In Control...ในปกครอง (Yaoi)(END)

ตอนที่ 47 : Chapter III : Daddy Rabbit

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,749
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 495 ครั้ง
    21 ก.พ. 61

Chapter lll : Daddy Rabbit

                ผมลงรูปเจิ้นอุ้มศรรามลงเฟสบุ๊ก พ่อก็มาคอมเมนต์ว่าหน้าเหมือนเจิ้นเลย จะว่าไปก็คล้ายๆนะ ศรรามชอบทำหน้านิ่งๆต่างจากน้องนุ่มที่หน้าง่วงๆ เจิ้นอาจจะเหมาะกับการเป็นปะป๊าศรรามก็ได้

                “เจิ้นอยากเป็นแดดดี้ให้ศรรามไหม ตอนน้องนุ่มใจอ่อนกับศรราม แล้วถึงเวลาเหมาะสมเจิ้นก็ต้องมาสู่ขอน้องนุ่มกับจันทร์นะ”

                “จันทร์จะยกน้องนุ่มให้ลูกพี่หรือเปล่าล่ะ?

                “จันทร์ก็อาจจะต้องทำแบบในละคร โมโหๆหน่อย ให้ศรรามพิสูจน์ตัวเองว่ารักน้องนุ่มจริง”

                “จันทร์จะโมโหใส่พี่? มูนนี่ใจร้าย”

                เจิ้นยกมือบีบหูผม เสียงเขาตัดพ้อนิดหน่อย ใจผมเต้นตึกตึกเพราะเจิ้นยิ้ม ทำไมจะต้องเขินด้วยก็ไม่รู้ ผมเขินเจิ้นเยอะแยะมากเลย กับแค่เจิ้นมอง...หรือสัมผัส

                “ก็จันทร์ต้องหวงลูกสาวสิ”

                “แบบนี้ตอนพี่ไปขอจันทร์แต่งงาน อาตองจะยกจันทร์ให้พี่ไหม?

                “ต้อง! เพราะไม่งั้นจันทร์จะไม่ยกพ่อให้ลุงหยาง เอ๊ะ...ถ้าอย่างนั้นก็ทวงสินสอดพ่อไม่ได้สิเพราะจะเอาเรื่องแต่งงานของเราไปต่อรอง เหมือนพ่อโดนลุงหยางฉุดเลยอ่ะ เจิ้นว่า...พ่อโดนลุงทำมิดีมิร้ายหรือเปล่า แต่อาจจะนานแล้วก็เลยหายโกรธแล้ว ยอมอยู่ด้วยแบบฝืนใจแต่ก็ชินเลยอยู่ต่อไป”

                “คนที่ให้คำตอบจันทร์ได้ก็คงมีแต่อาตอง”

                “ลุงหยางควรแสดงออกว่ารักพ่อ เหมือนศรรามก็ต้องพิสูจน์ตัวเองเรื่องนูนู่...... พ่อก็อาจจะอยากให้เจิ้นพิสูจน์ตัวเองด้วยนะว่ารักจันทร์ ถึงเราจะรักกันอยู่แล้วแต่พ่อต้องรู้ด้วยนะ เจิ้นจะทำเพื่อจันทร์ใช่ไหม”

                ผมกอดแขนเจิ้นทำหน้าจริงจัง จริงจังมากๆด้วย เจิ้นยิ้มและพยักหน้าทำให้ผมสบายใจว่าเจิ้นจะรักผมต่อให้มีเงื่อนไขจากพ่อ เพราะผมก็จะไปให้ลุงหยางทำตามเงื่อนไขผมเหมือนกัน!

                ก็ไม่เอาสินสอดแล้วแต่ให้ทำตามเงื่อนไขของผม เพราะเรื่องสินสอดจะเอาไปอ้างตอนที่เจิ้นไปขอผมแต่งงานแทน ผมก็จะบอกพ่อว่าไม่ต้องเรียกสินสอดกับเจิ้นนะ เพราะตอนพ่อไปกับลุงหยางลุงก็ไม่เห็นจ่ายผมสักบาท! แต่มันเท่ากับว่าผมจะไม่ได้ค่าสินสอดซึ่งผมก็มีแผนสอง...ถ้าพ่ออยากให้ผมได้สินสอดพ่อก็ต้องห้ามใจร้ายกับเจิ้น ยอมให้เราแต่งกันดีๆ ไม่งั้นเงินสักบาทก็ห้ามเอาไป

                ผมเป็นคนดูแลเงินให้เจิ้นอยู่ ผมควรจัดสรรงบประมาณสินสอดด้วยตัวเอง พ่อต้องห้ามเรียกแพงเกินไปเพราะเจิ้นจะไม่มีเงินจ่าย แต่เผื่อได้เรียกจากลุงหยาง ลุงหยางก็ต้องจ่ายเยอะๆ เพราะพาพ่อผมไปอยู่แบบไม่ถูกต้องตั้งนาน มันควรจะมีค่าปรับส่วนนี้

                หลังจากให้อาหารน้องนุ่มและตัวอื่นๆเรียบร้อย ผมพาเจิ้นไปเดินเล่นในมหาวิทยาลัย เจิ้นไม่ได้เรียนที่นี่เขาจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศเพราะเจิ้นสอบติดคณะเศรษฐศาสตร์ของที่นั่น

                อีกเหตุผลคือไม่ไกลจากช่อฟ้านักเพราะเจิ้นจะได้ไม่ต้องรีบออกจากบ้านแต่เช้า ผมต้องไปโรงเรียนทุกวันเจิ้นก็จะนั่งรถไปส่งก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัย

                เราจูงมือกันเดินมาถึงคณะผม ผมชี้ให้ดูลานกิจกรรมที่ผมเคยมาเต้นท่าเขย่ามดลูกเมี่อตอนปีสอง เล่าให้เจิ้นฟังเรื่องจับสายรหัส

                “เจิ้นมีพี่รหัสไหม?

                “มี”

                “ติดต่อกันอยู่ไหมอ่ะ”

                “บ้าง....เขาไปทำงานธนาคาร....น่ะ”

                เจิ้นยิ้มขำเพราะผมทำตาโต ธนาคารประเทศนี้ก็มีไม่กี่แห่ง ทำงานคนละธนาคารก็เหมือนทำบริษัทคู่แข่ง เจิ้นบอกว่ามันเรื่องธรรมดา แต่ละธนาคารก็มีวิสัยทัศน์การดำเนินงานต่างกัน ก็แค่ทำธุรกิจประเภทเดียวกัน

                “จันทร์ไปทำธนาคารอื่นบ้างดีไหม?

                “เขาไม่รับจันทร์หรอก....เห็นนามสกุลก็ไม่ให้แล้ว ยี่ห้อช่อฟ้าขนาดนี้ ไปทำเขาระแวงเปล่าๆ”

                ความคิดที่ว่าผมอาจจะได้ฝึกประสบการณ์เป็นอันตกไป ก็เผื่อผมจะไปฝึกงานอ่ะ...เด็กฝึกงานเขาคงไม่ให้ทำอะไรยิ่งใหญ่ที่มีผลต่อความมั่นคงบริษัทหรอกใช่ไหม ก็คงจะแบบทำตำแหน่งเล็กๆ

                “มันจะกลายเป็นคำถามว่าทำไมไม่ฝึกที่ธนาคารตัวเอง....อยากฝึกก็มาทำที่ช่อฟ้า ตำแหน่งเยอะแยะ....จะได้กินข้าวกลางวันด้วยกัน ไม่อยากกินข้าวกับพี่หรอ?

                “งื้อออออ งั้นทำกับเจิ้นดีกว่า ชวนคิวด้วยได้ไหม? ไม่รู้คิวอยากทำธนาคารหรือเปล่า”

                ปีสี่เทอมแรกผมต้องหาที่ฝึกงาน ก็คงยื่นเรื่องมาที่ช่อฟ้านี่แหละ ก็คงแบบที่เจิ้นว่าผมไม่น่าจะไปที่อื่นได้เพราะเขาคงไม่รับ พวกบริษัทโบรกเกอร์หลักทรัพย์ หรือไฟแนนซ์ก็ไม่ใช่ที่ผมสนใจ ก็เจิ้นทำธนาคารผมก็ต้องอยากทำธนาคารเหมือนเจิ้นอยู่แล้ว

                “แล้ว...จันทร์ทำตำแหน่งอะไรดีอ่ะ? ทำในแบงค์สาขาช่อฟ้าดีไหม นับเงินลูกค้าตรงเคาน์เตอร์ จันทร์เริ่มนับเก่งแล้วนะ ฝึกทุกวันเลย”

                “มาทำในสำนักงานดีกว่า....ผู้ช่วยเลขาก็ว่าง”

                “มีตำแหน่งนี้ด้วยหรอ?

                ผมเคยเห็นแต่เจิ้นมีเลขา ไม่เห็นเคยมีตำแหน่งผู้ช่วยเลขาเลย เพราะเจิ้นมีเลขาประจำอยู่แล้วสี่คน นี่ยังมีสำนักเลขาของธนาคารด้วยมาแทนพี่ๆเวลาพวกพี่ๆอาจจะไม่ว่างหรือลาหยุด บางทีก็ไปแทนเลขาของฝ่ายบริหารคนอื่นด้วย

                “ก็...มี”

                “เด็กฝึกงานทำได้ด้วยหรอ?

                “ได้สิ จันทร์อยากเป็นผู้ช่วยเลขาพี่ไหม?

                “อื้อ! จันทร์อยากเป็น งั้นจันทร์เอาอันนี้นะ ต้องนั่งหน้าห้องเจิ้นแบบพี่ๆใช่ไหม? หรือว่าไปนั่งในสำนักเลขาของเจิ้นอ่ะ เผื่อจันทร์จะได้ไปช่วยผู้บริหารคนอื่น”

                “หน้าห้องพี่สิ ตำแหน่งคนอื่นไม่มีผู้ช่วยเลขาหรอก”

                “โอเค อันนี้แหละ เย้ จะได้ทำงานกับเจิ้นแล้ว”

                ผมกอดแขนเจิ้นแน่น รู้สึกดีที่จะได้ทำงานที่ตัวอยากตั้งใจไว้ ไม่คิดเลยว่าจะได้เป็นเลขาเจิ้นเพราะทุกคนเก่งๆกันทั้งนั้น แต่ไม่แน่นะในฐานะเด็กฝึกงานผมอาจจะทำงานสู้คนเก่งๆได้แล้วก็แบบได้พิจารณาเข้าทำงานเลย

                แล้วก็เป็นผู้ช่วยเลขาไปก่อนค่อยสะสมประสบการณ์ผมก็คงได้เป็นเลขาเต็มตัว แล้วก็เข้าประชุมกับเจิ้น ไปทำงานกับเจิ้น อยู่กับเจิ้นทั้งวัน

                “ยิ้มอะไรหืมมูนนี่?

                “จันทร์ดีใจ จะได้อยู่กับเจิ้นทั้งวันเลย อยากปีสี่เร็วๆจัง”

                “แต่ธนาคารพี่คัดเกรดเฉลี่ยคนเข้าทำงานนะ”

                “ง่ะ....ใช้เส้นได้ไหม?

                “ไม่ได้”

                “งื้ออออออออ ให้จันทร์คนนึงเอง เจิ้นจะใจร้ายกับจันทร์จริงๆหรอ จันทร์คิดถึงเจิ้นทุกวันเลย รักเจิ้นม้ากมากด้วย คะแนนสอบอาจจะน้อยแต่คะแนนความรักนี่เอบวกบวกบวก”

                “คะแนนความรักเยอะแบบนี้เหมาะกับตำแหน่งอื่น”

                “หือ ตำแหน่งอะไร”

                คนรักของพี่

                “เราก็เป็นคนรักกันอยู่แล้วไม่ใช่หรอ จันทร์รักเจิ้นจะตาย”

                “วันไหนไม่รัก...พี่จะขังจันทร์ไว้ไม่ให้ออกไปไหนอีกเลย

 

                ตอนเย็นเราไปชมรมกระต่ายกันอีกรอบ มีจังหวะที่น้องนุ่มอ้าปากหาวด้วย ผมตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยเห็นกระต่ายหาว ผมคุยกับเจิ้นเรื่องการรีวิวกระต่ายของผมว่าจะใส่พวกเรื่องกระต่ายในชมรมไปก่อน

                เจิ้นบอกว่าผมต้องวางแผนดีๆว่าอยากนำเสนอเนื้อหาอะไรก่อน การรีวิวก็เหมือนการพรีเซ้นต์งาน เราต้องรู้เนื้อหาจริงๆเพราะไม่งั้นเนื้อหาที่นำเสนอก็ไม่ได้ให้ประโยชน์กับใครเพราะไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน

                ไอเดียของผมคือผมอยากทำเป็นสตอรี่ เหมือนมีตัวเอกเป็นน้องนุ่ม อะ...ศรรามด้วยก็ได้เพราะยังไงศรรามก็มาอยู่ในความดูแลของผมแล้ว

                “พวกกระต่ายมันเล่นบทบาทสมมุติไม่ได้เหมือนคน จะเอามันมาออกกล้องไม่ง่ายนะจันทร์ เราบังคับเขาไม่ได้”

                “งั้นจันทร์เอาเป็นรูปถ่ายก่อนได้ไหม?

                “ก็ต้องเขียนเป็นคอนเทนต์ แบบเพจให้ความรู้ ลองไปดูเพจหุ้นสิ วิธีที่เขาเขียนวิเคราะห์ แล้วก็มาใช้ภาษาตัวเอง แทรกพวกรูปกระต่ายเข้าไป”

                “จันทร์เขียนไม่เก่งอ่ะ...เจิ้นช่วยจันทร์หน่อยสิ”

               

                หลังจากออกไปกินข้าวที่เซ็นเตอร์ ผมกลับมาตะแง้วให้เจิ้นช่วยผมคิดคอนเทนต์รีวิวกระต่าย เจิ้นบอกว่าก็เหมือนเขียนเรียงความ แต่ผมเรียนนานาชาติมาอ่ะ...ภาษาไทยมีเรียนอาทิตย์ละวันเองทำให้ผมไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าตัวเองจะสะกดถูกต้อง คือคำง่ายๆมันก็ได้แหละ แต่คำยากๆแบบสระเยอะๆผมก็ไม่ชัวร์

                “จันทร์พูดแล้วเจิ้นพิมพ์ตามได้ไหมอ่ะ”

                “งั้นมันก็เหมือนงานพี่ด้วยสิ? จันทร์อยากเป็นแรบบิทบล็อกเกอร์ มันก็ต้องเริ่มจากตัวจันทร์ก่อน”

                “งั้นเป็น เจิ้นจันทร์แรบบิทบล็อกเกอร์ ก็ได้... แบบว่าเราทำด้วยกันไง”

                เจิ้นขำแต่ก็ไม่ยอมพิมพ์แทนผม เจิ้นบอกผมต้องหัดทำด้วยตัวเอง เป็นการพิสูจน์ความตั้งใจของผมด้วย ช่วงนี้ผมมีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบเยอะแยะไปหมดเลย ทั้งหัดดูแลตัวเอง ทั้งหัดนับเงิน เลี้ยงกระต่าย แล้วยังต้องมาหัดเขียนเรียงความภาษาไทยอีก ทำไมเจิ้นไม่ส่งผมเรียนโรงเรียนธรรมดาล่ะ ค่าเทอมก็ถูกกว่า ผมจะรีวิวเป็นภาษาอังกฤษก็ไม่ได้นะเพราะไม่ใช่ทุกคนที่เก่งภาษาอังกฤษ เอ๊ะ หรือผมจะเปลี่ยนไปเขียนนิทานภาษาอังกฤษ?

                เป็นแรบบิทไรท์เตอร์แทน ง่ะ...แต่มันก็จะไม่ดังแบบเน็ตไอดอลอ่ะดิ ปวดหัวจัง...พอคิดแล้วมันง่ายแต่พอลงมือทำแล้วมันก็ยากแฮะ

                ผมพิมพ์ก๊อกๆแก๊กๆไปเรื่อย เริ่มจากเล่าเรื่องน้องนุ่มก่อน แล้วผมก็เจอปัญหา....มันตัน มันเขียนต่อไม่ออก แล้วเหมือนหัวสมองว่างเปล่า

                การจะเขียนอะไรสักอย่างมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด พวกนักเขียนเขาเขียนหนังสือยาวๆกันจบเล่มได้ยังไงกัน ผมได้ห้าบรรทัดก็หมดเรื่องจะเขียนแล้วอ่ะ

                สุดท้ายก็ต้องหนีออกจากหน้าโน๊ตบุ๊กไปนอนหนุนตักเจิ้นบนเตียงแทน เจิ้นนั่งพิงหัวเตียงดูพอร์ตหุ้นในไอแพด ผมสงสัยว่าเจิ้นลงทุนในพอร์ตกี่บาท เพราะเขาขายทีได้กำไรเยอะตลอด เหมือนจะเคยได้ยินพี่ๆเลขาพูดกันว่าเจ้านายลงทุนเก่ง เจิ้นลงทุนกับอะไรบ้างนะนอกจากหุ้น

                ลงทุนกับจันทร์ไง

                “หา กับจันทร์หรอ? เจิ้นอาจจะเจ๊งได้นะ แบบว่าไม่ได้กำไรคืนสักบาท จันทร์ไม่น่าจะเป็นกำไรของเจิ้นได้เลยอ่ะ ถอนทุนออกไปเลย เจ๊งแน่ๆ ไม่ได้ๆ”

                ผมส่ายหัวบนตักเจิ้นจนผมกระจุยกระจ่าย แต่เจิ้นก็ดูยิ้มๆเขาบีบจมูกผมด้วย

                “พี่ได้กำไรจากจันทร์เยอะจะตาย”

                “จันทร์หาเงินไม่ได้สักบาทเนี่ยนะ”

                “จันทร์ให้ความสุข เงินร้อยล้านก็ซื้อความสุขไม่ได้...แต่จันทร์ให้พี่ได้”

                “แต่จันทร์ว่า...มีเงินร้อยล้านนี่จันทร์จะแฮปปี้มากเลย จันทร์จะซื้อฟาร์มกระต่าย! นูนู่เต็มฟาร์มไปหมด จันทร์คงแฮปปี้เอฟวรี่เดย์ จันทร์รักเงินนนนนน”

                “โธ่มูนนี่....มีพี่เป็นความสุขอย่างเดียวของจันทร์ไม่ได้หรอ?

                “เจิ้นก็เป็นที่หนึ่งไง แต่มีอันอื่นเป็นที่สองที่สาม”

                “พี่อยากเป็นลำดับเดียวของจันทร์”

                “เจิ้นจะยึดทุกลำดับไม่ได้นะ เอาที่หนึ่งไปแล้ว ชนะแล้ว”

                “แล้วที่สองที่สามเป็นใคร? กระต่าย?

                เจิ้นยิ้มแต่เขาก็บีบหูผม เจิ้นขี้หึงตลอดนั่นแหละ สินเชื่อก็หึง กระต่ายก็หึง เสื้อผ้าก็หึง หึงเยอะหึงแยะ ยุบยิบไปหมด จริงๆเจิ้นอาจจะไม่ได้หึงเยอะ แต่แค่อยากแกล้งผม คนอะไรจะหึงตุ๊กตา หึงกระต่าย มีแต่คนบ้านั่นแหละ

                “น้องนุ่มมมมม กับสินเชื่อ”

                “คะแนนห่างจากพี่เยอะไหม?

                “ก็ใกล้ๆกันมั้ง....อ้ะ เจิ้นนน กัดหูจันทร์ทำไมมม”

                ผมว่าเจิ้นชักจะเกินเบอร์อ่ะ งอแงกับผมมากเลยกับแค่คะแนนใกล้ลำดับสองและลำดับสาม เจิ้นยุบยิบๆจนผมเหนื่อย ต้องยอมให้เจิ้นเป็นที่หนึ่งคนเดียวห้ามมีที่สองที่สาม

                คราวนี้เจิ้นไม่ได้เข้ามาเพราะผมยังเจ็บๆอยู่ เขาก็แค่ใช้มือผมกับมือเขา...

                ว่าด้วยเรื่องการใช้มือ...ผมแอบทำเองด้วยอ่ะ...ผมลองไนท์แคร์ตัวเอง วันนั้นผมคุยกับเจิ้นแต่ไม่ได้วิดิโอคอลแล้วผมก็เหมือนจะอยากให้เจิ้นไนท์แคร์ ในหัวมันมีจินตนาการเยอะแยะ....ตอนที่เจิ้นกับผมไนท์แคร์กัน ตอนที่เขาเข้ามา

                แล้วร่างกายผมมันก็แปลกไป มันไม่เป็นตัวเอง มัน...มันงื้อออออ แล้วผมก็ลองแตะ...มันไม่เหมือนกับที่เจิ้นทำให้แต่พอหลับตาแล้วคิดถึงเจิ้นมือผมก็ขยับไปเอง

                ลมหายใจมันติดขัดเหมือนกัน....เหมือนจะโบยบินแต่ไม่ได้บินสูงมากนัก....ก็แค่โล่งตัวและเฉอะแฉะ แต่ผมไม่ได้ทำบ่อย ก็...แบบนานๆครั้ง เวลาที่คิดถึงมากๆ

                ผมไม่กล้าบอกเจิ้น....กลัวเขาไม่พอใจ แล้วผมก็อาย...เพราะมันแปลกๆอ่ะ แปลกที่ผมคิดถึงเจิ้นจนมันทนไม่ไหว ผมก็เพิ่งรู้ว่าคิดถึงเจิ้นมากมายขนาดนี้

                มันเหมือนมีอะไรไม่รู้จะระเบิดตลอดเวลาจากข้างใน และมันก็มีแค่วิธีนี้ที่ทำให้ผมหายได้....ภาพเจิ้นในจินตนาการมักจะเป็นตอนที่เขาอยู่เหนือตัวผม...กัดหู...และกัดนม

               

“จันทร์...”

                “อื้อออ เจิ้น”

                เจิ้นดันตัวขึ้นเล็กน้อยมองคนในอ้อมกอดที่เพิ่งผ่านการทำรักภายนอกมาด้วยกัน แต่อยู่ๆเจ้าจันทร์ก็ขยับตัวไปมาจนต้องลุกขึ้นมาดู ใบหน้าเนียนแดงระเรื่อเหมือนจะหอบเล็กน้อย...เสียงกระซิบเรียกชื่อแผ่วๆกับสองมือที่ยกขึ้นแตะใบหน้าเขา

                “อยากได้อะไร หืม เด็กดี...”

                เขารู้ว่าน้องเป็นอะไร...รู้แน่ชัดเพราะขาขาวที่ขยับเข้ามาเสียดสี เจ้าจันทร์ไม่เคยเริ่มก่อนนี่อาจจะเป็นครั้งแรกๆ...ที่น้องเรียกร้อง

                “จันทร์ จันทร์ไม่รู้...”

                เจิ้นโอบเอวบางที่ซุกเข้าหาตัวเอง รู้สึกสงสารแต่กลับพึงพอใจกับอากัปกิริยาเหล่านี้เป็นบ้า

                เจ้าจันทร์ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร เพราะเขาจำกัดความเรื่องเหล่านี้ไว้ในไนท์แคร์...น้องไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองเป็นคือการมีอารมณ์ทางเพศ ทั้งๆที่เพิ่งทำไปสองรอบ มันอาจจะเป็นแค่ภายนอกเพราะร่างกายเจ้าจันทร์เองนั้นยังไม่พร้อม...แต่กลับมาเรียกร้อง...และใช้วิธีแสนน่ารักอย่างการช้อนตาขึ้นมามองอ้อน

                ปะป๊าน้องนุ่มเหมือนกลายเป็นกระต่ายไปกับลูกสาวเสียแล้ว ตาโตรื้นน้ำหอบกระชั้นพึมพำเรียกชื่อเขาซ้ำๆ ทำไมน่ารักแบบนี้หืม...

                “อยากให้พี่ทำอะไร”

                “จันทร์ จันทร์งื้อออ”

                มือแกล้งบดคลึงใบหูเล็กบีบนวดเบาๆก็เรียกเสียงครางหวานจากคนในอ้อมแขน อยากจะให้เจ้าจันทร์เรียกร้องด้วยตัวเองมากกว่าที่เขาจะพูดนำไปก่อน

                เพราะเวลาอ้อน...มูนนี่ของเขาน่ากินไปทั้งตัว

                “กัด...จันทร์อยากให้กัด ฮึก...กัดนะ กัดจันทร์”

 

                เรียวขาขาวถูกมือหนาดันขึ้นก่อนร่างของเจิ้นจะเขยิบลงไปตรงกลาง...ปลายลิ้นอุ่นแตะช่องทางบวมช้ำเบาๆ ร่างบางเปล่าเปลือยสะดุ้งเมื่อลิ้นร้อนไล้ชิมจนชุ่มฉ่ำก่อนจะสอดเข้ามาข้างใน

                “อ๊า....เจิ้นน”

                ขาพยายามหุบลงตามสัญชาตญาณแต่ความเป็นจริงกลับทำไม่ได้เพราะมีมือหนารั้งเข่าไว้ให้อ้าออก ความชื้นฉ่ำเขยิบออกมาที่ต้นขาด้านใน...ขบเม้มและกัดจนเจ็บแต่เป็นความเจ็บที่เรียกร้องให้ทำให้เจ็บอีก

                ร่างกายเหมือนไม่เป็นตัวเอง...ยิ่งฟันคมขบไล้ขึ้นมาที่แผ่นท้องเหมือนจงใจละเว้นตรงกลาง...จุดรวมอารมณ์แปรปรวนจนอยากร้องประท้วงแต่เสียงที่ออกมากลับเป็นแค่เสียงครางผะแผ่ว

                “อื้ออออ”

                สองมือเล็กขยุ้มกลุ่มผมยาวเมื่อเจ้าของกำลังตวัดลิ้นดูดชิมจุดแดงทั้งสองข้าง...เสียงดูดดังชัดอย่างน่าอาย แต่ยิ่งดูดก็ยิ่งควบคุมตัวเองไม่อยู่ ร่างกายบิดไปมาเพราะความรู้สึกแปลกๆที่ไม่รู้มันคืออะไร

                “เจิ้น...อื้อ...จันทร์ จันทร์ไม่ไหว”

                “อืม....พระจันทร์กลิ่นนมของพี่”

                หรือเพราะตัวเองจะมีกลิ่นนมแบบที่เจิ้นว่า....เจิ้นก็เลยดูดไม่เลิก....จนเกือบจะโบยบิน

                นิ้วแข็งแรงสอดเข้ามาด้านใน ลึกกว่าที่ลิ้นอุ่นเข้ามาเมื่อครู่...ลึกจนแตะจุดแปลกประหลาดภายในที่ทำให้แอ่นตัวขึ้นเพียงแค่แตะมันเบาๆ

                ร่างกายเหมือนเป็นของคนอื่น มันควบคุมอะไรไม่ได้เลย....เสียงทุ้มข้างใบหูไพเราะราวกับเสียงสวรรค์ ก่อนความแข็งขันจะค่อยๆแทรกผ่านเข้ามา....

                เจ็บ...แต่กลับส่ายหน้าปฏิเสธคำถามที่ว่า ... “ให้พี่หยุดไหม?”

                มันเจ็บ...แต่ก็ต้องการ อยากให้เจิ้นเข้ามา เข้ามาลึกกว่านี้ ลึกอีก...

                “เจิ้น เจิ้น...ฮึก...”

                มันย้อนแย้งไปหมด....มันสบสน....หัวว่างเปล่าจนคิดอะไรไม่ออกเพราะมัวแต่ต้องไปที่นัยน์ตาสีเข้มของเจิ้น เสียงเรียกชื่อตัวเองจากปากเจิ้นช่างน่าฟัง....

                “พระจันทร์ของพี่”

                รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนสำคัญ เป็นสิ่งที่มีค่า...เป็นที่รักของเจิ้น...

                อ้อมกอดของเจิ้นช่างอบอุ่นจนไม่อยากขยับออกไป อยากให้เจิ้นกอดแบบนี้ กอดแน่นๆ...กอดไปตลอด น้ำของเจิ้นเต็มล้นอยู่ข้างในแต่ก็ยังไม่อยากให้เจิ้นขยับออกไปไหน จนต้องเรียกร้องให้เจิ้น...กัดอีก

                กัดอีกนะ....กัดจันทร์อีก...กัดเยอะๆ...อยากให้เจิ้นกัด

 

                เจิ้นตื่นมาอีกทีเกือบตีสี่เพราะอุณหภูมิของคนในอ้อมกอดที่สูงขึ้น มือหนาแตะลงบนหน้าผากเนียนก่อนจะถอนหายใจ การถูกกอดติดต่อกันสองวันทำให้เจ้าจันทร์ป่วย และวันนี้ไปเดินเล่นมาทั้งวันอีก

                มือเอื้อมไปหยิบมือถือบนหัวเตียงเพื่อโทรเรียกเลขาและบอดี้การ์ด เขาไม่ได้ให้บอดี้การ์ดติดตามตลอดเวลาเพราะไม่ได้ชีวิตอันตรายขนาดนั้น ถ้าเวลาส่วนตัวนอกจากเรื่องงานก็จะมีแค่อยู่กับเจ้าจันทร์อยู่แล้ว

                เลขาประจำตัว...เอ็ม เงินเดือนเกือบแสนที่ถูกเขาใช้จนคุ้ม ไม่เคยปิดโทรศัพท์ ตามตัวได้ตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกันแค่บอกว่าจันทร์ไม่สบาย ไม่ต้องให้พูดเยอะ

                เอ็มรู้ว่าเขาอยู่ไหน...และไม่นานรถตู้จากช่อฟ้าก็มา บอดี้การ์ดรับหน้าที่ขับรถของเขากลับไป จราจรยามเช้ามืดไม่ติดขัดเลยสักนิด สามสิบนาทีก็มาถึงช่อฟ้า คุณหมอก็รออยู่แล้ว

                สีหน้าลำบากใจของหมอหลังจากตรวจเสร็จทำให้เจิ้นเข้าใจสถานการณ์ได้ไม่ยาก เพราะคนทำให้น้องป่วยก็คือตัวเขาเอง ไม่สิ...มีผู้ร่วมขบวนการเป็นคนป่วยเองนั่นแหละ รอบหลังเขาไม่ได้เริ่มก่อน

                “ในฐานะหมอ...ขอพูดว่าอย่ารุงแรงสิครับเจิ้น”

                โชคดีที่ในห้องมีแค่เขา หมอ คนป่วยและเอ็มเลยไม่ต้องอายใครมากนัก

                เจิ้นแค่พยักหน้ารับก่อนจะอธิบายวิธีการใช้ยาทั้งแบบทา...และแบบสอด พวกรอยกัดก็ต้องทายาเพราะมันห้อเลือด เขากัดน้องแรง...แต่น้องชอบก็เลย...ตามใจเยอะไปหน่อย

                “เจิ้นก็ทาด้วยนะครับ มีรอยฟันที่คอเหมือนกัน”

                คุณหมอกลับไปแล้ว แต่เลขายังอยู่ เจิ้นหันไปมองเลขาที่ยกนิ้วขึ้นแตะคอตัวเองเหมือนจะบอกว่าเขามีรอยตรงไหน และมือก็ยกขึ้นแตะตามโดยอัตโนมัติ

                “ต้องใส่ชุดจีนไปก่อนสักวันสองวันครับเจิ้น กับคุณจันทร์...ต้องหักห้ามใจบ้างนะครับ คุณจันทร์ไม่ได้สุขภาพแข็งแรงเหมือนเจิ้นนะครับ”

                “จันทร์เริ่ม”

                “ต้องเข้มแข็งและอดทนครับ”

                เจิ้นมองเลขาตัวเองด้วยสีหน้ารำคาญ แต่กลับได้รอยยิ้มรู้ทันกลับมาแทน การมีเลขารู้ใจก็แลกมากับการที่เราได้คนที่รู้จักเราดีที่สุดมาอยู่ข้างกาย

                “มันยากครับ...แต่ต้องทำให้ได้ ไม่งั้นคุณจันทร์ก็จะป่วยแบบนี้เรื่อยๆ”

                “เลิกบ่นสักที”

                บางทีเลขาก็มักจะมาในรูปแบบของผู้ปกครอง ที่เอ็มอยู่มานานที่สุดคงเพราะรู้ว่าเวลาไหนต้องทำตาม เวลาไหนต้องเตือน เวลาไหนต้องให้กำลังใจ เขามีเพื่อนน้อย นอกจากกลุ่มเพื่อนที่นานๆเจอกันก็คงมีเอ็มอีกคนที่เป็นเพื่อน

                “เอ็ม”

                “ครับเจิ้น”

                “จันทร์กำลังโตขึ้น...”

                “เราทุกคนย่อมโตขึ้นทุกวันครับ จะช้าจะเร็วคนทุกคนก็ต้องเป็นผู้ใหญ่”

                “...”

                “เจิ้นไม่ต้องห่วงหรอกครับ คุณจันทร์ไม่ไปไกลจากเจิ้นหรอก คุณจันทร์อาจจะเรียนรู้ไปได้ช้าๆ แต่คุณจันทร์เป็นคนเข้มแข็งครับ ความสนใจของคุณจันทร์ก็มีแต่เรื่องรอบตัวของเจิ้น ในฐานะคนนอกที่อยู่สิงคโปร์มาด้วยกัน....คุณจันทร์รักเจิ้นมากครับ”

                “จันทร์ไม่เข้าใจด้วยซ้ำ...ว่ารักแบบไหน”

                ความรักบางทีก็อย่าไปหาเหตุผลกับมันมากเลยครับ ก็แค่รัก...

                ตาคมเงยหน้าจากคนหลับสนิทบนเตียงขึ้นมาสบตาเลขาคนสนิทอีกครั้ง เลขาของเขาแก่กว่าสองปี ทำงานให้เขาตั้งแต่อายุยี่สิบห้า เจ็ดปีแล้วที่เอ็มยังอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน

                “พูดดี...จีบติดหรือยัง?

                หลุดยิ้มกับสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเลขาคนสนิท อยู่กันมานานทำไมจะดูไม่ออกว่าเลขาตัวเองแอบมองใครเป็นพิเศษ มองมานาน...จนเขาสงสัยว่าหลายปีที่ผ่านมาความสัมพันธ์มันคืบหน้าบ้างไหม

                “ผมยังอยากทำงานเต็มที่อยู่”

                “สามสิบสองแล้ว”

                “เจิ้นก็สามสิบแล้วนะครับ ระงับอารมณ์รุนแรงด้วย...ทำเป็นวัยรุ่นไปได้ คุณจันทร์ลำบากแย่”

                “ไสหัวไป”

                “ขอตัวครับ”

                เจิ้นถลึงตาใส่เลขาที่รีบเดินออกจากห้องไป พอกลับมามองเจ้าจันทร์ก็ทำเอารู้สึกปวดหัว...ใช่ เขาอายุสามสิบแล้วไม่ควรหวั่นไหวกับแค่ถูกน้องอ้อน

                แต่เรื่องแบบนี้ใครจะทนไหว พระจันทร์รสนมหอมกรุ่นไปทั้งตัว เสียงเล็กๆที่เรียกร้อง...และเอ่ยชื่อเขาซ้ำๆ ก็ทำเอาอยากกินน้องไปทั้งตัว

และเจ้าจันทร์เป็นฝ่ายเริ่มก่อน...ท่าทีเงอะงะด้วยความไม่รู้ มันช่าง....

                “เฮ้อ...”

                จะให้อดทนกับเจ้าจันทร์...ยกช่อฟ้าให้มิสเตอร์หยางเช่ายังง่ายกว่า

======

ตั้งแต่เข้าสู่ช่วงภาคหลัง...พี่เจิ้นก็ยุบยิบน้องเยอะมากกกกกกกกกกก มูนนี่ก็เริ่มจะเป็นงาน คูมแม่ๆช่วยกันปัดแมลงทีค่ะ เจิ้นชักเยอะละนะ น้องป่วยเลยเห็นไหม คราวหลังมาแซ่บกับเรานี่ 5555+

ตกลงไม่เป็น จันทร์ แรบบิทบล็อกเกอร์แล้วนะ เป็น เจิ้นจันทร์ 55555 รอดไหมเนี่ยมูนนี่ หนทางการเป็นเน็ตไอดอลของหนู รีวิวกระต่ายได้ห้าบรรทัด

ให้กำลังใจมูนนี่โดยการกดไลค์แฟนเราได้นะคะ สัญญาจะให้น้องโตไวๆ (โฆษณาชวนเชื่อและหลอกลวง) อิอิ

ขอบคุณทุกเม้นจ้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 495 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,205 ความคิดเห็น

  1. #13137 fuxxy (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 19:04
    เจิ้นไม่หักห้ามใจเลย
    #13,137
    0
  2. #13094 fayfai2302 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 11:37
    เขินอยู่คนเดียวอ่ะเรา งื้อออ แบบน้องจันทร์ แต่น่ารักไม่เท่า 555555
    #13,094
    0
  3. #12951 K.white wine (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 22:10
    เจิ้นหมอบอกว่าเบาๆนะเจิ้นนะ
    #12,951
    0
  4. #12644 Miki_milky (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:54
    เจิ้นก้อเพลาๆลงหน่อยสิ
    #12,644
    0
  5. #12541 Orathaiks (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 22:28
    มูนนี่ทำอะไรสำเร็จบ้าง นอกจากเอาเปรียบเจิ้น 555555555
    #12,541
    0
  6. #12332 Kamobee (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 11:52
    เบาๆนะเจิ้นรรน
    #12,332
    0
  7. #12270 pcy921 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 20:34
    ปะป๊าจันป่วยเจิ้นอย่าลืมไปให้อาหารน้องนุ่มแทนปะป๊านะคะ
    #12,270
    0
  8. #12053 Pwchy375 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 21:45
    หรือว่าเอ็มชอบคุณป้าแม่บ้าน!!??
    #12,053
    0
  9. #12052 ojay2 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 20:29
    น้องก็หยุบยิบบก่อนเหมือนกันน้าาา
    #12,052
    0
  10. #11929 Aunchiree (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 15:40
    อดทนหน่อยค่ะเจิ้น
    #11,929
    0
  11. #11726 Clairey (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 10:56
    หลงเรื่องนี้จริงๆนะ คือสนุกมากก
    #11,726
    0
  12. #11647 JaoJean (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 20:28
    คำถามประจำตอนนี้ เอ็มชอบใครค๊าาาาา 5555655
    #11,647
    0
  13. #11589 mon9228 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 00:29
    รุนแรงจนน้องป่วยเลย พอพี่เอ็มเตือน ทำเป็นโกรธกลบเกลื่อนหราเจิ้น
    #11,589
    0
  14. #11568 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 23:12
    นว้องงงอยากบีบบบ
    #11,568
    0
  15. #11519 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 00:11
    น้องยั่วอ่ะ
    #11,519
    0
  16. #9185 Xialyu (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 14:02
    หมั่นเขี้ยวมูนนี่จัง
    #9,185
    0
  17. #8656 gnawkezi~* (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 17:37
    มูนนี่หนูอ้อนเจิ้นจนป่วยเลยนะลูก หายไวไวนะ
    #8,656
    0
  18. #8378 Cream_2546 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 12:40
    มูนนี้น่ารักกกกกกกกกก งุ้ยยยยยย ทำไมน่าหมันเขี้ยวขนาดนี้นะ5555
    #8,378
    0
  19. #7684 GoonanzaNaNa (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 22:57
    โอ้ยยย น้องงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #7,684
    0
  20. #7566 บี.เหลือง (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 21:35
    ตะหู เจิ้นนี่ยุบยับกะน้องบ่อยเกิ้นนน น้องก็ไร้เดียงสา แต่น่ารักกงื้ออออ
    #7,566
    0
  21. #6982 Tatangts 🐋 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 16:57
    อ้ะอ้ะ พี่เอ็มจีบใครรรรร
    #6,982
    0
  22. #6488 นัทมิมิ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 00:49
    พี่เอ็มน่ารักก
    #6,488
    0
  23. #6308 perth * (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 16:04
    เป็นอย่างว่าจะน่ารัก ตลกเจิ้น
    #6,308
    1
    • #6308-1 ฮ่อยจ๊อ(จากตอนที่ 47)
      27 มีนาคม 2561 / 23:48
      พี่เอ็มจีบใครรร
      #6308-1
  24. #6199 callmeyoon (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:07
    มูนนี่น่ารัก ยุบยับยุบยิบ 5555
    #6,199
    0
  25. #6179 Sayday RK (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:22
    รักเรื่องนี้ที่สุด
    #6,179
    0