In Control...ในปกครอง (Yaoi)(END)

ตอนที่ 6 : Chapter 5 : The wings

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35,438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,113 ครั้ง
    19 ต.ค. 60

ตอนที่ 5

                ผมมีโจ๊กเห็ดหอมใส่ไข่เยี่ยวม้าเป็นมื้อเช้าและผมมีความสุขมาก นมอุ่นๆของคุณแม่บ้านก็อุ่นพอดี เจิ้นยิ้มขำที่ผมยิ้มแป้นแล้นประจบคุณแม่บ้าน

                เจิ้นไม่เป็นผมไม่รู้หรอกว่าการกินนมเย็นๆในเซเว่นมันลำบากขนาดไหน เสื้อนักศึกษาของผมก็เรียบกริบทุกอย่างตอนนี้ชีวิตผมมันดีมากแม้ผมจะต้องตื่นเช้ากว่าเดิมสักหน่อย

                คุณแม่บ้านยังใจดีทำข้าวกล่องให้ผมไปกินตอนกลางวันด้วยเพราะกลัวผมปวดท้องขึ้นมาอีก จนกว่าจะกินยาครบและหายจริงๆค่อยไปหากินเองตามปกติ

                ผมสะพายเป้ประจำตัว มือซ้ายถือถุงกล่องข้าวมือขวาอุ้มสินเชื่อไปขึ้นรถ เจิ้นก็ตื่นเช้ากว่าเดิมเป็นเพื่อนผม จริงๆคือเจิ้นจะตื่นแปดโมงก็ยังไปทำงานตอนแปดครึ่งทันแค่ลงลิฟต์ชั้นเดียวเอง แต่เจิ้นก็ตื่นเช้าตลอดเพราะไปส่งผมที่โรงเรียน ส่วนวันนี้เขาก็จะไปส่งผมที่มหาวิทยาลัย

                “เอาสินเชื่อไปทำไม หือ?”

                “จันทร์คิดถึงสินเชื่อ ยังไม่ได้กอดเลย”

                ปลายเสียงผมบ่นงุบงิบก็ที่ยังไม่ได้กอดเพราะโปรแกรมสุขภาพอันใหม่ของเจิ้นนั่นแหละ ตัวผมยังโล่งๆมาถึงตอนเช้านี้เลย มันตัวเบาๆ ปลิวๆ เจิ้นหัวเราะแล้วก็เดินโอบเอวผมไปขึ้นรถ

                วันนี้เจิ้นใส่ชุดจีน ก็เหมือนที่ใส่ทุกทีแต่ปักลายละเมียดละไมกว่าเพราะใส่ทำงาน อาจจะต้องเจอลูกค้าหรือมีประชุม ปกเสื้อตั้งอัดแข็งอย่างกับมาเฟียในหนัง

                ผมเคยถามเจิ้นเหมือนกันว่าจริงๆแล้วครอบครัวเราเหมือนในหนังไหม แบบว่าทำธุรกิจแบงค์เบื้องหน้าและมีธุรกิจมืดอยู่เบื้องหลัง ลักลอบค้าอาวุธข้ามชาติอะไรทำนองนั้น จำได้ว่าเจิ้นขมวดคิ้วแล้วบีบแก้มผม

                “แค่แบงค์ก็ยุ่งจนไม่มีเวลานอนกอดจันทร์ทุกคืนแล้ว พี่ต้องไปขายอาวุธข้ามชาติอีกหรอ?”

                โอเค จริงๆเจิ้นอาจจะอยากขายอาวุธข้ามชาติก็ได้แต่ติดว่าต้องนอนกอดผม ไลน์ธุรกิจของเราเลยไม่ได้ต่อยอดไปทางนั้น ผมอุตส่าห์วาดฝันว่าผมจะได้เป็นหัวหน้าแก๊ง มีลูกน้องชุดดำยืนประกบแล้วก็นั่งอยู่บนเก้าอี้เท่ๆ

                “ให้คุณจันทร์เลิกดูละครสักเดือนนะ”

                นั่นล่ะ...ผมเลยกลับไปติดการ์ตูนเหมือนเดิม

 

                “เรื่องเมื่อคืนทำให้จันทร์เจ็บตรงไหนไหม?...”

                เจิ้นดึงผมไปกอดบนตัก เสียงทุ้มๆที่ถามทำผมพูดไม่ออก ก็...มันไม่เจ็บอะไร ผมเลยส่ายหน้าแต่ก็ก้มหน้าหงุดไม่กล้าสบตา

                “รู้สึกดีหรือเปล่า?”

                ทำไมคำถามของเจิ้นตอบยากจัง...ไม่ใช่เพราะไม่รู้จะตอบอะไร แต่เพราะผมเขิน... หน้ามันร้อนผ่าว

                “ชอบให้พี่ทำให้ไหม?”

                ยังอีก... ยังไม่เลิกถามอีก! ผมเลยงับไหล่เจิ้นแรงๆ แต่ชุดเจิ้นค่อนข้างหนามันคงไม่ทำให้เจิ้นเจ็บเท่าไหร่ เขาหัวเราะอีกครั้งแล้วก็กอดผม โยกไปโยกมา

                “มูนนี่เด็กดี”

                “เจิ้นนิสัยไม่ดี อดรางวัลไปนานๆเลย”

                ผมงุ้งงิ้งกับเจิ้นจนถึงมหาวิทยาลัย ไม่รู้ทำไมแค่คุยกับเจิ้นก็มีความสุข ถึงเรื่องที่ผมคุยจะปัญญาอ่อนมีแต่เรื่องการ์ตูน นก ตุ๊กตากระต่ายแล้วก็ของกิน แต่เจิ้นก็คุยกับผมตลอด

                ต่างจากคุยกับเพื่อนๆเยอะเลย พวกมันชอบคุยอะไรเข้าใจยาก พวกเกมส์ออนไลน์ สกิล อะไรก็ไม่รู้ หรือไปเดท เดทคือการมีแฟน เพื่อนๆบอกมีแฟนต้องไปเดท แต่ฟังจากที่มันเล่าเรื่องเดท ผมก็ว่ามันก็เหมือนที่ผมไปเที่ยวกับเจิ้น จูงมือเดิน กินข้าว ดูหนัง นั่งรถเล่นกัน คุยกัน หัวเราะ ถ่ายรูป

                ไม่เห็นจะแปลกใหม่ตรงไหนเลยอ่ะ

                ผมทิ้งสินเชื่อไว้กับเจิ้น กอดเจิ้นแน่นๆแล้วลงจากรถไปพร้อมถุงข้าวกล่อง พวกเพื่อนๆมากันแล้วทุกคนต่างให้ความสนใจกับข้าวกล่องผมกันหมด

                “นี่กระติกอะไรวะ ชา?”

                “นมร้อน ห้ามแย่งนะ”

                คิวเลิกคิ้วมองกระติกเก็บความร้อนของผม มันหัวเราะแล้วก็ยีหัวผมแรงๆ ทุกคนพากันเปิดดูข้าวกล่องของผมแล้วก็แซวว่าผมมันคุณหนูบนหอคอยงาช้าง ผมเบะปากด้วยความไม่พอใจ คิวถึงแย่งข้าวกล่องผมคืนมาให้แล้วไล่ๆคนอื่นไป

                “แล้วมือหายดียัง?”

                “ไปหาหมอแล้ว ทายาเดี๋ยวก็หาย”

                “อื้อดีแล้ว คราวหลังถ้าจะซักอีกก็หาถุงมือยางมาใส่นะ”

                คิวดึงมือผมไปจับๆ มันยังมีแผลแดงๆกับผิวลอกๆอยู่แต่ดีขึ้นกว่าตอนแรกเยอะ

                “ไม่ซักแล้ว เรากลับไปอยู่บ้านแล้ว”

                “อ้าว แล้วคอนโดล่ะ?”

                “ก็ทิ้งไว้เฉยๆ ไม่อยากอยู่คนเดียวแล้วอ่ะ”

                “ไอ้เด็กติดบ้าน”

                คิวจับแก้มผมยืนไปมาจนผมโวยวายลั่น มันกลับหัวเราะแล้วก็แกล้งผมต่อ แต่ผมไม่ได้โกรธอะไรจริงจังเพราะรู้ว่ามันแกล้งเล่นๆ กวนประสาทผมเฉยๆ

                ช่วงบ่ายกิจกรรมรับน้องกลับมาอีกครั้ง วันนี้เป็นวันจับสายรหัส กติกาก็คือต้องตามหาพี่รหัสให้เจอภายในหนึ่งเดือน ใครหาไม่เจอจะถูกทำโทษ ก็คงเต้นหรือทำอะไรตลกๆ มหาลัยผมไม่มีว้ากมีแต่กิจกรรมสนุกสนานเฮฮา

                คิวจับได้ชื่อสายที่ยาวมากและมีแต่ตัว ย.ยักษ์ กว่าจะอ่านจบก็โดนรุ่นพี่แกล้งสั่งให้อ่านทวนแล้วทวนอีก ผมหัวเราะตลกหน้าเครียดๆของมัน มาถึงตาผมบ้าง การล้วงมือไปในไหสวรรค์ที่ทำจากกระป๋องน้ำเล็กๆของรุ่นพี่ทำผมใจเต้นตึกตัก ผมต้องลุกขึ้นยืนท่ามกลางเพื่อนและรุ่นพี่ทั้งคณะ

                “สวัสดีครับผมชื่อศศิมณฑล เยว่ ชื่อเล่นเจ้าจันทร์ สายรหัสคือ อยากมี ง่ะ...ผัวชื่อพี่ธามจังเลยจะเลียเช้า เง้อ เลียเย็น เลียทั้งวัน...คืน”

                เสียงหัวเราะดังสนั่น ผมต้องหน้าแดงแปร๊ดแน่ๆ ไม่น่าขำคิวเลย กรรมตามสนองชัดๆ แถมหางเสียงผมยังหายไปเพราะความอาย ผมทำตัวตลกอีกแล้ว ไม่โอเคอ่ะไม่โอเค

                “ไม่ได้ยินครับ!!/โอ้ยพูดใหม่ค่ะน้อง”

                “อยากมีผัวชื่อพี่ธามจังเลยจะเลียเช้าเลียเย็นเลียทั้งวันเลียทั้งคืน”

                กว่าจะท่องได้ถูกต้องก็โดนสั่งซ้ำไปซ้ำมา อายยิ่งกว่าของคิวอีก ผมก้มหน้าหงุดซุกกับหลังมันที่นั่งอยู่ข้างหน้า ตอนเลิกกิจกรรมยังโดนเพื่อนแซวไปตลอด

                เจิ้นไม่ได้มารับผมซึ่งก็เรื่องปกติ เขาจะแค่มาส่งตอนเช้าส่วนตอนเย็นจะเป็นคุณแม่บ้านมารับ แต่วันนี้คนที่มารับผมคือพ่อ รถของบ้านเราเป็นรถญี่ปุ่น พ่อบอกว่าวันนี้ให้ไปนอนที่บ้านหน่อยแล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับไปหาเจิ้น

                ผมก็ไม่มีปัญหาเพราะมันวันศุกร์พอดี แต่วันเสาร์ผมมีกิจกรรมรับน้องค่อยให้พ่อมาส่งตอนเช้าที่มหาลัย บ้านของเราอยู่ในเขตจังหวัดนนทบุรี ที่ขับรถไปห้านาทีก็เข้าเขตกรุงเทพ

                พ่อกับแม่อยู่กันสองคนกับลูกหมาปอมหนึ่งตัว จริงๆมันคือหมาของผมแต่ปรากฏว่าพยายามจะปีนเก๋งไปเล่นกับสินทรัพย์และออมทรัพย์บนกรงจนตกลงมาขาหัก เจิ้นถึงกับกุมขมับส่วนผมก็พยายามบอกมันว่าอย่าปีน แต่มันก็ดื้อ เลี้ยงในบ้านก็พยายามจะตะกุยกระจกออกไปเล่นที่ระเบียงแล้วก็ไปปีนเก๋งอีกจนขาหักรอบที่สอง ผมเลยพามันมาฝากพ่อกับแม่แทนก่อนจะมีรอบที่สาม เจ้าดอกเบี้ยเลยได้มาอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรขนาดเจ็ดสิบตารางวา แถมแม่ยังจับมันใส่ชุดกระโปรงซะน่ารัก

                เหตุผลที่พ่อไปรับผมก็เพราะแม่เป็นห่วงที่ผมเข้าโรงพยาบาล แถมมือยังถลอกปอกเปิก เจิ้นก็เลยอนุญาตให้ผมกลับบ้าน ซึ่งจริงๆไม่ต้องขอเจิ้นก็ได้แค่บอกก็พอแต่พ่อกับแม่ที่ยกผมให้เยว่ไปแล้วก็ไม่อยากทำอะไรพละการ

                “แม่จะสอนจันทร์ซักผ้านะ ต่อไปแต่งงานจะได้ทำให้ครอบครัวตัวเอง เราไม่ต้องซักมือก็ได้เครื่องซักผ้าก็มี พวกผ้าที่บางๆขาดง่ายก็ใส่ถุงซักผ้าแล้วค่อยหย่อนลงเครื่อง”

                ผมนั่งช่วยแม่จัดการเสื้อผ้า ทั้งแยกผ้าขาวผ้าสี ต้องซักของพ่อก่อนแล้วค่อยมาซักของแม่เพราะพ่อเป็นหัวหน้าครอบครัว ผมรู้สึกว่าแม่ออกจะหัวเก่าหน่อยๆแต่ก็ไม่ว่าอะไรท่าน

                แม่ผมเป็นคนต่างจังหวัดที่บังเอิญรู้จักพ่อเพราะพ่อไปดูที่กับคุณปู่แถวสวนของแม่ แต่งงานมาอยู่กรุงเทพก็มาเป็นแม่บ้านดูแลบ้าน เวลาผมกลับบ้านแม่ก็จะชวนผมทำนั่นทำนี่สอนผมอย่างนั้นอย่างนี้

                มันเป็นการแสดงความรักของแม่ ผมรู้ว่าแม่อยากให้ผมกลับมาอยู่ด้วยแต่การไปอยู่กับเจิ้นพ่อบอกว่าผมจะมีอนาคตตที่ดีกว่า และไม่ได้กีดกันให้เจอกัน ผมจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ หรือพ่อกับแม่จะไปค้างที่ตึกใหญ่ช่อฟ้าก็ได้ แต่เพราะความเกรงใจทำให้มันออกมาในรูปแบบนี้

                แม่ผมสอนทำกับข้าวง่ายๆที่ใช้ไมโครเวฟได้อย่างไข่ตุ๋นเห็ดหอม แม่จำได้ว่าเจิ้นชอบต่อไปผมจะได้ทำให้เจิ้นกิน เวลาแม่สอนทำอะไรแม่ก็ชอบบอกให้ผมเป็นเด็กดีอย่าดื้อกับเจิ้น

                คืนนั้นผมนอนกอดแม่ ส่วนพ่อออกไปงานเลี้ยงกับคุณปู่ ผมเล่าเรื่องมหาลัยเรื่องเพื่อนให้แม่ฟัง แม่ชอบฟังว่าผมเรียนอะไรเพราะแม่ไม่มีโอกาสนั้น พ่อจะส่งแม่เรียนต่อแต่แม่ดันท้องซะก่อนเพราะพ่อชิงสุกก่อนห่าม.... พ่อผมนี่แสบจริงๆ

                บ้านเราไม่ได้ลำบาก เลขาผู้บริหารแบงค์ก็เงินเดือนเกือบแสนแล้ว แต่แม่เกรงใจและขี้กังวลส่วนพ่อก็เป็นคนเรื่อยๆอะไรก็ได้ ผมเลยโดนยกไปอยู่กับเจิ้นง่ายๆดัวยเงื่อนไขว่าพ่อผมจะไม่ตกงานและผมจะถูกเลี้ยงอย่างดีเหมือนเชื้อสายเยว่คนหนึ่ง

                “จันทร์อยู่กับเจิ้นมีความสุขไหมลูก?”

                “ครับแม่”

                “ถ้าวันไหนเจิ้นไม่ให้อยู่ด้วยแล้วกลับมาอยู่บ้านเรานะ”

                “เจิ้นจะไม่อยู่กับผมไปตลอดหรอ?”

                “วันหนึ่งเจิ้นก็ต้องแต่งงาน บ้านเขาทำธุรกิจใหญ่โตเขาคงอยากมีผู้สืบทอด เราถึงจะใช้นามสกุลเขาแต่ก็ไม่ใช่สายเลือดเขานะ เขาไม่รักเราเท่าที่เขารักครอบครัวตัวเองหรอกลูก”

                แม่ลูบหัวผมเบาๆ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่แม่เอ่ยปากว่าผมไม่ได้โดดเดี่ยวนะ ผมกลับมาบ้านได้ตลอด แต่ผมฟังแล้วก็ฟังผ่านไปเพราะผมไม่ได้ใส่ใจนัก แต่ครั้งนี้ผมคงโตขึ้นมั้ง

                ความคิดที่ว่าวันหนึ่งเจิ้นจะไปจากผม...มันทำผมอยากจะร้องไห้

                เราจะไม่ได้นอนด้วยกันแล้วหรอ แล้ววันหนึ่งเจิ้นก็จะไปนอนกอดคนอื่นแทนใช่ไหม คนที่เจิ้นจะแต่งงานด้วยและก็มีลูก เจิ้นอายุจะสามสิบแล้วเหมือนที่ผมใกล้จะยี่สิบ วันเกิดของเราคือวันเดียวกัน... อายุสามสิบก็ถึงวัยแต่งงานแล้ว

                เวลาของผมที่จะได้อยู่กับเจิ้นมันอีกไม่นานแล้วจริงๆ

               

                พ่อไปส่งผมที่มหาลัยช่วงสายเพื่อทำกิจกรรม ผมไม่สนุกอย่างที่ควรจะเป็น ความกังวลจากความเป็นห่วงของแม่ทำให้ผมต้องยอมรับความจริง ว่าผมคงต้องพยายามโตเป็นผู้ใหญ่

                การวิ่งไปหาเจิ้นตลอดเวลาจะทำให้ผมไม่สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองในวันที่ไม่มีเจิ้น คนทุกคนล้วนต้องแต่งงาน เจิ้นก็จะต้องเจอผู้หญิงดีๆสักคนแล้วก็มีเจิ้นน้อย ผมก็จะกลายเป็นคุณอา

                มันก็น่าจะแฮปปี้สิที่จะมีหลานตัวเล็กๆมาเล่นด้วย...ทำไมผมรู้สึกเสียใจ

                อาการของผมคงแสดงออกชัดเจนเพราะคิวลากผมออกมากินข้าวสองคนด้วยสีหน้าเป็นกังวล เขาถามว่าผมโอเคไหม ผมไม่รู้จะพูดอะไรก็เลยร้องไห้

                ผมเป็นคนร้องไห้ง่ายแต่ต้องเฉพาะตอนอยู่กับเจิ้น เจิ้นไม่อยากให้ไปร้องไห้กับใครที่ไหน แต่เรื่องนี้ผมร้องกับเจิ้นไม่ได้และมันก็อึดอัดจนทนไม่ไหวแล้ว

                คิวกอดปลอบผม เขาไม่พูดอะไรแค่ลูบหัวผมเบาๆปล่อยให้ผมร้องจนพอใจ ตาผมแดงก่ำและเริ่มปวดหัว ผมคงทำกิจกรรมอื่นไม่ไหวแต่คีย์การ์ดคอนโดก็คืนเจิ้นไปแล้ว

                “งั้น...ไปห้องเราแล้วกันนะ”

                คิวอยู่คอนโดเหมือนกัน ไม่ไกลจากที่ผมเคยอยู่แค่ห้องเล็กกว่าและมีแค่ห้องนอนใหญ่ห้องเดียว เขาหายาให้ผมกินและบอกจะนั่งเล่นโน๊ตบุ๊คอยู่ข้างนอกมีอะไรก็เรียกได้

                พอคิวออกไปผมก็ร้องไห้อีก ผมสับสนและกังวลไปหมด คนอื่นอาจจะมีวิธีจัดการที่ดีกว่าแต่เพราะผมแทบจะไม่มีเรื่องกังวลเลยในชีวิตมันเลยเป็นเรื่องใหญ่และอึดอัดจนหายใจไม่ออก

                “ร้องไห้อีกแล้ว”

                คิวกลับเข้ามาอีกครั้ง ผมกอดคิวแน่นแล้วร้องไห้ต่อ น้ำตามันออกมาเยอะมากก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน อาจจะเพราะผมไม่กล้าเล่าให้ฟัง

                ผมร้องไห้...เพราะวันหนึ่งพี่ชายจะแต่งงาน

                มันดูเป็นเหตุผลโง่ๆ

 

                ผมตื่นมาอีกทีก็ตอนทั้งห้องมืดสนิท คิวยังนอนอยู่ข้างๆผมและผมก็ซุกอยู่ตรงไหล่คิว ระเบียงที่เปิดผ้าม่านไว้ตอนนี้มีแค่แสงรำไรจากตึกข้างเคียงส่องเข้ามา นาฬิกาดิจิตอลหัวเตียงบอกเวลาหนึ่งทุ่มกว่า

                “คิวๆ ตื่นๆๆๆๆ เราต้องกลับบ้าน”

                เจิ้นจะมารับตอนสี่โมงเย็นที่มหาลัย วันนี้เจิ้นไม่ได้ทำงานเลยจะมารับผมเองแล้วพาไปกินข้าว แต่ผมกลับงอแงและมาหลับที่ห้องคิว ซวย ซวยแน่ๆ เจิ้นโกรธแน่ๆเลย

                “หือ อื้อ เดี๋ยวไปส่ง ล้างหน้าแปป”

                เรารีบออกจากห้องกัน ผมกดมือถือโทรหาเจิ้นที่ขึ้นว่าอีกฝ่ายโทรมาเป็นร้อยสาย ทั้งไลน์ ทั้งแชทเฟสเพื่อนเก่าๆทักมาจนล้นแชท

                “อยู่ไหน?”

                “เจิ้นอยู่ไหน จันทร์กำลังไปหา จันทร์เผลอหลับ”

                “พี่ถามว่าอยู่ไหน!!!

                ผมชะงัก เจิ้นไม่เคยตะคอกใส่ผมเลยสักครั้ง ผมตกใจและกลัว มือผมสั่นระริกมือถือแทบร่วง คิวคว้ามือถือผมไปคุยเองและดึงมือผมให้เดินตาม

                เขาพาผมมาส่งที่ตึกช่อฟ้า เลขาของเจิ้นยืนรออยู่หน้าตึกแล้ว สายตากังวลของเขาทำให้ผมรู้ว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี คิวขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนสุดกับผม อันที่จริงผมไม่ได้ใส่ใจว่าคิวจะทำอะไร

                ผมกลัวแค่เจิ้นจะโกรธแล้วก็ตะคอกผมอีก

                ผมกลัวว่าเจิ้นจะไม่ต้องการผมแล้ว ผมยังไม่ทันได้เตรียมใจ

                ผมยังใช้ชีวิตที่ไม่มีเจิ้นไม่ได้

                ทันทีที่ลิฟต์เปิดออก เจิ้นยืนรออยู่ตรงนั้นแล้ว ใบหน้าเฉยเมยแต่ประกายตาวาวโรจน์จนผมสะดุ้ง เขามองสำรวจผมทั้งตัวก่อนจะไปหยุดที่มือผม คิวยังกุมมือผมไว้อยู่และผมไม่รู้ตัวเลยเพราะมัวแต่กังวลเรื่องเจิ้น

                ผมรีบดึงมือออก ตาผมยังบวมแน่ๆเพราะมันเจ็บ และหัวก็ยังไม่หายปวด เจิ้นเดินเข้ามากระชากผมทีเดียวก็จมไปกับอ้อมแขนเจิ้น

                “ปลอดภัยนะ?”

                “อื้อ”

                ผมพยักหน้าหงึกๆลูกเดียว หัวใจเจิ้นเต้นแรงจนผมรู้สึกได้

                “นายเป็นใคร?”

                เจิ้นดันผมไปยืนข้างหลัง ผมพยายามจะอธิบายว่าคิวเป็นเพื่อน เจิ้นดูเครียดจนการ์ดสองคนของเขาออกมายืนข้างหน้า ไม่บ่อยที่การ์ดของเจิ้นที่มักจะยืนข้างหลังจะก้าวออกมาแบบนี้

                “คุณหนูมานี่ค่ะ”

                ป้าแม่บ้านลากผมถอยไปยืนห่างๆ ผมทำตัวไม่ถูกเพราะเจิ้นไม่เคยมีท่าทีระแวงเพื่อนผมเลยสักคน อาจจะเพราะผมไม่เคยพาคิวมาแนะนำให้เจิ้นรู้จัก เขาอาจจะคิดว่าคิวพาผมไปทำอะไรแปลกๆ เช่นโดดเรียน

                “ผมชื่อคิว เป็นเพื่อนเจ้าจันทร์”

                “เพื่อนกันเขาไม่เดินจูงมือ และไม่พาไปนอนที่ห้องจนดึกจนดื่น”

                เสียงเจิ้นยังคงอยู่ในโทนต่ำ แต่ผมรู้ว่าเขากำลังโมโห โมโหผมและไปพาลกับคิว

                “เจิ้น นี่เพื่อนจันทร์นะ อย่าโกรธเขาสิ โกรธจันทร์แทน จันทร์ไม่สบายเอง”

                “เข้าข้าง?”

                คราวนี้เจิ้นหันมาหาผมแทน ผมพยายามจะอธิบายว่าผมไม่สบายจริงๆ แต่เจิ้นกลับสวนด้วยคำพูดที่ผมไปไม่ถูก เขาถามว่าทำไมไม่โทรหาเขาหรือไปโรงพยาบาลเหมือนทุกที

                ผมไม่มีคำตอบ...เพราะผมป่วยและร้องไห้เพราะเจิ้น

                ถ้าบอกว่าเพราะเจิ้นผมก็ต้องอธิบายทั้งหมด

                และเจิ้นก็จะจับได้...ว่าผมเป็นคนขี้อิจฉา นิสัยไม่ดี

                สุดท้ายเจิ้นก็จะเกลียดผมเหมือนที่ผมกำลังจะเกลียดตัวเอง

                สายตาของเจิ้นกดดันจนผมร้องไห้ออกมาอีกรอบเขาถึงออกปากไล่คิวกลับไป คิวขมวดคิ้วแต่ก็ยอมกลับไปไม่พูดอะไรคงเพราะผมเริ่มร้องไห้หนัก

                คราวนี้เจิ้นไม่เข้ามากอดปลอบผมเหมือนทุกที เขาดึงแขนผมเข้าไปในห้องนอนแล้วเหวี่ยงลงบนเตียง เจิ้นน่ากลัวมากผมไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน มือเขาสั่นตอนที่แตะนิ้วลงบนแก้มผม

                “จันทร์จะฆ่าพี่ให้ตายใช่ไหม?”

                เสียงเขาแหบพร่าแฝงความเจ็บปวด ผมไม่เข้าใจ สับสน น้อยใจและหวาดกลัวได้แต่ร้องไห้ ผมเกลียดที่ทำได้แค่นี้แต่ผมก็ไม่มีปัญญาจะแก้ไขสถานการณ์นี้เลย

                “พี่จะทำโทษจันทร์”

                เจิ้นกัดผม... เขาครางในลำคอแล้วกัดผม มันเจ็บ...แต่ผมกลับกอดคอเขาไว้ เพราะผมรู้ว่าผมผิด ถ้าผมไม่เผลอหลับนานเกินไปและทำทุกอย่างเหมือนปกติ

                “พี่จะกัดจันทร์ให้ลุกไปไหนไปได้ พี่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงอีก”

                “อ้ะ....”

                เขากัดผมจนทั่ว... มันสลับกับการดูดและทำให้ผมเริ่มคล้ายจะจมน้ำอีกครั้ง

เสื้อผ้าผมถูกถอดจนหมดปล่อยให้เจิ้นได้กัดผิวเนื้อในร่มผ้า ตาผมเริ่มพร่าเบลอ มันเจ็บแต่ก็มีความรู้สึกอย่างอื่นปะปน ผมใกล้จะขาดใจตายก่อนอารมณ์จะตีกลับกลายเป็นโบยบินไปที่ไกลๆ

ร่างกายของผมเปียกชื้น เจิ้นยกมือที่เลอะน้ำขึ้นเลียทีละนิ้ว เสื้อผ้าเขาหลุดรุ่ยจนเห็นแผงอกแกร่งและกล้ามหน้าท้องจากการออกกำลังกาย

สายตาของผมไม่อาจย้ายไปมองภาพอื่นได้เลย ยิ่งเจิ้นเลียนิ้วช้าๆ..ผมยิ่งหลุดเสียงครางออกมา มันไร้เหตุผลแต่เจิ้นเริ่มยิ้ม...แม้จะแค่มุมปาก

ผมคงทำตัวตลกเขาเลยอารมณ์ดีขึ้น

“มูนนี่เด็กดี”

หายโกรธแล้วใช่ไหม? ผมเป็นเด็กดีเหมือนเดิมแล้วใช่ไหม? ผมอยากจะถามแต่จูบของเจิ้นก็ปิดปากผมสนิท มือที่ฉ่ำชื้นของเขาสัมผัสผมอีกครั้ง...และผมก็รู้สึกว่ามันสัมผัสกับของเจิ้น

ผมร้องไห้อีกแต่ไม่ใช่ด้วยสาเหตุเดียวกับตอนแรก แต่มันเพราะผมจะจมน้ำอีกครั้ง เจิ้นมองผมไม่ยอมละสายตา เราสบตากัน จนกระทั่งผมกรีดเสียงและโบยบิน

เจิ้นยอมปล่อยผมเป็นอิสระ แต่มือของผมยังถูกดึงไปสัมผัสเขา

“จันทร์...จันทร์”

เจิ้นเรียกชื่อผมไม่หยุด ผมไม่รู้ผมต้องขานตอบไหม ผมยกมือที่ว่างขึ้นแตะใบหน้าเจิ้น เสียงหอบหายใจของเจิ้นดังกระชั้นกว่าเดิม

“เรียกพี่ เรียกชื่อพี่”

“เจิ้น...เจิ้น”

“เรียกอีก”

“เจิ้น...”

เจิ้นกัดฟันแน่นจนผมได้ยินเสียงกรามชัด ก่อนมือผมจะเปียกน้ำ น้ำที่มากกว่าของผม... มันไหลทะลักลงมาถึงข้อมือและเลอะไปที่หน้าอกผม...สองสามหยดกระเด็นมาถึงใบหน้า

ผมยังไม่ทันได้คิดอะไร เจิ้นก็จูบลงมาอีกครั้ง... ได้ยินแต่เสียงเรียกมูนนี่สลับกับจูบที่ทำผมมึนงง พายุอารมณ์ของเจิ้นสงบลงในที่สุดตอนผมไม่มีแรงจะเรียกเขาแล้ว

ตัวผมเปียกชื้นอีกหลายครั้งกว่าเจิ้นจะยอมปล่อยให้ผมนอน

“จันทร์เป็นของพี่ เข้าใจไหม?”

เสียงเจิ้นดังเลือนลางจากที่ไกลๆ ผมน่าจะพยักหน้าตอบ...และเจิ้นคงจะพอใจเพราะเขากระชับกอดแน่น ความผิดของผมยังไม่ร้ายแรงจนทำให้เจิ้นทิ้งผม

ผมยังมีชีวิตปกติไปได้อีกสักพัก...แต่ผมน่าจะต้องเริ่มเตรียมตัวแล้ว ผมโตขึ้นทุกวันและวันหนึ่งเจิ้นก็จะเห็นว่าผมโตแล้ว ไม่ต้องโอ๋แล้ว

หลายคนชอบบอกว่าผมเป็นเทวดาอยู่บนหอคอยช่อฟ้า มีแต่คนเอาใจจนผมหลงระเริงนึกว่าตัวเองมีปีก..

ผมไม่ได้มีปีก ผมก็แค่คนธรรมดาที่เจิ้นบังเอิญพาขึ้นไปอยู่ด้วย

ปีกไม่ใช่ของผม ปีกเป็นของเจิ้น เป็นของเขามาเสมอและผมอยู่ได้ด้วยปีกของเจิ้นมาตลอดจนนึกว่าปีกนั่นเป็นของตัวเอง

สวรรค์ของผม...เป็นแค่ภาพลวงตา หอคอยช่อฟ้า...เป็นแค่โลกที่ไม่มีจริง

 ===========


เริ่มจะฟ้าจางๆแล้วเนอะ... ส่วนใครสงสัยกับนิสัยซื่อๆเด็กๆของหนูจันทร์ก็ค่อยๆอ่านไปก่อนนะคะ เรื่องนี้ยาว ย้าว ยาว(มั้ง) ไปทีละนิดๆน้า <3 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.113K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,205 ความคิดเห็น

  1. #13105 fuxxy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 08:46
    เอ็นดูววววววววเจ้าจันทร์
    #13,105
    0
  2. #12918 K.white wine (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 22:14
    เจิ้นนนนนนนนนนนน ขี้หวงน้องนะ ทั้งขี้หวงขี้ห่วงขี้หึง แหม่
    #12,918
    0
  3. #12854 neaumn_sm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:41
    เจิ้นก็หวงอ่ะ เค้ารักของเค้าแต่จันทร์ไม่ได้รู้ด้วยอ่ะ ตัวน้องก็ไม่กล้าบอกเพราะกลัวจะไม่เป็นเด็กดีแล้ว ;-;
    #12,854
    0
  4. #12611 Miki_milky (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 23:10
    พี่เจิ้นชอบน้องก้อบอกตรงๆๆสิ
    #12,611
    0
  5. #12605 Beom_0601 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 20:05
    ลุงซันไปไหน พ่อตองอยู่แต่แม่มายังไงงงเด้อ มันไม่ต่อกันเหรอคะ
    #12,605
    1
    • #12605-1 แบมแบมม(จากตอนที่ 6)
      27 มกราคม 2562 / 00:33
      ใช่ค่า จะมีช่วงเวลาที่หายไปค่ะ อยู่ในตอนพิเศษเฉพาะในเล่มอาณาจักรพระอาทิตย์
      #12605-1
  6. #12552 HaeMay (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 22:04
    เข้าใจจันทร์กลัวโลกที่ไม่มีเจิ้น เจิ้นก็กลัวโลกที่ไม่มีน้องเหมือนกัน
    #12,552
    0
  7. #12516 Paerry py (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 19:01
    ตองไม่ได้อยู่กับหยางแล้วหรอคะตอนนี้
    #12,516
    1
    • #12516-1 Furrow(จากตอนที่ 6)
      27 ธันวาคม 2561 / 20:46
      นั้นสิ 😂
      #12516-1
  8. #12460 Kingnitaya086 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 02:36
    ไม่แน่ใจว่าใช่เรื่องเซ็ทเดียวกันมั้ยคือเราอ่านอาณาจักรพระอาทิตย์ของสุริยะ หยาง กับนายเอก ตอง กันติชา หรือหยางอวิ๋นอ่า ในตอนสเปเชี่ยล บอกว่า ลูกชื่อ เจ้าจันทร์ ถ้าใช่เซ็ทเดียวกันทำไม ตองถึงเป็นเลขา ปู่อ่า ตองเป็นน้องบุญธรรมของจิน นี่ เท่ากับเป็นลูกบุญธรรมป่ะ เรา งง
    #12,460
    2
    • #12460-1 gnawkezi~*(จากตอนที่ 6)
      27 พฤศจิกายน 2561 / 17:14
      ก็ทำอาชีพเป็นเลขาเฉยๆไงคะ ไม่มีอะไรงงเลย
      #12460-1
    • #12460-2 Furrow(จากตอนที่ 6)
      27 ธันวาคม 2561 / 20:46
      อ่านมาเหมือนกัน อ่านก่อนเรื่องนี้เลยเเอบงง โดยเฉพาะความสัมพันธ์พ่อแม่ของเจ้าจันทร์อ่ะ คือเรางงตรงทำไมอยู่ด้วยกันได้ เจ้าจันทร์จะไม่รู้ขนาดนั้นเลยหรอ? แล้วลุงซัน?
      #12460-2
  9. #12229 pcy921 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 17:14
    น้องรูกกกก
    #12,229
    0
  10. #12209 MaiNatkamon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 14:39
    จันทร์คือรักเจิ้นจริงๆอ่ะ คิวนี่ชอบจันทร์ใช่ปะ
    #12,209
    0
  11. #12177 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 09:17
    ต่างคนต่างรักกันมาก แต่น้องคือไม่รู้ว่าที่ตัวเองรู้สึกกับเจิ้นไม่ใช่พี่น้อง น้องใสมากกกกก เจิ้นก็ชัดเจนนะ แต่น่าจะบอกให้น้องรู้ว่ารักน้องแบบคนรักไม่ใช่น้อง
    #12,177
    0
  12. #12015 ojay2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 18:42
    จันทร์ก็กังวล
    #12,015
    0
  13. #11973 tothemoonnnn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 11:28
    เจิ้นดูรักเจ้าจันทร์มากกก ฮือ
    #11,973
    0
  14. #11939 Sky High (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 19:20
    หลากหลายความรู้สึกมากๆเลย แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเอ็นดูน้องมากฮืออออ ;///;
    #11,939
    0
  15. #11772 onkgoon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 21:08
    สงสารเจิ้นเหมือนกันนะ คงรักจันทร์มากเลย
    #11,772
    0
  16. #11751 Victory_1420 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 00:15
    อ่านไปอ่านมาก็สงสารคิวเหมือนกันนะ ดูเหมือนจะแอบรักเจ้าจันทร์ แต่เจ้าจันทร์ไม่สนใจนางเลยทั้งที่นางก็ดูแลดีมาตลอด ถึงยังไงเจ้าจันทร์ก็ต้องกลับมาหาเจิ้นอยู่ดีแหละ เพราะเจิ้นวางแผนดูแลนางไว้หมดแล้ว 5555 กลัวใจเจ้าจันทร์สุดถ้าวันนึงเจิ้นแต่งงาน นางจะทำยังไง เด็กน้อยเอ้ย...
    #11,751
    0
  17. #11699 Clairey (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 16:36
    ชอบมากเลยค่ะ (*¯︶¯*)
    #11,699
    0
  18. #11603 Aunchiree (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 07:22
    กลัววันที่เจิ้นจะเเต่งงาน
    #11,603
    0
  19. #11095 mon9228 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 12:35
    จันทร์นี่เด็กน้อยมากจริงๆ เจิ้นเลี้ยงมาแบบอ่อนต่อโลกมากๆ ถ้าไม่มีเจิ้นอยู่แล้ว น้องจะมีชีวิตอยู่ยังไงเนี่ย ถึงจะมีพ่อแม่อยู่ก็เถอะ เฮ้อออ
    สุดท้าย จันทร์ก็ไม่บอกว่าร้องไห้เพราะอะไร ส่วนเจิ้นก็ไม่พูดอะไรเหมือนกัน รังแกน้องอีกแล้ว ไม่เคลียร์กันแบบนี้จะเข้าใจกันมั้ยเนี่ย
    #11,095
    0
  20. #10879 JaoJean (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 11:13
    ต้องมีคนสอนจันทร์สักหน่อย ไม่งั้นต้องโดนตลอดแน่
    #10,879
    0
  21. #10225 noo_parekapoom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 16:58
    ฮืออ..เป็นเด็กดีสิลูกก
    #10,225
    0
  22. #9927 Who Ozone (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 18:53
    บอกไปสิว่าเจิ้นก็เป็นของจันทร์
    #9,927
    0
  23. #8963 thatsmile (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 19:42
    พี่เจิ้นเก้วกาด
    #8,963
    0
  24. #8359 gnawkezi~* (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 18:58
    มูนนี่เข้าใจผิดแล้วลูก ไม่เอาไม่คิดมากนะ
    #8,359
    0
  25. #7940 ikonyg (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 23:40
    เพราะจันทร์มากไงคะ ไม่ต้องคิดอะดีที่สุดดดด แต่โดนทำโทษบ่อยๆก็ดีน้า
    #7,940
    0