Not yours เมื่อผมไม่ใช่ (Yaoi) (END)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 179,839 Views

  • 3,240 Comments

  • 9,854 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,924

    Overall
    179,839

ตอนที่ 6 : Chapter 5 : What?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22841
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2144 ครั้ง
    6 ม.ค. 62

Chapter 5 What?

                “เป้ยเพื่อนกูบอกว่าผู้กำกับชอบมึงว่ะ สนใจรับงานต่อไหม พี่คนนี้แกไม่ค่อยสนเด็กใหม่เลยนะเว่ยเพื่อนกูบอก”

                ไอ้ปองทำหน้ากระซิบกระซาบใส่ผมตอนเรากินข้าวกลางวันกัน มันไม่คบเพื่อนแผนกมันจริงๆนะ ส่วนผมเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่ยังไม่แน่ใจว่าสังกัดฝ่ายการตลาดหรือฝ่ายบุคคล

                ช่วงนี้เครืออารยะมีการเปลี่ยนโครงสร้างบริษัท มีการปรับแผนก เปลี่ยนชื่อตำแหน่งเยอะแยะไปหมด ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอก เพราะโต๊ะทำงานผมไม่ได้อยู่ร่วมกับเพื่อนในแผนกอยู่ดี

                “หรอ...จริงอ่ะ กูจะดังแล้วหรอ”

                “เออ มึงฉายแววแล้ว หนี้มึงจะได้หมดไวๆ กูยินดีล่วงหน้าเลย”

                ไอ้ปองมันก็ดี ผมมองหน้ามันด้วยความซึ้งใจก่อนจะตัดใจแบ่งปลาทูครึ่งซีกให้มัน วันนี้ผมทอดปลาทูมาครับ ไปซื้อมาที่ตลาด ผมไปตลาดเป็นแล้ว ถูกกว่าซูเปอร์คอนโดผมตั้งเยอะแถมไม่ไกลด้วย กะหล่ำปลีก็ถูกกว่า

                “แล้วเขาจะให้กูไปเล่นบทไรวะ”

                “เปล่าไม่ได้แสดง แต่เป็นรายการทีวีอ่ะมึงที่เขาให้คนทางบ้านไปร่วมแข่งขันได้ รายการนี้ดังมาก”

                “โห กูตื่นเต้นว่ะ กูจะแข่งชนะเขาหรอ”

                “มึงก็เน้นฮาไปดิ จะได้ออกกล้องเยอะๆ รายการวาไรตี้เขาก็ต้องชอบคนตลกๆ”

                “เออๆได้ๆ”

                ใครมันจะไปคิดว่าชีวิตของผมจะปุ๊บปั๊บรับโชค ได้ออกรายการทีวี!

                “มึงรับงานนี้นะ? กูบอกเพื่อนให้ แต่ค่าตัวสามพันห้านะ โอเคไหม?”

                “ได้ๆ ขอบคุณนะมึง”

                “เออ เอาปลาทูมึงคืนไปด้วย ก้างโคตรเยอะ”

               

                ไอ้เหี้ยปองงงงงงงงงงงงงงง  มึงเอากูมาออกรายการอะไรเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยย

                คือผมก็ถามมันว่าเป็นรายประมาณไหนต้องเตรียมตัวอะไรหรือเปล่า มันบอกไม่ต้อง ไปถึงเขามีฝ่ายคอสตูมดูแลให้หมด ไอ้เราก็ดีใจจะมีคนแต่งหล่อให้ เปล่าเลยครับ...เขาแต่งให้ผมเป็นผี

                ใส่ชุดคลุมสีดำเปิดแค่หน้า แถมโบกหน้าขาวมีตาดำๆขีดๆ ผีอะไรไม่รู้คุ้นๆแต่จำชื่อไม่ได้

                “น้องก็โพสท่าแบบนี้นะ”

                “ครับพี่”

                แต่รายการเขาดังจริง ผมยังรู้จักเลยครับ เป็นรายการที่ให้นักร้องมาเลือกว่าใครจะได้ Featuring ด้วย ใครเป็นนักร้องเสียงเพราะ นักร้องเสียงเพี้ยน แล้วตีมรายการวันนี้คือตีมผี!

                ผมไม่ได้อวดหน้าตาคิวท์บอยของผมสักนิด ฮือออออ แต่ไม่เป็นไรค่าตัวสามพันห้าแน่ะ แล้วก็เหมือนเดิมครับมาแต่เช้าได้ถ่ายเกือบเย็น

                “เบอร์เจ็ดแนะนำตัวหน่อยครับ”

                “แบร่ แบร่ แบร่ แฮ่!

                อันนี้ก็สคริปต์ครับ... นอกจากจะไม่ได้โชว์หน้าแล้วก็ยังไม่ได้โชว์ความฮาแบบที่ไอ้ปองบอก แล้วกูจะอยู่รอดในรายการวาไรตี้ได้ยังวะ

                ขณะที่ผมกำลังปลอบใจว่าจะได้กลับบ้านไวๆไปนอนพัก แถมค่าตัวเท่าเดิมก็กลายเป็นว่าผมดันถูกเก็บไว้เป็นคนสุดท้าย ใน VTR ที่เขาถ่ายแบบรวบรัดตอนผมต้มกะหล่ำปลีที่บ้าน หน้าเปล่าเปลือยผมอาจจะคิวท์บอยถูกใจกรรมการเขาเลยบอกให้เก็บผมไว้

                “คอนโดน้องหรูมากกก นี่ลูกคนมีตังค์ชัวร์ค่ะ เก็บไว้ พี่โสดนะคะ”

                ใช่ครับแล้วผมคือคนที่จะได้ร้องกับนักร้อง ซึ่ง...ผมเป็นนักร้องเสียงเพี้ยน

                ช่วงพักเบรกก่อนถ่ายต่อผมเลยรีบโทรหาไอ้ปอง ปรึกษามันว่าจะร้องยังไงดีให้ผมได้ซีนเยอะๆ ไอ้ปองว่าร้องแบบอ่านหนังสือแต่ท่าทางเหมือนมึงเป็นร็อคเกอร์อ่ะ อ่อ วงที่มาวันนี้เป็นวงร็อคครับ

                “กูเขิน”

                “เขาปิดหน้ามึงขนาดนั้นยังเขินอีกหรอวะ ที่มึงส่งรูปมากูจำไม่ได้เลย”

                “เอาไงดีวะปอง”

                “จัดเลยมึง ทำให้เต็มที่ เผื่อดัง”

                ผมยังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะดังยังไงกับการร้องเพลงเพี้ยน แต่ถึงเวลาผมก็ทำท่าอินไปกับเพลง มีเขย่าขาตามพี่นักร้องเขา ทำหน้าขมวดคิ้วคิดว่าตัวเองเท่ห์แบบเขาชัวร์ๆ

                แล้วพอถึงท่อนผม...คนก็ขำทั้งสตูดิโอ

 

                “น้องปะคะที่ออกรายการเมื่อคืน ตลกมากเลยค่ะ”

                โต๊ะประชาสัมพันธ์ของผมครึกครื้นกว่าทุกวัน หลังจากถ่ายไปแล้วหนึ่งเดือนรายการก็ออนแอร์ ในตอนร้องเพลงเสร็จเขาก็มีคำถามว่าผมทำอะไรอยู่กันแน่ ผมก็บอกไปตรงๆว่าเป็นประชาสัมพันธ์อยู่สำนักงานใหญ่อารยะ เข้าประตูมาเจอผมคนแรกแน่นอน อยากซื้อบ้าน ซื้อคอนโดไว้ อารยะ Is Your Choice

                สโลแกนบริษัทจำได้ขึ้นใจเพราะพี่เอิงกรอกหูมาตั้งหลายปี ผมได้รับคำชมจากฝ่ายบุคคลกับฝ่ายการตลาดด้วยว่า PR บริษัทได้ดี ประจวบกับที่อารยะกำลังจะเปิดโครงการใหม่แบบแกรนด์โอเพนนิ่ง

                ผมโคตรภูมิใจในตัวเอง ไม่คิดว่าการไปออกรายการเพื่อค่าตัวสามพันห้าจะสร้างคุณประโยชน์ขนาดนี้ แต่ใครจะไปคิดว่าผมจะตลกขนาดเป็นกระแส ผมแค่โยกหัวจนผ้าคลุมหัวหลุด สะบัดเท้าจนรองเท้ากระเด็นแค่นั้นเอง

                ความบังเอิญอีกอย่างคือนักร้องวงนี้คือพรีเซ็นเตอร์ของอารยะในปีนี้ด้วย กลายเป็นอารยะได้ PR ในรายการฟรีไปเลย

                “ผู้บริหารอยากมอบของรางวัลให้นะ เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้พนักงานด้วยที่สร้างชื่อเสียงให้กับบริษัท ตอนบ่ายขึ้นมาที่ห้องคุณอชิตพลชั้นบริหารนะ เดี๋ยวเราเข้าไปพร้อมกัน”

                เอ่อ อันนี้ไม่ภูมิใจแล้วครับ...

 

                เป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอพี่เอิงในที่ทำงาน ผมไม่เคยคิดจะมาหาพี่เอิงบนนี้เลยสักครั้ง เขาอยู่ในชุดสูทเสื้อเชิ้ตกับกางเกงสีเทาเทารองเท้าหนังสีดำ

                ตาคมกวาดมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วหันไปพูดคุยกับหัวหน้าฝ่ายการตลาดและฝ่ายบุคคลแทน

                “ตกลงเรื่องปรับโครงสร้าง ประชาสัมพันธ์จะให้อยู่แผนกไหน”

                “ก็ยังพูดคุยกันอยู่ค่ะ เพราะว่าตำแหน่งนี้ไม่ได้ไว้ใช้สื่อสารกับนอกองค์กรเลยไม่เกี่ยวกับการตลาด แต่ทางฝ่ายบุคคลเองก็ไม่ได้มีงานเกี่ยวข้องกับประชาสัมพันธ์”

                “เฮ้อ...ย้ายเข้าสำนักกรรมการได้ไหมครับ?”

                “เอ...ก็ได้นะคะ ก็เหมือนอยู่ใต้บังคับบัญชาผู้บริหารโดยตรงเลยเพราะตำแหน่งนี้ก็ไม่ได้ทำงานกับแผนกไหนอยู่แล้ว”

                “ตามนี้แล้วกันครับ ยินดีต้อนรับสู่ฝ่ายบริหารนะครับ”

                ทุกคนคุยกันจบส่วนผมตาโตเป็นไข่ห่าน ผมต้องย้ายมาอยู่แผนกพี่เอิง? พี่เอิงพูดจาทางการมากแต่ผมเห็นแววระยิบระยับในดวงตาเขา

                เราถ่ายรูปมอบกระเช้าผลไม้เล็กๆและซองเงินสด กระเช้าผลไม้ของพี่เอิงมีแต่ผลไม้ที่ผมชอบ...อาจจะบังเอิญก็ได้เขาคงไม่ลงทุนไปเลือกหรอก ให้พี่เลขานั่นแหละไปซื้อ

                “งั้นกิจกรรมกินข้าวในแผนกอาทิตย์หน้าก็อย่าลืมมาร่วมนะครับ คุณต๊ะจัดการให้ผมด้วย”

                คุณต๊ะคือเลขาพี่เอิง...แล้วเดี๋ยวนะ กิจกรรมกินข้าวในแผนก?

                “เป่าเป้ยเพิ่งทำงาไม่นานแล้วอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างเลยยังไม่ทราบสินะ คือบริษัทเราจะมีพวกกิจกรรมให้พนักงานทำกันภายในเรื่อยๆค่ะ เดือนละครั้งภายในแผนกต้องกินข้าวร่วมกันสร้างสัมพันธ์ที่ดีในแผนกกันเอง เราทำกันมาทุกปีจ้ะ รอบนี้ก็ไปกินกับคุณเอิงโชคดีเลยเห็นคุณต๊ะบอกคุณเอิงชอบพาไปทานของอร่อย”

                วิญญาณผมออกจากร่างไปแล้ว ผมอุตส่าห์พยายามอย่างมากที่จะไม่เจอพี่เอิง ไม่ออกไประเบียง ตัดใจจากเขา กลายเป็นได้ย้ายมาอยู่แผนกพี่เอิง เอาอะไรคิดเนี่ยยยยยยยยย ประชาสัมพันธ์อยู่แผนกเดียวกับผู้บริหาร เป้ยปวดหัววว

                แต่คนอยู่เยอะผมก็ทำได้แค่ยิ้มๆแล้วหิ้วกระเช้าตัวเองกลับมาที่โต๊ะทำงาน เห็นหัวหน้าฝ่ายบุคคลบอกว่าผมจะได้เงินสามพันบาท แต่พอเปิดซองออกมา...ไอ้เหี้ยหนึ่งหมื่น

                เดี๋ยวนะ...จะบอกว่าฝ่ายบุคคลให้ผิดก็ไม่น่าใช่ เพราะเขาบอกว่าเป็นกฎบริษัทถ้าพนักงารสร้างชื่อเสียงจะได้รับเงินรางวัลสามพันบาทกับกระเช้า หรือว่าพี่จะเอิงใส่ให้เพิ่ม? ให้มาทำไมล่ะ...เอาไปคืนดีไหม? ผมไม่ได้อยากได้เงินเขาสักหน่อย

               

                ผมหยิบเงินมาสามพัน ที่เหลืออีกเจ็ดพันผมตั้งใจจะมาคืนพี่เอิง แต่จะฝากคนอื่นไปก็ไม่ได้ผมกลัวจะโดนสงสัยว่าทำไมพี่เอิงต้องใส่เพิ่มให้ผม ผมก็สงสัยแต่ไม่อยากรู้แล้ว ผมอยู่ในช่วงตัดใจอยู่นะ

                แอบเอาไปวางหน้ากระจกรถพี่เอิงดีกว่า คิดได้ดังนั้นผมก็อาศัยจังหวะคนไม่มีเดินไปที่ลานจอดรถ สปอร์ตคาร์ราคาโคตรแพงของพี่เอิงจอดอยู่ในที่จอดผู้บริหาร ผมเลือกวางซองตรงหน้ากระจก

                แล้วเงินจะหายไหมอ่ะ? คือเจ็ดพันมันเยอะมากนะสำหรับผมที่เงินเดือนหมื่นสี่ ซองมันจะปลิวปะวะ? หรือใครคิดว่าพนักงานมาเขียนด่าพี่เอิงจะหยิบซองไปทิ้งแล้วเจอเงินก็ขโมยเงินไป

                “เป้ยทำอะไร?”

                เสียงพี่เอิงทำผมสะดุ้งรีบถอยจากรถเขาแต่หัวดันไปชนเสาหลังจาที่จอดรถแทน

                “โอ๊ะ”

                “ซนอะไรเนี่ย”

                “เป้ยเปล่านะครับ”

                ขายาวก้าวเข้ามาประชิดผมจับหัวผมโยกไปมาแล้วเขาก็บอกว่าไม่เป็นหัวไม่โน ผมไม่ได้ใส่ใจหัวตัวเองเลยด้วยซ้ำ เวลามันเหมือนหยุดเดินตั้งแต่พี่เอิงเข้ามาใกล้...กลิ่นน้ำหอมของพี่เอิงทำผมใจเต้นอีกแล้ว

                “ยังไม่ได้ถามเลย ทำไมไปออกรายการได้?”

                “ก็เผื่อเป้ยดังเป็นดารา จะได้รวยๆ”

                “เป้ยอยากรวย?”

                “เป้ยอยากเอาเงินมาใช้หนี้พี่เอิงไวๆ...ตั้งสามล้านเป้ยเกรงใจ”

                “หนี้?”

                ผมเงยหน้ามองพี่เอิงที่คิ้วขมวดมุ่น ถือโอกาสยัดซองใส่มือเขาแล้วรีบเดินออกมา แต่พี่เอิงก็ดึงผมกลับมาที่เดิม เขาทำหน้าหงุดหงิดไม่พูดอะไรด้วยซ้ำจับผมยัดใส่รถเขา

                “พี่เอิง เป้ยยังไม่เลิกงาน เดี๋ยวเป้ยโดนด่า นะครับ...”

                พี่เอิงทำหน้าขัดใจแต่เขาก็ถอนหายใจออกมาแล้วพยักหน้า

                “เราจะคุยกันหลังเลิกงาน โอเคไหม? เลิกงานแล้วเป้ยมาหาพี่ที่ห้องทำงาน”

                “เป้ยมีนัดแล้ว”

                “กับใคร? ฝ่ายการตลาดคนนั้น?”

                “ครับ”

                ผมไม่ได้มีนัดกับปองหรอก แต่ผมนึกชื่อใครไม่ออกแล้ว ผมไม่อยกไปกับพี่เอิง ผมกลัวว่าความไม่ชัดเจนจะทำให้ผมตัดใจไม่ได้แล้วกลับไปเสียใจอีก ผมกำลังพยายามอยู่นะ...พยายามมากๆเลย

                “เป้ยชอบมัน?”

                “ก็ ปองก็นิสัยดีนะครับ เป็นเพื่อน...”

                “ฮัลโหลคุณต๊ะ หาคนมานั่งแทนเป้ยที ผมจะพาเป้ยไปข้างนอก”

                “พี่เอิงแต่...”

                พี่เอิงตวัดสายตาดุมาจ้องผม ผมไม่เคยโดนพี่เอิงโกรธเลยสักครั้ง มีบ้างที่เขาหงุดหงิดแต่ครู่เดียวเขาก็จะกลับมาใจดีกับผมเหมือนเดิม พี่เอิงจะดุก็แค่เวลาต้องการอะไรแล้วไม่ได้ดั่งใจ ซึ่งที่ผ่านผมตามใจพี่เอิงทุกอย่างอยู่แล้ว...

               

                พี่เอิงโกรธมาก มันทำให้ผมใจเสียไปหมดเพราะผมไม่กล้าพูดอะไรออกมาเลย เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันไปตลอดทางแถมยังขับรถเร็วปาดไปปาดมาจนน่ากลัว

                “พี่เอิง...ไปไหนครับ”

                “ทำไม เดี๋ยวนี้ไปกับพี่ไม่ได้แล้ว?”

                “ไม่ใช่แบบนั้น เป้ยก็แค่ถาม”

                “ไปกินข้าว ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เป้ยชอบมีเมนูพิเศษเฉพาะวันนี้”

                คือผมชอบปลาแซลมอนมากพอๆกับกะหล่ำปลีแต่พอดีมันแพงก็เลยไม่ได้กินบ่อย ผมกินมันครั้งแรกก็ตอนมาทำความสะอาดห้องพี่เอิง เจ้าปลาส้มๆที่อร่อยๆนั่นแหละครับ ถ้าจำไม่ได้ย้อนกลับไปอ่านตอนแรกๆเลยครับ

                ผมตามอารมณ์พี่เอิงไม่ถูกเลย เขาโกรธ เขาไม่พอใจแค่เขาพาผมไปกินข้าว? งงพอๆกับที่ผมเป็นหนี้แต่เขาซื้อคอนโดซื้อรถให้ผมนั่นแหละ แต่คิดอีกทีเขาอาจจะโมโหหิวก็ได้

 

                ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านนี้เป็นร้านโปรดพี่เอิง เขาก็จะพาผมมากินด้วยประจำ มีห้องส่วนตัวและราคาแพงหูดับตับไหม้ แต่มันอร่อยมากจริงๆ

                “สวัสดีครับคุณอชิตพล คุณปานชีวา เชิญทางนี้เลยครับ”

                ปานชีวานั่นชื่อผมเองครับ นอกจากจะมีชื่อเล่นสุดทันสมัยว่าเป่าเป้ยแล้ว คุณพ่อคุณแม่ผมก็ได้มอบความรักผ่านชื่อจริงของผมว่าปานชีวา แม้ว่าตอนนี้ทั้งคู่จะหายหน้าหายตาไปหลายปีแล้วก็ตาม ผมไมคิดจะตามหาพ่อกับแม่ด้วย ไม่รู้จะไปตามที่ไหน ผมอยู่ของผมแบบนี้แหละเขาอยากกลับมาก็คงมาเอง

                 ร้านนี้มากินบ่อยจนเขาจำชื่อได้เพราะพี่เอิงเป็นลูกค้าโคตรวีไอพีผมเลยได้รับการเผื่อแผ่บริการสุดแสนประทับใจมาด้วยในฐานะผู้ติดตาม

                “รับเหมือนเดิมเลยไหมครับของคุณปานชีวา”

                “ครับ”

                ผมกินจนเขาจำได้ว่าผมชอบชุดสเต๊กปลาแซลมอน ส่วนพี่เอิงเขาก็จะกินไปตามอารมณ์ สั่งเสร็จเรียบร้อยผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองตกเป็นจำเลยสังคมกำลังถูกตำรวจแบบพี่เอิงสอบสวน

                พี่เอิงวางข้อศอกประสานมือใต้ครางแล้วมองผมด้วยท่าทางครุ่นคิดปนหงุดหงิด นี่ยังไม่หายหงุดหงิดอีกหรอ เดี๋ยวอาหารก็มาแล้วอย่าเพิ่งโมโหสิ

                “เป้ยเป็นไงบ้าง”

“เป้ย...เป้ยก็สบายดีครับ”

“นั่นสิ...ก็คงสบายดี”

“พี่เอิงล่ะครับ...เป็นไงบ้าง”

“พี่ก็เหมือนเดิม ยุ่งเหมือนเดิม”

เหมือนเป็นครั้งแรกเลยหลังจากเราแยกกันที่ได้นั่งคุยกันแบบนี้ ผมไม่ได้เกลียดพี่เอิงหรอก ได้คุยกับเขาแบบนี้ผมก็ดีใจนะ

“แล้วกับคนนั้น ไปถึงไหนแล้วล่ะ?”

“คนไหนครับ”

“ปอง? ปองใช่ไหม”

“ก็ไม่มีอะไรครับ ปองช่วยหางานให้เป้ยทำเฉยๆ เราสนิทกันเพราะเริ่มทำงานพร้อมกัน เป็นเพื่อนที่ดี”

พี่เอิงขมวดคิ้ว ส่งเสียงอืมในลำคอแล้วอยู่ๆก็หายหงุดหงิดเปลี่ยนมาเป็นพี่เอิงคนเดิมที่มีรอยยิ้มกับแววตาที่ทำให้ผมใจเต้นแรง

หรือพี่เอิงเป็นไบโพล่า? หรือว่าผมก็เป็น? เมื่อกี๊ยังกลัวพี่เอิงอยู่เลยตอนนี้มาใจเต้นแรงอีกแล้ว หรือสเป๊คผมชอบผู้ชายอารมณ์ขึ้นๆลงๆ ลมเพลมพัดแบบนี้? มันหาง่ายไหมเนี่ยคนแบบนี้ในสังคม ดูจะต้องไปแอบสอดส่องแถวแผนกจิตเวช อาจจะมีใครมารักษาโรคไบโพล่าอยู่คนๆนั้นคงเป็นเนื้อคู่ผม แล้วเราก็มาหาหมอด้วยกัน

“ทำไมอยากทำงานเพิ่ม? เงินเดือนไม่พอหรอ”

                “เป้ยอยากใช้หนี้พี่เอิงไวๆ มันตั้งสามล้านแน่ะ เป้ยเกรงใจ...สัญญาพี่เอิงบอกให้เป้ยทำงานครบสามปีก็ยกหนี้ให้เลย แต่ว่าพี่เอิงขาดทุนชัดๆ ถึงเป้ยจะตกเลขแต่ว่าเรื่องนี้คนโง่กว่าเป้ยก็คิดได้นะ”

                “เป้ยก็เลยไปออกทีวี”

                “ครับ...ก็ได้สามพันห้า คราวก่อนไปเล่นบท Extra ขายหวย พูดสองประโยครอถ่ายทั้งวันได้พันห้าเอง ถ้าไม่มีบทพูดได้พันเดียว แต่ปองบอกว่าถ้าเป้ยดังเป้ยอาจจะได้เงินเยอะมาใช้หนี้ไวๆ”

                “ฟังดูเหนื่อย”

                “เหนื่อยมากกกกกกกกกก เป้ยไม่น่าขี้เกียจเลยตอนเรียน พี่เอิงส่งควายเรียนชัดๆ ปองเงินเดือนตั้งสามหมื่นกว่า มันเก่งมาก ส่วนเป้ยไม่เก่งอะไรเลย”

                ผมบ่นปรับทุกข์กับพี่เอิง มันบ่นไปเองอ่ะ เหมือนผมสบายใจที่ได้คุยกับพี่เอิงในเวอร์ชั่นอารมณ์ดีแบบนี้ แล้วพี่เอิงก็ตอบกลับด้วยเสียงหัวเราะ

                “อย่าไปทำอีกเลย เหนื่อยขนาดนั้นไม่เห็นได้เงินเยอะ นอนไม่พองอแงอีก”

                “แต่เป้ยอยากทำงาน เป้ยอยากดัง อยากมีแฟนคลับแบบมิลัน”

                เชี่ย กูหลุดพูดชื่อมิลันออกไปทำไมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม พี่เอิงชะงักแล้วหรี่ตามองผมเหมือนจะจับผิด

                “รู้จักมิลันด้วย?”

                “ก็...เขาเคยมาหาพี่เอิง คบกันอยู่หรอครับ...ไม่ต้องบอกเป้ยก็ได้นะ เรื่องส่วนตัวพี่เอิง”

                “ยังไม่ได้คบหรอก ตั้งแต่เป้ยออกไปพี่ก็ไม่ได้คบใครเลย...สงสัยอกหักจากเป้ย”

                แววตาพี่เอิงทอแสงอ่อนจนผมอยากจะร้องไห้ พี่เอิงเป็นคนใจดี พี่เอิงเป็นคนอบอุ่นไม่งั้นผมคงไม่รักเขาขนาดนี้ ที่ผ่านมาพี่เอิงไม่เคยใจร้ายเลยสักครั้ง ดีกว่าพ่อผมอีก

                “ผมไม่ได้ทิ้งพี่เอิงสักหน่อย...พี่เอิงทิ้งผมต่างหาก”

                “เป้ยต่างหากที่ทิ้งพี่ แต่พี่เริ่มทำใจได้แล้วล่ะ”

                ยังไม่ทันได้ถามอะไรพี่เอิงก็โทรศัพท์เข้า เขาลุกออกไปด้านนอกทิ้งผมไว้ในห้องคนเดียวกับระเบิดก้อนใหญ่ ผมทิ้งพี่เอิง? ทิ้งตอนไหนวะ? ไม่จริงงงงงงงงงงงงงงง พี่เอิงสิทิ้งผม ผมร้องไห้เป็นเดือนเลยนะ ผมรักพี่เอิงขนาดนั้นผมจะทิ้งพี่เอิงได้ยังไง ดูแลพี่เอิงราวกับพี่เขาเป็นหัวกะหล่ำปลีทองคำ ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมวัชพืชไม่ให้ขึ้น มอบกายถวายชีวิตขนาดนี้ ขนาดวันพ่อผมยังหาดอกไม้คลานเข่ามาไหว้พี่เอิงเลย

                โอ้ยเป้ยเครียด!

 

=============

นี่ว่าคนอ่านก็จะเครียดกับเป้ยนะคะ อิพี่เอิงนี่ยังไงวะ 5555555555555555555 อะไรของพี่

ส่วนเป้ยตอนนี้เริ่มจะดังแล้วนะคะ ถึงหนูจะมาสายฮาก็เถอะ เป็นกำลังใจให้เป้ยนะ

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.144K ครั้ง

153 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 เมษายน 2562 / 19:34

    สสรุป? รักแบบไหนเนีาย

    ไว้เขาวันพ่อด้วย ฮาาา

    สงสารใครดี

    พี่เอิง หรือน้องเปา

    #3211
    0
  2. #3206 minidays (@katakjaa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 15:35
    อิเอิงเป็นงง สรุปยังไงคะ
    #3206
    0
  3. #3197 Pimnok2124 (@Pimnok2124) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 16:11
    อิหยังวะคุณเอิง เอาใหม่ดิ๊55555545545555+
    #3197
    0
  4. #3152 NuchyN1 (@NuchyN1) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 15:03
    น้องงงงงงงงงง ลูกกกกกกกก5555555555
    #3152
    0
  5. #3134 PPSnook (@PPSnook) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 18:30
    เราจะเป็นไพโบล่าแทน5555 ฮาน้องมาก แล้วอิพี่เอิงนี่ยังไงกันเนี่ย
    #3134
    0
  6. #3089 Kttjj (@kyungfern) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 23:28
    เอ็นดูน้องเป้ย555555555
    #3089
    0
  7. #3075 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 17:49
    เล่าได้ตลกมาก5555 โอ้ยย อะไรของอิพี่!
    #3075
    0
  8. #3036 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 10:54
    อ่านไปได้แต่อิหยังวะ อิพี่หึงก็พูดว่าหึงดิ แล้วอะไรรบอกว่าน้องทิ้งวะ โอ๊ยยยงง
    #3036
    0
  9. #3025 jjtk (@bebiejaney) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 23:10
    ดังๆลูกแม่ ไม่ต้องง้อพี่มัน ปุุุุ55555
    #3025
    0
  10. #3003 _Daonuea_ (@_Daonuea_) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 17:02
    น้องดังๆ เลยนะลูกๆๆๆๆ รวยๆๆๆ
    #3003
    0
  11. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:21
    น้องเครียด พี่ก็เครียดด้วย พี่เอิงนี่ยังไงนะ!! เอะอะจับยัดจับฟัด รีบๆไปคุยกันให้เข้าใจซักที!
    #2983
    0
  12. #2961 inthecloud (@prwz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:31
    งงอ่ะ คือเขาแยกกันด้วยสาเหตุอะไร อิชั้นเริ่มมึน ทำไมต่างคนต่างบอกว่าอีกฝ่ายทิ้ง แล้วเรื่องหนี้พี่เอิงรู้จริงๆ ไหมว่าเป้ยเป็นหนี้อ่ะ งง งง งงงงงงงงง
    #2961
    0
  13. #2930 pukiest (@pukiest) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:22
    เอาแล้วววว เนี่ยพอเป้ยจะดังก็หวงน้อง พี่เอิง!!!
    #2930
    0
  14. #2899 Aroonprapai (@polpipat2526) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:50
    โอ๊ย,!!!!!!ไม่อยากจะเซด.....
    #2899
    0
  15. #2892 IIISKY__ (@IIISKY__) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:37
    มันยังไงนิ ที่จริงใครทิ้งใครก่อน หน่องปวดหัวตามเป่าเป้ยแน้ววว
    #2892
    0
  16. #2882 Lam[Bor]Ghini'z ...~ (@arrunna) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:42
    เราอ่านชื่อเรื่องกับคำโปรยแล้วเราเครียดมากเลยนะ จะม่าไหม แต่ข้างใน ทำไมเป็นนิยายตลก ~\(≧▽≦)/~
    #2882
    0
  17. #2848 WuPheem (@pheemkwu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:55
    เอ๊ะยังไง
    #2848
    0
  18. #2836 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:46
    เออ เริ่มงงละ
    #2836
    0
  19. #2820 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:17
    อิม นี่สินะสาเหตุ พี่เอิงผู้ไม่มั่นใจว่าตกลงอิน้องมองเราเป็นคนรักหรือเป็น"พ่อ"กันเเน่ ฮา
    #2820
    0
  20. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:25
    เชียร์ให้น้องทิ้งพี่เอิงจริงๆแล้วจะรู้สึก บอกว่าตัดใจจากน้องได้แล้วพูดออกมาได้ไง เฮงซวย!!!
    #2783
    0
  21. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:24
    น้องเป่าเป้ยยยยยยยยยย
    #2782
    0
  22. #2779 milkpate (@milk2906) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:09
    เอ่อ นุก็เครียด มันยังไงกันคะ จะเอายังไงคะคุณเอิง
    #2779
    0
  23. #2758 Minutedao (@Minutedao) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:46
    ยิ่งอ่านยิ่งตลก
    #2758
    0
  24. #2748 parnpus (@best4613) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:05
    เอิงโว้ยยยยยย อยากตบนายจัง
    #2748
    0
  25. #2740 안시리민 (@0956535071) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:51
    เริ่มเครียดกับเอิง
    #2740
    0