In Control...ในปกครอง (Yaoi)(END)

ตอนที่ 49 : Chapter IV : Another Kiss

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,895
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 387 ครั้ง
    1 มี.ค. 61

Chapter IV Another Kiss

                น้องนุ่มท้อง!!!!!!!!

                โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยโมโหมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

                น้องนุ่มกลายเป็นกระต่ายตัวแรกของชมรมวิจัยกระต่ายที่ท้อง! ผมเริ่มสังเกตว่าน้องนุ่มน้ำหนักขึ้นนิดหน่อยจากการชั่งน้ำหนัก แล้วก็เหมือนกำลังสนใจขนตัวเองเป็นพิเศษ ผมคิดว่าน้องนุ่มอ้วนเฉยๆเพราะกินกับนอน แต่พี่หัวหน้ารีบตามสัตวแพทย์มาตรวจ

                และผมก็กลายเป็น คุณตาจันทร์!!

                พี่ที่ชมรมขำที่ผมยืนร้องไห้เพราะน้องนุ่มท้อง คิดว่าผมซึ้งใจดีใจที่ทำให้กระต่ายมีลูกด้วยวิธีธรรมชาติได้ แต่เปล่าเลย ผมโมโหมาก จะเป็นใครได้ล่ะที่ปล้ำน้องนุ่มถ้าไม่ใช่ศรราม!

                เพราะผมพาศรรามกับน้องนุ่มมาอยู่ด้วยกันในความดูแลของผม แต่ผมก็ย้ำนักย้ำหนาแล้วนะว่าให้ศึกษาดูใจกันไปก่อน ศรรามแย่มาก!

                “น้องนุ่มอาจจะปล้ำศรรามก็ได้นะจันทร์”

                “หยุดพูดเลยนะ!

                ผมนอยด์ตั้งแต่ไปชมรมยันมากินข้าวกับคิวตอนเย็น วันนี้เรามากินบุฟเฟ่ต์ในห้างกันเพราะคิวถ่ายโฆษณาอะไรไม่รู้ได้เงินมาเจ็ดพันเลยเลี้ยงผม

                บุฟเฟ่ต์ที่เรากินก็หนีไม่พ้นชาบูเพราะผมไม่ถนัดพวกปิ้งย่าง คิวก็บอกขี้เกียจดันทุรังถ้าไปกินแล้วผมปวดท้องขึ้นมาอาจจะเจอเจิ้นฆ่าหมกใต้ดินช่อฟ้าได้

                คิวก็คิดมากเกินไปอ่ะ บ้านเมืองมีกฎหมายเจิ้นไม่ทำไรแบบนั้นหรอก อาจจะโกรธผมมากกว่าโกรธคิวด้วยซ้ำ เดี๋ยวนี้เจิ้นเอะอะขี้โมโหตลอด แล้วก็ยุบยิบๆ จะทำโทษผมอย่างเดียว

                คิวบอกว่าเจิ้นอาจจะเริ่มแก่ คนแก่มักจะขี้บ่น...ผมว่าผมเห็นด้วยนะ แบบว่าเจิ้นผ่านพ้นวัยรุ่นแล้วก็จะต้องขี้หงุดหงิดขึ้นมาหน่อยแบบลุงหยางอ่ะ

                ลุงหยางก็ขี้บ่น เจิ้นก็กำลังจะขี้บ่น... โอยยยทำไมรอบตัวมีแต่คนแก่ขี้บ่น แต่คนแก่เขาว่าขี้เหงา หรือที่เจิ้นยุบยิบกับผมเยอะแยะเพราะจะเรียกร้องความสนใจ?

                อาจจะเพราะผมย้ายออกมาอยู่หอด้วย เจิ้นก็เลยอาจจะเหงาแล้วก็ไม่มีคนอยู่ด้วยก็เลยงอแงเรียกร้องความสนใจจากผม เพราะถ้าเจิ้นไม่อยู่ผมก็คงเรียกร้องความสนใจจากเจิ้นเหมือนกัน

            ก็ผมอยากให้เจิ้นสนใจผมเยอะๆนี่

 

            คนแก่อาจจะขี้บ่นแต่ผมก็ชอบให้เจิ้นบ่นนะ เพราะเจิ้นมีผมคนเดียว ถ้าผมไม่ชอบเจิ้นเจิ้นก็จะไม่มีคนชอบแล้ว เราจะต้องสามัคคีกันเข้าไว้

ตอนนี้ผมบวกเลขเก่งขึ้นเพราะคิวช่วยฝึกด้วย คิวจะฝึกผมโดยการอยู่ดีๆก็พูดโจท์ออกมาให้ผมคิดให้ทันในห้าวิ เช่น 8+7 เป็นเท่าไหร่ ถ้าผมตอบไม่ทันจะโดนดีดหน้าผากหนึ่งที แต่ถ้าผมตอบทันก็ไม่ได้รางวัลอะไร

                ไม่แฟร์เลย แต่ผมก็คิดเลขเก่งขึ้นจริงๆนะ นับเงินยังไม่ค่อยกระเตื้อง ผมคิดว่าผมล้มเหลวในชีวิตครอบครัว เพราะมัวแต่สนใจเรื่องงาน เรื่องฝึกทักษะแบบพวกคิดเลข ทำให้ละเลยน้องนุ่ม

                น้องนุ่มก็เลยท้อง!!! เป็นคุณแม่วัยใส น้องนุ่มเพิ่งอายุสี่เดือนเองนะ!!

                ก็ใช่ที่กระต่ายอายุประมาณสิบสองสัปดาห์จะท้องได้แล้ว แต่น้องนุ่มก็ควรจะอายุสักขวบก่อนไหม ไม่ใช่ไปเชื่อใจผู้ชายง่ายๆแบบศรราม

                ผมโกรธน้องนุ่ม แต่โกรธกับเป็นห่วงต้องแยกกันนะ ในฐานะพ่อผมจะต้องไม่ผลักไสลูกสาวตัวเองออกไปเพียงแค่เธอทำผิดครั้งเดียว ผมจะโกรธแต่ก็จะให้อภัยแล้วก็จะช่วยน้องนุ่มเลี้ยงลูก

                น้องนุ่มจะได้รู้ว่าการเป็นพ่อคนแม่คนมันไม่ง่ายนะ ดูอย่างพ่อผมสิ ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ต้องทนอยู่กับแม่ทั้งๆที่ไม่ได้รักเพราะผม

                หน้าที่ของความเป็นพ่อเป็นแม่มันไม่ง่ายเลย...

 

                แม่...

                ผมยังคิดถึงแม่ในหลายๆครั้ง แต่ก็ยังไม่กล้าถามใครอยู่ดีว่าแม่เป็นยังไงบ้างแล้ว พอนึกถึงน้องนุ่มแล้วผมก็รู้สึกว่าผมควรจะต้องพยายามติดต่อแม่หน่อยไหม

                แม่อาจจะทำผิดแต่ผมก็รักแม่นะ...เราไม่ต้องอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมก็ได้ แค่ได้เจอ ได้คุยกันบ้าง คนอื่นไม่รักแม่ก็ไม่เป็นไร แต่ผมก็ควรจะรักแม่ตัวเอง อย่างน้อย...เขาก็เป็นคนอุ้มท้องผมตั้งเก้าเดือน

                เก้าเดือนมันไม่ใช่ช่วงเวลาสั้นๆเลย พักก็ไม่ได้ ไม่เหมือนเรียนหนังสือที่มีปิดเทอมแล้วแบบ พักก่อนนะค่อยท้องต่อ ถึงแม่จะไม่อยากมีผมนักแต่ยังไงผมก็เกิดมาแล้ว

                ผมเป็นคนเข้มแข็งใช่ไหมก็เลยยังได้เกิดมา การที่ผมจะเจอแม่อีกครั้งก็ต้องเข้มแข็งเหมือนกันนะ ผมอยากจะเข้มแข็งพอที่จะมองข้ามอดีตและเผชิญหน้ากับปัจจุบัน

                ...ปัจจุบันที่ว่าแม่ไม่ใช่แม่ที่ดีนัก แต่ก็ยังเป็นแม่ลูกกันได้แบบเว้นระยะห่างไว้สักหน่อย ไม่ถึงกับตัดขาดกันออกไป อาจจะแนวญาติห่างๆ เจอกันนานๆครั้ง

                ส่วนลุง...ก็ช่างเขาเถอะ เขาคงไม่มียุ่งกับผมแล้ว

                ผมไม่รู้หรอกว่าผู้ใหญ่จัดการยังไง เพราะผมโดนกันออกจากเรื่องนี้ แต่เจิ้นคงไม่ปล่อยให้ผมเป็นอันตรายแน่ๆ หนวดปลาหมึกเยอะแยะของเจิ้นคงสั่งการสารพัดไปหมดจนลุงต้องไปอยู่ที่ไหนสักที่ที่ห่างไกลจากผมแน่นอน

                ผู้บัญชาการปลาหมึก...คิก

                เจิ้นคงไม่พูดเรื่องแม่แน่ๆถ้าผมไม่ถาม เขาจะทำเป็นไม่สนใจจนกว่าผมจะสนใจเอง เจิ้นไม่เคยชักนำความสนใจของผมไปในทิศทางไหนเลย เขาจะรับฟังเรื่องที่ผมสนใจและให้คำแนะนำ

                เจิ้นให้ผมตัดสินใจเองเยอะเหมือนกัน...ไม่บังคับอะไรผมเลย ผมโชคดีที่มีเจิ้น เราคุยกันด้วยเหตุด้วยผลตลอด ถ้ามีเหตุผลรองรับเราจะทำอะไรก็ได้

                ผมก็รู้สึกว่าบ้านเราช่างเป็นประชาธิปไตย มีอิสรเสรีในการดำเนินชีวิต ผมไม่อึดอัดเลยอ่ะที่อยู่กับเจิ้น ทำไมอยู่ๆผมก็คิดนั่นนี่เยอะแยะไปหมด

                หรือผม...จะโตแล้ว?

                ผู้ใหญ่ก็จะคิดเยอะแยะใช่ไหม...ผมว่าผมก็ช่างคิดเยอะขึ้นมาหน่อยๆ...มันอาจจะเป็นสัญญาณแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น

                ผมกำลังจะอัพเลเวล!!!

 

                ราศีความเป็นผู้ใหญ่เริ่มจะจับตัวผมแล้ว ออร่าความสุขุมนุ่มลึกมันกำลังจะมา ผมโม้เรื่องความคิดเยอะแยะของผมให้เจิ้นฟังตอนกลางคืน เจิ้นดันขำ เจิ้นอาจจะไม่ค่อยอินเพราะเจิ้นแก่แล้วก้าวข้ามความเป็นผู้ใหญ่ไปสู่อีกช่วงวัย

                พอคิดว่าเจิ้นจะแก่ ผมก็แอบสังเกตหน้าผากเจิ้นนะ เพราะคนแก่ๆหัวมักจะล้าน กลัวเจิ้นผมจะร่วง แต่จะว่าไปไม่แก่ผมก็ร่วงได้เหมือนที่ผมเคยเป็น

                สัญลักษณ์แห่งความแก่อีกอันคือมีหงอก เจิ้นมีหงอกหรือยัง? เพื่อนบางคนก็มีหงอกตั้งแต่สมัยเรียนแล้วด้วย เจิ้นอาจจะมีแต่เขาย้อมผมหรือเปล่า?

                “ทำไมคิ้วขมวด? จ้องอะไรพี่”

                “เจิ้น เจิ้นมีหงอกยัง ถ้ามีบอกนะ จันทร์พาไปย้อมผม”

                “จันทร์ว่าพี่แก่?”

                “ก็เจิ้นสามสิบแล้วก็แก่ขึ้นหน่อยนึง จันทร์กลัวหงอกขึ้นหัวเจิ้นอ่ะ ไว้วันศุกร์จันทร์กลับไปดูให้ไหม? เอ๊ะ จันทร์สระผมให้ดีกว่า อาบน้ำกันเนอะ”

                “อืม... เอาสิ อาบน้ำกัน

                “เผื่อจันทร์สระเก่งจะเปิดร้านทำผมมั่ง แล้วเจิ้นมาเป็นลูกค้าวีไอพี”

                “ตกลงจันทร์อยากทำอะไรกันแน่”

                “จันทร์อยากทำทุกอย่าง เป็นนักธุรกิจ ร่ำรวยเงินทอง กิจการพันล้าน โหย เนี่ยยังมีอีกหลายอย่างเลยนะที่ยังไม่ได้ทำ ถ้าทำครบจันทร์รวยกว่าเจิ้นแน่ๆ”

                “รีบรวยแล้วมาเลี้ยงพี่นะมูนนี่”

                “อื้อออ เจิ้นจะขยันทำงาน”

 

                เจิ้นอมยิ้มมองคนจะขยันทำงาน ไม่รู้ยังอยากเป็นอยู่ไหมบล็อกเกอร์กระต่าย ผ่านมาหลายวันก็เงียบไปเรื่องนั้น นับเงินก็ไม่รู้ถึงไหน

                ล่าสุดก็โมโหจนร้องไห้งอแงทำเอาตกใจนึกว่าเกิดอะไรขึ้น...ลูกสาวท้อง

                น้องนุ่มกระต่ายกินช้าหน้าง่วงตั้งท้อง มันก็ไม่แปลกเพราะเลี้ยงรวมกับกระต่ายตัวผู้ กระต่ายอายุสามสี่เดือนก็สามารถมีลูกได้แล้ว คุณพ่อมือใหม่คงยังไม่ทันเลิกเห่อลูกสาว ยังไม่ได้เล่นบทคุณพ่อหวงลูกเท่าที่ควรเลยงอแง

                “แล้วน้องนุ่มเป็นไงบ้าง?”

                “พี่ๆให้แยกศรรามกับน้องนุ่ม เพราะกลัวน้องนุ่มเครียด มันเริ่มถอนขนตัวเองแล้วอ่ะเจิ้น เขาบอกว่ากระต่ายจะถอนขนมาทำรังแล้วก็อย่าเพิ่งไปยุ่ง อย่าไปจับ จันทร์เลยดูอยู่ห่างๆ”

                สีหน้าเป็นกังวล เจ้าจันทร์ห่วงน้องนุ่มมากและถึงจะชอบบ่นศรรามแต่ก็มักจะเอ่ยถึงศรรามตลอด การปล่อยเจ้าจันทร์มาอยู่หอคนเดียวในระยะแรกทั้งกังวล ทั้งเป็นห่วง

                พอน้องเข้าชมรมวิจัยกระต่ายก็วางใจ ทุกวันคุยกันก็มีแต่เรื่องกระต่าย...คงจะจริงที่ว่าคนนิสัยคล้ายกันก็จะมาจับกลุ่มกัน ทั้งๆที่สนิทกับคิว แต่ก็ไม่ไปทำกิจกรรมอะไรกับเพื่อนสนิทเท่าไหร่ เช้าก็ไปหาน้องนุ่ม เย็นก็ไปอีกรอบ

                สำหรับเจิ้นมูนนี่ไม่ได้โตขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่ค่อยๆเปลี่ยนไปทีละนิด จริงๆมูนนี่อาจจะโตขึ้นเรื่อยๆมาตั้งนานแล้ว แต่เพราะมันเป็นการก้าวเดินแบบเชื่องช้าทำให้ไม่ทันสังเกต

                เจ้าจันทร์เคยเป็นกระต่ายขี้กลัว การเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆก็ทำให้น้องเป็นกังวล ร้องไห้ หนีกลับบ้าน แต่ตอนนี้มันเริ่มน้อยลงไปทุกที

                มีหลายเรื่องที่ตอนนี้น้องทำสำเร็จได้ด้วยตัวเอง ทั้งการอยู่หอ การเลี้ยงกระต่าย แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ชวนปวดหัวกับความช่างคิด

                อย่างเช่นการเป็นแรบบิทบล็อกเกอร์ แผนใหม่อันเกือบล่าสุด เพราะอันล่าสุดจริงๆไม่รู้อันไหน กิจกรรมพวกนี้เขาไม่ห้ามถ้าน้องอยากทำ แต่ปัญหาคือล้มเลิกโครงการทุกที

                แต่มีอยู่หนึ่งโครงการที่ยั่งยืนมาตั้งแต่เด็กๆคือการเป็นเจ้าของช่อฟ้า

                ตั้งแต่ตอนประถมที่เข้าใจว่าการเป็นเจ้าของมันดูจากโฉนดไม่ใช่ป้ายชื่อที่ตัวเองตั้งใจวาดแปะห้องดูดาว น้องก็น้อยใจว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์อะไร งอนไปหลายวัน จะคว้าสินเชื่อหนีออกจากบ้าน ดีที่ต้อนนั้นลิฟต์ช่อฟ้าล็อคคีย์การ์ดไว้เพราะกลัวจันทร์กดลิฟต์เล่นแล้วหายไป เลยไปไหนไม่ได้หนีไปอยู่ในห้องน้ำ

                นึกถึงแล้วก็ขำ...ขนาดงอนก็ยังน่ารัก อยากเป็นเจ้าของช่อฟ้าทั้งๆที่ก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร สนใจเรื่องบริหารที่ไหน เครียดแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้

                สิ่งที่เจ้าจันทร์อยากได้นอกจากไอติมก็มีแต่กันดั้ม ต่อเป็นบ้าง มั่วบ้างต้องให้เลขาเอาไปจ้างคนมาทำต่อเพราะไม่งั้นก็ซึมที่ตัวเองต่อไม่เสร็จ

                เจ้าจันทร์ทำอะไรไม่ค่อยสำเร็จ เคยคุยกับจิตแพทย์เขาบอกว่าขาดแรงจูงใจอาจด้วยเพราะชีวิตมีทุกอย่าง ไม่เคยขาดอะไรเลย

            แล้วทำไมจะต้องขาดอะไรในเมื่ออยากได้อะไรเขาก็หามาให้ได้ เขารู้ว่ามันเป็นความคิดที่ค่อนข้างอวดดี แต่จะให้จันทร์ใช้ชีวิตลำบากไปทำไม? ต่อให้ช่อฟ้าล้มเขาก็มีเงินให้จันทร์ผลาญเล่นไปทั้งชาติ

                การเป็นผู้ใหญ่ก็แค่อยากให้พอจะมีภูมิคุ้มกันตัวเอง ไม่ไปโดนใครหลอก เขาไม่ได้คาดหวังว่าจันทร์จะต้องมาแบกความรับผิดชอบอะไรนักหนาในเมื่อทุกอย่างมันถูกสร้างไปแล้ว...จะอีกกี่ร้อยแผนที่จะล่มก็ช่างมันเถอะ

                ให้เลขากับป้าแม่บ้านช่วยกันสังเกตก็สรุปเหมือนกันว่านอกจากค่าเทอมกับค่าขนมที่ให้ทุกวัน...เจ้าจันทร์ก็ไม่เห็นอยากได้อะไรเลย ทฤษฎีลูกคนรวยผลาญเงินไปวันๆใช้ไม่ได้กับพระจันทร์รสนมของเขา

                ของเล่นที่ติดนักหนาก็มีแค่ตุ๊กตากระต่าย เสื้อผ้าก็ไม่สนใจ มือถือก็ไม่ค่อยเล่น กันดั้มก็นานๆทีจะซื้อ ดูแต่การ์ตูนช่องเคเบิล ตื่นเต้นสุดก็แต่ไปเข้าค่ายเพราะจะได้เล่าเรื่องผี

                เคยเครียดขนาดให้เขาช่วยหาเรื่องผีให้เพราะไม่รู้จะเล่าอะไรให้เพื่อนฟัง เพื่อนเจ้าจันทร์ก็มีแต่ลูกพนักงานวัยเดียวกันที่ออกทุนให้ เด็กกลุ่มนั้นก็ดันเป็นเด็กนิสัยคล้ายกันหมด กังวลว่าอาจจะสปอยล์จันทร์ด้วยซ้ำแต่ก็ไม่

                สังคมที่เลือกให้ก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนก็คือความโชคดีที่ไม่มีเรื่องชวนวิตกกังวลอยู่รอบตัวน้องเลย ยกเว้น...เรื่องแม่ ตอนนี้ก็จบไปแล้ว ภาพจากกล้องวงจรปิด ถึงทนายจะไม่เก่งก็ไม่มีสิทธิ์รอดไปไหนง่ายๆ

                เจ้าจันทร์ไม่ถามเรื่องแม่ แต่เขารู้ว่าน้องไม่ได้ลืม...อาจจะยังไม่กล้าถาม คงต้องรอทิ้งช่วงไปนานกว่านี้ เจ้าจันทร์เป็นคนที่ตัดสินใจได้แน่วแน่ ทั้งการเลือกจะไม่เจอแม่ ไม่ใจอ่อนไปไหนมาไหนด้วยจนฝ่ายนั้นต้องมาทำร้ายถึงในเขตช่อฟ้า การตัดสินใจของเจ้าจันทร์มันสวนทางกับเรื่องแผนการต่างๆที่เลี้ยวไปเลี้ยวมา ล้มเลิกไปไม่รู้กี่อย่าง...อาจจะเพราะน้องยังไม่ได้ติดสินใจจะเอาจริงเท่านั้นเอง

            ถ้าเจ้าจันทร์มั่นใจ...แม้แต่ช่อฟ้าก็คงถูกยึด

 

“อันนี้อร่อยมากเลยเจิ้น”

เจิ้นมารับผมตอนหกโมง เราจะไปกินข้าวกันที่โรงแรมใกล้ๆช่อฟ้า เป็นบุฟเฟ่ต์นานาชาติซึ่งผมกินได้ไม่เยอะหรอก แต่เจิ้นก็กินไม่เยอะเหมือนกัน มากินก็เหมือนชิมอย่างละนิดละหน่อย

ที่อยากมากินเพราะผมได้วอยเชอร์จากคิว คิวมาถ่ายโฆษณาที่นี่คราวก่อนแล้วทางโรงแรมแจกทั้งกองถ่าย คิวได้มาสองใบเลยเอามาให้ผม

แล้วผมจะไปชวนใครนอกจากเจิ้น มันน่ากินมากเลยจากในเว็บไซต์ เจิ้นไม่สนใจด้วยตอนแรกเขาบอกว่าไปกินร้านดีๆเลยก็ได้ พวกบุฟเฟ่ต์เกรดอาหารมันจะไม่ได้พรีเมี่ยมเท่าไหร่

แต่ผมก็อยากลองนี่ อยากเดินตักๆเลือกๆ ไม่เคยทำเลยอ่ะ ไปกินกับเจิ้นมีแต่คนมาบริการ ผมตะแง้วจนเจิ้นยอมพามา มันต้องจองก่อนด้วย

เราได้ที่นั่งในมุมค่อนข้างดี มีฉากบังตานิดหน่อยแต่ข้อเสียคือไกลจากไลน์อาหาร ผมตื่นเต้นมากเลยเพราะของกินเยอะไปหมด พอมันมารวมๆกันแบบนี้แล้วน่ากินกว่าต้องเลือกในเมนูอีก

“เอาอันนั้นได้ไหมอ่ะ”

“มา พี่ตักให้”

ผมถือจานเดินตามเจิ้น แต่ให้เจิ้นตัก เจิ้นก็ดูไม่ถนัดกับบุฟเฟ่ต์เหมือนกัน ผมว่าไม่ใช่แค่ผมหรอกที่มากินอะไรแบบนี้ครั้งแรก เจิ้นก็เหมือนกัน

คนมันค่อนข้างเยอะบางอย่างเราก็ต้องเข้าคิวกว่าจะได้ตัก มีของหมดด้วยอ่ะขนาดเป็นในโรงแรม อาหารแนวบุฟเฟ่ต์รสชาติมันก็เหมือนจะไม่ได้ดีทุกอย่าง อันไหนอร่อยก็อร่อยเลย อันไหนไม่อร่อยก็เฉยๆ

แต่สปาเก็ตตี้กุ้งอร่อยมาก พิซซ่าก็กรอบบางแบบที่ผมชอบ บ้านเราไม่กินแบบแป้งหนานุ่มเพราะมันย่อยยากแล้วผมก็เคยปวดท้องเพราะมันมาแล้ว

เจิ้นดูอึดอัด สั่งไวน์ก็ไม่มีแบบที่เจิ้นชอบ ผมพยายามชวนเจิ้นกินสลัดกุ้งเพราะมันอร่อย เขาก็ดูไม่เอ็นจอยเท่าไหร่ สรุปได้ว่าบุฟเฟ่ต์แบบนี้ไม่สมควรมาอีก เจิ้นไม่ชอบคนเยอะ

เวลากินข้าวเจิ้นก็ชอบนั่งในห้องส่วนตัว...ไม่น่าชวนเจิ้นมาเลยอ่ะ ถึงจะเป็นในโรงแรมแต่มันช่วงโปรโมชั่นมั้งคนถึงแน่นไปหมด

“เจิ้น...เปลี่ยนร้านไหม?”

“ไหนว่าอร่อย?”

“ไม่อร่อยแล้ว เราไปกินร้านอื่นกันเนอะ”

พอมันรู้สึกว่าเจิ้นไม่แฮปปี้ผมก็ไม่แฮปปี้แล้ว เราเป็นแฟมิลี่กันนะเราต้องแฮปปี้ไปพร้อมกันสิ ถ้าเจิ้นไม่มีความสุขผมจะมีความสุขคนเดียวได้ยังไง

เจิ้นดูโอเคขึ้นเมื่อเรามากินสเต็กเฮ้าส์อีกร้าน ก็อยู่ในโรงแรมเดียวกันแต่คนละชั้น ร้านค่อนข้างเงียบและเป็นส่วนตัว ที่สำคัญมีไวน์ที่เจิ้นอยากจะดื่ม

กินอาหารฝรั่งก็ต้องคู่กับไวน์ เจิ้นจะกินแบบนี้ตลอด ผมได้พิซซ่าถาดเล็กอันใหม่ กับสปาเก็ตตี้ครีมกุ้งที่อร่อยกว่า กุ้งก็ตัวใหญ่กว่า เจิ้นสั่งแซลมอนซาซิมิมาด้วย แม้จะเป็นสเต็กเฮ้าส์แต่ก็มีซูชิให้สั่ง

หลังจากจบมื้อเราไปเดินย่อยกันที่ช่อฟ้า ธนาคารมีสวนสวนกลางขนาดย่อมสำหรับพนักงานพักผ่อน เวลาไม่มีใครแล้วและลมก็ค่อนข้างดี

ผมหัวเราะไปกับเรื่องที่เจิ้นพูด อาจจะเพราะผมดื่มไวน์ไปสองสามแก้วแก้วเลยมึนๆนิดหน่อย เจิ้นบอกว่าผมเป็นมูนนี่ขี้เมา ก็ไม่ได้เมาบ่อยสักหน่อย เมากี่ทีก็อยู่กับเจิ้นตลอดนั่นแหละ

“เจิ้นไม่ชอบให้จันทร์เมาหรอ”

“เมากับพี่ได้ แต่กับคนอื่นพี่เป็นห่วง”

“งื้อออ จันทร์เมากับเจิ้นคนเดียว...เจิ้น จูบได้ไหม”

“ถ้าพี่บอกว่าไม่ได้?”

“ฮื้อออออออ ห้ามหวงนะ จันทร์จะจูบบบบบ เจิ้นเป็นของจันทร์ จันทร์จะจูบตอนไหนก็ได้ ห้ามขัดขืน!

 

                “เจิ้น ดีกันนะ จันทร์ขอโทษ”

                เจิ้นงอนอ่ะ...เพราะเมื่อคืนผมเมาแล้วผมทำอีท่าไหน่ไม่รู้หัวโหม่งปากเจิ้นจนปากเจิ้นเป็นแผลเลือดออก คุณยามหน้าตึกตกใจที่เจิ้นเลือดกลบปาก ส่วนผมเมาจำได้แค่ว่าตัวเองหัวเราะอย่างเดียว

                คุณป้าแม่บ้านก็ตกใจต่อเพราะว่าคุณยามโทรขึ้นไปโวยวาย พูดแค่เจิ้นเลือดออก เจิ้นเลือดออก เลยเรียกรถฉุกเฉินโรงพยาบาล

                ผมโดนพ่อบ่นยาวมาก เพราะพ่อก็โดนโทรตาม พ่อบอกว่าเจิ้นไม่ได้เป็นอะไรมากแต่วุ่นวายไปหมดเพราะผมล็อคคอเจิ้นไม่ยอมปล่อย พี่บอดี้การ์ดต้องมาช่วยแยกออกผมก็ยังกระชากหัวเจิ้นโวยวายไม่ให้เจิ้นไปไหน แล้วผมก็ร้องไห้เพราะคิดว่าจะมีคนขโมยเจิ้นไป

                สรุปคือกว่าเจิ้นจะได้ไปทำแผลก็ต้องยอมให้ผมกอดไปตลอดทาง พออารมณ์ดีผมก็กลับมาหัวเราะอีก วุ่นวายกันไปหมดจนผมหลับไปก่อนจะถึงโรงพยาบาล

                “เขยิบไป”

                “งื้ออ จะกอด”

                “จันทร์”

                “เจิ้นไม่อยากกอดจันทร์มั่งหรอ”

                เจิ้นทำหน้าลำบากใจ ปากเจิ้นยังแดงบวมตุ่ยๆ ผมรู้สึกผิดมากเลยแต่จะห้ามไม่ให้กอดเจิ้นมันก็ไม่ได้นะ อันนี้สิทธิ์ของผม อยากกอดต้องได้กอด!

                สุดท้ายเจิ้นก็ยอมให้ผมหนุบหนับ แล้วเขาก็บ่นว่าต่อไปจะไม่ให้ผมดื่มอีก ลิมิตแก้วเดียวพอเพราะเกินแก้วทีไรผมต้องงอแงไม่วิธีใดก็วิธีหนึ่ง

                “ช่วงนี้งดจูบ”

                อะไรนะ!!! วันหยุดของผมคือผมจะได้จุ้บเจิ้นนะ มันคือช่วงเวลาของการดูแลสุขภาพ มอนิ่งแคร์ ไนท์แคร์ แล้วเจิ้นก็งดอ้ะ ช่วงนี้ผมอยากจุ้บๆเจิ้นทุกวันด้วย

                หลังจากที่ผมเริ่มจะ...ไนท์แคร์ให้ตัวเอง มันก็ชักจะมี มอนิ่งแคร์ให้ตัวเอง เพิ่มมาด้วย ทำให้ผมอยากจะเจอเจิ้นเร็วขึ้นทุกสัปดาห์เลย

                แต่เจิ้นจะไม่จูบผม พอผมประท้วงเขาก็ชี้ปากบวมตุ่ยให้ดูแล้วยักคิ้วใส่ ฮึ่ย... แต่ถ้าเจิ้นไม่จูบผมแล้วผมจูบเจิ้นเองได้ไหม แบบว่าไม่ต้องตรงปาก แต่ขอจุ้บตรงอื่นหน่อยได้ไหมอ่ะ

                ถ้าไม่ให้แตะต้องเจิ้นเลยผมไม่โอเคนะ ผมต้องได้หนุบหนับอะไรเจิ้นบ้างสิ แบบว่าสักนิดสักหน่อย นี่ผมเก็บความคิดถึงมาตั้งหลายวัน

                ถ้าเจิ้นไม่ยุบยิบกับผม...งั้นผมก็จะยุบยิบเจิ้นเอง!

                           

                “จันทร์สระผมให้นะ ไปสระผมกัน”

                เจิ้นทำหน้าสงสัยใส่ผม แต่ผมไม่ทำตัวมีพิรุธหรอก ผมยิ้มแฉ่งเหมือนทุกทีนั่นแหละ บ้านเรามีอ่างน้ำแคบๆไม่ใช่แบบจากุชชี่หรูหราอะไรด้วยพื้นที่จำกัด ถึงจะอยู่ยอดช่อฟ้าแต่มันก็เหมือนห้องชุดคอนโด ไม่ได้กว้างมากเพราะพื้นที่นอกตัวบ้านที่มีทั้งเก๋ง ห้องดูดาว สระว่ายน้ำ น้ำตกจำลองอะไรพวกนั้นก็ใช้พื้นที่เยอะ

                ผมใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นเผื่อจะเปียก ส่วนเจิ้นนอนในอ่างไม่ยอมใส่เสื้อผ้าสักชิ้น โป๊หมดเลยอ่ะ ดีนะผมตีฟองสบู่จนฟูฟ่องเจิ้นเลยโผล่มาแค่ช่วงบน

                “พิงเลยครับคุณลูกค้า”

                “ผมพี่จะร่วงไหม?”

                เจิ้นพิงตัวลงมาหนุนตักผม ผมเจิ้นยาวมากแล้วก็สุขภาพดีทั้งๆที่เจิ้นไม่ได้ดูแลอะไร อาจจะเพราะไม่ไปยุ่งกับมันมากล่ะมั้งมันเลยไม่เสีย ต่างจากผมที่เส้นผมเริ่มจะแห้งเพราะทำสี

                “ขั้นตอนแรก ล้างน้ำก่อนนะ”

                การสระผมนี่มันไม่ง่ายเลย ผมนึกว่ามันจะง่ายแบบในหนังที่สระผมให้กันแต่ความเป็นจริงคือ ตัวผมเปียกไปหมดแล้วผมเจิ้นก็ยาวเกินไปทำให้ต้องตั้งใจล้างมาก ไม่พอ! ผมมัวแต่จะจับผมเจิ้นน้ำจากฝักบัวก็เลยพุ่งใส่หน้าเจิ้น

                “ง่ะ....”

                “พี่ว่า พี่สระผมให้จันทร์ก่อนดีไหม? แล้วจันทร์ค่อยจำมาสระให้พี่”

                “ก็ได้...”

                ถ้ามีเจิ้นทำให้ดูก่อนผมอาจจะสระเก่งขึ้น แบบว่าพอจะรู้จังหวะ ฝักบัวจะได้ไม่หันซ้ายหันขวาเองแล้วพุ่งใส่หน้าเจิ้นอีก

                ผมมานั่งโป๊จุมปุ๊กในอ่างแทนเจิ้น เอนตัวพิงตักให้เขาสระผมให้ มือของเจิ้นค่อนข้างใหญ่แต่มือเบามากเลย อาจจะเพราะผมสั้นด้วยหรือเปล่าเจิ้นล้างผมให้แปปเดียวก็เริ่มใส่แชมพู

                “ทำไมช่างทำผมร้านนี้สระดีจังเลย”

                “สบายล่ะสิ?”

                “งื้อ เกาอีก ตรงนั้น งื้อออออออ”

                เจิ้นขยับมือมานวดหูผม แล้วมือเขาก็นุ่มๆฟองมันก็เลยทำผมเคลิ้มไปหมด นิ้วเจิ้นบีบเน้นตรงติ่งหูทำให้ผมหลุดเสียงตลกๆออกมา ตัวก็เหมือนจะเบาๆ

                แบบนี้นี่เองคนเขาถึงชอบไปสระร้านตัดผมเพราะมันสบายสุดๆ เขามีบริการนวดไหล่แบบเจิ้นทำไหม? มือเจิ้นขยับมาบีบไหล่ให้ผมด้วย

                “จันทร์หันมานี่หน่อย...”

                “หือ”

                ผมพลิกตัวหันหน้าเขาหาเจิ้น และ...ตรงนั้นของเจิ้นที่ใหญ่กว่าตรงนั้นของผมก็อยู่ในระดับสายตาพอดี มือเจิ้นขยับเลื่อนขึ้นมานวดใบหูผมทั้งสองข้างพร้อมกัน และเหมือนเขาจะรั้งให้ผมแหงนหน้าขึ้นสบตา

                “เด็กดี...”

                “งื้อออ”

                ผมอยากจูบเจิ้นจัง... เวลาผมยาวๆของเจิ้นเปียกน้ำแล้วมันเซ็กซี่ หลังๆมานี้ผมมองว่าเจิ้นเซ็กซี่ขึ้นเยอะเลย หรือผมโตแล้วก็เลยรู้จักการจำแนกรูปลักษณ์มากขึ้น แบบว่าเจิ้นไม่ได้หล่อ...แต่เขาเซ็กซี่

                “จูบพี่หน่อย...”

                “ไหนว่าไม่ให้จันทร์จูบ”

                “ไม่ให้จูบปาก...แต่จูบตรงนี้ ได้ไหม?”

                ตรงนั้นของเจิ้น....จะว่าไปเจิ้นก็เคยให้ผมจูบตรงนั้นมาก่อน ก่อนที่เขาจะรดน้ำผมเหมือนรดน้ำต้นไม้ เจิ้นชอบให้จูบตรงนั้นหรอ?

                “นะ...พี่อยากให้จันทร์จูบ”

                “อื้อ...จันทร์ก็อยากจูบเจิ้น”

 

=======

รออยู่ใช่ไหมมมม 5555+ คือเรื่องมันเป็นแบบนี้

 

แบมโหลดไฟล์จากไดรฟ์มาแก้ไขก่อนอัพ แล้วพอโหลดก็ชอบลบไฟล์เลยเพราะเวลาเซฟซ้ำไปจะได้ไม่มีปัญหา ทีนี้คอมบริษัทโปรแกรมค้างก็เลยแจ้งฝ่ายไอที

ฝ่ายไอทีก็มอนิเตอร์เข้ามาจัดการโปรแกรม ซึ่งเขาก็ลบไฟล์ในโฟลเดอร์เดียวกันไปหมดด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้ แบมก็ถามว่ากู้ได้ไหม? เขาบอกไม่ได้อ่ะน้องแบม พี่กด ชิฟดีลีท

นิยายก็หาย งานก็หาย อันนี้ก็เลยช้าหน่อยเพราะพิมพ์ใหม่หมด เป็นตอนเดียวที่ไม่มีต้นฉบับ 555555+ ทั้งๆที่ตอนต่อๆไปก็พิมพ์ไว้แล้ว

รื้อความจำเยอะมาก คำพูดต่างๆ หายวับลับไปกับตา และจริงๆมันก็มีต่อหลังจากฉากจุ๊บนี้อีกแต่แบมไม่สามารถงัดอารมณ์มาแต่งซ้ำได้แล้ว ก็เอาเป็นว่า ต้องจินตนาการเอาเองนะคะ 555555555+

 

มูนนี่เริ่มมีอำนาจมากขึ้นละ ยุบยิบกับเจิ้นเองแล้วววว

 

ปล. สมุดทำบุญยังสั่งซื้อได้นะคะ ส่วนใครที่สนใจจะสมทบทุนอย่างเดียวไม่สั่งซื้อ สามารถโอนได้ที่พร้อมเพย์ 0873323661

ขอบคุณค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 387 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,205 ความคิดเห็น

  1. #13138 fuxxy (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 23:42
    ขำความรดน้ำ555555
    #13,138
    0
  2. #12952 K.white wine (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 10:34
    เจิ้นสอนอะไรน้องไปบ้างเนี้ย ทำไมน้องเป็ยนคนแบบนี้~~
    #12,952
    0
  3. #12645 Miki_milky (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:47
    อิพี่นี่ล่อลวงน้องสุดๆๆ
    #12,645
    0
  4. #12542 Orathaiks (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 23:02
    ล่อลวงน้องสุดๆ
    #12,542
    0
  5. #12333 Kamobee (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 12:22
    จูบบบบบบบบ งือออ
    #12,333
    0
  6. #12271 pcy921 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 21:07
    เรื่องล่อลวงน้องจันขอให้บอก 20+เจิ้นก็ล่อลวงได้
    #12,271
    0
  7. #12054 ojay2 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 22:12
    อื้อหือออออออออ เจิ้นนนนน
    #12,054
    0
  8. #11930 Aunchiree (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 15:54
    ฉันเหลือเเต่กายหยาบ
    #11,930
    0
  9. #11648 JaoJean (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 20:56
    เจิ้นมันร้ายยย ส่วนจันทร์นี่.....เห้อ เครียด
    #11,648
    0
  10. #11520 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 00:30
    ร้ายกาจทั้งคู่อ่ะ
    #11,520
    0
  11. #9188 Xialyu (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 14:27
    เดี๋ยวนี้เอาใหญ่เลยนะเจ้าจันทร์5555
    #9,188
    0
  12. #8659 gnawkezi~* (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 07:13
    ร้ายกาจนักนะเจิ้นให้จะนทร์จูบตรงนั้นอ่ะ
    #8,659
    0
  13. #8391 ดาร์คช็อกโกแลต (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 21:24
    อยากอ่านเรื่องลุงหยางกับพ่ออ่าาา
    #8,391
    0
  14. #8128 ฮ่อยจ๊อ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 00:09
    ง่าาา ฉากจุ้บบ
    #8,128
    0
  15. #6983 Tatangts 🐋 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 17:28
    น้องๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เจิ้นให้น้องจูบอาร๊านนนนนยยยยยย เจิ้นนนนนน
    #6,983
    0
  16. #6589 bugkeaw (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 13:40
    ชอบเวลาเจิ้นบรรยายถึงน้องอะ มันดูเอาใจใส่น้องไปหมด ชอบตรง ทำไมต้องให้น้องขาด ในเมื่อน้องอยากได้อะไรก็ให้ได้ จ้าาาพ่อคนรวย นี่คือสายเปย์ที่มากกว่าเปย์ที่เเท้ ฮึ้ยเขินนน เจิ้นร้ายกาจมากกก
    #6,589
    0
  17. #6567 love bb lava (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 17:14
    งื้อออออ จันทร์จูบเจิ้น แอ้ก!! น่ารักเกินไป มูนนี่คิดถึงเจิ้นทั้งเช้าทั้งเย็นเลยหรอ
    #6,567
    0
  18. #6559 มนุษย์สาววาย (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 20:52
    ใช่จ้าเจิ้นชอบตรงนั้นมากกกกกกกกกกก
    #6,559
    0
  19. #6541 pukiest (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 01:02
    โอยยยยยยยยย เอ็นดูมูนนี่ อ๊อยยยยย น่ารักมากกก ฮื่อออออ
    #6,541
    0
  20. #6537 ARMY_EXOL (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 18:23
    เจิ้นหลอกน้องจูบอีกแล้ววววว
    #6,537
    0
  21. #6534 tanpitcha_1414 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 17:54
    น้องงงง
    #6,534
    0
  22. #6469 NamKudos (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 23:17
    มูนนี่โตขึ้นมาก จนจูบตรงนั้นได้แล้ว โอย ลูก
    #6,469
    0
  23. #6355 2007Jy (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 14:46
    คุณตาจันทร์ 555 น่ารักมาก
    #6,355
    0
  24. #6351 booknochu (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 13:17
    มูนนี่เดี๋ยวนี้เอาใหญ่แล้วนะ อยากยุบยิบตลอดเล้ยยย
    #6,351
    0
  25. #6350 ViewWhale (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 11:02
    มูนนี่เริ่มโตขึ้นแล้วจริงๆ ถึงจะโตทีละนิดก็เถอะ 555555 มูนนี่กับเจิ้นนี่ยุบยับพอๆกันเลยนะ คึคึ ชอบบบ
    #6,350
    0