[kaido,kaisoo] OS/SF จักรวาลมหาสมุทร

ตอนที่ 3 : [OS] พ่อเสือป่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    14 ก.ค. 60












     ช่วงชีวิตที่นับว่าเป็นช่วงที่สดใส และซาบซ่านที่สุดก็คงหนีไม้พ้นช่วงชีวิตสมัยมัธยมปลาย อายุสิบเจ็ดสิบแปดนับว่าเป็นช่วงวัยกำลังเติบโต และเรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง

     ภายในรั้วโรงเรียนก็นับเป็นสถานที่เรียนรู้ที่ดีแห่งหนึ่ง ไม่ว่าจะการเรียนรู้ตามหลักสูตรในหนังสือ หรือการเรียนรู้การเข้าสังคมกับเพื่อนๆ หรือแม้จะการเรียนรู้วีรกรรมแสบๆของเด็กๆชาวมัธยมตอนปลาย


“เงียบ!” ครูสาวฟาดไม่เรียวลงกับโต๊ะหน้าห้องประจำตำแหน่งเพื่อสั่งให้นักเรียนทุกคนทำตัวให้เรียบร้อยมากขึ้น

“ครูจะมาชี้แจง และเตรียมความพร้อมสำหรับค่ายพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้นฟังให้ดี ใครไม่ฟังก็ไม่ต้องไป” สิ้นคำประกาศิตนักเรียนทั้งห้องก็เงียบลงทันตาเห็น

“พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางจากโรงเรียนตอนแปดโมงตรง ห้ามมาสายเป็นอันขาด ส่วนของที่ต้องเตรียมไป รู้กันแล้วใช่มั้ยว่ามีอะไรบ้าง ไหนลองทวนให้ครูฟังสิ”

 

“ยาประจำตัว”

 

“เสื้อผ้าหนาๆ”

 

“ไฟฉาย”

 

“หมวก”

 

“อุปกรณ์ทำแผล”

 

“เชือก” เหล่านักเรียนต่างก็ค่อยๆไล่ไปตามเท่าที่จำได้ ซึ่งนั่นก็ทำให้คุณครูชื้นใจขึ้นมาอีกหนึ่งเปราะที่อย่างน้อยนักเรียนของพวกเธอยังจำมันได้ดี

 

“งั้นครูฝากหัวหน้าห้องคอยตรวจเช็คของให้เพื่อนๆในวันพรุ่งนี้ด้วย อย่าลืมว่าพรุ่งนี้มากันกี่โมง”

 

“ก่อนแปดโมงครับ/ค่ะ”

     หลังจากทุกอย่างถูกแจกแจงโดยครูประจำชั้นเรียบร้อยแล้ว ห้องเรียนก็กลับมาโวกเวกโวยเหมือนเดิม เว้นแต่หัวหน้าห้องที่ยังคงตั้งใจก้มหน้าจดข้อมูลสำคัญสำหรับวันพรุ่งนี้ลงหนังสือ ด้วยนิสัยเจ้าระเบียบของหัวหน้าห้องทำให้เป็นที่นับถือแก่ทุกคนในห้อง จึงไม่ค่อยมีใครเข้ามาวุ่นวายรบกวนเขานัก

 

“นี่หัวหน้าๆ พรุ่งนี้จะมากี่โมง” จุนมยอนขยับเก้าอี้เข้ามาหาเขา

 

“ก็สักประมาณหกโมงครึ่งล่ะมั้ง”

 

“หูย มาเช้าจัง”

 

“ก็ต้องมาเช็คของให้เพื่อนด้วยนี่”

 

“ให้พวกมันเช็คกันเองก็ได้นี่”

 

“ไม่ได้หรอก เกิดผิดพลาดขึ้นมาจะแย่เอา” คยองซูในนามหัวหน้าห้องส่ายหัวไปมาเบาๆ

 

“งั้นเดี๋ยวเรามาเป็นเพื่อนก็ได้ พรุ่งนี้จะมารอที่โรงเรียนแต่เช้า จะได้ช่วยเช็คของกัน” จุนมยอนที่ได้รับตำแหน่งรองหัวหน้าห้องก็ไม่อยากที่จะกินแรงเพื่อนด้วยการมาช้ากว่าคยองซู


#พ่อเสือป่าของหัวหน้า


     การตื่นแต่เช้าตรู่ในวันศุกร์เป็นอะไรที่ยากลำบากสำหรับเด็กวัยกำลังกินกำลังนอน เหล่านักเรียนมัธยมตอนปลายปีสุดท้ายพากันนั่งหน้าง่วงอยู่บนรถทัวร์คันโตหลังจากตรวจเช็คสำภาระจากหัวหน้าห้องกันเสร็จแล้ว

     รถบัสแปดล้อกำลังเคลื่อนตัวไปตามท้องถนนกว้าง แต่ภายในกลับเงียบเฉียบเพราะทุกคนต่างก็หลับเอาแรง เพื่อที่จะได้มีแรงในการเดินป่าครั้งแรกในวันนี้ จะมีก็เพียงหัวหน้าห้องตัวเล็กที่มองออกไปไกลนอกหน้าต่าง เฝ้าคิดวางแผนต่างๆนาๆว่าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นในการเดินค่ายครั้งนี้เขาจะมีแผนสำรองอะไรเอาไว้ช่วยเพื่อนๆในห้องได้บ้าง

     เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงหน้าภูเขาลูกโต และป่าที่ไกลสุดลูกหูลูกตา ทุกคนก็ดูว่าจะตื่นเต้นกับการเดินป่าครั้งนี้เป็นอย่างมาก พวกเขาสะพายเป้ขึ้นหลังพร้อมลุยกันหมด หากทว่าคุณครูสาวในชุดทหาร(ที่ไม่รู้ไปเอามาจากไหน)เดินมาบอกให้พวกเขานั่งอยู่กับพื้นเสียก่อน


“การเดินป่าครั้งนี้ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หรือเรื่องสนุกอย่างที่เราคิดกันไว้นะ มันอันตรายมาก หากหลงทางกันขึ้นมาก็จะแย่เอา เพราะฉะนั้นการเดินป่าครั้งนี้จำเป็นต้องมีพี่ๆเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลและนำทางให้กับพวกเรา เดี๋ยวครูจะให้พี่ๆเขามาแนะนำตัว เราก็จำพี่เขาไว้ดีๆด้วยล่ะ”

 

     สิ้นเสียงการตอบรับจากเหล่านักเรียน ก็มีผู้ชายเดินเข้ามายืนอยู่หน้าแถวมากถึงแปดคน ด้วยรูปร่างหน้าตาที่สมกับเป็นชายชาตรีทำให้เหล่าสาวๆพากันกรี๊ดกร๊าดกันไปตามระเบียบ

 

“สวัสดีครับ พี่ๆเป็นทหารลาดตระเวนอยู่ที่ป่าแห่งนี้นะครับ ตลอดการเดินป่าสามวันสี่คืนนี้ พี่ๆจะเป็นคนคอยดูแลพวกเราเอง แต่พวกเราก็ต้องให้ความร่วมมือกับพี่ด้วย” พี่คนนึงพูดขึ้น

 

“พี่เป็นหัวหน้าทหารลาดตระเวนในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นห้ามใครฝ่าฝืนกฎเป็นอันขาด และจำชื่อพี่ไว้ให้ดี พี่ชื่อคิม จงอิน

 

     แววตาดุดันของคนตรงกลางที่ชื่อคิมจงอิน สร้างความเกรงกลัวให้กับนักเรียนทุกคนเป็นอย่างมาก ต่างกับหัวหน้าห้องโด คยองซูที่เผลอกัดริมฝีปากตัวเองอย่างเผลอตัวเมื่อรู้สึกว่าแววตาดุดันคู่นั้นช่างมีเสน่ห์ และเซ็กซี่จนเขย่าหัวใจของเขาเสียเหลือเกิน

 

     หลังจากการอธิบายเรื่องกฎระเบียบการเดินป่าเรียบร้อยแล้ว เหล่าคณะก็พากันออกเดินทางเข้าไปในป่าไพรเพื่อเดินทางไปยังจุดที่พักที่ห่างออกไปถึงห้ากิโลเมตร และด้วยสภาพป่าที่เพิ่งผ่านฝนไปเมื่อคืนทำให้การเดินป่าเป็นไปได้ทุลักทุเลเสียเต็มประดา

 

“โอ๊ย!” จุนมยอนหลงเสียงหลงเมื่อจู่ๆตนก็ลื่นโคลนแถวนั้นจนเกือบเสียหลักล้ม

 

แต่ก็ยังดีที่ถูกหัวหน้าห้องช่วยคว้าตัวเอาไว้ได้ทัน “ระวังหน่อย”

 

“ขอบใจคยองซู”

 

“เดินดูทางหน่อยสิ” เขาจับมือเพื่อนเอาไว้ให้ค่อยๆเดินไปด้วยกัน

 

“เพื่อนอะไรรึเปล่าครับ?” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างกาย ทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งโหยงทันทีที่ได้ยิน

 

“อะ เอ่อ พี่จงอิน”

 

“เห็นจับมือประคองกัน เป็นอะไรรึเปล่า เมื่อกี้ได้ยินเสียงร้องด้วย”

 

“อ่อ ไม่เป็นไรครับ พอดีเมื่อกี้ผมตกใจนิดหน่อย” จุนมยอนยิ้มแห้ง

 

“แล้วเราล่ะ” คนตัวสูงมองมาที่เขา “ไม่เป็นไรใช่มั้ย” และน้ำเสียงที่ดูอ่อนโยนต่างกับมัดกล้ามบนต้นแขนของเขาสิ้นดี

 

“เอ่อ ไม่ครับ ไม่เป็นไร” หัวหน้าห้องจำต้องก้มหน้าหลบเพื่อซ่อยริ้วแดงบนแก้ม

 

“อดทนอีกหน่อยนะ เรามากันได้ครึ่งทางแล้ว”

 

“เราจะถึงจุดพักกันกี่โมงหรอครับ?” จุนมยอนถามขึ้น

 

“ถ้าเรารีบเดินกันหน่อยอีกสักครึ่งชัวโมงก็ถึง” พอจงอินพูดจบ จุนมยอนก็ก้มหน้าดูนาฬิกาข้อมือตัวเอง เพราะเส้นทางระหว่างโรงเรียนของพวกเขากับป่าแห่งนี้ก็กินเวลาเดินทางกันมาครึ่งวันแล้ว หากนับต่อไปอีกพวกเขาก็คงถึงที่พักกันเกือบเย็นเลยทีเดียว

 

“มีอะไรรึเปล่าจุนมยอน” คยองซูเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าจุนมยอนมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

 

“รองเท้ากัดน่ะ” เขากระซิบบอกหัวหน้าห้องเบาๆ

 

“หืม?” คยองซูหยุดเดินพร้อมกับก้มตัวลงดูรองเท้าให้เพื่อนทันที

 

เขาจับข้อเท้าของจุนมยอนออกจากรองเท้าก็พบว่ารองเท้าผ้าใบคู่ใหม่ของเพื่อนนั้น กัดเท้าของจุนมยอนจนเลือดซิบเลยทีเดียว

 

“ใส่รองเท้าฉันไปก่อนแล้วกัน” คยองซูถอดรองเท้าตัวเองออก และยื่นไปให้เพื่อน

 

“ไม่เป็นไร อีกหน่อยก็จะถึงแล้ว”

 

“ได้ไง มันไม่หน่อยเลยนะ ถ้าทนไปมากกว่านี้ นายจะเดินป่าอีกไม่ได้ เอาของฉันไปใส่” ไม่ว่าเปล่า คยองซูจัดแจงเอาเท้าเพื่อนยัดเข้าไปในรองเท้าของตนเอง

 

และทุกอย่างก็ได้ตกอยู่ในสายตาของหัวหน้าทหารลาดตระเวนแล้ว...

 

     เมื่อทุกคนเดินทางมาถึงจุดพักกันอย่างปลอดภัยเรียบร้อยแล้วก็พากันช่วยกางเต้นท์สำหรับค้างคืน บ้างก็จัดเตียมอาหาร บ้างก็เดินไปสำรวจป่า บ้างก็พักผ่อนอู้งานกันไป บ้างก็จัดการกับบาดแผลที่ตัวเองได้รับจากการเดินป่า

     คยองซูเดินมานั่งอยู่ริมลำธารกลางป่า เขาถอดรองเท้าผ้าใบที่อาสาเปลี่ยนกับเพื่อนออก เผยให้เห็นบาดแผลเหวอะหวะบริเวณส้นเท้าและนิ้วก้อยจากการถูกรองเท้ากัด ไหนจะแผลตามท่อนแขนขาวที่ถูกหนามในป่าเกี่ยวเอาอีก เขาโน้มตัวลงไปเพื่อวิดน้ำขึ้นมาล้างแผลที่แขนตัวเอง

 

“อะ!!” ด้วยโขดหินที่ลื่นเพราะความชื้น ทำให้เท้าเปล่าไม่สามารถยึดเกาะอะไรไว้ได้ ร่างเล็กทั้งร่างล่วงไหลลงสู่ธารน้ำไหลเชี่ยวทันที

      คยองซูพยายามตระเกือกตระกายหาที่ยึดเหนี่ยว แต่ก็ไม่อาจต้านกระแสน้ำเชี่ยวได้ ยิ่งพยายามดิ้นรน ยิ่งมีแต่ทำให้ตัวเองบาดเจ็บ เท้าเปล่าใต้น้ำที่พยายามเดินทวนกระแสน้ำทำให้เตะเข้ากับคมหินที่กลิ้งอยู่ใต้น้ำ ยิ่งเป็นตัวบั่นทอนให้ร่างเล็กไหลไปตามกระแสน้ำได้ง่ายมากขึ้น

 

“ชะ ชะ ช่วย ช่วยด้วย ค่อกๆ” พยายามส่งเสียงร้องออกไป แต่กระแสน้ำก็พัดพาเขาไปจนสำลักน้ำหน้าตาแดงไปหมด

 

ตู้ม!!

เสียงน้ำดังกระจาย พร้อมแรงกระชากแขนเล็กทำให้เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมามองหัวหน้าทหารลาดตระเวนที่โดดลงมาช่วยเขาเอาไว้

 

“เกาะเอาไว้” เกี่ยวรั้งเอวเล็กเข้ามาชิด พร้อมกับจับแขนเล็กให้กอดคอเขาเอาไว้

 

     ด้วยความกลัวตาย คยองซูก็รีบคว้าต้นคอร่างแกร่งเอาไว้อย่างทันที พร้อมใช้ขาคาบเกี่ยวเอวหนาเอาไว้เสียแน่น นึกกลัวจนตัวสั่นแต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะกระแสน้ำยามเย็นนี้ช่างน่ากลัวเสียยิ่งกว่าอะไร

 

“พะ พี่จงอิน!!

โครม!!

ไม่ทันที่พี่เขาจะเดินถึงขอบฝั่ง ท่อนไม้ใหญ่ที่ไหลมาตามน้ำก็พุ่งเข้าสู่ร่างทั้งสองทันที


#พ่อเสือป่าของหัวหน้า


     ความเย็นเข้าเกาะกุมทั่วใบหน้าขาว หากทว่าร่างกายกลับอบอุ่นเหลือเกิน นึกสงสัยว่าความรู้สึกหลังความตายมันเป็นแบบนี้หรือ มันอบอุ่นมาจนถึงหัวใจเขาขนาดนี้เชียวหรือ

 

“คยองซู ได้ยินพี่มั้ย?” เสียงทุ้มดังขึ้นข้างใบหูเล็ก

 

“อือ...” ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเมื่อได้ยินเสียงทุ้มแสนอบอุ่น

 

“รู้สึกตัวแล้วหรอ ลืมตาหน่อยสิ ลืมตามองพี่” แรงสัมผัสอุ่นที่แก้มเขาเบาๆ ทำให้จำต้องลืมตากลมขึ้นมอง

 

     เมื่อเห็นว่าใบหน้าคมเข้มอยู่ไม่ห่างกันก็เบิกตากว้าง สร้างรอยริ้วสีแดงพาดลงบนแก้มของตัวเองทันที คิดไม่ถึงเชียวว่าในชีวิตหลังความตายของเขาจะมีผู้ชายคนนี้อยู่ด้วย หรือผู้ชายคนนี้ตายตามเขามา แล้วถ้าตายแล้วหัวใจของเขายังคงเต้นแรงได้ขนาดนี้เชียวหรือ?

"ตกใจอะไร?” จงอินยิ้มขำให้กับคนในอ้อมกอด

 

“อะ เอ่อ นะ นี่เรายังไม่ตาย?” คยองซูหันมองไปรอบๆก็รู้ว่าตัวเองกับพี่ชายคนนี้นอนกอดกันอยู่กลางป่า ไร้ผู้คน มีเพียงความมืดมิดที่โอบล้อมเราไว้ทุกหนทุนแห่ง

 

“ยัง แต่ก็เกือบ เราไหลตามน้ำมาไกลมาก ตอนนี้ก็มืดมากแล้วด้วย พี่ว่าคืนนี้เราต้องอยู่กันที่นี่แหละ” จงอินประคองน้องให้ลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ไม่ได้ปล่อยให้ร่างเปียกปอนห่างไปไกล ยังคงดึงเอวน้องให้ขยับกายเข้ามาอยู่ในตักของตนเอง

 

“ที่นี่..หรอครับ” ช้อนตามองคนที่สูงกว่าด้วยแววตาวิตก

 

“ครับ กลัวหรอ” ยกมือขึ้นเกลี่ยแก้มเด็กน้อยหวังปลอบประโลมให้คนตัวน้อยหายกลัว

 

คยองซูไม่ตอบกลับ หากแต่ว่าก้มหน้าขบเม้มริมฝีปากตัวเองอย่างเผลอตัว

 

“พี่อยู่ด้วยทั้งคน จะกลัวอะไร”

 

“แต่ว่า..คนอื่นจะเป็นห่วง”

 

“ครับ เป็นห่วงแน่ แต่เราก็ไปไหนไม่ได้ ยิ่งเดินออกไปก็มีแต่อันตราย”

 

“ละ แล้วเราจะทำยังไงดี”

 

“ก็ต้องอยู่ที่นี่แหละ นอนพักตรงนี้กันสักคืน พอเช้าเราก็ค่อยเดินไปตามหาเพื่อนๆกัน”

 

     ตัวเล็กพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาถูกสั่งให้นั่งอยู่เฉยๆเพราะบาดแผลฉกรรณ์บริเวณเท้าของเขา ส่วนพี่จงอินก็จัดการหาไม้มาจุดไฟ จงอินใช้ไฟแช็กที่ตัวเองพกมาไว้สูบบุหรี่ จุดไฟกับขอนไม้แห้งที่หาได้

     คยองซูเบิกโตกว้างรีบหันหลังหลบหนีเมื่อจู่ๆพี่ทหารร่างใหญ่ก็ถอดเสื้อออกต่อหน้าต่อตาเขา จงอินที่เห็นแบบนั้นก็หัวเราะในลำคอออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินไปจับคอเสื้อคลุมสีน้ำตาลของน้องออก

 

“อะ!!” คยองซูสะดุ้งโหยงเมื่อถูกผิวเย็นของพี่สัมผัสเข้าที่ต้นคอ

 

“ถอดออกมาผึ่งหน่อยเถอะ ใส่ไว้แบบนี้จะไม่สบายเอา” เมื่อคนตัวเล็กหันกลับมามองผู้พูดก็ต้องหลบสายตานั้นอีกครั้ง เพราะร่างกำยำสมชายชาติทหารถูกปรากฏต่อหน้าเขาอย่างเต็มตา ไม่ว่าจะมัดกล้ามที่ต้นแขน และรอยสักรูปดอกกุหลาบสีแดงที่ท้องแขนนั่น รวมไปถึงลอนกล้ามที่หน้าท้องของพี่เขา ทำให้หัวใจดวงน้อยๆเต้นระส่ำขึ้นมาแปลกๆ

 

“แต่ถ้าถอด มันจะไม่หนาวกว่าเดิมหรอครับ”

 

“เถอะน่า” จงอินดึงเสื้อคลุมออกจากแขนน้อง พร้อมกับเสื้อสีดำเปียกชุ่ม


     จงอินเอาเสื้อทั้งหมดไปพาดไว้กับขอนไม้ใกล้ๆกองไฟ หวังผึ่งเอาไว้ให้แห้งทันพรุ่งนี้เช้า เขาเดินกลับมาหาน้องที่นั่งกอดเข่าเอาไว้เสียแน่น ใบหน้าเปื้อนริ้วแดงจากความเขินทำให้เขานึกหมั่นเขี้ยวแก้มกลม อยากจับฟัดให้แตกกันไปข้าง


“มาใกล้ๆพี่นี่มา” จงอินนั่งลงข้างๆพร้อมอ้าแขนให้น้องขยับเข้ามาหา

 

“ไม่เป็นไรครับ” คยองซูส่ายหน้าหนี

 

“มาใกล้ๆเถอะน่า เดี๋ยวก็หนาวตายหรอก” ว่าแล้วก็ออกแรงดึงรั้งเอวบางใกล้

 

“ม่ะ ไม่เป็นไรจริงๆครั เหวอ!!” ดังรั้งกันไปมาจนสุดท้ายก็หมดแรงต้านแขนแกร่งของพี่เขา ตัวเล็กเซถลาล้มลงบนอกกว้างพี่เขาอย่างเต็มแรง

     ดวงตากลมเบิกกว้างอีกครั้งเมื่อเห็นว่าใบหน้าของพี่ทหารป่าอยู่ไม่ไกลจากหน้าตนเท่าไหร่ เรียกได้ว่าใกล้จนเกือบแนบชิดเลยก็ว่าได้ แรงสั่นสะเทือนในอกรุนแรงมากเสียจนเขาฟังไม่ออกว่ามันเป็นเสียงของใครกันแน่ รู้เพียงว่าลมหายใจร้อนๆนั้นกำลังมอมเมาเขาให้ตกหลุมพรางลงไปทั้งตัว

 

มีอารมณ์หรอ?” จงอินยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อเขาสัมผัสได้ว่าบริเวณกลางลำตัวที่แนบชิดอยู่นั้นกำลังขยายเบียดหน้าท้องเขาอยู่

 

“อะ เอ่อ” คยองซูที่ถูกจับได้ก็พยายามจะดิ้นตัวออก แต่ก็ถูกแขนแกร่งกอดรั้งเอาไว้

 

“เพราะพี่หรอครับ?”

 

“พะ พี่ ปล่อย” เอ่ยร้องขอด้วยเสียงกระเส่าเพราะส่วนนั้นมันกำลังถูไถลกับหน้าท้องลอนของพี่เขา สร้างความปั่นป่วนในท้องน้อยของเขาไม่น้อยเลยทีเดียว

 

“เรามีอารมณ์เพราะพี่ ก็ให้พี่ช่วยเถอะ”

 

เปิดวาร์ป

[คลิกที่รูปเลยจ้า]




#พ่อเสือป่าของหัวหน้า

จบตอน






--------------------------------------

โอ๊ยย จะหนีไปทำบุญแล้วววววว

55555555555555555555555



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

472 ความคิดเห็น

  1. #454 si_neee (@si_neee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 00:32
    ทำไมพี่เค้ากินน้องเก่งจังคะ
    #454
    0
  2. #399 AH-EYEZ (@parichatpopeye) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 20:55
    เหมือนจะดีนะคะ อิอิ
    #399
    0
  3. #264 จีวอนชิ':) (@view1410) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:58
    แน่ะ5555555
    #264
    0
  4. #198 viewvy_tangmo (@viewvy_tangmo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 22:27
    วรั้ยตัยแล้ว กลางป่ากลางเขา
    อิ พี่ทหารน่ารัก~
    #198
    0
  5. #172 sayyeol (@doramory) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 02:01
    ไรท์จ้าา เหมือนจะอ่านฉากคัทไม่ได้ง่าาา ช่วยเช็กให้หน่อยน๊าา -..- ขุ่นพี่ทหารจะทำไรหนูคยองงง~~
    #172
    0
  6. #142 KhimSF7 (@khimgray) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 09:00
    แอร้ยยยยย ขุ่นพรี่!!! ขุ่นพรี่ทหารร้ายกาจมากๆ
    #142
    0
  7. #23 wannabemochi (@wannabemochi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 04:02
    ร้ายกาจจจ
    #23
    0