Not yours เมื่อผมไม่ใช่ (Yaoi) (END)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 181,412 Views

  • 3,272 Comments

  • 9,927 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    4,497

    Overall
    181,412

ตอนที่ 11 : Chapter 10 : Detective

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1855 ครั้ง
    13 ม.ค. 62

Chapter 10 Detective

                “เช็คสามล้านห้าครับ เป้ย...เป้ยขอใช้หนี้พี่เอิง โอยมันพูดยากจังวะ”

                ผมได้เช็คจากพี่เอิงแล้ว ส่วนช่อฟ้าผมก็รอเรียกสัมภาษณ์อยู่ พี่เอิ้นบอกว่าจะช่วยแค่ให้ทางช่อฟ้านัดสัมภาษณ์แต่เขาไม่ได้จะใช้เส้นให้ ถ้าผมอยากจะได้งานนี้ผมต้องพยายามด้วยตัวเอง

                ชีวิตมันยุ่งๆยังไงก็ไม่รู้ มิลันไลน์มาคุยกับผมบ่อยมาก มันก็ดีอ่ะที่ได้คุยกับดาราที่ชอบแต่ แต่ผมก็กระอักกระอ่วนนะ เขาเพิ่งเลิกกับพี่เอิง แล้วมารีบสนิทกับผมเลย คือ...ผมก็ไม่ได้อยากสนิทกับเขารวดเร็วขนาดนั้น

                แล้วกลุ่มแฟนคลับเขาก็มีกฎว่าจะไม่ตีสนิทดาราเกินไป จะไม่ทำให้ดาราที่เรารักเสียความเป็นส่วนตัว คือผมก็ยึดอุดมการณ์การเป็นติ่งที่ดีมาตลอด มันเลยแบบ แบบยังปรับตัวไม่ถูก

                ส่วนไอ้ปองก็พยายามจะนัดผมให้เจอเพื่อนมัน เพราะมันกลัวผมจะสนิทกับมิลัน พอมาคิดจริงๆแล้วผมลำบากใจมากเลย เพราะมันดูยุ่งเหยิงไปหมด

                ลองนึกตามผมนะครับ ผมกับพี่เอิงจบกัน มิลันกับเพื่อนไอ้ปองก็จบกัน พี่เอิงมาคุยกับมิลันแล้วก็เลิกกัน ไอ้ปองก็จะให้ผมไปคุยกับเพื่อนมัน มันก็วนไปวนมายังไงไม่รู้ เพราะปองมันดูเหมือนอยากแก้แค้นมิลันแทนเพื่อน ต่างจากผม...ผมไม่ได้อยากแก้แค้นอะไรพี่เอิงสักหน่อย แล้วผมก็ไม่ได้อยากทำให้มิลันเสียใจ

                คือผมไม่ได้อยากจะผูกเงื่อนความสัมพันธ์เพิ่ม เพราะผมออกมาแล้ว เข้าไปยุ่งก็ไม่ได้อะไรอ่ะ ไม่รู้ว่าเพื่อนไอ้ปองก็จะอยากแก้แค้นมิลันด้วยเปล่า

                ผมไม่ยุ่งจะดีกว่าไหม? ปัญหาไม่ใช่ของผมเลย แล้วผมก็มีปัญหาของผมอยู่แล้วคือพี่เอิง พี่เอิงลากกระเป๋าเสื้อผ้าตัวเองมาไว้ที่ห้องผมแล้วตอนนี้ก็ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงห้องผม

                What Happened!!!

 

                คือหลังจากที่ผมหนีมาจากห้องพี่เอิง มาเจอพี่เอิ้น แล้วก็มารู้ว่ามิลันจบกับพี่เอิง มันก็ผ่านมาสามวันแล้ว แล้ววันพฤหัสบดีวันนี้พี่เอิงก็มากดกริ่งห้องผมแต่เช้าพร้อมลากกระเป๋ามาด้วย

                พี่เอิงมาตอนผมกำลังจะออกไปทำงาน ยังไม่ทันถามอะไรพี่เอิงก็โทรศัพท์เข้า แล้วเขาก็เดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่ระเบียงมาสิบนาทีแล้ว ส่วนผมก็กำลังจะเข้างานสาย

                “พี่เอิง เป้ย...”

                “ชู่ว”

                เขาคุยโทรศัพท์จริงจังแบบคงเรื่องสำคัญมากเพราะเขาคิ้วขมวดมุ่นไปหมด แถมพูดแต่เรื่องเงินๆทองๆ เป็นร้อยล้าน เรื่องทำงานสายของผมนี่ตีค่าความเสียหายได้หลักร้อยเองนะครับ เข้างานสายก็หักเงินนิดหน่อย แต่ถ้าพี่เอิงโดนผมขัดเรื่องสำคัญเนี่ยร้อยล้านอาจจะหายไปได้เลย

                พี่เอิงยุ่งมากจริงๆ เขายุ่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้วเรื่องงานเพราะถึงพี่เอิ้นจะเป็นประธานแต่พี่เอิ้นไม่ได้ยุ่งกับงานของอารยะเท่าไหร่เลยนอกจากมาประชุมหรือเซ็นต์เอกสารบางอย่าง พี่เอิ้นชอบงานโรงพยาบาล เขาชอบเป็นหมอแล้วก็เป็นรองผู้อำนวยการด้วย แต่ไม่ยอมเป็นผู้อำนวยการเอง พี่เอิงบอกพี่เอิ้นขี้เกียจแถมพยายามจะยัดเยียดตำแหน่งประธานอารยะให้พี่เอิงตลอดแต่พี่เอิงไม่ยอม

                “ถ้าพี่ยอม พี่เอิ้นจะเป็นไก่ได้ใจ วันๆไม่ทำอะไรนอกจากตีปีกหาเรื่องแกล้งชาวบ้าน เป็นประธานไปน่ะดีแล้วจะได้ยุ่งบ้าง”

                ความสัมพันธ์ของพี่น้องอารยะเป็นแบบแปลกๆ รักกันแต่ต้องได้แกล้งกันตลอดเวลา เขาทำสงครามจิตวิทยากัน ผมก็พยายามรักษาตัวรอดเป็นยอดดี ไม่ไปยุ่งกับสงครามพี่น้องเอิงเอย ผมโง่จะไปทันพี่เอิ้นพี่เอิงได้ไง กับพี่เอิงก็ห่างตั้งสิบสองปี กับพี่เอิ้นก็เกือบสิบสาม โบกธงขาวตั้งแต่ก้าวแรกเลย

                หรือที่พี่เอิ้นมาช่วยผม...เพราะอยากแกล้งพี่เอิง? แต่จะแกล้งน้องนี่ต้องลงทุนถึงสามล้านห้าเลยหรอ? แล้วช่วยผมมันแกล้งพี่เอิงยังไงอ่ะ? ไม่ใช่มั้ง...ผมคงคิดมากไปเอง

                สรุปเข้าคุยอยู่หนึ่งชั่วโมง แต่ผมโทรไปแจ้งฝ่ายบุคคลแล้วว่าผมคงไปสายหน่อย เงินเดือนหมื่นสี่แล้วยักโดนหักเงินอีก!!! แค่นี้ก็จะไม่พอกินพอใช้แล้ว

                “กินข้าวเช้ายังเป้ย”

                “ปกติเป้ยกินหมูปิ้งข้างๆบริษัท”

                “อืม...งั้นแวะซื้อของกินที่ซูเปอร์ก่อน ไหนๆก็สายแล้วก็สายไป”

                “เป้ยโดนหักเงินง่ะ”

                พี่เอิงชะงักแล้วเขาก็บีบแก้มผม

                “พี่เลี้ยงไหว ป่ะไปกัน”

                มือพี่เอิงเลื่อนจากแก้มผมมากุมมือจูงเดินตามเขา

                “แต่....กระเป๋าพี่เอิง”

                “ฮัลโหลครับคุณต๊ะ เอกสารประชุมเรียบร้อยหรือยัง”

                คุยโทรศัพท์อีกแล้ว! ผมเลยต้องเก็บเรื่องกระเป๋าเดินทางไว้ก่อน แล้วมือหนึ่งจับมือพี่เอิง อีกมือหิ้วกล่องข้าวเดินตามเขาไป

 

                พี่เอิงน่าจะยุ่งจริงๆเขาคุยโทรศัพท์เรื่องงานตั้งแต่ออกจากคอนโด ขึ้นรถ จนถึงบริษัทเขาก็ยังคุยไม่เสร็จ แต่พอผมจะลงจากรถเขากลับดึงแขนผมไว้แล้วก้มหน้ามาหอมแก้ม

                “ที่เดินที่เขาหลักทางอารยะสู้ราคาอยู่แล้วครับ เราเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศ...”

                พี่เอิงยิ้มมุมปากแบบที่ผมหน้าร้อนไปหมด มาหอมแก้มอะไรตอนนี้! คุยงานอยู่แท้ๆยังมีเวลามาสนใจหอมแก้มผมอีก ฮึ่ย...คนนิสัยไม่ดี

                ผมลงจากรถตัวลอยๆมานั่งประจำที่ งงไปหมด ทำไมชีวิตวุ่นวายแบบนี้ ทั้งพี่เอิง ทั้งมิลัน ทั้งไอ้ปอง แล้วยังเช็คสามล้านห้า

                แล้วปรากฏว่าผมลืมกล่องข้าวไว้ในรถพี่เอิง! มารู้ตัวก็จะพักเที่ยงแล้ว ผมเลยแอบใช้สิทธิพิเศษของการเป็นประชาสัมพันธ์โทรเบอร์ตรงไปที่โต๊ะพี่เอิงเลย มันทำได้ แต่ปกติถ้าใครติดต่อพี่เอิงผมจะโอนสายพี่โต๊ะคุณต๊ะก่อน

                “ครับ”

                “พี่เอิง...เป้ยเองครับ”

                “หืม? ว่าไงเป้ย”

                “คือเป้ยลืมกล่องข้าวไว้ที่รถพี่เอิงง่ะ....”

                “อ๋อ”

                เสียงเปิดเอกสารไปมาดังลอดเข้ามาในสาย

                “ขึ้นมาเอากุญแจรถสิ”

                “ครับ งั้นเป้ยขึ้นไปนะ”

                คงงานยุ่งแน่ๆเลย ผมรีบขึ้นไปเอากุญแจรถดีกว่า พอขึ้นมาทางสะดวกมากเพราะคุณต๊ะไม่อยู่หน้าห้องพี่เอิงพอดี ผมเลยเคาะประตูสองทีแล้วเข้าไปในห้อง...

                ทีมการตลาดสี่ห้าคนนั่งล้อมโต๊ะพี่เอิงกันหมด อยู่ทั้งคุณต๊ะ...และไอ้ปอง!

                ทุกสายตาเพ่งมาที่ผมจนผมทำหน้าไม่ถูก คุ้นว่าๆเมื่อเช้าพี่เอิงคุยโทรศัพท์เรื่องประชุม...อย่าบอกนะว่ามาประชุมที่ห้องเขา ฮืออออออออออ ซวยแล้วกู

                “เป้ยเข้ามาสิ นี่กุญแจรถ”

                “ครับ...”

                ไอ้ปองจ้องเขม็งมาที่ผม แต่เสียงกระแอมของพี่เอิงทำให้หัวหน้าฝ่ายการตลาดพูดเรื่องงานต่อ แล้วผมก็ขยับตัวออกจากห้องมาเงียบๆ

                ให้ขึ้นมาทำไมวะถ้าคนอยู่เยอะขนาดนี้!

               

                “ห้ามถาม ห้ามพูดถึง ห้ามสงสัย กินข้าวมึงไปเลย”

                ไอ้ปองจ้องผมเหมือนจะกินหัว ตอนผมเอากุญแจรถไปคืนทุกคนออกมาจากห้องพี่เอิงพอดี ผมเลยวางกุญแจใส่มือคุณต๊ะแล้วรีบชิ่งหนีลงบันไดหนีไฟมา

                ฮือออ ไม่กล้าสู้หน้าใครเลย ต้องโดนนินทาแน่ๆ เป็นแค่ประชาสัมพันธ์ที่พี่เอิงไม่เคยใช้ลิฟต์ด้านหน้า ไม่เคยเดินผ่านแต่ดันรู้จักกัน

                “เป้ย บอสจีบมึงหรอ?”

                “แค่กๆๆๆๆ พูดไรเนี่ย จีบไรเล่าไม่มี”

                “กูคิดเอง คราวก่อนต้มสุกี้ห้องมึงบอสคุณเอิงก็จ้องมาทางพวกเราเขม็ง คราวนี้มึงมีเรื่องกุ๊กกิ๊กกันอีก ไอ้เหี้ยกูแนะนำเพื่อนร้านทองให้มึงช้าไปแค่นี้มึงคว้าเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เลยหรอ หรือที่เขาเลิกกับมิลันก็เพราะมาจีบมึงวะ?”

                “กูบอกว่าไม่ใช่ไงเล่า...เบาๆดิมึง เรื่องมันซับซ้อนกว่านั้น”

                “ที่มึงบอกกูว่ามีเงินใช้หนี้แล้วคือบอสเราจ่ายให้ใช่ปะ?”

                “ไอ้ปองกูบอกให้เลิกพูดไง กูทำตัวไม่ถูก มึงลืมๆเรื่องนี้ไปเหอะ”

                “น่าจะลืมยากว่ะ...บอสเราเดินพุ่งมาทางมึงเลย”

                ผมหันหลังไปมองตามสายตาไอ้ปอง พี่เอิงเดินล้วงกระเป๋ามาทางผมจริงๆด้วย แล้วเขาก็มาหยุดยืนตรงหน้าผม นี่มันห้องอาหารพนักงานครับ แล้วพี่เอิ้นพี่เอิงเขาไม่มาหรอก มาแล้วพนักงานเกร็งกันหมดเขาเลยเลือกจะไปกินข้างนอกกันมากกว่า แต่พี่เอิงมาปรากฏตัวตรงหน้าผม ฮืออออออออออออออ ไม่เหลือไรแล้ว โดนนินทาแน่ๆ

                “เป้ย พี่มีประชุมด่วน แต่เอกสารลืมไว้ที่ห้อง เป้ยไปเอาให้พี่หน่อยได้ไหม”

                “ครับ...พี่เอิงเอาอันไหน ละแล้วทำไมไม่โทรมา...”

                “โทรแล้วเป้ยไม่รับ คุณต๊ะก็เข้าห้องพี่ไม่ได้มีแค่เป้ยนั่นแหละ เอาโฉนดที่ดินที่สัตหีบในเซฟให้พี่หน่อยนะ หลังที่เราไปกันบ่อยๆจำบ้านเลขที่ได้ใช่ไหม? ส่วนคุณปองคุณ รบกวนขับรถให้เป้ยหน่อยครับ เขาขับไม่แข็ง นี่กุญแจรถผม เสร็จแล้วรบกวนเอาไปให้ที่บริษัท...ตรงลาดพร้าว”

                “เอ่อ ครับบอส”

                “ฝากทั้งคู่ด้วยนะ โครงการใหม่ของอารยะจะสำเร็จไม่สำเร็จก็ขึ้นอยู่กับทั้งคู่แล้ว”

                ผมไม่รู้ว่าพี่เอิงจะเอาที่ตรงบ้านพักตากอากาศไปทำอะไรในที่ประชุม แต่เขากับคุณต๊ะก็รีบร้อนออกไปพร้อมกับหัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ

                “ไปทำงานเพื่อโบนัสกันเถอะมึง เรื่องมึงกับบอสกูยอมเก็บความเสือกไว้ก่อนก็ได้ เหี้ยกุญแจลัมโบกินี บุญตูดชิบหาย ไปเร็วเป้ย กูอยากลองของแรง”

                การได้ขับรถสปอร์ตทำให้ไอ้ปองอารมณ์ดี แม้รถสปอร์ตจะไม่ได้ทำความเร็วเลยเพราะรถติดมากชนิดที่ว่าทำได้แค่เหยียบเบรก

                “จอดตรงไหนวะ”

                “ข้างหน้าเลย ตึกนี้เขามีบริการจอดรถให้”

                ไอ้ปองเป่าปากแล้วบอกว่าโคตรหรูหราหมาเห่า มันจะอึ้งกว่านี้อีกเพราะที่นี้บริการทุกระดับประทับใจมากครับ ตั้งแต่จอดรถก็มีพนักงานรับรถมาเปิดประตูให้เลย

                “สวัสดีครับคุณปานชีวา”

                “สวัสดีครับ เดี๋ยวสักพักลงมาครับ แค่สิบนาที ปองๆเอากุญแจให้พี่เขาไว้เลย”

                พนักงานจอดรถก็รู้จักชื่อผม เดินเข้าตึกก็เจอคุณเจนทักอีกรอบ คุณเจนที่ผมอยากให้ย้ายไปอยู่ตึกผมนั่นแหละ ไอ้ปองมันไม่ถามอะไรสักคำแต่มันจ้องผมชนิดที่เรียกว่าขนหัวลุก

                “คือ ปอง...”

                “กูยังไม่ได้ถาม ไม่ต้องบอก”

                “เออๆ ชั้นนี้แหละ”

                “อ้าวเป้ย”

                ซวยซ้ำซวยซ้อน เปิดลิฟต์มาเจอพี่เอิ้นในชุดอยู่บ้าน พร้อมรอยยิ้มแบบ...แล้วแต่อารมณ์เขาจะยิ้มแบบไหน อย่างตอนนี้น่าจะอารมณ์ดีเพราะตาเขายิ้มด้วย

                “พี่เอิ้นสวัสดีครับ”

                “เจ้าสัวสวัสดีครับ”

                พี่เอิ้นหันมามองไอ้ปองแล้วรอยยิ้มอารมณ์ดีก็ลดเลเวลลงเป็นรอยยิ้มสุภาพ

                “ผมกับปองมาเอาเอกสารให้พี่เอิงครับ คือพี่เอิงไม่ไว้ใจให้ผมขับรถมาเอง แหะๆ ปองเลยมาด้วย เอ่อ ปองคุณอยู่ฝ่ายการตลาดครับ”

                “ถึงว่าคุ้นๆหน้า เป้ยมาก็ดี พี่อยากขโมยของกินในตู้เย็นไอ้เอิงหน่อยแต่พี่เข้าห้องมันไม่ได้ ป่ะ”

                พี่เอิ้นเกี่ยวคอผมเดินไปหน้าประตูห้องพี่เอิงด้วยกัน นิ้วผมแตะนิดเดียวประตูก็ปลดล็อค สองพี่น้องชะเอิงเอิงเอยเขาค่อนข้างมีสเปซส่วนตัวกันครับ อายุตั้งสามสิบห้าสามสิบหกก็คงหวงพื้นที่ส่วนตัวกันทั้งคู่

                “เอิงให้มาหยิบอะไรล่ะ”

                “โฉนดในเซฟครับ”

                “งั้นเป้ยไปจัดการเถอะ คุณปองคุณมาช่วยผมขโมยของกินดีกว่า...เพื่อนสนิทเป้ยหรอ เป้ยชอบกินกะหล่ำปลีมากเลยนะ จนต้องกินกันทั้งบ้านเป็นเพื่อนเป้ย”

                “ทั้งบ้านหรอครับ?”

                “คะ คือพี่เอิ้น...ปองเขา เขาไม่รู้เรื่องบ้านเรา คือ เป้ยยังไม่ได้เล่า”

                “อ้าว พี่เผลอทำเป้ยลำบากใจหรือเปล่า แสดงว่าปองคุณก็ไม่ได้สนิทกับเป้ยขนาดนั้นสิ? ระวังนะปองคุณเจ้าที่แถวนี้เขาแรง อย่าพาเป้ยออกนอกลู่นอกทางล่ะ...เดี๋ยวโดนฆ่าทิ้ง”

                พี่เอิ้นมีบรรยากาศน่ากลัวอีกแล้ว แบบที่เขาชอบใช้กับพี่เอิงตอนคุยกันแต่คราวนี้มาใช้กับปอง ไอ้ปองทำหน้าอึดอัดหันมามองผมสลับกับพี่เอิ้นที่ยิ้มแบบ...แบบชวนขนหัวลุก

                “พี่เอิ้นอย่าแกล้งปอง...”

                “รับน้องน่ะ เป้ยไม่เคยพาเพื่อนมาให้รู้จักสักคนเลยตื่นเต้นนิดหน่อย ไปเอาโฉนดไปพี่ไม่ฆ่าเพื่อนเป้ยหรอก”

                ผมรีบขึ้นไปบนห้องนอนหยิบโฉนดชุดที่พี่เอิงบอกแล้วรีบลงมา ปองคุยอะไรไม่รู้อยู่กับพี่เอิ้นในห้องครัว พอผมก้าวเข้าไปพี่เอิ้นก็หันมายิ้มให้พร้อมกับกล่องน้ำผลไม้แล้วก็มาม่าในมือ

                “เรียบร้อยแล้วหรอ”

                “ครับ”

                “ป่ะ รีบไปกันเถอะ อย่าบอกเอิงนะว่าพี่มาขโมยของ มันชอบงกกับพี่ ไว้เจอกันนะครับปองคุณ”

                ผมเหลือบมองไอ้ปองที่เบะปากตั้งแต่แยกกับพี่เอิ้น แต่ผมคงทำหน้าอยากเสือกแบบชัดเจนเกินไปไอ้ปองก็เลยถลึงตาใส่ผม

                “ห้ามถาม ห้ามพูดถึง ห้ามสงสัย”

                “ง่ะ ก้อปคำพูดกูทำไม”

                “เจ๊ากันไป”

                “คือพี่เอิ้นเขาชอบแกล้งเฉยๆ มึงอย่าไปฟังเลย”

                “เออ กูไม่ใช่เพื่อนสนิทมึงไง”

                “ไม่ใช่แบบนั้น คือมันซับซ้อนมากเลยมึง แล้วแบบ...กูก็อายอ่ะ เรื่องกูมันไม่ได้น่าภูมิใจเลย กลัวมึงเลิกคบ”

                “มึงนี่คิดมากเหมือนที่เจ้าสัวบอกเลย”

                “พี่เอิ้นบอกหรอ”

                “เออ...เขาห่วงมึงนะ กางปีกปกป้องมึงจะตาย มึงคิดดูนะทำไมเขามาห้องคุณเอิงกับมึงถ้าไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจกู ทำไมชวนกูไปในครัวแล้วปล่อยมึงขึ้นไปเอาของคนเดียว คือถ้ามีแค่มึงกับกูมึงก็คงไม่ได้คิดมากปล่อยกูไปเอาของในเซฟกับมึงด้วยถูกปะ เขาไม่ไว้ใจกูแต่เขาไว้ใจมึง”

                พอคิดตามไอ้ปองแล้วมันก็ใช่ ผมไว้ใจไอ้ปองแต่พอคิดว่าถ้าเกิดไอ้ปองนิสัยไม่ดีแล้วมารู้รหัสเซฟหรือหยิบเอาของพี่เอิงออกไปสักอย่าง กลายเป็นว่าผมพาขโมยมาขโมยของถึงที่

                “เจ้าสัวไม่ได้คุยอะไรกับกูหรอกนอกจากบอกว่ากูเป็นเพื่อนคนแรกที่มึงแนะนำให้เขารู้จัก”

                “กูแบบ กูไม่ได้เข้าสังคมไรเท่าไหร่”

                ตอนมหาวิทยาลัยผมก็มีกลุ่มเพื่อน แต่ผมเรียกเสร็จก็กลับห้องเลยเพราะต้องกลับมารอพี่เอิง ถ้าพูดตรงๆคือผมติดพี่เอิงไม่ไปไหนมาไหนกับเพื่อนนั่นแหละ พอปีสามคุณต๊ะมาปลุกผมจากฝันก็สนิทไม่ทันละ แถมผมต้องรีบตั้งใจเรียนกลัวเรียนไม่จบสี่ปีอีก

                “โอเค กูสบายใจละว่าที่มึงไม่เล่าไม่ใช่เพราะว่าเราไม่ได้สนิทกัน แต่เรื่องมันซับซ้อนแบบที่มึงว่า”

                “คือแบบบ เออๆกูเล่าก็ได้”

                ตลอดระยะทางจากคอนโดไปที่บริษัทย่านลาดพร้าวผมเล่าตั้งแต่วันแรกที่พี่ผมย้ายมาอยู่กับอารยะ วันที่ผมตกลงย้ายมาอยู่กับพี่เอิง จนถึงวันที่ผมโดนไล่ออกมา คือเล่าแบบอ้อมๆเรื่องสวีทวิดวิ้วนะครับ คือผมก็หน้าไม่หนาขนาดมาตีแผ่เรื่องบนเตียงหรอก

                “เชี่ยเอ้ย กูนึกว่าในละคร สรุปที่มึงปลื้มมิลันคือมันเริ่มจากมึงอยากเสือกว่าใครเป็นเมียใหม่เขา แต่พอเสือกไปเสือกมาดันโดนมิลันตกกลายเป็นแฟนคลับ แล้วมิลันก็เลิกกับบอสมาเจ๊าะแจ๊ะมึงอีก ทีนี้กูก็ทำให้เรื่องมันวุ่นโดยการพยายามแนะนำเพื่อนให้มึง ทั้งๆที่เพื่อนกูเป็นแฟนเก่ามิลัน”

                “งือ...”

                “มึงไม่เสียดายหรอวะ มึงรักเขาขนาดนั้น ไม่อยากพยายามจะให้เขากลับมาเลยรึไง?”

                “มึง ขนาดมิลันดีขนาดนั้นยังโดนพี่เอิงทิ้ง กูจะเอาอะไรไปสู้วะ กูที่แบบเป็นลูกคนสวน พ่อโกง เรียนก็โง่ เงินเดือนหมื่นสี่ อนาคตโคตรริบหรี่”

                “มึงนี่เลิกบูชามิลันเหอะ มึงต้องมาเจอนิสัยจริงๆมันก่อน ภาพลักษณ์ที่มันสร้างขึ้นนี่โคตรเฟค คือกับแฟนคลับอะไรมันก็ดีไปหมด กูจะบอกให้นะถ้าเป็นกูก็เลือกมึง ไม่เลือกมิลัน”

                “หรอ...”

                “ระดับคุณเอิงบอสเราถ้าเขาอยากได้เมียสวย รวยทรัพย์ ลีลาแซบเขาไม่เอามิลันหรอกมึง ดาราโนเนม ดังก็ไม่ดัง หน้าตาก็ดาษดื่น สมัยนี้มีดหมอก็สร้างได้แบบมิลันอ่ะ บอสเราอายุสามสิบห้าแล้วนะ เป้ยมึงลองคิดตามที่กูพูดนะ ทำไมต้องมิลัน...หัดเข้าข้างตัวเองบ้างดิ บอสเขาเลือกมิลันเพราะมิลันคล้ายมึงไง หน้าแบ๊วๆ ชอบเอียงคอ ยิ้มทีตาหยีไปหมด แถมยังเด๋อๆ คือมึงอ่ะเด๋อจริง แต่มิลันมันเด๋อแบบแกล้งเด๋อไง ที่ต่างคือมิลันทำจมูกมาแล้วแต่มึงยังแบนอยู่”

                ไอ้เพื่อนเลว พูดซะกูเสียความมั่นใจ ดั้งแบนแล้วไง กูก็อยากมีดั้งโว้ยแต่กลัวบวกกับไม่มีเงิน ไม่งั้นกูอาจจะหน้าเหมือนต่อ ฮอร์โมนแล้ว!

                “พี่เอิงอาจจะสเป็คแบบนี้ไง มึงอย่าพูดเรื่องนี้เลย...กูกำลังตัดใจแล้ว”

                “กูว่าเขาไม่ปล่อยมึงไปง่ายๆหรอก เจ้าสัวดูกันกูออกจะตาย สงสัยกลัวกูมาขโมยมึงไปจากน้องชายเขา”

                “แต่พี่เอิ้นเป็นคนช่วยกูใช้หนี้พี่เอิงเลยนะ จะหางานใหม่ให้กูด้วย ถ้าเป็นแบบที่มึงว่าเขาจะทำให้กูห่างจากพี่เอิงทำไม”

                “ไอ้เป้ย มึงนี่...ไหนมึงบอกพ่อมึงขโมยเพชรเจ้าสัว แล้วทำไมกลายเป็นหนี้คุณเอิงวะ มันต้องหนี้เจ้าสัวดิ แล้วเจ้าสัวมาช่วยมึงใช้หนี้มันตลกปะ มึงมีลูกหนี้สักคนแล้วจะให้เงินลูกหนี้ยืมมาใช้ตัวเองหรอ”

                พอไอ้ปองพูดมันก็ทำให้ผมตาสว่าง นั่นดิ! ทำไมกลายเป็นพี่เอิงมาเป็นเจ้าหนี้ผมทั้งๆที่มันควรเป็นพี่เอิ้น

                “ทำไงดีวะปอง กูงงเหมือนกัน”

                “ที่กูคิดนะ คือมึงเข้าใจผิดไปเองหรือเปล่าว่าคุณเอิงเขาจะทิ้ง? ไม่งั้นทำไมเขาถึงพูดว่ามึงทิ้งเขา แล้วทีนี้เจ้าสัวรู้เรื่องเลยพยายามช่วยน้องชายโดนการยื่นมือเข้ามายุ่ง เขาจะยุ่งทำไมวะถ้าไม่ใช่เพราะเขามีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้ ช่อฟ้านะมึง ใกล้แค่นี้คือไม่อยากให้มึงไปไกล ทำเหมือนช่วยมึงให้แยกจากคุณเอิง แต่จริงๆอาจจะไล่ต้อนมึงกลับมาอยู่ดี ทำเหมือนใจดีแต่จริงๆมีแผน”

                “แล้วถ้ากูเข้าใจผิดทำไมพี่เอิงไม่บอกกูล่ะ...ทำไมเขาไปคุยกับมิลัน ทำไมตอนนั้นเขาหายไป”

                “ทำไมมึงไม่ถามเขาวะ? พอเขาเอาสัญญาให้เซ็นมึงก็หอบผ้าหอบผ่อนหนีเลยหรือไง? อยู่กันตั้งห้าปีกูว่ามึงน่าจะเข้าใจเขามากที่สุดนะ”

                “คือกูไม่กล้าถาม...มึง กูกับพี่เอิงตกลงกันแล้วตั้งแต่แรกว่าแบบกูเป็นเด็กเขาถึงตอนเรียนจบนะ แล้วจะให้กูงอแงคิดหวังมากกว่านั้นหรอ นี่ไม่ใช่ในละครนะมึงที่แบบสุดท้ายพระเอกก็ตกหลุมรักกูอ่ะ ส่วนพี่เอิ้นก็อาจจะแบบเห็นกูเป็นเด็กในบ้านเลยช่วยกูจริงๆ จะได้จบๆไป เงินจ่ายคืนพี่เอิง เขาก็ไปทวงคืนจากพี่เอิงก็ได้”

                “ไม่รู้โว้ย มีปากก็ถามดิ อมฟาร์มกะหล่ำปลีไว้หรือไง มึงก็คิดในมุมเขาบ้าง ถ้าเกิดเขาคิดแบบมึงล่ะ คิดว่าตัวเองโดนทิ้งเลยไม่กล้าถามไรมึงเหมือนกัน ไอ้ห่า ทั้งซื้อคอนโดสิบสองล้านให้ ซื้อรถให้ ดูเรื่องประกันให้ พาไปเที่ยวเมืองนอกปีละสามครั้ง มึงนี่เด็กเลี้ยงกิตติมศักดิ์หรอ? เขาก็ต้องคิดบ้างดิวะว่าทำให้มึงขนาดนี้ทำไมมึงยังไม่เลือกเขาอีก มันก็เสียความมั่นใจกันได้ แล้วยังให้รถคันนี้มาให้กูขับให้มึงอีก ลัมโบกินีนะมึงไม่ใช่จักรยาน ให้มึงนั่งแท็กซี่ไปก็ได้ไหม เขาเรียกข่มโว้ย ข่มกูให้รู้ว่ามึงมีเจ้าของ ถ้ากูจีบมึงก็สู้เขาไม่ได้หรอก เหมือนที่มึงคิดว่ามึงสู้มิลันไม่ได้ไง”

                “แต่พี่เอิงโตแล้วเขาจะมาทำอะไรแบบนั้นทำไมวะ...”

                “ไอ้เหี้ยเป้ยยยยยยยยยยยยยยย มึงอย่าเพิ่งอ๊องดิ ก็เพราะโต จะมาวอแวเป็นเด็กๆได้ไงวะ คนโตแล้วเขาก็ต้องแสดงออกแบบนี้ จะให้มาอยู่ในช่วงปัปปี้เลิฟ คอลหาดึกๆดื่นๆ ไลน์กันทั้งวี่ทั้งวันก็ไม่ใช่ปะวะ คนมีการมีงานทำ ไหนมึงบอกเขางานยุ่ง เขาก็กันท่าแบบนี้แหละถูกแล้ว ให้กูถอดใจไปเอง แต่พอดีกูไม่ได้ชอบมึงไง เลยหมั่นไส้เฉยๆ”

                ที่ไอ้ปองพูดมันก็ถูกหมดอ่ะ...แต่มันก็จะกลายเป็นว่าผมคิดไปเองหรอ? ถ้าคิดไปเองจะมีเรื่องมิลันขึ้นมาได้ไงวะ ถึงจะพูดว่าเข้าใจผิดว่าผมทิ้ง แต่เขามีใหม่เร็วมากเลยนะ เร็วจนผมร้องไห้ตั้งหลายวัน

                “มึงติ่งพี่เอิงหรอปอง เข้าข้างพี่เอิงได้ไง ต้องเข้าข้างกูดิ”

                “เฮ้อ กูพูดเพราะกูเป็นเพื่อนมึง กูถึงช่วยมึงคิดว่ามึงอาจจะเข้าใจผิด ทำชีวิตรักพังทั้งๆที่มันไม่ได้มีอะไรต้องพัง ไม่มีอะไรให้มึงต้องเสียใจเลยสักนิด”

                “แต่เรื่องมิลัน...กูเสียใจนะ มิลันกับพี่เอิง”

                “ทีมึงยังคิดจะไปจ่ายเงินซื้อผู้ชายมานอนกอดเลย มึงว่าคุณเอิงเขาคิดบ้างไม่ได้หรือไง แต่เขารวยเขาเลยซื้อมิลันได้ก่อนมึงซื้อผู้ชายไง ลองมึงรวยมั่งดิ มึงจะปล่อยตัวเองนอนร้องไห้ปะล่ะ?”

                “แหะๆ...ก็จริง แต่กูก็ยังไม่ได้ทำไรเลย แต่พี่เอิงทำแล้ว...”

                ไอ้ปองเหยียบเบรกเพราะรถติดไฟแดง มันถอนหายใจแล้วหันมามองผม

                “ก่อนจะคิดอะไรตามหาความจริงก่อนเหอะ? เขามีใหม่แล้วไงก็ตอนนั้นมึงกับเขาเลิกกันแล้ว เขาก็เข้าใจว่ามึงทิ้ง มึงก็เข้าใจว่าเขาทิ้ง มันก็ไม่นับว่านอกใจดิวะ กูว่าเรื่องของมึงมันมีลับลมคมใน โดยเฉพาะคุณต๊ะเลขาคุณเอิงเนี่ยไว้ใจไม่ได้ เจ้าสัวเอิ้นก็อีกคน มิลันก็ด้วยทำไมเลิกง่ายจังวะ อุตส่าห์ทิ้งเพื่อนกูเลยนะ คนมันมุ่งมั่นจะจับคนรวยก็ต้องขวนขวายกว่านี้ดิ ทำไมยอมง่ายๆ กูสงสัยว่ามิลันมาแอบตีสนิทมึงหรือเปล่า เขารู้เรื่องมึงกับคุณเอิงหรือเปล่าเลยมาตีเนียน ไอ้เหี้ยไว้ใจใครไม่ได้เลย มันต้องมีใครสักคนที่ไม่อยากให้มึงกับคุณเอิงลงเอยกัน เชื่อกู กูอ่านโคนันเยอะ มันต้องมีอะไรในกอไผ่”

                มันทำหน้าจริงจังมาก คือที่ผมเครียดตั้งแต่เลิกกับพี่เอิงนี่อาจจะยังสู้มันวันนี้ไม่ได้เลย ตอนแรกผมไม่เครียดแล้วนะเรื่องนี้ แต่พอมันพูดผมก็กลับมาเครียดอีกละ

                “ทำไมมึงอินจังอ่ะปอง...มึงแอบทีมพี่เอิงใช่ไหม เขาซื้อตัวมึงแล้วใช่ไหม?”

                “กูมันเพื่อนแสนดี อยากให้เพื่อนเห็นทางสว่าง เงินก็ซื้อกูไม่ได้หรอกเว่ย ถ้าไม่มากพอ        

                “แล้ว...กูต้องทำไงดีอ่ะ คือกูเห็นด้วยกับมึงทุกอย่างเลย มึงมีเหตุผลมาก แต่กูเริ่มไม่ถูกละว่าจะหาความจริงจากไหน จะสงสัยใครก่อน”

                “เรื่องนี้ง่ายมาก มึงต้องดึงตัวเองออกจากเกมนี้เว่ย ถ้าทุกคนเขามีแผนกันหมด แล้วมีมึงเป็นตัวแปรมึงลองเปลี่ยนบทบาทตัวเองดิ มันต้องมีคนไปไม่ถูกเชื่อกู”

                “เอ่อ เอาง่ายกว่านั้นได้ไหมอ่ะ ตอนนี้คนไปไม่ถูกคือกูเอง”

                ไอ้ปองจิ๊ปากใส่ แล้วก็ขับรถของมันต่อ มันบ่นผมอีกหลายอย่างว่าผมอ่อนต่อโลก โลกสวย เป็นเหยื่อให้เสือตะปบอะไรของมันอีกก็ไม่รู้

                “เอางี้เป้ย ขั้นแรกมึงทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง ใช้ชีวิตไปตามปกติของมึงอ่ะ ไม่ต้องสนใจใครเลย นั่งเล่นหวย กินกะหล่ำปลีของมึงไป เท่านั้นแหละ มึงอยู่นิ่งๆแล้วมึงก็จะรู้เองว่าใครที่เขาพยายามเข้าหา ใครที่พยายามทำร้าย ถ้ามิลันมาคบกับมึงหวังคืนดีคุณเอิง วันหนึ่งมันก็ต้องหลุดถามเรื่องคุณเอิง หรือมึงลองแกล้งๆเอ่ยถึงคุณเอิงก็ได้ ถ้ามันอยากรู้มันคุยต่อแน่ ส่วนคุณเอิง มึงลองแกล้งปรึกษาปัญหาหัวใจ ถ้าเขาแคร์มึงนะ หึงชัวร์ ส่วนเจ้าสัวกูว่าอย่าไปตามแผนเขามาก เขาแนะนำไรก็แบ่งรับแบ่งสู้หน่อย ระดับเจ้าสัว เขาไม่เก่งจริงเป็นเจ้าของอารยะไม่ได้หรอกมึง กูไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะขี้เกียจแบบที่มึงว่า เผลอๆเจ้าสัวนี่แหละ อาจจะเป็นตัวปัญหาทั้งหมดทั้งมวลของมึงเลยก็ได้ เชื่อกู นิ่งสงบสยบทุกความเคลื่อนไหว”

                ผมฟังมันไม่ทัน ข้อมูลเยอะมากเหมือนตัวเองกำลังดูซีรีส์สืบสวนที่พี่เอิงชอบดูแต่ผมดูไม่รู้เรื่อง งงไปหมดเพราะแต่ละฉากมันตัดไปตัดมารวดเร็วไปหมดจนต้องหันไปถามพี่เอิงหลายครั้งว่าทำไมเป็นแบบนั้น ทำไมเป็นแบบนี้

                “เอาเป็นว่าตามนี้นะ มึงไม่ต้องห่วงกูช่วยมึงเองเป้ย”

                “อื้อ...ขอบใจนะ”

                ทำไงดีไม่กล้าบอกปองเลยว่าฟังทันแค่ให้อยู่นิ่งๆ เล่นหวยกับกินกะหล่ำปลีต่อไป...

 

--------------

ดิฉันเชื่อว่าคนอ่านหลายคนได้คิดตามปองไปเรียบร้อยแล้ว 5555555555555+ แล้วก็มีผู้ต้องสงสัยในเรื่องราวหลายคนแบบที่หลายๆคนเม้นเดากันไว้ ทั้งเลขา ทั้งพี่เอิ้น แล้วยังมิลันที่ยังเดาท่าทีไม่ออก และพ่อหนุ่มร้านทองที่ยังคงไม่ปรากฏตัว

ปองเป็นคนฉลาดค่ะ คาแรคเตอร์เขาคือนักเรียนเกียรตินิยมจบใหม่ไฟแรง แถมประกวดโครงการอะไรสักอย่างชนะมาด้วย ส่วนเป้ยก็คือเป้ย 5555555555555+ เรื่องมันต้องเครียดแล้วน้องยังฟังทันแค่ให้เล่นหวยกับกินกะหล่ำ โธ่ลูกก (หอมหัว)

เดี๋ยวเราจะได้เห็นความพี่เอิงกันบ้างแล้วค่ะ เริ่มมีบทบาทขึ้น <3 ลุ้นไปด้วยกันนะคะ ว่าสรุปใครทิ้งใคร อิ้อิ้

               

               

                               

               

               

               

               

               

               

               

               

               

 

                 

               

               

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.855K ครั้ง

224 ความคิดเห็น

  1. #3272 ourkide (@canbill) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 20:01
    เคลียดแทนปอง -ไม่ควรมีเพื่อนแบบเป้ย
    #3272
    0
  2. #3271 KatLiverpool (@KatLiverpool) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 14:35
    รู้แล้วว่าทำไมปองบอกให้น้องเลิกกินกะหล่ำปลีแล้วหันมากินปลาแทน555
    #3271
    0
  3. #3253 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 16:19
    ประโยคสุดท้ายสุดจริง 555555
    #3253
    0
  4. #3244 Magenta85 (@Magenta85) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 00:47
    อ่านถึงประโยคสุดท้าย ลั่นเลย
    #3244
    0
  5. #3238 nuang1 (@lookchup_najaa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 10:52
    น้องอ๊องมาก จากเครียดๆหลุดขำท้ายตอนเลย
    #3238
    0
  6. #3219 jporkor (@ladaj) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 14:34
    ปองน้าาาาา ปองก็น่าสงสัยอะ แถมยังพูดว่าเงินซื้อไม่ได้ถ้าไม่มากพอ โดนคุณเอิ้นซื้อแน่ๆ ปองคือปั่นเป้ยมาก ปองโดนคุณเอิ้นซื้อ!!!!
    #3219
    0
  7. วันที่ 28 เมษายน 2562 / 07:59

    เเดี๋ยวน้องงงง

    เพื่อนก็พูดไปตั้งเยอะ

    จับใจความได้น้อยมา

    น้องไม่ฉลาดเพราะ กะหล่ำใช่มั้ย พูดดดด

    #3217
    0
  8. #3191 MarkB-9394 (@MarkB-9394) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 00:23
    อยากอ่านนมากกกๆๆ
    #3191
    0
  9. #3165 9494 (@nammu-hits) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 17:18
    โถ่ เป้ยลูกแม่55555555 แม่ป้อนกะหล่ำปลีให้หนูเองนะ โอ๋ๆ
    #3165
    0
  10. #3147 PPSnook (@PPSnook) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 10:26
    น้องเป้ย~~~~~5555
    #3147
    0
  11. #3102 Kttjj (@kyungfern) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 01:32
    สุดยอดปัยเรยอะไรยุ่งเหยิงไปหมด555555ปองสุดยอดอย่างกะนักสืบ5555555
    #3102
    0
  12. #3081 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 19:13
    โอ้ยยย ปมอะไรวะเนี่ยยย งงไปหมด ปองคือสุดยอด!! //เป้ยลูกกกกกก555555555 ขอขำ นั่งกินกะหล่ำปลีด้วยย
    #3081
    0
  13. #3068 DARA T. (@marukovip) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 19:57
    ไม่อยากให้เอิ้นทำร้ายน้องงงงง
    #3068
    0
  14. #3042 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 11:58
    ดีนะที่ดูโคนันเยอะเหมือนปอง ชั้นว่าพี่เอิ้นเนี่ยผู้ร้ายตัวจริงดูจากการที่หลุดมาหลายๆรอบแล้วนั้น ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว!!!!!
    #3042
    0
  15. #3029 jjtk (@bebiejaney) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 23:56
    อุตส่ามีเพื่อนฉลาดแต่หนูอะลู้กกกก55555555
    #3029
    0
  16. #3008 _Daonuea_ (@_Daonuea_) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 19:19
    เจ้าสัวคือผู้ต้องหาอันดับหนึ่งอ่ะ หรือจะเป็นเจ้าสัวที่ให้คุณต๊ะมาบอกน้องเรื่องสัญญาแล้วที่มิลันเข้ามาก็เพื่อที่จะตีสนิทเป่าเป้ยเพื่อหาทางรีเทิร์นกับพี่เอิงแน่ๆ ปองชืวยน้องด้วยนะรู้กกกกกก
    #3008
    0
  17. #2998 KIMCHAN_PO (@KIMCHAN_PO) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 19:49
    น้องเป้ยรูกกกกกกกเด๋อๆ
    #2998
    0
  18. #2965 inthecloud (@prwz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:38
    ปอง ที่ว่าเงินซื้อตัวเองไม่ได้ถ้าไม่มากพอ ต้องประมาณเท่าไหร่ เงินระดับเจ้าสัวมากพอไหม นี่หวั่นใจกับพี่เอิ้นมาก พี่แกดูนิ่งเงียบไง แต่ก็สงสัยหลายอย่าง แล้วทำไปเพื่ออะไร งง นั่งกินกะหล่ำปลีกับเป้ยดีกว่า
    #2965
    0
  19. #2935 pukiest (@pukiest) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:55
    ปองคือสุดมากกกก ส่วนน้องเป้ยหนูตามทันแค่กินกะหล่ำปลีเองหรอคะ ปองพูดเยอะมากเลยนะ555555
    #2935
    0
  20. #2924 ลายหมึก (@sunonwater) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:59
    อ่านอีกรอบ บทยี้ ชอบปอง เพื่อนดี แถมอ่านโคนันเยอะ 555
    #2924
    0
  21. #2908 GanininZ (@GanininZ) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:29
    น้องเป้ยควรมีกุนซือประจำตัวแบบปองจริงๆอ่ะ ไม่งั้นตามคนอื่นไม่ทัน55555555444444
    #2908
    0
  22. #2906 Aroonprapai (@polpipat2526) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:01
    5555ขำขำ
    #2906
    0
  23. #2901 IIISKY__ (@IIISKY__) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:07
    น้องลูก... คือน้องฟังทันแค่อยู่เฉยๆกินกะหล่ำ คือน้องเป็นกะหล่ำเลิฟเว่อมั่กๆ เอ็นดูวววว
    #2901
    0
  24. #2880 Sugar meow ^^ (@Creamypuff) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:14

    เรื่องต่อไปขอนางเอกฉลาดทันคนได้มั้ยค่ะ คือเป้ยน่ารักแต่ก็โง่มากกก เหมือนคนที่ไม่ค่อยมีสติปัญญา

    #2880
    0
  25. #2874 icetharinee (@icetharinee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:14
    ไอเลิฟปองงงงง
    #2874
    0