In Control...ในปกครอง (Yaoi)(END)

ตอนที่ 54 : Chapter IX : Paranoid

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,076
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 771 ครั้ง
    19 มี.ค. 61

Chapter IX  Paranoid

                “การหนีปัญหาไม่ใช่วิธีที่ดีนะจันทร์”   

                กันติชากำมือแน่น สงสารลูกตัวเองที่ตาแดงก่ำ จันทร์ร้องไห้บ่อยมากในช่วงนี้ มันไม่ผิดที่เจ้าตัวจะอยากหนีไป แต่อีกใจก็เป็นห่วง จันทร์จะอยู่ห่างเจิ้นได้ยังไงในเมื่อรักขนาดนี้...รักมากจริงๆ

                การพาเจ้าจันทร์มาเดทก็เหมือนทำให้ลูกสบายใจขึ้นบ้างแต่พอกลับไปอยู่คนเดียวลูกก็ซึมเหมือนเดิม เขาอยากจะเข้าไปคุยกับเจิ้นแต่สุริยะ หยางบอกว่านี่เป็นปัญหาใหญ่ของทั้งคู่

                การที่เจิ้นเลี้ยงจันทร์มาให้จันทร์เชื่อเจิ้นคนเดียว ตีกรอบความคิด เหตุผลต่างๆ เลือกกระทั่งสังคมมาให้เจ้าจันทร์ตลอด คนที่จะแก้ปัญหานี้หรือเยียวยาให้มันดีขึ้นได้ก็มีแค่ตัวเจิ้นเอง

                และเจิ้นก็ยังเลือกที่จะไม่พูดความจริง เจ้าจันทร์ไม่ได้โกรธเจิ้นเลยด้วยซ้ำที่พาให้ตัวเองเข้าใจแตกต่างจากคนอื่น แต่กลับมองไปยังประเด็นที่ว่าเจิ้นมีคนอื่นจริงๆใช่ไหม

                สุดท้ายมันกลายเป็นว่าเจิ้นปิดบังความจริง นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เจ้าจันทร์เสียใจ สมองน้อยๆวกไปวนมาว่าทำไมไม่บอก ทำไมไม่พูด เขาอยากจะบอกลูกเหลือเกินว่าเจิ้นไม่ได้มีใคร แต่มันทำไม่ได้

                เพราะถ้าช่วยพูดมันก็จะกลายเป็นว่าปัญหานี้มันอาจจะไม่จบ มันอาจจะมีเรื่องอื่นอีกที่เจิ้นทำให้จันทร์เข้าใจแตกต่างไปจากคนอื่น...มันทำให้เจ้าจันทร์แปลกแยกมากพอแล้ว

                “แต่ผมเสียใจมากเลย มันมีวิธีอื่นที่จะทำให้ผมหายเสียใจไหมพ่อ”

                “จันทร์ผูกตัวเองกับเจิ้นมากเกินไปหรือเปล่า? ลองคิดเรื่องอื่นดูบ้างไหม ไปชมรม ไปเล่นกับเพื่อน มาเที่ยวกับพ่อ ไม่ดีขึ้นเลยหรอลูก”

                กันติชาเห็นภาพตัวเองในวันวาน ในเวลาที่ต้องแยกจากสุริยะ หยาง มันเป็นแบบนี้ ถึงใครจะพูดให้ตัดใจ ให้ทำใจ มันทำไม่ได้ รู้ทุกอย่าง...แต่ก็ทำไม่ได้

                “พยายามแล้ว แต่..ในหัวก็จะมีแต่คำถามว่าทำไม แล้วตรงนี้ ก็เหมือนมีตัวอะไรกัดผมตลอดเวลา มันเจ็บไปหมดเลย เจ็บมากๆ”

                “คุยกับเจิ้นอีกทีไหม พ่อว่าจันทร์ควรคุยกับเจิ้น อย่าเผชิญปัญหานี้คนเดียวสิลูก”

                “พ่อ...ผมรู้สึกว่า...ผมไม่มั่นใจว่าเจิ้นจะพูดความจริง”

                เมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดระแวงต้นเล็กถูกวางอยู่บนหัวใจเจ้าจันทร์ไปแล้ว ตากลมโตรื้นน้ำขึ้นมาจนต้องดึงลูกมากอด เสียงร้องไห้เล็กๆมันบาดหูคนฟังอย่างเขา เจ้าจันทร์กำลังเผชิญหน้ากับพิษรัก ปัญหาหัวใจแบบที่วัยรุ่นทุกคนเคยผ่านมาแล้วทั้งนั้น เขาเองก็เช่นกัน ไม่มีใครหรอกที่จะช่วยเยียวยาได้นอกจากเจ้าตัวที่จะต้องลุกเดินออกมาเอง

                “การไปเรียนต่างประเทศสักพักจะทำให้จันทร์ดีขึ้นจริงๆหรอลูก?”

                “ไม่รู้ ผมไม่รู้ แต่มันน่าจะดีกว่าอยู่ตรงนี้ ฮึก...ผมไม่อยาก เกลียดเจิ้น ฮือออ”

 

                “ให้ลูกไปเถอะตอง”

                “พี่ซัน เราคุยกับเจิ้นเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆหรอ?”

                “เราคุยกันกี่รอบแล้วเรื่องให้จันทร์โตเป็นผู้ใหญ่ พี่ว่าประเด็นมันอยู่ที่เจิ้นก็อาจจะหาวิธีแก้ปัญหานี้ไม่ได้เหมือนกัน”

                “พี่ซันหมายความว่าไง”

                “เจิ้นอาจจะไม่รู้จะอธิบายยังไง จะให้บอกว่าตัวเองโกหก ก็คงกลัวจันทร์จะผิดหวัง พอเรารักใครสักคนมากๆเราก็ไม่อยากดูแย่ในสายตาคนรักหรอกตอง”

                “แต่จันทร์ไม่โกรธเจิ้นหรอกพี่ซัน”

                “พอคนมันรัก มันก็ระแวงไปทุกเรื่อง พี่ว่าห่างกันก็ดีจะได้มีสติกันทั้งคู่ มันไม่ใช่การหนีปัญหาหรอก แต่พี่ว่าถ้าบ้านเราสอนกันเองไม่ได้ ก็ให้สังคมมันสอนจันทร์แทนเราแล้วกัน เพราะสังคมภายนอกมันมีแต่เรื่องจริง ไม่ใช่กรงนกบนช่อฟ้าที่ใครจะจับอะไรยัดเข้าไปก็ได้”

                กันติชาชะงักไปกับคำพูดของสุริยะ หยาง ใช่...เขาไม่มีปัญญาคุยกับลูกเรื่องนี้ เพราะพูดไปจันทร์ก็เข้าข้างเจิ้นอยู่ดี แบบสอบถามที่จันทร์ทำขนาดมีเจิ้นแค่คนเดียวที่มีความเห็นต่างกับอีกห้าสิบคนนั่นจันทร์ก็ยังมีเหตุผลแก้ตัวให้เจิ้นได้         “โลกภายนอกมันไม่ได้มีแค่เรื่องแฟน เรื่องคนรัก ถูกไหมตอง ก็ให้โอกาสนี้กับลูกไป ให้ลูกโตขึ้นจริงๆสักที จันทร์อายุยี่สิบแล้ว เขาควรเข้มแข็ง ตองเองก็ต้องตัดใจให้ลูกโตให้ได้ เราอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตไม่ได้”

                “ตองกลัวคนไม่ดีเข้าหาลูก”

                “จันทร์ไม่พาตัวเองไปอยู่ในที่ไม่ดีหรอก ขนาดในมหาลัยลูกยังไปเลือกชมรมวิจัยกระต่าย ชมรมบ้าอะไรก็ไม่รู้ วิจัยตรงไหนวะ เห็นแต่ไฮโซอยากเลี้ยงกระต่ายไปอยู่รวมกัน แต่ถ้ามีเพื่อนไม่ดีบ้างก็ดีนะตอง ให้ลูกหัดซนบ้าง แบบตองไง”

                “พี่ซัน ตองไม่ได้อยากให้ลูกทำผู้หญิงท้องแบบตองนะ”

                “จันทร์ไม่ร้ายเท่าตองหรอก...นิสัยดีกว่าเยอะ ลูกสมุนกระต่ายจะร้ายเท่าหัวหน้าได้ไง? เจิ้นยังโชคดีกว่าพี่ เจ้าลูกกระต่ายเข้าข้างสุดชีวิต ต่างจากตอง...ทิ้งพี่เฉย”

                “อ้าวทำไมดราม่าใส่กันเฉยเลย เดี๋ยวพี่ซัน มางอนเรื่องเก่าๆทำไมเนี่ย”

                กันติชาบ่นปนขำเมื่อคนรักถลึงตาใส่ แถมเปลี่ยนคำเรียกลูกเป็นเจ้าลูกกระต่ายอีก ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอีก คนแก่ขี้งอนมันเป็นแบบนี้เอง

                “แล้วให้ลูกไปประเทศไหนดีล่ะ”

                “อเมริกาเป็นไง ดินแดนอิสระเสรี แถมเจิ้นตามไปยากด้วย ส่วนตองมีผัวรวยตามไปได้ง่ายๆเพราะไม่ต้องทำงานใช้เงินผัวก็พอแล้ว ไปลาออกจากเยว่ได้แล้วไป เปลี่ยนมาชื่อ กันติชา หยางไป”

                เอากับเขาสิผู้ชายคนนี้

 

“จันทร์จะไปอเมริกา?”

                “อื้อ....จันทร์เครียดน่ะ อยากพักสมองสักหน่อยอ่ะ”

                ลุงหยางไม่ได้ว่าอะไรเรื่องขอเงินไปเรียน พ่อก็สนับสนุน จริงๆพ่อบอกใช้เงินพ่อก็ได้ไปขอลุงทำไม นั่นสิ จะว่าไปผมคงมีลุงหยางเป็นที่พึ่งหลายเรื่องก็เลยติดนิสัยมีอะไรก็ไปบอกลุง

                แต่ทุกคนบอกว่าผมควรบอกเจิ้นด้วย การหนีเจิ้นไปเฉยๆมันก็เหมือนหนีปัญหาและพ่อกับลุงก็ไม่อยากให้ผมเป็นคนอย่างนั้น การเป็นผู้ใหญ่มันรวมเรื่องการเผชิญหน้ากับปัญหาไว้ด้วย

                ผมยังไม่ได้ลืมเรื่องการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของตัวเอง ผมก็เลยตัดสินใจบอกเจิ้นเลยคิดว่าจะอ้างกับเขาเรื่องเรียน แต่ถึงจะไม่อ้างผมก็เครียดเรื่องนี้อยู่แล้ว แล้วยังมีเรื่องเจิ้นอีก...ไปอยู่ไกลๆหน่อยก็อาจจะดีขึ้น แล้วผมค่อยกลับมาสู้อย่างแข็งแกร่ง

                ปัญหาของผมคือตอนนี้ผมไม่กล้าสู้หน้าเจิ้นเลย ทั้งๆที่ผมไม่ใช่คนผิด เจิ้นต่างหากที่ไม่พูดความจริงแต่ผมกลับไม่ได้โกรธเจิ้นสักนิด แค่...มันเป็นความอึดอัดที่อธิบายไม่ได้ และ...ผมก็ต้องการวิธีแก้ไขมัน

                เจ้าหลุมดำที่เป็นก้อนรวมกันก้อนใหญ่มันคับแน่นจนผมหายใจไม่ออกในบางที อยู่เฉยๆผมก็ร้องไห้เหมือนคนบ้าได้ มัน...เสียใจ แต่เป็นเลเวลที่มากกว่านั้น มากจนผมไม่อยากจะทนมันอีกต่อไป

                “ทำไมรีบตัดสินใจ? อเมริกา? ไกลไปไหม”

                “งื้ออ จันทร์คิดดีแล้ว ให้จันทร์ไปนะ”

                “สิงคโปร์พี่ยังไปหาได้ง่ายๆ...อเมริกามันไกลเกินไป...ประเทศใกล้ๆไม่ได้หรอจันทร์”

                เจิ้นดึงผมไปนั่งตัก เขากอดจนผมจมไปกับไหล่เขา กลิ่นเฉพาะตัวของเจิ้นที่ผมคุ้นชินทำให้ผมอยากจะร้องไห้ ผมหวงเจิ้นเกินไป ผมรักเจิ้นเกินไป จนไม่อยากจะแบ่งความอบอุ่นนี้กับใคร แต่มันถูกแบ่งให้คนอื่นไปแล้ว

                สองตัวเลือกที่ผมมีคือ...ยอมให้เขามีคนอื่นด้วยไปพร้อมๆกับมีผม กับอีกทางคือ ผมต้องแย่งเจิ้นมาเป็นของผมคนเดียว ซึ่งใจผมก็เอนเอียงไปทางอย่างหลัง แต่ผมจะเอาอะไรไปแย่งเจิ้นมา ทุกวันนี้ผมยังให้เจิ้นเลี้ยงอยู่เลย งานการก็ไม่มีทำ เรียนก็ไม่เก่ง กำลังใจจะไปสู้กับแย่งเจิ้นเลยเป็นศูนย์

                การถอยไปก่อนจะทำให้ผมขบคิดเรื่องพวกนี้ได้ชัดขึ้น ว่าผมจะยอมหรือผมจะสู้ แต่จะให้ปล่อยเจิ้นไปผมทำไม่ได้ ผมยังอยากกอดเจิ้นแบบนี้ อยู่กับเจิ้นแบบนี้ อยากจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต

                “พี่คิดถึง”

                “จันทร์...ก็ คิดถึง แต่มันก็แปปเดียวเอง เหมือนจันทร์ไปอยู่หอแล้วก็กลับมาหาเจิ้น อยู่กับเจิ้นไปตลอดชีวิตเลย แต่ตอนนี้จันทร์เรียนไม่ไหวแล้วอ่ะ”

                “ก็ออกมาเลี้ยงกระต่ายก็ได้ ทำไมต้องไปอเมริกา”

                “จันทร์อยากเข้มแข็งกว่านี้ด้วย...”

                จะได้พร้อมเผชิญกับปัญหามากกว่านี้ ถ้าไปอยู่อเมริกาสักปีมันอาจทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น คิวบอกว่าพวกวัยรุ่นฝรั่งน่ะเอาตัวรอด สู้ชีวิตกันทุกคน เพื่อนที่คณะที่เคยไปอยู่อเมริกาก็บอกว่าวัยรุ่นอเมริกาแยกตัวมาอยู่กันเองก็เยอะ ผมที่หนุบหนับกับเจิ้นอาจจะสตรองขึ้นถ้าแยกกันสักพักไม่ใช่เสาร์อาทิตย์ก็กลับมาให้เจิ้นโอ๋ หรือเจิ้นไปหาตลอด

                “พี่ไม่ให้ไป”

                “จันทร์...ทำเรื่องไว้แล้ว”

                “ใครอนุญาต?”

                “จันทร์ขอพ่อ...ก็จันทร์กลัวเจิ้นไม่ให้ไป”

                เจิ้นดันผมออกจากอ้อมกอดเขา แววตาที่ผมคุ้นเคยฉายความผิดหวัง ปากที่ผมเคยจูบเม้มแน่น...คิ้วขมวดมุ่นเพราะเขาโกรธ เจิ้นโกรธผม

                “เดี๋ยวนี้พี่ไม่สำคัญแล้วใช่ไหม?”

                “ไม่ใช่นะ แต่ แต่จันทร์อยากไปจริงๆ เจิ้นไม่โกรธนะ นะ... ไปไม่นานเอง”

                “จันทร์กำลังห่างพี่ไปเรื่อยๆ ไหนบอกจะอยู่ด้วยกัน แต่นี่จันทร์ทิ้งพี่ไป ก่อนตัดสินใจก็ไม่ปรึกษาพี่ พี่เป็นคนอื่นสำหรับจันทร์?”

                เจิ้นอุ้มผมลงจากตักเขาแล้วลุกหนี ผมน้ำตารื้นพยายามจะอธิบายแต่เจิ้นไม่ฟัง เขาเดินไปที่ลิฟต์แม้ผมจะพยายามรั้งเขาไว้ เขาก็ดันผมออกแล้วปิดลิฟต์ต่อหน้าต่อตา กว่าลิฟต์จะขึ้นมาแล้วพอตามลงไปรถเจิ้นก็ไม่อยู่แล้ว

                กลับขึ้นมาช่อฟ้าก็เจอคุณป้าแม่บ้านยืนรอด้วยสีหน้าเป็นกังวลทำให้ผมปล่อยโฮออกมา ผมกอดคุณป้าแม่บ้านยืนร้องไห้อยู่หน้าลิฟต์

                “ไม่เป็นไรนะคะคุณจันทร์ ไปนั่งข้างในก่อนนะคะ”

                ผมนั่งร้องไห้ให้คุณป้าแม่บ้านปลอบเป็นนาน ผมพยายามตั้งสติคิดว่าถ้าเจิ้นกลับมาเราอาจจะได้คุยกันดีๆในตอนที่เจิ้นใจเย็นลง...

                แต่เจิ้นไม่กลับมา ผมรอตั้งแต่บ่ายถึงเย็น กินข้าวก็กินไม่ลง โทรหาเจิ้นปิดเครื่อง รอถึงดึกดื่นเที่ยงคืนเจิ้นก็ไม่กลับมา

                เจิ้นไม่เคยหายไปสักหน่อย... ผมโทรหาทั้งบ้านปู่ บ้านคุณพ่อคุณแม่เจิ้นก็ไม่มีใครเห็นเจิ้น ผมไล่โทรตามเบอร์เพื่อนเขาก็ไม่มีใครเจอเจิ้น พี่เลขาก็ไม่เห็น พี่เอ็มก็ตามหาเจิ้นไม่ได้

                เขาหายไป...หายไปจริงๆ หายไปในที่ๆผมจะไม่เห็นเขา

                ผมค้นพบว่าเจิ้นสามารถทิ้งผมได้ เพราะเขาทำมันลงไปแล้ว... ไหนว่ารักไง ทำไมมีแต่ผมล่ะที่คิดว่าถึงจะโกรธแค่ไหนเราก็จะไม่ทิ้งกัน ผมจะให้อภัย

                ทีเจิ้นทำผิด...ผมยังไม่โกรธเจิ้นเลย

 

                “จันทร์จะไปอเมริกา หมายความว่าไง”

                “อาอนุญาตเอง จันทร์อยากเรียนภาษา”

                “ทำไมไม่บอกผมก่อน? ทำไมตัดสินใจกันเอง อาต้องการอะไร”

                “เจิ้นต่างหากต้องการอะไร”

                แววตาของกันติชาทำให้เจิ้นชะงัก อารมณ์กรุ่นโกรธทำให้ยังไม่อยากคุยกับเจ้าจันทร์เพราะอาจจะเผลอตวาดใส่น้องจนน้องตกใจก็ได้ อยากจับไหล่บางนั่นเขย่าๆว่าคิดอะไร แล้วทำไมไม่บอกกัน

                กับอีแค่อเมริกาทำไมจะให้ไม่ได้ แต่ศศิมณฑลตัดสินใจเองมันรู้สึกเหมือนถูกมองข้ามและเขาไม่ชอบที่มันเป็นอย่างนั้น

                “อาตองหมายความว่าไง”

                “จริงๆมันไม่ใช่เรื่องที่อาควรพูด แต่ไหนๆเจิ้นก็มาถามก็ขอพูดในฐานะอาแล้วกันนะ เจิ้นปล่อยน้องไปสักพักเถอะ ปล่อยที่ปล่อยจริงๆ ไม่ใช่บอกให้น้องบินแต่ล่ามโซ่ไว้ที่ข้อเท้าน้องไม่ให้บินไปไกล”

                “เหตุผลล่ะ”

                “จันทร์หึงเจิ้น ร้องไห้จนตาบวม จะให้อารู้สึกยังไงที่ลูกร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะเจิ้น?”

                “หึงเรื่องอะไร?”

                คิ้วขมวดมุ่นไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าจันทร์ถึงหึง แล้วทำไมไม่มาดึงแขนเหมือนทุกที ทำไมการหึงมันถึงกลายเป็นหนีไปอเมริกาไปได้

                “จันทร์คิดว่าเจิ้นมีคนอื่น”

                “อะไรนะ?”

                “เรื่องตลกมีอยู่ว่าเด็กอายุยี่สิบที่บรรลุนิติภาวะไม่เข้าใจว่า แฟน กับ คนรัก ต่างกันยังไง เลยไปถามคนถึงห้าสิบคน ทุกคนบอกว่ามันเหมือนกัน แต่เด็กคนนั้นกลับเลือกรอถามคนที่ตัวเองรักที่สุดเป็นคนสุดท้าย แล้วเหตุผลจากห้าสิบคนแรกก็ว่างเปล่าเป็นอากาศเมื่อคำตอบมันแตกต่างกัน ยิ่งกว่านั้นคือคนที่เด็กคนนั้นรักที่สุดดันไปสัมภาษณ์ว่ามีแฟนแล้ว... พอจะเข้าใจหรือยัง?”

                กันติชาสาบานกับตัวเองว่าไม่เคยเห็นเจิ้นเป็นแบบนี้ แววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกวูบไหว ไม่มั่นใจ และ...ประกายแห่งความหวาดกลัว

                “อาตอง...”

                “จันทร์ไม่ได้โกรธอะไรเจิ้นหรอก แค่ต้องการระยะห่างสำหรับตั้งสติ อาถึงขอให้ปล่อยน้องไป ปัญหาที่เกิดมันนิดเดียวเองเจิ้น คือน้องไม่เข้าใจกับเจิ้นไม่พูดให้น้องเข้าใจ แต่เจิ้นรู้ไหม...มันทำให้จันทร์ระแวง มันทำให้น้องตั้งคำถามว่าต่อไปจะเชื่อได้ยังไงว่าเจิ้นไม่ได้ปิดบังอะไรน้องอีก”

                “ผมอยากคุยกับจันทร์ให้เข้าใจ”

                “อย่าเพิ่งเลย บางครั้งเราก็ต้องยอมรับนะว่าตัวเองอ่อนแอ เจิ้นอ่อนแอไม่กล้าบอกน้องว่าตัวเองโกหก อาเข้าใจถูกต้องไหม?”

                ใช่...เพราะถ้าพูดออกไปแล้วเจ้าจันทร์รับไม่ได้ รับไม่ได้ว่าที่ผ่านมา ทุกอย่างที่ทำมาตลอดมันเพราะอยากจะเก็บน้องไว้กับตัว

                มันไม่ใช่แค่เรื่องแฟน แต่ทั้ง...มอนิ่งแคร์ ไนท์แคร์ รางวัลเด็กดี จูบ สารพัดที่เขาเอาเปรียบ เจ้าจันทร์ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่ามันคือการถูกเอาเปรียบ...แล้วถ้าต้องบอกเจ้าจันทร์ไปทั้งหมด มันก็ล่วงละเมิดทางเพศดีๆนี่เอง

                และเรื่องพวกนี้ก็บอกกันติชาไม่ได้ กันติชาอาจจะเข้าใจแค่จูบ หรือสกินชิพ แต่มันเกินกว่านั้น เกินกว่านั้นมาตั้งนานแล้ว

                “ในเมื่อยังจัดการความรู้สึกกันเองไม่ได้ ก็ห่างกันสักพักเถอะ อายังเชื่อเหมือนเดิมนะว่าจันทร์รักเจิ้น สุดท้ายน้องก็กลับมาหาเจิ้นอยู่ดี”

                “แล้วผมจะอยู่ยังไง?... ผมขาดจันทร์ไม่ได้”

                น้ำเสียงมั่นคงทว่าวันนี้กลับแหบพร่า แค่ตอนต้องให้จันทร์ไปอยู่สิงคโปร์สามอาทิตย์ก็คิดถึงเป็นบ้า ไปอยู่หอก็ต้องตามไปเจอกันทุกอาทิตย์ แต่นี่อเมริกา ด้วยงานด้วยเวลาและการเดินทางมันไม่ใช่ง่ายๆเลย

                “ก็ถือโอกาสนี้คิดดีๆซะเจิ้น ถ้ารู้ตัวว่าขาดไม่ได้ คราวหลังก็อย่าทำให้น้องหนีไปอีก รักษากับกักขังมันคนละอย่างกัน เรื่องน้องไม่ต้องห่วง อาจะบินไปอยู่ด้วยเรื่อยๆ สักพักจันทร์คงใจเย็นลง เผลอๆร้องไห้จะกลับมาหาเจิ้นก่อนอีก”

                “กำหนดการว่าไงบ้าง”

                เจิ้นถามเรื่องกำหนดการไปเรียนต่อ วันเวลา สถานที่อีกสักพักก็กลับมาที่ช่อฟ้า ความสับสนยังคงทำให้อารมณ์ไม่นิ่งสงบเท่าไหร่ ขายาวชะงักเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้อันแสนคุ้นเคย ทั้งๆที่คิดว่าอาจจะหลับไปแล้ว

                ศศิมณฑลนั่งร้องไห้อยู่หน้าทีวี ข้างๆกันมีคุณป้าแม่บ้านที่คอยปลอบอยู่ เท้าพาตัวเองเดินช้าๆผ่านฉากกั้นห้องไปหลังโซฟาและโน้มตัวลงโอบกอดคนเสียใจจากด้านหลัง

                “เลิกร้องได้แล้ว”

                “เจิ้น ฮือออ เจิ้นไปไหนมา เจิ้นเกลียดจันทร์แล้วหรอ ฮืออ”

                คุณป้าแม่บ้านขยับลุกออกไป เจิ้นวางคางบนไหล่เล็กแนบแก้มกับแก้มชื้นเพราะน้ำตา กอดโยกคนร้องไห้ช้าๆ กลิ่นนมหอมอ่อนๆเฉพาะตัวทำให้หน่วงไปทั้งใจ

                “พี่รักจันทร์”

                “เจิ้นทิ้งจันทร์ ฮือออ”

                “เปล่า พี่จะทิ้งจันทร์ได้ยังไง ไปนอนกันนะ จะเช้าแล้ว”

                เจิ้นโอบเอวบางยกขึ้นนั่งบนพนักพิงก่อนจะสอดแขนช้อนอุ้มคนตัวเล็กเดินเข้าห้องนอน แขนเล็กโอบรอบคอแกร่งซุกหน้าลงกับลาดไหล่ น้ำตายังคงผลิตน้ำออกมาไม่ยอมหยุด

                “เดี๋ยวปวดหัวนะครับ ไม่ร้องแล้วนะ พี่กลับมาแล้ว”

                หลังจากวางน้องบนเตียงเจิ้นก็ทิ้งตัวลงนอนข้างกัน มือหนายกขึ้นเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มนุ่ม ทว่าเจ้าจันทร์ก็ขยับเข้ามากอดเอวเขาแน่น ราวกับกลับว่าจะหายไป

เปล่า เขาไม่ได้หายไป จันทร์ต่างหากที่กำลังจะไป

เจิ้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องพูดอะไร หรืออธิบายอะไร เพราะเรื่องทั้งหมดมันเกิดมานานจนหาต้นเรื่องไม่เจอไปแล้ว รู้แค่ว่าตัวเองย่ามใจเกินไป คิดว่าสามารถคอนโทรลทุกอย่างได้หมด มั่นใจจนกำลังจะเสียเจ้าจันทร์ไป

บางทีโซ่ที่ผูกข้อเท้าจันทร์อาจจะไม่มีแต่แรก เป็นเขาต่างหากที่กำลังถูกล่ามไว้ที่เดิมในวันที่น้องกำลังโบยบินจากไป สิ่งที่กลัวที่สุดคือ....ถ้าจันทร์ไม่กลับมาหา

ในวันที่เจ้าจันทร์เข้าใจทุกอย่าง ในวันที่เจ้าจันทร์รู้ว่าเขาหลอกลวง น้องจะยังให้อภัยกัน ยังอยากอยู่ด้วยกัน จะยังบอกว่า...รัก ต่อไหม

“พี่ให้จันทร์ไป พี่แค่จะคิดถึงจันทร์มาก จันทร์ไม่เคยไปไกลจากพี่ขนาดนี้”

“จันทร์ ฮึก ก็จะคิดถึง”

“ไม่เปลี่ยนใจใช่ไหม? รู้นะว่าพี่ไปหาไม่ได้ เราจะไม่ได้กอดกันไปอีกนาน”

“จันทร์จะตั้งใจเรียน แล้วกลับมากอดเจิ้นปีหน้า”

พระจันทร์รสนมของเขาใจแข็ง...คนเข้มแข็งคงเป็นเจ้าจันทร์ ต่างจากเขาที่อ่อนแอแค่ยอมรับความผิดของตัวเองยังทำไม่ได้ ถ้าเขาพูดไปตอนนี้จันทร์จะยิ่งสับสน ผิดหวัง และอาจจะเกลียด

ถ้าระยะห่างจะทำให้จันทร์ใจเย็นลง เว้นช่องวางให้ได้ตั้งสติกันทั้งคู่ เขาอาจจะหาคำพูดดีๆ คำอธิบายที่จะทำให้จันทร์เข้าใจ และตอนนั้นจันทร์อาจจะใจเย็นและให้อภัยกัน

เจิ้นรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้เลยก็ครั้งนี้ครั้งแรก มันอาจจะมีหนทางซ่อนอยู่แต่เขามองไม่ออก มันเป็นความตกใจและหวาดกลัว ตลอดหลายปีมานี้แทบไม่มีเรื่องที่ทำให้รู้สึกสั่นคลอนได้เลยถ้าไม่ใช่เรื่องของน้อง

“ไปอยู่ที่นั่นจะรักคนที่นั่นมากกว่าพี่ไหม”

“ไม่ จันทร์รักเจิ้นที่สุดในโลก”

“พี่รักจันทร์ รักคนเดียว...”

คำพูดว่า พี่ไม่มีแฟน มันติดอยู่ที่ปลายลิ้น ทำไมเรื่องแสนง่ายกับพูดกับเจ้าจันทร์ไม่ได้ เพราะว่ากลัว กลัวจะต้องพูดทุกอย่าง และเขายังไม่พร้อมจะรับความผิดหวังถ้าเจ้าจันทร์เกลียดกัน

 

ผมจะบินไปอเมริกาหลังจากสอบเสร็จ เจิ้นโอเคแล้ว ผมรู้ว่าเขาไม่ได้อยากให้ผมไปจริงๆแต่พอรับปากเขาก็ไม่พูดถึงมันอีก แต่เจิ้นขอให้ผมกลับไปนอนที่บ้าน เพราะเราจะไม่ได้นอนด้วยกันอีกเป็นปี

การกลับมาอยู่ช่อฟ้าทำให้ผมมีความสุข เรากินข้าวเช้าด้วยกัน ข้าวเย็นด้วยกัน... เจิ้นอยู่กับผมทุกวันทำให้เขาจะไม่ต้องไปเจอคนอื่น น่าแปลกมากที่ช่วงนี้ผมคิดแต่ว่าเจิ้นจะแอบไปเจอใคร

กลับมาถึงช่อฟ้าถ้าเจิ้นยังไม่ขึ้นมาผมก็จะไปนั่งรอเจิ้นในห้องทำงาน และ...ผมหยิบมือถือเจิ้นมาเล่นบ่อยขึ้น ทุกทีผมอาจจะยืมมาเล่นเกมแต่ตอนนี้ผมกลับนั่งตรวจสอบว่าเจิ้นโทรหาใคร ไลน์กับใคร แล้วก็สบายใจที่มันไม่มีคนแปลกหน้าที่ผมไม่รู้จัก

ผมกลายเป็นคนขี้ระแวง ซึ่งทำให้ผมไม่ชอบตัวเองเลย แต่...ผมแก้ความหวาดระแวงนี่ไม่ได้ ผมกลัว กลัวเจิ้นจะให้ความสำคัญกับคนอื่น คนนั้นที่เป็นแฟนเจิ้น

เขาอาจจะเริ่มเป็นแฟนกันไม่นานทำให้ไม่ค่อยคุยกับเจิ้นหรืออีกแง่คือ เจิ้นคุยกับเขาลับหลังผม หัวสมองผมวนเวียนแต่กับเรื่องเจิ้นจนเครียด

และ...ผมก็ร่วงอีก ทำให้ผมต้องมาเจอพี่หมอใจดีคนนั้น พี่หมออยากให้ผมเล่าปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น แต่ผมก็ทำไม่ได้ ผมกลัวพี่หมอบอกเจิ้น

“พี่จะเก็บเป็นความลับครับ”

“ผม....ขอหมอคนอื่นได้ไหม”

พี่หมอชะงักแต่ก็พยักหน้าเข้าใจ ผมรู้สึกผิดแต่ผมไม่อยากคุยกับหมอที่รู้จักเจิ้น พ่อพาผมไปหาหมอที่โรงบาลเฉพาะทางแทน การคุยกับหมอทำให้ผมสบายใจมากขึ้น

แต่เส้นผมของผมก็ยังคงอ่อนแอ มันเป็นมากกว่าครั้งก่อนที่โดนทำโทษแยกห้องนอน ครั้งๆนี้เรายังอยู่ด้วยกันแต่มันไม่อาจข่มตาหลับได้เลย

ยิ่งหวีมันก็ยิ่งร่วง ยิ่งใกล้วันไปก็ยิ่งเครียดว่าถ้าผมไปเจิ้นก็จะพาเขาคนนั้นมาที่นี่ไหม ผมสบตาพ่อที่ดูจะกังวลมากกว่าผมอีก พอลูบหัวแล้วมีเส้นผมติดนิ้วพ่อไปด้วยพ่อก็ทำเหมือนจะร้องไห้

“ตัดผมไหมลูก? ตัดสั้นๆ จะได้ไม่ต้องคิดมากเวลามันร่วงอีก”

“อื้อ...”

เลยเป็นครั้งแรกที่ได้ตัดผมทรงสกินเฮด

แต่พ่อตัดด้วยนะเพราะกลัวผมไม่มั่นใจ....แต่ผมว่าลุงหยางต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียใจอ่ะ ตอนกลับคอนโดลุงทำหน้าเหมือนเห็นผีเลย แล้วก็สบถภาษาจีนออกมายาวเหยียด

เป็นรอบหลายวันเลยมั้งที่ผมหัวเราะออกมาสุดเสียง


=======

ด่าได้แต่อย่าแรงเพราะแต่งมาแล้ว ฮืออออ


ก็ยังยืนยันเหมือนเดิม เรื่องของแบมจะดำเนินช้าๆ ไปเรื่อยๆเหมือนที่กระดื้บมาตั้งแต่แรกน่ะค่ะ ก็คงไปเร่งให้มันเร็วไม่ได้ มันก็จะไปอย่างงี้แหละ ไปทีละจังหวะ ดีบ้าง หงุดหงิดบ้างเพราะตัวละครเราไม่มีตัวไหนเพอเฟคเน้อ

จากที่ปูมาแต่แรกก็ตามนี้เนาะ เจิ้นก็น้ำท่วมปากไป 5555+

เอาล่ะใกล้ตอนแรกเข้ามาทุกที แล้วมาดูกันว่าเจิ้นจะจัดการยังไงแล้วมูนนี่จะโตแค่ไหน

ไปกันต่อออ ใครลงเรือไปแล้วก็มาช่วยพายใหม่ได้น้า ง้ออออออ

ส่วนคนที่ผิดหวังแบมก็ไม่รู้จะพูดอะไรนอกจาก ขอโทษนะ ดีกันเถอะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 771 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,205 ความคิดเห็น

  1. #13197 เขาเรียกฉันว่าเต่า (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 14:04
    ลุงหยางน่าจะนึกถึงตอนทะเลาะกับพ่อตองวัยรุ่น5555
    #13,197
    0
  2. #13141 fuxxy (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 10:45
    เจ้าจันทร์ป่วยป่วนมาก555555555สงสารลุงหยาง
    #13,141
    0
  3. #12955 K.white wine (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 13:50
    สงสารลุงซันอะ5555555
    #12,955
    0
  4. #12648 Miki_milky (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:43
    น้องตัดสินแบบนี้ถูกแล้ว
    #12,648
    0
  5. #12558 Orathaiks (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 23:50
    ซงซานลุงทุกตอนนน
    #12,558
    0
  6. #12361 YisTheBEST (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 01:18
    ทำไมหวยต้องมาออกที่พี่ซันทุ้กกกกที พ่อลูกคู่นี่นี่จริงๆเล้ยยยย 55555
    #12,361
    0
  7. #12338 Kamobee (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 15:20
    โถๆๆๆๆลุงหยางผู้น่าสงสาร 555555
    ต้องปล่อยน้องโตจริงๆซะที เฮ้อออ
    #12,338
    0
  8. #12293 MByymm (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 12:20
    คือตลกตอนท้ายมาก 555555 นึกภาพจันทร์กับอาตองตัดสกินเฮดไม่ออกอะ
    #12,293
    0
  9. #12276 pcy921 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 22:17
    สงสารน้องอะ คือแบบรู้สึกเจ่บแบบพูดไม่ออก
    #12,276
    0
  10. #12138 ninecdarkness (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 01:58
    ขัดใจน้อง55555555
    #12,138
    0
  11. #12110 Lookmoo Jantarit (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 05:38
    ลุงกบางนี้ได้ใจจิงๆๆๆ
    #12,110
    0
  12. #12059 ojay2 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 07:53
    หน่วงจิตใจเหลือเกินนนนน
    #12,059
    0
  13. #11966 Aunchiree (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 13:12
    ร้องไห้แล้ว หน่วงเหลือเกิน
    #11,966
    0
  14. #11923 lomarday (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 01:14
    ลุงหยางได้ใจอีกละ ไล่ไปลาออกจากเยว่ใช้นามสกุลหยาง มันต้องหยั่งงี้
    #11,923
    0
  15. #11791 Cloudy9 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 23:09
    5555555555555 สงสารลุง
    #11,791
    0
  16. #11731 zcincia (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 15:27
    โอ้ยย ครอบครัวขนปุยตัดผมสกินเฮดดดด สงสารลุงหยางง
    #11,731
    0
  17. #11101 Milk-Chocolate (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 15:35
    ขำลุงหยาง 555555555
    #11,101
    0
  18. #9944 tangahx (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 01:06
    ฮาลุงหยางอะ55555
    #9,944
    0
  19. #9506 love bb lava (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 22:54
    สงสานมูนนี่ ตอนนี้ไม่ได้เรียกเจ้าจันทร์ว่ามูนนี่เลย อยากให้น้อยกลับมาสดใสร่าเริงเป็นมูนนี่น้อยๆของเจิ้นเหมืินเดิมไวๆ เจิ้นก็กล้าๆหน่อยนะ เป็นคนทำมัน เชื่อสิมูนนี่ต้องเข้าใจ💕💕
    #9,506
    0
  20. #9198 Xialyu (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 19:24
    สะเทือนใจอะ
    #9,198
    0
  21. #8664 gnawkezi~* (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 19:00
    พ่อลูกคู่นี้น่าเอ็นดู
    #8,664
    0
  22. #8625 BeMoreFriend (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 11:39
    ตอนนี้อ่านกี่ทีก็ตลก ทำไมหวยออกที่อาหยางตล๊อดดดดดดดดดด ซวยตลอดดดดดดดดดดด แบบบ้านนี้เป็นดาวข่มนางมากๆๆๆอ่ะ 55555555
    #8,625
    0
  23. #8197 ฮ่อยจ๊อ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 13:20
    ขำจันทร์กับพ่อ ง่าาา
    #8,197
    0
  24. #7946 soul_in_my_life (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 00:57
    โธ่ๆๆๆๆ ลุงหยางแบบ 5555555
    #7,946
    0
  25. #7686 baby_girl (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 23:24
    นี่ก็หน่วงมาตั้งแต่ต้นค่ะ พ่อเจอบรรทัดสุดท้ายก็ขำเหมือนกัน 555555 นี่ช้อบชอบลุงหยาง โคตรชอบ นิสัยรวยๆเนี่ยชอบจัง ลุงแกรักลูกกระต่ายมากอะ คือเข้าใจอารมณ์ทุกคนนะ พ่อตองก็เจ็บปวดที่ต้องเห็นน้องเสียใจร้องไห้ซ้ำๆ น้องก็เจ็บปวดที่ทำอะไรไม่ได้เลย น้องสับสน หวาดระแวงไปหมด ผมร่วงอีกด้วย โธ่ ลูกกกก โอ๋ๆนะคะ แต่คนที่เจ็บสุดนี่คงเป็นเจิ้น คือเข้าใจเจิ้นนะแบบว่ามันถลำลึกแล้วอะ มันเกินกว่าจะอธิบายเพราะมันสะสมมาตั้งแต่ต้น ถ้าสิ่งที่ทำมันเท่ากับการล่วงละเมิดทางเพศมันดูรุนแรงมากอะคำนี้ แต่มันก็เป็นความจริง แต่เจิ้นเลี้ยงน้องมาเพราะอยากให้น้องไม่ไปไหน น้องหมุนรอบเจิ้น แต่เมื่อวันนึงน้องจะหลุดจากวงโคจรมันเลยไม่รู้จะทำยังไง จะอธิบายก็ไม่ได้ กลัวน้องเกลียด ฮือออ มาหาเราค่ะเจิ้น มาให้เราปลอบนะคะ
    ปล. เราชอบที่มันเป็นไปแบบนี้ค่ะ ค่อยเป็นค่อยไป ไรท์จะแต่งเป็นร้อยตอนเรายิ่งชอบค่ะ อิอิ
    #7,686
    0