เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 39 : ตอนที่ ๓๘ ชนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32,486
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,273 ครั้ง
    5 ส.ค. 59

ตอนที่ ๓๘ ชนะ

ในตอนเช้าข้าช่วยฉินอ๋องแต่งตัวสวมใส่เกราะชุดออกรบของเขาด้วยใจที่ไม่ดีนัก อย่างไรข้าก็ไม่อยากให้เขาออกไปรบ ศึกสงครามมีแต่ความโหดร้ายและสูญเสีย ทุกครั้งที่เขากลับมาแม้จะไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตแต่ก็มีบาดแผลและรอยบอบช้ำตามตัว ข้ารู้ว่าที่เขาต้องทำเพราะเป็นหน้าที่แต่มันก็อดจะรู้สึกไม่ดีมิได้ ระหว่างที่ข้ากำลังถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่าฉินอ๋องก็เขกศีรษะของข้าพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“เราคิดว่าตนเองเก่งพอตัวทีเดียว แต่เหตุใดเจ้าถึงทำหน้าเช่นนั้น เจ้าควรมั่นใจในตัวเรา!

ข้าน้ำตาซึม ไม่ได้ซาบซึ้งกับคำพูดหลงตนเองของเจ้าแมวแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะเจ็บศีรษะที่โดนเขกต่างหากเล่า ข้ายกมือจับศีรษะที่โดนเขกอย่างแรง ไม่รู้หรืออย่างไรว่าตนเองมีเรี่ยวแรงเพียงใด เขกมาได้เจ้าแมวบ้า! ฉินอ๋องชะงักมองข้าที่ทำหน้างอแล้วค่อยๆ ทำหน้าอ่อนลงยกมือลูบศีรษะของข้าเบาๆ แล้วดึงข้าไปกอด ข้าผงะตกใจ ไม่ทันได้ตั้งตัวหน้าผากโขกเข้ากับเสื้อเกราะของฉินอ๋องอย่างจัง ข้าเม้มปากอดกลั้นไม่ให้ร้องออกไป เจ็บหน้าผากจนน้ำตาจะไหลเสียให้ได้ เจ้าแมวบ้า! ข้ากัดฟันต่อว่าอีกฝ่ายในใจ ฉินอ๋องอุทานเบาๆ คล้ายตกใจแต่ฟังอย่างไรก็เหมือนกับแกล้งทำเสียมากกว่า ขนาดก่อนออกรบยังมีอารมณ์กลั่นแกล้งผู้อื่นอีก!

“ไหนๆ เจ็บที่ใดงั้นรึ? ตรงนี้ใช่หรือไม่? ฟู่~ จุ๊บ!” ฉินอ๋องคลำมือลูบหน้าผากของข้าก่อนจะโน้มตัวลงมาจูบเสียงดัง ข้าหน้าแดงระเรื่อเหลือบมองเจ้าแมวเจ้าเล่ห์ที่หาเรื่องลวนลามผู้อื่นอย่างหน้านิ่ง ให้ตายเถิด ต้องทำถึงเพียงนี้ด้วยรึ? ข้าถอนหายใจเอือมระอาก่อนจะหันไปหยิบเสื้อคลุมมาสวม ไม่สนใจเจ้าแมวลามกที่ยืนทำหน้ามึนแบบผู้บริสุทธิ์อยู่ด้านหลัง ระหว่างที่ข้ากำลังแต่งตัวอำพรางผู้อื่นฉินอ๋องมองข้านิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยเตือนน้ำเสียงราบเรียบทว่าจริงจังยิ่งนัก

“จิ้งถิง เจ้าต้องใช้พลังรักษาเท่านั้น ห้ามใช้ทำอย่างอื่นให้ผู้ใดเห็นเด็ดขาด”

มือของข้าที่กำลังผูกเชือกเสื้อคลุมหยุดชะงัก หันไปมองคนเตือนซึ่งทำหน้าเคร่งเครียดแล้วรู้สึกแปลกใจมิได้ ข้าสงสัยตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เขาไม่มีท่าทีจะแปลกใจกับการที่ข้ามีพลังวิเศษเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำเขายังเอ่ยเตือนข้าเรื่องพลังเสียอีก ราวกับว่าเขารู้ว่าพลังวิเศษของข้านั้นจะนำพาอันตรายมาให้แก่ตัวข้าเอง ท่านแม่เองก็ได้บอกให้ข้าระวังมิให้ผู้อื่นล่วงรู้ว่าข้าครอบครองพลังเยว่ตี้ ข้าไม่แปลกใจเพราะท่านแม่ทราบถึงพลังนี้ของตัวข้าดี แต่ฉินอ๋องนั้นไม่น่าจะรู้แต่เหตุใดเขาถึงเอ่ยปากเตือนข้าเช่นนี้เล่า? หรือเขาเพียงแค่เป็นห่วงข้าจึงคาดการณ์ไกลไปข้างหน้างั้นรึ? เจ้าแมวจะฉลาดเกินไปแล้วกระมัง? ข้ามองเขาด้วยแววตาสงสัยปนประหลาดใจ

“อีกอย่างอย่าได้รักษาบาดแผลต้องสาปนี่ต่อหน้าผู้ใดอีก เราไม่แน่ใจว่าในค่ายแห่งนี้จะมีสายลับแคว้นเหลียวอยู่หรือไม่ หากมันเห็นเจ้าสามารถรักษาบาดแผลนี้ได้...”

...ข้าก็จะถูกกำจัด!

ข้าคิดต่อได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องรอให้ฉินอ๋องเอ่ยจบ เจ้าแมวเห็นสีหน้าของข้าที่ซีดลงเล็กน้อยก็พยักหน้า ขยับตัวเข้ามาหาข้ายกมือจับต้นแขนของข้าเอาไว้ จากนั้นก็สั่งข้าด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและแฝงไปด้วยการขอร้อง

“นี่คือคำสั่งของเรา เจ้าห้ามใช้พลังนั่นต่อหน้าผู้ใดอีก”

“ข้าเข้าใจแล้ว” ข้าครุ่นคิดกับตนเองเล็กน้อยแล้วพยักหน้าหงึกหงักรับคำ แววตาของฉินอ๋องมีความเบาใจแล้วมองหน้าข้าราวกับสำรวจหาบางอย่าง จากนั้นเขาก็อธิบายสิ่งที่ได้ทำไปก่อนที่จะบอกข้า พอถึงประโยคสุดท้ายเขาก็เว้นวรรคแล้วเอ่ยถามข้าด้วยสีหน้าเกร็งๆ

“ดี ส่วนคนอื่นๆ ที่เห็นเจ้าใช้พลังแล้วนั้นเราได้ให้เฉินฉุ่ยเคอไปคุยกับพวกเขาแล้ว จะไม่มีผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องที่เจ้ารักษาบาดแผลต้องสาปอีก จิ้งถิง เจ้าจะโกรธเราหรือไม่ที่ไม่ยอมเปิดเผยเรื่องนี้ทั้งที่มันจะเป็นความดีความชอบของเจ้า”

ข้ายิ้มออกมาแล้วส่ายหน้า เข้าใจดีว่าที่เขาทำไปนั้นเพราะเหตุผลใด ข้ารู้ว่าเขาทำไปเพราะเป็นห่วงข้า เขาพยายามปกป้องข้าจากมือสังหารของแคว้นเหลียวที่อาจจะลอบมาปลิดชีพข้าได้ หากข้ารักษาบาดแผลนั้นหายจริงๆ ฉินอ๋องมองข้าที่ส่งยิ้มเข้าใจไปให้แล้วค่อยๆ ผ่อยลมหายใจออกมา สีหน้าและตัวของเขาผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เจ้าแมวมองข้าด้วยแววตาลึกซึ้งแล้วค่อยๆ โน้มใบหน้าคมคายเข้ามาใกล้ ข้าหลุบตาลงขยับใบหน้าขึ้นเผยอริมฝีปากรอคอยจุมพิตอ่อนหวานจากเขาอย่างยินดี พวกเราค่อยๆ ส่งผ่านความรู้สึกข้างในไปทางจูบอันอ่อนละมุนที่เนิ่นนาน

หลังจากผละจากกันด้วยเสียงหอบหายใจข้าหันไปใส่หน้ากาก ส่วนฉินอ๋องเองก็หันตัวไปหยิบอาวุธคู่กายของเขา เมื่อตรวจทานทุกอย่างเรียบร้อยพวกเราจึงเดินออกไปจากกระโจมพร้อมกัน ที่หน้ากระโจมมีหัวหน้าองครักษ์จางที่มองข้าด้วยแววตางุนงงและประหลาดใจ ต่างจากรองหัวหน้าองครักษ์เฉินที่ทำหน้ายียวนกวนอารมณ์ใส่ ฉินอ๋องคงได้บอกพวกเขาเรื่องตัวตนที่แท้จริงของข้าแล้วเป็นแน่ หัวหน้าองครักษ์จางแม้จะสงสัยเพียงใดแต่ก็มิได้เอ่ยปากถามสิ่งใดออกมา รองหัวหน้าองครักษ์เฉินนั้นกลับมองข้าวูบหนึ่งแล้วหันไปหาฉินอ๋องซึ่งอยู่ในชุดออกรบเต็มยศด้วยรอยยิ้มมีเลศนัยอย่างน่าเกลียด เขาแสร้งถอนหายใจแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจที่เสแสร้ง

“วันนี้เกรงว่าแคว้นเหลียวจะสิ้นแน่แล้ว เฮ้อ ท่านแม่ทัพของเรามีกำลังใจเต็มเปี่ยมเพียงนี้ ข้าแสนจะเป็นห่วง หวังว่าเมื่อคืนท่านแม่ทัพจะมิได้สูญเสียเรี่ยวแรงมากเกินไปนะขอรับ หึๆ”

คำพูดส่อนัยของรองหัวหน้าองครักษ์เฉินทำให้ข้าหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายปนโมโห เสียเรี่ยวแรงอันใดกัน!? พูดจาไร้ยางอายและส่อเสียดยิ่งนัก ข้ามองคนแซ่เฉินที่ยิ้มๆ ด้วยความหมั่นไส้ ฉินอ๋องนั้นยังคงรักษาความนิ่งและเย็นชาได้อย่างคงที่ เขาเหลือบไปมองลูกน้องคนสนิทด้วยสายตาเย็นเยียบ ข้าเม้มปากแอบยุยงให้เจ้าแมวสั่งลงโทษอีกฝ่ายอย่างหนักในใจ ฉินอ๋องเอ่ยเรียกรองหัวหน้าองครักษ์เฉินด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและคาดเดามิได้

“เฉินฉุ่ยเคอ”

“ขอรับท่านแม่ทัพ?” คนโดนเรียกสะดุ้งโหยงพร้อมกับมองเจ้านายด้วยสีหน้าหวั่นใจ ข้าแอบยิ้มกระหยิ่ม เจ้าโดนแน่ๆ คนแซ่เฉิน! เงียบอยู่นานฉินอ๋องก็เอ่ยออกมาราบเรียบ

“เรามีเรี่ยวแรงมหาศาล มิหมดง่ายๆ เพียงแค่ใช้ในคืนเดียว หลายๆ วันยังไหว”

“.....” ข้ายืนนิ่งเงียบเม้มปากแน่นพร้อมกับหลับตาลงอดทนอดกลั้น คำพูดซั่วๆ ของเจ้าแมวทำเอารองหัวหน้าองครักษ์เฉินหน้าเหวอ เขามิได้พูดอันใดทำเพียงมองเจ้านายด้วยสายตาชื่นชมยกย่อง ยกย่องอันใดมิทราบ!? ข้าเต็มกลืนกับเจ้านายลูกน้องคู่นี้แล้ว! ข้าทำเสียงหึขึ้นจมูกแล้วหันตัวเดินออกไปอีกด้าน ไม่อยากอยู่รับรู้ความไร้ยางอายของสองคนนี้อีกต่อไป ฉินอ๋องหันมาหาข้าแล้วเอ่ยถามตามหลังมา

“เจ้าจะไม่ไปส่งเราหรอกรึ?”

“ท่านแม่ทัพเรี่ยวแรงมากเช่นนั้นข้าคงมิต้องห่วงอันใด” ข้าหยุดฝีเท้าหันหน้ากลับไปตอบเหน็บแนมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ฉินอ๋องพยักหน้ารับแล้วพูดต่อด้วยใบหน้ามิได้เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย

“คงมีแต่เจ้าที่ทราบถึงเรี่ยวแรงของเราเป็นอย่างดี เอาเถิด มิอยากไปส่งก็ไม่เป็นไร เจ้าจงรักษาตัวอยู่แต่ในค่ายรอเรากลับมา ให้ดีต้องมารอรับเราอยู่หน้าค่าย”

ข้าเดินหนีเขาตั้งแต่ประโยคแรกจบ ไร้ยางอายยิ่งนัก ผู้ใดรู้เรี่ยวแรงของเจ้าเป็นอย่างดีมิทราบ!? หากจะมีอยู่จริงก็มิใช่ข้า เป็นเหล่านายบำเรอทั้งหลายนั่นต่างหาก! ข้าโมโหยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะอย่างไม่เกรงอกเกรงใจดังมาจากรองหัวหน้าองครักษ์เฉิน ข้าหันขวับไปมองเขาที่ยกมือปิดปากหัวเราะจนตัวงอได้อย่างน่าเกลียดยิ่ง จริงสิ ช่วงนี้ข้าร้างมือจากการฝึกปรือพลังเยว่ตี้มานานมากแล้ว สมควรได้เวลาฝึกซ้อมเสียหน่อยกระมัง หึ คนแซ่เฉิน คราวนี้ลองท้องร่วงสักวันสองวันเป็นอย่างไร? ข้าหันกลับมาเดินหน้าไปยังกระโจมรักษาคนบาดเจ็บ ตั้งใจจะขอยาระบายกับหัวหน้าซ่งเสียหน่อย

ระหว่างเดินข้าก็คิดวิธีการที่จะรักษาบาดแผลต้องสาปไปด้วย แม้ว่าฉินอ๋องจะห้ามข้ารักษาบาดแผลนั้นต่อหน้าผู้อื่น แต่ข้าไม่อยากปล่อยให้เหล่าทหารที่เป็นคนรู้จักรูปหน้าค่าตากันต้องทนทรมานกับบาดแผล หรือว่าข้าจะทำเพียงสลายเศษหินดินทรายพร้อมกับคำสาปเพียงขั้นเดียว จากนั้นก็ปล่อยให้หมอและคนอื่นๆ รักษาบาดแผลไปตามปกติ หากทำเช่นนี้ก็คงไม่มีผู้ใดล่วงรู้หรอกว่าข้าเป็นมีส่วนในการรักษาบาดแผลต้องสาป ซ้ำทุกคนก็ยังมีส่วนร่วมรักษาด้วยกัน คนเจ็บมิต้องรอเพียงข้าจนทนพิษจากบาดแผลมิได้จนเสียชีวิตกลางคัน

ข้ารู้สึกเบาใจขึ้นมารีบเดินไปที่กระโจมรักษาเพื่อนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับหัวหน้าหมอซ่ง ระหว่างทางนั้นข้าก็ไปเจอกับสองสหายผู้ซื่อตรงซึ่งแตกต่างกัน ผู้หนึ่งซื่อตรงอย่างสดซื่อและผู้หนึ่งซื่อตรงกันอย่างทิ่มแทง

“ซินเยว่ เจ้าทานมื้อเช้าหรือยัง? หากยังไปทานพร้อมกันเถิด” คุณชายหมิงยิ้มกว้างมาแต่ไกลเดินเข้ามาหาข้าพร้อมกับชักชวนไปทานมื้อแรกของวันด้วยกัน ข้ายิ้มตอบกลับไปให้เขาก่อนจะรีบหุบ ลืมไปว่าตอนนี้ตนเองสวมหน้ากากอยู่ ยิ้มไปอีกฝ่ายก็ไม่เห็น ข้าพยักหน้าก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้ให้อาหารเช้าเจ้าแมวเลย บางทีเขาอาจจะไปทานพร้อมกันกับเหล่าทหารในปกครองพลางปรึกษาหารือเรื่องแผนการศึกกระมัง ข้าเลิกคิดเรื่องฉินอ๋องแล้วหันไปเดินพร้อมกับคุณชายหมิงและเสี่ยวคุนที่จ้องมองข้าด้วยสายตาสงสัย ไม่นานนักเด็กหนุ่มผู้ตรงไปตรงมาก็อดใจไม่ได้ เอ่ยปากถามเชิงสอบสวนกับข้า

“เจ้าหายไปไหนตั้งแต่เช้างั้นรึ?”

ข้าสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ เหงื่อเย็นๆ หลั่งออกมาอย่างหวาดหวั่น นั่นสินะ มิแปลกอันใดที่เสี่ยวคุนจะสงสัยหรือแปลกใจที่ไม่เห็นข้าที่กระโจมที่พักของหมออาสา เพราะวันก่อนๆ นั้นข้าแอบออกจากกระโจมแม่ทัพกลับไปนอนที่กระโจมหมออาสาก่อนที่จะมีคนตื่นขึ้นมา แต่วันนี้ข้ากลับอยู่ที่กระโจมแม่ทัพโดยมิได้กลับไปยังที่พักหมออาสาเลย เสี่ยวคุนเห็นข้ามีท่าทีมีพิรุธก็ยิ่งจับจ้องหนักยิ่งกว่าเดิม ข้าอ้ำอึ้งมิรู้จะตอบอันใดออกไปจนกระทั่งคุณชายหมิงโผล่เข้ามาตอบแทนด้วยแววตาใสซื่อ

“ซินเยว่ตามองครักษ์เฉินไปหาท่านแม่ทัพตั้งแต่เช้าตรู่ เจ้าจะไม่เห็นเขาก็มิใช่เรื่องแปลกอันใด”

ข้ากับเสี่ยวคุนหันไปมองเขาอย่างแปลกใจ เอ๊ะ จากท่าทางและสีหน้าของคุณชายหมิงเหมือนเขาพูดความจริงออกมาชัดๆ และคนอย่างคุณชายหมิงโกหกใครไม่เป็นอีกด้วย เสี่ยวคุนมองหน้าสหายของเขาก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ มิได้ติดใจอันใดหรือซักถามต่อ ข้าถึงถอนหายใจโล่งอกแล้วหันมองไปยังคุณชายหมิงที่บ่นด้วยน้ำเสียงกึ่งไม่พอใจกึ่งระบายความอัดอั้น

“องครักษ์เฉินผู้นั้นก็เหลือเกิน เจ้าคงตกใจแย่สินะที่โดนคนผู้นั้นเรียกตัวไปตั้งแต่เช้าเช่นนี้ กระไรมิรู้มาเรียกผู้อื่นออกไปด้วยวิธีไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย ข้าเองก็ตกใจแทบหัวใจวายแน่ะ เล่นมายืนอยู่ปลายเท้าผู้อื่นแล้วใช้ไม้เขี่ยเช่นนั้น! เสียมารยาทยิ่งนัก”

คนแซ่เฉินคงผูกใจเจ็บเรื่องเมื่อวานน่าดูเลยสินะ!

ข้ามองคุณชายหมิงด้วยสายตาเห็นใจอย่างยิ่ง โดนคนแซ่เฉินเพ่งเล็งเสียแล้วคุณชายหมิง เรื่องนี้ข้าต้องขออภัยจริงๆ หากไม่ใช่เพราะข้าอาศัยความเป็นคนดีของเขา คุณชายหมิงคงมิต้องมารับความอาฆาตของคนแซ่เฉินเช่นนี้ ข้าแอบรู้สึกผิดเล็กๆ ในใจ ต่อจากนี้ทำดีกับคุณชายหมิงเสียหน่อยดีกว่า พวกเราทานข้าวเช้าแล้วพากันเดินไปที่ยังกระโจมรักษา อย่างแรกที่ข้าทำคือตรงดิ่งไปหาหัวหน้าหมอซ่งเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการรักษา หัวหน้าหมอซ่งมองข้าแตกต่างจากเมื่อวานโดยสิ้นเชิง เขาพยักหน้าเห็นดีเห็นงามกับข้า จากนั้นพวกเราก็ร่วมมือรักษาคนบาดเจ็บด้วยกัน

โดยมีข้าเป็นผู้ปลดคำสาปแก่คนบาดเจ็บทั้งหมด แล้วจากนั้นคนอื่นๆ ก็ทำการรักษาบาดแผลต่อ ข้านั่งลงอยู่มุมหนึ่งของกระโจมกางอาณาเขตทยอยเริ่มปลดคำสาปให้แก่คนบาดเจ็บที่หลงเหลือมาจากเมื่อวาน ใช้เวลาพอสมควรข้าถึงปลดคำสาปให้ทุกคนหมด ข้าหันไปมองหัวหน้าหมอซ่งพยักหน้าให้แก่เขาเป็นสัญญาณที่รู้กัน หัวหน้าซ่งเองก็พยักหน้าแล้วสั่งให้ลูกน้องของเขาทำการรักษาคนบาดเจ็บต่อทันที ส่วนข้านั้นนั่งนิ่งพักเอาแรงเนื่องจากใช้สมาธิในการแยกแยะคำสั่งมากเกินไป มันไม่ง่ายเลยจริงๆ ที่จะจดจ่อส่งคำสั่งไปเฉพาะจุดเช่นนี้

เมื่อรักษาเสร็จข้าขอตัวออกไปจากกระโจมซึ่งคนอื่นๆ ก็พากันเริ่มพักเหนื่อยเสร็จกัน ข้ากำลังเดินออกไปคุณชายหมิงก็วิ่งตรงมาที่ข้าแล้วตามติดมาด้วย ข้ามองเขาด้วยความกังวลใจเล็กๆ เพราะที่ที่ข้าจะไปนั้นไม่ใช่ที่ที่ดีนัก เสี่ยวคุนเดินติดตามมาด้วยอีกคนทำตัวราวกับเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณชายหมิง หนุ่มน้อยปากคมผู้มีความตรงไปตรงมาอย่างน่าตกใจจ้องมองแขนข้าที่ถูกคุณชายหมิงกอดรัด เสี่ยวคุนจ้องมองข้าด้วยสายตาประหนึ่งจะแผดเผาให้มลายหายไปจากโลกใบนี้เสีย ข้าเหงื่อตก อยากจะบอกเขาเหลือเกิน มิใช่ว่าข้าอยากให้เขากอดเสียหน่อย ข้าจะดีใจด้วยซ้ำหากเขาจะปล่อยแขนข้าเสียที คุณชายหมิงผู้ไม่รู้ร้อนรู้หนาวจากสายตาสหายข้างๆ ก็พูดซินเยว่อย่างนั้นอย่างนู้นไปเรื่อย ข้าเสียวสันหลังเป็นอย่างมาก

ในที่สุดพวกเราก็มาถึงสถานที่ที่รวบรวมศพคนตายเพื่อทำการทำพิธีเผาเพื่อเก็บกระดูกไปส่งคืนแก่ครอบครัว หากไม่มีครอบครัวก็จะไปเก็บไว้ยังสุสานเชิดชูวีรบุรุษ ข้ามองซากศพที่มีสภาพบาดแผลน่าอนาถด้วยสีหน้าไม่ใคร่ดีนัก คุณชายหมิงหน้าซีดทำหน้าพะอืดพะอมทนมองไม่ไหวจนต้องเบือนหน้าหนี ส่วนเสี่ยวคุนนั้นรีบปรี่เข้ามาหาสหายของเขาพร้อมกับถลึงตามองข้าอย่างดุร้าย ก่อนนั้นก็ลากคุณชายหมิงเดินออกไปก่อนที่อีกฝ่ายจะเป็นลม ข้าไม่สนใจพวกเขา ยังคงจ้องมองไปยังเหล่าทหารที่ช่วยกันขนศพของพวกไปทำกำจัดด้วยการเผา เพราะซากศพมีมากเกินไปการฝังซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยาก และเพื่อไม่ให้เกิดเชื้อโรคทำให้เป็นต้นเหตุของโรคระบาดจึงทำการเผานั่นเอง

ข้าเองก็เคยตายแล้วเช่นกัน นั่นทำให้ข้าไม่รู้สึกหวาดกลัวมากเท่าไรนัก รู้สึกสงสารและเศร้าใจมากกว่า ข้าจ้องมองไปยังศพที่ถูกเคลื่อนย้ายไปศพแล้วศพเล่า บางศพนั้นข้าเคยเห็นพวกเขาผ่านตามาบ้างตอนที่อยู่ค่ายทหารเป่าอี้ พลังเยว่ตี้ของข้าแม้จะพูดว่าทุกได้ทุกสิ่งทุกอย่างแต่มันก็ไม่ใช่เช่นนั้นจริงๆ มันไม่สามารถสร้างสิ่งที่ไม่มีอยู่ก่อนให้เกิดขึ้นมาจากด้วยว่างเปล่าได้ และที่สำคัญไม่อาจฝ่าฝืนธรรมชาติได้ เช่น ไม่สามารถทำให้คนตายกลับฟื้นคืนมามีชีวิตมีลมหายใจได้อีกครั้ง เมื่อชีวิตได้ดับลงก็ย่อมต้องสูญสลายไปตามธรรมชาติ บางครั้งข้าก็คิดว่าพลังของมารดาที่ช่วยให้ข้ากลับมามีชีวิตใหม่ได้เช่นนั้นมันสุดยอดยิ่งกว่าพลังเยว่ตี้เสียอีก แต่กระทั่งการปรับเปลี่ยนชะตาชีวิตก็ต้องตอบแทนด้วยพลังอันมหาศาลเช่นกัน

สงครามสิ้นสุดเร็วๆ ก็ดีสินะ เฮ้อ!

ข้าถอนหายใจหันหลังเดินจากไป อารมณ์หดหู่เป็นอย่างมาก อย่างไรเสียข้าก็ไม่อาจช่วยอันใดพวกเขาได้มากไปกว่ารักษาคนบาดเจ็บลดจำนวนคนตายให้น้อยลงอีกแล้ว ข้าทานข้าวกลางวันแล้วกลับไปยังรักษาคนบาดเจ็บต่อจนกระทั่งยามเซิน(๑๕-๑๗น.)มีเสียงตะโกนก้องต่อๆ กันมา ทุกคนในกระโจมรุกออกไปข้างนอกด้วยความตกใจ สีหน้าของแต่ละคนนั้นเริ่มซีดเซียวและรู้สึกหวาดหวั่นใจกลัวจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น ข้าทำความสะอาดมือเดินออกไปสอดส่องสถานการณ์ ข้าเห็นเหล่าทหารที่ขี่ม้าเข้ามาในค่ายสภาพเนื้อตัวคลุกฝุ่นเปื้อนเลือดตะโกนบางอย่างไปทั่วค่าย

“เกิดอะไรขึ้น!?” หัวหน้าซ่งตะโกนถามทหารที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาด้วยสีหน้าแตกตื่นใจร้อนอยากทราบสถานการณ์

“ข่าวดีขอรับ! ทัพเรายึดเมืองซู่ไป๋ได้แล้ว! ทัพแคว้นเหลียวพ่ายหนีกระเจิดกระเจิง รองแม่ทัพสวินลี่นำทหารตามไปจับทหารแคว้นเหลียวที่เหลือ ส่วนท่านแม่ทัพอยู่ในเมืองซู่ไป๋เพื่อควบคุมความเรียบร้อยในเมือง หากทุกอย่างสงบก็จะกลับมายังค่ายปล่อยให้รองแม่ทัพสวินหยางเป็นผู้ควบคุมทหารชุดใหม่ดูแลเมืองต่อขอรับ”

ทุกคนมีสีหน้าตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีใครคาดคิดว่าจะยึดเมืองได้รวดเร็วเพียงนี้ ผ่านไปสักพักทุกคนก็ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาแรงๆ คลี่ยิ้มกว้างหันไปพูดคุยกันด้วยความมหัศจรรย์ใจ ตัวข้าเองก็รู้สึกตกใจปนทึ่ง อันใดจะรวดเร็วเพียงนั้น? เพิ่งย้ายค่ายมาที่นี้ได้เพียงไม่ถึงวันหลังจากยึดเมืองที่แล้วได้ ข้าวของจากที่ค่ายเดิมยังขนมาไม่ทันได้หมด แม้แต่ทหารที่ทิ้งไว้เฝ้าเมืองนั้นเพื่อรอกองทัพสนับสนุนมารับช่วงต่อยังไม่ทันได้เดินทางมาถึงที่นี่เลยด้วยซ้ำ ทางนี้กลับยึดเมืองได้อีกเมืองแล้ว ข้ารู้สึกอัศจรรย์ใจกับพวกเขาเสียจริงๆ!

พวกเราต่างยินดีปรีดาสีหน้ามีความปลอดโปร่งสดใสทันตา หลังจากรู้ข่าวดีนี้เหล่าคนที่ทำหน้าที่รักษาผู้บาดเจ็บก็รีบกลับไปทำหน้าที่ต่ออย่างขะมักเขม้น ทหารจัดขบวนทัพไปเปลี่ยนกะ เพื่อให้ทหารที่เข้าร่วมศึกในวันนี้ได้กลับมาพักผ่อนที่ค่ายก่อน ส่วนทหารชุดใหม่ไปรับหน้าที่ควบคุมดูแลความสงบในเมืองต่อโดยมีรองแม่ทัพสวินหยางเป็นผู้ควบคุม ในค่ายที่ตึงเครียดก็เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย โดยเฉพาะทหารที่กลับมาจากสนามรบ พวกเขาพูดถึงศึกในวันนี้อย่างตื่นเต้นและคึกคะนอง ข้าอดที่จะถอนหายใจไม่ได้ มัวแต่คุยน้ำลายแตกกระจายเช่นนี้แล้วจะได้พักเหนื่อยกันหรือไร? แม้จะค่อนแคะพวกเขาในใจแต่ข้าก็เข้าใจดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตื่นเต้นตรึงใจจนต้องแบ่งปันสิ่งที่เห็นให้แก่กันฟังอย่างไม่หยุดปากเช่นนี้ ขนาดคนบาดเจ็บร้องโอดโอยไปพลางคุยโอ้อวดไปพลาง เพลิดเพลินจนลืมไปว่าตนเองเป็นคนเจ็บ

นานเป็นเวลาสองชั่วยามพวกข้าก็รักษาคนเจ็บได้หมด พอดีกับที่ค่ายทหารมีเสียงเฮดังลั่นราวกับต้อนรับวีรบุรุษขวัญใจ พวกข้าที่กำลังเดินไปทานข้าวเย็นต่างก็รีบวิ่งกรูกันไปมุงด้วยความอยากรู้อยากเห็น ข้าถูกคุณชายหมิงลากไปดูอย่างกระตือรือร้น ส่วนตัวแล้วข้ารู้สึกเหนื่อยอยากจะไปพักเสียมากกว่า ข้าสงสัยจริงๆ ว่าเหตุใดคุณชายหมิงถึงได้สดใสตลอดเวลาเช่นนี้ ข้ายืนอย่างเหนื่อยล้าแทบจะหลับทั้งๆ ที่ยืนอยู่

“ท่านแม่ทัพๆๆ!!

“ท่านแม่ทัพกลับมาแล้ว!

ท่ามกลางเสียงสรวลเฮฮาอย่างยินดีนั้นข้าค่อยๆ จมสู่ความนิ่งเงียบ อ่า วันนี้ช่างเหนื่อยเสียจริงๆ สงสัยเพราะข้าใช้พลังแบบเพ่งเฉพาะที่ซึ่งกินพลังกายพร้อมลมปราณอย่างมากเป็นแน่ รอบตัวของข้ามีเสียงสรรเสริญดังกึกก้องจนข้าขนลุกชันรีบตื่นขึ้นมามองไปรอบๆ ตัว อ่า อย่างนี้นี่เอง ที่แท้แล้วเป็นท่านแม่ทัพคนสำคัญกลับมายังค่าย ข้าชะเง้อคอพยายามมองผ่านศีรษะสูงต่ำไปยังฉินอ๋องที่ค่อยๆ เหยาะม้าเดิน ข้างๆ เขานั้นมีหัวหน้าองครักษ์จางและรองหัวหน้าองครักษ์เฉินพิทักษ์ข้างกาย

ข้าคาดเดาว่าตอนฉินอ๋องอยู่ในสนามรบ รอบตัวของเขาต้องรายล้อมไปด้วยองครักษ์ฝีมือดีที่ยืนคุ้มกันและปกป้องเจ้านายจากศัตรูเป็นแน่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผลงานสงครามของพวกเขาเหล่านั้นเทียบชั้นกับรองแม่ทัพได้เลยทีเดียว หากพวกเขาเป็นทหารคงดำรงอยู่ในตำแหน่งรองแม่ทัพแล้ว ดูจากสภาพของพวกองครักษ์เดาได้ว่าในสนามรบคงเกิดการต่อสู้ที่ดุเดือดมากแน่ หัวหน้าองครักษ์จางมีเลือดเกรอะไปทั่วตัวของเขาไม่ต่างจากองครักษ์คนอื่น ยกเว้นรองหัวหน้าองครักษ์เฉินที่สามารถรักษาสภาพเป็นผู้เป็นคนได้มากที่สุด สะอาดสะอ้านแปลกแยกจากกลุ่มอย่างน่าประหลาดใจ

“สมกับแม่ทัพจริงๆ เพียงไม่กี่วันก็สามารถยึดเมืองของพวกเหลียวได้แล้ว!

“ฉินอ๋องทรงปรีชายิ่งนัก!

กระแสถ้อยคำชมเชยหลั่งไหลไปหาฉินอ๋องที่นั่งหน้าเย็นเยียบบนหลังม้า มีทหารผู้น้อยจูงเจ้าม้าตัวนั้นเดินเหยาะๆ ผ่านหน้าผู้คนในค่ายไปอย่างสง่างาม ข้าเห็นเขาเพียงเศษเสี้ยวเพราะมีผู้คนยืนบังอยู่หนาแน่น คุณชายหมิงพยายามเบียดเข้าไปดูใกล้ๆ ดวงตาสีน้ำตาลอันอ่อนโยนของเขาประกายระยิบระยับด้วยความนับถือปลาบปลื้มไม่ปิดบังใดๆ ข้าค่อนข้างชื่นชมเขาที่กล้าแสดงความรู้สึกออกมาอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ได้ โดยไม่คิดกังวลถึงตำแหน่งหรือฐานะใดๆ ของอีกฝ่าย กล้าหาญที่จะพุ่งเข้าไปหาคนที่ชอบอย่างซื่อตรง เป็นข้าคงทำไม่ได้แน่ ข้าไม่มีความกล้าหาญขนาดนั้น...

คุณชายหมิงปล่อยมือจากข้าแล้วเบียดผู้คนเดินไปข้างหน้าเพื่อไปยืนชื่นชมคนที่เขาชอบ หลังจากถูกปล่อยทิ้งไว้ด้านหลังข้าก็หยุดยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองไปข้างหน้าด้วยความสงบ ข้าเห็นผู้คนหลีกทางให้กับคุณชายหมิงผู้สดใสอย่างง่ายดาย สมกับเป็นคุณชายผู้มีรัศมีแสงสว่างรอบกายจริงๆ ข้ายืนมองไปข้างหน้าอีกนิดเห็นฉินอ๋องหันมามอง ข้ายกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยิ้มไปให้แก่เขา ไม่นานก็หุบลงเพราะนึกขึ้นมาได้ว่าใส่หน้ากากปิดหน้าอยู่ ถึงยิ้มไปให้เขาก็ไม่มีทางเห็น ยังไม่นับระยะที่ค่อนข้างห่างอีก เขาไม่มีทางเห็นข้าแน่ๆ

ฉินอ๋องปีนลงจากม้าแล้วเดินมาทางนี้ ผู้คนหลีกทางราวกับนั่งอยู่ในใจของฉินอ๋อง ข้ากะพริบตาปริบๆ มองภาพข้างหน้าแล้วรู้สึกไม่ค่อยดี พวกทหารต่างพากันแหวกทางให้ฉินอ๋องจนกระทั่งกลายเป็นเส้นทางตรงมายังคุณชายหมิงอย่างพอเหมาะพอเจาะ คนเหล่านั้นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับภาพหนุ่มน้อยในชุดสีแดงที่มีสีหน้าขัดเขินเอียงอาย ฉินอ๋องถอดหมวกป้องกันมาถือไว้ เขาเหยียดมุมปากคล้ายยิ้มวูบหนึ่งแล้วเดินตรงดิ่งเข้ามา ข้ามองดวงตาอันงดงามของเขานิ่งๆ เหมือนตกอยู่ในภวังค์ค่อยๆ ยิ้มออกมากับดวงตาแววระยับนั้น ข้าหุบยิ้มเม้มปากแน่นเมื่ออีกฝ่ายหยุดตรงหน้าของคุณชายหมิง เขาใช้มือดันคุณชายหมิงออกจากทางแล้วเดินตรงมาหาข้าที่ยืนอึ้ง คนอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์ต่างอ้าปากค้างอย่างตกใจ คุณชายหมิงยืนตัวแข็งทื่อก่อนจะหันมามองมาที่ข้าด้วยสีหน้าสับสนปนไม่อยากเชื่อ ข้ากะพริบตามองเจ้าแมวตรงหน้าพลางกลั้นหายใจ ฉินอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยการหยอกเย้าจนข้าอึ้งทำอะไรไม่ถูก

“เราชนะ ขอรับรางวัลไปละนะ”

พูดจบเขาก็รวบตัวข้าอุ้มขึ้นบ่าเดินจากไปท่ามกลางใบหน้าอ้าปากค้างของคนที่ยืนมองอยู่

 

 

 



จิ้งถิง เราจะเอารางวัล//แลบลิ้นแผล่บๆ

 

ทำไมตอนที่แล้วกลายเป็นการจับคู่ให้กับชายหมิงแล้วล่ะคะ?

ทั้งคนแซ่เฉิน ทั้งสวินหยาง ส่านอ๋อง แม้กระทั่งองค์ชายฆ่าหมาก็ยังมา

แอบมีเสี่ยวคุนอีกแน่ะ แหมมมม แหมมมมมมมม#เสียงสูง จับคู่กันหนุกหนานเชียวน่า

ส่วนท่านที่แนะนำเกี่ยวกับสงคราม เดี๋ยวจะค่อยๆ แก้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ

ลงท้ายด้วย FA ของท่านผู้อ่านที่ส่งมาให้นะคะ//น่ารักจริงๆ ปลื้มหลาย~

 

สร้างสรรค์โดยท่าน Inkfish Kung

 


สร้างสรรค์โดยท่าน Wanwisa Songka Cyr

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.273K ครั้ง

23,695 ความคิดเห็น

  1. #23594 kanraya_fai28 (@kanraya_fai28) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 23:04
    สะใจอ่ะ สะใจๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ถึงรู้ว่าคุณหมิงนางไม่ได้ไม่ดีก็เถอะแต่ขอบอกเลย! สะ! ใจ!
    #23594
    0
  2. #23582 exolbenben (@exolbenben) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 01:44
    เจ้าแมวทำหน้าหื่นนน555
    #23582
    0
  3. วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 22:09
    เดี๋ยวก๊อนนนนนน 55555
    #23542
    0
  4. #23378 Wilnot (@Wilnot) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 14:35

    กี้ดดดดด หุบยิ้มไม่ไหวแล้ว
    #23378
    0
  5. #23306 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 19:19

    เจ้าแมวขี้อ้อน

    #23306
    0
  6. #22795 tunty0505 (@tunty0505) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 17:54
    อ๋องเหมียวท่านทำคนทั้งค่ายตกใจแล้วม้างงง
    #22795
    0
  7. #22776 ❀ than. (@TH9NYE) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 19:00
    แกว่าต่อจากนี้หนูหมิงจะร้ายป่ะ /ครุ่นคริส
    #22776
    0
  8. #22692 yunjaelife (@ploy--jae) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 17:18
    เจ้าแมวหิว!!
    #22692
    0
  9. วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 23:09
    คู่กับเสี่ยวคุณก็ดีแล้ว
    #22655
    0
  10. #22623 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 03:29
    เกียดฉากเปิดตัววว
    #22623
    0
  11. #22601 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 16:51

    งงเด้ 555555

    #22601
    0
  12. #22530 Liew__pcy (@Liew__pcy) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 00:27
    โงยยยยยยยย ยิ้มแก้มแตกแล้ววว
    #22530
    0
  13. #22417 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 16:14
    น้องงงงงง
    #22417
    0
  14. #22169 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:55
    โธ่พ่อคุณ^^
    #22169
    0
  15. #22069 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 03:05
    โอ้ยยยย5555 ไม่รู้จะขำ สะใจหรือสงสารดี5555 หนูหมิงรีบเก็บเศษหน้าไปสถานีต่อไปดีกว่านะลูก องรัชทายาทเป็นไง?555 งานนี้เงิบทั้งค่าย ถ้าท่านอ๋องจะแสดงออกขนาดนี้5555
    #22069
    0
  16. #21997 Present (@hiiro-kwan) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 20:40
    ข้ารู้สึกสะใจเป็นอย่างมาก
    #21997
    0
  17. #21944 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 00:56
    หู้ยยยยยแมวอ๋องอะนะ
    #21944
    0
  18. #21900 SUGA19 (@tandie) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 18:09

    5555555
    #21900
    0
  19. #21685 TRENDYJM (@nuiland) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 17:05

    เจ้าแมวชั่ว5555555
    #ไรท์เขียนแบบโคตรดีเราชอบมากกกกกก(ขออนุญาตหยาบคาบ)
    #21685
    0
  20. #21542 ppvs_ (@ppvs_) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 20:30
    หมิง5555555555
    #21542
    0
  21. #21514 kaaaploy (@kaaaploy) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 16:56

    ไม่รู้ว่าตัวเองไม่หลบอยู่มุมไหนมา พึ่งจะได้อ่านเรื่องนี้ สนุกมากค่ะ ภาษาเขียนสวย เรื่องหน้าติดตาม ตอนนี้ติดนิยายเรื่องนี้ ขอบคุณไรท์ที่เขียนนิยายดีๆแบบนี้มานะคะ
    #21514
    0
  22. #21447 -เกม- (@-gem-) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 01:58
    หมิงงงง อย่าแกล้งน้องหมิงงง ฟฟฟฟฟฟฟ
    #21447
    0
  23. #21045 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 13:37
    แกฉันแอบสงสารคุณชายหมิงหน่อยๆ555555 ขอให้มีผู้ดีๆเป็นของตัวเองนะคะ
    #21045
    0
  24. #21000 Thitima Udchachon (@primprimzzt) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 15:09
    จริงๆแอบสงสารหมิงๆนะ เพราะนางเป็นคนดี ถ้าเป็นเพื่อนกับน้องถิงได้ตลอดก็คงเป็นกำลังได้อีกเยอะ

    ส่วนคู่หมิงๆเราก็แอบหวังให้มีคู่อยู่ แอบมีกลิ่นนิดๆว่าเสี่ยวคุนดูหวงเกิน หรือว่า.... //แอบซุ่มเงียบๆ
    #21000
    0
  25. #20949 ดิวดิ้ว (@dew1232) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 20:34
    เจ้าแมวบ้า
    #20949
    0