Not yours เมื่อผมไม่ใช่ (Yaoi) (END)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 179,670 Views

  • 3,239 Comments

  • 9,851 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,755

    Overall
    179,670

ตอนที่ 14 : Chapter 13 : A-Chi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1730 ครั้ง
    19 ม.ค. 62

Chapter 13 A-Chi

“พี่ว่าเป้ยรักเอิง”

อชิตพลส่ายหัวกับคำพูดพี่ชาย

“อย่าทำให้มีความหวัง ผมเริ่มทำใจได้แล้ว”

“จะปล่อยเป้ยไปจริงดิ”

“อืม...”

“แล้วเป้ยจะไปอยู่ที่ไหน? มาอยู่กับพี่ไม่ได้อยู่แล้ว จะให้กลับไปอยู่บ้านใหญ่?”

“ซื้อตึกนั้นเตรียมไว้ให้เป้ยหนึ่งห้องแล้ว”

เจ้าสัวอชิหรี่ตามองน้องชายตัวเอง จะปล่อยเขาไปแต่ดันซื้อคอนโดในโครงการเดียวกันให้หนึ่งห้อง จะเรียกว่าเอิงสายเปย์ก็ไม่ผิด ไม่ว่าอะไรก็ซื้อให้เป่าเป้ยหมด หัวจรดเท้าไม่เคยปล่อยให้น้องต้องใช้ของไม่ดี ไม่เคยให้ลำบาก รถก็ซื้อให้ ให้ทั้งๆที่น้องมันก็ไม่ได้อยากได้อะไร

“คุยกันก่อนเหอะพี่ว่า เป้ยก็อยู่กับเอิงมาตั้งนาน เขาก็ต้องรู้บ้างว่าเอิงรู้สึกยังไง มันอาจจะไม่ใช่แบบที่เอิงคิด ทำไมไม่คุยกันให้เคลียร์วะ”

“การกระทำมันสำคัญกว่าคำพูด”

ยิ่งฟังเหตุผลน้องชายก็ยิ่งปวดหัวจนต้องแกะส้มออกมากิน

“เอิงอายุสามสิบกว่า แต่เป้ยเพิ่งจะยี่สิบเอ็ด ก็อาจจะมองกันคนละอย่าง แล้วเป้ยก็ไม่ได้ เอ่อ คิดเยอะ เป้ยคิดตามเอิงไม่ทันหรอก เอิงก็ต้องพูดอะไรบ้าง ทำไมไม่คิดว่าที่น้องมันเกร็งกับเป้ยเพราะมันเขิน หรือกลัวเอิงไม่พอใจ”

“ก็พูดแล้วตั้งแต่แรก”

“พูดว่า?”

มือที่แกะส้มชะงัก พยายามคิดตามน้องชายแล้วก็สงสัยว่าคู่นี้มันอยู่กันมายังไงวะ เป่าเป้ยที่เขาคุยด้วยอย่างกับคนละคนกับเป่าเป้ยของน้องชาย

“มาอยู่ด้วยกัน เดี๋ยวดูแลเอง”

“นั่นมันประโยคบอกรักหรอวะ?”

“แล้วถ้าไม่รักจะอยากให้มาอยู่ด้วยทำไม”

ปวดหัว...เจ้าสัวอยากจะยัดส้มเข้าปากน้องชายแต่ทำไม่ได้

“พูดกับเป้ยเมื่อไหร่?”

“ตั้งแต่แรก ก่อนเป้ยจะมาอยู่ที่นี่”

บอกรักเด็กอายุสิบแปดในวันนั้นด้วยการบอกให้มาอยู่ด้วยกัน เดี๋ยวดูแลเอง? อชิรู้สึกปวดหัวจนต้องยัดส้มเข้าปากตัวเองแล้วเคี้ยวแรงๆ

ผู้ชายวัยสามสิบกับการเชิญชวนเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะมาอยู่ด้วย ดูยังไงก็เหมือนโรคจิต หรือไม่ก็พวกข่มขู่ แถมเป็นการเลือกใช้ประโยคคำสั่งมากกว่าจะเป็นประโยคคำถาม เป้ยไม่กลัวก็แปลกแล้ว

“แล้วเป้ยตอบว่ายังไง?”

“น่าจะเป็น...แล้วเป้ยต้องทำอะไรบ้าง”

“แล้วเอิงตอบไปว่า?”

“ก็ไม่ต้องทำอะไร เรียนจบค่อยว่ากัน ก็จะให้เป้ยมาทำอะไรล่ะ? อายุแค่นั้นก็ให้เขาเรียนไปสิพี่เอิ้น ผมพูดผิดตรงไหน?”

เจ้าสัวอชิวางส้มครึ่งลูกในมือแล้วมองน้องชายตัวเองที่ยังหน้านิ่งสนิท มันคงมีขั้นตอนไหนสักขั้นตอนที่ผิดพลาด แต่ไหนแต่ไรอชิตพลก็ไม่ใช่คนสนใจเรื่องรักๆใคร่ๆ เพราะต้องรับผิดชอบบริษัทตั้งแต่อายุยังน้อย ตั้งแต่เขาเลือกเรียนหมอน้องชายก็ต้องแบกความหวังของพ่อกับแม่

อชิตพลเด็กกว่าแค่สิบเดือน เป็นลูกหัวปีท้ายปีที่แม่ท้องต่อกันทันที เรียนมาพร้อมกันแต่คนละโรงเรียนเพราะพ่อแม่กลัวว่าจะคบกันเองแล้วไม่ยอมมีสังคม เขาเรียนนานาชาติมาตลอดต่างกับเอิงที่เลือกสอบโรงเรียนรัฐบาลอันดับต้นๆของประเทศแล้วก็ติด

วัยรุ่นก็อยู่แต่กับการเรียนเพราะเป็นโรงเรียนหัวกะทิมีแต่การแข่งขัน พอเข้ามหาลัยก็โดนวางตัวเป็นผู้บริหารคนต่อไป เพิ่งจะเรียนจบมาได้ปีสองปีพ่อแม่ก็เสีย เขาตอนนั้นก็เป็น Extern ที่ชีวิตวุ่นวายอยู่กับโรงพยาบาลโยนภาระไปให้น้องทั้งหมด

“พี่ผิดเอง”

“พี่ไม่ได้อยากให้เป้ยชอบพี่ จะโทษตัวเองทำไม”

ผิดที่โยนทุกอย่างให้น้องแบกไว้จนน้องไม่มีเวลาส่วนตัว กลายเป็นว่าเรื่องยากๆทำได้เรื่องง่ายดันมองไม่ออก อชิตพลเป็นผู้บริหารอายุน้อยที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรกในวงการอสังหาริมทรัพย์ เขาอาจจะเป็นคนไปกู้เงินมาแต่เขาไม่มีปัญญาจัดการเงินร้อยล้านพันล้านหรอก คนที่ชินกับชีวิตในโรงพยาบาลมากกว่าจะไปถนัดอะไรกับวาทะในสนามธุรกิจ กลายเป็นว่าอชิตพลเป็นคนคิดซับซ้อนจนคิดง่ายๆไม่เป็น

“ลองดูกันก่อนเรื่องเป้ย รักแรกของเอิงเลยนะจะปล่อยไปง่ายๆได้ยังไง มาพิสูจน์กันว่าเป้ยรักเอิงไม่ได้รักพี่”

“ยังไง?”

“ก็ถามเป้ยไปตรงๆเลย ถ้ารักก็จะได้อยู่ด้วยกันต่อ ไม่รักก็จะได้ไม่ต้องรั้งกันไว้อีก”

ทำไมต้องมาเป็นที่ปรึกษาปัญหาหัวใจให้น้องชายวันสามสิบสามด้วยก็ไม่รู้

 

“กินเยอะๆหน่อยเป้ย”

“เป้ยอิ่มแล้วครับพี่เอิ้น”

เจ้าสัวอชิถอนหายใจมองคนป่วยเป็นไข้ใจ คนนั้นก็อีกอย่างคนนี้ก็อีกอย่าง ทฤษฎีอยู่ๆไปก็รักกันเองของคนเก่าคนแก่คงใช้ไม่ได้ผลกับคนสองคนที่ไม่ยอมคุยกัน

สี่ปีเข้าไปแล้วน้องชายเขากับเป่าเป้ยไม่เคยทะเลาะกันเลย ต่างจากเขาที่แทบไม่เจอหน้าเอิงแต่เจอทีไรก็ทะเลาะกันทุกที การทะเลาะกันมันก็เหมือนกับการมีช่วงเวลาที่จะได้เปิดใจว่าต่างฝ่ายต่างรู้สึกยังไง มีความคิดเห็นแบบไหน ในความสัมพันธ์ทุกรูปแบบย่อมมีความขัดแย้งเพื่อให้ช่วยกันแก้ไขแล้วไปต่อ

ศิลปะแห่งการทะเลาะมันควรจะมีแต่คู่นี้ดันไม่มี แล้วคนปวดหัวก็ดันเป็นเขาที่เป็นเหมือนพี่ชายของทั้งคู่ ส่วนกับเป้ยนี่อาจจะคล้ายๆลุงหรือญาติผู้ใหญ่ เป็นพ่อไม่ได้เพราะคราวก่อนน้องมันเล่นซื้อดอกไม้ธูปเทียนมาไหว้เอิงในวันพ่อ พี่ของพ่อก็เป็นลุง ลุงข้างบ้านนี่แหละ แล้วคนพ่อมันก็ไม่ได้สังเกตเลยหรือไงว่าเด็กมันไหว้แค่ตัวเอง

ระยะหลังเอิงไม่ค่อยกลับห้อง ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเอิงมันไม่กลับเพราะทนไม่ได้ที่เป้ยไม่รัก ส่วนเป้ยก็หงอยทุกครั้งที่เอิงไม่อยู่แต่ก็ไม่ยอมโทรหา

“ถ้าไม่กินข้าวเลยจะไม่สบาย ไม่สบายเอิงก็เป็นห่วงนะเป้ย”

“ห่วงคนอื่นแล้วมั้งครับ”

“ยังไงล่ะ?”

“พี่เอิง...อาจจะคุยกับคนอื่นอยู่มั้งครับ”

เจ้าสัวอชิเห็นปัญญาอยู่รำไร หรือว่าทุกครั้งที่เป้ยซึมๆแล้วเขาดันนึกไปเองว่าคงทะเลาะกับเอิงจริงๆแล้วมันไม่ใช่ เพราะคู่นี้มันไม่เคยทะเลาะกัน อย่าบอกนะว่าที่หงอยเพราะคิดว่าเอิงไปมีกิ๊ก

ไอ้เอิงที่ทำงานวันละเกินสิบชั่วโมงแต่ไม่เคยได้โอทีจะเอาเวลาไหนไปมีคนอื่น ทำเหมือนมันว่างวันๆก็สนใจแต่กับงานกับเจ้าหัวกะหล่ำของมันที่นั่งหงอยอยู่นี่ ไม่กลับบ้านกลับช่องจนกะหล่ำน้อยมันนึกว่ามีคนอื่น

“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ คิดมากไปหรือเปล่าเป้ย”

“ก็...หายไปหลายวันแล้ว คงเบื่อเป้ยมั้ง”

เจ้ากะหล่ำถึงกับน้ำตาซึม ในฐานะ...ลุงก็อยากจะปลอบหลาน อยากจะพูดแทนน้องชาย แล้วก็อยากจะบอกน้องชายว่าเป่าเป้ยรู้สึกยังไง แต่ไม่ได้

ถ้าเขาเป็นฝ่ายพูดแล้วเมื่อไหร่สองคนนี้จะแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้ ถ้าในอนาคตมีปัญหาแล้วไม่ยอมพูดคุยกันอีกจะอยู่กันได้ยังไง? เขาไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า วันหนึ่งก็ต้องแยกไปมีครอบครัว แต่ละครอบครัวก็มีปัญหาก็ต้องซ่อมต้องแก้กันไป เรื่องของเป้ยกับเอิงเขาเป็นแค่คนนอก

“โทรถามสิ”

“เป้ยกลัวพี่เอิงรำคาญ...พี่เอิงอาจจะยุ่งๆ เป้ยไม่กล้าโทรหรอกครับ”

“เอิงดุกับเป้ย?”

“พี่เอิงใจดีครับ ไม่ดุเลย แต่พี่เอิงเป็นคนขี้รำคาญแล้วก็จุกจิกด้วย เป้ยไม่อยากให้พี่เอิงหงุดหงิดเป้ย”

คนหนึ่งกลัวอีกฝ่ายจะรำคาญ อีกคนก็น้อยใจที่อีกฝ่ายไม่เคยโทรหาเลยสักครั้ง

“อึดอัดหรือเปล่าอยู่กับเอิง บอกพี่ได้นะ”

“ไม่ครับ เป้ยมีความสุข...ไม่อึดอัดเลย”

“รักเอิงมากนะเรา?”

“รักครับ รักที่สุดในโลกเลย”

เจ้ากะหล่ำยิ้มแก้มแดงจนเจ้าสัวอชิอยากจะร้องไห้ สี่ปีมานี้ยังอยู่ด้วยกันได้คงบุญพาวาสนาส่งพระเจ้าเห็นใจนั่นแหละ ทั้งสงสารทั้งคู่ ทั้งหงุดหงิด แต่ก็มีความรู้สึกผิดปะปนไปด้วย

“พี่ว่าเอิงก็รักเป้ย”

รอยยิ้มสดใสชะงักก่อนตากลมโตจะปรากฏร่องรอยความเหงาเข้ามาแทนที่

“เป้ยก็อยากให้พี่เอิงรักเป้ย”

ในฐานะพี่ชายของเอิง ในฐานะผู้ปกครองของเป้ยด้วย เขาคงใส่ใจทั้งคู่น้อยไป สี่ปีไม่ใช่เวลาสั้นๆที่ทำให้เมล็ดพันธุ์แห่งการเข้าใจผิดเติบโตเป็นต้นใหญ่

พอบอกเอิงว่าเป้ยรัก เอิงก็ไม่เชื่อ...พอบอกเป้ยว่าเอิงรัก เป้ยก็ไม่เชื่อ

อยู่กันไปก็มีแต่ความหวาดระแวง ทั้งคู่ไม่ได้พร้อมจะแก้ไขปัญหานี้พร้อมกันเลยด้วยซ้ำ บางทีถ้าลองแยกกันไปคนละทิศคนละทาง เมื่อมองกลับเข้ามาตรงกลางอีกครั้งอาจจะเห็นอะไรชัดเจนขึ้นก็ได้ อะไรที่บังตาบังใจไว้มันอาจจะหายไป

 

“เอิงจะใช้วิธีนี้?”

“ถ้าถามตรงๆแล้วเป้ยไม่ตกลง ผมแกล้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไรเหมือนตอนเราขาดทุนไม่ได้หรอก”

เจ้าสัวอชิมองสัญญาห้าหน้าในมือแล้วก็อยากจะจับมันม้วนแพ่นกะบาลน้องชาย ขอแต่งงานสไตล์อชิตพลคือการซ่อนคำขอแต่งงานไว้ที่หน้าสามของสัญญาจ้างงาน

สัญญาจ้างพนักงานประชาสัมพันธ์ของเป่าเป้ยเหมือนกับที่เคยเห็นฝ่ายบุคคลเอามาให้ดูทุกอย่าง แค่หน้าที่สามนอกจากจะมีข้อมูลสัญญาแล้วก็มีประโยคพิมพ์ตัวหนาแทรกอยู่ตรงกลางหน้ากระดาษว่า

แต่งงานกันนะ

แล้วบรรทัดต่อมาที่ดูผ่านๆก็เหมือนเป็นข้อความในสัญญาคือถ้าแต่งก็ไม่ต้องเซ็นต์แต่ถ้าไม่แต่งก็เซ็นต์ที่หน้าสุดท้าย

ช่างเป็นวิธีการแต่งงานที่ดูโรแมนติกวิธีหนึ่งแต่เจ้าสัวอชิมีความรู้สึกว่าพอมันเป็นคู่นี้แล้วชักจะกังวล แต่ในเมื่อน้องชายตัดสินใจแล้วก็ไม่อยากจะพูดอะไร อายุก็ไม่ใช่น้อยๆกันทั้งคู่จะให้มาวุ่นวายกันมันก็เกินวัย

แต่ความคิดที่อยากจะให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันใหม่มันก็ยังอยู่ แล้วถ้าแต่งไปยังไม่คุยกันมันจะเป็นยังไง? เรื่องสัญญามันกวนใจจนต้องเข้าบริษัทไปหาคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง

“คุณต๊ะครับ ขอปรึกษาเรื่องงานหน่อยครับ”

เลขาวัยห้าสิบกว่าที่อยู่มาตั้งแต่เจ้าสัวอารยะคนก่อนเพิ่งเข้ามาโลดแล่นในวงการอสังหาริมทรัพย์ ผู้ที่อยู่ตั้งแต่อารยะยังเป็นแค่ธุรกิจรับขายบ้านจนวันนี้กลายเป็นบริษัทอสังหาฯเบอร์ต้นๆของประเทศ...และเป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายของอารยะ

“เรื่องสัญญาคุณเอิงหรอครับ?”

“ครับ นั่งก่อนครับคุณต๊ะ ผมรู้ว่ามันแปลกที่มายุ่งวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวน้องชาย แต่เป้ยก็เหมือนเด็กในบ้านอารยะที่ผมต้องรับผิดชอบ บอกตามตรงว่าผมเป็นห่วงทั้งคู่”

“คุณเอิงรักคุณเป้ย”

“แล้วเป้ยก็รักเอิง”

“งั้นผมคิดว่าก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แค่วิธีการขอแต่งงานแบบนี้มันค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับคนวัยผม”

“เฮ้อ คุณต๊ะ มันไม่ใช่แบบนั้นน่ะสิครับ ปัญหาก็คือ เอิงคิดว่าเป้ยไม่รัก แล้วเป้ยก็คิดว่าเอิงไม่รัก สัญญานี่คือฟางเส้นสุดท้ายที่เอิงกำลังเสี่ยงกับมัน ความรักมันไม่ควรปะปนไปด้วยความหวาดระแวงไม่ใช่หรอครับ ผมกังวลว่ามันไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมเลยสำหรับการแต่งงานในเมื่อยังไม่ปรับความเข้าใจกัน เอิงรักเป้ย เป้ยรักเอิง แต่ทั้งคู่ไม่ได้รักกัน

“แต่คุณเอิ้นก็ไม่คิดจะพูดแทนทั้งคู่”

“มันเป็นเรื่องครอบครัวเขา แต่ในฐานะคนใกล้ชิดที่สุดผมอยากให้ทั้งคู่มีความสุข”

“ถูกต้องครับ เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เราก็ทำได้แค่มองอยู่ห่างๆ แต่คุณเอิ้นเรียกผมมาคุยเรื่องนี้คงไม่อยากมองอยู่ห่างๆใช่ไหมครับ”

เจ้าสัวอายุน้อยหัวเราะเบาๆกับแววตารู้ทันของเลขามากประสบการณ์

“ผมก็แค่อยากให้ทั้งคู่ลองห่างกันสักพัก แต่ไม่ห่างจนเกินไป ให้เวลาได้คิด ได้ทบทวนแล้วลองมองกลับมาที่จุดนี้อีกครั้ง ภาพมันอาจจะชัดเจนมากขึ้น ผมก็เลยต้องปรึกษาคุณต๊ะก่อนว่าถ้าสัญญามันจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างไปบ้าง คุณต๊ะจะเห็นด้วยกับผมไหม ผมไม่อยากให้คุณต๊ะลำบากใจ มันเป็นหน้าที่การงานของคุณต๊ะด้วย ถ้าเอิงรู้ว่าคุณต๊ะเอนเอียงมาฝั่งผม ความไว้ใจของเอิงก็จะหายไปไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นไปเพราะหวังดีก็ตาม คุณต๊ะก็ควรจะเป็นคนที่เอิงไว้ใจได้ที่สุด เพราะถ้าคุณนิดแอบนอกใจผมไปเข้าข้างเอิงผมก็คงรู้สึกว่าโลกถล่มเหมือนกัน เลขาคนดีดันมีเจ้านายคนใหม่ซะแล้ว ก็คงทำงานกันลำบาก”

“คุณเอิ้นพูดเหมือนให้ผมเลือก แต่ปูเรื่องมาขนาดนี้กำลังทำให้ผมเกิดคะแนนสงสารคุณเอิงแล้วยอมร่วมมือกับคุณเอิ้นไม่ใช่หรอครับ เพราะคุณเอิ้นก็รู้ดีว่าสำหรับผมพวกคุณก็ไม่ใช่แค่เจ้านายแต่เหมือนลูกแท้ๆ”

“ผมนับถือคุณต๊ะเหมือนพ่อเลยครับ เอิงก็ด้วย เราเสียคุณต๊ะไปไม่ได้หรอกครับ ในฐานะที่อาบน้ำร้อนมาก่อนช่วยลูกชายที่กำลังหลงทางหน่อยนะครับ ผมเองก็จนปัญญา”

“งั้นเอาแบบนี้แล้วกันครับ เรื่องแต่งงานก็ยังมีอยู่ แต่ในกรณีที่คุณเป้ยเซ็นต์หน้าสุดท้ายปฏิเสธคุณเอิงขึ้นมา เราก็มีเงื่อนไขรองรับไม่ให้คุณเป้ยไปไหนได้ไกล อย่างเรื่องที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าคุณเป้ยไม่ไปไหนแน่ๆคงเป็นเรื่องบุญคุณ ยกเรื่องชุดเครื่องเพชรห้าล้านนั่นกลับมาเป็นข้ออ้าง”

“แต่ถ้าเป้ยตอบตกลงแต่ง ซึ่งผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้น...”

“คุณเอิ้นจะเล่นบทพระเจ้าในชีวิตคนอื่นตลอดไปไม่ได้หรอกครับ ถ้ามันเป็นแบบนั้นเราก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไป แต่จากประสบการณ์แล้วผมว่าคุณเป้ยคงไม่อ่านเนื้อหาสัญญาเท่าไหร่ แค่เอ่ยปากเรื่องหนี้ พูดเรื่องให้ทำงานก็คงตกใจไม่มีอารมณ์มาอ่านเนื้อหาสัญญา...โดยพื้นฐานแล้วคนทั่วไปไม่ค่อยใส่ใจเนื้อหาในสัญญาเท่าไหร่ ในวงการอสังหาริมทรัพย์มีตาสีตาสาเยอะแยะที่เซ็นต์สัญญาโดยไม่มีความรู้ เสียที่ให้พวกนายทุนหน้าเลือดทั้งๆที่ตัวเองเซ็นต์ยินยอมไปเอง”

“คุณต๊ะกำลังจะบอกว่าให้ผมวางเดินพันกับความรอบครอบของเป้ย”

“ใช่ครับ ถ้าคุณเป้ยรอบครอบคุณเอิ้นก็ไม่สมหวัง แต่ถ้าคุณเป้ยไม่รอบครอบคุณเอิ้นเหมือนนายทุนที่ทำสัญญาหลอกตาสีตาสาได้สำเร็จ”

“ยกตัวอย่างซะผมดูเป็นคนร้าย”

“มายุ่งกับสัญญาคนอื่นไม่เรียกว่าคนดีครับเจ้าสัวอชิ”

“เฮ้อ เอาล่ะลองมาดูกันว่าเรื่องจะออกมาเป็นยังไง ยังไงก็ตามผมขอบคุณมากครับคุณต๊ะ แต่ผมมีความรู้สึกว่าผมจะชนะเป้ย คนรอบตัวผมร้ายกาจกันทุกคน คงจะมีมีเป้ยคนเดียวนี่แหละที่ผมหลอกสำเร็จ”

“พูดถึงนายแบงก์ช่อฟ้าหรือเปล่าครับ? ยังหลอกเขาไม่สำเร็จอีกหรอครับคุณเอิ้น”

“ยังเลยครับ รายนั้นนี่อย่างกับหมาป่าไฮยีน่า สรรพากรมาตรวจบริษัทเราก็เพราะเขานี่แหละ บัตรเครดิตผมที่ถูกระงับด้วย ล่าสุดแพทยสภาส่งจดหมายมาหาอีกแล้วนี่ยังไม่กล้าเปิดอ่านเลย กลัวจะโดนตรวจสอบอีก คนอะไรใจร้ายจริงๆ ทำไมไม่น่ารักแบบเป้ยบ้างก็ไม่รู้”

“ขอให้ประสบความสำเร็จนะครับคุณเอิ้น ทั้งเรื่องสัญญาแล้วก็เรื่องนายแบงก์”

“เอิงมันโชคดีแล้วที่เป็นเป้ย ลองมารักนายแบงก์แบบผมจะชีช้ำกะหล่ำปลี ไปเลี้ยงลูกค้าบัตรเครดิตดันขึ้นว่าวงเงินไม่มี แถมเงินสดก็ไม่มีสักบาท ผมทำอารยะขายหน้าแล้วครับคุณต๊ะ ดีนะคุณนิดช่วยชีวิตไว้ ทำไมคุณนิดรีบแต่งงานมีลูกสองคนไปก่อนนะ...”

“นิดได้ยินนะคะเจ้าสัว ถ้าคุณต๊ะเป็นพ่อ นิดก็เป็นแม่แล้วค่ะ รบกวนเซ็นต์เอกสารด่วนด้วยค่ะแล้วนิดจะทำเป็นไม่ได้ยินแผนการหน้าเลือดของคุณต๊ะกับเจ้าสัว”

เหตุผลที่ฝ่ายบริหารไม่เคยชนะกีฬาสีบริษัทเลยก็เพราะผู้บริหารสองคนวิ่งสามขาพากันล้มตลอด แถมเลขาสองคนก็อายุรวมกันเกินร้อยปี

“คุณนิดมีลูกสาวน่ารักอยากยกให้ผมไหมครับ”

เจ้าสัวรุ่นลูกรีบเซ็นต์เอกสารแล้วส่งคืนอย่างว่องไว

“ไม่เอาล่ะค่ะ นิดทีมนายแบงก์ค่ะ มีคนแบบเจ้าสัววนเวียนอยู่ใกล้ๆคงคันมืออยากตบให้แบนวันละสี่ห้ารอบ”

“อย่าบอกนะครับที่สรรพากรมาตรวจเราก็เพราะมีคุณนิดรู้เห็นเป็นใจ”

“ใช่แล้วค่ะ ยังเหลืออีกหลายกระทรวง หลายกรมนะคะที่นิดไปร่วมมือไว้”

“เฮ้อ...ไม่เป็นแล้วได้ไหมเจ้าสัว เอิงนะเอิงไม่ยอมโดนหลอกรับตำแหน่งไปสักที”

 

========================

เปิดตัว ตัวร้ายค่ะ 555555555555555555+ จริงๆน้องอาจจะได้แต่งงานกับพี่เอิงไปแล้ว เพราะคงจะงงๆว่าทำไมเอาสัญญาจ้างงานมาให้เซ็นต์ แต่ดั๊นนนนนนนนนมีพี่เอิ้นเข้ามาแทรก

แล้วแบบเป่าเป้ยลูกรักจะอ่านสัญญาละเอียด? 555555+

เรื่องสัญญานี่ไม่ใช่มุกตลกนะคะ เพราะเราคุ้นเคยกับข่าวพวกคนโดนหลอกให้ทำสัญญา สัญญาที่ไม่เป็นธรรมมาตลอด แบมเองก็เคยเจอสัญญาแย่ๆมาเหมือนกัน 55555555+ ใกล้ตัวมากๆค่ะ

ระวังกันด้วยน้า ไม่งั้นโดนหลอกแบบเป้ยยยย

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.73K ครั้ง

117 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 28 เมษายน 2562 / 15:24

    พพี่เอิ้นทำไมร้ายย

    แต่น่ารักอ่ะ

    #3220
    0
  2. #3151 PPSnook (@PPSnook) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 12:09
    555555พี่เอิ้นร้ายกาจจริงๆ ก็นะอยากไม่คุยกันแยกมันเลย
    #3151
    0
  3. #3105 Kttjj (@kyungfern) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 02:25
    พี่เอิ้นนแอบร้ายนะ555555 เนี่ยต่างคนต่างคิดว่าไม่รักอ่ะมันเลยเป็นแบบนี้แง
    #3105
    0
  4. #3086 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 22:56
    โอ้ยยบ บันเทิงมาก ว้อยยยย อิพี่คนซึนที่แท้ //นั่นไงงงง อิพี่เอิ้นนน ล้ายยย
    #3086
    0
  5. #3045 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 14:06
    ชั้นว่าแล้วเชียว ลาสบอสของเรื่องนี้มันต้องเป็นเจ้าสัว!!
    #3045
    0
  6. #3040 jjtk (@bebiejaney) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 11:32
    ปวดหัวแทนพี่เอิ้นนะ แต่เอาจริง ก้เพราะทั้งคู่เป็นงงๆ แบบเนี้ยยยยย
    #3040
    0
  7. #3011 _Daonuea_ (@_Daonuea_) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 20:11
    พี่เอิ้นต้องรักกับพี่เอ็มป้ะ ใช่แน่ๆ เบยยย เค้าคุ้นๆๆๆ
    #3011
    0
  8. #2968 inthecloud (@prwz) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:05
    โอ้โห พี่เอิ้นคนร้ายกาจ แต่ทพไปเพราะอยากให้เขาได้เข้าใจกันก่อนล้วนๆ ทีนี้ก็มาลุ้นกันว่าพวกเขาจะเคลียร์กันยังไงต่อไป ลุ้นๆ กันไปค่ะ
    #2968
    0
  9. #2904 IIISKY__ (@IIISKY__) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:32
    พี่เอิ้นคือผู้จุดชนวนศึกครั้งนี้ แต่ความคือเธอสองคนควรจะคุยกันตั้งแต่แรกนะคะพี่เอิงน้องเป้ย
    #2904
    0
  10. #2884 Kon--Kon (@Kon--Kon) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:49
    ฉันว่าแล้ว พี่เอิ้นคือลาสบอสสสสส
    #2884
    0
  11. #2857 WuPheem (@pheemkwu) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:47
    ทำไมมโนกันเก่งเหลือเดิน
    #2857
    0
  12. #2831 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:09
    อยากจะถามพี่เอิงตั้งเเต่เเรกเลย พี่ดูถูกสมองของเป้ยเกินไป มันไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอก พี่จ๋า
    ดีจัง ตอนเเรกแอบกละวว่าคุณต๊ะจะเป็นตัวร้าย เเอบชอบคุณเลขาคนนี้ไปซะเเล้ว ตั้งเเต่มุกผมหล่อกว่าเจ้าสัวเเล้ว 555
    อยากจะเห็นนายเเบงค์เเล้วเเฮะ เเต่เเอบเชียร์ให้พี่เอิ้นโดนกดนะ หมั่นไส้ตามคุณนิดไปติดๆ
    #2831
    0
  13. #2770 Minutedao (@Minutedao) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:34
    แผนของเอิ้นนี้เอง
    #2770
    0
  14. #2764 fangfies (@fangfies) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:17
    ก็คือเด๋อคู่ 555
    #2764
    0
  15. #2666 0902195130 (@0902195130) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:17
    5555555
    #2666
    0
  16. #2646 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:49
    แหนะเจ้าสัวทันเด
    #2646
    0
  17. #2601 ikonyg (@ikonyg) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:38
    สมน่าที่เอิ้นละ 555555
    #2601
    0
  18. #2539 bwp_k (@bwp_k) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:53
    ร้ายยยยย
    #2539
    0
  19. #2508 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:43
    แต่ละคนนนนนนน
    #2508
    0
  20. #2480 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:48
    ร้าย555555555555กาจ555555555555
    #2480
    0
  21. #2464 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:04
    พี่เอิ้นนี่ก้อร้ายนะเนี้ย
    #2464
    0
  22. #2394 CalamaleParfait (@CalamaleParfait) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:29
    ตัวร้ายของเราปรากฎตัวแล้วจริงๆด้วย ขอให้พี่เอ็มตีให้ตายเลย 55555
    #2394
    0
  23. #2290 LOTGRACE (@benz391) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:29
    พี่เอิ้นเนี่ยต้องโดนนายแบงค์จัดการนะคะ ส่วนพี่เอิงจับมัดไปรวมกันกับเจิ้น คิดอะไรง่ายๆ ไม่เป็นเนี่ย
    #2290
    0
  24. #2276 Annelida (@annelida) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:12
    คุณเพ่!!!
    #2276
    0
  25. #2164 soju135 (@soju135) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:54
    พี่เอิ้นใช่คนที่เคยให้คำปรึกษาเจ้าจันทร์รึเปล่าเนี่ย
    #2164
    0