In Control...ในปกครอง (Yaoi)(END)

ตอนที่ 41 : Chapter 36 : Deal

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,601
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 529 ครั้ง
    7 ก.พ. 61

Chapter 36 Deal

                ก่อนงานวันเกิดเจิ้นพาผมไปเดินเล่นที่ชิดลม จริงๆคือบ้านเรากำลังมีออแกไนซ์เข้ามาจัดงานให้อยู่ก็เลยขี้เกียจฟังเสียงดัง ผมก็งงว่าทำไมงานเรามันใหญ่อลังการขนาดนั้นเลยหรอ แต่ดูจากชุดแล้วก็คงจะอย่างนั้นแหละ เจิ้นก็ขี้เกียจจะอยู่ฟังซินแสพูดนั่นพูดนี่ก็เลยพาผมหนีมาเดินเล่น

                เจิ้นคงเตรียมตัวหนีเลยรีบปลุกผมตั้งแต่เก้าโมงทั้งๆที่เป็นวันหยุด ข้าวเช้ายังมากินที่สตาร์บัค เจิ้นสั่งกาแฟส่วนผมเป็นชาเขียวปั่นกับนมร้อนแก้วเล็ก แล้วก็พวกเซ็ตอาหารเช้า

                การมาห้างแต่เช้าก็ให้บรรยากาศคนละแบบ คนโล่งมากเลยแม้จะเป็นวันหยุด เจิ้นกับผมไม่มีแพลนทำอะไรเป็นพิเศษเลยคิดว่าจะดูหนังกันแล้วพอหนังจบค่อยไปซูเปอร์เพราะผมอยากได้ของไปทำขนม

                เจิ้นเลือกหนังแนวคอมเมดี้ที่ไม่ได้เป็นกระแสเพราะตอนนี้เรื่องที่ดังๆก็จะเป็นพวกหนังแอคชั่นกับหนังผี ผมไม่ค่อยชอบดูเท่าไหร่ เจิ้นก็ไม่ได้ชอบดูหนัง...ถ้าอยากชวนเจิ้นไปทำอะไรที่เจิ้นจะพอใจควรจะพาไปเดินพวกร้านของเก่าแนวจีนๆ ดนตรีเก่าๆ เจิ้นจะชอบ

                ที่นั่งของเราเป็นแบบโซฟาเดี่ยวมีโต๊ะเหมือนที่วางของตรงกลาง มีผ้าห่มและหมอนใบเล็ก จริงๆเจิ้นอยากได้แบบฮันนีมูนซีทที่ได้นั่งด้วยกัน แต่ไม่มีรอบก็เลยจ่ายแพงแต่ต้องนั่งคนละเบาะ ผมหน้ามุ่ยตั้งแต่เริ่มเรื่องเพราะมันพิงเจิ้นไม่ได้อ่ะ มันสบายก็จริงแต่แบบว่ามันต้องนั่งแยกกัน ถึงเราจะจับมือกันได้ก็ไม่เหมือนนั่งพิงกันอ่ะ

                “มานั่งนี่มา”

                เจิ้นดึงผมให้ลุกไปนั่งตัก เบาะเดี่ยวมันก็ค่อนข้างกว้างแต่พอนั่งด้วยกันมันก็แคบแต่ผมก็ชอบที่จะนั่งพิงเจิ้นมากกว่า สองแขนเจิ้นโอบเอวผมไว้ แล้วผมก็เริ่มง่วงเพราะหนังไม่ได้สนุกเท่าไหร่

                “จันทร์ง่วง”

                “เดี๋ยวพี่ปลุก...”

                ผมซุกกับซอกคอเจิ้น มือเจิ้นลูบหลังผมช้าๆ...สบายจัง

 

                เราไปกินอาหารญี่ปุ่นกันหลังจากหนังจบ เสียดายตังค์มากเลยดูได้ไม่ถึงครึ่งเรื่องแถมยังเสียค่าบัตรฟรีไปหนึ่งใบเพราะผมมานั่งกับเจิ้น เจิ้นบ่นว่าคราวหลังถ้าไม่ได้ที่นั่งแบบโซฟาคู่ฮันนีมูนซีทก็จะไม่ดูละ บ่นไปเรื่อยเปื่อยอ่ะเจิ้น คงหงุดหงิดที่ขาชา ผมก็เถียงไรไม่ได้เพราะเป็นคนผิดเต็มๆ แหะๆ

                ตอนกินข้าวก็พยาย๊ามพยายามป้อนเจิ้น ตักนั่นตักนี่ให้เจ้าตัวจะได้หายหงุดหงิด เจิ้นก็ดูอารมณ์ดีขึ้นนิดหน่อย เจิ้นอ่ะชอบให้คนเอาใจ บางทีกับพี่ๆเลขาน่ะทำเป็นเรื่องมากก็เพราะอยากให้เอาใจ

                ไม่รู้ทำไมนับวันผมยิ่งรู้สึกว่าเจิ้นเป็นคนเจ้าอารมณ์ แต่ไม่ได้แสดงออกตรงๆหรอก มันออกมาในรูปแบบความเกรี้ยวกราดผ่านการกระทำ ยิ่งตอนไนท์แคร์ผิดเวล่ำเวลานะใช่เลย ไม่หงุดหงิดผมเรื่องอะไรสักอย่างก็ต้องหมั่นไส้หรือมีความสุขเกินเกณฑ์ปกติ แล้วผมก็เหนื่อย...

                จริงๆหรือว่าการไนท์แคร์มันจะไม่ใช่ผมรังแกเจิ้น...แต่เป็นเจิ้นรังแกผม?

                “แล้วจันทร์รู้สึกว่าตัวเองโดนรังแกหรือเปล่า?

                “ก็...ไม่อ่ะ”

                “งั้นแสดงว่าพี่ไม่ได้รังแกจันทร์”

                ไม่มีอะไรจะเถียงเลย...ที่ผมกังวลไปเองว่าผมอาจจะเข้าใจผิดเป็นอันตกไป ก็ผมไม่ได้รู้สึกว่าเจิ้นรังแกจริงๆนี่แต่ผมคิดว่าตัวเองรังแกเจิ้นอ่ะ

                ทำไมผมถึงเป็นคนชอบทำอะไรรุนแรงแบบนี้นะ...

                “เลิกคิดอะไรได้แล้ว มากินปลา”

                เจิ้นดึงความสนใจผมกลับไปที่อาหาร แต่ผมก็ยังคาใจอ่ะว่าทำไมผมถึงลงไม้ลงมือกับเจิ้นหนักจังเวลาเราไนท์แคร์กัน หรือจะเป็นกรรมพันธุ์? แบบที่ผมชอบถูกกัดเพราะพ่อก็ชอบ...ไว้ต้องลองถามพ่อดีกว่า หรือไปถามตอนเจิ้นจะเข้าไปคุยเลยจะได้ทีเดียว

                พฤติกรรมรุนแรงมันไม่ดีใช่ไหมอ่ะ? แต่ทำไมตอนโดนกัดมันรู้สึกดีมากเลย...

                “เหม่ออีกแล้ว คิดอะไร?

                “คิดว่าทำไมเวลาเจิ้นกัดแล้วจันทร์รู้สึกดีจัง”

                อ้ะ...เง้ออออออออ ผมพยายามแก้ตัวกับความคิดที่กระเด็นออกมา แต่คำพูดมันก็ตะกุกตะกักเสียงสั่น ผมโกหกเจิ้นไม่ได้อ่ะ จะแก้ตัวก็ไม่ถนัด มันเลยเหมือนแบบ โง้ยยยย ละจะยิ้มแซวทำไม

                “พี่ก็ชอบกัดจันทร์”

                เจิ้นดึงมือข้างที่ถือตะเกียบของผมไปกัดเบาๆที่นิ้วก้อย...มันรู้สึกดีมากเลย มากจนผมเกือบหมดแรง ทำไมแค่กัดเบาๆเองอ่ะ ฟันของเจิ้นมีมนต์วิเศษใช่ไหม

                “มูนนี่เด็กดี”

                ผมทิ้งตัวลงไปซุกกับไหล่เจิ้น เสียงหัวเราะทุ่มๆทำให้ผมยิ่งอาย

                “งื้อออ ห้ามจับหูจันทร์นะ ไม่มีอะไรให้หึงสักหน่อย มีแต่ปลา”

                ผมเงยหน้าไปตะแง้วกับเจิ้นที่มายุบยับกับหูผม หูนี่ยิ่งกว่านิ้วอีกเพราะมันทำผมหัวใจเต้นแรงเป็นกลองวันงานกีฬาสีเลย แล้วดูเจิ้นยิ้ม ฮึ่ย...คนนิสัยไม่ดี

                “ปลาพี่ก็หึง จานข้าวพี่ก็หึง เสื้อจันทร์พี่ก็หึง”

                “หึงเสื้อ? แล้วให้จันทร์ใส่อะไรเล่า”

                “ไม่ให้ใส่...อยู่กับพี่ไม่ต้องใส่เสื้อผ้า”

                “ทะลึ่งมากกกก โอ้ยเจิ้นติดนิสัยไม่ดีมาจากใครเนี่ย”

                “ดุพี่แต่หน้าแดง...กลัวดีไหม?

                ผมตะแง้วกับเจิ้นอีกสักพักหน้าที่ร้อนผ่าวถึงอุณหภูมิต่ำลง เจิ้นตาวิบวับด้วยอ้ะ...แล้วผมก็แพ้สายตาแบบนี้ของเจิ้นทุกที เนี่ยยยเจ้าเล่ห์แบบเนี้ยจะมาเป็นกระต่ายกับผมได้ยังไง ไปเป็นแมงกะพรุนเลยไป

               

                เรากลับบ้านกันตอนเย็นหลังจากผมเดินซุเปอร์อยู่เป็นชั่วโมง ผมยังไม่คล่องเรื่องพวกซื้อวัตถุดิบ ของเหมือนกันแต่พอต่างยี่ห้อก็ไม่เหมือนกัน เจิ้นก็ไม่ได้เร่งแต่ให้ผมอ่านฉลากดีๆ เจิ้นก็ช่วยอ่านด้วยแต่เจิ้นทำกับข้าวไม่เป็นหรอก เราก็แค่ช่วยกันเลือกเท่าที่สัญชาตญาณจะบอกว่าดี โดย...เจิ้นบอกอันไหนแพงแสดงว่าดี เพราะวัตถุดิบแพงกว่า

                อันไหนที่เลือกไม่เป็นก็เลยจะถูกเลือกด้วยเหตุผลว่ามันแพง... เราไม่ได้กินไอติมกันที่ร้านแต่เจิ้นซื้อใส่กล่องมาให้เลยเป็นรสมังคุดกับแคนตาลูป กลับมาถึงบ้านงานเลี้ยงก็จัดเกือบเสร็จแล้ว ซินแสแค่เน้นย้ำให้ตื่นมาให้ตรงเวลาเพื่อคำนับฟ้าคำนับเทพต่างๆ

                เจิ้นกับผมเลยเปื่อยๆกันไปตอนเย็น เจิ้นนั่งดูหุ้นส่วนผมก็ดูการ์ตูนกินไอติม คุณแม่บ้านไล่ผมกับเจิ้นเข้านอนตั้งแต่สองทุ่ม มันก็ไม่ได้ผิดเวลาผมเท่าไหร่เพราะปกติก็นอนสองทุ่มครึ่งสามทุ่มอยู่แล้ว แต่เจิ้นเหมือนจะยังไม่ง่วงเลยเปิดไฟหัวเตียงอ่านหนังสือ

                ผมกอดสินเชื่อแล้วพลิกตัวไปซุกตักเจิ้น แอร์เย็นๆทำให้ผมชักจะง่วง ตื่นเต้นที่วันพรุ่งนี้ผมจะอายุยี่สิบแล้ว บรรลุนิติภาวะจะได้ทำอะไรตั้งหลายอย่าง เรียนขับรถ เข้าผับ.. ไปเลือกตั้ง..เอ๊ะ อันหลังเหมือนจะยังไม่ได้แฮะ

                “ตื่นเต้นไหม?”

                “อื้อ...จันทร์จะอายุยี่สิบแล้วอ่ะ”

                “โตแล้วสิ?”

                “อื้อ...เป็นผู้ใหญ่ยากไหม?”

                “ก็ยาก...แต่ก็ทนไหว ชีวิตก็แบบนี้”

                เจิ้นลูบหัวผมเบาๆ มือของเจิ้นอุ่น...ผมชอบมือเจิ้นจัง ในความตื่นเต้นมันก็มีความกังวลอยู่ด้วย ผมไม่เคยเป็นผู้ใหญ่มาก่อน การเป็นผู้ใหญ่แสดงว่าความรับผิดชอบของเราต้องมากขึ้นใช่ไหม

                “กังวลอะไรหืม...คิ้วขมวดเชียว”

                “จันทร์กลัวว่าจันทร์จะเล่นไม่ได้อีก ต้องมีเรื่องเครียดๆเพิ่มอีกแน่เลย”

                “พี่จะอยู่ข้างๆจันทร์เอง...”

                “เจิ้นห้ามไปไหนนะ”

                ผมดึงมือเจิ้นมากอด มองเขาตาแป๋ว เจิ้นยิ้มแล้วก็พยักหน้า...การโตเป็นผู้ใหญ่ของผมคงต้องมีเจิ้นช่วยอีกนั่นแหละเพราะผมก็ไม่รู้ว่าความเครียดแบบผู้ใหญ่จะเครียดมากไหม...ทุกวันนี้เครียดสุดก็แค่ตอนสอบ แต่โตไปอีกหน่อยก็ต้องเรียนจบไม่มีสอบแล้ว การสอบเป็นแค่ด่านแรก...ด่านต่อไปจะเป็นอะไรนะ หรือจะเรื่องแต่งงาน?

                จริงด้วย! เรื่องนี้ก็เครียด จะบอกพ่อยังไงเนี่ย พ่อต้องบิดหูผมแน่เลยที่ไปรังแกเจิ้นถึงขนาดต้องแต่งงาน ถึงเจิ้นบอกจะคุยให้ก็เหอะ แต่เจิ้นคงไม่เอาช่อฟ้ามาให้พ่อจริงๆหรอก โอ้ยยขอให้พ่ออนุญาตผมจะได้ขอเงินลุงหยางไปขอเจิ้นให้ถูกต้อง

                “ยังอีก ยังขมวดคิ้วอีก”

                “จันทร์กลัวเราไม่ได้แต่งงานกัน”

                “เราจะต้องได้แต่ง...เพราะเรารักกัน มากอดกันมา”

                เจิ้นขยับตัวลงนอนข้างกัน อ้อมแขนอบอุ่นกอดผมไว้แน่นจนได้ยินเสียงหัวใจของเจิ้น สินเชื่อถูกเจิ้นดึงออกวางไว้ข้างหลังผมอีกที พอไม่มีสินเชื่อตัวเราก็ติดกัน

                “จันทร์กังวลเยอะแยะไปหมดเลย”

                “ไม่มีอะไรต้องกังวล...พี่จัดการให้เอง”

                “เจิ้นเก่งจัง”

                “พี่อยากเป็นคนเก่งของจันทร์”

                “อื้อออออ เป็นทุกอย่างในชีวิตจันทร์เลย

                “มูนนี่เด็กดี...”

                เจิ้นเชยคางผมให้แหงนรับจูบของเขา...จูบที่เจิ้นค่อยๆขยับขบเม้มริมฝีปากผมช้าๆ ฟันคมขบเบาๆแล้วเคลื่อนไปทีละนิด ก่อนลิ้นนุ่มจะสอดเข้ามาหยอกล้อ...กับลิ้นผม

                นานจนแทบหายใจไม่ออก...เจิ้นถึงยอมผละออกไป

                ฝันดีมูนนี่...

               

                ยามเช้าแสนละเหี่ยใจ ผมต้องโดนพ่อที่มาทำอะไรแต่เช้านักหนาไม่รู้แงะผมลงมาจากเตียง ล้างหน้าแปรงฟันแล้วก็มายืนให้ช่างจากห้องเสื้อแต่งตัวให้ ทำไมทีพ่อได้ใส่แค่ชุดจีนธรรมดาเองอ่ะ...แต่พ่อก็ไม่ได้ใส่อะไรแบบนี้บ่อยนะ พอใส่ก็ดูเหมาะดี ชุดจีนของพ่อเป็นสีดำสนิทกระดุมกับขอบชุดเป็นไหมสีทองไม่ได้มีลวดลายอะไร ชายเสื้อทิ้งตัวยาวถึงข้อเท้าเหมือนชุดเจิ้น ของลุงหยางก็เช่นกันแต่ลุงหยางเป็นลายเมฆแบบจีนๆ คุณปู่ก็ใส่ชุดจีนแต่เป็นจีนคนละแบบ ผมก็ไม่รู้ว่าบ้านเราตกลงจะใส่ชุดจีนแบบไหน แยกไม่ออก ผมยังไม่รู้เลยไอ้ชุดผ้าเยอะๆแขวนกว้างๆเหมือนตัวละครในหนังจีนที่ผมใส่นี่ได้รับอิทธิพลมาจากยุคไหน

                ผมว่าจริงๆแล้วบ้านเรามั่ว...อาจจะเป็นจีนปลอมๆ แบบว่ามิกซ์คัลเจอร์ไปแล้วหยิบอะไรมาใส่ได้ก็ใส่ เพราะมันดูมั่วๆจริงๆนะ เจิ้นก็ไม่รู้เพราะถามก็บอกว่าใส่ตามเขาจัดมานั่นแหละ คงจะมีซินแสกับปู่รู้กันสองคน

                ถึงเวลาผมกับเจิ้นก็ลากชุดเวอร์ๆของเราไปที่แท่นพิธีตรงใกล้ๆห้องดูดาว ทิศที่เทพจะบินผ่านซึ่งเป็นคนละมุมกับวันตรุษ ระหว่างลุกๆนั่งๆหลายครั้งเจิ้นก็ต้องช่วยประคองเพราะผมจะสะดุดเสื้อตัวเองทุกที ทั้งง่วงทั้งหนักทั้งเยอะ จบพิธีต่างๆได้ก็เกือบจะตาปิด กว่าผู้ใหญ่จะอวยพรให้ซอง ให้ของขวัญ ช่วงนี้นี่ดีที่สุดเลย คุณปู่ให้มาเป็นแบงค์พันห้าสิบใบ พ่อกับแม่เจิ้นให้อีกสามหมื่น ลุงหยางกับพ่อก็ให้เงินสดสามหมื่น ส่วนเจิ้นไม่ได้อะไรเลย

                ผมส่งเงินให้พี่เลขาของเจิ้นไปฝากเข้าบัญชีให้ หลังจากได้ของขวัญแล้วผมกับเจิ้นก็เข้าห้องมาเปลี่ยนเสื้อผ้า ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนแล้วมาเจอกันอีกทีงานเลี้ยงตอนเย็นเลย ผมแอบน้อยใจที่ไม่ได้ของขวัญจากเจิ้น แต่เจิ้นก็ให้ทุกปีนะ หรือปีนี้อาจจะยุ่งๆ...

                “ของขวัญจากพี่...สุขสันต์วันเกิดนะจันทร์”

                กล่องใบเล็กสีน้ำเงินเข้มมีโบว์สีขาวถูกยื่นมาตรงหน้าทันทีที่ประตูห้องปิดลง เจิ้นไม่ได้ลืม! แต่เขาเอามาให้กันสองคน ดีใจจัง..ผมรีบเปิดออกมาดู...ปรากฏว่าเป็นการ์ดหนึ่งใบสีดำสนิท เป็นบัตรที่มีสลักตัวนูนเป็นชื่อเจิ้น

                “บัตรเอทีเอ็มของพี่ เงินพี่ทั้งหมดอยู่ในนี้ ต่อไปพี่จะขอเงินค่าขนมจากจันทร์ทุกวัน”

                “เอ๋? อ๊ะ เอามาให้จันทร์ทำไมล่ะ เจิ้นเก็บไว้เลยนะ จันทร์จะดูแลเงินเจิ้นได้ยังไงอ่ะ”

                “ไว้ใช้จ่ายในบ้านเรา กดเงินให้คุณป้าแม่บ้านไปซื้อของ แล้วก็ให้เงินพี่ไว้ใช้แต่ละวัน”

                “แต่จันทร์ไม่รู้ว่าต้องให้เท่าไหร่”

                “ลองคำนวณดู หัดดูแลบ้านเราไปทีละนิด รหัสบัตรคือเดือนกับปีเกิดจันทร์ หกตัวนะ รูดได้ด้วยเป็นเดบิต”

                ผมเหมือนได้รับภารกิจอันยิ่งใหญ่ การดูแลบ้าน! บ้านของผมกับเจิ้น แสดงว่าชั้นห้าสิบเก้านี่เจิ้นวางใจให้ผมดูแลแล้วใช่ไหม? เพราะว่าผมโตเป็นผู้ใหญ่ แล้วก็เป็นคนกำหนดค่าใช้จ่ายของเจิ้นด้วย!

                “แล้วจันทร์ต้องให้เจิ้นเท่าไหร่อ่ะ หรือว่าแล้วแต่จันทร์”

                “แล้วแต่จันทร์สิ เท่าไหร่ล่ะ?”

                หนึ่งร้อยบาท พอไหมอ่ะ เจิ้นไม่น่าใช้เงินเยอะนะ ใช้วันละร้อยก็พอ กลางวันก็กินที่บ้าน ตอนเย็นก็ไม่ค่อยได้ไปไหน ถ้าออกไปค่อยบอกจันทร์นะ จันทร์จะให้เพิ่ม โหถ้าไม่ไปคือเจิ้นไม่ได้ใช้เงินเลย หมดเดือนต้องฝากธนาคารได้เยอะแน่ๆเลย ไว้จันทร์พาลงไปฝากเข้าบัญชีเนอะ”

 

                เจิ้นยิ้มขำคนจำกัดเงินรายวันตัวเองอยู่ที่หนึ่งร้อยบาท การมอบหมายให้ถือเงินค่าใช้จ่ายในบ้านดูเป็นเรื่องตื่นเต้นของเจ้าตัว จันทร์เรียนไม่เก่ง เกรดเทอมล่าสุดที่เพิ่งออกก็เรียกว่าหวุดหวิด...แต่น้องกลับทำได้ดีในเรื่องการทำอาหาร แล้วก็สนใจพวกงานฝีมือน่าจะเหมาะกับการดูแลบ้านมากกว่า

                เขาไม่ได้บังคับแต่แค่ลองดูว่าจันทร์จะชอบแบบนี้มากกว่าไหม? ถ้าน้องสนใจจะอยู่กับบ้านเป็นแม่บ้านเหมือนที่แม่เขาเป็นมันก็ไม่ได้แย่ งานบ้านมันจุกจิกทำทั้งวันก็ไม่เสร็จ ไหนจะทำกับข้าว ดูแลเสื้อผ้า ก็ให้จันทร์ลองดู มันอาจจะเพิ่มทางเลือกให้กับชีวิตของน้อง

                จันทร์ไม่ได้อยากเรียนการเงินแต่ไม่รู้ทำไมถึงดึงดันจะเรียน แม้จะเคยบ่นว่าอยากไปเรียนทำอาหารซึ่งเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่เจ้าตัวต่างหากที่ไม่อยากไปเลยให้เรียนทำอาหารวันหยุดแทน

                บางทีอาจจะเป็นความกดดันที่อยู่ช่อฟ้า ทำให้คิดว่าต้องทำงานในธนาคารซึ่งมันไม่จำเป็น เขาไม่ได้อยากให้จันทร์มาทำอะไรในธนาคารช่อฟ้า บุคลากรมีครบอยู่แล้ว มันไม่ใช่ยุคก่อตั้งที่จะต้องลงแรงเองทั้งหมด ทุกตำแหน่งมีหน้าที่มีระบบการจัดการ ใครออกไปก็แค่หาคนมาแทน

                บางทีถ้าได้ลองทำจันทร์อาจจะกล้าตัดสินใจเลือกทางที่ตัวเองชอบในที่สุด...แต่เจ้าตัวก็ดูแฮปปี้ที่จะได้ถือเงิน มันไม่ใช่บัญชีหลักอะไร เป็นแค่เงินหมุนเวียนในบ้าน เป็นบัตรเดบิตที่ใส่เงินไว้เท่ากันทุกเดือนให้คุณป้าแม่บ้านใช้จ่ายซื้อของเข้าบ้าน ตอนนี้ก็เลยขอมาให้จันทร์ดูแลแต่ก็ฝากคุณป้าแม่บ้านสอนการแบ่งเงินอีกทีอยู่ดี

                คุณป้าแม่บ้านคงเป็นคนแรกๆที่ดูออกในทุกๆอย่าง รับปากว่าจะสอนเจ้าจันทร์ดูแลบ้านให้ ถ้าเจ้าจันทร์มีความสุขกับเรื่องนี้มันก็ไม่ใช่ปัญหาเลย ดีซะอีกที่เจ้าตัวจะได้ไม่ต้องไปเจอเรื่องเครียดนอกบ้าน ทุกการทำงานย่อมมีอุปสรรค ยิ่งทำงานกับคนยิ่งวุ่นวาย ก็ให้จันทร์วุ่นวายกับการทำกับข้าว เย็บผ้า ชอปปิ้งซื้อของเข้าบ้านไปแทน

                ส่วนความคิดที่จะให้เงินวันละร้อยก็อยู่เหนือความคาดหมายไปเยอะ...ก็ถูกของน้อง วันๆไม่ได้ใช้เงินอะไร แต่ถ้าให้คิดว่าเจ้าของธนาคารได้เงินใช้วันละร้อยบาทก็ดูเป็นเรื่องขำๆ

                ฟังเสียงเล็กๆเจื้อยแจ้วว่าต้องออมเงินอย่างนั้นอย่างนี้ อวดวิชาที่เรียนมาแล้วก็ต้องรีบดึงเข้ามากอด เจ้าก้อนความสุขของเขา...

                “เจิ้นต้องแบ่งรายได้เป็นหลายๆส่วนนะ ออมเงินสิบเปอร์เซ็นต์ด้วย”

                “จากร้อยก็เหลือเก้าสิบ?”

                “แล้วก็จ่ายนั่นจ่ายนี้อีกส่วน”

                “ค่าไฟธนาคารก็ไม่พอแล้ว”

                “ง่ะ...งั้นจันทร์ให้กู้ก็ได้ จันทร์เพิ่งเป็นเศรษฐีมา เมื่อกี๊ได้ตังค์แสนกว่าแน่ะ...เจิ้นต้องง้อจันทร์แล้วนะ เพราะตอนนี้จันทร์ถือเงิน ห้ามหือ ห้ามขัดใจ!

                แวบหนึ่งเจิ้นรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาว่าถ้าแต่งงานไป...พระจันทร์รสนมของเขาคงใช้ความน่ารักมาชนะทุกอย่างจนของๆเขากลายเป็นของๆเจ้าจันทร์ไปหมด แม้แต่ช่อฟ้าก็มีหวั่นๆจะได้เปลี่ยนชื่อเจ้าของเป็นศศิมณฑล...

                “ถ้าจันทร์เป็นเจ้าของธนาคารแทนพี่ จันทร์จะทำยังไง?”

                “จันทร์ก็จะจ้างเจิ้นมาบริหารแทน เพราะจันทร์ทำไม่เป็น”

                เจิ้นยิ้มกับคำตอบ...ศศิมณฑลคนฉลาด รู้ตัวว่าทำไม่ได้ก็จ้างคนทำเป็นมาทำ ไม่เสี่ยงอะไรทั้งนั้น เดี๋ยวนี้การจ้างคนมาบริหารกิจการแทนก็เป็นที่นิยมในกลุ่มธุรกิจหลายกลุ่ม

                “เงินเดือนพี่เท่าไหร่ดี?”

                “วันละร้อยไง หิวข้าวก็ขึ้นมาข้างบนนะ จันทร์เลี้ยงเอง จันทร์เป็นนายจ้างแสนดีของเจิ้น คิก..”

                เฮ้อ...เป็นคนเจ้าเล่ห์ที่น่ารักเสียจริง

 

                งานเลี้ยงตอนเย็นจัดอยู่บริเวณสระน้ำ  มีโต๊ะยาวสำหรับนั่งรับประทานอาหาร เจ้าจันทร์ตื่นเต้นจนอาบน้ำตั้งแต่บ่ายสาม คราวนี้ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรแค่กินข้าวกันธรรมดาแต่เจ้าจันทร์ก็ยังอยากให้ใส่ชุดเหมือนกัน เจิ้นก็ไม่ได้ว่าอะไรปล่อยให้คนตื่นเต้นกับการจะได้เป็นผู้ใหญ่ทำตามใจตัวเอง

                แต่ชุดที่เจ้าจันทร์เลือกก็เป็นชุดธรรมดา เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์สีเข้ม เจิ้นดึงข้อมือเล็กมาใส่นาฬิกาให้ แล้วก็สร้อยข้อมือที่อุตส่าห์ซื้อมาอีกข้าง

                “ติดกระต่ายด้วย”

                เข็มกลัดกระต่ายที่ประมูลมาถูกติดบนอกเสื้อด้านซ้าย ศศิมณฑลตะแง้วงุ้งงิ้งไม่หยุด บังคับคนที่ยังนั่งดูข่าวให้ลุกไปอาบน้ำเตรียมตัวบ้าง

                “เพิ่งจะสามโมงเอง งานเริ่มตั้งห้าโมง”

                “ก็จันทร์ตื่นเต้น จันทร์ชวนเพื่อนตั้งหลายคนแน่ะ คิวบอกจะมาเร็วด้วย”

                ทั้งขำทั้งอ่อนใจแต่ก็ยอมลุกไปอาบน้ำ เสียงเล็กเจื้อยแจ้วไปทั้งบ้าน ตื่นเต้นจนไปโม้อะไรไม่รู้กับคุณป้าแม่บ้านระหว่างรอแขก เจิ้นแต่งตัวเดินออกมายืนฟังพระจันทร์ขี้โม้คุยอวดบัตรเอทีเอ็มแล้วก็ส่ายหัว

                “โม้เก่งตลอด”

                “ฮื่ออออ ไม่ได้โม้นะ”

                ห้าโมงนิดๆแขกก็เริ่มทยอยมา กลุ่มเพื่อนเจิ้นก็เหมือนเดิม ต่างจากกลุ่มเพื่อนจันทร์ที่เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยและเพื่อนปัจจุบันที่มากันสามสี่คน หนึ่งในนั้นก็คือคิวแล้วก็พี่รหัส...และตัวแถมอย่างลูกทนายที่ชื่อธาม

                ของขวัญของเจ้าจันทร์วางจนเต็มเก๋งที่ทำเป็นที่วางของขวัญก่อนจะเดินผ่านห้องดูดาวไปที่โต๊ะริมสระ พวกผู้ใหญ่มาพร้อมกันประมาณหกโมงเย็น

                “จันทร์ ดูสิพ่อเอาอะไรมาอวด”

                “อ๊ะ ดอกเบี้ย!

                “จันทร์อย่าวิ่ง / ตองอย่าวิ่ง”

                คนดุสองคนมองหน้ากันก่อนจะส่ายหัวปลงๆเพราะคนในปกครองทั้งคู่ไม่ได้สนใจสักนิด คนหนึ่งก็อวดปอมตัวเล็ก อีกคนก็ถามนั่นถามนี่ไม่หยุด

                “พ่อเอามาตั้งแต่ตอนไหน”   

                “สักพักแล้ว เดินเป๋ๆหน่อยนะเพราะขาหักบ่อย”

                เจิ้นมองหมาปอมขาหักเดินเป๋นิดๆ เจ้าจันทร์แววตาไหวระริกเพราะพอเห็นดอกเบี้ยก็คงนึกถึงแม่ตัวเอง...แถมดอกเบี้ยก็ขนแหว่งไปบางจุดด้วย บ่งบอกว่ามันไม่ได้ถูกดูแลดีเท่าไหร่

                “พาดอกเบี้ยไปไว้ข้างในก่อนไป คนเยอะเดี๋ยวมันซน”

                “อื้อ”

                เจิ้นมองคนอุ้มหมาเดินคู่ไปกับพ่อตัวเอง ก่อนจะหันมาคุยกับมิสเตอร์หยาง

                “ขอบคุณครับที่มา”

                “จะมาขอจันทร์...เตรียมใจหรือยัง?

                “คุณรู้?

                “ลูกกระต่ายมาปรึกษา จะมายืมเงินไปขอเธอ”

                เจิ้นอยากจะยกมือกุมขมับ แผนการแต่ละอย่างของเจ้าจันทร์ นี่ก็ไม่รู้แอบไปคุยกันตอนไหน

                “แล้วคุณให้ยืมเท่าไหร่?

                “ไม่ได้ให้...แค่บอกให้ไปบอกตอง เพราะตองต้องไปขอให้”

                เหมือนจิ๊กซอว์ในหัวต่อกันได้พอดี เหตุผลที่เจ้าจันทร์มาพูดให้เขาไปขอให้ก็ได้ไอเดียมาจากมิสเตอร์หยาง...ศศิมณฑลจะรู้ไหมว่าสถานการณ์มันถูกเปลี่ยนเป็นเขาต้องไปขอตัวเองจากพ่อตองแทนเพราะมิสเตอร์หยางดันมาเป็นมือที่สาม

                “เจ้าจันทร์เป็นคนของผม”

                “แต่เป็นลูกคนของฉัน อย่าสนุกมากเกินไปนัก...คนของใครก็ให้มันรู้ด้วย”

                สู้ไม่ได้...แค่อยากจะเอาคืนอาตองเล็กๆน้อยก็ถูกผู้ปกครองมากางปีกปกป้อง ถึงสถานการณ์เรื่องจันทร์จะไม่ได้ผิดคาดเท่าไหร่แต่พอมารู้ว่ามีมิสเตอร์หยางอยู่เบื้องหลังมันก็ชักจะหงุดหงิด

                “ตองไม่ยอมง่ายๆหรอก”

                บทสนทนาเปลี่ยนไปอีกเรื่องหลังจากคนอ่อนวัยกว่าไม่ได้พูดอะไรต่อ บ่งบอกถึงการยอมเข้าใจ มิสเตอร์หยางไม่ได้ต้องการให้เจิ้นรับปากหรือตอบรับอยู่แล้วเพราะคนอย่างเจิ้นอย่าไปไล่ต้อนมาก...แค่ยอมให้แค่นี้ก็เป็นการเสียหน้าไปแล้ว

                “ไม่ได้จะขออนุญาต แค่บอกให้รับรู้”

                “หึ...”

                “หวังว่าคุณจะไม่มายุ่งเรื่องนี้”

                “ไม่เคยยุ่ง...แต่คนในปกครองของเธอมาหาฉันเอง”

                นั่นล่ะตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้... กลายเป็นดึงมิสเตอร์หยางมาร่วมเกมนี้ทั้งๆที่ควรจะมีแค่เขากับกันติชา แถมมิสเตอร์หยางดูจะเอียงข้างเข้ากับคนของตัวเอง

                ถ้าแค่กันติชาเขาไม่ได้กลัว แต่คนอย่างมิสเตอร์หยางนั้นเดาใจไม่ได้...ถึงจะเรียกว่าญาติ ก็ไม่ใช่ญาติที่สนิทอะไรกัน แถมความใจแข็งและประสบการณ์ก็เรียกว่าคนละระดับ...

                คุณต้องการอะไร?

                การตกลงกันอย่างชัดเจนอาจจะง่ายกว่า มิสเตอร์หยางต้องมีข้อเสนอในใจถึงเอ่ยจุดยืนของตัวเอง ทั้งๆที่จะอยู่เงียบๆเข้าข้างกันติชาอย่างเดียวก็ได้ เรื่องเจ้าจันทร์อาจจะไม่ใช่กันติชาด้วยซ้ำที่มีสิทธิ์ตัดสินใจ แค่เพียงแต่มิสเตอร์หยางจะไม่ให้...มันมีวิธีมากมายที่คนมากประสบการณ์จะเลือกมาใช้ในการบีบบังคับ

                และ...ดูก็รู้ว่าพระจันทร์รสนมของเขา...ลูกกระต่ายของมิสเตอร์หยาง...ถูกเอ็นดูอยู่ไม่น้อย จะเรียกว่าเข้าข้างกันติชาอย่างเดียวก็ไม่ถูก ต้องเรียกว่าถือหางกระต่ายอย่างออกนอกหน้าด้วยต่างหาก และเขาที่จะไปล้วงลูกกระต่ายจากถ้ำเสือก็คงจะไม่ใช่เรื่องง่าย ขนาดลูกกระต่ายอยู่กับเขา เสือก็ยังกล้ามาขีดเส้นอาณาเขต

                ถ้าไม่แน่จริง...คงไม่กล้า แต่เพราะรู้ว่าเขาอยากแต่งงานและต้องได้แต่ง ไม่ว่าข้อเสนอไหนก็ต้องคว้าไว้ทั้งนั้น...ไม่งั้นเกมระหว่างเขากับกันติชาจะกลายเป็นเกมของเขากับมิสเตอร์หยาง...และคนชอบเอาชนะก็คงทุ่มสุดตัว

                ให้ลูกกระต่ายได้โตจริงๆสักที

               

               ===================



กด 1 เชียร์เจิ้น  กด 2 เชียร์พี่ซันน   กด 3 เชียร์มูนนี่แล้วกัน อิอิ


สู้กันผ่านมูนนี่มาหลายตอน มาสู้กันตรงๆบ้าง พี่ซันของน้องก็เอ็นดูลูกกระต่ายอยู่ไม่น้อยนะเนี่ยย ไม่ยอมให้เจิ้นง่ายๆเลย


แล้วเจิ้นจะได้กินน้องไหมน้า

               

               

               

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 529 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,205 ความคิดเห็น

  1. #13192 เขาเรียกฉันว่าเต่า (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 19:30
    เจิ้นก็ยังปล่อยให้น้องเข้าใจว่าน้องรังแกเจิ้นอีกเว้ย
    #13,192
    0
  2. #13174 SRmonster_18 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 02:12
    เชียร์มูนนี่ดีกว่าไม่เครียดอิอิ
    #13,174
    0
  3. #13132 fuxxy (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 15:20
    เจิ้นสู้ๆ ขุนมากับมือต้องได้กินสิ
    #13,132
    0
  4. #13092 fayfai2302 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 16:20
    เครียดเลยค่ะ ไม่รู้จาเข้าข้างใคร เข้าข้างมูนนี่ดีกว่า อิอิ
    #13,092
    0
  5. #12946 K.white wine (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 18:15
    รู้สึกตองจะกลายเป็นแม่แล้วพี่ซันกลายเป็นพ่อแล้วนะ5555
    #12,946
    0
  6. #12888 pqrst (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:30
    เห็นด้วยเลย ไม่สอนให้น้องโตสักที โอ๋ตลอด
    #12,888
    0
  7. #12639 Miki_milky (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:00
    จันทร์จะได้ขอเจิ้นแต่งงานมั้ย
    #12,639
    0
  8. #12568 ploy_yolp (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 11:46
    กด2 รัวๆ พี่ซันนนนนนน
    #12,568
    0
  9. #12538 Orathaiks (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 22:32
    กด3ข่าาาาาขออยู่ตรงกลางเป็นเพื่อนมูนนี่
    #12,538
    0
  10. #12358 YisTheBEST (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 19:39
    เชียร์พี่ซันค่าาา ชอบความเฮียหยางงงง 5555
    #12,358
    0
  11. #12328 Kamobee (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 07:29
    #ทีมพี่ซัน
    #12,328
    0
  12. #12263 pcy921 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 17:56
    กด 3 เชียร์ให้มูนนี่กินข้าวเยอะๆ แอ่ด! แอ่ด!!!!!
    #12,263
    0
  13. #12244 MaiNatkamon (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 00:18
    2ค่ะะะ เชียร์คุณสุริยะค่ะ อยากให้น้องโตสักที
    #12,244
    0
  14. #12107 Lookmoo Jantarit (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 07:42
    กด 1 2 3 เชียร์รัวๆเลยค่ะ
    #12,107
    0
  15. #12046 ojay2 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 17:22
    ไม่รู้จะเชียร์ใครเลยยย สนุกก 5555555
    #12,046
    0
  16. #11914 Aunchiree (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 17:05
    เชียร์เจิ้นนะ สู้ๆ
    #11,914
    0
  17. #11723 Clairey (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 23:35
    3 เราเชียร์มูนนี่นะ
    #11,723
    0
  18. #11641 JaoJean (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 13:51
    มาค่ะ มาเปิดโลกให้ลูกกระต่ายเติบโตกันน
    #11,641
    0
  19. #11598 malila17 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 20:10
    มูนนี่จะให้เงินเจิ้นวันละ 100 บาท น่ารักจริงๆเจ้าจันทร์ของเจิ้นเนี่ย ฮือ
    #11,598
    0
  20. #11533 mon9228 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 03:31
    โอยย ขำกับความคิดน้องเหลือเกิน น่ารักขนาดนี้ บอกให้ทำอะไร เจิ้นก็คงทำตามทู้กอย่าง 555
    สุดท้ายความลับแตกซะงั้น ตกลงน้องเป็นลูกใครกันแน่หว่า 55555
    #11,533
    0
  21. #11513 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 18:22
    ขำอ่ะมีแชะการเลือกตั้งด้วย555555555555555
    #11,513
    0
  22. #11247 kookvante (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 03:22
    2 ค่ะรักลุงซัน ถึงลุงจะแก่ก้เถอะ5555555555
    #11,247
    0
  23. #10904 Milk-Chocolate (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 11:38
    กด2ค่ะ 55555 เหมือนกด3ไปด้วยในตัว อิอิ
    #10,904
    0
  24. #8915 thifu:') (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 21:38
    กด2ค่ะ 555555
    #8,915
    0
  25. #8895 พชรพล ประทุมรัตน์ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 18:12
    กด33333
    #8,895
    0