เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 23 : ตอนที่ ๒๓ รีบโต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,885
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,375 ครั้ง
    30 ก.ค. 59

ตอนที่ ๒๓ รีบโต

ข้ารีบกุลีกุจอไปช่วยฉินอ๋องถอดเสื้อคลุมกันลม เจ้าแมวมองข้าอย่างแปลกใจ คงจะเป็นเพราะครั้งแรกที่ข้ากระตือรือร้นเข้ามาช่วยเขาเช่นนี้กระมัง เมื่อก่อนข้าก็ทำตามหน้าที่ไปอย่างนั้น มิได้มีความกระตือรือร้นเช่นนี้แน่ หากมิได้อยู่ใกล้ชิดกับเขาก็ยิ่งดี แต่ครั้งนี้ข้ากลับวิ่งไปรับเขาจากหน้ากระโจม ช่วยเขาถอดเสื้อผ้าแบบที่มิต้องออกปากสั่งสักคำ จากนั้นข้าก็พาเขาไปนั่งที่ตั่งสำรับข้าวที่เตรียมไว้ร้อนๆ ข้าพยายามคีบสิ่งที่เขาชอบทานให้ หวังเพียงว่ามันจะช่วยให้เขาอารมณ์ดีไม่คิ้วขมวดอีก ฉินอ๋องถือถ้วยข้าวพลางมองข้าตาปริบๆ

“รีบทานเถิดขอรับท่านอ๋อง กำลังร้อนๆ อยู่เลย” ข้าเอ่ยปากคะยั้นคะยอให้เขาเริ่มทานข้าวที่ข้าคีบให้จนพูนถ้วย ฉินอ๋องกะพริบตามองข้าก่อนจะก้มมองถ้วยข้าวของเขาอย่างงุนงงไม่เข้าใจ จากนั้นก็กวาดสายตามองสำรับข้าวรอบหนึ่ง สุดท้ายก็เงยหน้าขึ้นมามองข้า ข้ารีบยิ้มให้กับเขา หวังว่าอิทธิพลรอยยิ้มจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นบ้าง และเป็นอย่างที่ข้าคาดหวังไว้ ฉินอ๋องยิ้มออกมานิดๆ แล้วพยักหน้าเริ่มทานข้าวเงียบๆ ข้าพ่นลมหายใจอย่างโล่งอกแล้วก้มหน้าทานข้าวของตนเองบ้าง

“ทานเยอะๆ นะขอรับ” ข้ากล่าวพร้อมกับพยายามคีบนั่นคีบนี่ให้แก่เขา ตะเกียบของข้าโฉบไปโฉบมามิหยุด จนฉินอ๋องต้องยกถ้วยข้าวหนีแล้วเอ่ยปรามเสียงเรียบ

“ไม่ต้องห่วงเรา เจ้าทานเถิด เป็นเจ้าต่างหากที่ควรทานมากๆ จะได้โตเร็วๆ”

ข้ากะพริบตามองใบหน้านิ่งของหน้าเจ้าแมวที่เอ่ยออกมาอย่างปกติยิ่ง เหตุใดข้าถึงได้รู้สึกว่ามันไม่ธรรมดากันเล่า โดยเฉพาะท้ายๆ ประโยค ให้ข้าโตเร็วๆ งั้นรึ? พอคิดมาถึงตรงนี้ข้าก็หน้าแดงรีบก้มหน้าซ่อนมันเอาไว้ แสร้งตั้งอกตั้งใจทานข้าวเพื่อมิให้อีกฝ่ายเห็นสีหน้าแปลกๆ ของข้า เจ้าแมวบ้า! คิดแต่เรื่องเดียวนี้หรือไร!?

หลังจากที่พวกเราทานมื้อเย็นเสร็จ ข้านำสำรับอาหารไปให้ทหารข้างนอกนำไปส่งห้องครัวแล้วเดินกลับเข้ามาในกระโจม ข้ามองไปยังฉินอ๋องที่นั่งทำหน้านิ่งครุ่นคิดอะไรบางอย่างด้วยสีหน้าจริงจัง ข้ายืนนิ่งอยู่ที่เดิม พอตอนที่ข้าไม่มองเขาก็กลับมาทำหน้าเคร่งเครียดคิดมากอีกครั้ง นึกว่าได้ทานของที่ชอบแล้วเขาจะอารมณ์ดีขึ้นเสียอีก ข้าคงจะคิดตื้นๆ ไป ถ้าปัญหายังไม่ถูกแก้ก็ต้องกังวลอยู่แล้ว ข้าเองก็โง่เขลาเกินไปไม่อาจจะช่วยแก้ปัญหาที่แม้แต่ฉินอ๋องที่ฉลาดยังคิดมิ ตกได้แน่ๆ ข้าเดินไปนั่งรอเขาที่เบาะนั่งบนพื้น เฝ้ามองเจ้าแมวที่นั่งทำหน้าเคร่งเครียดอยู่เนิ่นนาน ฉินอ๋องถอนหายใจออกมาแล้วลุกขึ้น เขาหันมามองข้าแล้วพยักหน้าเอ่ยชวน

“ไปกันเถิด เดี๋ยวจะดึกเกินไป”

“เอ่อ...ถ้าวันนี้ท่านอ๋องไม่สะดวก ไว้วันหลังค่อยสอนก็ได้นะขอรับ” ข้าบอกเขาเพราะรู้สึกเป็นห่วง ถ้าเขายังมีท่าทีคิดมากเช่นนี้ก็ให้คิดจนกว่าจะสะสางเรื่องราวให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาสอนขี่ม้าให้ข้าก็ได้ เพราะยังไงมันก็มิใช่เรื่องที่เร่งด่วนอันใด ปัญหาของเขาน่าจะเร่งด่วนมากกว่า ฉินอ๋องมองข้าแล้วส่ายหน้า

“ไปกันเถิด เราบอกให้คนเตรียมม้าสำหรับเจ้าไว้แล้ว”

ฉินอ๋องเดินออกไปทันทีที่พูดจบ สีหน้าของเขาได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างไปแล้วแต่ยังคงมีความกังวลแฝงอยู่ ข้ามองเขาอย่างเป็นห่วงแต่ก็ช่วยอะไรมิได้ ได้แต่ถอนหายใจหงุดหงิดให้กับตนเอง ข้ารีบเดินตามหลังเขาไปติดๆ เพื่อมิให้เจ้าแมวอารมณ์ขุ่นมัวไปมากกว่านี้ ข้าออกมาจากกระโจมเห็นม้าสองตัวยืนรอท่าอยู่ก่อนแล้ว เป็นไช่ชิงที่เป็นคนนำม้ามาส่งให้ หนุ่มจมูกโตผู้คลั่งไคล้ม้าจูงเชือกของม้าทั้งสองมาใกล้พวกข้า ข้าเงยหน้ามองม้าตัวสูงใหญ่ อ่า มันมิใหญ่เกินไปสำหรับข้างั้นหรือ!? ข้ากลืนน้ำลายลงคอเหงื่อเริ่มตกเมื่อคิดสภาพว่าต้องขึ้นไปนั่งบนหลังมันเพียงลำพัง

ตัวสีขาวปลอดนั่นข้าเคยเห็น มันเป็นม้าที่ข้านั่งมาจากวังหย่งเฮ่าตัวแรกนั่นเอง และข้าก็เห็นมันอีกครั้งในตอนที่ฉินอ๋องขี่ม้าออกไปลาดตระเวน ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะต้องเป็นม้าของเจ้าแมวแน่ๆ ม้าสีขาวขนของมันประกายมุกวิบวับ งดงามสมกับเป็นม้าของฉินอ๋อง นี่เขาคิดจะงดงามไปถึงม้าเลยหรือไงกัน ข้ามองไปที่ม้าอีกตัวแล้วใจสั่น ม้าสีดำสนิท แม้กระทั่งลูกตาดุร้ายของมันก็ดำมิด ตัวสูงใหญ่กล้ามมัดขาของมันใหญ่และแข็งแรงมาก เมื่อมายืนเทียบกับม้าของฉินอ๋องที่ช่างสง่างามดุจม้าจากสรวงสวรรค์ ทำให้เจ้าม้าสีดำดูน่ากลัวราวกับเพิ่งโผล่มาจากนรกใต้ดินอย่างไรอย่างนั้น คงมิใช่จะให้ข้าขึ้นไปขี่มันหรอกนะ! ไม่นะ แค่มองข้าก็กลัวจนขาสั่นไปหมดแล้ว!

“ท่านอ๋องขอรับ ม้าตัวนี้ข้าคิดว่าน่าจะเหมาะกับจิ้งถิง” ไช่ชิงเอ่ยกับฉินอ๋องด้วยใบหน้ายิ้มแย้มภูมิใจนำเสนอ เขาใช้มือลูบหน้าผากเจ้าม้าสีดำเบาๆ และถูกมันสะบัดศีรษะหนีราวกับรังเกียจ ถ้าข้าหูไม่ฝาดเมื่อครู่ได้ยินมันทำเสียงหึอย่างเย่อหยิ่งอีกด้วย! ไช่ชิงเจ้าเอาตาใดมอง? ตาตุ่มรึ!? ส่วนใดที่เหมาะสมกับข้ากัน ข้ามองมิเห็นเลย!

“อืม ท่าทางแข็งแรง ใช้ได้” ฉินอ๋องพยักหน้าอยู่หลายครั้งระหว่างที่พิจารณาม้าตัวนั้น เหตุใดถึงไม่ถามความคิดเห็นของคนที่จะต้องขึ้นไปนั่งบนมันบ้างเล่า? ข้ายืนตัวแข็งเมื่อมองไปยังม้าสีดำตัวใหญ่ มันส่ายหน้าไปมาอย่างอวดดีราวกับเข้าใจว่าฉินอ๋องเอ่ยสิ่งใดออกมา ทำอย่างกับว่าคำชมนั้นสมควรชมมันอยู่แล้ว มิใช่เรื่องแปลก ช่างเป็นม้าที่แปลกประหลาดยิ่งนัก! จะให้ข้าขี่จริงๆ งั้นรึ!? มันจะเต็มใจให้ข้าขี่หรือไม่? มองจากตรงไหนก็ไม่เห็นมันจะยอมให้ใครแตะ ขนาดฉินอ๋องมันยังเมินหน้าหนี แล้วข้าเล่า? มิถูกมันใช้ขาหลังถีบแล้วสะบัดหางเดินเชิดหน้าใส่หรอกรึ?

“จิ้งถิง มันจะชอบเจ้าแน่นอน” ไช่ชิงหันมาเอ่ยยืนยันกับข้าเพื่อให้ข้าสบายใจ แต่ข้ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย ข้ามองม้าสีดำตัวนั้นอย่างหวั่นใจ มันค่อยๆ เอียงหน้าชายตามามองข้าอย่างเกียจคร้าน ข้ากลืนน้ำลายกะพริบตาจ้องมันกลับ เจ้าม้าสีดำหยุดนิ่งมองข้าราวกับรู้ว่าข้าจะเป็นคนขี่หลังมัน ดวงตาดำสนิทขนาดใหญ่ของมันหรี่ตามองข้าอย่างพินิจพิจารณา นี่ข้ากำลังถูกม้าประเมินค่าอยู่งั้นหรือ? ถ้าหากมันมองว่าดีก็เท่าตัว แต่หากมันทำเสียงดูถูกขึ้นมา ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!?

ข้ายืนเหงื่อแตกพลั่กเต็มแผ่นหลัง ไม่นานเจ้าม้าสีดำตัวนั้นก็ค่อยๆ หันหน้าไปทางอื่นพร้อมขยับปากขมุบขมิบคล้ายกำลังยิ้มกรุ้มกริ่ม ข้าชะงักรู้สึกเอะใจ ไอ้เจ้าม้าตัวนี่... ฉินอ๋องจ้องม้าสีดำด้วยแววตาน่ากลัว ไช่ชิงเองก็หัวเราะแห้งๆ ออกมา เขามองเจ้าม้าสีดำแล้วถอนหายใจก่อนจะหันมาพูดกับข้า

“มันบอกว่ามันชอบเจ้า มันอยากได้เจ้าเป็นเจ้านายมัน จิ้งถิง เจ้าโชคดีอย่างยิ่ง เจ้าหมอกทมิฬนี่เป็นม้าหนุ่มที่มีฝีเท้าเร็วที่สุดในค่ายเลยนะ มันมิยอมให้ผู้ใดขี่มัน ขนาดแตะยังไม่ให้แตะเลย เจ้ารับมันไว้เถิด”

ข้ามองไช่ชิงที่ยิ้มแหยๆ ให้แก่ข้า ชัดเจนเลย! เจ้าม้าตัวนี้ถูกยัดเหยียดให้แก่ข้าด้วยเหตุผลที่ไม่มีผู้ใดอยากได้มันนั่นเอง บ้าที่สุด ขนาดชื่อมันยังแลน่ากลัว ให้มาแล้วต้องรับไว้งั้นรึ? ข้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธงั้นหรือ? ข้าอยากจะส่ายหน้าปฏิเสธแต่พอเหลือบสายตาไปเห็นดวงตาโตๆ ของเจ้าม้าดำที่ทอดมองมาที่ข้าด้วยแววตาเว้าวอนหงอยเหงา ข้าก็ชะงักเอ่ยคำใดมิออก

“ไปกันเถิด”

ประเดี๋ยว!

ข้าหันไปมองเจ้าม้าสีดำที่วิ่งเหยาะตามมา ท่าทางมันมีความสุขมาก ตอนนี้ข้านั่งอยู่บนหลังม้ากับฉินอ๋อง เขาบังคับม้าสีขาววิ่งเหยาะๆ ออกไปจากค่ายโดยมีเจ้าม้าสีดำวิ่งตามมาอย่างแสนรู้ ไม่ต้องดึงเชือกมันก็วิ่งตามมาแต่โดยดี ข้าไร้คำพูดจะกล่าว หันกลับไปมองด้านหน้า เจ้าแมวพาข้ามายังทุ่งกว้างซึ่งอยู่ห่างจากค่ายหลายลี้

ในคราแรกเพราะข้าตัวเตี้ยฉินอ๋องต้องดันตัวข้าขึ้นนั่งบนเจ้าหมอกทมิฬ เหตุใดชื่อของมันถึงได้ฟังน่ากลัวเช่นนี้? ข้านั่งตัวแข็งบนอานม้าจับสายบังเหียนไว้แน่น เพราะกลัวจะหล่นลงไป ฉินอ๋องบอกให้ข้าผ่อนเชือกสายบังเหียน จากนั้นก็ใช้มือตบเจ้าหมอกทมิฬให้เดินออกไป ข้าสะดุ้งเฮือก พยายามนั่งทรงตัวเกร็งอยู่ตลอดเวลา เจ้าแมวบอกให้ข้าทำตัวตามสบายผ่อนคลายไปตามจังหวะก้าวเดินของม้า ข้าพยายามทำตามที่เขาบอกแต่มันก็น่ากลัวเหลือเกิน โชคดีที่เจ้าหมอกทมิฬมันแสนรู้ มันทำตัวสงบเดินอย่างนุ่มนวลให้ข้าที่นั่งตัวสั่นตัวซีดอยู่บนหลังมันผ่อน คลาย ระหว่างที่ม้าเดินไปเรื่อยฉินอ๋องก็คอยเดินประกบอยู่ข้างๆ

ในรอบต่อๆ มาฉินอ๋องปล่อยให้ข้าพาม้าเดินด้วยตนเอง เขายืนมองอยู่ห่างๆ ข้าถือบังเหียนไว้นิ่งปล่อยให้มันเดินต่อไปเรื่อยๆ พอได้ยินเสียงของฉินอ๋องให้หยุดข้าก็รั้งสายในมือ จากนั้นข้าก็พามันเดินเป็นสี่เหลี่ยมเพื่อฝึกหักเลี้ยวไปมา เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ดวงจันทร์บนท้องฟ้าก็ชัดเจนมากขึ้นทุกที ข้าเงยหน้ามองดวงจันทร์เล็กน้อยแล้วก้มมองสร้อยซับจันทราที่ดูดเอาแสงจันทร์เข้าไปกักเก็บ ข้ามองเจ้าหมอกทมิฬที่เชื่องอย่างพอใจ ตอนนี้ข้าไม่กลัวแล้ว เจ้าม้าตัวนี้ดูไปก็น่ารักอยู่เช่นกัน มันเป็นมิตรกับข้ามาก ระหว่างที่พาม้าเดินไปมาข้าก็แอบมองเจ้าแมวไปด้วย ข้าเพียงอยากรู้ว่าเขาหายกังวลหรือยัง? ใบหน้านิ่งสงบของฉินอ๋องยังคงความตึงเครียด และดูเหมือนว่าจะมากกว่าเดิมเสียอีก ข้าเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ

เขากำลังคิดเรื่องใดกันนะ?

เรื่องกองทัพรึ? หรือเรื่องอื่น? แล้วเรื่องใดเล่าที่ทำให้ฉินอ๋องต้องกังวลกลุ้มใจคิดมากอยู่เช่นนี้ ข้านึกมิออกเลยจริงๆ ยามนี้เขาจะคิดมากด้วยเรื่องใด หากเป็นในอนาคตข้าอาจจะดาดเดาได้ว่าเป็นเรื่องชิงราชสมบัติ แต่ตอนนี้ไม่น่ามีเรื่องใดที่ทำให้เขาต้องมีสีหน้ากลุ้มใจได้ ข้าพาเจ้าหมอกทมิฬเดินเหยาะตรงไปหาฉินอ๋องที่พยักหน้าอย่างพอใจ

“วันนี้พอแค่นี้ก่อน เจ้าทำได้ดีมาก พรุ่งนี้ค่อยฝึกวิ่ง”

“ขอรับ”

“งั้นก็กลับเถิด”

“เอ่อ! คือว่า...ยามนี้ที่ทุ่งแห่งนี้อากาศกำลังเย็นสบายทีเดียว ท่านอ๋องมิลองนั่งผ่อนคลายเล่นตรงนี้เสียหน่อยแล้วค่อยกลับค่ายก็ยังไม่ดึกมาก ข้าเองรู้สึกเมื่อยเล็กน้อย อยากจะพักเช่นกันขอรับ”

“เอาเถิด หากเจ้าอยากพักเสียหน่อยก็ไม่เป็นไร” ฉินอ๋องพยักหน้าไม่แย้งใดๆ เขาเดินเข้ามาใกล้เจ้าหมอกทมิฬ ก่อนจะยกมือขึ้นรอ ข้ามองเขาด้วยความแปลกใจ อันใดงั้นรึ? ข้ากะพริบตาให้แก่เขา เจ้าแมวก็ถอนหายใจแล้วบอก

“ลงมา”

“ข้า...”

“สูงเช่นนี้เจ้าลงเองได้รึ? โดดลงมาเราจะรับเจ้าเอง”

ข้าอึกอักอยู่ชั่วครู่แล้วก็พยักหน้าเมื่อเห็นความสูงจากหลังม้า ข้าขยับเหวี่ยงขามาข้างเดียวกันแล้วค่อยไถลลงไปหาฉินอ๋องที่รอรับจากด้านล่าง เขาอุ้มข้าเดินไปไกลจากม้าทั้งสองตัวที่ก้มหน้าเล็มหญ้า จากนั้นเขาก็ปล่อยข้าลง พวกเรานั่งลงพร้อมกันเงยหน้ามองท้องฟ้าไม่มีผู้ใดเอ่ยคุย รอบตัวของเรามีเสียงของธรรมชาติปกคลุมและเสียงหายใจของพวกเราดังคลอเคลีย ข้าหันไปมองเขาที่คิ้วขมวดนิดๆ อย่างผิดวิสัย คล้ายว่ากำลังครุ่นคิดอย่างหนัก

“ท่านอ๋อง คือว่า...เอ่อ...ท่านอยากทำอะไรหรือไม่?” ข้าเอ่ยออกไปแบบไม่ทันได้คิด พอเห็นเขาทำหน้าเช่นนั้นข้าก็แค่อยากทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น แม้จะไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรให้เขาได้ แต่หากเขาอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อยก็ถือว่าดีมากแล้ว ในชีวิตที่แล้วก็เช่นกัน เวลาเขาต้องกลัดกลุ้มข้าก็พยายามทำให้เขาอารมณ์ดีเท่าที่คนโง่ๆ เช่นข้าจะพอทำได้นั่นแหละ ฉินอ๋องหันมามองแล้วยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“ข้าเห็นท่านดูกังวลๆ ก็เลย...ก็เลย...” ข้าเอ่ยติดขัดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่หน้าจะเห่อร้อนคล้ายจะพ่นควันออกมา บ้าจริง จะไปบอกได้อย่างไรว่าข้าเป็นห่วงเขา เจ้าแมวมิได้เอ่ยกระไรตอบมา เขานั่งมองข้าอยู่เช่นนั้นราวกับกำลังรอให้ข้าเอ่ยจนจบ ต่อให้ตีให้ตายข้าก็ไม่พูดคำน่าอายเช่นนั้นออกไปแน่ ข้าจึงข้ามประโยคลัดไปคำต่อไปทันที

“บาง ทีหากได้ทำอะไรเป็นการผ่อนคลายก็อาจจะทำให้มันดีขึ้น อาจจะนั่งดูดาว แช่น้ำร้อน หยุดพักหัวให้เย็นลงแล้วค่อยคิดใหม่อาจจะคิดออกก็ได้นะขอรับ”

“เอ่อ งั้นก็แช่น้ำ! พวกเรากลับค่ายกันเถิดขอรับ ท่านจะได้แช่น้ำพักผ่อนความเครียด”

“อืม แช่น้ำก็ดี แต่ว่า...” ฉินอ๋องเอ่ยรับเรียบๆ เขาหยุดเอ่ยแล้วถอนหายใจส่ายหน้าไปมา ข้าที่คิดว่าจะเกลี่ยกล่อมเขาได้แล้วก็รู้สึกทนไม่ได้ ยังไงก็ต้องให้เขาผ่อนคลายอารมณ์เครียดๆ ข้าเอ่ยถามเขาไปด้วยความหวังเต็มเปี่ยม

“แต่ว่าอันใดหรือขอรับ ข้าพอจะช่วยอะไรได้บ้างหรือไม่?”

“เจ้าน่ะรึ? จะช่วยเรา?”

“แน่นอน หากว่าข้าช่วยท่านอ๋องได้ล่ะก็ข้าเต็มใจทำแน่นอน”

“ดี” ฉินอ๋องลุกขึ้นหลังจากที่เขาปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า ยื่นมือมาดึงข้าลุกขึ้นอีกคน ฉินอ๋องไม่เอ่ยคำใดอีกเขาเดินไปที่ม้าของเขาแล้วหันมามองข้า ข้ารีบเดินไปหาเขา ในใจเริ่มรู้สึกกังวล เมื่อครู่ข้าไม่น่าปากไวพูดออกไปเช่นนั้นเลย เหตุใดถึงได้รู้สึกขนลุกเกรียวไปทั้งตัวเช่นนี้กันนะ? จะเกิดอันใดขึ้นงั้นรึ? ชักจะสังหรณ์ใจยังไงชอบกล

เจ้าแมวอุ้มข้าขึ้นม้าของเขาแล้วเขาก็ขึ้นมานั่งด้านหลัง ฉินอ๋องกระทุ้งม้าให้วิ่งเหยาะออกไป ข้าหันกลับไปมองเจ้าแมวอย่างสงสัย นี่มันมิใช่ทางกลับค่ายนี่น่า นี่เขาจะไปที่ใดกัน? ข้ามองใบหน้าคมคายใต้แสงจันทร์แล้วกลืนน้ำลายลงลำคอที่เริ่มฝืด ไม่นะ บุรุษรูปงามกับแสงจันทร์มันช่างเป็นการเข้าคู่ที่ลงตัวอย่างโหดร้ายอะไรเช่นนี้! ตาของข้าแทบจะมืดบอดด้วยแสงรัศมีความดูดีน่ามองสาดใส่ ข้ารีบหันไปด้านหน้าเมื่อดวงตาคมนั้นกลอกมามองข้าที่กำลังจ้องมองเขาอย่างเคลิบเคลิ้ม ให้ตายเถิด ข้านี่มันช่างอ่อนหัดยิ่งนัก! ไยไม่รู้จักชินกับใบหน้าเจ้าแมวเสียที!

ใช้เวลาอยู่ชั่วครู่ฉินอ๋องก็หยุดม้า ข้ามองไปเบื้องหน้าอย่างสงสัย นั่นอะไรกันน่ะ? มีรั้วไม้ห้อมล้อมไว้เป็นอย่างดีเชียว พอนำข้าลงมาจากม้าเจ้าแมวก็หันไปค้นห่อข้าวของที่อยู่ด้านหลังม้า ข้ากะพริบตาปริบๆ เห? นั่นเขานำสิ่งใดมาด้วยกัน ไยข้ามิทันได้สังเกตว่าเขานำของติดตัวมาด้วย ฉินอ๋องผูกม้าไว้ตรงนั้นแล้วจับมือข้าจูงเข้าไปในรั้วไม้ ข้ากะพริบตามองเข้าไปข้างใน สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือไอน้ำที่พัดมาต้องหน้า ข้าเงยหน้าหันไปมองรอบตัวอย่างตกตะลึง

นี่มัน...บ่อน้ำร้อน!

มีบ่อน้ำร้อนอยู่ที่นี้ด้วย!? ฉินอ๋องจูงมือข้าเดินเข้าไปในบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ เขาเลือกทำเลใกล้ต้นไม้ริมบ่อ ในบ่อน้ำร้อนมีควันพวยพุ่งขึ้นมาไม่ขาดสาย ข้ามองอย่างอัศจรรย์ใจ แน่นอนว่าข้าไม่เคยเห็นบ่อน้ำร้อนมาก่อนเลย ไม่คิดเลยว่าที่ชายแดนห่างไกลจากเมืองหลวงจะมีบ่อน้ำร้อนที่น่าลงไปแช่เช่น นี้ เอ๋? ข้าเริ่มฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงหันไปมองเจ้าแมวที่วางห่อผ้าคลี่มัด ออก มีสุราพร้อมจอกและยังมีผ้าเช็ดตัวพร้อมทั้งชุดเสื้อผ้าใหม่อีกด้วย ข้าตัวแข็งค้าง มองฉินอ๋องอย่างหวั่นใจ ไม่กระมัง? ไม่น่าจะใช่หรอกน่า เมื่อเตรียมของพร้อมฉินอ๋องก็หันมามองข้าด้วยสายตานิ่งๆ ข้าเบิกตาตอบรับยังพยายามปลอบใจตนเองว่าไม่ใช่

“เจ้าถอดชุดแล้วลงไปแช่เป็นเพื่อนเราหน่อยได้หรือไม่?”

ม่ายยยยย!

“เจ้าบอกเองว่าเต็มใจทำมิใช่รึ?”

มันก็ใช่แต่ไม่ใช่แบบนี้!

“ยังไม่ทันหมดธูปสักดอก เจ้าก็กลับคำแล้วรึ?” เจ้าแมวเอ่ยเสียงเรียบนิ่งเหมือนไม่รู้สึกใดๆ แต่ทว่าดวงตาคมกริบนั้นฉายแววผิดหวังในตัวข้าเหลือเกินที่เป็นคนไม่รักษาคำพูด ข้าอ้าปากพะงาบๆ พูดอันใดมิออกเลยสักคำ

“.....”

“เฮ้อ” เจ้าแมวจงใจถอนหายใจออกมาอย่างหงอยเหงา ข้าตัวสั่นสะท้าน

โธ่เอ๊ยยยยย!

ข้านั่งก้มหน้าเงียบ ได้ยินมาว่าการแช่น้ำร้อนนั้นช่วยผ่อนคลายร่างกายได้ดี แต่เหตุใดข้าถึงได้รู้สึกว่ามันตรงกันข้าม!? ข้านั่งเกร็งตัวรู้สึกไม่ปลอดภัยเป็นอย่างมาก! โดยเฉพาะตอนที่มีเพียงควันอ้อยอิ่งจากบ่อน้ำร้อนปิดบังเรือนร่างเปลือยเปล่านี่ ใช่แล้ว สุดท้ายข้าก็ต้องพ่ายแพ้ให้แก่เจ้าแมว ถูกลอกคราบมานั่งแช่บ่อน้ำร้อนเช่นนี้ ส่วนเจ้าแมวนั้นพอเปลื้องเสื้อผ้าจนล่อนจ้อนก็ลงมาแช่บ่อน้ำร้อน ตอนนี้เขานั่งซดสุราจอกแล้วจอกเล่าราวกับต้องการจะเมาหัวทิ่ม ข้าเหลือบไปมองคนข้างๆ ที่ยังดื่มด่ำกับสุราขวดนั้นอย่างเพลิดเพลิน นี่เขาเป็นอันใดกันแน่? มีเรื่องกลุ้มใจจนต้องดื่มให้เมามายเลยงั้นรึ?

“จิ้งถิง”

“ขอรับ?” ข้าสะดุ้งโหยงเมื่อฉินอ๋องเรียก ข้าหันไปมองบุรุษหนุ่มรูปงามที่แก้มทั้งสองแดงระเรื่อ ไม่รู้เพราะฤทธิ์สุราหรือความร้อนจากบ่อน้ำร้อนกันแน่ ข้าเริ่มใจไม่ดี ใจมันสั่นๆ อย่างไรมิรู้ การที่มาแช่น้ำร้อนกับคนที่ตนเองหลงรักนี่มัน...บ้าชัดๆ! เสียงที่เขาใช้เรียกข้านั้นทำให้ข้ารู้สึกเคลิบเคลิ้มยิ่งนัก มันอ่อนหวานชวนมึนเมาคล้ายสุรา อีกทั้งยังเรียกร้องออดอ้อนจนข้าหน้าแดงหวั่นไหวมิกล้าสบตาตรงๆ กับเขา

“ข้ารู้ว่าเจ้ามิใช่คนใช้ในจวนนั้น ใจหนึ่งข้าไม่อยากยอมรับแต่อีกใจข้าก็รู้สึกพอใจที่เป็นเช่นนั้น ที่ข้าไม่อยากยอมรับก็เพราะหากว่าเจ้าเป็นคนรับใช้ย่อมไม่สามารถจากไปไหนได้หากข้าไม่อนุญาต แต่ทว่าเจ้าก็มิใช่คนรับใช้ เจ้าเป็นบุตรชายของขุนนางผู้นั้น เจ้ามีฐานะเป็นคุณชายสูงศักดิ์ เจ้าสามารถไปจากข้าได้ทุกเมื่อ แม้ข้าจะไม่อยากยอมรับแต่ก็รู้สึกพอใจ เพราะมันทำให้ข้ากับเจ้ามีสถานะใกล้เคียงกัน เจ้าจะได้ไม่มองเห็นว่าข้านั้นไกลเกินกว่ามือของเจ้าจะเอื้อมถึง ความรู้สึกพวกนี้มันทำให้ข้าหงุดหงิดยิ่งนัก ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน ข้าไม่รู้ควรทำเช่นไรดี แต่อย่างไรมันอาจจะดีกว่าหากว่าเจ้าได้คืนฐานะเดิมของตนเอง”

“ท่านอ๋อง นี่มัน...ท่านทราบ?” ข้าหันไปมองเขาอย่างตกตะลึง ลืมไปหมดว่าตอนนี้อยู่ในสภาพเสี่ยงอันตรายเพียงใด ฉินอ๋องเอ่ยออกมายาวเหยียดราวกับระบายความในใจ นี่เขาคิดมากทั้งวันนั้นก็คือเรื่องของข้าอย่างนั้นรึ!? ข้าไม่รู้จะอธิบายความรู้นี้ออกมาได้อย่างไร มันทั้งดีใจและปลาบปลื้มใจคละเคล้ากัน ใจของข้าเต้นแรงอย่างมีความสุข แต่ก็พยายามข่มเอาไว้แล้วเอ่ยถามออกไป เขารู้ได้อย่างไร ฉินอ๋องไม่ตอบ เขาเงียบไปเหมือนกำลังใช้ความคิด ไม่นานก็เอ่ยขึ้น

“ไม่สำคัญว่าข้ารู้ได้อย่างไร จากนี้ไปเจ้าไม่ใช่คนรับใช้อีกต่อไปแล้ว ข้าจะช่วยเจ้าคืนฐานะเดิม แต่ว่า...” ฉินอ๋องหยุดเว้นวรรคแล้วหายใจแรง เขาเงยหน้าขึ้นมามองข้า ข้านิ่งค้างจ้องมองใบหน้าคมคายงดงามที่นิ่งสงบแต่เจือด้วยสีหน้าเว้าวอนมาที่ข้า เสียงน้ำกระเซ็นเมื่อร่างสูงใหญ่กระโจนเข้ามากอดข้าที่ตัวแข็งทื่อเข้าไปในอ้อมกอด ฉินอ๋องเอ่ยกระซิบเสียงเบา น้ำเสียงเบาแผ่วของเขาดังข้างหูข้า มันสั่นสะเทือนกายและใจของข้าหวั่นไหวอย่างรุนแรง

“ขอร้องเจ้า อย่าได้จากข้าไปไหนเลย อยู่ข้างข้า จิ้งถิง อยู่ข้างกายข้า”

“จิ้งถิง อย่าทิ้งข้า”

ข้าไม่ได้พูดอะไรออกไป เจ้าแมวที่เอ่ยขอร้องพลางกอดข้าแน่นขึ้นเรื่อยๆ เนิ่นนานข้าก็ยังพูดอะไรไม่ออก ไม่ใช่ว่าข้าเย็นชาเมินเฉยหรอก แต่เป็นเพราะข้าตื้นตันใจจนพูดอะไรไม่ออกต่างหาก ท่าทางหวาดกลัวของเขา น้ำเสียงอ้อนวอนของเขา สัมผัสกอดรัดแน่นที่ราวกับจะขังข้าไว้ของเขา ฉินอ๋องผละจากข้าแล้วใช้ดวงตาคู่งามของเขาจู่โจมเป็นไม้ตายเด็ดขาด ข้าหัวว่างเปล่ามิรับรู้สิ่งใดรอบกาย มีเพียงเจ้าแมวขี้ตื่นกลัวตรงหน้าใช้ดวงตาของมันมองข้าอย่างอ้อนวอน หัวใจของข้าอ่อนยวบเป็นขี้ผึ้งลนไฟ แขนขาอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงอย่างสิ้นเชิง อย่างไรข้าก็พ่ายแพ้ให้แก่เจ้าแมวตัวนี้อยู่ดี!

“จิ้งถิง จิ้งถิงของข้า เจ้าเป็นของข้า” ฉินอ๋องเอ่ยกระซิบเสียงแหบพร่า เขาค่อยๆ โน้มตัวลงมาแล้วจุมพิตอย่างนุ่มนวลอ่อนละมุน ข้าไม่ขัดขืนใดๆ หลับตารับจุมพิตจากชายที่รักอย่างเต็มใจ เขาจูบข้าอ่อนหวานและลึกซึ้ง ค่อยๆ คลอเคลียเรียวปากนุ่มเข้ามาหา ร่างกายสูงใหญ่โอบกอดข้าไว้พลางดุนดันร่างเบียดชิดแนบกายจนข้าเริ่มรู้สึก ร้อน เสียงลมหายใจของเราสองประสานเข้าหากัน

ฉิน อ๋องเคลื่อนตัวไปจนถึงริมฝั่งดันข้าเอนกายนอนบนพื้น ขณะที่ไม่ยอมผละริมฝีปากจากไป จูบที่ดูดดื่มเนิ่นนานมิได้ทำให้เราเติมเต็ม มันยิ่งทำให้รู้สึกกระหายอยากมากขึ้นๆ ฝ่ามือหยาบลูบไล้เรือนกายข้าอย่างทะนุถนอม ทุกสัมผัสแฝงไปด้วยความปรารถนาในตัวข้า มือของเขาลูบไล้แรงขึ้นราวกับกำลังแสดงความเป็นเจ้าของ เสียงหอบกระเส่าดังชัดท่ามกลางความเงียบสงัดในยามค่ำคืน มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบกายที่เกี่ยวรัดกันและกัน ข้าหลับตาลูบมือไปตามแผ่นหลังกว้างอันแข็งแกร่งของเขา กอดรั้งเขาเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น ฉินอ๋องผละริมฝีปากจากอย่างอ้อยอิ่ง เขาจ้องมองข้าที่นอนปรือตาเคลิบเคลิ้มอย่างเป็นสุขใต้ร่างของเขา ร่างของพวกเรารุ่มร้อนแทบจะแตกเป็นเสี่ยง

“ข้าต้องการเจ้าตรงนี้เวลานี้ยิ่งนัก...”

“.....” ข้าไม่เอ่ยอันใดออกไป รวบมือคล้องลำคอของเขาโน้มลงมาจุมพิตคลอเคลีย ฉินอ๋องตกใจในตอนแรกแต่ก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เขาตอบรับจุมพิตของข้าอย่างเร่าร้อน ข้าครางออกมาอย่างพึงพอใจและเปี่ยมล้นด้วยความสุข เขาถอนจูบแล้วเอ่ยสั่งด้วยเสียงแหบพร่าเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาที่คุโชน สีหน้าเยือกเย็นของเขาเหยเกบิดเบี้ยวด้วยความขุ่นเคืองใจ

“เจ้าต้องรีบโต!

ข้าได้ยินก็แย้มยิ้มออกมารับคำสั่งของท่านอ๋อง

 

 







ผู้แต่งมีวินัยมาอัพทุกวัน ขนาดมือขวาเดี้ยงยังมาปั่นให้อ่านกัน

พูดแล้วน้ำตาจะไหล ถ้ามือปกตินี่สองตอนต่อวันก็ยังไหว (โมมมม้)

เป็นหลายวันแล้วด้วย แถมวันนี้มือซ้ายชักจะเริ่มออกอาการตามมือขวา

ถ้าวันไหนหายไปแสดงว่าไม่ไหวแล้วจริงๆ มือทั้งสองข้างเดี้ยงไปแล้ว

รู้สึกอยากจะพักมือมากๆ แต่ก็กลัวจะขาดช่วงแล้วต่อไม่ติด

ในเมื่อผู้แต่งมีวินัยมากขนาดนี้ (อือหือ) ผู้อ่านก็ต้องมีวินัยตามด้วยนะจ๊ะ~~

 

สรุปเรื่องแฮชแท็ก

#โซ้ยเด็กให้ร้องเหมียว      lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll        40

#อ๋องแมวเลี้ยงต้อย          lllll lllll lllll lllll lllll lllll lllll llll         39

#อ๋องแมวกับถิงถิง           lllll lllll llll                                  14

#อ๋องแมวเหมียว             lllll llll                                        9

#แมวต้อย                    lllll l                                          6

#เจ้าชายฆ่าหมา lllll lll  <<< บอกว่าไม่เอาก็ยังมีคนเลือกอีก ฮิตจริง 5555

แฮชแท็กที่ได้รับเลือกอย่างเป็นทางการจากคะแนนโหวตของท่านผู้อ่าน ได้แก่...

#โซ้ยเด็กให้ร้องเหมียว

เป็นการโหวตที่สูสีเป็นอย่างมากค่ะระหว่างอันดับหนึ่งและสอง จากนี้ไปนิยายของเราจะมีสองแท็กด้วยกันนะคะ นั่นคือ ชื่อเรื่อง #เอาเถิดข้าไม่เสียใจเพราะข้าตายแล้ว และถ้าใครอยากได้สั้นๆ ก็ #โซ้ยเด็กให้ร้องเหมียว (นี่มันสั้นลงแล้วเหรอ==)

 

ปล. มันจะต้องเซ็นเซอร์ไหมนิ ใสๆ อยู่นะ 5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.375K ครั้ง

23,692 ความคิดเห็น

  1. #23413 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 12:46
    นึกไว้ท่าน น้องยังเด็กๆ
    #23413
    0
  2. #23346 mytty (@lotty429miew) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 18:07

    ชอบความข่มใจ 5555555

    #23346
    0
  3. #22899 Peach9 (@PakjiraWanpanom) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 20:36
    นึกว่าน้องจะโดนกินสุดท้ายก็ต้องไอคุกแค่กก่อน555555
    #22899
    0
  4. #22817 เจ้าแมวอ้วง :) (@TUS_69) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 19:11
    ม้าประเมินค่า 555
    #22817
    0
  5. #22736 ❀ than. (@TH9NYE) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 15:51
    ข่มใจไว้ก่อนนะท่าน ถิงถิงลูกข้ายังเด็กนัก
    #22736
    0
  6. #22589 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 00:04

    นึกว่าจะโดนท่านอ๋องจับกินซะแล้ว 5555

    #22589
    0
  7. #22561 Mhhope_LB (@Bird--gg) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 05:50
    ชื่อตอนน่ากลัว555555555
    #22561
    0
  8. #22401 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 02:30
    อดทนกันต่อไป
    #22401
    0
  9. #22315 tothemoonnnn (@yanisa_a) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 18:39
    ท่านอ๋อง! ร่างน้องยังเด็กนะเพคะ -//////-
    #22315
    0
  10. #22275 Just Right (@kae-7-) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:59
    อดทนต่อไปน้าาา...
    น้องยังไม่โต55555
    #22275
    0
  11. #22151 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:05
    รีบโตตตตตตตตต
    #22151
    0
  12. #21925 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 14:05
    รีบโตน้าาา555555
    #21925
    0
  13. #21838 Doctor Seraph (@kimtae95) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 20:45
    ทนไว้ๆ ท่านอ๋อง

    เด็กยังไม่โต
    #21838
    0
  14. #21523 badlism. (@exofan45) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 18:52

    เขินท่านอ๋อง
    #21523
    0
  15. #21430 -เกม- (@-gem-) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 23:33
    ทนไหวป่ะล่าา
    #21430
    0
  16. #21029 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 23:22
    ท่านอ๋องควรหนีไปบวชสัก2ปีก่อนไหมเพคะ55555
    #21029
    0
  17. #20925 _Daonuea_ (@_Daonuea_) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 08:22
    อรั้ยยยยยยยย เขินนนนนนน
    #20925
    0
  18. #20901 + SaiChil + (@parkchaewon00) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 23:01
    รีบๆโต 5555 มันเร่งได้ด้วยหรอท่านอ๋อง แหมมมม ตอนนี้นี่ป้าเอามือทาบอกแล้วอุทาน คุก ! ออกมาดังมาก 55555 คืนในฐานะคนสกุลเย่วดีกว่านะอย่าใช้นามสกุลพวกนั้นเลยแปดเปื้อนเปล่าๆ
    #20901
    0
  19. #20686 oohyanisa (@oohyanisa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 14:36
    รีบโตนะลูก 5555555555
    #20686
    0
  20. #20565 _Daonuea_ (@_Daonuea_) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 23:10
    อื้อหืออออ กรีดร้อง คือบับเขินๆๆๆ ไม่ไหวแล้วหัวจับคือแบบว่าจะตายแล้ววว แผ่นดินไหวแต่น้องไม่ไหว คือตินที่ฉินอ๋องจูบน้องอ่ะสัมผัสได้ถึงความหลุมหลงอ่ะ ฮือออ. เขินนนน อร้ายยยย ทัมงัยดีจะตายแร้วหัวจรัยยยย
    #20565
    0
  21. #20546 Bbicdrjm (@Bbicdrjm) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 09:06
    เขินนนนๆๆๅ
    #20546
    0
  22. #20512 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 04:41

    คิดไว้เเล้วเชียวว่า ที่ท่านอ๋องกังวลทั้งวันต้องเป็นเรื่องของถิงถิงเเน่เลย

    #20512
    0
  23. #20452 อรวรรณ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 08:11

    โอ้ยๆ เขิน

    #20452
    0
  24. #20358 Nitto_OuranHC (@notdo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 21:13
    ฮือ เจ้าม้าหมอกทมิฬดูรั่วๆยังไงไม่รู้ววว แต่ตอนนี้ขอเขินก่อนนะฮิ
    #20358
    0
  25. #20277 ✿ g (@ygemmilyyy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 19:22
    โอ้ยยเขินนนนนน
    #20277
    0