Not yours เมื่อผมไม่ใช่ (Yaoi) (END)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 180,205 Views

  • 3,242 Comments

  • 9,866 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,290

    Overall
    180,205

ตอนที่ 15 : Chapter 14 : Throwback

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22891
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1896 ครั้ง
    23 ม.ค. 62

Chapter 14 Throwback

                “ให้อภัยพี่ได้ไหม ในฐานะที่พี่เข้าใจว่าเป้ยไม่เคยรักพี่เลยก็ได้”

            ผมเบิกตากว้างมองพี่เอิง งงจนลืมร้องไห้ต่อ ทำไมพี่เอิงพูดแบบนั้น แต่พี่เอิงก็ไม่ได้หลอกผมแน่ๆ เขานั่งอยู่ตรงนี้ ตรงหน้าผม เราจับมือกันแล้วแววตาของพี่เอิงก็มีแต่ความเสียใจ

                “ทะ ทำไมพี่เอิงคิดว่าเป้ยไม่รัก เป้ยไม่รักพี่เอิง แล้วเป้ยจะไปรักใคร เป้ยมีพี่เอิงคนเดียว”

                “พี่ก็มีเป้ยคนเดียว ทำไมเป้ยคิดว่าพี่รักคนอื่น ทำไมจากพี่ไป ทำไมไม่อยู่ด้วยกัน”

                “พี่เอิงรักเป้ยหรอ”

                “พี่เอิงรักเป้ยครับ”

                “เป้ยก็รักพี่เอิงนะ แต่ตอนนี้ไม่รักแล้ว”

                “ไม่เป็นไร แค่ตอนนั้นเรารักกันก็พอแล้ว ไม่ใช่แค่พี่ที่รักเป้ยไปคนเดียว”

                แล้วผมก็ร้องไห้อีก ทำไมต้องมาพูดแบบนี้ด้วย ตอนนี้ผมไม่รู้แล้วว่าตัวเองรู้สึกยังไงมันเหมือนกับตัวผมอยู่กลางพายุลูกใหญ่ถูกพัดไปมา

                ถ้าเรารักกันแล้วทำไม ทำไมเรื่องทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ทำไมเราต้องแยกกัน เรื่องมันสับสนไปหมดเลย ทำไมมันต้องยากขนาดนี้ด้วยแค่เรารักกันแล้วอยู่ด้วยกันเลยไม่ได้หรอ

                “ไม่ร้องแล้ว ตาบวมหมดแล้วเป้ย”

                “เป้ยรู้สึกแย่ เป้ยงง มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมมันอะไรก็ไม่รู้ไปหมดเลย”

                “ไม่ต้องรีบคิดหรอก ตอนนี้ดึกแล้วนอนกันก่อนดีกว่า เราค่อยๆแก้ปัญหานี้ไปด้วยกันนะ เรื่องตอนนั้นเรามาช่วยกันคิดใหม่ว่ามันผิดพลาดตรงไหน ส่วนเรื่องรักหรือไม่รักมันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก”

                พี่เอิงยิ้ม...เขายิ้มเหมือนว่าปัญหาที่เรางงกันอยู่ตอนนี้เป็นเรื่องนิดเดียว แล้วเรื่องที่ผมบอกว่า ไม่รัก ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทั้งๆที่ผมเป็นฝ่าย ไม่รัก ก่อนแล้วทำไมผมต้องเสียใจด้วย เสียใจที่พี่เอิงดูเหมือนไม่แคร์เลย

                “พี่จีบเป้ยใหม่ก็ได้...นี่ก็จีบมาสักพักแล้ว...รับพี่เอิงไว้พิจารณาด้วยนะครับ

                “หา พี่เอิงจีบเป้ยหรอ”

                “ใช่”

                คือความสัมพันธ์ของผมกับพี่เอิงไม่ได้มีช่วงจีบเลย มันเหมือนกลับเราข้ามไปอยู่ด้วยกัน แล้วเราก็คบกันแบบระหองระแหงแล้วก็เลิก ผมเสียใจจะเป็นจะตาย พี่เอิงก็ไปมีคนใหม่ แล้วเรื่องมันก็วนไปที่ผมดันไปเป็นติ่งแฟนใหม่พี่เอิง เขาก็เลยเลิกกัน แล้วพี่เอิงก็มาจีบผม

                “เป้ยทำให้พี่เอิงกับมิลันเลิกกันหรอ”

                “พี่กับมิลันไม่ได้คบกัน ก็อยู่ในช่วงคุยๆ เพราะพี่อยากลืมเป้ย แต่สุดท้ายพี่ก็รักเป้ยอยู่ดี ดังนั้นการรั้งมิลันเอาไว้ก็จะเป็นการทำร้ายเขามากกว่า พี่กับเขาก็เลยจบกันเพราะพี่จะจีบเป้ย”

                โอยยย ผมเป็นไบโพล่าแล้วแน่เลยทำไมหน้าร้อนไปหมดแบบนี้ คำพูดพี่เอิงทำผมใจเต้นแรง เดี๋ยวก่อนนะห้ามทำแบบนี้นะ ตอนนี้ไม่รักแล้วนะ ห้ามใจเต้นสิ

                “เป้ย...เป้ยไม่ใจอ่อนนะ เป้ยจีบยากมาก”

                “ไม่เป็นไร...พี่จะพยายาม ป่ะ ไปนอนกัน”

                ผมเดินจับมือพี่เอิงไปแบบงงๆ ตกลงเรายังไม่ดีกันใช่ปะ ผมก็ยังไม่ได้อยากคืนดีนะ ก็ตอนนี้บอกแล้วว่าไม่ใจอ่อนแต่ทำไมมันเหมือน...เหมือนตัวลอยๆ

                แต่ถึงจะงงๆอยู่ผมก็ไม่ลืมนะว่าพี่เอิงต้องกินยา ยาไมเกรนพี่เอิงจะวางอยู่ที่ลิ้นชักโต๊ะกระจก เวลาเขาปวดหัวผมก็จะหยิบยาหยิบน้ำให้เขา

                “พี่เอิงกินยาด้วยนะ เดี๋ยวเป้ยกลับห้องแล้ว”

                “ไม่ให้ไป”

                “เหวอ..”

                นอกจากจะไม่ยอมรับยาไปแล้วเขายังรวยเอวผมไปกอดแล้วอุ้มไปทั้งอย่างนั้น ก่อนจะโยนผมลงบนเตียง ยากระเด็นจากมือไปไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้ผมโดนสิงโตตะปบ

                พี่เอิงดึงผ้าห่มคลุมตัวเราทั้งคู่แล้วเขาก็ทั้งกอดทั้งก่ายผมไว้ในอ้อมแขน มาแบบนี้อีกแล้ว! เวลานี้ทีไรนะเหมือนสัญญาณว่าผมห้ามขัดใจสิงโตง่วงนอน พี่เอิงกลายร่างเป็นสิงโตแรมต่ำห้ามรบกวน

                “ง่วง”

                “แต่ว่ายา...”

                “พี่เอิงง่วงครับ ปวดหัวด้วย”

                “กินยาจะหายนะ...”

                “ไม่อยากหาย อยากให้เป้ยดูแล”

                “ง่ะ...เป้ยยังดูแลตัวเองไม่รอดเลย”

                เสียงหัวเราะในลำคอของพี่เอิงทำผมเขิน ไม่ดิห้ามเขินตอนนี้ต้องขัดขืนก่อน แต่คือมันขัดกับความเป็นจริงอ่ะถ้าขัดขืนตอนนี้อาจจะโดนกัดตายคาเตียงได้เลย

                “กะหล่ำปลีเอ้ย”

                “พี่เอิงนั่นแหละกะหล่ำปลี”

                “อืม...พี่เป็นหัวกะหล่ำทองคำของเป้ย”

                เชี่ย รู้ได้ไงวะ ผมไปหลุดปากพูดตอนไหนนนน นั่นคือคำนินทาในใจอ่ะ! ผมคงทำหน้าเหวอเขาถึงหัวเราะแล้วก็บีบหูผม ก่อนจะกระชับอ้อมกอดแน่นจนผมกระดุกกระดิกไม่ได้

                “ฝันดีนะเป้ย”

                ไม่รู้พี่เอิงหลับจริงหรือแกล้งหลับ แต่ผมชักจะง่วง เตียงนี้ผมนอนมาตั้งหลายปีแล้วก็จริงๆผมติดกอดพี่เอิง...เวลาเขานอนกอดนอนก่ายแบบนี้ผมชอบมาก ผมรู้สึกว่าตัวเองได้รับความรักมหาศาลแม้ความเป็นจริงพี่เอิงไม่ได้รักผมเลย หมายถึงเมื่อตอนนั้นไม่รู้ว่าพี่เอิงรัก พอตอนนี้รู้แล้ว...มีความสุขจัง

                แต่ว่า...ไม่ได้คืนดีนะ! ยังไม่รู้เลยอะไรเป็นอะไร พี่เอิงก็ยังเป็นคนอื่นอยู่ แค่แบบ...ซ้อมมีกิ๊กเฉยๆ ถ้าพี่เอิงเป็นกิ๊กก็ต้องกอดผมแบบนี้แหละ เดี๋ยวถ้าไม่คืนดีกันผมก็ไปซื้อผู้ชายหล่อๆมานอนกอดอยู่ดี อันนี้ซ้อมก่อน

                แค่ซ้อมจริงๆนะ

 

                แล้วพี่เอิงก็ป่วยหนัก พี่เอิงเป็นไมเกรนจริงๆแล้วไม่ยอมกินยา เขาตื่นมาอ้วกตอนตีสี่ มีบ้างที่พี่เอิงปวดหัวจนอ้วกแต่ผมไม่เคยชินเลยสักครั้ง การที่ต้องมานั่งลูบหลังพี่เอิงอยู่ในห้องน้ำ...ผมไม่ชอบเลย

                “ฮึก เป้ยบอกให้กินยาก็ไม่กิน พี่เอิงดื้อ”

                “ไม่คิดว่าจะปวดขนาดนี้”

                เรานั่งพิงกำแพงห้องน้ำหน้าโถส้วม ผมมีผ้าชุบน้ำคอยเช็ดหน้าเช็ดตาให้เขา

                “พี่เอิงไปหาหมอกัน”

                “เดี๋ยวกินยาก็หาย เลิกร้องไห้ได้แล้ว”

                พี่เอิงแย่งผ้ามาเช็ดหน้าผม เขาดูอ่อนล้าไปหมด พี่เอิงไม่ใช่มนุษย์ป่วยง่ายเลย นอกจากเป็นไมเกรนแล้วเขาก็แทบไม่ป่วยอะไรอีก แต่ถ้าป่วยทีคือต้องเข้าโรงพยาบาล

                “ก็เป้ยเป็นห่วง พี่เอิงต้องกินผักนะ กินข้าวตรงเวลาด้วย นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไมเกรนมันเกิดจากความเครียดนะ เครียดอะไรเยอแยะ ห้ามเครียดสิ ฮือออ”

                “ครับผม รู้แล้วครับ บอกว่าอย่าร้องไห้ไง เลิกงอแงก่อนเร็ว”

                “ก็พี่เอิงไม่สบาย เป้ยเป็นห่วง”

                “ก็ไม่ได้อยากเครียดหรอก แต่ช่วงนี้เครียดมาก มันก็ห้ามไม่ได้”

                “เครียดอะไรเยอะแยะครับ”

                เครียดที่เป้ยไม่รัก

                “พี่เอิงงงง”

                มาจีบอะไรในห้องน้ำ แล้วทำไมพี่เอิงคนนี้กับพี่เอิงคนเมื่อก่อนมันคนละคนเลย คือพี่เอิงไม่เคยเป็นแบบนี้กับผมจนกระทั่งเรื่องของเรามันจบไปแล้ว แล้วพอจะจีบ ก็จีบอะไรไม่รู้เนี่ย

                “ป่ะ ไม่อ้วกแล้วล่ะ ขอยาหน่อย พี่เอิงไม่ดื้อกับเป้ยแล้วครับ”

                แล้วมาแทนตัวเองว่าพี่เอิงอีก อายุตั้งเยอะแล้วยังจะมาทำอะไรแบบนี้....คนบ้า

 

                พี่เอิงยอมกินยาดีๆแล้วเราก็นอนกันต่อ แต่ตัวเขาอุ่นๆผมคิดว่าตอนเช้าคงจะโทรไปลางานอยู่เฝ้าพี่เอิง ถ้าเขาป่วยหนักจะได้เรียกรถโรงพยาบาล ผมกลัวพี่เอิงเป็นหนักตอนผมไม่อยู่

                ทุกครั้งที่เขาป่วยผมอยู่ห้องตลอดเลยนะ เรื่องพาพี่เอิงไปหาหมอนี่ผมถนัด ผมเมมเบอร์โรงพยาบาลพี่เอิ้นไว้เป็นเบอร์ฉุกเฉินด้วย

                สาเหตุหนึ่งที่ห้องพี่เอิงแทบจะมืดสนิทเพราะว่าพี่เอิงจะแสบตาง่ายมาก พี่เอิ้นเคยบอกว่าคนเป็นไมเกรนจะไวต่อแสง ต้องนอนห้องมืดหน่อยแล้วก็ไม่มีเสียงรบกวนจะดีที่สุด ม่านห้องนอนพี่เอิงก็เลยหนามาก เป็นสาเหตุที่ทำให้วันแรกที่ผมโดนเขากัดห้องมันมืดสนิท

                ผมปล่อยพี่เอิงนอนฝั่งของเขาไปแล้วนอนเขยิบห่างออกมาจะได้ไม่รบกวนเขา แต่ยังไม่ทันหลับก็เจอกรงเล็บสิงโตตะปบเข้าไปนอนกอดนอนก่ายเหมือนเดิม

                บางวันนอนด้วยกันผมนี่ตะคริวกินไปครึ่งตัว พี่เอิงไม่ได้กอดก่ายธรรมดาแต่เรียกว่าแทบจะสิงผมเข้าไปเลย หายใจเกือบไม่ออกจมอยู่กับอกเขา รัดแน่นเป็นงูเหลือม...แต่ผมก็ชิน

                ชินจนช่วงแรกๆที่ไม่มีพี่เอิงนอนด้วยมันทรมานไปหมด ร้องไห้จนเลิกร้อง แล้วตอนนี้ก็ดีขึ้น...เหมือนแผลบาดเจ็บที่ค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆแต่ยังไม่ทันหายสนิทพี่เอิงก็ดึงผมกลับมาจุดเดิม

                แล้วผมก็รู้ว่า...การนอนกอดกับพี่เอิงแบบนี้มันดีที่สุดในโลกจริงๆ มันเหมือนกับที่เคยได้ยินคนอื่นเขาพูดกันสุดท้ายคนที่ทำให้เรายิ้มก็คือคนที่ทำให้เราร้องไห้นั่นแหละ

               

                “พี่เอิงกินข้าวก่อน”

                ตอนนี้เรื่องของผมกับพี่เอิงปัดตกไปก่อนเลย พี่เอิงเป็นไข้แต่ไม่ได้หนักมากเขาเลยไม่ยอมไปหาหมอแต่มานั่งเป็นสิงโตหงุดหงิดอยู่หน้าทีวี ข้าวไม่ยอมกินบอกว่ากินไม่ลง แต่ต้องกินยาก็เลยเป็นผมนี่แหละต้องมาจัดการสิงโตงอแง

                “อ้ามนะ อ้ามมม”

                พี่เอิงหรี่ตามองผมแต่ก็ยอมอ้าปากกินข้าวไข่เจียวเข้าไป พี่เอิงไม่ชอบกินข้าวต้ม ไม่ชอบมากๆ เขาไม่ชอบอะไรที่มันเละๆเลย ข้าวต้ม โจ๊กอะไรพวกนี้ผมจะได้กินก็ตอนพี่เอิงไม่อยู่ กินยากจริงๆคุณอชิตพลเนี่ย

                “เดี๋ยวกินเสร็จแล้วเป้ยปลอกส้มให้นะ กินวิตามินซีจะได้หายป่วย”

                สิงโตป่วยเบ้ปากใส่ผมคงจะงอแงไม่อยากกินอีก พี่เอิงชอบกินส้มผมก็เลยชอบกินด้วย พี่เอิงชอบกินอะไรแข็งๆพวกฝรั่ง ชมพู่ ขนุนแต่ว่าตอนผมย้ายเข้ามาอยู่บ้านอารยะแรกๆพี่เอิ้นเคยมาแอบกระซิบว่าพี่เอิงชอบกินส้มที่สุด เพราะพี่เอิงชอบกินน้ำส้ม

                “งั้นเป้ยคั้นน้ำส้มแทนดีกว่า พี่เอิงกินน้ำส้มนะครับ”

                “อืม”

                ช่วงเวลาป่วยพี่เอิงจะเป็นความวอแวแบบสลัดไม่หลุด อาจจะเพราะว่าพี่เอิงงานยุ่งมาก พอต้องมาอยู่เฉยๆเลยเบื่อแล้วเหยื่อของเขาก็จะเป็นผม เป็นแบบนี้ทุกที!

                เนี่ยพอปล่อยให้ดูทีวีคนเดียวก็ดูได้แปปเดียวก็เดินเข้าครัวมาวุ่นวายผมคั้นน้ำส้ม ขอให้ได้หยิบได้จับอะไรบ้างสักอย่างก็พอใจพี่เอิงแล้ว

                “ทำไมคั้นมือ”

                ที่คั้นน้ำส้มจะเป็นแบบมีตะแกงข้างบนแล้วถ้วยรองน้ำส้มด้านล่างต้องกดมือๆใส่ตะแกงที่นูนขึ้นมา ผมซื้อมาจากร้านไดโซะ ไม่ได้ตั้งใจจะคั้นจริงจังแถมกดๆเองก็สนุกดีเวลาว่างๆ

                “ไม่ได้คั้นบ่อยนี่ครับ ซื้อมาก็ไม่ได้ใช้ กดๆแบบนี้สนุกนะ พี่เอิงลองไหม”

                “อือ กดแบบนี้ใช่ไหม”

                ละ แล้วทำไมต้องมายืนซ้อนข้างหลังด้วยเล่า...เขายื่นแขนมาสองข้างเหมือนกอดผมจากด้านหลังแล้วกดส้มลงกับที่คั้น คือผมก็รู้ว่าตัวเองเตี้ย แต่พี่เอิงจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ

                “อืม หอมส้ม”

                “พี่เอิงงง ห้ามหอมนะครับ นี่หัวเป้ยไม่ใช่ส้ม ถอยไปเลยนะ”

                “ก็เป้ยยืนบัง ยืนแบบนี้แหละถนัด ตั้งใจคั้นหน่อย ถ้าเค็มคือขี้มือเป้ยแน่เลย”

                “ถอยเลย เป้ยไม่ทำแล้ว”

                “ทำให้หน่อยน่า ช่วยกัน...พี่เอิงอยากกินน้ำส้มฝีมือเป้ย”

                โอย พี่เอิงหลายปีที่ผ่านมายังสู้พี่เอิงเวอร์ชั่นประกาศว่าจีบผมไม่ได้เลย ทำไมต้องทำเสียงนุ่มตลอดด้วย ใจเต้นจนจะเป็นลมแล้วอ่ะ ทำตัวไม่ถูกเลย

                ยังดีที่พี่เอิงไม่วอแวผมนาน เขาก็เบื่อคั้นส้มกลับไปดูทีวี พอกินน้ำส้มเสร็จ กินยาเรียบร้อยผมก็บังคับพี่เอิงไปนอนต่อ ส่วนตัวเองนอนไม่หลับแล้วเพราะชินกับการตื่นเช้าไปทำงาน เลยมีเวลาทบทวนเรื่องของผมกับพี่เอิงสักที

                พี่เอิงบอกว่าที่ผ่านมาพี่เอิงรักผม ผมทิ้งพี่เอิงไป...แต่ผมไม่ได้ทิ้งนะ? ก็พี่เอิงให้ผมเซ็นสัญญาฉบับนั้นเองนี่ ให้ผมเป็นหนี้แล้วก็ย้ายออก หรือว่าสัญญามีปัญหาอ่ะ

                แต่ตอนนั้นพี่เอิงก็ไม่ได้มาพูดตรงๆ ถึงเวลาผมก็ย้ายข้าวย้ายของผมออกไปเองตอนคุณต๊ะบอกว่าถึงกำหนดแล้วและห้องใหม่ของผมก็พร้อมเข้าอยู่ แล้วพี่เอิงก็ไม่ได้มาตามผมกลับไป...

                ก็ถ้าเขาเข้าใจว่าผมทิ้ง เขาก็คงไม่ตามผมกลับไปหรอก ผมเองยังไม่ยื้อพี่เอิงเลยเพราะรู้ว่าพี่เอิงไม่รัก แต่เหตุการณ์ทั้งหมดผมกับพี่เอิงไม่ได้คุยกันเอง เราคุยกันผ่านคุณต๊ะ

                หรือว่าคุณต๊ะจะทำให้ผมกับพี่เอิงแยกกัน?

 

                “โหลเป้ยว่าไง ทำไมไม่มาทำงา...”

                “ปอง! กูว่ากูเจอคนที่ทำให้กูกับพี่เอิงเลิกกันแล้วว่ะ มึงกูคิดแบบเป็นสเต็ปๆเลยนะ คราวนี้ไม่มั่ว ไม่มั่วแน่นอน มึงต้องฟังนะ แล้วมึงต้องเอะใจแบบกูแน่ๆ”

                “เดี๋ยวๆ มึงหยุดก่อน อะไรวะกูงงไปหมดแล้วไหนพูดช้าๆดิ๊”

                “กูรู้แล้วว่าทำไมกูเลิกกับพี่เอิง พี่เอิงรักกูเขาไม่ได้อยากเลิก แต่ว่าคุณต๊ะอยากให้กูกับพี่เอิงเลิกกัน”

                “คุณต๊ะทำแล้วได้ไรวะ? ชู้สาวก็ไม่น่าใช่นะแกมีลูกมีเมียแล้วใครๆก็รู้ หรืออยากให้ลูกสาวแต่งกับคุณเอิง? หรือเขาเกลียดมึง”

                “ก็เนี่ย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร กูว่ากูจะไปดูสัญญาอีกรอบ มันต้องมีอะไรแปลกๆบ้างแหละ”

                “หรือว่า...”

                “ว่า?”

                “คุณต๊ะอยากฮุบสมบัติอารยะวะ ไอ้เป้ยมึงคิดดูดีๆนะ ถ้าข้อผิดพลาดอยู่ที่สัญญาจริง แล้วไม่ใช่เรื่องชู้สาว มันอาจจะเป็นแผนฮุบสมบัติ เขาอาจจะทำเพื่อให้คุณเอิงเสียใจไม่เป็นผู้เป็นคน อกหัก เมาหัวราน้ำแล้วเซ็นโอนหุ้นแบบในละครอ่ะมึง กูดูมาเมื่อคืน แม่งทำแบบนี้เลย”

                “แต่นั่นมันละครนะมึง นี่ชีวิตจริง”

                “ละครมันก็มาจากชีวิตจริงนั่นแหละ เขากันมึงออกไปก่อนไง เพราะมึงอยู่ข้างคุณเอิงตลอด มึงอาจจะขัดแข้งขัดขาเขา แล้วที่สำคัญมึงอาจจะรู้ทันเขาขึ้นมา...”

                “กูดูฉลาดขนาดนั้นเลยหรอวะ”

                เสียงไอ้ปองถอนหายใจดังผ่านสายจนแอบคิดว่าถ้ามันเป็นหวัดคงขี้มูกกระเด็นออกมาแล้ว

                “คนมันจะทำผิดมันก็ต้องระแวงไว้ก่อนอ่ะมึง แล้วมึงเป็นที่รักของคุณเอิง มึงอาจจะมีชื่ออยู่ในพินัยกรรม กลายเป็นว่าสมบัติตกเป็นของมึง สู้ให้เลิกกันไปแล้วสมบัติกลายมาเป็นของคุณต๊ะไม่ดีกว่าหรอวะ คุณเอิ้นก็ไม่ค่อยเข้าบริษัทด้วย อะไรๆมันก็ง่าย”

                “ทำไมน่ากลัวจัง”

                “โลกเรามันก็โหดร้ายแบบนี้แหละ กูบอกแล้วไง เงินก็ซื้อใครไม่ได้ถ้าไม่มากพอ เชื่อกู เรื่องนี้เป็นแผนใหญ่ ทุจริตล้านเปอร์เซ็นต์”

                “แล้วกูต้องทำไงอ่ะ”

                “ไม่ยากเลยมึง ทำให้แผนคุณต๊ะไม่สำเร็จ จะได้ยึดอารยะไปไม่ได้ แล้วเดี๋ยวเขาก็จะเผยความเกรี้ยวกราดออกมา ตัวร้ายในละครนะแบบนี้ทุกเรื่องเลยมึง ต้องแยกนางเอกกับพระเอก มึงก็อย่าเต้นไปตามแผนคนร้ายดิวะ ผนึกกำลังกันไว้ ช่วยกันคิดช่วยกันทำ”

                “กูรู้สึกว่ากูไม่น่าช่วยพี่เอิงคิดได้เลยว่ะ เอาจริงๆกูยังไม่รู้เลยว่าเกิดไรขึ้น งงไปหมด”

                “กูว่าคุณเอิงเขาก็ไม่คาดหวังว่ามึงจะกู้ชาติสร้างตระกูลอะไรกับเขาได้หรอก ก็แค่อยู่เฉยๆแบบที่กูบอกไง ให้เขาจัดการไป แต่ละคนมันถนัดไม่เหมือนกัน ระดับผู้นำอารยะคงเก่งแก้ปัญหา ส่วนมึงเป็นประชาสัมพันธ์อย่าไปเครียดให้มาก ถ้ามึงเก่งมึงเป็นเจ้าสัวเป้ยแล้ว เหมือนกูนี่ไงถ้าเก่งกูเป็นผู้จัดการแผนกแล้วมึง แต่เราต้องยอมรับความจริงว่ะ ถ้ามึงไม่เก่งก็ไม่ต้องไปสร้างปัญหาจบ ยิ่งไปพยายามแก้มันอาจจะยิ่งแย่ มีอะไรก็บอกคุณเอิงเขาไป คิดอะไรก็บอก ชอบอะไรก็บอก ไม่ชอบอะไรก็บอกเข้าใจปะ”

                “เกี่ยวด้วยหรอ”

                “เกี่ยวดิ บอกกันไว้ทุกเรื่องจะได้เข้าใจกันแล้วก็ไปเอาชนะคุณต๊ะซะ เชื่อกูดิว่าคุณต๊ะมองมึงว่าเป็นเสี้ยนหนามเขาแน่ๆเขาเลยจะเขี่ยมึงออก มึงมีบทชัวร์ มึงต้องจับมือกับคุณเอิงแล้วว่ะ”

                “แล้วเรื่องให้กูใจแข็งกับพี่เอิงอ่ะ พี่เอิงบอกจะจีบกู แต่กูบอกกูใจแข็งไม่ยอมให้จีบง่ายๆหรอก ทำแบบที่มึงบอกเป๊ะๆเลยปอง”

                “โอ้ยไอ้เหี้ยเรื่องนั้นไว้ก่อนตอนนี้มันสุ่มเสี่ยง พม่าจะตีเมืองมึงจะมางอแงไม่ได้เว่ย ต้องป้องกันข้าศึกก่อน คุณต๊ะจะมาทุบหม้อข้าวอารยะเลยนะ มึงต้องกู้ชาติแล้วเป้ย”

                “ไหนมึงบอกพี่เอิงคงไม่อยากให้กูกู้ชาติ”

                “เชี่ย ปวดหัว เอางี้ ตอนนี้เปลี่ยนแผนใหม่ก่อนเพราะมีปัญหาใหญ่กว่าพม่าจะตีเมืองมึงตัดเรื่องมึงกับพี่เอิงไป เอาเรื่องคุณต๊ะอยากแยกมึงกับพี่เอิงก่อน แล้วหลังจากคุณต๊ะแพ้ไปแล้วมึงค่อยมาให้พี่เอิงจีบใหม่ หรือตอนนั้นมึงจะจีบพี่เอิงเองก็ได้”

                ผมพยักหน้าหงึกๆตามไอ้ปองพูดทุกคำเลย มันจริงหมดเลยอ่ะ ถ้าคุณต๊ะหวังร้ายให้ผมแยกกับพี่เอิงผมก็ต้องดีกันไว้ก่อน ไม่ให้คุณต๊ะสมหวัง ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน

                “เข้าใจแล้ว ขอบใจมากนะปอง มึงเป็นเพื่อนแท้เลยว่ะ”

                “เออ ไม่ต้องไปบอกคุณเอิงนะว่ากูช่วยเขากู้ชาติ เดี๋ยวเขาหาว่ากูหวังโบนัส กูมันคนจริงใจ เห็นแก่มิตรภาพเว่ย เพื่อนต้องมาก่อน เข้าใจไหมห้ามบอก เดี๋ยวเขาห้ามมึงกับกูคุยกัน เพราะกูดันรู้เยอะเดี๋ยวเขาหาว่ากูเป็นตัวอันตราย ตกงานอีก”

                “ได้ๆกูสัญญาเลย กูไม่บอก ขอบใจมากนะปอง มึงเป็นเพื่อนแท้เลย”

                “ก็ไม่ต้องขนาดสวีทวิดวิ้วนะมึง แต่ให้มันดีขึ้นอ่ะ ค่อยเป็นค่อยไปจะได้ไม่ฝืนเข้าใจปะ? ไม่ต้องรีบ”

                “เข้าใจแล้ว...แต่ว่ากูยังไม่เข้าใจอ่ะ ตกลงกูต้องทำอะไรกันแน่ มึงสรุปอีกครั้งได้ปะ”

                “แค่นี้นะเป้ยกูแบตหมด”

                “เดี๋ยวปอง เดี๋ยว...อะไรวะ”

                โทรกลับมันก็ไม่มีสัญญาณสงสัยแบตหมดจริง ทำไงดีอ่ะยังไม่เข้าใจเลยรู้แต่ว่าอินมากๆ รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาแต่ก็งงๆว่าต้องทำอะไรกันแน่ เดี๋ยวรอปองชาร์จแบตก่อนดีกว่าค่อยโทรไปถามใหม่

 

                ปองคุณกดปิดโทรศัพท์ที่ยิ่งคุยก็ยิ่งปวดหัวแล้วก็เดินออกจากบริเวณระเบียงทางเดินกดลิฟต์ขึ้นไปชั้นบริหาร ไปหาคนที่เรียกพบตั้งแต่มาทำงานวันแรก แล้วก็ขยันเรียกทุกอาทิตย์เพื่อไปรายงานเรื่องเด็กในบ้านที่นั่งหน้าอ๊องอยู่ตรงโต๊ะประชาสัมพันธ์

                รู้แต่แรกแล้วว่าเป่าเป้ยเป็นคนของอารยะที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ ตอนแรกก็นึกว่ามีสัมพันธ์ลับๆกับเจ้าสัวอชิ แต่ดูท่าทีแล้วก็เหมือนพ่อห่วงลูก ลุงห่วงหลาน เป่าเป้ยก็น่าห่วงจริงๆ หลอกโคตรง่ายแถมยังเชื่อคนง่าย แล้วที่พีคกว่าคือเป่าเป้ยดันมีความสัมพันธ์พิเศษจริงๆแต่ไม่ใช่กับเจ้าสัว...เป็นคนน้องต่างหาก มิน่าเวลาประชุมหรือเดินผ่านเจอสายตาทิ่มแทงทุกที

                “เป้ยบอกว่าคุณเอิงขอจีบเป้ย แล้วดูทั้งคู่จะคุยกันบ้างแล้ว เอายังไงต่อดีครับ เป้ยเขาสงสัยเรื่องสัญญา แต่ผมพูดวกไปวนมาให้เขางงแล้วตัดสายไป”

                “เราคงโดนจับได้ในอีกไม่นาน เอิงไม่ได้โง่ แค่อยากให้เอิงกับเป้ยได้สวีทกันก่อน จะได้เห็นความดีของพี่ชายอย่างฉันเยอะๆ แล้วไม่โกรธ”

                “คุณรับปากแล้วว่าเป้ยจะไม่รู้เรื่องผม”

                “แน่นอน แสดงว่าแผนเรื่องมือที่สามปลอมๆนั่นได้ผล พ่อหนุ่มร้านทองทำให้เอิงคิดอะไรออกบ้าง”

                “คุณคิดได้ยังไงให้ผมพูดเรื่องเพื่อนร้านทองออกมา”

                “สร้างความรู้สึกปฏิปักษ์ อารยะขายเพชรแต่มันไม่ใช่สายหลัก เราไม่ดังมากนับกับเรื่องเพชร แทบจะไม่กำไร เอิงหงุดหงิดเรื่องนี้อยู่... เพชรกับทองเป็นของมีค่าแต่ก็คนละแบบ ทองคำได้เปรียบตรงที่คนนิยมมากกว่า มีการออมทอง มีราคาผันผวนที่ตลาดจับตามองมากกว่าเพชร แม้แต่เอิงก็ซื้อทองคำแท่ง มันก็เกิดความรู้สึกเปรียบเทียบหรือขัดแย้งขึ้นมาได้”

                “แล้วจะทำยังไงถ้าเกิดเป้ยรู้ว่าเพื่อนร้านทองของผมไม่มีจริง เรื่องมิลันเคยเป็นแฟนเพื่อนผมนั่นก็ไม่จริง”

                “ไม่มีทาง เป้ยไม่มีทางสนใจคนอื่นนอกจากเอิง เขาไม่ได้อยากรู้จักหนุ่มร้านทองจริงๆจังๆนักหรอก เป้ยเป็นแค่คนส่งสารไปหาเอิงเท่านั้นเองว่าถ้ายังไม่ทำอะไร กะหล่ำปลีหัวนี้คงโดนแย่ง”

                ปองคุณมองคุณหมอจิตแพทย์ที่อธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มๆแล้วขนลุก ถ้ามีคนแบบนี้เป็นพี่ชายเขาหนีออกจากบ้านดีกว่า เจ้าสัวเข้าใจพฤติกรรมคนรอบตัวจนหยิบมาใช้เป็นเครื่องมือ ยังดีที่เจนตาดีถ้าเกิดคิดร้ายขึ้นมานี่ไม่อยากจะคิด

                เพราะรู้ว่าอันตรายก็เลยไม่อยากจะขัดใจเจ้าสัวโดยตรงเท่าไหร่ ยังไงเขามันก็แค่ลูกน้องแล้วเจตนามันก็ดีก็เลยเห็นแก่ เงินพิเศษ เอ่อ...มิตรภาพ ไม่ได้เห็นแก่เงินนะเจ้าสัวให้เอง

                “ส่วนมิลันเอิงไม่ได้รักอยู่แล้ว ทางนั้นก็ไม่ได้ว่างมาตามเอิงเท่าไหร่ คนยุ่งกับคนยุ่งคุยกันมาเป็นปีไม่เห็นคืบหน้ามันก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด มิลันจะยื้อผู้ชายที่ไม่ได้รักตัวเองทำไม เอิงไม่ได้โง่ที่จะคบคนที่หวังมาจับ มิลันก็นิสัยใช้ได้ฉันเคยบังเอิญเจออยู่สองสามครั้ง”

                คำว่าบังเอิญของเจ้าสัวนี่มันให้ความรู้สึกเหมือนจงใจไปเจอชัดๆ...แม้จะคันปากอยากสวนกลับแต่ปองคุณเลือกที่จะเงียบ อย่าไปขัดเจ้าสัวอชิจะดีที่สุด ไม่งั้นวันหนึ่งคนโดนวางแผนอาจจะเป็นเขาก็ได้ ให้ไปวางกับคนอื่นเถอะ แม่งโคตรหลอน

                “เอาล่ะ ขอบใจมากปองคุณ ไม่ต้องไปชี้นำอะไรเป้ยมากแล้วล่ะ เอิงต้องจัดการเองบ้าง ยังไงเป็นชีวิตคู่ของเป้ยกับเอิง คนนอกอย่างเราก็ไม่ควรไปยุ่ง”

                พูดมาได้ ปั๊ดโถ่! ยุ่งตั้งแต่แรกเลยครับเจ้าสัว คุณนั่นแหละไม่งั้นป่านนี้เขาอาจจะคืนดีมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองกันไปแล้ว!

 

-----------------

เป็นไงบ้างคะพ่อหนุ่มร้านทองที่ทุกคนรอคอย 55555555555555555 โดนพี่เอิ้นหลอกกันถ้วนหน้า อิ้อิ้

               

               อีก 4-5 ตอนจบแล้วค่ะ

ฝากติดตามแฟนเพจ BamBam Novels ด้วยนะคะ <3 หนังสือจะออกเดือนมีนาจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.896K ครั้ง

132 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 28 เมษายน 2562 / 16:15

    พพี่เอิ้นนนน

    ทำไมน้องอ๊องอย่างนี้

    พี่เอิงฉลาเร็วๆนะ

    #3221
    0
  2. #3153 PPSnook (@PPSnook) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 16:17
    พี่เอิ้นแม่งร้ายมาก555 นี่สินะความเจ้าเล่ห์ของจิตแพทย์
    #3153
    0
  3. #3144 poterdowจ้า (@p-o-t-e-r-d-o-w) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 01:13
    เรื่องนี้ความรักมันไม่ได้มีแค่เราสองคนแล้วอ่ะ ต้องเรียกเราสามสี่ห้าคน 55555555
    #3144
    0
  4. #3120 JutakanWhanyan (@JutakanWhanyan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 15:39
    เอาจริงๆม้ะเรื่องนี้คือปมเปิงอะไรนี่ไม่หรอกนะเหมือนชีวิตคู่ทั่วไปแหละไรท์แค่เเต่งไห้ซับซ้อนเเล้วทำไห้คิดไม่ถึงเเค่นั้น55555555//ดราม่าก้ไม่สุดตกม้าตายตอนมีเรื่องกะหล่ำปีนี่เเหละ5555555
    #3120
    0
  5. #3106 Kttjj (@kyungfern) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 02:46
    ตลกโว้ยยย55555555ที่แท้ปองคุณก็สมรู้ร่วมคิด!!55555555555
    #3106
    0
  6. #3088 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 23:18
    เงินซื้อคนได้ถ้ามันมากพอ นะจ๊ะ 5555555555555555555544455 ตลกกก
    #3088
    0
  7. #3087 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 23:12
    ว้อยยยยยย ปองงงงง!!!! 5555555 ยอมพี่เอิ้นลาสบอส *ก้มกราบบ*
    #3087
    0
  8. #3054 jjtk (@bebiejaney) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 23:03
    ร้ายยนกันหมดดด ใสแค่น้องเป้ยคนเดวววว ผุ5555555
    #3054
    0
  9. #3046 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 14:20
    กลัวพี่เอิ้นจริงๆวะ ถ้านี่เป็นพี่เอิงแล้วมีพี่ชายแบบนี้ชิงกระโดดน้ำตายไปก่อนแล้ว กลัวมันนนนน
    #3046
    0
  10. #3012 _Daonuea_ (@_Daonuea_) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 20:35
    ปองคุณรว้ายนะ5555 ก็ว่าอ่านเกมส์ขาด ที่แท้คือคนของเจ้าสัวนี่เองงง เจ้าสัวคือลาสบอสสสสส
    #3012
    0
  11. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:40
    ปองคุณพูดแทนใจทุกคนไปแล้วค่ะ เจ้าสัวอชิเอาเวลาไปตามนายแบงค์ตึกช่อฟ้าดีกว่ามั้งงงงง ยิ่งช่วยยิ่งยุ่งอ่ะคุณณณณณ
    #2986
    0
  12. #2969 inthecloud (@prwz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:19
    โอ้ย เจ้าสัวเอิ้นนนนน พี่แบบนี้น่ากลัวจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็นะทำไปเพร่ะหวังดีทั้งนั้นแหละใช่ไหม ยังไงทั้งสองคนก็สู้ๆ ปรับความเข้าใจกันมากๆ นะ
    #2969
    0
  13. #2938 pukiest (@pukiest) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:59
    โอ้โหคุณเอิ้น สุดๆไปเลย655555555
    #2938
    0
  14. #2913 Aroonprapai (@polpipat2526) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:34
    โอ้ย!!!เด็กมันร้ายอ่ะ....
    #2913
    0
  15. #2905 IIISKY__ (@IIISKY__) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:20
    ปองคุณมันร้ายยยยยย รวมหัวกับพี่เอิ้น สงสารคุณต๊ะที่กลายเป็นแพะเฉยเลย55555
    #2905
    0
  16. #2862 jiab155 (@jiab155) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:28
    อยากจับคุณพี่มาตีเหลือเกิน หวังดีกับเล่นสนุกมีแค่เส้นบางๆกั้นอยู่555555
    #2862
    0
  17. #2859 WuPheem (@pheemkwu) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:09
    พี่เอิ้นมันร้ายยย
    #2859
    0
  18. #2833 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:21
    ว่าเเล้วว่าอิปอง(คำเรียกเปลี่ยนไปตามความหมั่นไส้)โดนเงินซื้อจากเจ้าสัวไปแล้ว เเต่ไม่คิดว่าจะซื้อตั้งเเต่วันเเรก หมั่นไส้เเรงมากจริงๆ หาคนมาปราบเฮียที ลำไย การกระทำกับคำพูดประโยคสุดท้ายนี่โคตรย้อนเเย้งเลยนะคะ
    ตกลงประเด็นเรื่องส้มนี่เพราะเจ้าสัวเองเหรอ!
    #2833
    0
  19. #2814 GFMB (@GFMB) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:39
    ถ้าเจ้าสัวอยากกินน้องปองขึ้นมา ฉันจะอวยพรให้น้อง5555
    #2814
    0
  20. #2803 k-kh (@k-kh) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:33
    ให้ตายเถอะ วิ่งเต้นบนฝ่ามือเจ้าสัวกันสนุกเลยงานนี้
    #2803
    0
  21. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:25
    สงสารเอิงเป้ยขึ้นมาทันที55555
    #2795
    0
  22. #2746 Petitcat (@jimmyza) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:57
    เข้าใจแล้วคนพี่คิดว่าซื้อทุกอย่างที่ดีให้น้อง แต่ไม่เคยคุยกันตรงๆต่างคนต่างหวังดีในมุมมองของตัวเองอะเนอะ
    #2746
    0
  23. #2685 Ricerabbit (@kwmk93) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:00

    น้องตามใครไม่ทันเลย

    #2685
    0
  24. #2663 แหม่มแมว (@kulpriyaks12) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:57
    สรุปคนร้ายก็คือเจ้าสัวอชิ!! วางแผนแบบร้ายกาจมาก เรื่องมันใหญ่เพราะคุณเลยนะ55555555
    #2663
    0
  25. #2648 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:03
    สมควรแล้วที่ได้เป็นเจ้าสัวอะค่ะ

    เจ้าสัวเอิ้นคนเดิมเพิ่มเติมคือหมอจิต5555555
    #2648
    0