข้ายกคิ้วแปลกใจ ตัวข้าน่ะหรือกล้าหาญ นี่เขาเอาความมั่นใจมาจากที่ใดกัน แม้แต่ตัวข้ายังยอมรับเลยว่าตนเองตาขาวยิ่งนัก ข้าหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วฟังเสียงทุ้มต่ำเอ่ยต่อแผ่วเบาคล้ายรำพึงกับตนเอง

“จะผิดหวังเศร้าเสียใจเพียงใดแต่เจ้าก็ยังเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไป แม้ว่าจะสูญเสียสิ่งต่างๆ ไม่มีเสื้อผ้าดีๆ ไม่มีเครื่องประดับสวยๆ ต้องทำงานหนัก ถูกกลั่นแกล้งเพียงใดก็ไม่ปริปากบ่น ตั้งหน้าตั้งตาใช้ชีวิตต่อไปราวกับไม่มีข้าเจ้าก็ไม่รู้สึกรู้สาใดๆ บางครั้งข้าอดคิดไม่ได้ว่าจริงๆ แล้วตัวข้านั้นมิได้สลักสำคัญสำหรับเจ้าเลย”

ฉินอ๋องกำลังตัดพ้อ?...

ข้าตวัดสายตามองคนที่มุดหน้าอยู่บนไหล่อย่างสงสัย หมายถึงตอนที่ถูกลดตำแหน่งกลับมาเป็นคนรับใช้อีกครั้งงั้นรึ? ข้าเหม่อลอยหวนรำลึกถึงอดีตเก่าก่อนนั้น กล้าหาญอย่างนั้นรึ? มิใช่เลย ขี้ขลาดต่างหาก ในตอนนั้นข้าก็แค่หันหลังวิ่งหนีจากปัญหาและความเจ็บปวดทั้งหลายที่รุมเร้าเข้ามาไม่หยุด มิได้กล้าหาญอันใดเลย ไม่เลย...

ว่าแต่บันทึกเล่มนั้นก็เขียนเรื่องนี้ไว้ด้วยรึ? มันออกจะขัดแย้งกับเรื่องที่ว่าพวกเราชอบพอกันอยู่นะ ถ้าหากเรามีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแล้วข้าจะไม่มีเสื้อผ้าแล้วถูกรังแกได้อย่างไร ข้านิ่งและฉุกคิดขึ้นมาได้ หรือว่าจริงๆ แล้วบันทึกเล่มนั้นเขียนเรื่องราวเหมือนในชีวิตก่อน แต่ฉินอ๋องโกหกว่าพวกเรารักใคร่กันดี เพราะกลัวข้ารู้แล้วจะคิดมากอย่างนั้นหรือ?

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ จากเดิมที่สงสัยอยู่หน่อยๆ ก็ยิ่งทำให้สงสัยหนักข้อ ผู้ใดเขียนบันทึกเล่มนั้นกันแน่ บันทึกได้กว้างกระไรเช่นนี้ ตั้งแต่เรื่องข้ายันเรื่องแคว้นล่มสลาย ช่างบันทึกได้เบ็ดเตล็ดเหลือเกิน!

“นั่นท่านอ่านบันทึกแล้ววิเคราะห์เองงั้นหรือ?”

“อืม”

ข้ากลอกตาไปมา ช่างเป็นนักเรียนที่ขยันอ่านคิดวิเคราะห์จริงๆ เอาเข้าจริงคนปกติที่ไหนจะเชื่อเรื่องบันทึกบ้าบอนี่กัน บันทึกที่บันทึกเรื่องราวในอนาคตเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเกินไป แต่เพราะว่าข้าพบเจอเรื่องพิลึกกว่านั้นมาจึงยอมเชื่อ บวกกับคนเล่าคือฉินอ๋องถึงได้ดูจริงจังและน่าเชื่อถือสุดๆ มิเช่นนั้นต่อให้สาบานยังไงข้าก็ไม่มีทางเชื่อเรื่องพรรค์นี้เด็ดขาด นั่นสินะ เรื่องราวต่างๆ มันขึ้นอยู่กับคนเล่าเป็นส่วนเยอะ ถ้าคนเล่ามันหน้าตากะโหลกกะลาพูดให้ปากฉีกก็ไม่มีผู้ใดเชื่อ ตรงกันข้ามต่อให้ฉินอ๋องบอกว่าจะตนเองมาจากตระกูลเยว่ข้าก็ยังจะยอมเชื่อแบบไม่มีเงื่อนไข

ฉินอ๋องค่อยๆ ผละออกจากข้าแล้ววกกลับไปยังประเด็นเก่าก่อนที่พวกเราทิ้งร้างเอาไว้

“เจ้ามิใช่อยากจะรู้ว่าเรื่องราวแคว้นฉิงในอนาคตหรอกหรือ?”

“อ่า แล้วตกลงว่าเป็นอย่างไรงั้นหรือ?”

“คงต้องเล่ารายละเอียดจากศึกชิงบัลลังก์เสียก่อน” ฉินอ๋องจูงแขนข้าเดินกลับไปนั่งที่เดิม ครั้งนี้พวกเราแยกกันนั่งเก้าอี้คนละตัว เจ้าแมวเกริ่นเรื่องขึ้นมาก็ทำให้ข้าอยากรู้เสียจนลืมประเด็นเก่าไปอย่างรวดเร็ว นั่งรอฟังเขาเล่าอย่างจดจ่อ ก่อนจะเล่าฉินอ๋องเห็นว่าเย็นมากแล้วจึงชวนข้าร่วมรับประทานมื้อเย็นด้วยกัน ข้าก็ไม่ขัดข้อง ด้วยความรอบคอบฉินอ๋องส่งคนไปรายงานที่จวนตระกูลเซี่ยไว้แล้ว

“ในตอนที่เจ้าตายไปแล้วศึกชิงบัลลังก์ก็อุบัติขึ้น แน่นอนว่ามันเริ่มต้นจากข้าที่บันดาลโทสะใส่...เสด็จพี่เหวินเหลย เฮ้อ พอลองย้อนกลับไปคิดก็ช่างน่าอายนัก ถูกคำยุแยงของท่านพี่รองเล่นงานเข้าเต็มเป้า ตั้งแต่วันนั้นมาข้ากับเสด็จพี่เหวินเหลยก็กลายเป็นศัตรูกันอย่างเปิดเผย ระหว่างที่เราสองคนห้ำหั่นกันแบบไม่มีใครยอมใครก่อน ราชสำนักแบ่งออกเป็นสองฝ่าย มีฝ่ายรัชทายาทและฝ่ายข้า ฝ่ายรัชทายาทมีท่านพี่สามและขุนนางอีกหนึ่งในสาม ฝ่ายข้ามีท่านพี่รอง น้องห้า น้องหก เจ้าคิดว่าฝ่ายใดจะมีชัยอย่างนั้นรึ?”

ข้าคิดหนักเลยเชียว ฝ่ายรัชทายาทพละกำลังน้อย แต่ฝ่ายฉินอ๋องก็มีภัยร้ายแฝงตัวเงียบเชียบ กำลังกินข้าวอร่อยๆ อยู่เชียวพอถูกถามกลับมาก็ทำเอาข้าคิดจนหัวโตก็ยังมิได้คำตอบ ข้าเม้มปากเดามั่วๆ ไป

“ท่านงั้นรึ?”

เจ้าแมวคีบหมูน้ำแดงมาวางบนถ้วยข้าวของข้าแล้วเอ่ยต่อไปเหมือนมิได้ต้องการคำตอบจากข้าอย่างจริงจัง

“ฝ่ายของข้ามีทั้งแม่ทัพนายกองควบคุมกองทัพมากมายแต่ฝ่ายเสด็จพี่ก็มีมีทั้งอำมาตย์เซี่ยและองค์ฮ่องเต้”

“ห๊ะ!

ข้าผงะตกใจ เนื้อหมูร่วงจากตะเกียบตกใส่ชุด เจ้าแมวยื่นตะเกียบมาหยิบเนื้อชิ้นนั้นไปวางไว้บนจานเปล่าก่อนจะหยิบเนื้อชิ้นใหม่ให้แทน ข้ามิได้สนใจเนื้อชิ้นใหม่ ยังไม่หายประหลาดใจกับแรงสนับสนุนของฝ่ายรัชทายาท ท่านพ่อของข้าน่ะรึ!? แต่ไม่นานข้าก็หายแปลกใจ ถ้าหากฮ่องเต้เข้าข้างรัชทายาท เป็นเรื่องปกติที่บิดาผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นขุนนางตงฉินจะสนับสนุนรัชทายาทที่ถูกต้องตามกฎมณเฑียรบาล แต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้นก็คือฮ่องเต้ นี่พระองค์ตัดสินใจให้รัชทายาทคนนั้นขึ้นครองราชย์งั้นหรือ? ช่างเป็นการตัดสินใจที่โง่เขลายิ่ง มิน่าบ้านเมืองถึงได้ล่มจม!

“แปลกใจอันใด?”

“ข้าเพียงไม่คิดว่าฮ่องเต้จะประสงค์ให้รัชทายาทขึ้นครองราชย์ต่อ”

“ไม่แปลกหรอก ต่อให้ไม่มีอำมาตย์เซี่ยหรือฮ่องเต้หนุนหลัง รัชทายาทก็สามารถขึ้นครองราชย์ได้อย่างสบายๆ และตอนนั้นไม่มีผู้ใดเหมาะสมไปกว่าเขาแล้ว”

...แม้แต่ตัวท่านน่ะรึ!?

ข้ากะพริบตาไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เจ้าแมวกล่าวมา ฉินอ๋องมองข้านิ่งๆ คล้ายจะเข้าใจในสิ่งที่ข้าคิดอยู่ เขาพยักหน้าก่อนจะเอ่ยอย่างไม่สนใจหรือเสียดายใดๆ

“ใช่ แม้แต่ข้าก็ตาม เพราะสายเลือดของข้าเหมาะกับเป็นแม่ทัพชายแดนมากกว่า”

เจ้าแมวก้มหน้ากินข้าวต่อ ไม่สนใจข้าที่ไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดเมื่อครู่เลยสักนิด ท่าทางเจ้าแมวจะชื่นชอบทำสงครามเหมือนเดิม สมกับเป็นเทพสงครามแล้ว

“พวกเราสู้กันเองและก็เกือบปางตายเพราะถูกคนฝั่งเดียวกันลอบกัด แต่สุดท้ายแล้วคนที่จะขึ้นครองราชย์ต่อไปก็คือเสด็จพี่เหวินเหลย แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์พลิกผัน ฮ่องเต้สวรรคตลงเพราะพิษ”

“ห๊ะ! ฮ่องเต้ถูกปลงพระชนม์!?” ข้ากรีดร้องออกมาอย่างตกใจ

“อ่า คนลงมือก็คือ...” ฉินอ๋องเหลือบมามองข้าด้วยสายตายากจะคาดเดา “อำมาตย์เซี่ยอย่างไรเล่า”

“ห๊ะ!!” ข้าร้องลั่นดังยิ่งกว่าเดิม ซ้ำยังลุกขึ้นจากเก้าอี้พรวด ไม่สนใจถ้วยข้าวที่เกือบหล่นลงพื้น ก่อนจะงอตัวไอแคกๆ เพราะเนื้อที่กำลังเคี้ยวเกือบไหลลงหลอดลม ดีที่ไม่พ่นออกไปใส่คนร่วมโต๊ะอาหาร ให้ตายเถิด ช่างเป็นการกินข้าวที่ตื่นเต้นตกใจเกินไปแล้ว ข้าไอจนหน้าแดง เจ้าแมวมีใจเอื้อเฟื้อลุกขึ้นมาลูบหลังให้ก่อนจะรินน้ำชายื่นให้แก่ข้า พอข้าสงบสติอารมณ์ได้ก็ข่มไหล่ให้ข้านั่งลงเช่นเดิม เจ้าแมวปลอบใจให้ข้าใจเย็นลงแล้วเดินกลับไปนั่งพร้อมเล่าต่อ

“ตอนที่รู้ความจริงก็ผ่านไปนานแล้ว แต่ช่างเรื่องนั้นเถิด มาว่าเรื่องให้จบๆ ในตอนนั้นอำมาตย์เซี่ยชี้ตัวข้าว่าเป็นคนลงมือ แต่ท่านพี่รองช่วยข้าให้พ้นจากข้อกล่าวหานั้นแล้วซัดทอดไปให้รัชทายาท ไม่ทราบว่าเป็นโชคร้ายหรือโชคดีรัชทายาทรอดพ้นข้อหาร้ายแรงที่สุดนั้นมาได้ สุดท้ายแล้วรัชทายาทก็เป็นคนที่ก้าวขึ้นนั่งบัลลังก์”

“ถ้าอย่างนั้นฮ่องเต้ไร้พระทัยที่ว่าก็เป็นรัชทายาทนี่เอง” ข้ายกมือลูบหน้า ตกใจจนไม่รู้จะตกใจอย่างไร พอเรื่องจบก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง เอ่ยสรุปความพร้อมพยักหน้าเข้าใจแต่ยังไม่ทันได้พูดจบคำดี ฉินอ๋องก็ส่ายหน้า

“มิใช่ รัชทายาทได้สิ้นพระชนม์วันเถลิงราชย์”

“ห๊ะ! รัชทายาทตายงั้นหรือ? ตายได้อย่างไร!?

“ตรมใจตาย”

“ห๊ะ!

ตกลงวันนี้ข้าร้องแบบนี้กี่ครั้งแล้ว

“ถ้าเช่นนั้นคนที่ขึ้นครองราชย์...”

ฮ่องเต้ไร้พระทัยพระองค์นั้นก็คือ...

ข้าขมวดคิ้ว กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าไปมองเขา เจ้าแมวมองข้านิ่งๆ ดวงตาเย็นเยียบกว่าปกติแล้วตอบสั้นห้วน

“ข้าเอง”

 

 

 

 

 

 


 

สร้างสรรค์ผลงานโดยท่าน shiroinu

ขอบคุณมากค่ะ~~~


ใครพ่นข้าวพร้อมกับถิงถิงบ้าง เทความลับไปเยอะแล้ว เปิดกระจาดจ้า~

ในตอนที่แล้วก็ไม่เข้าใจว่างงกันตรงไหนอะ

คืองี้นะ แมวบอกว่าทายาทเยว่(ถิง)ตาย ถิงก็เลยถามว่าตัวเอง(ทายาทเยว่)ตายยังไง

แค่เนี้ยยยยย ฮืออออออ TOT

ปล. รู้สึกกดดัน นี่ถ้าเค้าหลงๆ ลืมๆ ปมไหนไปละก็...บ้านระเบิดแหง

 

เอ้าๆ งงนักก็มาตอบปัญหาหน่อยละกัน

 

Q : ฉินอ๋องรู้ว่านายเอกกลับมาเกิดใหม่แล้วหรอคะ

A : ไม่รู้จ้า

 

Q : ใครคือทายาทตระกูลโหยว

A : ไม่บอกจ้ะ (ตอบเพื่อ!?) ใบ้ไปอยู่หลายจุดแล้ว มีคนคาดเดาถูก ชาติกำเนิด หาเงินเก่ง(รวย) และที่ๆ นัดชายแมวไปเจอ

 

Q : คนลึกลับที่เจ้าแมวไปเจอนี่คือคุณทวดใช่ป่ะ

A : ไม่ใช่ค่ะ ไปเจอทายาทตระกูลโหยว ท่านทวดไม่เที่ยวหอคณิกานะคะ เป็นเด็กดี นอนอ่านหนังสือกินขนมอยู่ 5555

 

Q : เจ้าแมวรู้หรอว่าถิงถิงตาย

A : รู้จ้ะ โอเค๊?

 

Q : บันทึกนั้นท่านได้แต่ใดมา

A : แมวเก็บบันทึกนั้นพร้อมๆ กับยางามิ ไลท์เก็บเดธโน้ตค่ะ...//จริงจังน่ะเนี่ย

 

Q : อ๋องแมวดูเขม่นๆ ทายาทโหยวเดาว่าเป็นรัชทายาท แต่นางรวยหรอ ตั้งแต่อ่านมาไม่รู้สึกว่านางรวยแบบรวยเว่อๆ อ่ะ

A : ชายเหลยรวยมากนะคะ! ก็แค่ไม่อวดร่ำไม่อวดรวยเท่านั้น 55555 ส่วนแมว...เอ่อ นางก็เขม่นทุกคนที่ถิงถิงให้ความสนใจนั่นแหละค่ะ

 

Q : เจ็ดน้อยหายไปไหน

A : หายไปสร้างครอบครัวอยู่ค่ะ 5555

 

Q : เพลงนี่รู้วัยเลย

A : บ้า~ รู้วัยอะไรกัน เค้าเป็นคนฟังเพลงทุกยุคนะ 555555

 

Q : แล้วใครฆ่าท่านแม่

A : บุคคลที่ร้ายกาจแห่งปี ลาสต์บอสของเรายังไงล่ะ ปมนี้ก็ยังไม่เฉลยสินะ เฮ้อ

 

Q : สรุป...เรื่องนี้คนที่ธรรมดาสุดคือชายหมาสินะ

A : ไม่น่า ชายเหลยไม่ธรรมดาน่า~~

 

Q : ทายาทสี่ตระกูลใหญ่จะโผล่มาไหม จะได้เจอกันหรือเปล่า

A : ได้เจอกันค่ะ ยกเว้นทายาทตระกูลซุน นางไม่ว่าง นางไปรับจ๊อบแคว้นอื่นอยู่

 

Q : ปมคายมาขนาดนี้แล้ว ทำไมเรายังไม่ค่อยเข้าใจ สงสัยต้องพึ่งมันสมองของถิงถิงช่วยแล้วสิ

A : แหมมมม =_= อย่าเลยค่ะ ถิงถิงยังเอาตัวเองไม่รอด โดนแมวหลอกล่อซ้ายขวาก็ตามนางไปหมด

 

Q : ใครฆ่าจิ้งถิง อ๋องแมวฆ่าถิงถิง?

A : โนนนนน มโนดราม่าเกินไปแล้ว คนฆ่า จะพูดว่าคนฆ่าก็ไม่ได้เนอะ คนฆ่าจริงๆ ก็คนโบยไง แต่ถ้าพวกเบื้องหลังหลักๆ มีสองยุยงคนละนิดคนละหน่อยผลลัพธ์ก็เลยออกมาเป็นแบบนั้น

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 662 ครั้ง

23,677 ความคิดเห็น

  1. #23462 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 20:45
    ท่านแมวร้ายสุด
    #23462
    0
  2. #23392 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 20:45

    คนฆ่าท่านแม่นี่คือฮ่องเต้ใช่มั๊ย

    #23392
    0
  3. #23391 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 20:43

    เจ้าแมวมันร้ายจะตายยังจะไปหลงคารมมันอีก ถิงถิงจะงี่เง่าไปถึงไหนให้เขาหลอกซ้ำซากหาความจริงใจไมาเจอเลยนะ

    #23391
    0
  4. #23365 Honery (@Miramarin) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 08:49
    จางกงกงรึเปล่า ถูกเก็บมาเลี้ยงด้วย กินยาพิษจากคนที่รัก(องค์ชายฆ่าหมา?)
    #23365
    0
  5. #22745 อิอิ (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 16:00

    โหยวนี่ขันทีรัชทายาทแ่างนะ

    #22745
    0
  6. #22671 SoraUnnieSama❄ (@fafefa_bnf) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 23:13
    เห!? ตอนก่อนๆหน้ามีแอบสงสัยว่าท่านอ๋องแมวกลับชาติมาเกิดหรือระลึกชาติได้ แต่ตอนนี้คำพูดคำจาน่าสงสัยยิ่งนัก!!! มั่นใจขึ้นมาอีก80% //หาเงินเก่งรึจะเป็น จางกงกง? เหหหห (ควรเลิกเดา...)
    #22671
    0
  7. #22354 ณ.ภัทร (@beatle1960) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 15:46
    จิงๆแล้วอิพี่แมวจำอดีตได้ บันทึกนั่นคือโม้น้องเพราะไม่คิดว่าถิงๆจะจำอดีตได้เหมือนตัวเอง วิเคราะห์จากชาตินี้ที่ติดน้องมากกกก ทำดีไถ่โทดชาติที่แล้วชัวร์
    #22354
    0
  8. #22335 mod (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 01:06

    ทายาทตระกูลโหยววว ฮ่องเต้แน่ๆ เพราะฮ่องเต้ตายเพราะยาพิษจากใต้เท้าเซี่ย

    -เก่งมาก

    -รวยมาก

    -ดื่มยาพิษจากคนที่รัก

    #มโน~

    #22335
    0
  9. #22235 Avano (@Avano) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:03
    ทายาทตระกูลโหยวก็ขันทีจอมป่วนขององค์รัชทายาทไง คิดว่านะ หาเงินเก่งด้วย แถมอยู่ที่หอคณิกาวันที่พระเอกไปเจอบุคคลปริศนาด้วย แล้วที่เอ่ยเตือนรัชทายาทในคุกเกี่ยวกับขันทีว่าเป็นดาวนำโชคของรัชทายาทอีก คิดว่าใช่แน่ๆ
    #22235
    0
  10. #22039 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 17:18
    ห้ะเหมือนน้องจิ้งถิงเลย
    #22039
    0
  11. #21975 DeltaD (@DeltaD) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 11:10

    ลูกพี่ลูกน้องอาสามของเสี่ยวถิงป่าว หาเงินเก่ง เก่งการค้า ไม่อยู่ตลอดๆๆๆ

    #21975
    0
  12. #21959 Doctor Seraph (@kimtae95) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 14:24
    ห๊ะ ตามถิงถิงทุกรอบ
    #21959
    0
  13. #21323 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 15:57
    ทายาทตระกูลโหยวนี่เสี่ยวชีรึเปล่าคะ??? มีหัวการค้าอยู่นะ
    #21323
    0
  14. #20956 ดิวดิ้ว (@dew1232) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 15:09
    แมวต้องโดนทวดส่งกลับมาแน่นอน ส่วนทายาทโหยว เจ้าเจ็ดแน่ๆ
    #20956
    0
  15. #20888 khingg7_ (@khingg_9521) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 13:15

    อ่านตอนนี้แล้วแบบ ห้ะ!!! ตลอดตอนอ่ะ แบบพีคในพีคได้อีก ไรท์แต่งเก่งมากๆๆๆๆๆๆๆ ฮือออออ พีคขึ้นเรื่อยๆๆ
    #20888
    0
  16. #20350 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 04:01
    เอ่อออออออออออออ อยากรู้ใจจะขาด
    #20350
    0
  17. #20160 ploybrf2 (@ploybrf2) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 21:27
    ปมเยอะอ่ะ
    #20160
    0
  18. วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 20:05
    มันตั้งแต่แรกละ บันทึกบ้านั่นไม่มีอยู่จริงหรอก ท่านไรท์ก็ดีนะ ให้ฉินอ๋องเล่าแบบมีพิรุษสุดๆ แต่จิ้งถิงดันจับไม่ได้นี่สิ แล้วไอเรื่องที่ว่า "เรื่องนั้นถึงข้าจะมารู้ทีหลังก็เถอะ" อ่าเหอะ เหอะ เหอะๆๆ รู้ที่หลังบ้าอะไรล่ะ บันทึกมันไม่มีทางเขียนแบบนั้นหรอกนะ เงอะะะะ
    ยังไงๆ ฉินอ๋องก็ย้อนมา แต่ไม่รู้ว่าจิ้งถิงก็ย้อนมาเหมือนกัน เอ๊อะะะ
    #20133
    0
  19. #19801 Mexy_Cuvibo (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 11:21
    อ่านช่วงถามตอบแล้วเหมือนจะติ๊งขึ้นมาเลยค่ะ ขอเดาว่า ไม่มีหรอกบันทึกนั่นน่ะ ชายแมวก็ย้อนอดีตมาเหมือนกันใช่ไหม เดาว่าคณิกาที่ชายแมวรับเป็นชายบำเรอเป็นคนยุฆ่าถิง ทายาทตระกูลโหยวคือจินหรง ชายหมานั่นแหละเป็นคนยื่นยาพิษให้ แล้วพอกงกงตายถึงเพิ่งรู้ตัวเลยตรอมใจตาย ท่านพ่อฆ่าฮ่องเต้เพราะฮ่องเต้คือคนวางยาะิษท่านแม่รึเปล่า? ชาติที่แล้วชายแมวก็รักถิงมากเหมือนชาตินี้ แต่กลัวถิงจะมีภัยเลยกันออกจากตัวเองใช่ไหม คิดว่าถิงไม่ได้รักตัวเองด้วยรึเปล่า เฮ้ออออ จุดเปลี่ยนเล็กๆแต่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ไปหมด บัตเตอร์ฟลายเอ็ฟเฟ็กที่แท้ทรู
    #19801
    0
  20. #19790 Night Demon (@pimmie1204) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 17:53
    ลูกอาสามป่ะ? หาเงินเก่งอะ...?
    #19790
    0
  21. #19626 hiiieun (@jygkast) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 22:45
    โอ๊ย ขนาดไม่ใช่ถิงถิง อ่านไปยังร้อง ห๊ะ ห๊ะ ห๊ะ 555555 อะไรจะพีคเบอร์นี้
    #19626
    0
  22. #19613 lovelykik (@kikka123) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 10:39
    รอเจ้าแมวกับถิงถิงรู้ว่าแต่ละคนย้อนเวลากลับมา (ยังไม่แน่ใจเจ้าแมวแต่ คิดว่าใช่75%)
    #19613
    0
  23. #19574 SKYnotSKI (@61seconds) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 13:53
    ทายาทตระกูลโหยว = ลูกอาสาม? ส่านอ๋อง? กงกง? โง้ยยยยย พล็อตใหญ่มากกก ชอบบบ ><
    #19574
    0
  24. #19538 EVAAY (@giftsagiftsee) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 06:58
    ทำไมมีความรู้สึกว่าจางกงกงจะเป็นทายาทตระกูลโหยว...
    #19538
    0
  25. #19342 crystaljade (@luggyguy) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 20:55
    พีคในพีคจริงๆตอนนี้
    #19342
    0