In Control...ในปกครอง (Yaoi)(END)

ตอนที่ 44 : Chapter 39 : Life's goal

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,972
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 486 ครั้ง
    13 ก.พ. 61

Chapter 39 Life’s goal

                “อยากมีปีก? คนปกติที่ไหนเขาบินได้กัน”

                “มันคือการเปรียบเปรยยยยยยยยย โอ้ยลุงรู้จักการเปรียบเปรยไหม แบบว่ามีปีกคือเก่ง ไม่มีปีกก็ไม่เก่งไง”

                ผมเลือกมาปรึกษาลุงหยางเหมือนเดิมเพราะอยากจะอัพเดทแผนการขอเจิ้นแต่งงานด้วย ก็เลยเริ่มจากเรื่องที่ผมร้อนใจที่สุดก่อนอย่างการหาปีกให้ตัวเอง

                เรานัดกันที่ร้านกาแฟในคอนโดของลุงหยาง พ่อไปธุระให้คุณปู่ช่วงเช้าผมก็เลยรีบมาไวๆก่อนเพื่อเจอลุงหยางจะได้คุยกันได้สะดวก

                “อยากจะเก่ง? อยากอย่างเดียวไม่ได้ต้องลงมือทำด้วย”

                “ก็...ผมเริ่มไม่ถูกอ่ะ”

                “อยากจะเก่งด้านไหน?”

                “ก็...จริงๆอยากเก่งแบบเป็นมือขวาเจิ้นได้”

                “ผู้ช่วยเจ้าของธนาคาร? เรื่องบางเรื่องก็ต้องแยกแยะนะว่ามันเป็นจริงได้ไหมเจ้าลูกกระต่าย”

                ผมชักงอนลุงหยางแล้วอ่ะ อย่างน้อยลุงก็ควรให้กำลังใจผมสิ ก็รู้ว่ามันยากแต่ถ้าผมพยายามมากๆมันก็อาจจะเป็นไปได้ไง ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จก็ต้องอยู่ที่นั่น!

                “อยากช่วยเจิ้นก็ไม่ต้องเกี่ยวกับธนาคารก็ได้ ชีวิตเจิ้นไม่ได้มีแค่เรื่องธนาคารสักหน่อย”

                “บ้านยังอยู่ในธนาคารเลยอ่ะ คิดไม่ออกแล้ว”

                ผมเกยคางกับโต๊ะ รู้สึกเครียดยังไงก็ไม่รู้ หรือผมจะไปแอบดูว่าเจิ้นถือหุ้นที่ไหนอีกไหม? จะได้ไปอยู่บริษัทนั้นแล้วช่วยเขาทำงาน ผลประกอบการจะได้ดี เงินปันผลมาหาเจิ้นจะได้เยอะๆ

                “ถ้าเกรดเฉลี่ยเท่าที่บอก บริษัทใหญ่ๆเขาไม่น่ารับนะ”

                “...ผมไม่มีหนทางเลยหรอ มันแย่มากเลยนะลุงที่ผมเป็นที่พึ่งให้เจิ้นไม่ได้เลย เป็นที่ปรึกษาก็ไม่ได้ ช่วยอะไรก็ไม่ได้ ถ้าวันหนึ่งเจิ้นล้มล่ะ?”

                “ช่อฟ้าไม่เจ๊งในรุ่นเจิ้นหรอก คิดมากไปหรือเปล่า?”

                “ก็แบบเผื่ออ่ะเผื่ออออ”

                “ธนาคารใหญ่ๆไม่เจ๊งง่ายๆหรอก มีรัฐบาลอุ้มอยู่ มันเกี่ยวพันกับเศรษฐกิจของประเทศ แล้วเคยดูข่าวหรือตามดูผลประกอบการช่อฟ้าบ้างไหม? ธนาคารท๊อปทรีของประเทศ...จะล้มก็คงมีแต่เดินสะดุดล้มนั่นล่ะ”

                “งั้น...เจิ้นก็ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากผมหรอ?”

                “ก็ถึงถามว่าอยากจะช่วยอะไร? ถ้าอยากช่วยงาน คนช่วยเจิ้นเก่งๆก็เยอะแล้ว ไปช่วยเรื่องอื่นดีกว่าไหม เรื่องที่เจิ้นยังไม่มีคนทำให้”

                “แล้วผมจะได้มีปีกไหมอ่ะ ผมอยากเข้มแข็ง อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเองไม่เป็นภาระเจิ้น อยากเป็นผู้ใหญ่”

                “เจิ้นอาจจะไม่ได้อยากมีปีกก็ได้ บินตลอดเวลามันก็เหนื่อย เดินด้วยสองเท้าก็ดีกว่า เมื่อยก็นั่ง ทำไมไม่ลองเป็นคนเดินดินปกติที่คนมีปีกจะลงมาเดินด้วยได้ล่ะ”

                “ผมก็ต้องเก่งก่อน”

                ลุงหยางยกยิ้มที่ผมไม่เข้าใจ ก็มันไม่ถูกหรอถ้าเจิ้นจะยอมลงมาเดินกับผม ผมก็ต้องเก่งหรือมีอะไรที่ทำให้เจิ้นรู้สึกว่ามันดีกว่าการบินอยู่ที่สูงๆ

                “การอยู่กับคนเก่ง ก็อาจจะคิดไปเองว่าต้องเก่งเหมือนคนอื่น แต่คนกี่ล้านคนบนโลกจะเก่งเรื่องเดียวกันมันก็ไม่ใช่ ลองหาตัวเองก่อนดีกว่าไหม? ว่าถนัดอะไร ชอบอะไร”

                “ผมคิดว่า...ชอบทำกับข้าว”

                “ก็ทำให้มันจริงจัง อยากจะเป็นเชฟ หรืออยากจะเปิดร้าน ก็ลองคิดต่อยอดดู ชอบทำกับข้าวแต่จะไปทำงานธนาคาร มันก็ฝืนตัวเอง”

                “แต่ทำกับข้าวช่วยเจิ้นไม่ได้นี่”

                “เจิ้นก็ต้องกินข้าววันละสามมื้อ พนักงานธนาคารมันทำกับข้าวให้เจิ้นไหมล่ะ? เกิดเป็นกระต่ายก็ต้องเก่งแบบกระต่าย จะไปทำหน้าที่ของสัตว์อื่นได้ไหม?”

                ผมรู้มีกำลังใจขึ้นมาแต่ก็ยังไม่เข้าใจคำพูดของลุงหยางเท่าไหร่ แต่ก็พอเห็นภาพนะ เพราะกระต่ายมันขาสั้นกระโดดดึ๋งๆทีละนิด จะไปเก่งเท่าปลาหมึกแปดหนวดแบบเจิ้นได้ยังไง เจิ้นมีตั้งแปดหนวดแถมมีลูกน้องปลาหมึกก็คงต้องเก่งมากๆอยู่แล้ว ผมอาจจะต้องเริ่มจากการมีลูกน้องกระต่ายก่อน แต่ก่อนจะมีลูกน้องผมต้องเป็นหัวหน้ากระต่ายก่อน เพราะผมมีหัวหน้าใหญ่เป็นพ่ออีกที ก็แบบว่าหัวหน้ารอง หัวหน้าเล็ก ลูกน้อง ลูกกระจ๊อก... แล้วลุงหยางเป็นกระต่ายไหมอ่ะ?

                “ถ้าจะเป็นกระต่ายที่ไปอยู่กับเจิ้นได้แบบไม่เป็นภาระ ต้องทำยังไงบ้าง ลุงมีคำแนะนำไหม”

                “ก็พอจะมีสักอย่างสองอย่าง ทำได้ก็อยู่กับเจิ้นได้”

                “อื้อ ผมจะทำให้ได้”

                “อย่างแรก...โตเป็นผู้ใหญ่ซะ

               

พออายุยี่สิบคำว่า ผู้ใหญ่ ก็ชักเข้ามาในชีวิตเยอะแยะ

ผมพอจะจับใจความได้ละว่าการโตเป็นผู้ใหญ่มันไม่ใช่แค่อายุ แต่มันหมายถึงผมจะต้องทำอะไรบางอย่างที่แตกต่างไปจากเดิมเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

ลุงหยางบอกว่าผมต้องเริ่มจากการดูแลตัวเองให้ได้ พึ่งพาเจิ้นให้น้อยลง และมีทางเดินชีวิตเป็นของตัวเอง ทุกวันนี้ความคิดผมวนเวียนอยู่กับเจิ้นไปหมด ต้องลองหาจุดหมายที่เป็นของผมจริงๆสักที

“ผมจะลองคิดดู...อ้อ มีอีกเรื่อง เรื่องแต่งงานกับเจิ้นอ่ะ”

จบเรื่องแรกที่ผมต้องกลับไปคิด ก็ต้องคุยกับลุงต่อเรื่องจะขอเจิ้นแต่งงาน ผมคิดว่าถ้ามันคาบเกี่ยวกับช่วงที่ผมยังไม่เป็นผู้ใหญ่จริงๆก็คงจะไม่เหมาะจะไปขอเจิ้นใช่ไหม?

แต่ผมก็กลัวเจิ้นจะน้อยใจนะ เพราะผมไปรังแกเจิ้นด้วย เอ๊ะ แต่ตอนอยู่สิงคโปร์เจิ้นก็บอกว่าเขารังแกผมนี่? ผมรีบเล่าให้ลุงหยางฟังเรื่องที่เกิดขึ้นเผื่อว่าจะช่วยอะไรได้

Make Love กันแล้ว?”

“อื้อ แต่เจิ้นบอกว่าเขารังแกผมนะ”

“หึ...งั้นก็ไม่ต้องแต่งแล้วสิ รังแกมารังแกกลับก็หายกัน”

“อ้าว...แล้วต้องทำไงต่ออ่ะ”

“ก็ไม่ต้องทำไง ก็ไม่ต้องแต่ง”

“แต่ผมรับปากไปแล้ว...”

“ก็เจิ้นเขามารังแกกลับแล้ว มีอะไรต้องรับผิดชอบอีก”

ก็จริง...ผมรู้สึกสมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ เพราะเรื่องที่ผมกังวลเกี่ยวกับอนาคตจริงๆมันก็เกี่ยวพันกับเรื่องแต่งงานหน่อยๆ แบบว่าถ้าแต่งงานแล้วต้องอยู่ด้วยกันตลอด ผมก็ควรจะเก่งกว่านี้ ควรจะมีปีกเพื่อเป็นครอบครัวที่แข็งแรง

แต่แล้วลุงก็บอกไม่ต้องแต่ง? โอ้ยตกลงผมจะต้องทำยังไงต่ออ่ะ สับสนจังเลย

“ก็ลองพยายามเพื่อนอนาคตตัวเองไง คิดถึงตัวเองบ้าง หายใจเข้าก็เจิ้น หายใจออกก็เจิ้น ไปโดนเขารังแกแล้วยังไปยอมเขาอีก”

“ก็ขัดขืนแล้วอ้ะ...จริงๆผมอยากเป็นฝ่ายเข้าไปในตัวเจิ้นมั่งแต่เจิ้นก็ไม่ยอมทุกที แล้วมันก็เจ็บ เฮ้อ...”

ลุงหยางทำหน้าเหมือนโลกจะแตกแล้วก็ถลึงตาใส่ผม ผมไม่กลัวลุงแล้วที่ลุงดูจะโมโหผม ลุงก็เป็นแบบนี้ตลอด เหมือนจะดุแต่ก็ใจดี

“ปวดหัวฉิบหาย”

“เอ๊ะ แต่เจิ้นรังแกผมเยอะกว่าที่ผมรังแกเจิ้นแล้วนะ หรือว่า...เจิ้นจะต้องมาขอผมแต่งงาน?”

“นี่ใจคอจะแต่งให้ได้เลย?”

“ก็มันเป็นหน้าที่ของสุภาพบุรุษนะ เวลาทำอะไรไม่ดีต่อคนอื่นเราก็ต้องรับผิดชอบ ทีตอนผมรังแกเจิ้นผมก็ยังต้องรับผิดชอบ เจิ้นรังแกผมเขาก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกันแหละ เจิ้นเป็นคนแมนๆด้วย”

“เฮ้อ...ไม่ต้องเป็นหรอกเชฟ ร้านอาหารก็ไม่ต้องเปิด ถ้าแต่งกับเจิ้นจริงๆ ไปหัดนับเงินไป ช่วยเจิ้นเก็บเงินเก็บทองก็พอละ เจิ้นคงไม่ต้องการให้เธอทำอะไรมากหรอก...นี่ไงตำแหน่งที่เจิ้นยังขาด...คนดูแลการเงิน บริหารบัญชีเป็นหรือเปล่าล่ะ? แบ่งรายรับรายจ่าย ออมเงิน บริหารความเสี่ยง”

อันนั้นทำเป็นแฮะ ผมก็เพิ่งให้เจิ้นออมเงินสิบเปอร์เซ็นของรายได้...พอจะใช้เกินก็เอาบิลมาเบิก หรือผมจะเหมาะกับการควบคุมการเงินของเจิ้นจริงๆ?

ผมอาจจะไม่เก่งขนาดช่วยเจิ้นบริหารการเงินของธนาคาร แต่ถ้าเป็นในแฟมิลี่เราผมก็คงทำได้ใช่ไหม? ก็มีแค่เจิ้นกับผม แล้วพี่เลขายังไงก็เป็นคนนอกเจิ้นไม่มีทางไว้ใจเท่าผมหรอก ตอนนี้ผมอาจจะได้ดูแค่พวกซื้อของเข้าบ้าน กับข้าวกับปลา แต่ถ้าผมเก่ง เจิ้นอาจจะให้ผมดูพวกหุ้น การลงทุนของเจิ้น หรือว่าอสังหาริมทรัพย์ที่เจิ้นถือไว้ส่วนตัว เครื่องเพชร งานศิลปะ จะว่าไปเจิ้นก็ชอบประมูลอะไรไม่รู้เยอะแยะ พวกนี้ก็เป็นการสิ้นเปลือง ถ้าผมช่วยเจิ้นควบคุมพวกนี้ ผมไม่มีวันโกงเจิ้นด้วย เจิ้นก็จะวางใจ นี่ไงที่อาจารย์เคยบอกว่ามันมีอาชีพ มันนี่โค้ช อยู่นะ ....ที่ปรึษาทางการเงินของเจิ้น?

ตำแหน่งนี้มันดีมากเลย!!!!

 

ผมโอเคเห็นด้วยกับคำแนะนำของลุงหยาง แต่ลุงก็บอกว่าพ่อเล่าให้ลุงฟังว่าผมอยากอยู่หอ การไปอยู่คนเดียวมันก็ดี ผมจะได้หัดดูแลตัวเองและบริหารการเงินของตัวเองก่อน พอทำได้ก็ค่อยมาช่วยเจิ้นดูเป็นการฝึกประสบการณ์ ส่วนคนที่จะแนะนำเรื่องนับเงินนับทองต้องไปให้พ่อผมสอน

เพราะลุงหยางก็ให้พ่อเป็นมันนี่โค้ชเหมือนกัน พ่อผมเก่งเรื่องการเงินไม่ต่างจากเจิ้นหรอก ถือว่าลุงหยางเลือกคนถูก พ่อกลับมาตอนเที่ยงผมเลยขอให้พ่อช่วยสอนนับเงิน พ่อบอกว่าคนที่นับเงินเก่งที่สุดคือพนักงานแบงค์

พ่อพาผมไปกดเงินที่ช่อฟ้าสาขาใกล้ๆคอนโดมาสองหมื่น มีทั้งแบงค์พัน แบงค์ห้าร้อย แล้วก็แบงค์ร้อย พ่อมีครีมกระปุกที่มันเหมือนขี้ผึ้งไว้ใช้สำหรับแตะนิ้วนับกระดาษมาให้ด้วย

                ตอนไปเบิกเงินผมก็เห็นพนักงานนับ เขานับเร็วมาก พ่อบอกมันเป็นความสามารถที่พนักงานแบงค์ทุกคนจะต้องทำได้ เก่งจัง... ตอนพ่อรับเงินมาพ่อก็นับแบบนั้นให้ผมดู มันเหมือนจับแค่ขอบแล้วมือก็ขยับแบบออโตเมติค

            ศิลปะของการนับเงิน

            พ่อสอนผมนับ...ซึ่งผมก็นับได้ทีละช้าๆ นับทีติดไปสองแบงค์บ้างไรบ้าง ต่างจากพ่อที่นิ้วแทบไม่กระดิกแต่แบงค์ถูกนับไปอย่างรวดเร็ว ผมใช้เวลาช่วงเสาร์อาทิตย์ที่มาอยู่กับพ่อหัดนับเงินจนมันดีขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ยังช้าอยู่ถ้าเทียบกับพ่อ

                “เวลาพ่อนับเงินลุงหยางก็นับแบบนี้หรอ”

                “อ่า...ก็ใช่...บางทีคุณสุริยะก็รับเงินจากลูกค้าเป็นเงินสด ก็ต้องนับแบบนี้”

                “จันทร์จะหัดนับเงินให้เจิ้นบ้าง หรือจันทร์ควรเริ่มจากไปเป็นพนักงานแบงค์ก่อนจะได้นับเก่งๆแบบพ่อ”

                “ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ ฝึกเองบ่อยๆก็เก่งขึ้น ที่พนักงานเขาต้องนับเร็วๆเพราะงานพวกนี้มันแข่งกับเวลาด้วย บางช่วงลูกค้าจะเยอะจนล้น รอนานๆบางคนก็ใช้อารมณ์ พอนับบ่อยๆก็เร็วไปเอง”

                “พ่อก็เคยทำงานแบงค์ไหม”

                “เคยสิ...เจิ้นก็เคย...ถ้าไม่ลองทำงานที่ลูกน้องทำ เราจะบริหารคนได้ยังไงล่ะ? เพราะเราไม่จะไม่รู้ว่าวันหนึ่งลูกน้องต้องเจออะไรบ้าง ลักษณะงานแบบไหน ความกดดันแบบไหน ยิ่งงานที่ต้องเจอลูกค้าบางทีก็ต้องรอบรับอารมณ์คน”

                ผมคิดว่าดีแล้วที่เปลี่ยนใจไม่ไปทำงานแบงค์เพราะผมเป็นคนทำอะไรช้าๆ อาจจะไม่ทันใจลูกค้าก็ได้ โชคดีนะที่ลุงหยางให้คำแนะนำ มาดูแลเงินทองให้เจิ้นน่าจะเหมาะกับผมมากกว่า

                แต่เงินเจิ้นก็เยอะ...บางทีเขาก็จะนับเงินสดบ้าง พี่ๆเลขาจะช่วยนับ ถึงพี่ๆจะไว้ใจได้แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าวันหนึ่งพี่ๆลาออกแล้วต้องรับคนใหม่ก็ไม่รู้จะดีเหมือนพี่ๆไหม คนนอกมันก็ไว้ใจไม่ได้เท่าคนใน ต่อไปถ้าผมนับเก่งๆผมจะช่วยเจิ้นนับเอง

                ผมปรึกษาพ่อเรื่องที่จะย้ายไปอยู่หอ พ่อไม่ได้ว่าอะไรแต่พ่อแค่บอกว่ามันเป็นครั้งที่สองแล้วที่ผมอยากจะลองอยู่คนเดียว ถ้างอแงจะกลับบ้านอีกผมก็จะหมดเครดิตความน่าเชื่อถือ

                “จันทร์จะทำให้ได้”

                “ก็ลองคุยกับเจิ้นดู”

                “พ่อช่วยคุยให้หน่อย...น้า”

                “จันทร์โตแล้ว ต้องคุยเอง คุยด้วยเหตุและผลกับเจิ้นดีๆ พ่อเชื่อว่าเจิ้นจะเข้าใจ”

                นอกจากนับเงินแล้วผมก็ต้องฝึกคิดเลขด้วย พ่อกับลุงหยางพาผมไปซื้อพวกแบบฝึกหัดคณิตคิดเร็วเหมือนของเด็กๆมาให้ทำ เมื่อก่อนเจิ้นก็เคยให้ผมฝึกแต่ผมก็งอแงไม่อยากทำ ถ้าไม่งอแงผมน่าจะได้ไปคณิตศาสต์โอลิมปิคก็ได้

                ลุงหยางก็สอนผมกดเครื่องคิดเลข...ลุงหยางก็เก่งคำนวนเหมือนกัน ลุงคิดเลขเร็วมาก พ่อบอกว่าใครๆก็ทำได้กันทั้งนั้น และถ้าผมตั้งใจก็จะทำได้

                เย็นวันอาทิตย์ผมเลยมีแบบฝึกหัดกับเงินปึกใหญ่กลับมาช่อฟ้าด้วย ผมเล่าให้เจิ้นฟังว่าผมอยากเก่งมากขึ้นถึงจะไม่ได้บอกเขาทั้งหมดว่ามันเพราะอยากจะบริหารการเงินให้เจิ้น ผมอยากให้เจิ้นเซอไพรส์ตอนผมเก่งแล้ว ผมอ้างไปว่าอยากเรียนเก่งขึ้นและผมก็อยากทำงานในธนาคาร

                เจิ้นนับเงินแบบขั้นเทพให้ผมดู มันไม่ต่างจากพ่อเลยอ่ะ ผมจะต้องทำให้ได้ไวๆบ้าง ผมขอเจิ้นว่าอยากลองทำงานในธนาคารดู ผมอาจจะได้แลกเปลี่ยนความรู้การบริหารเงินกับคนที่มีความรู้จริงๆ เขารับปากแต่ต้องช่วงผมว่างก่อน

                 ผมหัดนับจนกลิ่นเงินติดมือไปหมด แล้วก็ทำแบบฝึกหัดจนหมดเล่ม การเพ่งตัวเลขทำให้ผมปวดตา

มันเหนื่อยแต่ว่าผมจะไม่ท้อเพราะตอนนี้ผมมีจุดมุ่งหมายในชีวิตแล้ว ลุงหยางบอกผมตอนมาส่งที่ช่อฟ้าว่า ความสำเร็จเป็นรางวัลของความพยายาม ผมเพิ่งจะเริ่มมันก็ต้องแบบนี้แหละ ต่อไปผมจะเก่งขึ้นเอง ให้ผมโฟกัสกับจุดหมายของผมให้ดี อย่าลังเล ผมอาจจะนับแบงค์ขั้นเทพจนเจิ้นส่งประกวดนับแบงค์ชิงแชมป์ประเทศไทย ได้เป็นตัวแทนไปแข่งระดับนานาชาติ ได้เปิดโรงเรียนศิลปะแห่งการนับเงิน ได้ลงกินเนสบุ๊กก็ได้ แต่ก่อนอื่น...ผมจะต้องทำเป็นก่อนนะ

เครียดจากการบวกเลขผมก็เลยชวนคุณป้าแม่บ้านทำหม้อไฟเพราะเห็นโฆษณาเอ็มเคในทีวีแล้วก็อยากกิน คุณป้าแม่บ้านกับผมเลยไปเทอมินอลกันเพื่อซื้อวัตถุดิบ หม้อไฟของเราจะเป็นหม้อไฟแนวสุขภาพไม่ค่อยเน้นเนื้อสัตว์ ผมชอบกินเต้าหู้ปลา เจิ้นชอบกินลูกชิ้นปลาหมึก...เจิ้นหัวปลาหมึกกินลูกชิ้นตัวเอง

“ลูกชิ้นมีอะไรตลกหรอคะคุณจันทร์”

ง่ะ..ผมถือแพคลูกชิ้นแล้วยืนหัวเราะเหมือนคนบ้าเลย

 

                เราต้มน้ำซุปกันตอนบ่ายหอมฟุ้งไปทั่วห้อง ผมยังไม่เก่งพอจะทำน้ำซุปได้เอง แล้วก็การจัดพวกเครื่องหม้อไฟด้วยว่าต้องเตรียมเท่าไหร่มันถึงจะพอ

                นอกจากจะดูแลการเงินเจิ้นแล้ว ผมก็ต้องดูแลสุขภาพเจิ้นด้วย ผมชอบทำอาหารผมคิดว่าผมจะทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไป ไหนๆก็เรียนมาตั้งหลายอย่าง ขนมก็เริ่มจะทำเป็น แค่คิดว่าจะได้ดูแลเจิ้นเยอะๆก็มีความสุขจัง

                แล้วเจิ้นจะต้องเป็นคนไปขอผมแต่งงานแล้วนะ เพราะเจิ้นรังแกผมเยอะกว่าแล้ว ผมไม่ต้องกังวลเรื่องยืมเงินของลุงหยางแล้วด้วย ลุงหยาแอบกระซิบว่าพ่อหวงผมมากไม่ยกให้เจิ้นได้ง่ายๆหรอก แต่ผมเสียหายไปแล้วนี่? ถึงจะไม่ค่อยรู้สึกว่าตัวเองเสียหายเท่าไหร่...แต่ถ้าเสียหายพ่อก็คงยอมให้แต่งง่ายๆมั้ง?

                ไม่รู้เหมือนกัน...ถ้าพ่อไม่ให้แต่งผมจะทำยังไงดี?

                ผมคุยกับเจิ้นเรื่องนี้ก่อนนอน บอกเขาตรงๆว่าตอนนี้คนเสียหายเป็นผมแล้วนะเจิ้นจะทำยังไงต่อ? ผมกลัวมากเลยว่าเจิ้นจะไม่อยากรับผิดชอบผม เพราะผมเป็นฝ่ายไปรังแกเจิ้นก่อน เขาอาจจะโกรธ

                “พี่ก็แต่งกับจันทร์อยู่ดี...เดี๋ยวพี่จะไปขอจันทร์เอง”

                “เจิ้นจะไม่ทิ้งจันทร์ใช่ไหม”

                “พี่จะอยู่กับจันทร์ตลอดไป”

                “จันทร์ก็จะอยู่กับเจิ้นตลอดไป”

                เจิ้นทำให้ผมสบายใจ ดีใจจังที่เรายังได้แต่งงานกัน...ผมยังจำได้นะว่าการแต่งงานคือการที่เราจะอยู่ด้วยกันอย่างถูกต้อง สงสัยที่ผ่านมาผมกับเจิ้นอาจจะอยู่ด้วยกันแบบผิดกฎหมาย เพราะชื่อผมมันไม่ได้ถูกย้ายมาที่ช่อฟ้ากับเจิ้นอ่ะ ไม่รู้เกี่ยวกันไหม แต่ชื่อผมยังอยู่ที่บ้านที่นทบุรีอยู่เลย ผมมาลักลอบอยู่บ้านเจิ้นแหละ

                “เราจะได้อยู่ด้วยกันแบบถูกกฎหมายสักที”

                “หืม? เราก็ไม่เคยอยู่กันแบบผิดกฎหมายนะ”

                “อ้าว...โอ้ยจันทร์งงอ่ะ”

                ผมอธิบายเรื่องที่ผมเข้าใจสถานการณ์อยู่ด้วยกันของเรา เจิ้นกลับเลิกคิ้วแล้วเขาก็ขำ ผมเริ่มหน้างอเพราะรู้สึกว่าผมต้องเผลอเข้าใจอะไรผิดๆแล้วมันก็คงจะดูตลกแน่ๆ

                “การแต่งงาน...คือการที่เราจะเป็นคนรักกันอย่างเป็นทางการ และคนอื่นรับรู้ว่าเรารักกัน ตอนนี้เราก็รักกันแต่คนอื่นไม่รู้ เขาก็เข้าใจว่าจันทร์ไม่ได้รักพี่ แล้วพี่ก็ไม่ได้รักจันทร์”

                “แต่จันทร์รักเจิ้นนะ เจิ้นรักจันทร์เหมือนกันใช่ไหม? แบบว่าเราเข้าใจตรงกันเนอะ”

                “ใช่...พี่รักจันทร์....เราใจตรงกัน”

                คำว่ารักของเจิ้นฟังดูเพระจัง ผมเลยยื่นหน้าไปจุ้บปากเจิ้นเป็นรางวัลเด็กดี แต่เจิ้นก็แรงเยอะกว่าพลิกผมนอนลงกับเตียง

                “อื้อ...ห้ามเข้ามานะเจิ้น...จันทร์ไม่ให้นะ”

                “ไม่ให้จริงหรอ?”

                “มะ ไม่ให้นะ...อื้ออ อย่ากัดนะ”

                ผมพยายามจะห้าม...แต่มือเจิ้นก็ยุบยิบไปหมด ชุดนอนของผมถูกจนปลดกระดุมออก แล้วเขาก็กัดนม... เจิ้นชอบกัดนมผม...ดูด...บางทีก็เลีย ทำเหมือนกับนมผมเป็นจูปาจุ๊บ  

                “งื้ออออ เจิ้นนนนน”

                “พี่กัดนิดเดียว”

                ปากของเจิ้นขยับต่ำลงไปที่หน้าท้อง เสียงคัดค้านของผมมันไม่เข้าหูเจิ้นเลย พอจะดันออกข้อมือก็ถูกเจิ้นล็อคไว้...แล้วพอโดนเจิ้นกัดที่ข้างเอวผมก็หมดแรง

                ไม่ได้อยากให้เจิ้นยุบยิบนะ แต่พอโดนกัดเยอะๆผมก็หมดแรงไปเอง...มันเหมือนมีอะไรร้อนๆพองอยู่ข้างในตัวที่ทำให้สมองผมเบลอ ยังไม่ทันจะสลัดความงงเหล่านี้ออกไปเจิ้นก็ขยับขึ้นมากัดหู...

                “จันทร์ของพี่...”

                แล้วเจิ้นก็เขามา...มันเจ็บ เจ็บจนร้องไห้ แต่เจิ้นก็ไม่เอาออกไป เขาหยุดรอให้ผมเริ่มจะชินกับตัวเขาและ...เขาก็เข้ามาจนสุด เจิ้นไม่ใจดีเลย ไม่ออมแรงด้วย พอเข้ามาจนหมดเขาก็กระแทกผม

                น้ำตาผมไหลพรากแล้วมันก็ไม่หยุดด้วย ความเจ็บปะปนไปกับความรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะบินได้ ผมเห็นขาตัวเองบนไหล่เจิ้น เห็นแววตาเจิ้นที่เหมือนจะมีลูกไฟอยู่ข้างใน

                เจิ้นเสยผมยาวของตัวเองขึ้น...ทำให้ผมเห็นเขาชัดๆ แผ่นอก...หน้าท้อง...และสิ่งที่เจิ้นเอาเข้ามาในตัวผม จากมุมนี้เจิ้นเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ เขาน่ามอง...ทำให้ผมละสายตาไปไม่ได้เลย

                “จูบ...จูบจันทร์”

                ผมอยากจูบเจิ้นแบบไร้สาเหตุ ก็แค่อยากแตะต้อง อยากสัมผัสเจิ้น นิ้วของเจิ้นเหมือนมีมนต์วิเศษไม่ว่าเขาสัมผัสผมตรงไหนก็เหมือนผมจะละลาย

                “เรียกชื่อพี่....ศศิมณฑล”

                “เจิ้น...อะ...”

                “เรียกอีก...”

                “เจิ้น ...เจิ้น”

                “เด็กดี...”

                ผมต้องเสพติดความรุนแรงไปแล้วแน่ๆ เพราะพอเรียกเจิ้นเยอะๆผมก็โดนกัด แล้วผมก็ชอบให้เจิ้นกัด เขากัดจนข้างในตัวผมเต็มไปด้วยน้ำ...แต่เจิ้นก็ไม่ยอมเลิกยุบยิบ ผมโดนเจิ้นจับให้นอนคว่ำแล้วเขาก็ตี

                ละ แล้ว...ผมชอบให้เจิ้นตีด้วย

                เจิ้นทั้งตี...ทั้งเข้ามา ตัวผมมันไม่เป็นตัวเอง มันควบคุมไม่ได้ ผมทำได้แค่ร้องไห้แล้วก็เรียกร้องกับเจิ้นเยอะแยะไปหมด

                “จันทร์รุนแรงอีกแล้ว ฮึก...”

                “เปล่า...มันเป็นร่อยรองของความรัก...เหมือนที่จันทร์กัดพี่ตรงนี้ อยากกัดอีกไหม? หรืออยากให้พี่กัด?

                “อยากให้เจิ้นกัด...ได้ไหม”

               

หลังจากผมเดินไม่ได้ไปหนึ่งวัน ผมก็รวบรวมความกล้ามาขอเจิ้นไปอยู่หออีกครั้ง ผมไม่อยากคุยกับเจิ้นเรื่องขอนี้ที่บ้านเพราะเรื่องนี้จริงจังมากต้องมานัดคิวเจิ้นพี่เลขา แต่พอเอ่ยปากเจิ้นก็สวนกลับแบบไม่ทันให้ผมได้อธิบายเลย

“ไม่”

“จันทร์อยากลองอยู่คนเดียวแบบคนอื่นๆบ้างอ่ะ จันทร์ซักผ้าได้แล้ว รีดผ้าก็ใกล้จะเรียบแล้ว แล้วก็อุ่นนมได้ ทำกับข้าวได้ จันทร์ดูแลตัวเองได้แล้วจริงๆนะ ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว จันทร์โอเค จันทร์เอาอยู่”

ผมพยายามทำหน้าจริงจังให้ได้มากที่สุด จะต้องไม่อ้อนเจิ้นเพราะมันจะดูเด็ก เรากำลังคุยเรื่องที่เป็นการเป็นงานผมก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เจิ้นให้ได้

“พี่จะไม่เสี่ยงอีก คราวก่อนก็ไม่ไหว”

“แต่จันทร์อยู่สิงคโปร์เองได้แล้วนะ”

“นั่นเพราะมีคนอยู่ด้วย จันทร์อาจจะคิดไปเองว่าไหว แต่จริงๆแล้วไม่ใช่”

เจิ้นยังคงเสียงแข็ง แต่เรื่องนี้ผมจะไม่ยอม เจิ้นจะเห็นผมเป็นเด็กตลอดไปไม่ได้ แรกๆเจิ้นก็อาจจะกังวลอย่างนี้แหละ แต่อยู่ๆไปเจิ้นก็จะชินเองแล้วก็แบบว่า ว้าวววว ผมเก่งจังเลย ไม่น่าเชื่อเลยยยย เซอร์ไพรส์มากกก อะไรอย่างนั้น

                “ให้จันทร์ลองก่อน ถ้าไม่เวิร์คจันทร์สัญญาว่าจะไม่พูดเรื่องอยู่คนเดียวอีกเลย นะ เจิ้นนะ ให้จันทร์ไปอยู่หอนะ จันทร์สัญญาว่าจะไม่เหมือนครั้งแรก มันจะโอเค”

                ถามว่าผมอยากไปไหม...ก็ไม่ได้อยาก ผมคงคิดถึงเจิ้นมาก คิดถึงคุณป้าแม่บ้านด้วย แต่ผมก็อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง และคราวนี้ผมต้องทำให้ได้ ผมจะต้องเป็นผู้ใหญ่ ต้องหัดบริหารการเงินตัวเองให้ได้ ตอนนี้ผมมีจุดหมายที่พอจะจับต้องได้แล้ว

                ผมอยากให้ทุกคนเห็นว่าผมดูแลตัวเองได้ ไม่ได้งอแงเหมือนตอนปีหนึ่งอีก ผมอายุ 20 เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น และวันหนึ่งผมก็จะดูแลเจิ้นได้เหมือนกัน

“จะไปให้ได้ใช่ไหม?

                “เจิ้น...จันทร์จะกลับบ้านทุกวันศุกร์นะ แล้วก็จะโทรหาเจิ้นทุกวันนะ”

                “พี่คงนอนไม่หลับ”

                เจิ้นมักจะนอนไม่หลับถ้าไม่มีผมนอนด้วย เขาพูดทุกครั้งที่เราต้องห่างกัน...ผมก็ไม่ต่างกับเจิ้นหรอก มันชินแล้วที่เราจะต้องนอนกอดกัน อย่างตอนไปสิงคโปร์ก็ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าผมจะเคยชินกับการไม่มีเจิ้น

                “เดี๋ยวก็จะชิน”

                พี่ต้องชินกับการไม่มีจันทร์?

                คำพูดของเจิ้นทำผมอยากจะร้องไห้ นั่นสิทำไมเราต้องชินกับการที่จะไม่มีกันด้วย มันไม่ควรชินนะเพราะเราจะมีกันไปตลอด หรือการไปอยู่หอจะเป็นการตัดสินใจที่ผิด? แต่คนอื่นก็อยู่กัน...หรือว่ามันก็ไม่ควรจะต้องทำตามคนอื่น

                “จันทร์...จันทร์ไม่รู้แล้ว ...จันทร์ก็ มะ ไม่ได้อยากห่างเจิ้นนะ”

                “จันทร์กำลังจะห่างพี่”

                “ง่ะ ห่างกันสี่สิบนาทีเอง นะ เชื่อจันทร์นะ จันทร์รักเจิ้นที่สุดในโลก เท่าๆกับสินเชื่อเลย อ่ะมากกว่าสินเชื่อนิดนึง”

                ผมลุกเดินอ้อมโต๊ะไปกอดเจิ้น

                “ไหนว่าคุยจริงจัง แล้วทำไมคุณศศิมณฑลเดินมากอดผมล่ะครับ?

                “คุณศศิมณฑลอยากกอด ขอกอดไม่ได้หรอ ทำไมขี้หวงล่ะ ทีเจิ้นมากอดก่อนคุณศศิมณฑลยังไม่หวงเลยนะ”

                เจิ้นหลุดขำแล้วก็รั้งเอวผมไปนั่งตัก เขายอมให้ผมไปอยู่หอแต่ก็บ่นผมเยอะมากแถมขู่ด้วยว่าถ้าร้องไห้กลับบ้านคราวนี้นะจะไม่ให้ไปไหนอีกเลย งดไอติม งดกันดั้ม งดการ์ตูน งดขนม เหมือนโดนขังลืมไปเลย

                “ไม่ให้นอนกอดด้วย”

                “งั้นตอนนี้ขอกอดก่อนนะ เผื่อจันทร์ไม่รอด โดนทำโทษจะไม่ได้กอด”

                ผมกอดเจิ้นหนุบหนับ ผมคิดว่าเจิ้นจะใจอ่อนแล้วแต่ไม่...เขาดันตัวผมออกแล้วยกยิ้มร้ายกาจ ยิ้มที่ผมไม่เคยเห็น มันทำให้ใจผมร่วงไปกองกับพื้น

                จันทร์จะได้สิ่งที่จันทร์ขอ แต่พี่ก็มีเงื่อนไขในการให้

 

------------------------------------------------ จบภาค The Emperor...จักรพรรดิ ------------------------------------------

 

 

จบภาคแล้วจ้า <3 ตัดที่ตรงนี้เลย อิอิ

The Emperor แปลว่า จักรพรรดิ ตั้งตามเจิ้นที่มีดวงชะตาจักรพรรดิค่ะ

 

มูนนี่มีเป้าหมายในชีวิตแล้ว ไม่รู้คราวนี้จะรุ่งหรือจะร่วงหรือจะล่มอีกนะคะ 55555+ ให้กำลังใจมูนนี่ด้วยนะ อยากจะฮุบสมบัติพี่เจิ้นซะแล้ว ลุงหยางก็เหลือเกินนน แนะนำน้องดีมาก แกล้งเจิ้นทางอ้อมไปอี้กกกก

เราจะทำการส่งส่วนนี้ไปพิมพ์ก่อน ตอนพิเศษเดี๋ยวขอปรึกษาทาง บก. อีกทีว่าจะให้จบทุกภาคก่อนค่อยลงตอนพิเศษหรือว่ายังไงน้า ทุกอย่างมันยังไม่คอนเฟิร์ม 100% จะอัพเดทผ่านหน้าเพจเป็นระยะค่ะ

ส่วนทวิตเตอร์.... ก็เพ้อเจ้อซะส่วนใหญ่ ใครไปฟอลอาจจะรำคาญ แนะนำทางแฟนเพจนะคะ อิอิ

ขอบคุณทุกคอมเม้นค่ะ

แล้วเจอกันต่อในภาคหลัง .... The Empress ...จักพรรดินี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 486 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,205 ความคิดเห็น

  1. #13135 fuxxy (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 17:42
    เอ็นดูววววว
    #13,135
    0
  2. #12949 K.white wine (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 20:57
    จันทร์ลูกไม่ต้องไปปรึกษาลุงซันแล้วนะลูกลุงแกร้าย ร้ายมากด้วย
    #12,949
    0
  3. #12642 Miki_milky (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:54
    น้องต้องอยู่ให้ได้นะ อย่าร้องไห้
    #12,642
    0
  4. #12540 Orathaiks (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 09:16
    สู้เค้าลู๊กกกก
    #12,540
    0
  5. #12266 pcy921 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 19:01
    น้องต้องอยู่ให้ได้นะคะ โอกาสสุดท้ายยยย
    #12,266
    0
  6. #12049 ojay2 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 18:54
    น้องจะอยู่ได้มั้ยนะ
    #12,049
    0
  7. #11926 Russadakorn (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 15:29
    ตลกที่จันทร์มีอะไรก็เล่าให้ลุงหยางฟังหมดเลย 55555555555
    #11,926
    0
  8. #11917 Aunchiree (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 18:38
    อยากให้ไรท์ตอนพิเศษให้เจิ้นกับจันทร์มีลูกคงจะน่ารักมากๆเลย
    #11,917
    0
  9. #11725 Clairey (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 08:31
    ไรท์ทำตอนพิเศษที่เจิ้นกับจันทร์มีลูกได้ไหมอ่ะ คือวอแวมากแต่อยากอ่านจริงๆ 55555
    #11,725
    0
  10. #11644 JaoJean (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 16:32
    สู้เข้านะจันทร์ เจิ้นด้วยย
    #11,644
    0
  11. #11586 mon9228 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 23:46
    ดีนะที่ปรึกษาลุงหยาง ได้ความคิดดีๆมาเยอะเลย เป็นแรงผลักดันตัวเองด้วย เจิ้นนี่ น้องจะขอออกไปเรียนรู้ ก็ปล่อยน้องไปหน่อยก็ได้ มีเงื่อนไขอะไรอี๊ก
    #11,586
    0
  12. #8647 gnawkezi~* (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 18:13
    เงื่อนไขเจิ้นคืออะไรนะ
    #8,647
    0
  13. #8375 Cream_2546 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 11:18
    จันทร์น่ารักกกก ชอบคิดว่าเจิ้นเป็นปลาหมึก55555 เอ็นดู
    #8,375
    0
  14. #6197 Dinadin (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:57
    แรกๆก็คิดว่าจันทร์น่ารักนะ แต่อ่านไปเรื่อยๆใจก็แอบคิดว่าดูน้องพึ่งพาตัวเองไม่ได้เลย อายุก็ไม่ได้น้อยๆ ยังงอแง ร้องไห้ หรือแบบอุ่นนมทำอาหารยังงี้ ทำไมรู้สึกว่ามันดูเกินจริงไปรึเปล่า แบบไม่เคยทำก็จริง แต่ถ้าออกมาอยู่ตัวคนเดียว ด้วยอายุขนาดนี้ก็ควรจะทำได้ คือดูเป็นคนล้มเลิกอะไรง่ายๆ แต่ก็คงเพราะการเลี้ยงดูของเจิ้นและครอบครัวอะแหละ ห่วงเว่อไป น้องดูไม่ค่อยฉลาด เหมือนอายุประมาณประถมยังไงไม่รู้ ความจริงก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมเจิ้นถึงชอบจันทร์ หรือไรท์เคยบอกไปแล้วแต่จำไม่ได้ก็ไม่ทราบ
    #6,197
    1
    • #6197-1 sskii2705(จากตอนที่ 44)
      9 มีนาคม 2561 / 01:05
      ขอเสริมริดนึงนะคะ อย่าลืมอีกเหตุผลนึงนะคะคือ แม่เจ้าจันทร์ทำแท้งน้องด้วยนะคะ แต่ไม่สำเร็จไหนจะไม่ให้ลูกกินนมอีกตอนคลอดมันเกี่ยวกับพัฒนาการของเจ้าจันทร์ด้วยน้องเลยช้ากว่าปกติค่ะ
      #6197-1
  15. #6153 Prangky13 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:45
    อยากให้มูนนี่มีลูกจังค่ะไรท์อยากเห็นมูนนี่น้อยย วอนไรท์เก็บไปพิจารณาค่ะะะะ
    #6,153
    0
  16. #6143 Popan6112 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:03
    จันทร์น่ารัก ชอบที่น้องแทนคนอื่นๆเป็นสัตว์5555 มีทั้งกระต่ายทั้งปลาหมึก เอ็นดูวววว ตลกที่ไปเล่าเรื่องให้ลุงหยางฟังหมดเลย5555เจ้าลูกกระต่ายโดนเจิ้นจับกินไปเยอะแล้วยังซื่อบื้ออยู่เลย น่ารักกกก
    #6,143
    0
  17. #6140 Husky 'Baby (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:55
    เอาแล้วว น้องโตขึ้นแล้วโดยมีลุงหยางเป็นแกนนำ 5555
    #6,140
    0
  18. #6132 Karoronoii (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:01
    เจิ้นตายแนนนน่ น้องยิ่งห่างไปอีกกก
    #6,132
    0
  19. #5940 callmeyoon (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:05
    ดูดเหมือนดูดจูปาจุ๊ป จันทร์ลู้กกกกก 5555
    #5,940
    0
  20. #5900 mkatui (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:25
    เงื่อนไขนั้นมันคืออิหยัง! น้องต้องสู้นะลูก น้องอย่าไปยอมเจิ้นนน น้องจะโตขึ้นแล้ววว งึ้ยๆๆๆ ลุงหยางคือดีจ้า แนะนำดีหมด แผนมาหมด เจิ้นรอดูน้องนะน้องจะโตแล้ว! จัม!
    #5,900
    0
  21. #5885 LittleDeerxoxo (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:48
    เจิ้นเจ้าเล่ห์มากกก ระวังไว้นะมูนนี่
    #5,885
    0
  22. #5732 baby_girl (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:44
    ชอบความมโนของเจ้าจันทร์ ชอบเวลาน้องจริงจัง นี่ชอบตอนเจิ้นแทนตัวเองว่าผม ครั้งแรกเลยมั้ยอ่าาา รู้สึกเขิน ชอบคุณศศิมณฑลม้ากมากกก เวลาลูกกระต่ายปรึกษากับลุงหยางทีนี่ชอบมากๆอะ ลุงมีแผนตลอด 555555 รอพี่ซันอยู่นะคะ ขยิบตา^^
    #5,732
    0
  23. #5641 pukiest (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:23
    มูนนี่เอ้ยยยย ลูกกกก ฮึ้ยยยยยยย
    #5,641
    0
  24. #5630 PD' ropia (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:11
    ฮือออ รักน้องงงงงง
    #5,630
    0
  25. #5608 CalamaleParfait (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:29
    ฮือออ รักในทุกตัวอักษร รักในทุกความรู้สึกที่แต่ละตัวละครมีให้กัน มีเหตุและมีผลเสมอ จะรอภาคต่อปายยย > <
    #5,608
    0