เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 35 : ตอนที่ ๓๔ สว่างไสว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,052 ครั้ง
    30 ก.ค. 59

ตอนที่ ๓๔ สว่างไสว

ข้าเช็ดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆ แล้วหันไปมองฉากกั้นซึ่งมีเจ้าแมวอยู่อีกด้านหนึ่ง ข้าคิดถึงสีหน้าตกใจจนตัวแข็งแล้วน้ำเสียงที่พยายามเอ่ยปลอบใจข้าทั้งๆ ที่มิได้ทำผิดอันใด เป็นข้าเสียอีกที่ทำคนเริ่มก่อน ข้าไม่ได้ต้องการให้มันออกมาเป็นเช่นนี้เลย มันช่างชวนให้อึดอัดใจ เขาจะเข้าใจผิดหรือไม่ที่ข้าปฏิเสธเช่นนั้นไป ข้าขมวดคิ้วลุกขึ้นจากเตียงแล้ววิ่งไปยังฉากกั้นถังอาบน้ำที่มีควันพวยพุ่ง ข้าเงยหน้ามองไปยังร่างสูงใหญ่พร้อมเอ่ยสิ่งที่คิดออกไปอย่างร้อนรน

“ข้าไม่ได้รังเกียจท่าน แต่ทว่า...” ข้าพูดไปได้เพียงครึ่งก่อนจะหน้าแดงวูบกับภาพตรงหน้า ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เช่นนักรบกำลังปรนเปรอตนเองดับความต้องการที่แข็งชูชัน ฉินอ๋องหยุดชะงักหันมามองข้าที่เบิกตากว้างอย่างตกใจ ใบหน้านิ่งเรียบของเขามีความกระอักกระอ่วนใจ ข้ามิได้คิดว่าจะมาเห็นภาพนี้เลย นี่มัน...ช่างน่าอายยิ่งนัก!

“ข้าเข้าใจ แต่ตอนนี้เจ้าออกไปก่อนได้หรือไม่?” เจ้าแมวพยักหน้าก่อนจะเอ่ยบอกข้าด้วยความยากลำบาก ข้าเม้มปาก อายจนตัวแดงก่ำเหมือนกุ้งต้ม มองดวงตาแดงก่ำของเขาแล้วคันหยุกหยิกที่ใจ ข้าเหลือบสายตาไปมองด้านข้างแล้วเอ่ยบอกอีกฝ่ายเสียงเบาแผ่ว

“ข้า...ข้าสามารถช่วยท่านปลดปล่อยได้” พูดจบข้าก็แทบจะระเบิดตัวเองด้วยความกระดากอาย เจ้าแมวจ้องมองข้าเขม็ง เมื่อไม่ได้ยินคำตอบข้าก็หันไปช้อนสายตามองเขาแล้วเอ่ยอีกครั้ง

“หากท่านต้องการ”

“ต้องการ!” ฉินอ๋องกระแทกเสียงตอบคล้ายตะโกนด้วยใบหน้าจริงจังคร่ำเครียดอย่างรวดเร็วแทบจะทันทีที่ข้าพูดจบ ข้าผงะตกใจกับน้ำเสียงนั้นของเขาก่อนจะค่อยๆ หน้าร้อนผ่าวกับสายตาจับจ้องเต็มไปด้วยความต้องการอย่างเข้มข้นของเขา ข้าเดินเข้าไปหาเจ้าแมวที่หายใจหนักจนอกเปลือยเปล่าสะท้อนขึ้นลง พอข้าเดินเข้าไปใกล้ก็เงยหน้ามองเขาที่จ้องมองข้าตาไม่กะพริบ ข้ากลืนน้ำลายที่เหนียวติดลำคอ ก่อนที่จะได้ทำอันใดนั้นฉินอ๋องก็คว้าตัวข้าเข้าไปกอดแล้วเบียดกายร้อนระอุของเขาเสียดสีกับเรือนร่างของข้า

“อาบน้ำด้วยกันได้หรือไม่?”

“อืม แต่ว่าถังน้ำ...” ข้าพยักหน้าพลางร้อนวูบเมื่อฉินอ๋องเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชวนวาบหวาม ก่อนจะหันไปมองถังน้ำขนาดลงแช่ได้เพียงคนเดียว ฉินอ๋องรวบตัวของข้าที่เกือบจะเปลือยเปล่าขึ้นแล้วจูบริมฝีปากของข้า ข้าหน้าแดงก่ำ ต้นขาสัมผัสกับความโอฬารที่ดุนดันและร้อนผ่าว

“ไม่มีปัญหา ข้าจัดการได้” พูดจบฉินอ๋องก็ตะโกนออกไปสั่งทหารรับใช้ด้านนอก ไม่นานนักสิ่งที่ท่านแม่ทัพต้องการก็ถูกขนย้ายเข้ามาในกระโจมอย่างรวดเร็ว ข้าหน้าแดงแทบจะระเบิดตัวด้วยความอับอาย โธ่! ป่านนี้ข้างนอกมิพูดปากต่อปากไปไกลลิบแล้วรึ? คิดไม่นานข้าก็ถอนหายใจด้วยความปลงตก เอาเถิด อย่างไรเสียข่าวลือของข้ากับฉินอ๋องมันก็ถูกลือไปต่างๆ นานาจนห้ามหรือแก้ตัวอย่างไรก็มิอาจช่วยได้มาตั้งนานแล้ว พอทุกอย่างเตรียมพร้อมฉินอ๋องก็อุ้มข้าเดินไปที่อ่างไม้ขนาดใหญ่อย่างรีบร้อนผิดบุคลิกเยือกเย็น ข้าหันไปมองเขาอย่างแปลกใจ เจ้าแมวก็รีบกัดฟันตอบ

“ข้าทนไม่ไหวแล้ว!

อ่า พอเขาพูดข้าก็นึกได้ว่าเจ้าแมวกัดฟันทนมายาวนานแล้ว ตั้งแต่ถูกข้าปฏิเสธ ถูกข้าขัดจังหวะปลดปล่อย แถมระหว่างรออ่างน้ำก็ยังอุ้มข้าแนบชิดไม่ยอมวางอีกต่างหาก ทนมาได้นานเพียงนี้ก็ถือว่าเขามีความอดทนที่น่านับถือยิ่งนัก ข้าถอนหายใจอย่างเข้าอกเข้าใจคนหนุ่มแล้วดันตัวลงมาจากอ้อมแขนของเขา เจ้าแมวมองตามข้าที่ลงมายืนบนพื้นตรงหน้าของเขา ข้าใช้มือน้อยๆ ดึงผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่เขาใช้คลุมเราสองคนตอนรออ่างน้ำใหญ่ เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำผิวกายคล้ำแดดของบุรุษ ข้าวางมือลงบนแผ่นอกแกร่งแล้วค่อยๆ ลดตัวลงต่ำ ข้าได้ยินเสียงสูดลมหายใจดัง ลมหายใจของเขาคล้ายจะกระชั้นขึ้นทุกขณะ

“จิ้งถิง” เจ้าแมวเรียกข้าด้วยน้ำเสียงทั้งตื่นเต้นและคาดหวัง ข้าเงยหน้าขึ้นไปยิ้มตอบเขาเล็กๆ อย่างไรเสียข้าก็เคยทำเช่นนี้มามากละนะ ทักษะด้านนี้ก็พอตัวอยู่ เจ้าแมวลามกมีความต้องการทางเพศสูงชมชอบอะไรเช่นนี้มาก เขามักจะให้ข้ารับใช้เขาเช่นนี้วันละหลายรอบ จากมือไปสู่ปากและลิ้น จากเงอะงะก็กลายเป็นชำนาญ การทำเช่นนี้มันช่างน่าอับอายยิ่งนัก โดยเฉพาะบุรุษ แต่ทว่าหากอีกฝ่ายเป็นเขา ข้าก็เต็มใจทำให้ ขอเพียงเขามีความสุข

หลังจากผ่านพ้นการอาบน้ำอันเนิ่นนานเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด ข้าก็ถูกเจ้าแมวที่อิ่มเอมพาเข้านอนเสียดึกดื่น แน่ละ กว่าท่านอ๋องจะพอใจข้าต้องลงมือลงแรงอยู่หลายครั้งด้วยกัน พอเสร็จรอบนั้นก็ออดอ้อนขอต่ออีกรอบวนอยู่เช่นนั้นหลายครั้งจนข้าเหนื่อย ข้าอยากโวยวายประท้วงแต่พอถูกทำหน้าเหมียวๆ ใส่ ข้าก็ใจอ่อนยอมทำให้ทุกที เฮ้อ ไม่ดีเลยแท้ๆ ข้าไม่น่าหลวมตัวช่วยตั้งแต่แรก ข้าถอนหายใจหลับตาลงอยู่ในอ้อมกอดของฉินอ๋อง เจ้าแมวที่มีใบหน้าผ่องใสอิ่มเอิบหลับตาพริ้มนอนกอดข้าแน่น จากนั้นไม่นานข้าและเขาก็หลับไปด้วยกันบนเตียง

 ตอนเช้าวันรุ่งขึ้นข้าและพวกเสี่ยวชีต้องออกเดินทางกลับเมืองหลวง โดยมีหัวหน้าองครักษ์จางและลูกน้องอีกสี่ห้าคนเป็นผู้อารักขากลับไป ข้าทราบในทันทีว่าฉินอ๋องเป็นห่วงข้ามากแค่ไหน เขาถึงกับส่งองครักษ์คู่ใจอย่างหัวหน้าองครักษ์จางเป็นผู้ไปส่งพวกเขาเลยทีเดียว นี่มิใช่เพราะเป็นห่วงมากหรอกหรือ? ข้ารู้สึกซาบซึ้งน้ำใจของเขา ฉินอ๋องส่งข้าได้เพียงในค่าย ตามไปส่งเช่นปกติไม่ได้เพราะเขากำลังแสร้งได้รับบาดเจ็บหนักอยู่ ข้ากับเขามิได้เอ่ยคำลาใดๆ ราวกับไม่ต้องการบอกลา ข้าไม่จำเป็นต้องบอกลาเพราะนี่ไม่ใช่การจากลา

“เจ้าต้องรอเราอย่างปลอดภัยที่เมืองหลวง อีกไม่นานสงครามก็จะจบลง เราจะกลับไปหาเจ้า”

“อืม ท่านเองก็รักษาเนื้อรักษาตัวด้วย”

“ได้ ข้าเป็นของเจ้าย่อมเก็บรักษาไว้เพื่อเจ้า ระหว่างรออย่าให้มีแมลงมาเกาะมาแกะเสียเล่า ข้าเกลียดแมลงที่มาไต่ตอมของของข้ายิ่งนัก”

“ท่าน...ท่านก็เช่นกัน” ข้าเม้มปาก พูดตะกักตะกุกไม่กล้าจะเอ่ยออกไป ข้าเงยหน้ามองฉินอ๋องที่ย่อตัวต่ำลงมาเท่ากับข้า เขาจ้องมองรอฟังสิ่งที่ข้าจะพูด ข้าสูดลมหายใจแล้วเอ่ยกลับด้วยเสียงที่แผ่วเบา แม้จะเบาแต่ฉินอ๋องนย่อมได้ยินอย่างแน่นอน เขาแย้มยิ้มบางๆ ยื่นหน้ามาจูบข้า ก่อนจะผละริมฝีปากกระซิบบอกข้าด้วยนัยน์ตาเชื่อมหวานวาววับ

“ข้ามีเพียงเจ้า”

เจ้าแมวยืดตัวขึ้นยืนตรงความสูง ข้าหน้าแดงด้วยความเขินอาย เพราะเมื่อครู่เขาจูบข้าท่ามกลางสายตามากมายที่ยืนมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น คาดว่าข่าวลืออ่างน้ำยามดึกเมื่อคืนทำพิษเป็นแน่ ฉินอ๋องหันตัวไปกำชับกับหัวหน้าองครักษ์จางแล้วพาข้ามายังรถม้า เขาอุ้มข้าขึ้นรถม้าเงยหน้ามองข้าอยู่สักพักใหญ่แล้วถอยหลังออกไป ข้ามองเขาด้วยสีหน้าสงบราบเรียบ เสียงของหัวหน้าองครักษ์จางตะโกนสั่งออกเดินทาง ก่อนที่ผ้ากั้นจะปิดลงฉินอ๋องก็เอ่ยกับข้าอย่างหนักแน่น

“เราจะกลับไปหาเจ้าอย่างแน่นอน!

ข้ามองเขาจนกระทั่งผ้าม่านรถม้าปิดลง ข้าขยับตัวไปยังหน้าต่างของรถม้าชะโงกหน้าไปมองฉินอ๋องที่ยืนมองตามมาแม้จะห่างเพียงนี้แต่ข้าก็รับรู้ได้ถึงความสง่างามจากรูปร่างสูงตระหง่าน ข้ามองเขาจนกระทั่งประตูค่ายปิดลงถึงนั่งลงด้วยความนิ่งสงบ เสี่ยวชีคิดว่าข้าเศร้าก็พยายามเอ่ยปลอบใจ

“เจ้าอย่าเศร้าไปเลย ไม่นานท่านอ๋องก็กลับเมืองหลวงแล้ว”

“อืม” ข้าไม่เอ่ยอันใดทำเสียงตอบรับแล้วนั่งนิ่งๆ ไปตลอดทาง

พวกเราเดินทางมาถึงเมืองหลวงเป็นช่วงเวลาสายๆ ของวันที่สามในการเดินทาง หัวหน้าองครักษ์จางไม่ได้พาข้าไปยังวังหย่งเฮ่า เขาบอกว่าฉินอ๋องได้จัดการเช่าบ้านหลังหนึ่งให้ข้าอยู่รอเขากลับมาจากชายแดน บ้านหลังนี้เป็นพ่อบ้านหม่าที่เป็นคนจัดการเช่าไว้ เสี่ยวชีเป็นเพื่อนติดตามข้ามาอยู่ด้วยคน พ่วงด้วยเสี่ยวหยุนที่ฉินอ๋องมอบหน้าที่คอยคุ้มครองข้า ไช่ชิงและพวกหัวหน้าองครักษ์จางจัดการธุระบางอย่างให้แก่ฉินอ๋องแล้วเดินทางกลับไปยังชายแดนแทบทันที

ข้าพักผ่อนอยู่ในห้องนอนในบ้านเช่าหลังใหม่ นั่งครุ่นคิดอะไรบางอย่างเล็กน้อย ก่อนจะเรียกเสี่ยวชีเข้ามาหาเพื่อคุยอะไรบางอย่างกับเขา เสี่ยวชีเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อหลังจากที่ฟังข้าเล่าให้เขาฟัง ข้าเชื่อใจเขาจึงเล่าเรื่องบางอย่างเกี่ยวกับข้าให้เขาฟัง เรื่องบิดาของข้า เรื่องที่ข้ามีพลังแต่ไม่บอกว่าพลังอันใด บางเรื่องที่ข้าคิดว่ายังไม่ถึงเวลาก็มิได้เอ่ยออกไป เล่าเพียงเท่านี้เสี่ยวชีก็แทบจะถลนตาออกมาจากเบ้าแล้ว ใช้เวลานานพอสมควรเจ็ดน้อยถึงถอนหายใจออกแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระจ่างแจ้ง

“มิน่าเล่า เจ้าถึงไม่เหมือนคนรับใช้เช่นพวกเรา ที่แท้เจ้าก็เป็นถึงบุตรชายตระกูลใหญ่ แถมยังเป็นบุตรชายของคนผู้นั้น! เฮ้อ! เอาเถิด ยังไงก็ว่ากันไป ข้าสนับสนุนเจ้าอย่างเต็มที่แน่นอน”

“ขอบใจเจ้ามาก” ข้ายิ้มอย่างโล่งใจ เสี่ยวชีทำหน้าครุ่นคิดแล้วเอ่ยถามออกมาด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ

“แต่ว่าการที่เจ้าจะ...มันเสี่ยงเกินไปหรือไม่?”

“ข้าทราบว่ามันเสี่ยงแต่ไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะดูแลตัวเอง เจ้าอยู่ทางนี้ก็ดูแลเสี่ยวหยุนด้วย”

“เฮ้อ ได้ ว่าอย่างไรก็ว่าตามกันคุณชาย เสี่ยวหยุนข้าจัดการได้ เอาขนมยัดปากเจ้าเด็กถึกนั้นไว้ก็คงมิเป็นไรแล้วละ” เสี่ยวชีถอนหายใจแม้จะเป็นห่วงแต่เขาก็เข้าใจไม่เอ่ยห้ามปราม ท่าทางจะถูกใจด้วยซ้ำที่ข้าตัดสินใจเช่นนี้ ใช่แล้ว เจ็ดน้อยเป็นพวกบูชารักสุดๆ เขาจะต้องไม่ขัดความต้องการนี้ของข้าแน่นอน เจ็ดน้อยถอนหายใจอีกรอบก่อนจะย่อตัวรับคำล้อเลียนข้าแล้วเอ่ยด้วยสีหน้าโหดเมื่อพูดถึงเสี่ยวหยุน ข้าแอบขอโทษเมฆน้อยอยู่ในใจ หากกลับมาแล้วค่อยทำขนมไถ่โทษอีกฝ่าย

“แล้วสิ่งที่ข้าให้เจ้าไปซื้อมาเล่า?”

“จริงสิ เจ้าจะเอาหน้ากากนี้ไปทำไมงั้นรึ?”

“ก็ย่อมเอามาพรางตัวน่ะสิ”

“อ้อ มิน่าถึงให้ข้าออกไปซื้อตั้งแต่กลับมาถึง เอาละ เจ้าดูแลตัวเองดีๆ นะ อย่าเป็นห่วงแต่ท่านอ๋อง เป็นห่วงตัวเองบ้าง ข้าจะรอเจ้ากลับมาอย่างปลอดภัย” เสี่ยวชีส่งหน้ากากดินเผาสีขาวที่วาดลาดลายพระจันทร์เสี้ยวที่แก้มซ้ายให้แก่ข้า ข้าพยักหน้ายิ้มๆ ให้เขา แปลกใจนิดหน่อยที่เห็นหน้ากากมีลวดลายทั้งที่ข้าบอกว่าให้เอาหน้ากากขาวล้วนแท้ๆ พอเห็นข้าข้องใจเสี่ยวชีก็เอ่ยบอกว่าเขาเห็นหน้ากากขาวล้วนดูน่ากลัวๆ จึงให้พ่อค้าวาดลวดลายสวยๆ ลงไปให้ ข้ามองหน้ากากในมือแล้วเอ่ยขอบคุณเขา

สักพักหนึ่งเสี่ยวชีก็เดินออกไปจากห้อง ข้าลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมไหล่สีดำแล้วยกผ้าคลุมศีรษะที่ใหญ่จนปิดใบหน้าไปกว่าครึ่ง ใบหน้าถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากดินเผาสีขาวลวดลายพระจันทร์เสี้ยว ข้าถือกระเป๋าผ้าใบใหญ่ที่เย็บเองกับมือสะพายขึ้นบ่าแล้วสร้างอาณาเขตออกมาครอบคลุมตัวเองแล้วสั่งให้ 'ขัง' จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ มันเป็นวิธีการเคลื่อนย้ายทางไกลของท่านทวดไฉหลางที่ท่านแม่เล่าให้ฟัง ข้าทดลองการเคลื่อนย้ายด้วยก้อนหิน โดยกางอาณาเขตไว้หนึ่งอาณาเขตแล้วไปสร้างอาณาเขตอีกหนึ่งซึ่งมีก้อนหินอยู่ข้างในอยู่ไกลไปอีกฝาก ในตอนแรกข้าครุ่นคิดแทบตายกับการใช้คำสั่งจนกระทั่งข้าก็ค้นพบคำสั่งที่เหมาะสม มันทำให้ก้อนหินย้ายไปอยู่ในอาณาเขตที่กางไว้อันแรกได้

ข้าตัดสินใจนานแล้วว่าจะกลับไปอยู่ที่ชายแดน ดังนั้นซึ่งคิดหาวิธีที่จะกลับไปให้เร็วที่สุดจนพบวิธีการนี้ ระหว่างเดินทางในตอนพักกลางวันวันแรกนั้นข้าปลีกตัวออกมาจากกลุ่มแล้วสร้างอาณาเขตตั้งไว้ที่ตรงนั้น ดังนั้นต่อไปก็ป้อนคำสั่งให้อาณาเขตนี้ไปรวมกับอาณาเขตอันแรกที่ข้าสร้างทิ้งไว้ เป็นครั้งแรกที่ข้าใช้ตัวเองทดลองเคลื่อนย้าย ที่ผ่านมานั้นข้าใช้เพียงก้อนหินเท่านั้น ข้าหลับตาลง กำหมัดแน่นแล้วเอ่ยสั่งออกมา

ไปที่หนึ่ง!

ข้ากลั้นหายใจวูบหนึ่ง รอบข้างไร้เสียงใดๆ ข้าไม่รู้สึกอันใดเลยแม้แต่น้อย ในใจของข้านั้นก่อเกิดความผิดหวัง หรือว่ามันไม่สำเร็จกันนะ นั่นสิ ที่ท่านทวดไฉหลางทำนั้นมีคำสั่งมากคำกว่านี้ ข้าลืมตาขึ้นแล้วถอนหายใจ บางทีถ้าขี่ม้ากลับไปอาจจะใช้เวลานานแต่ถึงเช่นกัน ข้ากะพริบตาปริบๆ เหลียวมองซ้ายขวาแล้วเบิกตากว้างอย่างตกใจ นี่มัน...มิใช่ห้องนอนที่บ้านเช่าหลังนั้นนี่น่า! ถ้าจำไม่ผิดที่นี่มันที่พักกลางวันในวันแรกที่เดินทาง! ข้ามองอาณาเขตรอบตัวแล้วกำหมัดด้วยความดีใจ

สำเร็จ!

อาณาเขตใหม่พามายังอาณาเขตที่ข้าสร้างไว้แล้วสั่งให้มันเป็นหนึ่ง ข้ากระโดดดีใจอยู่สักพักแล้วค่อยๆ ระงับอาการดีใจลง ปลดอาณาเขตทั้งสองไปแล้วเดินออกไปเพื่อเริ่มเดินทางกลับไปยังค่ายทหาร จากที่นี้ไปยังค่ายทหารนั้นต้องเดินเท้าเป็นเวลาครึ่งวันเลยทีเดียว ข้ากระชับเสื้อคลุมสะพายกระเป๋าผ้าแล้วเดินไปตามทาง ในใจนั้นรุ่มร้อนอยากจะไปถึงที่ค่ายชายแดนโดยเร็ว เพราะเมื่อสองวันก่อนสงครามได้เปิดฉากขึ้นแล้ว ฟังจากคำเล่าขององครักษ์ที่พาพวกข้ากลับเมืองหลวง ฉินอ๋องรอให้กองทัพแคว้นเหลียวเป็นฝ่ายบุกเข้ามายังแคว้นฉิงเสียก่อนแล้วค่อยออกจากที่ซุ่มเพื่อโจมตีพวกมันกลับ เพื่อให้พวกมันไม่มีข้อแก้ต่างเมื่อแพ้สงคราม ในเมื่อแคว้นเหลียวเป็นฝ่ายรุกล้ำอาณาเขตแคว้นฉิงก่อนย่อมเป็นฝ่ายผิด และเมื่อพ่ายแพ้จะต้องชดเชยค่าเสียหายต่างๆ อีกด้วย

ให้ตายเถิด ทำได้จริงๆ เสียด้วย เฮ้อ! ต้องชมว่าอัจฉริยะ ลูกข้า!ร่างของท่านแม่โผล่ออกมาจากหินซับจันทราแล้วเอ่ยชื่นชมข้าด้วยอาการถอนอกถอนใจอย่างความทึ่ง ข้ายิ้มขำออกมาเล็กน้อยกับคำชมนั้น นี่เป็นผลงานของความมุ่งมั่นและความพยายาม ไม่ใช่อัจฉริยะดังที่ท่านแม่กล่าวมาเลยแม้แต่น้อย ข้ารู้ตัวดีว่ามิใช่อัจฉริยะเช่นมารดา แต่คำชมจากนางก็ทำให้ข้าอารมณ์ดียิ่งนัก

เอาละ ตอนนี้เราก็อยู่ตามลำพังแล้ว คงไม่มีใครมาขัดอะไรอีกแล้วกระมัง มาพูดถึงพลังที่สองของเจ้ากันเถิด ซึ่งข้าคิดว่าน่าจะใช่พลังนี้ เพราะท่านยายของเจ้าเองก็มีพลังนี้

 “อ่า พลังอะไรหรือขอรับ?” ข้ามัวแต่คิดเรื่องจะกลับมาชายแดนจนหลงลืมเรื่องพลังที่สองไปเสียสนิท แต่พอพูดถึงข้าก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ข้าเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้น อยากรู้ใจจะขาดอยู่แล้วว่าพลังวิเศษอีกอย่างของข้านั้นคืออันใดกันแน่?

จากที่ข้าสังเกตดูเจ้ามาเป็นเดือน บวกกับภาพนิมิตที่เจ้าเห็น พลังที่สองของเจ้าน่าจะเป็นควบคุมสัตว์และสื่อสารกับมันได้ ท่านยายของเจ้ามีพลังนี้อยู่ ไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะสืบทอดพลังนี้มาก็เป็นไปได้ เรื่องนี้พิสูจน์ได้ง่ายยิ่ง

“พูดคุยกับสัตว์น่ะรึขอรับ? แต่ว่าข้าไม่เคยพูดกับ...เอ๋? เจ้าหมอกทมิฬน่ะหรือ?” ข้าหยุดชะงักก่อนจะพึมพำขึ้นมาเมื่อคิดถึงเจ้าม้าสีดำตัวใหญ่ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ค่ายเป่าอี้ จะว่าไปแล้วข้าก็รู้สึกว่าระหว่างมันกับข้าเหมือนพูดคุยกันรู้เรื่องจริงๆ นั่นแหละ อีกอย่างเวลาข้าขี่มันข้าก็มักจะเอ่ยสั่งหรือบอกมันเสมอ เจ้าหมอกทมิฬก็ทำตามอย่างง่ายดาย แต่นั่นเพราะข้าคิดว่าเจ้าหมอกทมิฬไม่เหมือนม้าตัวอื่น มันฉลาดกว่าม้าทั่วๆ ไปน่ะสิ

เจ้าทำมันโดยไม่รู้ตัว! และอาจเพราะว่าเจ้ามิได้เพ่งสมาธิคุยกับสัตว์ตัวอื่นๆ จึงทำให้ไม่รู้ แต่การพิสูจน์เรื่องนี้ง่ายดายนัก เจ้าลองมองหาสัตว์ที่อยู่ใกล้ๆ แถวนี้สิ ลองสื่อสารกับมันหรือออกคำสั่งมันดู

ข้าพยักหน้าแล้วเหลียวหาสัตว์สักตัวมาพิสูจน์พลังที่สองของตนเอง เห็นเพียงนกตัวเล็กๆ สองตัวที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ข้างทาง ข้าหยุดเดินเงยหน้ามองพวกมันสองตัว ก่อนจะเพ่งสมาธิแล้วชูมือขึ้นพร้อมกับเอ่ยปากออกไป

“เจ้านกน้อย มานี่สิ” พูดไปแล้วข้าก็ยืนรอนิ่งๆ นกสองตัวนั้นส่งเสียงจิ๊บๆ หันไปมา ข้ายืนรอคอยอยู่นานเกือบจะถอดใจก็เห็นมันสองตัวค่อยๆ บินมาเกาะที่มือของข้า ข้าสูดลมหายใจอย่างตื่นเต้น นี่จริงๆ งั้นรึ!? ข้าสื่อสารและสั่งมันได้อย่างนั้นรึ!? เสียงกรีดร้องของท่านแม่ดังขึ้นด้วยความดีใจหลังจากนกตัวน้อยๆ สองตัวบินมาเกาะมือของข้า แต่ก่อนที่ข้าจะแตกตื่นดีใจไปมากกว่านี้ข้าต้องยืนยันพลังของตนเองให้แน่นอนเสียก่อน บางทีนี่อาจจะเป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น

“นกน้อยพวกเจ้ามาจากที่ใดรึ?”

หัวเล็กๆ ของมันหันไปมองทิศทางเหนือ ข้ามองแล้วเหมือนจะเข้าใจว่าพวกมันเอ่ยตอบว่าอะไร ข้าขนลุกไปทั้งตัว แต่ยังไม่พอใจ มันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญอีกก็เป็นไปได้ ข้าคิดคำถามต่อไปแล้วเอ่ยถามมัน

“พวกเจ้าเห็นสงครามทางเหนือหรือไม่?”

นกน้อยทั้งสองหันไปมองหน้ากันแล้วทำเสียงจิ๊บๆ กันใหญ่ ข้ายืนนิ่งขมวดคิ้วทำหน้าเคร่งเครียด มิใช่ว่าฟังไม่เข้าใจแต่เพราะฟังเข้าใจนั่นแหละถึงได้ทำหน้าเครียด พวกมันบอกว่าสงครามใหญ่มีคนตายกลิ่นคาวเลือดฟุ้งไปทั่ว ไม่ว่าคนหรือสัตว์ต่างวุ่นวายปั่นป่วน พวกมันถึงได้หนีมาอยู่ที่นี้ ข้าฟังแล้วสะท้อนใจ คิดไว้ไม่มีผิดเลยว่าสงครามนี้จะต้องเกิดการสูญเสียขึ้นแน่

“ขอบใจนะ” ข้าเอ่ยขอบคุณพวกมันแล้วปล่อยพวกมันไป ยืนมองจนกระทั่งพวกมันบินไปลับตา

จริงๆ ด้วย! พลังที่สองของเจ้าคือพลังควบคุมสัตว์!

“อืม แต่ตอนนี้พวกเรารีบไปที่ค่ายกันเถิดขอรับ”

เจ้าไม่ใช้พลังเยว่ตี้พาตัวเองไปเร็วๆ เล่า บินหรือเหาะก็ได้มิใช่รึ?

“อ่า! นั่นสินะ ข้าลืมไปได้อย่างไร!?” เมื่อถูกทักข้าก็คิดขึ้นมาได้ ท่านแม่ถอนหายใจเอือมระอาใส่ข้า ข้าก็ยิ้มแหะๆ ให้แก่นาง ก็ข้าไม่ชินกับการที่ตนเองมีพลังวิเศษนี่น่า ข้าชินกับการเป็นคนไร้พลังมานานกว่ายี่สิบปีเชียวนะ

ก่อนที่ข้าจะสร้างอาณาเขตก็ได้ยินเสียงรถม้าวิ่งตรงมา ข้ารีบขยับตัวหลบข้างทาง รถม้าสี่คันวิ่งตามถนนผ่านหน้าข้าไปคันแล้วคันเล่า จนกระทั่งคันสุดท้ายมันกลับหยุดจอดตรงหน้าของข้า ข้ายกคิ้วอย่างแปลกใจ เหตุใดรถม้าคันนี้ถึงได้จอดกันเล่า ข้าแปลกใจไม่ได้นานก็มีเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักแต่ติดที่ทำหน้าบึ้งตึงผู้หนึ่งเปิดหน้าต่างรถม้าชะโงกหน้าออกมามองข้า นั่นทำให้ข้ายิ่งงุนงงไปกันใหญ่ เขามาธุระอันใดกับข้างั้นรึ?

“เจ้าน่ะจะไปที่ใดงั้นรึ? หากจะไปชายแดนมาขึ้นรถไปกับพวกเราเถิด”

“เอ่อ ขอบพระคุณแต่ไม่รบกวนดีกว่า” ดูจากท่าทางแล้วคงมิเต็มใจให้ข้าไปด้วยนัก ข้าแปลกใจมากกว่าเดิม มองข้าราวกับเป็นโจรดักปล้น หากไม่เต็มใจจะมาชวนเพื่อการใดกัน ข้ายืนนิ่งไม่สนใจ คนผู้นั้นก็ทำเสียงหึใส่ข้าแล้วถอยกลับไปพร้อมปิดหน้าต่าง แต่ทว่ารถม้าก็ยังมิได้วิ่งต่อแต่อย่างใด ข้าได้ยินเสียงในรถม้ามีคนทะเลาะกัน จากนั้นข้าก็ได้ยินคนเปิดม่านรถม้ากระโดดลงมาจากรถม้า ข้าเอียงหน้าหันไปมองแล้วชะงัก

เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดที่มีใบหน้างดงามเฉิดฉัน มีรอยยิ้มที่สดใสและอ่อนโยนแต่งแต้มดวงหน้าเล็ก ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนคลอน้ำดูน่าเอ็นดูกระจ่างใส เส้นผมสีน้ำตาลทองก็ราวกับมีแสงเปล่งประกายเหมือนดวงตะวัน ข้ามองเด็กหนุ่มในชุดสีแดงอย่างตกตะลึงแทบจะหยุดหายใจ มือของข้าชาไร้ความรู้สึก ร่างของข้าค่อยๆ เย็นเฉียบ คล้ายกับว่าตัวตนของข้ากำลังถูกแสงสว่างเจิดจ้านี่แผดเผาไปหมดสิ้น ข้ายืนอึ้งจ้องมองอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ ถึงแม้ยามนี้เขาจะมีดวงหน้าอ่อนเยาว์เป็นเด็กหนุ่มแต่ข้าก็มั่นใจว่าต้องเป็นเขา

เหตุใดเขาถึงมาอยู่ที่นี้เล่า!?

คุณชายหมิง! หมิงอิง!!

“ไปกับพวกข้าเถิด เจ้าเดินทางผู้เดียวจะอันตรายได้ ยิ่งแถวนี้ใกล้กับชายแดนที่มีสงครามอีกด้วย” คุณชายหมิงเอ่ยเชิญชวนให้ข้าขึ้นรถม้าไปกับเขาอย่างหวังดี ข้าที่ยืนอึ้งอยู่ก็ได้สติกลับมา ครุ่นคิดในหัวอย่างเร็วจี๋ ยังไม่ตอบตกลงไปแต่เอ่ยถามอีกฝ่ายกลับด้วยความสุภาพเท่าเทียมกัน

“เช่นนั้นข้าขอถาม เจ้าจะไปที่ใดงั้นรึ? แถบนี้มีสงครามอย่างที่เจ้าเอ่ย แต่เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี้เล่า?”

“อันที่จริงแล้วพวกข้ากำลังไปที่ค่ายกองทัพชายแดนที่กำลังรบอยู่กับแคว้นเหลียว พวกข้านั้นเป็นแพทย์อาสาที่รวบรวมกันมาช่วยเหลือกองทัพ หากจุดหมายเจ้าจะไปอยู่ทางเดียวกันก็ไปด้วยกันเถิด ข้าเต็มใจจะให้เจ้าไปด้วยกัน มาเถิด ที่นี้อันตรายยิ่งนัก”

ข้าขมวดมองอีกฝ่ายอย่างประหลาดใจ เหตุใดคนผู้นี้ถึงได้เอ่ยบอกง่ายดายเพียงนี้นะ ไม่มีความระแวงระวังตัวเลยแม้แต่น้อย ขนาดเด็กหนุ่มคนแรกข้ายังรู้สึกว่าปกติมากกว่า ดูสภาพข้าตอนนี้สิ น่าไว้ใจที่ไหน? ใส่หน้ากากปิดหน้าแถมยังสวมผ้าคลุมปิดบังมิดทุกส่วนอีก ว่าแต่เมื่อครู่เขาพูดถึงแพทย์อาสางั้นรึ? ข้าครุ่นคิดอย่างสนใจแล้วถอนหายใจแผ่วเบา ตอนแรกข้าคิดว่าฉินอ๋องได้พบกับคุณชายหมิงที่เมืองหลวงตอนอายุยี่สิบสามเสียอีก ผิดคาดยิ่งนัก พวกเขาพบกันมานานแล้ว! หรือว่าเพราะเหตุการณ์ในศึกครั้งนี้ทำให้ทั้งสองมีความรู้สึกดีๆ ต่อกันอย่างนั้นรึ? ข้ายืนนิ่งใช้ความคิดกับตนเองแล้วเงยหน้าไปพูดกับคุณชายหมิงที่ยืนรอคำตอบ

“บังเอิญยิ่งนัก ข้าเองก็ต้องการจะไปเป็นแพทย์อาสาเช่นกัน”

“ว้าว! บังเอิญจริงๆ! มาสิ วันนี้ข้าบังเอิญเจอคนมีจิตอาสาต้องการช่วยเหลือแผ่นดินหลายคนเชียว” คุณชายหมิงยิ้มกว้างอย่างสดใสแล้วเอ่ยออกมาดีใจ

ข้ามองเขาด้วยสายตาประหลาดใจอีกครั้ง อันใดนะ? นี่มิใช่เพียงข้าแต่ยังเก็บตกคนมาตามทางอย่างนั้นรึ!? ข้ารู้สึกกังวลเล็กน้อย คนผู้นี้ไม่มีความระแวงใดๆ เลยงั้นรึ? นอกจากเชื่อสนิทใจแล้วยังเก็บใครก็ไม่รู้ไปด้วยอีก? หากไม่นับข้าที่มิคิดจะทำอันตรายอันใดกับเขาแต่ก็ยังมีผู้อื่น หากโชคร้ายเจอโจรดักปล้นเล่า? หรืออาจจะโชคร้ายมากๆ ไปเก็บหนอนบ่อนไส้สายลับแคว้นเหลียวเข้าไปในค่ายล่ะ? ข้าได้แต่เหงื่อตกกับความใจดีอันล้นเหลือของคุณชายหมิง แต่ก็นะ คนเช่นคุณชายหมิงอาจจะดึงดูดคนดีๆ เข้าหาตัวไม่เหมือนข้าที่ดึงดูดแต่ความโชคร้าย

ข้าเดินตามคุณชายหมิงผู้งดงามสว่างไสวขึ้นรถม้าไป กวาดสายตามองไปในรถม้าที่มีเด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับคุณชายหมิงนั่งอยู่ข้างในสี่ห้าคน พอมองพวกเขาข้าก็วางใจระดับหนึ่ง ดูจากภายนอกแล้วน่าจะเป็นคนแคว้นฉิงไม่มีแคว้นเหลียวปะปน เมื่อรถม้าเริ่มวิ่งอีกครั้งข้าก็หันไปมองคุณหมิงที่ยิ้มแย้มอย่างเป็นกันเองมาให้ ข้าถอนหายใจเมื่อเห็นรอยยิ้มยินดีที่เหมือนเปล่งแสงออกมาของคุณชายหมิง

ช่างสว่างไสวยิ่งนัก!

 

 

 



คุณชายหมิง / หมิงอิง


แพรวพราวๆ สว่างไสวมาแล้วค่า~ พอนึกถึงตัวจริงก็โผล่มาทันที คุณชายหมิง!

และแล้ว...คุณชายหมิงก็มาจนได้ ยิ้มสว่างไสวมาแต่ไกลเลย

ตอนที่แล้วเห็นเม้นท์ของท่านผู้อ่านกล่าวถึง 'ฟุตลองแมว' //พรวดดด ขำสุด

ไม่ต้องห่วงฟุตลองแมวแล้วนะ มันได้รับการดูแลเอาใจใส่จากถิงถิงแล้ว 555

ปล.ช่วงนี้อาจจะไม่ได้มาอัพนะ ดูก่อน เพราะจะกลับไปอยู่บ้านที่สัตหีบ//ทำหน้าลำบากใจคนหลายบ้าน

อ๊ะ ลืมไปเลย ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาสนับสนุนถิงถิงกะอ๋องแมว เมื่อคืนเปิดมาตกใจมาก


อันดับสองงงงง อ๊ายยยยยยยย! ปลื้มมากเน้อ~~~~~!!!

อันดับหนึ่งเราคงสู้ไม่ได้ แต่ขึ้นมาอันดับสองนี่ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งในใจเค้าแล้ว

แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา ขอบคุณทุกท่านที่หมั่นแวะมาเยี่ยมชม! 5555

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.052K ครั้ง

23,692 ความคิดเห็น

  1. #23624 Tz-KiSs (@mtvxq5) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 19:07
    นิยายดีสมควรอ่านนิ่งนัก
    #23624
    0
  2. #23623 Tz-KiSs (@mtvxq5) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 19:07
    นิยายดีสมควรอ่านนิ่งนัก
    #23623
    0
  3. #23596 Ariel2l (@Ariel2l) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 11:29
    จะเป็นปลาย่างหรือปลาเน่านะ
    #23596
    0
  4. #23585 Tennouji90 (@Noey0048) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 04:01
    //มองแรงใส่คุณชายหมิง
    #23585
    0
  5. วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 19:27
    คุณชายหมิงจะมีอะไรแฝงมั้ย?
    #23425
    0
  6. #23367 meuwly (@meuwly) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 12:07
    ให้น้องลองทดสอบคุยกับแมว
    #23367
    0
  7. #22794 tunty0505 (@tunty0505) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 17:19
    สว่างจริงๆนะ คงไม่มีอะไรใช่ไหมเนี่ย...
    #22794
    0
  8. #22762 ❀ than. (@TH9NYE) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 11:00

    คุณชายหมิงสว่างไสวจนน่ากลัว ถ้าท่านอ๋องเหมียวๆ ไม่รักดีแม่จะตีให้

    #22762
    0
  9. #22595 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 07:01

    เจอตัวละ แน่ใจนะจะใสจริงอย่าตาเห็น?

    #22595
    0
  10. #22413 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 15:18
    อืมมมม หรือจะใช้คำสั่งตายดีนะ
    #22413
    0
  11. #22164 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:08
    มาดีใชไหม
    #22164
    0
  12. #22064 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 23:55
    ไม่รู้สิ...รอดูพฤติกรรมก่อน... แต่ทางที่ดีถ้าถิงถิงอยากตัดไฟแต่ต้นลมแนะนำให้ฆ่าหมกป่าก่อนอีกฝ่ายจะไปเจอท่านอ๋อง-- เอ๊ะ! อะไร? ใครพูดอะไรโหดร้ายหรือ? เราเปล่านะ! แต่คนแบบนี้น่ากลัวแหะ เพราะไม่รู้ว่าจะมาแนวไหน รอดูกันต่อไป..
    #22064
    0
  13. #21965 N\'noey Butter (@nongnoey-26) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 19:10
    สว่างไสว นี่ยังคิดในใจภาพอย่างสวยอ้าา ตกหลุมรักจะได้มั้ย555555 แต่นิสัยเีจริงมั้ยน้า ถ้าดีขอคู่ให้นางเป็นคนดีๆ ล่วยย
    #21965
    0
  14. #21610 Shido_Hikaru (@Ray_Earth) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 20:32
    ยิ่งสว่างมากเท่าใด เงาดำก็จะยิ่งคมชัดเท่านั้นเช่นกัน
    #21610
    0
  15. #21598 SeowooPark (@the01yunosama) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 18:03
    คนสว่างนี่แหละที่น่ากลัว
    #21598
    0
  16. #21553 badlism. (@exofan45) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 21:57
    โง้ยยย เครียด
    #21553
    0
  17. #21443 -เกม- (@-gem-) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 01:26
    เอาแหล่ววว
    #21443
    0
  18. #21041 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 12:52
    เอาแล้วไง เจอคุณชายหมิงละ
    #21041
    0
  19. #20811 9SRAM (@gsraomam) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 02:34
    รอดูความประพฤติของเจ้าแมวเลยจ้า//ถ้าออกนอกลู่นอกทางนะแม่จะเก็บถิงถิงไว้เอง เจ้าแมวอย่าหวังจะได้แตะปลาย่าง
    #20811
    0
  20. #20374 Nitto_OuranHC (@notdo) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 07:49
    ก่อนหน้านี้ไม่คิดว่าแพรวพราวจะไปยั่วเค้า แต่คิดว่าเค้ามาสนใจเองมากกว่า แต่รอบนี้ฉิงอ๋องต้องรักเดียวใจเดียวแล้วนะ!!
    #20374
    0
  21. #20298 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 16:50
    ไม่ชอบอ่ะ ห้ามเปลี่ยนใจนะเจ้าแมว ดูอย่างลู่ชุนสิ ยังสะตอได้เลย แต่นังหมิงอาจจะสะตอเก่งกว่า
    #เจ้าแมวของถิงถิง
    #20298
    0
  22. #19618 หลานเทียน (@61seconds) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 02:34
    เจ้าแมวลามก..
    #19618
    0
  23. #19371 statice46 (@statice46) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 17:14
    ถิงนี่ดูน่าสงสัยที่สุดในกลุ่มละ 5555 // ใครก็ได้ขอแว่นกันแดดหน่อย!!
    #19371
    0
  24. #17760 Meatboll (@meatboll) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 12:27
    เนียนเหรอถิง ชุดหนดููไม่น่าไว้ใจเลยนะ55555
    #17760
    0
  25. #17527 CreamSe1204 (@CreamSe1204) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 23:51
    จะใสซื่อจริงๆหรอ? เหอะ!ยังไงก็ไม่ชอบอยู่ดี
    #17527
    0