เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 18 : ตอนที่ ๑๘ เปลี่ยนไปแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32,014
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,463 ครั้ง
    10 ก.ค. 59

ตอนที่ ๑๘ เปลี่ยนไปแล้ว

หลังจากที่วุ่นวายอยู่ในห้องครัวเสร็จข้าก็ขอตัวแยกจากพวกเสี่ยวชีเพื่อไปเอาข้าวของของข้าที่อยู่กระโจมฉินอ๋อง ให้ตายเถิด เจ้าแมวคิดอันใดอยู่ถึงได้สั่งให้ข้าไปอยู่กระโจมเดียวกันกับเขา ทำเช่นนี้ผู้คนจะเข้าใจผิดเอาได้น่ะสิ นี่เขาต้องการเป็นข่าวซุบซิบของชาวบ้านมากนักหรือ? เขาอยากแต่ข้ามิอยากหรอกนะ! ข้าถามไถ่ทหารในค่ายที่ยิ้มแย้มเอ่ยตอบอย่างกระตือรือร้น ใช้เวลาสักพักข้าก็มาถึงกระโจมของแม่ทัพจนได้ เฮ้อ ระยะทางก็มิได้ใกล้ๆ เลย ข้าแอบมองผู้คนรอบๆ แล้วถอนหายใจโล่งอกเมื่อบริเวณนี้ไม่มีผู้ใดเดินเพ่นพ่าน สงสัยเป็นเพราะที่นี้คือกระโจมแม่ทัพกระมัง ข้ามองทหารที่ยืนเฝ้ากระโจมอย่างลำบากใจ จะผ่านพวกเขาไปอย่างไรดี? ครั้งนั้นข้ามาพร้อมกับรองหัวหน้าองครักษ์เฉิน ได้เขาไปคุยกับพวกทหารให้ แต่ครั้งนี้ข้ามาผู้เดียว อ่า บางทีพวกเขาอาจจะจำหน้าของข้าได้

ข้าตัดสินใจเดินเข้าไปด้วยท่าทางปกติ ในใจนั้นเต้นตึกตัก ลุ้นระทึกอย่างยิ่ง พอเข้าใกล้กระโจมมากขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อเย็นๆ ก็เริ่มหลั่ง ทำอย่างไรดี ถ้าหากพวกเขาไม่อนุญาตให้ข้าเข้าไปเล่า? หากเข้าไปเอาห่อผ้ามิได้ก็ต้องเปลี่ยนไปขอยืมเสื้อผ้าจากเสี่ยวชีมาใช้ไปก่อนพลางๆ ข้าเดินมาถึงหน้ากระโจมเรียบร้อย ดวงตาชำเหลืองมองทหารที่ยืนทำหน้าดุดัน พวกเขากลอกตามามองข้าแล้วกลอกกลับคืนไป ข้าทำหน้านิ่งเปิดประโจมเข้าไป พอเข้าไปในกระโจมแล้วข้าก็ถอนหายใจยาวเหยียด เฮ้อออออ! เข้ามาได้แล้ว~ ข้าดีใจนิดๆ แล้วรีบมองหาห่อผ้าของตัวเองทันที อ่า มันอยู่ไหนกันนะ!? 

ใช้เวลาไม่นานนักข้าก็พบห่อผ้าของตนเองจนได้ ไม่รอช้าข้าหอบข้าวของออกไปจากกระโจม พอพ้นออกมาจากกระโจมทหารเฝ้าหน้ากระโจมก็ใช้หอกในมือขวางข้าเอาไว้ แม้จะได้รับความตกใจเป็นอย่างมากแต่ทว่าข้าก็มิได้แสดงท่าทางมีพิรุธอันใดออกไป เงยหน้ามองพวกเขาแล้วเอ่ยถามด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น

“มีอะไรหรือขอรับ?”

“เจ้าจะนำสิ่งใดออกไป?”

“ห่อผ้าของข้าเองขอรับ”

ข้ารีบผ่อนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแล้วเอ่ยตอบพวกเขาพร้อมกับแสดงห่อผ้าให้ดูเป็นหลักฐาน ข้าเป็นผู้บริสุทธิ์น่ะขอรับ มิได้หยิบฉวยสิ่งใดของท่านแม่ทัพเจ้านายของพวกท่านไปแม้สักชิ้น พวกเขากวาดตามองก่อนจะพยักหน้าปล่อยข้าไปได้ ข้าแทบจะวิ่งโกยออกมาจากกระโจมแม่ทัพ รีบร้อนวิ่งจนแข้งขาจะพันกันแน่ะ มิได้ๆ หากมีผู้ใดบังเอิญอยู่แถวนั้นแล้วเห็นข้าเข้าล่ะก็ จะต้องเกิดเรื่องซุบซิบขึ้นมาแน่ๆ ข้าไม่ต้องการตกเป็นขี้ปากกับผู้ใดทั้งสิ้น โดยเฉพาะกับฉินอ๋อง

ในยามที่ข้าเดินเข้าไปในกระโจมที่พัก ข้างในนั้นก็คึกคักไปด้วยผู้คน ข้าเลิกคิ้วมองอย่างอดที่จะแปลกใจมิได้ ข้าเดินหลบเหล่าทหารที่มาชุมนุมจับกลุ่มคุยเล่นกันแล้วตรงไปที่ของตนเอง เสี่ยวชีกับเสี่ยวหยุนกำลังเตรียมตัวไปอาบน้ำพอดี ข้ารีบเอาข้าวของไว้ใต้เตียงแล้วค้นของเตรียมตัวไปอาบน้ำด้วย ข้าหันไปมองเสี่ยวชีที่มองเหล่าทหารด้วยสายตาเอือมระอา

“เสี่ยวชีไปอาบน้ำกันเถอะ” ข้ากล่าวกับเสี่ยวชีที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว พอข้าพูดไปเท่านั้นแหละพวกทหารที่อยู่ในกระโจมก็พร้อมใจกันสูดลมหายใจเข้าเสียงดัง ข้าหันไปมองพวกเขาที่ทำหน้าตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ ทำไมข้ารู้สึกเย็นวาบจนขนลุกชอบกลกันนะ? หรือว่าอากาศทางเหนือหนาวกว่าเมืองหลวงจึงทำให้ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน ข้าหันมามองเสี่ยวชีที่ส่ายหน้าด้วยความเอือมระอาแล้วลุกขึ้นเดินนำออกไป เสี่ยวหยุนกับข้าก็เดินตามเขาไป พอออกมาจากกระโจมข้าก็ได้ยินเสียงถกเถียงกันอย่างดุเดือดเอาเป็นเอาตาย

“โอกาสมาแล้วโว้ย! ยังไงก็บุรุษด้วยกัน ไม่เป็นไรหรอก!

“ไอ้บ้า! ไม่ได้โว้ย อย่าได้เอาสายตาโสมมของเจ้าไปจ้องเรือนร่างของน้องเขาเด็ดขาด!

“จะเป็นอันใดไป บุรุษด้วยกันทั้งนั้น~ หุๆๆ”

“อืม นั่นสินะ นานๆ ทีจะได้มีอาหารตามาล่อใจขนาดนี้ อ๊ะ ไม่ได้! ไอ้บ้าเอ๊ย จับมันไว้!

“พวกเขาเถียงเรื่องใดกันรึ?” ข้ากะพริบตาแล้วหันไปถามเสี่ยวชีที่มีสีหน้าอ่อนล้าเต็มทน เขายกมือลูบหน้าแล้วมองข้าด้วยสายเวทนาแกมสงสาร อันใดของเจ้าเด็กนี่? ข้าเพียงถามแค่คำถามเดียวเขากลับมองข้าด้วยสายดูแคลน! แม้จะไม่พอใจแต่ข้าก็มิได้เอ่ยอันใดออกไป อย่างไรเสียเสี่ยวชีในตอนนี้ก็อายุน้อยกว่าข้า ข้าอายุยี่สิบแล้วจะถือสาเด็กน้อยก็กระไรอยู่

พวกเราเดินไปที่โรงอาบน้ำ ตักน้ำร้อนไปคนละถังเพื่อผสมน้ำอาบ ถึงแม้จะยังไม่เข้าสู่เหมันต์แต่กระนั้นอากาศก็เริ่มหนาวพอตัว ระหว่างที่กำลังอาบน้ำอยู่นั้นข้างนอกโรงอาบน้ำก็มีเสียงเอะอะเกิดขึ้น พวกเราสามคนหันไปมองด้วยความสงสัย เสี่ยวชีขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะส่ายหน้าไปมา ข้าเงี่ยหูฟังจับใจความได้ว่าพวกทหารจะเข้ามาอาบน้ำ ได้ยินแบบนั้นข้าก็รีบอาบให้เสร็จ เพราะเกรงว่าจะรบกวนการอาบน้ำของพวกเขา เราสามคนอาบน้ำเสร็จพร้อมกันก็รีบแต่งตัวใส่เสื้อผ้าเดินออกไปจากโรงอาบน้ำ สวนทางกับเหล่าทหารที่มายืนออกันอยู่หน้าโรงอาบน้ำ ข้ามองพวกเขาตาปริบๆ เหตุใดถึงมิยอมเข้าไปข้างในกันเล่า? หรือว่าพวกเขายืนรอสหายที่ยังไม่ทันมางั้นรึ? อืม ช่างรักเพื่อนยิ่งนัก

พอเห็นพวกข้าเดินออกมาพวกเขาก็หน้าแดงพร้อมกับทำหน้าเสียดายกันถ้วนหน้า ข้ากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะยิ้มบางๆ ให้แก่พวกเขา ถึงแม้จะมิรู้ว่าพวกเขาเสียดายหรือเสียใจเรื่องอันใดก็ตามเถอะ พอข้ายิ้มให้พวกเขาก็มีสีหน้ามีความสุขในทันที อ่า รอยยิ้มของคนเราช่วยได้เสมอสินะ ทุกคนถึงมีสีหน้าดีขึ้นขนาดนั้น เสี่ยวชีไม่รู้ไปโมโหอันใดมาเขาหันขวับมาคว้าแขนของข้าแล้วลากให้เดินออกไปให้พ้นจากกลุ่มทหารที่หน้าแดงอมยิ้มอยู่หน้าโรงอาบน้ำ

“เสี่ยวชี มีอันใดรึ?”

“เจ้าโง่! ขืนเจ้ายังยิ้มต่อไปอีกล่ะก็คืนนี้เจ้าต้องโดนจู่โจมเป็นแน่! มิอยากผุดผ่องรอท่านอ๋องหรือไร?”

“เกี่ยวอันใดกับท่านอ๋องด้วยเล่า? แล้วเหตุใดข้าจะต้องถูกจู่โจม?” ข้ายกคิ้วขึ้นสูงด้วยความตกใจ ทำเป็นไม่สนใจที่เสี่ยวชีหยิกยกใครบางคนมากล่าว สนใจไปที่ประโยคน่ากลัวตอนต้นนั้นต่างหาก ใครมันจะมาจู่โจมข้ากัน?

“เฮ้อ จิ้งถิง! เจ้ามิได้สังเกตอาการของพวกทหารนั้นเลยหรือไร? พวกมันแทบจะกลืนเจ้าทางสายตาอยู่แล้ว!

“หะ?” ข้าผงะตกใจ มองสีหน้าจริงจังของเสี่ยวชีอย่างชั่งใจ พยายามคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นกับคำพูดของเจ้าเจ็ดน้อย เอ๊ะ หรือว่าที่พวกเขามีท่าทางแปลกๆ นั้นเป็นเพราะข้างั้นรึ? ข้ากะพริบตาปริบๆ จะว่าไปแล้วพวกเขาจะมีท่าทางตื่นเต้นจนหน้าแดงเมื่อข้าเข้าไปใกล้นี่นะ แถมตอนที่ข้ายิ้มให้พวกเขาก็เหมือนจะเคลิ้ม? อ่า! งั้นหรอกรึ!? เพราะข้าสินะ พอข้าทำหน้าเข้าใจเรื่องราว เสี่ยวชีก็พ่นลมหายใจแรงๆ แล้วเอ่ยว่าข้าหัวช้า ข้ายิ้มอย่างจนใจแล้วพูดแก้ต่างออกไป

“จะไปคิดได้อย่างไรกัน เมื่อก่อนมิได้เป็นเช่นนี้นี่”

ใช่แล้ว เมื่อชีวิตก่อนไม่เห็นจะมีใครมาหลงใหลข้าจนออกอาการเช่นนั้นให้เห็นเลยนี่ แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าแค่เดินเข้าใกล้หรือยิ้มให้ พวกเขาจะเป็นเอามากขนาดนั้น เสี่ยวชีหันมามองข้าอยู่ครู่หนึ่งแล้วขมวดคิ้วพยักหน้าเอ่ยคล้อยตาม

“มันก็ใช่ เมื่อก่อนเจ้ามัวแต่ทำตัวหัวหด เอาแต่ก้มหน้าก้มตามองพื้น เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในวังหย่งเฮ่า จะไปเห็นผู้คนมีปฏิกิริยาใดกับเจ้าได้อย่างไร แต่เดี๋ยวนี้เจ้าเปลี่ยนไป ยิ้มมากขึ้น ดูสดใสกว่าเดิม ไม่มัวแต่ก้มหน้าหาเศษเหรียญอีก แถมยังมีเสน่ห์เย้ายวนอย่างประหลาด มิแปลกเลยที่คนพวกนั้นจะมีปฏิกิริยาต่อใบหน้าของเจ้า เหอะ”

“เจ้าไม่พอใจอันใดอีกเล่าเสี่ยวชี เป็นเจ้ามิใช่รึ? ที่บอกว่าข้าหน้าแข็งมิยอมยิ้ม พอข้ายิ้มเจ้าก็ไม่พอใจอีก” ข้าถอนหายใจสัพยอกเสี่ยวชีกลับไป เสี่ยวชีหันขวับมามองข้าด้วยสายตาดุร้าย ข้ายกมือขึ้นห้ามปรามเขาเอาไว้พร้อมกับยิ้มเอาใจอีกฝ่ายทันที เสี่ยวหยุนที่ไม่รู้ว่าเรื่องรู้ที่พวกข้าคุยกันหรือไม่ เขาแทรกมาเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้างเป็นเด็กน้อย

“ข้าชอบถิงเกอเกอยิ้มที่สุด!

“ข้าเองก็ชอบเจ้ายิ้มเช่นกัน” ข้าหันไปยิ้มพร้อมลูบแก้มยุ้ยๆ ที่น่าหยิกของเขาแล้วหันไปยักคิ้วใส่เสี่ยวชีที่สะบัดหน้าหนีจากไป ข้าหัวเราะหึๆ แล้วคิดถึงสิ่งที่เสี่ยวชีได้พูด

นั่นสินะ ตอนนี้ข้านั้นไม่เหมือนกับในอดีต ชีวิตที่แล้วข้าเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ออกไปข้างนอกมากนักจึงมิได้พบผู้ใด แถมข้านั้นยังขี้กลัวเอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบตาผู้ใดอีก ไม่แปลกที่จะไม่รู้ว่าใบหน้าของตนเองทำให้ผู้คนมีปฏิกิริยาได้มากมายเช่นนี้ ต่อมาข้าได้เป็นนายบำเรอของฉินอ๋อง แน่นอนว่ามิเคยได้รับคำชมเชยหรืออะไรทำนองชื่นชมในตัวข้าจากเขาเลยแม้แต่น้อย ผู้อื่นยิ่งมิกล้าเอ่ยสิ่งใดต่อข้า ชีวิตที่แล้วข้าจะไม่รู้ผลกระทบของหน้าตาของตนเองก็มิแปลกอันใด แต่ทว่านี่มันไม่มากไปหน่อยหรือ? บางทีทหารหนุ่มเหล่านั้นอาจจะมิเคยได้พบเห็นสตรีกระมัง?

พวกเราเดินกลับมายังกระโจมที่อยู่ เห็นไช่ชิงกำลังเตรียมตัวไปอาบน้ำบ้าง ข้าเอ่ยถามเขาเรื่องที่ไปเดินดูรอบๆ หนุ่มน้อยจมูกโตก็ทำตาเปล่งประกายระยิบระยับ เอ่ยเล่าเรื่องม้าที่เขาไปเห็นมาด้วยความชื่นชมปนตื่นเต้นดีใจ ข้าพยักหน้ารับฟังเขาอยู่สักพักก็ถูกเสี่ยวชีขัดคอ

“เรื่องม้าเอาไว้ก่อนเถิด เจ้าไปอาบน้ำเสียอาชิง เดี๋ยวจะมิเหลือน้ำร้อนให้อาบ”

ไช่ชิงหยุดเล่าความประทับใจของเขาแล้วรีบไปอาบน้ำ ส่วนข้าก็ถูกเสี่ยวชีทำสายตาเบื่อหน่ายใส่ ข้าเลิกคิ้วปีนขึ้นเตียงไปนั่งข้างๆ เจ็ดน้อยที่บ่นพึมพำอย่างกลุ้มอกกลุ้มใจ

“ข้ามิรู้ว่าเจ้าเมื่อก่อนกับตอนนี้คนใดดีกว่ากัน เฮ้อ!

“อ้าว ข้ายิ้มไม่มัวแต่ก้มหน้าไม่ดีงั้นรึ?”

“เหอะ หากข้ารู้ว่าเจ้าจะโปรยเสน่ห์ใส่ผู้อื่นเรี่ยราดเช่นนี้ ข้าจะไม่แนะนำสิ่งใดอย่างแน่นอน”

“พูดอันใด ข้ามิได้โปรยเสน่ห์ใส่ผู้ใด” ข้าขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่ชอบใจแล้วเอ่ยแก้ต่างให้แก่ตนเอง โปรยเสน่ห์ไปทั่วอย่างไรกัน? ข้ามิได้โปรยเสน่ห์ใส่ผู้ใดทั้งสิ้น!

“เอาเถิดๆ เจ้ามิได้โปรยเสน่ห์ให้ผู้ใดทั้งสิ้น เป็นข้าเข้าใจผิดไปเอง” เสี่ยวชีที่ถูกข้าทำหน้าบึ้งใส่ก็พยักหน้ายอมรับผิดแต่โดยดี แต่เหตุใดข้ายังรู้สึกว่าเจ็ดน้อยมิได้รู้สึกอย่างที่เอ่ยมาเลยสักนิดกันนะ? ข้ามองเสี่ยวชีด้วยแววตาไม่ไว้วางใจ แต่เจ็ดน้อยก็ทำหน้าตาน่ารักตอบกลับมา ก่อนจะหันไปเตรียมตัวนอน เชอะ รีบหนีไปนอนเลยงั้นรึ?

“เอ่อ! ข้าลืมพาเจ้าฝึกตัวอ่อนไปเลยทีเดียว!” เสี่ยวชีผุดลุกขึ้นมาแล้วหันมาพูดกับข้าด้วยประโยคอันน่ากลัว ข้าที่กำลังเอนตัวนอนนั้นแทบจะดีดตัวขึ้นมาต่อสู้กับเจ็ดน้อยที่ทำหน้าตาจริงจังราวครูฝึก เขากระโจนเข้ามาหาข้าอย่างโหดเหี้ยมแล้วใช้พละกำลังดัดตัวของข้า ข้าเจ็บจนน้ำตาเล็ดพยายามขอร้องเขาให้หยุด แต่ทว่าเสี่ยวชีช่างมุ่งมั่นยิ่งนัก เขามิฟังความใดตั้งหน้าตั้งตาดัดตัวข้าด้วยท่าฝึกตัวอ่อนที่ศึกษาจากตำราบ้าบอของเขา

“เล่นอะไรกันอะ?” เสี่ยวหยุนที่ลืมตาตื่นเพราะข้าแหกปากร้องเสียงดัง ลุกขึ้นมานั่งจ้องพวกข้าด้วยดวงตากลมโตอย่างสนอกสนใจ เสี่ยวชีหันไปมองตอบเด็กน้อยด้วยใบหน้ายิ้มกว้างอย่างมีเลศนัย

“กำลังฝึกวิชาสยบบุรุษน่ะสิ เจ้าเองก็ลองมาฝึกด้วยกันเถิด รับรองว่ามีประโยชน์อย่างแน่นอน”

“งั้นรึ? ท่าทางสนุกดี ข้าเล่นด้วย!” เสี่ยวหยุนตาเป็นประกายแล้วเริ่มพยายามทำท่าเลียนแบบข้าที่ถูกเสี่ยวชีบังคับให้ทำ ข้าขึงตาใส่เสี่ยวชีที่ทำหน้าทะเล้นไม่รู้ไม่ชี้ เจ้าเจ็ด! เจ้าเด็กแก่แดด! เหตุใดถึงได้ชักจูงเด็กไร้เดียงสามาทำอะไรบ้าบอเช่นนี้ด้วย! ข้าถอนหายใจ มองดูเสี่ยวหยุนที่พยายามดัดตัวอย่างตั้งอกตั้งใจ เสี่ยวหยุนนี่เจ้าโดนหลอกอยู่รู้หรือไม่!? แต่ท่าทางเด็กน้อยจะสนุกกับการดัดร่างกายทำตัวอ่อนเป็นอย่างมาก พอทำสำเร็จเขาก็ปรบมือด้วยความดีใจ และปีศาจผู้ล่อลวงเด็กไร้เดียงสาให้เข้าสู่เส้นทางกลิ่นอายวสันต์ของผู้ใหญ่ก็ปรบมือพร้อมเอ่ยชื่นชมยกใหญ่ ข้ารู้สึกจนปัญญาที่จะช่วยเหลือเสี่ยวหยุนเพราะตัวข้าเองก็ยังช่วยตนเองมิได้

อืม นี่มันท่าฝึกตัวอ่อนนี่

อ๊ะ ท่านแม่! ท่านตื่นแล้วรึ? ข้ารีบส่งจิตร้องถามออกไปเมื่อได้ยินเสียงงึมงำของมารดาดังขึ้นในหัว ท่านแม่ที่พักผ่อนอยู่ในสร้อยก็ส่งเสียงอืมรับ น้ำเสียงของนางยังฟังดูอ่อนล้าอยู่ ข้าแปลกใจเล็กน้อยที่นางพักผ่อนร่างกายมาสองวันเต็มแล้วยังมิดีขึ้นอีกงั้นหรือ? ตั้งแต่วันที่ปลุกพลังของข้าให้ตื่นขึ้นนางก็นอนพักผ่อนยาวนาน มีบางช่วงที่จะตื่นขึ้นมาเพื่อตอบคำถามของข้า ข้าเองหากไม่มีอะไรสำคัญก็จะไม่รบกวนการพักฟื้นของนาง

ถิงเอ๋อร์ ลูกรัก

ข้าเลิกคิ้วขึ้นขณะที่พยายามดิ้นหนีเสี่ยวชีไปด้วย ท่านแม่เอ่ยเรียกข้าอย่างอ่อนหวานแต่ทว่าข้ากลับมีลางสังหรณ์ประหลาดว่าจะมีเรื่องซวยเกิดขึ้น ท่านแม่หัวเราะเสียงแล้วเอ่ยสนับสนุนเสียงสดใส

ฝึกท่าพวกนี้เอาไว้ดีๆ เล่า มันได้ผลดียิ่ง! แม่เสียดายยิ่งนักที่มิได้ฝึกมัน หึ หากได้ฝึกมีรึบิดาสารเลวของเจ้าจะหันไปหลงนางปีศาจนั่น!

“หะ? โอ๊ยยยยยยย เสี่ยวชี!” ข้าเผลอชะงักตัวไปวูบหนึ่ง เสี่ยวชีจึงอาศัยจังหวะนี้ดึงขาของข้าอย่างแรง ข้าร้องออกมาสุดเสียง เจ็บจนน้ำตาเล็ด! เสี่ยวชีขึงตาดุใส่ข้าแล้วเอ่ยออกมาอย่างโหดร้าย

“ก็เพราะเจ้ามัวแต่ดิ้นน่ะสิ ดูเสี่ยวหยุนเป็นตัวอย่างไว้ซะบ้าง!

พอเสี่ยวชีพูดเช่นนั้น ข้าก็เห็นเสี่ยวหยุนยืดอกอย่างภาคภูมิใจแล้วเอ่ยให้กำลังใจข้าอย่างซื่อบริสุทธิ์

“ถิงเกอเกอ พยายามเข้า!

เสี่ยวหยุนนนนน! เจ้ากำลังโดนหลอกอยู่นะ!

ข้าเหนื่อยที่จะขัดขืนเสี่ยวชีปล่อยให้อีกฝ่ายจับพลิกหน้าพลิกหลังเล่นฝึกตัวอ่อนไปจนจบ ข้าเอนตัวหลับตาอย่างอ่อนล้า ครั้งหน้าข้าจะหลับหูหลับตาทำให้มันจบเร็วๆ จะมิได้ต้องเหนื่อยกายเหนื่อยใจเช่นนี้! เสี่ยวหยุนที่เพิ่งเสร็จก็ล้มตัวนอนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่นานก็หลับไปอย่างง่ายดาย ส่วนเสี่ยวชีลุกไปหาน้ำมาดื่มดับกระหายบ่นว่าใช้แรงมากจนเกินไป ข้าไม่สนใจเขาหันหน้าเข้าผนังกระโจมแล้วหลับตานอน ระหว่างนั้นได้ยินเหล่าทหารที่เป็นเพื่อนร่วมกระโจนทยอยกันเข้ามาในกระโจมทำการนอนพักผ่อนเพื่อไปฝึกซ้อมและปฏิบัติหน้าที่ในรุ่งเช้าวันใหม่ ข้าเองก็เช่นกันยามเช้าจะต้องตื่นไปรับใช้เจ้านาย เพราะความเหนื่อยจากการสู้รบตบมือกับเสี่ยวชีไม่นานข้าก็ผล็อยหลับไปไม่รับรู้ใดๆ

ข้าขยับตัวหยุกหยิกเมื่อรู้สึกว่าข้างๆ มีคนเข้ามาเบียด เสี่ยวชีนี่นอนดิ้นอีกแล้วสิท่า ข้าถอนหายใจแล้วพยายามขยับออกห่างจากเจ็ดน้อย แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่รู้จักพอยังขยับเข้ามากินพื้นที่ ข้าขยับไปจนติดขอบไม่มีที่ให้ขยับอีกแล้ว เขาเงียบไป ข้าวางใจเล็กน้อยแล้วกำลังจะนอนต่อ แต่อีกฝ่ายก็ขยับเข้ามาหาข้า แถมยังใช้มือรั้งข้าเข้าไปกอดอีก ข้าตกใจ ลืมตาขึ้นคว้ามือเสี่ยวชีที่รัดเอวข้าไว้แน่น กำลังจะพลิกตัวขึ้นไปเอ็ดเสี่ยวชีให้รู้สึกตัวเสียที แต่ทว่าต้องชะงักด้วยความแปลกใจ

ประเดี๋ยวก่อน มือของเสี่ยวชีใหญ่ขนาดนี้เชียวรึ?

ข้าเบิกตาสังหรณ์ใจอย่างรุนแรง รีบพลิกตัวกลับไป ข้าสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่วาวแววท่ามกลางแสงไฟสลัวในกระโจม ตัวของข้าชะงักนิ่ง ตกใจจนมิรู้จะเอ่ยสิ่งใดออกไป

เหตุใดฉินอ๋องถึงได้มานอนตรงนี้กัน!?

“ท่านอ๋อง! เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี้เล่า?” ข้ารีบตั้งสติลุกขึ้นนั่งมองไปรอบๆ กระโจมที่ทุกคนนอนกันหมดแล้ว ข้าถอนหายใจโล่งแล้วมองเจ้าแมวที่นอนลืมตาโพลงอยู่ข้างๆ ตัวสูงใหญ่ของเขานอนคดกินพื้นที่อย่างยิ่ง ข้ามิรู้จะตลกหรือโกรธเขาดี แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจเอ่ยถามเขาด้วยอย่างสงสัย ข้าดึงเขาให้ลุกขึ้นมาจากเตียง ฉินอ๋องยอมลุกขึ้นมาแต่โดยดี เขาจ้องข้าแล้วตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เพราะเจ้าอยู่ที่นี้”

“หะ? เกี่ยวอันใดกับข้า... ท่านเพิ่งกลับมารึ?” ข้ากะพริบตาปริบๆ เพราะข้าเขาถึงอยู่ที่นี้งั้นรึ? นี่มันเหตุผลอันใดกัน? ก่อนที่จะได้เค้นถามจริงจังก็สังเกตเห็นชุดของเขาที่คล้ายจะเป็นชุดขี่ม้าตัวเดิมที่ใส่ในวันนี้ ข้าเงยหน้าเอ่ยถามเขา ฉินอ๋องพยักหน้านิ่งๆ ข้าก็นิ่งไปอย่างไม่รู้จะเอ่ยอันใดต่อ นี่เขาคงมิได้กลับมาถึงแล้วแล่นมาแย่งที่นอนของข้าหรอกใช่ไหม? ข้าไม่เข้าใจเลยว่าไยเจ้าแมวถึงได้ทำเช่นนี้? ฉินอ๋องมองข้าที่ทำหน้ายุ่งยากใจก็ขยับตัวเข้ามาวางศีรษะของเขาไว้บนบ่าของข้า ข้าที่มัวใช้ความคิดจนไม่ระวังตัวก็นั่งนิ่งให้เขาซบแต่โดยดี

“จิ้งถิง”

“ท่านอ๋อง เป็นอันใดหรือขอรับ?”

“เรากลับมาแล้วไม่เห็นเจ้า...” น้ำเสียงของฉินอ๋องทำให้ข้ายิ่งนิ่งเงียบ เหตุใดเสียงของเขาถึงฟังคล้ายกับกำลังหวาดกลัวเช่นนั้น?

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเราร้อนใจเพียงใด?”

ข้ายังคงนิ่งเงียบ คล้ายว่าพอไหล่ชาทุกๆ ส่วนในร่างกายก็ชาตามกันไปหมด ข้าไม่กล้าขยับหรือเอ่ยอะไรออกไป ข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดฉินอ๋องถึงได้กลายเป็นเช่นนี้ จู่ๆ เขาก็อ่อนแอราวกับว่าจะแตกสลายไปเมื่อข้าขยับเคลื่อนไหว ฉินอ๋องรวบข้าเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของเขา เราสองคนนิ่งเงียบไปเรื่อยๆ ข้าไม่รู้จะพูดอะไรออกไป ในหัวของข้ามันว่างเปล่าไปหมดมีเพียงความคิดเดียวที่วนซ้ำไปซ้ำมา ข้าจะทำเช่นไรถึงจะช่วยบุรุษน่าสงสารผู้นี้ได้ ท่าทางของเขาเหมือนตอนที่ทุกข์ใจเรื่องพี่น้องและพระมารดา แต่ข้ารู้สึกได้ว่ามันหนักหน่วงกว่านั้นมาก นี่เขาเจอเรื่องอันใดมากันแน่? แล้วข้าควรทำเช่นไร? ข้าเป็นคนโง่เขลา ข้าไม่รู้ว่าต้องทำเช่นใด ข้าเงียบปล่อยให้เขากอดไปเรื่อยๆ ไร้คำปลอบโยนหรือท่าทางปลอบใจใดๆ

ฉินอ๋องขยับตัวปล่อยข้าเคลื่อนตัวลงไปจากเตียง ข้ายังคงนั่งเงียบอยู่ที่เดิม ไม่ได้หันไปมองเขาหรือทำสิ่งใด

“ข้าเข้าใจดีว่าเจ้ากลัวสิ่งใด เข้าใจเพราะเหตุใดเจ้าถึงไม่อยากอยู่ใกล้ข้า เจ้ากลัวข้ารู้และข้าก็รู้เช่นกันว่าข้าเองก็กลัว จิ้งถิง...”

ข้าเงยหน้าไปมองเสี้ยวหน้าที่ซ่อนอยู่ในความมืดของฉินอ๋อง มันถูกความมืดของเงากลืนกินไปจนมองไม่เห็น และเขายังหันหลังให้แก่ข้า แต่ทว่าน้ำเสียงของเขามันสั่นไหว ฉินอ๋องเงียบอยู่นานแล้วยืดตัวขึ้นสูดลมหายใจแล้วถอนหายใจออกมา พริบตานั้นข้าเห็นแววตาของเขาคล้ายกับตัดสินใจบางอย่างได้มันฉายความเด็ดขาดออกมา ข้าตัวเย็นวูบ เบิกตากว้างอย่างหวาดกลัว

ไม่ ท่าทางเช่นนี้! มันช่างเหมือนตอนที่เขาหันหลังเดินจากไปจากข้าในครั้งนั้น! ครั้งสุดท้ายที่เขามาหาข้า ก่อนเดินจากไปฉินอ๋องก็สูดอากาศเข้าแล้วถอนหายใจออกมา เขาทำสายตาตัดสินใจเด็ดขาดแล้วเดินจากไปไม่หันเหลียวกลับมาอีก มือของข้าสั่นไหว ความทรงจำอันปวดร้าวในครั้งนั้นผุดขึ้นมามิหยุด ฉินอ๋องก้าวเท้าจะเดินออกไป ข้าที่ตัวแข็งไม่กล้าขยับก็พลันพุ่งตัวไปรั้งเสื้อของเขาเอาไว้อย่างรวดเร็ว ฉินอ๋องผงะหงายหลังแต่เขาก็ทรงตัวไว้ได้ทันแล้วหันมามองข้าอย่างแปลกใจ ข้ากลืนน้ำลายแล้วกล่าวออกไปด้วยเสียงแผ่วเบา

“ข้าวของของข้าพรุ่งนี้ค่อยขนกลับไปกระโจมท่าน”

ข้ากลั้นหายใจเงยหน้าขึ้นไปมองฉินอ๋องที่ยืนมองข้านิ่งเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่ข้าพูด ข้ากะพริบตากำเสื้อของเขาแน่นขึ้นแล้วเอ่ยอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม พร้อมกันนั้นใบหน้าของข้าเริ่มเห่อร้อน

“ขนยามนี้จะรบกวนผู้อื่นได้ ข้าตามท่านไปก็พอกระมัง”

“อ่า ได้สิ ได้” ฉินอ๋องพยักหน้าถี่ๆ เอ่ยรับเหมือนยังงุนงงสับสน ข้าลุกขึ้นโถมตัวกอดคอของเขาที่ยืนนิ่งเป็นต้นเสา ฉินอ๋องรีบอุ้มตัวของข้าไว้อย่างรวดเร็วเพราะกลัวข้าจะตกลงไป ข้าไม่ได้สนใจเพราะคิดไว้ว่าเขาจะต้องอุ้มไว้ทันแน่นอน ข้าเอ่ยพลางปิดปากหาวหวอดๆ

“ดึกมากแล้ว ข้าง่วง ท่านอุ้มข้าไปเถิด”

“...เด็กน้อย นี่เจ้ากล้าใช้ท่านอ๋องงั้นรึ?”

“แล้วท่านไม่ง่วงรึขอรับท่านอ๋อง?”

“เอาเถิด เราจะตามใจเด็กรับใช้สักหน่อย” ฉินอ๋องกลั้นยิ้มแล้วพยักหน้าตอบรับอย่างเคร่งขรึม แล้วเขาก็ช้อนแขนดันตัวข้าขึ้นเล็กน้อยแล้วอุ้มข้าเดินออกไปจากกระโจมแห่งนั้น

เฮ้อ! เด็กรับใช้ที่ไหนจะกอดคอเจ้านายเช่นนี้กัน!?

ข้ามองใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มของเขาแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าที่วันนี้ฟ้าโล่งไร้กลุ่มเมฆ มองเห็นดวงดาวและพระจันทร์ได้ชัดเจน ในอกของข้าก็โล่งโปร่งเช่นเดียวกัน ในชีวิตที่แล้วเพราะว่าข้าตัดใจเร็วไปและยอมแพ้ง่ายเกินไปใช่หรือไม่? ถ้าหากข้าพยายามอีกสักหน่อยเขาก็จะไม่เดินจากไปหรือเปล่านะ? ข้ายิ้มออกมานิดๆ ช่างมันเถิด นั่นเป็นเรื่องที่จบไปแล้วคิดไปก็ปวดหัวเสียเปล่าๆ ข้าก้มลงมามองฉินอ๋องซึ่งเขาเองก็มองข้าอยู่เช่นกัน ใบหน้าคมคายนิ่งเย็นชาเช่นปกติแต่ทว่าดวงตาของเขากลับคล้ายกำลังยิ้มมีความสุข พอเห็นข้าก็ยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว

ฉินอ๋องพาข้าไปยังกระโจมของเขา เฮ้อ ข้าแอบถอนหายใจนิดๆ เมื่อครู่มิใช่แค่ทหารที่เฝ้าหน้ากระโจมเท่านั้น ยังมีหัวหน้าองครักษ์จางที่ทำหน้าที่ของเขาอย่างปกติ และคนแซ่เฉินเจ้าคนน่าหมั่นไส้นั้นอีกที่เห็นฉินอ๋องอุ้มข้าเข้ากระโจม บ้าที่สุด! เจ้าคนแซ่เฉินนั้นทำหน้ายิ้มๆ ได้น่ารังเกียจยิ่งนัก! ฉินอ๋องปล่อยข้าลงแล้วเดินไปอาบน้ำ ข้ามองเขาแล้วนั่งรอเงียบๆ จนกระทั่งค่อยๆ คล้อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าฉินอ๋องอาบน้ำเสร็จเมื่อไรรู้ตัวอีกทีข้าก็ถูกเขาอุ้มไปนอนด้วยกัน ข้าเพียงปรือตาขึ้นมามองขยับซุกตัวเข้าหาร่างสูงใหญ่ที่มีกลิ่นเย็นๆ หอมสะอาดแล้วหลับตานอนต่อ

ตื่นเช้าขึ้นมาข้านอนอยู่บนเตียงของฉินอ๋องแต่ทว่าเจ้าของเตียงกลับไม่อยู่แล้ว ข้ามองไปรอบๆ เห็นข้าวของของตัวเองถูกขนกลับมาที่นี้เรียบร้อยแล้ว ข้าขยับตัวลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาเดินออกไปจากกระโจน หันมองทหารยามที่ยืนตัวนิ่งอยู่หน้ากระโจม ข้ามองพวกเขาแล้วเอ่ยถามถึงฉินอ๋อง ทั้งสองเห็นข้าก็ผงกศีรษะเหมือนทำความเคารพแล้วเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม ข้ากะพริบตาก้มหน้าเอ่ยขอบคุณพวกเขาแล้วเดินออกมา หว่า! ท่าทางของพวกเขาเปลี่ยนไปจากเมื่อวานอย่างชัดเจน นี่คงจะเป็นเพราะเรื่องเมื่อคืนนี้แน่นอน หรือว่ามันจะถูกนำไปพูดนินทากันแล้ว? ข้าใจเสียรู้สึกกังวลใจขึ้นมาทันที เริ่มกลัวและประหม่าอย่างห้ามไม่ได้

เฮ้อๆ ถิงเอ๋อร์ ไยคิดมากเช่นนี้

“ท่านแม่... ข้าเพียงกลัวว่ามันจะเหมือนชีวิตที่แล้ว”

แล้วตอนนี้มันเหมือนหรือไม่เล่า?

“ไม่... แต่ว่ามันอาจจะยังไม่ถึงเวลา...”

ลูกรัก ตอนนี้ตัวเจ้าเองก็ได้เปลี่ยนไปแล้วมิใช่หรือ? หากมัวแต่กลัวที่จะเผชิญหน้า เรื่องราวมันก็ยังดำเนินไปทำนองเดิมนั่นแหละ เว้นเสียแต่ว่าเจ้าจะกล้าเปลี่ยนแปลงมัน เจ้าจะกลัวอันใด เจ้ามีแม่ผู้งดงามและเก่งกาจยิ่งมิใช่หรือ?

“...นั่นสินะขอรับ ข้ายังมีท่าน”

เปลี่ยนแปลง? อย่างที่ข้ายื่นมือไปรั้งเขาไว้เหมือนเมื่อคืนใช่หรือไม่? เพราะหากเป็นข้าคนเดิมแล้วนั้นไม่มีทางจะทำอย่างนั้นเด็ดขาด หรือว่าบางทีข้าอาจจะทำตามใจตนเองบ้าง และที่สำคัญตัวข้าไม่ใช่คนเดิมที่เอาแต่กลัวและก้มหน้าคนนั้นอีกแล้ว ข้าได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างที่ท่านแม่กล่าว ข้าเป็นคนใหม่ตั้งแต่ย้อนกลับมาเกิดใหม่ในอดีต!

“เหตุใดถึงได้เหยาะแหยะไร้ระเบียบวินัยกันเช่นนี้! พวกเจ้าคิดว่าใกล้ฤดูหนาวแล้วจึงคลายใจงั้นรึ พวกเจ้าเป็นทหาร! จะต้องเตรียมกายเตรียมใจให้พร้อมรับข้าศึกทุกยาม! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปให้ฝึกซ้อมจากตารางเดิมเป็นเท่าตัว! จงสำนึกตนและตั้งใจฝึกซ้อมให้ดี หากเห็นผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเราจะลากมันผู้นั้นขึ้นสนามประลองหนึ่งชั่วยาม!” สิ้นสุดคำสั่งอันเด็ดขาดและเหี้ยมหาญเหล่าทหารที่ยืนอยู่เบื้องล่างลานฝึกซ้อมต่างพากันหลั่งน้ำตาพึมพำพ่อจ๋าแม่จ๋ากันระงม ข้ายืนกะพริบตาอย่างไม่เข้าใจ เหล่าทหารไปทำสิ่งใดให้ฉินอ๋องเห็นกันนะ ถึงทำให้เขามีคำสั่งโหดร้ายเช่่นี้ แต่คิดอีกทีมันก็ดีเช่นกัน อีกหน่อยจะเกิดศึกสุดท้าย ถ้าพวกเขาได้ฝึกซ้อมให้เก่งขึ้นทำให้มีโอกาสรอดจากสนามรบมากขึ้นไปด้วย 

ข้าหันตามเสียงหัวเราะน่ารังเกียจ ไปมองรองหัวหน้าองครักษ์เฉินที่ยืนหัวเราะร่าอย่างสะใจ หัวเราะมากเสียจนกุมท้องร้องโอดโอย พวกเหล่าทหารมองคนแซ่เฉินด้วยสายตาเคียดแค้น แต่ก็มิได้ทำอันใดเพราะพวกเขาต้องกลับไปฝึกซ้อมตามตารางที่หนักขึ้นอย่างขะมักเขม้น ไม่มีเวลาสนใจคนแซ่เฉิน ฉินอ๋องเดินลงมาจากเวทีลานฝึกซ้อมหันไปมองคนแซ่เฉินที่ยิ้มกรุ้มกริ่มด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะเอ่ยเรียกอีกฝ่าย

“เฉินฮุ่ยเคอ”

“ขอรับท่านอ๋อง?” รองหัวหน้าองครักษ์เฉินรีบกระดิกหางเข้ามาหาเจ้านายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทำหน้าทำตาราวกับสุนัขขอรางวัลจากเจ้านาย ฉินอ๋องมองลูกน้องของเขาที่กลายร่างเป็นเจ้าตูบส่ายหางไปมาแล้วเอ่ยสั่งห้วนๆ

“วิ่งรอบค่ายสิบรอบ”

“เอ๊ะ?” คนแซ่เฉินยังทำหน้างุนงง ฉินอ๋องเอ่ยขึ้นอีกครั้งแต่ทว่ารอบมันกลับเพิ่มขึ้น

“วิ่งรอบค่ายสิบห้ารอบ”

รองหัวหน้าเฉินเบิกตากว้างจ้องใบหน้านิ่งเฉยของเจ้านายราวกับจะถามว่า ทำไมขอรับท่านอ๋อง ข้าทำผิดอันใด? ข้าเห็นสีหน้าของเขาแล้วเกือบหลุดขำออกมา ฉินอ๋องทำหน้าเย็นชากำลังจะเอ่ยอีกครั้ง คนแซ่เฉินผงะตกใจรีบยกมือห้ามแล้วหันหลังรีบวิ่งออกไปด้วยใบหน้านองน้ำตา สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยที่ไม่ได้รับคำตอบ ข้ามองคนแซ่เฉินวิ่งออกไปอย่างสงสารแต่ทว่ามีความสะใจมากกว่า! ฮึ! สมน้ำหน้าคนแซ่เฉิน!

ฉินอ๋องหันมาเห็นข้ายืนมองอยู่ก็เดินตรงมาหาแล้วจูงมือข้าเดินออกไป

 

 

 





ฉินอ๋องหันมาเห็นข้ายืนมองอยู่ก็เดินตรงมาหาแล้วจูงมือข้าเดินออกไป....ท่ามกลางสายตาร่ำไห้ของเหล่าทหารผู้โดนโทสะอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ 5555

เกลาแล้วนะ! มีคนถามว่าท่านอ๋องลงโทษทหารเพราะอะไร?

ท่านอ๋องก็พูดชัดเจนนะคะ ทหารหย่อนยานวินัย จะต้องฝึกเพิ่มเพื่อเตรียมพร้อมรบ

นี่ท่านอ๋องเป็นห่วงกองทัพค่ะ ไม่ได้แฝงเร้นสิ่งใดเอาไว้ จริ๊งจริง

ส่วนที่ลงโทษท่านเฉินนั้นก็เพราะนางหัวเราะน่าเกลียดเกินไปยังไงล่ะ 5555

มีคนแนะนำให้อธิบายเพิ่มเติมตอนลงโทษทหารให้เกี่ยวข้องกับถิงถิง

อันนี้ต้องขอบอกว่ามิได้หรอก มันไม่เกี่ยวกับถิงถิงสักหน่อย

ท่านอ๋องเป็นห่วงกองทัพจริงๆ ค่ะ//ทำเสียงเข้ม

ส่วนที่ถามว่าฝึกตัวอ่อนไปทำไม อ้อ ฝึกตัวอ่อนให้เคลื่อนไหวได้มากขึ้นยังไงล่ะ

ตัวอ่อนนี้สำคัญสำหรับฝึกต่อสู้นะคะ//ทำเสียงเข้มอีกครั้ง




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.463K ครั้ง

23,696 ความคิดเห็น

  1. #23289 mytty (@lotty429miew) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 10:30

    เเมวจะไม่ร้ายใส่น้องใช่มั้ยยยย

    #23289
    0
  2. #23244 Airki (@jodella) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 09:07
    ก้อเห็นชัดอยู่นะว่าแมวลงโทดเพราะทหารมายุ่งกับปลาอ้ะ เขียนดีมากค่ะ
    #23244
    0
  3. #22890 Peach9 (@PakjiraWanpanom) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 11:03
    ท่านอ๋องย้อนอดีตเหมือนกันป่ะ งองงงแต่บุคคลที่น่าสงสารที่สุดคงไม่พ้นพี่เฉินเรา5555555
    #22890
    0
  4. #22730 ❀than. (@TH9NYE) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 01:18
    หรืออ๋องเหมียวๆ ในชาติก่อนจะตายและตามถิงถิงมาเช่นกัน เพราะอ๋องเหมียวในชาติก่อนและตอนนี้ช่างแตกต่างกันมาก !!
    #22730
    0
  5. #22698 AwkorMZ (@AwkorMZ) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 10:08
    ทำไมรู้สึกว่าท่านอ๋องก็ย้อนกลับมาหว่าาา
    #22698
    0
  6. #22608 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 21:44
    ตอนที่ท่านอ๋องมาตามน้องที่กระโจม ใจเราหายวาบเลยค่ะ กลัวจะซ้ำรอยเดิมใช่มั้ย ที่กลับมาแล้วไม่เจอน้องอีกเลย ฮือ อ๋องบอบบางๆๆๆ
    #22608
    0
  7. #22587 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 07:11

    เราขอซื้อความ งง ของถิงถิงไประเบิดทิ้งได้มะ? ท่านอ่องแสดงออกขนาดนี้ยังไม่รู้เรื่อง? ต้องให้ท่านแม่ออกจากสร้อยมาโบกถึงจะดี!!

    #22587
    0
  8. #22457 puenyimm (@Berrymint_) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 21:40
    โอ้ยยยยยยยย น้อง! ซื่อ(บื้อ)ไปแล้วววว 555555555
    #22457
    0
  9. #22396 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 01:11
    ไม่มีอะไรเลยจริงๆ
    #22396
    0
  10. #22144 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:21
    อย่าคิดมากลูก
    #22144
    0
  11. #22003 unknownpb (@unknownpb) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 01:09
    ท่านอ๋องก็กลับมาอดีตรึเปล่านะ เลยพยายามเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เคยทำ เลยกลัวมากตอนกลับมาไม่เจอถิงถิง กลัวจะเหมือนตอนชาติก่อนที่ถิงถิงถูกฆ่าตอนท่านอ๋องไม่อยู่ ฮืออออ แมวเหมียวน่าสงสาร นี่ว่าชาติก่อนท่านอ๋องก็คงรักถิงถิงนั่นแหละ แต่เลือกทางเดินอีกแบบ ไม่ได้บอก ไม่ได้แสดงออก ละสุดท้ายก็จบไม่สวย ไม่อยากจะคิดเลยว่าตอนท่านอ๋องกลับมาแล้วถิงถิงถูกฆ่านี่ท่านอ๋องจะรู้สึกไง แค่คิดก็จะร้องไห้ ถ้าท่านอ๋องก็กลับมาอดีตจริง ท่านอ๋องเลยทำอะไรที่ถิงถิงคิดว่าท่านอ๋องคนเก่าจะต้องไม่ทำแน่ๆ เพราะท่านอ๋องอยากเปลี่ยนแปลงและไม่อยากให้จบแบบเดิม นี่คือการเดา แต่คิดว่ามันก็น่าจะเป็นไปได้ที่ท่านอ๋องก็กลับมาอดีต ฮือออ นิยายสนุกมากๆค่ะ เราชอบมากๆ อ่านแล้วติดมากกกก ท่านอ๋องน่ารักกก ถิงถิงก็น่ารักกก เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #22003
    0
  12. #21921 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 11:32
    น้องเก่งแล้วๆๆ
    #21921
    0
  13. #21834 Doctor Seraph (@kimtae95) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 19:05
    ท่านอ๋องงง

    พี่เฉินผิดอะไร5555555
    สมน้ำหน้าแก
    #21834
    0
  14. #21659 UkeOtakuSama (@UkeOtakuSama) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 08:07
    คิดว่าอ๋องแมวน่าจะกลับมาตอนเจอถิงถิงครั้งแรก และเกี่ยวข้องกับพลังของท่านแม่
    #21659
    0
  15. #21518 badlism. (@exofan45) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 17:51
    ท่านอ๋องกลับมาเหมือนกันแน่ๆ
    #21518
    0
  16. #21423 -เกม- (@-gem-) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 21:24
    ถิงถิงใจอ่อนง่า ไหนบอกจะตัดใจ ว้า ;×;
    #21423
    0
  17. #21021 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 21:54
    ซ่อมทั้งค่าย55555555
    #21021
    0
  18. #20507 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 03:44

    หรือนี่คือเเผนการของถิงถิง ที่ต้องการให้ทหารฝึกหนักขึ้นเพื่อรับศึกสุดท้ายใช่ไหม คราวจริงน้องไม่ได้ซื่อบื้อเลย ถิงถิงวางแผนไว้ทั้งหมดแล้วต่างหาก

    #20507
    0
  19. #20345 Nitto_OuranHC (@notdo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 00:22
    ถิงถิงก็น่ารักก ท่านอ๋องก็น่ารัก ดูต่างคนต่างก็กล้าทำกล้ารับอ่ะ ใจตรงกันมันดีงี้นี่เอ๊ง ท่านแม่นี่คือกัปตันเรือเลย ชิปแรงมาก55555555
    #20345
    0
  20. #20129 __tha__ (@virgo90) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 02:34
    ทายว่าท่างอ๋องน่าจะกลับมาอดีตเหมือนกันหรือเปล่า ถึงได้แก้ไขทุกอย่างที่เคยทำ
    #20129
    0
  21. #19997 Naraprinnnt (@Naraprinnnt) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 13:07
    ท่านอ๋องนี่ใส่ใจทหานดีจริงๆเลยนะคะ // จริงจริ๊งง
    #19997
    0
  22. #19971 arenajangg (@arenajangg) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 19:09
    ชอบมากเลย
    #19971
    0
  23. #19805 Otaku_Chom_Hama (@chom-hama260144) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 13:08
    ฮรือออ อินกว่าเดิม พออ่านไปถึงตอนล่าสุดแล้วมาอ่านอีกรอบอินมาก ครั้งแรกที่อ่านออกจะเกลียดแมวหน่อยๆเพราะเราอ่านตามความคิดของถิงถิง แต่ตอนนี้สงสารแมว เข้าใจแมว งืออออออ เศร้ากว่าเดิม!
    #19805
    0
  24. #19750 tan~tan (@bootan2526) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 18:44
    ฝึกตัวอ่อนตอนออนท็...เอ้ย ตอนฝึกวรยุทธ์ไง
    #19750
    0
  25. #19586 hiiieun (@jygkast) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 20:34
    ฝึกตัวอ่อนเพื่อให้ใช้ต่อสู้จริงๆหรอคะนักเขียน เราว่ามันแปลกๆ /หัวเราะเสียงสูง
    #19586
    0