In Control...ในปกครอง (Yaoi)(END)

ตอนที่ 45 : Chapter I : Begin Again

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,035
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 499 ครั้ง
    16 ก.พ. 61

แจ้ง (อีกแล้ว)

ความเข้าใจเรื่องการทำเล่มของแบม กับ บก. มีปัญหาในการสื่อสารเกิดขึ้นทำให้เข้าใจไม่ตรงกัน อาจจะมีผลต่อจำนวนหน้า จำนวนเล่ม ที่แจ้งไว้ในตอนที่แล้ว... ปัญหาไม่ใหญ่ค่ะแต่ขอโทษที่แจ้งไว้แล้วไม่สามารถทำตามนั้นได้ ก็เลยเครียดๆเหมือนกัน แต่แบมอยากให้เข้าใจว่าแบมไม่ได้มีเจตนามาปั่นหรือสร้างกระแสอะไร T__T เป็นความเด๋อล้วนที่ทำให้เกิดความผิดพลาด บก.มีดีส์น่ารักค่ะ อย่าคิดว่าทะเลาะกันนะ เปล่าเลย แฮปปี้กับเขามาก ช่วงนี้ชอบโดนเข้าใจผิดว่าทะเลาะกับสำนักพิมพ์ ไม่ได้ทะเลาะนะย้ำอีกครั้ง ฮืออ  แต่ขออนุญาตไม่อัพเดทเรื่องเล่มแล้วละกัน เพราะถ้ามีเปลี่ยนแปลงอีกก็ไม่รู้จะขอโทษยังไงแล้ว ฮือออ ขอโทษด้วยนะคะ เอาเป็นว่ารอสำนักพิมพ์ประกาศเลยเนอะ ว่าจะกี่เล่ม จะขายยังไง ถ้าสำนักพิมพ์ประกาศแล้วก็จะมาแจ้งทีเดียวเลยค่ะ หรือถ้าไม่พิมพ์แล้วก็จะมาประกาศทีเดียวเลย 55555+

ขอโทษน้า ลัฟน้า จุ้บๆ ด่าได้แต่อย่าแรงเพราะเครียดและรู้สึกผิดจนอยากจะร้องไห้แล้ว กราบบบ

ป่ะ ไปอ่านต่อกัน

 

ACT 2 The Empress,

 

Chapter 40 Begin Again

เงื่อนไขของเจิ้นแลกกับการที่ผมจะได้ใช้ชีวิตอิสระ ผมรู้สึกเหมือนทำสัญญากับปิศาจ เจิ้นไม่ใช่ปิศาจหรอกแต่ก็ใกล้เคียงสุดๆ

ผมได้มาอยู่หอในมหาวิทยาลัยทันเปิดเทอมเพราะหอในมันว่างตลอด ที่มันว่างเพราะค่าหอแพงมากแถมต้องจ่ายเหมาทั้งเทอมทีเดียว การมาดูหอของผมเหมือนพาลูกระเบิดมาด้วย เพราะเจิ้นตาวาวตลอดเวลา และถ้ายิ่งสบตานะเหมือนผมโดนสูบวิญญาณไปแล้ว

ข้อแรกที่ผมต้องทำคือ....วันศุกร์ตอนเย็น...เสาร์และอาทิตย์ ต้องมอบชีวิตและวิญญาณให้เจิ้น คือเจิ้นก็ไม่ได้พูดเยอะขนาดนี้หรอกแต่ตีความแล้วได้อย่างนี้เลย

ห้ามไปไหน ห้ามนัดเพื่อน ปิดโทรศัพท์ แล้วปล่อยให้เจิ้นทำตามใจ ตอนนั้นก็รับปากไปแบบว่าส่งๆ แต่พอปฏิบัติจริง โอ้ยยยยยย ปวดหัวมากกกก

จริงๆผมก็ตั้งใจจะใช้เวลาเสาร์อาทิตย์กับเจิ้นอยู่แล้วเพราะผมต้องคิดถึงเจิ้นสุดๆ เราจะไม่ได้เจอกันตั้งหลายวันใช่ไหม แล้วดู ดูเจิ้นทำ เขายุบยิบมากกกก ยุบยับยุบยิบไปหมด เฮ้อ....

เจิ้นเล่นกัดผมตั้งแต่คืนวันศุกร์...ไนท์แคร์แบบฟูลคอร์สจนผมหมดแรงในวันเสาร์เดินไม่ไหว วันอาทิตย์ก็ต้องทำกับข้าวให้เจิ้นกิน

โชคดีที่วันจันทร์เรียนบ่าย เช้าวันจันทร์คือช่วงเวลาที่ผมจะได้หลับเป็นตาย! การบ้านผมจะเอามาทำเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้เพราะเจิ้นไม่ยอม เจิ้นบอกมันเป็นเวลาของเจิ้น ถ้าวันศุกร์ผมกลับมาช่อฟ้าแล้วเจิ้นต้องทำงานล่วงเวลาผมก็ต้องไปนั่งกับเจิ้นที่ห้องทำงาน ห้ามหายไปจากสายตาเจิ้นเลย

เจิ้นกักขังหน่วงเหนียวผมจนวันธรรมดาผมต้องพยายามทำทุกอย่างให้ครบเพื่อกลายเป็นบุคคลสูญหายในวันศุกร์ต้อนเย็นจนถึงวันอาทิตย์

แล้วเดี๋ยวนี้เจิ้นก็ชอบลามก ทะลึ่งมากกกกก ชอบมาจับนมผม โอ้ยยุบยิบไปหมดเลย

เอะอะก็ชอบมากอดจากด้านหลังแล้วก็จับนมผม บางทีก็เลิกเสื้อผมขึ้นแล้วก็มาบีบนม ตอนแปรงฟันอยู่ดีๆก็จับผมหมุนตัวแล้วก็กัดนม! พอผมไม่ขัดขืน คือตั้งใจจะประชดเขาก็ไม่เกท ยุบยิบกับผมเข้าไปอีกกกกกก ทั้งดูดทั้งกัดจนมันเจ็บไปหมด ผมบ่นว่ามันเจ็บเวลาใส่เสื้อ เจิ้นก็บอกว่าไม่ต้องใส่แล้วจะจับผมแก้ผ้า เจิ้นสมกับเป็นปลาหมึกอ่ะ ผมปัดป้องมือปลาหมึกของเขาไม่ได้ทุกที

พอผมเริ่มโกรธจริงจังเขาก็เลิกยุบยับกับนมผม แต่ไปยุ่งกับก้นผมแทน! เอะอะก็จับก้น เอะอะก็บีบ ยืนอยู่ดีๆก็มาฟาด แล้วตอนอาบน้ำเสร็จใหม่ๆนี่ชอบมาดึงผ้าเช็ดตัวผมแล้วก็ฟาดก้น! แล้วห้ามเผลอเลยนะ เพราะเผลอปึ้บเขาก็จะเข้ามาในตัวผมอย่างเดียว นี่วันศุกร์ก็เยอะแล้ว ยังจะเข้าวันเสาร์อีก!

เจิ้นจะเข้ามาทุกวันไม่ได้นะ จะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว

“หมั่นเขี้ยว”

ดูเหตุผลของคนอายุสามสิบ! ทำตัวเหมือนเด็กๆจนผมอ่อนใจ เพราะโมโหเยอะๆเจิ้นก็งอน บ่นผมกลับว่าไม่มีเวลาให้ โทรหาบางทีก็ไม่รับ ติดเพื่อน จากที่ผมเป็นฝ่ายงอนกลายเป็นผมต้องง้อแทน

คือไม่โทรหาเจิ้นน้อยมากกกกกกกกกกก วันนั้นผมไปทำงานกลุ่มห้องเพื่อนก็เลยไม่ได้โทรหาเจิ้นเหมือนทุกคืน

แต่เจิ้นก็งอนน้อยใจ ประชดผมกลับว่าทีผมไม่รับโทรศัพท์ผมยังงอนเลย เจิ้นก็ของอนมั่ง เฮ้อ...ผมก็เถียงไม่ออกอ้ะเพราะมันจริง ก็เลยต้องกลับบ้านคืนนั้นไปง้อเลย แต่เจิ้นก็โมโหอีกเพราะผมนั่งแท็กซี่มา

“มันอันตรายเข้าใจไหม?”

ผมทั้งโดนเจิ้นงอนทั้งโดนโมโหใส่ก็น้อยใจอ่ะ คนอุตส่าห์มาง้อมาโมโหอีกก็เลยร้องไห้ แล้วเจิ้นก็กอด...แต่กอดอย่างเดียวไม่พอเขาก็ยุบยับอีก

แล้วผมก็ยอม...เพราะเจิ้นบอกว่าเขาจะง้อ

เดี๋ยวนี้ทุกอย่างสามารถเป็นเหตุผลให้เจิ้นยุบยับเป็นแมงยุงยิบได้หมดเลย ชอบจังเลยการเข้ามาในตัวผมเนี่ย แค่เดือนเดียวที่ผมมาอยู่หอเจิ้นก็ทำเยอะเกินโควต้าไปเยอะมากกกกกก

สรุปว่าวันต่อมาผมต้องหยุดเรียน...เจิ้นง้อจนผมเดินไม่ได้ ง้อทั้งที่ผมไม่ได้อยากให้ง้อแบบนี้ พอผมพยายามโน้มน้าวให้ผมเป็นฝ่ายเข้าไปในตัวเจิ้นบ้าง เจิ้นก็ยิ่งตาวาว

แล้วก็กัดผม...

แล้วก็ฟาดก้นผม...

ท่าที่เจิ้นชอบทำที่สุดไม่ใช่การที่ผมต้องเอาขาไปพาดไหล่เจิ้น แต่เจิ้นชอบให้ผมยืนอยู่ตรงหน้ากระจก...และมีเขาอยู่ด้านหลัง เขาบอกว่าอยากให้ผมเห็นตัวเอง...เวลาเขาทำร่องรอยของความรัก

ร่องรอยของความรักบนตัวผมเยอะไปหมด...รอยเก่าไม่ทันหาย รอยใหม่ก็เข้ามาแทนที่...เจิ้นบอกว่ามันเพราะเขารักผมมาก ก็อยากให้ความรักของเขาอยู่บนตัวผมตลอดเวลา

เหตุผลของเจิ้นทำให้ผมชอบรอยพวกนี้ไม่ต่างกัน...ถึงมันจะทำให้ผมไม่กล้าใส่เสื้อคอกว้างเลยก็เหอะ ผมเลยมีลุควินเทจนิดๆ แบบว่าเสื้อแขนยาวติดกระดุมถึงคอ กางเกงที่เห็นข้อเท้าและรองเท้าหนัง

ผมอยากลองเจาะหูด้วยแต่เจิ้นบอกว่าไม่อยากให้ใครมาแตะหูผม...ต่างหูก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งเพราะหูผมเป็นของเจิ้น เจิ้นมีเหตุผลร้อยแปดพันเก้าจะหวงผม เขาบอกอีกว่าถ้ามีต่างหูจะกัดไม่ถนัด...

ผมว่าผมเสพติดความรุนแรงไปแล้วนั่นล่ะ เจิ้นอาจจะปลอบใจว่าไม่ใช่ แต่ผมว่าชัวร์ ยิ่งเจิ้นทำแรงๆเวลาไนท์แคร์ตัวผมเหมือนยิ่งบินสูงขึ้น ก่อนจะร่วงหล่นลงมา...

อีกอย่างที่เพิ่มเข้ามาเวลาโทรหากันตอนกลางคืนในบางคืน คือเจิ้นชอบให้วิดิโอคอลเวลาอาบน้ำ

เราจะอาบน้ำเวลาเดียวกัน เจิ้นจะนอนแช่ในอ่าง แต่หอผมไม่มีอ่างผมก็ต้องตั้งมือถือไว้ไกลๆหน่อย เจิ้นก็เลยเห็นผมทั้งตัว จะหันหลังหนีเขาก็บอกอยากเห็นข้างหน้า แต่ผมก็เห็นเจิ้นเหมือนกัน

ผมเจิ้นเวลาเปียกน้ำแล้วถูกเสยขึ้น...มันเซ็กซี่ ผมก็ชอบแอบสั่งให้เจิ้นหันซ้ายหันขวาให้ดูบ้าง กล้ามหน้าท้องของเจิ้นเป็นลอน...ถึงจะไม่ชัดมากแต่ก็รู้ว่ามี ตรงนั้นของเจิ้นที่เข้ามาในตัวผมก็ใหญ่กว่าของผมอ่ะ

เจิ้นบอกว่ามันตามพันธุกรรม...ผมเลยโทรถามพ่อว่าที่ของผมเล็กเพราะพ่อใช่ไหม พ่อถึงกับบ่นผมไปทั้งชั่วโมงว่าจงพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ร่างกายคือของมีค่า พ่ออุตส่าห์ดูแลมาแต่เล็กแต่น้อย กับอีแค่บางอย่างจะเล็กไปบ้างผมก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ ก็ไม่ได้คิดมากสักหน่อยก็แค่สงสัยว่าจริงๆพ่ออาจจะใหญ่แต่ต้นตระกูลเราอาจจะมีคนเล็กๆ อย่างพ่อก็สูงกว่าผมนะ แต่ผมเตี้ยเหมือนแม่ ลุงหยางโทรมาบ่นกับผมอีกรอบว่าทำพ่อเครียด

หลังๆมานี้ผมก็โทรหาลุงหยางบ่อยๆ คือชีวิตการอยู่หอผมค่อนข้างจะตะกุกตะกักเหมือนกัน แต่ถ้าผมโทรหาเจิ้นหรือคุณป้าแม่บ้านผมจะต้องได้ย้ายสำมโนครัวกลับไปอยู่กับเจิ้นแน่ๆ ผมเลยโทรหาลุงหยางแทนเพราะลุงหยางเป็นที่ปรึกษาของผมอยู่

ตอนนี้ลุงหยางอ่ะทีมผม แต่พ่อไม่รู้นะเพราะพ่ออาจจะเข้าข้างเจิ้น ตอนนี้ศัตรู(?)อยู่รอบตัว ทีมปิศาจแบบเจิ้น ทีมที่ระบุความต้องการแน่ชัดไม่ได้แบบพ่อ แล้วก็ทีมเทวดาใจดีแต่ปากไม่ดีแบบลุงหยาง

ลุงหยางช่วยแนะนำการแบ่งเวลาของผม ปกติผมเลิกเรียนก็จะกลับช่อฟ้าทันที แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้วลุงเลยแนะนำให้เข้าชมรมหรือหากิจกรรมเสริมทักษะทำ ผมฝึกนับเงินสองหมื่นของตัวเองก่อนนอนทุกคืน แล้วก็ทำโจทย์คณิต ส่วนเรื่องชมรม....ก็ยังคิดๆอยู่

คิวบอกว่าให้เข้าชมรมที่ตัวเองสนใจจริงๆหรือเอาแบบไม่เคยสนใจมาก่อนเพื่อลองอะไรใหม่ๆ คิวไม่ได้เข้าชมรมอะไรเพราะเขาชอบนัดกับพี่ธามหลังเลิกเรียน โดยเฉพาะวันศุกร์

ตั้งแต่ปีสามมานี้มีอีกอย่างที่ชัดเจนมากคือคิวสนิทกับพี่ธามสุดๆ พี่ธามเรียนจบแล้วมันเลยยิ่งเห็นชัดมั้งว่าคิวรีบกลับในวันศุกร์ตลอด

มิตรภาพจากกองประกวดเดือนคณะทำให้คิวกับพี่ธามสนิทกันมาหลายปี ผมก็ไม่ได้น้อยใจนะเพราะวันศุกร์ผมก็ต้องรีบกลับมาหาเจิ้น ลุงคนขับรถจะมารับผมทุกวันศุกร์ ผมเลิกเรียนบ่ายสามกลับมาเก็บของครึ่งชั่วโมง ประมาณเกือบห้าโมงก็ถึงช่อฟ้า ไปนั่งเล่นห้องทำงานเจิ้นแล้วก็กลับไปข้างบนพร้อมกัน กินข้าว แล้วก็โดนเจิ้นยุบยิบ

ผมคิดว่าการใช้เงินของเจิ้นมีปัญหาแน่ๆ เจิ้นใช้เงินตามใจชอบมากไม่ออมเงินเลย ไม่โอเคสุดๆ กลับบ้านล่าสุดผมเห็นโฆษณากล้องไลก้าก็แค่คุยกับเจิ้นว่ากล้องเขาสวยมาก เป็นแฮดเมด เจิ้นก็จะซื้อให้! ทั้งๆที่ผมก็ถ่ายรูปไม่เป็น

“มูนนี่ขี้งก”

เนี่ย เจิ้นก็แบบเนี้ยยยย ผมไม่ได้ขี้งกนะ แต่เจิ้นอ่ะชอบใช้เงินไม่ค่อยจะคิด แค่บ่นๆถึงอะไรนิดหน่อยก็จะซื้อให้แล้ว รายได้วันละร้อยเองนะ

“ก็พี่มีบัครเครดิต”

“ไม่นับสิ เจิ้นต้องหัดพอเพียง พวกเงินที่อยู่ในธนาคาร บัตรเครดิตอ่ะลืมไปเลย พวกนั้นเอาไว้ออมให้หมด แล้วมามองดูว่าตอนนี้ตัวเองมีแค่วันละร้อย จะบริหารการเงินตัวเองยังไง? ถ้าซื้อกล้องให้จันทร์ก็ถือว่าติดลบ”

“อืม...พี่หยอดกระปุกมาหกร้อยบาทแล้ว”

“งั้นอาทิตย์นี้จันทร์พาลงไปฝากเงินนะ?”

ผมซื้อกระปุกรูปกระต่ายให้เจิ้นออมเงิน เขาก็มาหยอดเรื่อยๆ ตอนผมอยู่สิงคโปร์เจิ้นก็หยอด คราวก่อนนับก็มีห้าร้อยกว่าบาทแล้ว แสดงว่าเจิ้นก็ขยันออมเงินเหมือนกัน

“เปิดบัญชีใหม่เลยไหม? เฉพาะเงินออมของพี่”

“อื้อ ถ้าออมครบพันจันทร์จะให้รางวัล”

“เดี๋ยวนี้มูนนี่มีรางวัลให้พี่แล้วด้วย?”

เจิ้นทำเสียงขำๆ ผมรู้ว่าเจิ้นมีเงินเยอะแยะแต่ตอนนี้ผมจะต้องฝึกปรือฝีมือตัวเองนะ เจิ้นก็ควรจะให้ความร่วมมือโดยการเริ่มนับหนึ่งใหม่เหมือนผมด้วย เนี่ยไม่ได้นับหนึ่งด้วย ผมให้เจิ้นเริ่มหยอดวันละสิบบาท เริ่มที่สิบบาทชัดๆ

ผมก็หยอดเหมือนกันวันละหนึ่งร้อยบาท เพราะผมได้ค่าขนมเยอะกว่า เจิ้นจะให้เงินผมวันละพันแต่ตอนนี้เจิ้นโอนให้เป็นรายเดือนก็เลยได้เดือนละสามหมื่น ผมรายได้มากกว่าเจิ้นตั้งเก้าสิบเปอร์เซ็นต์! แต่นั่นเพราะผมต้องกินข้าวนอกบ้านสามมื้อ มีค่าอุปกรณ์การเรียนแต่เจิ้นไม่ต้องมีเลย

กะว่าจะช่วยเอาไปฝากบัญชีเจิ้นด้วยเผื่อเจิ้นร้อนเงินนี่นา แบบว่าเจิ้นอาจจะอยากซื้อของให้ตัวเองบ้างแล้วเงินหกร้อยมันจะไปซื้ออะไรได้ล่ะ ผมช่วยเจิ้นออมอีกที

เพราะยังไงต่อไปเรื่อยๆ เงินพวกนี้ก็เป็นของผมกับเจิ้นเราจะใช้ด้วยกัน เพราะเราเป็นแฟมิลี่กัน ถ้าเก็บเงินทุกวันแบบนี้ผมอาจจะชวนเจิ้นไปเที่ยวต่างประเทศ เอ๊ะ ต้องเก็บกี่ปีอ่ะกว่าจะได้ไป รวมๆแล้วออมวันละหนึ่งร้อยสิบบาท ทริปยุโรปก็เป็นแสน... เจิ้นไม่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศแน่เลย

“คิ้วขมวดคิดอะไรอีกแล้วหืม?”

“เจิ้น จันทร์ให้เงินเจิ้นวันละร้อยมันน้อยไปไหมอ่ะ?”

“ไม่หรอก...ก็พี่ยกเงินให้จันทร์ดูแลแล้ว พี่ก็แล้วแต่จันทร์”

 ความกังวลของผมก็เลยหายไป ผมเล่าให้ลุงหยางฟังเขาก็หัวเราะอารมณ์ดีแล้วบอกว่าผมมาถูกทางแล้ว หัดถือเงินแบ่งเงินแบบนี้แหละ

“พ่อก็ให้เงินลุงวันละร้อยเหมือนกันใช่ไหมอ่ะ”

“....”

ลุงไม่ตอบแต่ตัดสายผม ไว้ว่างๆผมจะโทรไปถามพ่อบ้างดีกว่า แต่ตอนนี้ยังไม่อยากคุยกับพ่อ โดนพ่อบ่นเรื่องขนาดคราวก่อนไม่รู้พ่อหายหงุดหงิดผมหรือยัง

ตอนนี้ผมซักผ้าเองเริ่มคล่องแล้ว วันแรกๆยังกะพวกผงซักฟอกไม่เป็น ฟองฟูหยดลงระเบียงไปถึงชั้นล่าง ห้องข้างล่างก็ขึ้นมาบ่นผมเพราะมันหยดไปโดนเสื้อผ้าเขา...ตอนแรกผมก็ตื่นเต้นว่าระเบียงตัวเองเป็นทะเลโฟม แหะๆ... ปรากฏมันล้นขอบระเบียงลงไปแล้วลมปลิวเข้าห้องพี่เขาหมดเลย

ห้องข้างล่างเป็นรุ่นพี่ปีสี่คณะวิศวะชื่อพี่บิว คือรู้จักเพราะว่าเขาขึ้นมาบ่นผม พอจะรับผิดชอบค่าซักให้เขาก็บ่นต่ออีกว่าผมดีแต่เอาเงินแก้ปัญหา พออาสาจะซักเองให้เลยเขาก็ไม่ไว้ใจ สรุปเขาแค่บ่นๆๆๆแล้วก็ไป โอ้ยทำไมรอบตัวผมมีแต่คนขี้บ่น คิวบอกว่ารู้จักพี่คนนี้ตอนมารับผมแล้วพี่บิวเดินผ่านไปที่รถเขา เป็นรุ่นพี่ในกองประกวดของคิวเหมือนกันแต่ไม่สนิท

นับจากวันนั้นผมก็พยายามจะไม่เจอเขา แต่ก็มีเรื่องให้เขามาบ่นตลอดอ่ะ แบบว่าผมเดินเสียงดังบ้างไปรบกวนเขา หรือตากผ้าแล้วสะบัดผ้ากระเด็นไปใส่ห้องเขา ทำไมแค่สะบัดผ้าน้ำมันจะเยอะอะไรขนาดนั้น พี่บิวไม่ชอบหน้าผมชัวร์ๆ

แต่เหมือนคนจะซวยช่วยไม่ได้ ผมเดินเจอพี่บิวบ่อยมากกกกกกกก ตอนไปยืนรอรถรางไปเรียนก็เจอเขามายืนเหมือนกัน ผมพยายามเดินหนีไปอีกมุม แต่พอขึ้นรถเขาก็ชอบมานั่งใกล้ๆบ้าง ถ้าเผลอสบตาเขาก็จ้องเขม็งทำท่าเหมือนจะอ้าปากบ่นผมอีก

คิวบอกให้ระวังพี่บิวไว้ อาจจะมาหาเรื่องเพราะเห็นผมหน่อมแน้ม เจิ้นก็พูดเหมือนคิวเปี๊ยบเลยว่าพี่บิวอันตราย นิสัยอันธพาลให้หนีไปไกลๆ เผื่อเขาใช้กำลัง น่ากลัวมาก! การอยู่หอทำให้ผมเลือกไม่ได้ว่าจะต้องอยู่ร่วมสังคมกับคนดีหรือไม่ดี

ลุงหยางบอกว่าให้สู้ไปเลยเป็นลูกผู้ชายให้กระโดดต่อยมันก่อน....แต่พ่อกลับมีความเห็นแตกต่างว่าเขาอาจจะอยากสนิทกับผมหรือเปล่า? คนอยากสนิทไม่น่าจะบ่นผมยาวเป็นกิโลอ่ะ...ผมหนีดีกว่า ไปสู้เขาน่าจะสู้ไม่ไหวเขาตัวใหญ่กว่า

                เจิ้นพาผมไปตัดผมในวันอาทิตย์ อาทิตย์นี้เจิ้นไม่ยุบยิบกับผมเยอะมากนักเพราะเขายุ่งแล้วผมก็เหนื่อยจากการทำงานกลุ่มกับเพื่อนมาหลายคืน ผมอยากย้อมสีผมอีกแล้ว คราวนี้เจิ้นพาไปร้านใหม่และเขายืนคุมเองเลย

                ทรงผมที่ได้ก็คล้ายๆแบบเก่าคือหน้าม้าแล้วก็เปิดหู ผมเลือกทำสีน้ำตาลออกเขียวหน่อยๆ เจิ้นก็ตัด...แต่ตัดนิดเดียวแค่เล็มปลายผม พี่เอ็มก็มาด้วยเพราะต้องระวังเรื่องผมของเจิ้นมาก

                การตัดผมของเจิ้นมันไม่น่ายากแต่ก็ยากเพราะมันต้องเป๊ะ แล้วเจิ้นก็ไม่ชอบให้ใครยุ่งกับหัว ช่างต้องระวังสุดๆ เจิ้นไม่ชอบไดร์ผม หรืออะไรที่ทำให้หัวร้อน แต่ตัดผมก็ต้องทำให้ผมเปียกก่อน ก็ต้องขั้นตอนยุ่งยากกว่าคนอื่น ต้องเปียกแค่ช่วงปลายผม ไดร์เย็น แต่ก็ต้องเรียบอะไรไม่รู้อ่ะ ค่าตัดผมของเจิ้นแพงเกือบเท่าของผม มันไม่น่าเพราะตัดยากแต่เพราะช่างเครียด ขนาดผมแค่ดูห่างๆยังเครียดแทน

                “จันทร์ มัดผมให้พี่หน่อย”

เจิ้นอ่ะขี้อ้อน เขาเป็นแบบนี้แหละชอบให้ทำให้...ช่างก็อยู่แต่ไม่ให้ช่างทำ ผมก็เต็มใจทำให้เจิ้นนะ ผมเจิ้นเรียงตัวสวยเพราะไม่เคยทำอะไรเลย นอกจากสระแล้วก็ตัด

“เจิ้นอยากตัดผมบ้างไหม?

“หน้าพี่จะเหมาะกับทรงอะไรนอกจากไว้ผมยาว?

“แบบจันทร์ไหม ทำทรงเดียวกัน”

“เดี๋ยวก็มีคนวุ่นวายเพราะพี่จะตัดผมอีก...ใช่ไหม?

เจิ้นมองผ่านกระจกไปที่พี่เอ็ม พี่เอ็มก็แค่ยิ้มๆไม่ได้พูดอะไร การตัดผมของเจิ้นนี่เรื่องใหญ่มากมันเกี่ยวพันถึงเรื่องโหงวเฮ้ง โชคลาง ดวงชะตา ที่เจิ้นต้องไว้ผมยาวก็เพราะเป็นชะตาจักรพรรดิ ที่จะต้องไว้ผมยาวแบบคนจีนสมัยก่อน

“อยากเห็นเจิ้นผนมสั้นมั่งจัง”

“ถ้าพี่ไม่หล่อ?

“จันทร์รักเหมือนเดิม ไม่ต้องห่วงนะ”

ผมกอดคอเจิ้นหนุบหนับ เขายิ้มนิดหน่อยก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ พี่เอ็มจัดการรูดบัตรจ่ายค่าตัดผมเรียบร้อยแล้วก็แยกกลับไปก่อน พี่เอ็มมาแค่เพื่อดูแลเจิ้นตัดผม เวอร์มากแต่ก็เป็นแบบนี้ทุกที

เราไปกินไอติมชิดลมที่ผมไม่ได้กินมานาน ตอนนี้มีซีซั่นมะม่วง ร้านนี้ทำมะม่วงออกมาตั้งสี่แบบ มีกะทิหอมๆด้วย แต่เจิ้นก็ให้ผมกินแค่สองสคูป

เจิ้นไปส่งผมที่หอ พี่บิวเข้ามาจอดรถข้างๆกันพอดี ผมเลยชี้ให้เจิ้นดูว่านี่คือพี่บิวที่นิสัยไม่ดี เจิ้นไปส่งผมถึงข้างบนทำให้เราได้รอขึ้นลิฟต์พร้อมพี่บิวด้วย

เขาไม่ได้จ้องผมอาจจะเพราะเจิ้นอยู่ด้วย แต่ผมก็ระแวงอ่ะก็เลยยืนเบียดเจิ้น เจิ้นก็คงรู้สึกได้ว่าผมกลัวๆก็เลยโอบเอวผมไว้กับตัวเอง

“ระวังตัวด้วย คนคิดไม่ดีมันเยอะ เข้าใจไหมจันทร์?

“อื้อ”

“ถ้ารำคาญมากก็บอก พี่จะให้การ์ดมาจัดการ”

เจิ้นข่มขู่พี่บิว! แต่คงได้ผลมั้งเพราะพี่บิวก็ไม่ได้จ้องผมอีก ผมสบายใจขึ้นเยอะเลย คิวบอกว่าใครไม่กลัวเจิ้นก็บ้าแล้ว รังสีออร่าดำทะมึนขนาดนั้น ผมไม่ค่อยรู้สึกถึงอะไรพวกนี้หรอกเพราะผมชินกับเจิ้นล่ะมั้ง แต่ช่วงนี้เจิ้นก็ทำตัวเป็นปิศาจกับผมบ่อยๆ ปิศาจปลาหมึกยุบยิบๆ

                ผมเลือกชมรมให้ตัวเองได้ในที่สุด ผมคิดว่าอันนี้ล่ะที่ใช่ มันเป็นสิ่งที่ผมสนใจแต่ไม่เคยได้ทำจริงจัง นั่นก็คือชมรมวิจัยกระต่าย!

                มันมีชมรมนี้อยู่ในลิสต์รายชื่อชมรมของมหาวิทยาลัยด้วย ผมเลยไปสมัครตามที่แผนผังบอกว่าห้องชมรมอยู่ตรงไหน ชมรมวิจัยกระต่ายเป็นชมรมสังกัดคณะวิทย์ อยู่ที่อาคารด้านหลังคณะเลยและ...มีนูนู่เต็มไปหมด! ก็ไม่เยอะแบบตอนเจิ้นพาผมไปฟาร์มหรอก แต่ก็มีประมาณสิบตัวเพราะสมาชิกชมรมมีแค่ห้าคนเองแล้วก็เป็นผู้หญิงหมดเลย

                ทุกคนต้อนรับผมเข้าชมรมเป็นสมาชิกคนที่หก ปกติทุกคนจะดูแลกระต่ายคนละสองตัวแต่ผมเข้ามาใหม่เลยได้แบ่งกับสมาชิกอีกคนมาหนึ่งตัว กระต่ายในความดูแลของผมชื่อ น้องนุ่ม

                น้องนุ่มเป็นกระต่ายเพศเมียตัวอ้วนขนสีเทาตุ่นๆ แต่หูน้องนุ่มไม่เท่ากันนิดหน่อย ผมจะต้องมาดูน้องนุ่มตอนเช้ากับตอนเย็น ผมถ่ายรูปน้องนุ่มลงเฟสบุ๊กเยอะมากเพราะผมก็ไม่รู้จะอัพสเตตัสอะไร  แต่ก็อยากอวดน้องนุ่มก็เลยอัพบ่อยๆ ใช้พวกแอพพลิเคชั่นแต่งรูปวาดหน้าให้น้องนุ่มด้วย

                เจิ้นกับคิวจะเป็นสองคนแรกที่กดไลค์ให้ผม พ่อจะมาช้าๆหน่อย คิวชอบคอมเมนต์ยาวๆ พ่อก็มีบ้าง แต่เจิ้นจะไม่ใช่ จริงๆคือเจิ้นพิมพ์ไม่เก่ง เวลาคุยไลน์ก็จะห้วนๆ พิมพ์ตกบ้างผิดบ้าง พอวิดิโอคอลก็จะเห็นแต่มุมก้มต่ำของเจิ้น กับคิ้วขมวดๆ เหมือนคนแก่ๆเลย คิก...

                คุณปู่ปลาหมึก....คิก

                หนวดที่หนึ่งกับสองถือโทรศัพท์ อีกสองหนวดจับแว่น อีกสองหนวดพิมพ์ งื้ออออ เจิ้นตลกจัง

 

                ผมเห่อน้องนุ่มมาก ตั้งใจไปชมรมแต่เช้าเลยเพื่อป้อนข้าวน้องนุ่ม น้องนุ่มกินช้าถ้าเทียบกับกระต่ายด้วยกัน แล้วจะทำตาปรือๆเหมือนง่วงตลอดเวลา ผมเซลฟี่กับน้องนุ่มลงเฟสบุ๊ก พ่อบอกว่าผมหน้าเหมือนน้องนุ่ม งั้นพ่อก็ต้องเหมือนด้วยเพราะผมเป็นลูกพ่อ

                เหมือนสุขภาพน้องนุ่มจะไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนผมที่จะป่วยบ่อยๆ ผมไม่กล้าจับน้องนุ่มเยอะเพราะกลัวน้องนุ่มเฉา เลยจะแอบๆถ่ายซะส่วนใหญ่

                แต่เหมือนจะมีกระต่ายตัวหนึ่งชอบแอบมาป้วนเปี้ยนใกล้ๆน้องนุ่ม มันอันธพาลมากกกก ชอบเอาขามาเกาะน้องนุ่ม แล้วน้องนุ่มหนีก็ตามมาอีก มันชื่อ เจ้าศรราม

                ชื่อพระเอกมาก พอน้องนุ่มกินช้าก็ชอบเอาตูดมาเบียดน้องนุ่ม ศรรามตัวใหญ่กว่าน้องนุ่มอีก หัวหน้าชมรมบอกว่าศรรามจีบน้องนุ่มมาสักพักแล้วแต่น้องนุ่มยังไม่ใจอ่อน

                ผมชักมีความรู้สึกหวงลูกสาวตัวเองขึ้นมา! เจ้าศรรามจะมาพรากลูกสาวผมไปง่ายๆไม่ได้นะ! ผมบ่นกับน้องนุ่มทุกวันว่าอย่าไปเชื่อใจศรรามง่ายๆ อายุยังน้อยอาจจะเจอกระต่ายที่นิสัยดีกว่าเจ้าศรราม เอะ...ทำไมเหมือนเห็นภาพตัวเอง

                พ่อจะคิดแบบนี้เหมือนกันไหมถ้าเจิ้นมาขอผมแต่งงาน? แบบที่ผมก็รู้ว่าศรรามก็ชอบน้องนุ่มแต่ก็ยังหวง พ่อจะหวงผมเหมือนกันไหม?

                ถ้าพ่อยังไม่อยากให้แต่ง ยังอยากให้ผมใช้ชีวิต ได้เจอคนอีกเยอะๆเหมือนที่ผมก็อยากให้น้องนุ่มมีตัวเลือก ผมจะมีคนมาให้เลือกอีกหรอนอกจากเจิ้น? ใครอ่ะ? แต่ผมเสียหายไปแล้วนะ จะมีคนอยากชอบผมอีกหรอ

                “น้องนุ่มอย่าไปยอมให้ศรรามรังแกนะครับ เชื่อป๊ะป๋าจันทร์นะ ถ้าเราโดนรังแกเราจะแต่งงานกับคนอื่นไม่ได้แล้วนะ น้องนุ่มต้องปกป้องตัวเอง ถ้าศรรามอยากจะเข้ามาในตัวน้องนุ่ม น้องนุ่มต้องรีบกระโดดหนีนะ เพราะมันเจ็บมากกกก อย่าไปยอมนะ น้องนุ่มต้องเป็นฝ่ายเข้าไปเท่านั้น”

                ผมอาจจะต้องเริ่มจากปลุกกำลังใจให้น้องนุ่มก่อน ให้น้องนุ่มรู้สึกว่าตัวเองเข้มแข็งกว่าศรราม ผมอาจจะต้องเริ่มจากเปลี่ยนชื่อน้องนุ่มให้เข้มแข็งขึ้นแต่ก็เหลือความน่ารักไว้เพราะน้องนุ่มเป็นผู้หญิง

               

“เจ้านุ่มลูกปะป๊าจันทร์”

ตาคมทอแสงอ่อนมองแคปชั่นในเฟสบุ๊กของศศิมณฑลที่ช่วงนี้ไปเข้าชมรมวิจัยกระต่าย ไม่รู้ได้วิจัยไหมหรือไปเล่นอย่างเดียว

“ตัวนี้ศรราม มาแอบจีบลูกสาวปะป๊า ไม่ยกให้หรอก”

ถึงกับหลุดยิ้มกับภาพกระต่ายตัวใหญ่ขนสีออกน้ำตาลกำลังเคี้ยวผักบุ้งตุ้ยๆ เจิ้นจำได้ว่ากระต่ายสีตุ่นๆที่ช่วงนี้เจ้าตัวโพสต์ลงบ่อยๆคือน้องนุ่ม กระต่ายเพศเมียที่ศศมณฑลได้รับมาดูแล

โม้ใหญ่ว่ากำลังหัดดูแลอีกหนึ่งชีวิตเล็กๆ ประคับประคองประคบประหงม รู้สึกเหมือนได้เป็นพ่อคน...อ่อนใจกับความเป็นตุเป็นตะ

ยิ่งเมื่อคืนก็บ่นว่าน่าจะมีโรงเรียนอนุบาลกระต่าย อยากจะส่งลูกสาวไปเรียน แถมจะตั้งชื่อให้ด้วยว่า “ด.ญ.น้องนุ่ม เยว่”

เจ้าจันทร์อยากได้โอกาสในการโตเป็นผู้ใหญ่ เขาก็ให้...ทั้งที่ไม่อยากจะให้ อยากจะเก็บไว้กับตัวไม่อยากให้ออกไปเจอใคร แค่เดือนแรกก็มีสิ่งน่ารำคาญเข้ามายุ่ง

มูนนี่ของเขาไม่รู้ตัวว่าถูกให้ความสนใจในแง่ชู้สาวจากรุ่นพี่ร่วมมหาวิทยาลัย นึกว่าทางนั้นอยากจะหาเรื่อง...น้องดูเรื่องพวกนี้ไม่ออก และไม่เข้าใจจนเป็นห่วง ห่วงในแง่ที่ว่าอาจจะโดนหลอก และหวง...ถ้าเจ้าจันทร์อาจจะสนิทกับคนที่เข้ามา

ตอนคุยกันเรื่องชมรมก็กลัวจะเป็นชมรมที่น่าเป็นห่วง กลัวไปเจอพวกชมรมที่มีแต่พวกไว้ใจไม่ได้ จนกระทั่งเจ้าจันทร์เล่าเรื่องชมรมวิจัยกระต่าย สมาชิกชมรมจากที่ดูรูปก็มีแต่ผู้หญิงใส่แว่นเป็นเด็กเรียน ผู้ชายส่วนใหญ่คงไม่สนใจกระต่าย น่าจะสนใจพวกชมรมกีฬาหรือดนตรี การอยู่กับกระต่ายทำให้เขาหมดห่วง

เจ้าจันทร์ไปได้ดีกับสัตว์เล็กๆ น้องชอบสัตว์ตัวเล็กๆโดยเฉพาะกระต่าย ลูกหมา ลูกแพะ ลูกแกะ หรือนก ช่วงนี้ก็ขยันเล่นเฟสบุ๊กเพราะต้องอวดลูกสาวของปะป๊าจันทร์

ต้องให้เลขาช่วยล็อคอินเฟสบุ๊กส่วนตัวไปกดไลค์ให้เรื่อยๆ คอมเมนต์ส่วนมากก็มาจากคิวหรืออาตอง แต่ตอนนี้ชักเริ่มมีเพื่อนร่วมชมรม เจ้าจันทร์ไม่ได้ลงรูปตัวเอง จะมีก็แต่น้องนุ่มกับศรราม

เรื่องที่คุยแต่ละวันก็มีแต่กระต่ายและกระต่ายจนสงสัยว่าการไปอยู่มหาวิทยาลัยจะช่วยให้เจ้าจันทร์โตเป็นผู้ใหญ่ได้จริงไหมในเมื่อความสนใจทั้งหมดดันทุ่มไปหากระต่าย

ช่วงแรกก็หัดนับเงิน...เดี๋ยวนี้ก็ไม่รู้จะอยากนับเป็นอยู่ไหมเพราะชวนคุยแต่เรื่องน้องนุ่ม ตอนนี้ก็เตรียมที่ในบ้านไว้แล้วเพื่อจะวางกรงกระต่าย เพราะเจ้าจันทร์กลัวว่าปิดเทอมจะไม่มีใครดูแลลูกสาว

เจิ้นคิดว่าเรื่องที่ทำให้เจ้าจันทร์โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นก็นอกจากเรื่องดูแลตัวเองได้ดีขึ้นก็คงจะมีแต่เรื่องดูแลกระต่าย ตอนอยากได้นกก็ไม่เลี้ยงเอง หมาปอมขนฟูก็พ่อแม่เลี้ยง คราวนี้เจ้าจันทร์ได้ดูแลกระต่ายเองก็คงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

ไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่ที่เจ้าจันทร์อยากจะไปทำงานแบงค์ถึงหัดนับเงินขนาดนั้น การทำงานแบงค์ค่อนข้างเครียด ไม่ได้คิดว่าอาชีพนักงานธนาคารไม่ดี แต่กลัวว่ามูนนี่จะรับมือกับสภาวะกดดันไม่ไหว

ทั้งลูกค้า ทั้งความรอบคอบต่างๆ และยิ่งช่วงนี้ข่าวไม่ดีเรื่องพนักงานเปิดบัญชีให้พวกสวมบัตร การปลอมลายเซ็นที่จะนำมาสู่คดีความได้ เขาเป็นห่วง...

แต่ถ้าเจ้าจันทร์เลือกแล้วก็ต้องพยายามให้น้องรับมือกับมันให้ได้ จากผู้ปกป้องก็คงต้องเปลี่ยนมาเป็นลมใต้ปีกให้ลูกนกบินให้ได้ด้วยตัวเอง

ความคิดหยุดชะงักเมื่อโทรศัพท์ส่วนตัวโชว์เบอร์ปะป๊ากระต่าย...

“ว่าไง”

“เจิ้น เจิ้นยุ่งอยู่ไหม เสาร์อาทิตย์นี้พี่ๆในชมรมจะไปเข้าค่ายจะไม่มีคนดูแลน้องนุ่มกับเพื่อนๆอ่ะ มีจันทร์คนเดียว จันทร์ไม่กลับบ้านได้ไหม จันทร์เป็นห่วงกระต่าย”

คิ้วเข้มขมวดมุ่น...น้องนุ่มกับเจ้าศรรามและผองเพื่อนชักเริ่มจะไม่น่ารัก ตามเงื่อนไขวันเสาร์อาทิตย์ของเจ้าจันทร์จะต้องเป็นของเขา ไม่ใช่กลายเป็นของกระต่าย และเสาร์อาทิตย์ที่มหาวิทยาลัยก็ใช่ว่าจะปลอดภัย เมื่อก่อนก็ไม่ต้องดูแลกระต่ายวันเสาร์อาทิตย์เพราะพี่ๆในชมรมอยู่หอกันหมด แต่เพราะเรียนคณะเดียวกันพอไปเข้าค่ายทีก็ไปกันหมดเหลือแค่เจ้าจันทร์

นักศึกษาส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มาเรียน ถึงจะอยู่หอแต่จากสถิติจำนวนคนอยู่หอที่เลขาแจ้งก็ไม่ได้เยอะเพราะเงื่อนไขในเรื่องค่าใช้จ่าย และนักศึกษาส่วนใหญ่ที่เรียนมหาวิทยาลัยนี้ได้ก็ต้องมีฐานะ ดีมานด์ส่วนใหญ่ก็เทไปที่คอนโดส่วนตัวมากกว่าอยู่หอ

“เดี๋ยวให้คนไปเลี้ยงให้”

“งื้ออ ไม่เอา จันทร์ไม่วางใจ จันทร์อยากดูเอง จันทร์ห่วงลูกจันทร์อ่ะ ให้จันทร์ดูลูกนะ น้าเจิ้นน้า”

“แล้วใครจะดูแลพี่?

“เจิ้นตัวใหญ่ดูแลตัวเองได้นี่ แต่น้องนุ่มกับเพื่อนๆตัวนิดเดียวเอง น้องนุ่มเป็นลูกจันทร์ด้วยนะ จันทร์ต้องปกป้องลูกสาวจันทร์สิ เจิ้นห้ามงอแงนะ อันนี้จำเป็น เรื่องใหญ่มากๆ”

“แต่พี่คิดถึงจันทร์...”

เห็นหน้าผ่านจอมือถือก็ใช่จะเหมือนตัวจริง จอมือถือมันสัมผัสตัวนุ่มนิ่มหอมกลิ่นนมไม่ได้ เขาอดทนมาทั้งอาทิตย์กลับแพ้กระต่ายมันใช่ไหม?

“จันทร์ก็คิดถึง...แต่จันทร์กลัวนี่....”

ถึงบังคับเจ้าจันทร์ให้กลับมาอยู่บ้านก็คงไม่มีความสุข น้องคงกังวลพะวักพะวงกับเจ้ากระต่ายหลายตัวในชมรม แล้วไม่รู้หัวน้อยๆจะคิดฟุ้งซ่านอะไรอีก

“โอเค ไม่ต้องกลับบ้านก็ได้”

“เจิ้น...อย่าโกรธจันทร์นะ จันทร์คิดถึงเจิ้นจริงๆ คิดถึงเยอะมากๆ”

“เดี๋ยวพี่ไปหาแทน ไปนอนกับจันทร์ที่หอ”

เจิ้นไม่ได้ชอบความคิดนี้เท่าไหร่ เพราะหอพักนักศึกษามันไม่เป็นส่วนตัวและห้องคับแคบต่างจากที่ช่อฟ้า แต่ในเมื่อเจ้าจันทร์ไม่กลับมาก็ต้องเป็นฝ่ายไปหาแทน

“จริงหรอ เย้!!!! เดี๋ยวจันทร์พาเจิ้นมาหาน้องนุ่มนะ มาดูเจ้าศรรามด้วย เนี่ยเจ้าศรรามขี้โกงมากเลยชอบมายุบยิบน้องนุ่ม ฮึ่ยยยย จันทร์จะไม่ยกน้องนุ่มให้ง่ายๆหรอก”

                เสียงเล็กๆหัวเราะอารมณ์ดีทำให้รู้สึกว่าตัวเองคิดถูก....การใช้ชีวิตกับเจ้าจันทร์จะมีอะไรมากไปกว่า กินไอติม ดูการ์ตูน เล่นกับสัตว์เล็กๆ ผ่านมาสิบสี่ปีก็ยังเหมือนเดิมจนสงสัยว่าเจ้าจันทร์พอใจแค่นี้จริงๆหรือเพราะเขาตีกรอบจนเจ้าจันทร์ยอมพอใจเพราะไม่อยากขัดใจกันแน่ จะมีสักครั้งไหมที่น้องรู้สึกอึดอัดแต่ไม่กล้าบอก

                “อึดอัดหรือเปล่าถ้าพี่ไปหา...เผื่อจันทร์อยากได้เวลาส่วนตัว”

                “ฮื้อออ ไม่ จันทร์อยากให้เจิ้นมา เวลาส่วนตัวของจันทร์มีเจิ้นตลอดนั่นแหละ เจิ้นว่าถ้าน้องนุ่มมีลูกจะตั้งชื่อว่านูนู่ดีไหม แต่ต้องไม่ใช่เร็วๆนี้นะ จันทร์จะไม่ยอมให้น้องนุ่มใจอ่อนกับศรรามง่ายๆหรอก...”

                คนฟังได้แต่ส่ายหัวกับความคิดมากเกินไป...เอาเถอะปะป๊ากระต่ายกำลังเห่อลูก จะมีเรื่องสนใจอะไรได้อีกนอกจากลูกตัวเอง บางที....เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว เพราะการสนใจแต่กระต่ายก็ทำให้ใครก็เข้าหาน้องไม่ได้

                เพราะคนพวกนั้นคงสู้กระต่ายไม่ได้ เหมือนที่เขาก็สู้ไม่ได้เหมือนกัน...เจ้าพวกหูยาวมีอิทธิพลจนน่าหงุดหงิด

 

========

มูนนี่จะโตจริงๆใช่ไหมมม คราวก่อนก็นูนู่ คราวนี้ก็น้องนุ่มกับศรราม

เจิ้นต้องวิ่งตามน้องบ้างแล้ววววว เพราะน้องสนใจกระต่ายมากกว่า 5555555555+

ปล. กระต่ายที่จะแจกหมดเขตเมื่อตอนที่แล้วนะคะ ลืมบอกกก ไว้จะประกาศผู้รับกระต่ายไปกอด 1 ตัวตอนเปิดพรีเล่มจ้า

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 499 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,205 ความคิดเห็น

  1. #13193 เขาเรียกฉันว่าเต่า (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 19:57
    เจิ้นอย่าหึงพวกหูยาวนะ
    #13,193
    0
  2. #13136 fuxxy (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 18:07
    เจ้าพวกหูยาวอีกแล้ว5555555
    #13,136
    0
  3. #12950 K.white wine (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 21:40
    จันทร์ระวังเจิ้นหึงน้องนุ่มนะลูก5555
    #12,950
    0
  4. #12643 Miki_milky (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:20
    หวงลูกจังเลยนะจันทร์
    #12,643
    0
  5. #12330 Kamobee (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 10:34
    น้องปี3แล้วจริงง่ะ? 55555
    #12,330
    0
  6. #12268 pcy921 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 19:56
    โอ้ยยยยยยยยขำ55555555555555
    #12,268
    0
  7. #12127 glenn. (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 19:42

    ขำตอนโทรหาพ่อ น้าตองคงรู้สึกเหมือนโดนรู้กเหยียบหน้าอ่ะ5555555555555555555555555555555

    #12,127
    0
  8. #12050 ojay2 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 19:15
    แพ้ให้หูยาววตั้งแต่ตุ๊กตายันสิ่งมีชีวิตเลยนะเจิ้นนน
    #12,050
    0
  9. #11918 Aunchiree (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 19:20
    อยากเลี้ยงกระต่ายเเล้ว
    #11,918
    0
  10. #11645 JaoJean (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 18:10
    ปลาหมึกแพ้กระต่าย
    #11,645
    0
  11. #11612 prawantasri1510 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 22:21
    น้องงงงงงงง
    #11,612
    0
  12. #11587 mon9228 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 00:01
    นั่นสิ ตกลงจะโตขึ้นจริงมั้ยเนี่ยย 55555 แต่การดูแลกระต่ายก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนะ
    #11,587
    0
  13. #11517 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 23:15
    ความปะป๊ากระต่าย เอ็นดูรู้กกกกก
    #11,517
    0
  14. #8975 Xialyu (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 20:35
    ชอบความยุบยิบ5555
    #8,975
    0
  15. #8933 Nuprem (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 08:32
    หนูจันทร์น่ารักไปแล้วแพ้มันคนอะไรน่ารักจนหลงหาทางออกไม่เจอแล้ว ถ้าเป็นเจิ้นจะขังไว้แต่ในห้องเลย5555
    #8,933
    0
  16. #8920 thifu:') (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 23:07
    แพ้สินเชื่อแล้วเจิ้นต้องแพ้น้องนุ่มอีก ชีวิตแพ้ให้กับเข้าหูยาว ถถถถถ
    #8,920
    0
  17. #8649 gnawkezi~* (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 19:25
    เจิ้นไงที่แพ้กระต่าย 55555
    #8,649
    0
  18. #8388 Pseewhy (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 18:42
    555555ใดๆล้วนแพ้กระต่าย
    #8,388
    0
  19. #8376 Cream_2546 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 11:35
    คิวกับพี่ธามนี้มีซัมธิงกันใช่มะ
    #8,376
    0
  20. #7548 บี.เหลือง (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 21:08
    น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเดิมม งื้อ น้องเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆแล้งว
    #7,548
    0
  21. #6978 อาโอฮิเมะ ซึนเดระ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 17:29
    ดีไม่ดีลุงหยางได้ยี่สิบบาท55555555555555
    #6,978
    0
  22. #6462 birumu (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 22:43
    คิวกับพี่ธามนี่เปนแฟนกันแล้วใช่มั้ย
    #6,462
    0
  23. #6176 Hajisung (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:50
    หนูจะโตจริงๆใช่ไหม555555 ปล.คิดถึงลุงหยางงงง ชอบเวลาพ่อตองเรียกพี่ซันนนน
    #6,176
    0
  24. #6144 Husky 'Baby (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:25
    หนูจะโตจริงๆ ใช่ไหมเจ้าจันทร์ เจิ้นยังต้องแพ้ให้กระต่าย
    #6,144
    0
  25. #6126 Rmuay Jirasatitkul (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:32
    เจิ้นนนนนยุบยับ นุบนิบ
    #6,126
    0