In Control...ในปกครอง (Yaoi)(END)

ตอนที่ 39 : Chapter 34 : Love Plan

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,776
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 657 ครั้ง
    2 ก.พ. 61

พรุ่งนี้ใครไปงานเจนวาย เจอแบมที่บูทฟาไฉและเรื่องสั้นเรื่อง The way a cat loves นะจ๊ะ แมวทั้งห้าตัว(ในหนังสือ) รอคุณอยู่ค่า

 

Chapter 34 Love Plan

                ทุกปีช่อฟ้าจะต้องทำบุญครั้งใหญ่ พิธีจะต้องอลังการสะเทือนสวรรค์ชั้นฟ้าเพราะเจิ้นจะทำเล็กไม่ได้บารมีจะไม่จับ ผมก็งงๆกับซินแสเขาเหมือนกันว่าทำไมจะต้องขนาดนั้นด้วย แล้ววันทำพิธีทุกปีก็ใช่จะตรงกันเพราะฤกษ์ที่ดีที่สุดมักจะไม่ทับวันเวลาเดิม ปีก่อนเราทำบุญกันช่วงก่อนผมเข้ามหาวิทยาลัย แต่ฤกษ์ของปีนี้ลากยาวมาจนถึงปีใหม่ เรียกว่าข้ามปีเพราะนับแบบจีนแบบเต๋าหรืออะไรของเขานี่แหละ แล้วก็บอกว่าต้องวันนี้เวลานี้

                ผมสงสัยว่าเจิ้นเบื่อไหมกับเรื่องจุกจิกยุบยิบพวกนี้ แต่เจิ้นกลับบอกว่าชิน จริงๆเจิ้นไม่ต้องเหนื่อยอะไร เขาให้ทำอะไรก็ทำ อยากให้ไหว้วันไหนก็ไหว้ คนจัดงานไม่ใช่เจิ้น....ก็จริง

                คนที่เหนื่อยน่าจะเป็นพี่ๆเลขามากกว่า ต้องวิ่งประสานงาน ซื้อของไหว้นั่นนี่โน่น ผมอยากจะไปช่วยแต่เจิ้นบอกว่าไม่ต้อง วุ่นวายเปล่าๆรอเดินเข้างานพร้อมเจิ้นพอ

                การทำบุญของธนาคารช่อฟ้าจะต้องทำทุกสาขาทั่วประเทศพร้อมกัน คนดูแลแต่ละสาขาก็ต้องจัดการในส่วนของตัวเอง ของไหว้จะทำรายการไปจากสำนักงานใหญ่ให้ทุกคนทำตาม การไหว้ประจำปีของเยว่มีขั้นตอนอลังการงานสร้างจนผมคิดแล้วเหนื่อยแทนพนักงาน แต่ทุกคนดูจะชินเพราะเจิ้นจะเลี้ยงอาหารอย่างดี

                ที่สำนักงานใหญ่ก็จะไหว้สิงห์คู่ทำจากเหล็กสองเมตรหน้าธนาคาร ศาลพระภูมิ อะไรอีกไม่รู้ ผมก็เดินเตาะแตะตามเจิ้นไปทุกปี ซินแสเขาจะจัดการเอง

                แต่จะเรียกว่าสบายทั้งหมดก็ไม่ใช่เพราะผมต้องโดนบังคับตัดชุดใหม่ ปีก่อนเจิ้นต้องใส่ชุดจีนห้ามมีลวดลาย ปีนี้เจิ้นต้องใส่สูทสีแดง ผมก็ต้องใส่สีแดงตามเจิ้นไปด้วยแต่ของผมเป็นชุดจีน

                บางทีพวกฤกษ์งานยามดีมันก็คงขึ้นกับเชื้อชาติเสื้อผ้าหน้าผมด้วยมั้ง แต่พอวันที่ชุดมาส่งสูทสีแดงเลือดนกที่ดูแสบตานั้นเหมาะกับช่วงขายาวๆของเจิ้นมาก เจิ้นไม่ควรมาเป็นเจ้าของธนาคารอ่ะ เจิ้นควรไปเป็นเจ้าของบ่อนคาสิโนสักที่ มันเหมือนมาเฟียในหนังเด๊ะๆเลย ยิ่งตอนสะบัดสูทแล้วเหวี่ยงข้ามตัวมาใส่นี่มัน....เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้

                ส่วนชุดผม....อย่างกับเด็ก ชุดผมเป็นเหมือนเป็นชุดจีนสีขาวด้านในปกติแต่มีชุดคลุมทับอีกตัว มีผ้าคาดเอวที่ค่อนข้างชวนอึดอัด แขนกว้างจรดหลังมือ ตัวเสื้อยาวถึงข้อเท้าผ่าข้างขึ้นมา กางเกงขายาว ตัวชุดมีลวดลายจีนๆแดงๆ สีดำ และ...หมวก

                ทำไมต้องใส่หมวก? ชุดผมดูคุ้นๆเหมือนตัวการ์ตูนเชารันในการ์ตูนการ์ดแคปเตอร์ซากุระ แต่เป็นสีแดงขอบขาว มันจะแฟนตาซีๆไปหน่อยไหมอ่ะ

                “จันทร์ดูแปลกๆ”

                ผมหมุนซ้ายหมุนขวาให้เจิ้นดู แขนเสื้อก็กว้างจัง แล้วมีชุดสีขาวด้านในแล้วทำไมต้องใส่ทับอีกเนี่ย อากาศประเทศไทยก็ออกจะร้อน

                พี่ชอบ

                เจิ้นรวบเอวผมเข้าไปหา ผมทำหน้าบึ้งต่างจากเจิ้นที่ดูอารมณ์ดี มือผมถูกแขนเสื้อกว้างๆปิดไปครึ่งทำให้เวลาจะจับอะไรต้องดึงชายแขนขึ้นนิดหน่อย

                “เหมาะมือดี”

                มือเจิ้นลูบคลำๆเอวผม มันก็คงจะรวบถนัดอ่ะเพราะโดนผ้ารัดพุงไว้ ผมบ่นว่ามันอึดอัดเจิ้นก็หาว่าผมอ้วนเลยตัวแน่น ทำไมเจิ้นได้ใส่สูทส่วนผมเหมือนแต่งคอสเพลย์

                “น่าจะมีผ้าคลุมหน้า”

                “ง้ะ แล้วจันทร์จะมองเห็นได้ยังไงเล่า แค่นี้ก็ร้อนแล้วต้องคลุมหน้าอีกหรอ”

                “บางๆสักผืน แล้วเดี๋ยวพี่ดึงออกให้”

                “เฮ้อ...ก็ถ้าต้องดึงออกอยู่แล้วจะให้มีทำไมอ้ะ”

                “มูนนี่เด็กดี....ดูเอวให้คุณจันทร์ด้วย”

                เนี่ยเจิ้นก็แบบเนี้ย เป็นพวกมนุษย์สัมพันธ์ต่ำพอคุยกับคนอื่นชอบทำเสียงแข็งๆ แล้วช่างจากห้องเสื้อก็ยืนอยู่ก็ไม่คุยแต่หันไปสั่งพี่เลขาตัวเองให้จัดการอีกที

ผมก็งงๆว่าเจิ้นทำไมคุยซับคุยซ้อนแต่ก็ชิน... เจิ้นมีวิธีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวแบบแปลกหระหลาด หรือเจิ้นอาจจะเขินที่ต้องคุยกับคนแปลกหน้า

เจิ้นเป็นคนขี้อายล่ะมั้ง?

                ช่างเข้ามาวัดตัวผมให้อีกรอบ กะไซส์จนผมโอเคขึ้นไม่ค่อยอึดอัดแล้ว ผมขอให้เอาแขนเสื้อขึ้นให้นิดหน่อยเพราะมันจับของยาก แล้วต้องถกขึ้น พอถกมันก็ร่วงลงไปถึงข้อศอกดูรุ่มร่าม

“นะเจิ้นนะ...จันทร์จับมือเจิ้นไม่ถนัดด้วยอ้ะ”

“เท่าข้อมือแล้วกัน”

แล้วผมก็ได้ชุดที่ใส่สบายขึ้นมานิดหน่อย ส่วนหมวกนี่พยายามจะให้เอาออกก็ไม่ได้จริงๆ เฮ้อ มันไม่ได้ช่วยบังแดดเลยแถมต้องติดกิฟหนีบๆให้มันแหงนๆ เป็นพรอพเกะกะที่งงๆว่าทำมาทำไม

 

วันงานเริ่มพิธีตั้งแต่เจ็ดโมงสิบเจ็ด ฤกษ์งามยามดีตรงกับวันพฤหัสซึ่งผมต้องหยุดเรียน ช่างจากห้องเสื้อมาจัดชุดให้ผมกับเจิ้นแต่เช้า ผมงัวเงียตาจะปิดเพราะต้องเตรียมตัวตั้งแต่ตีห้าให้เจิ้นมาไหว้พระอาทิตย์ตอนหกโมงสิบสองนาทีที่ชั้นบ้านเรา ผมง่วงจนยืนพิงหน้าแหมะไปในอกเจิ้นระหว่างรอเวลา

เจิ้นแต่งตัวครู่เดียวก็เสร็จต่างจากผมที่ต้องติดต้องมัดอะไรนักหนาไม่รู้ ทีปีก่อนผมยังใส่ชุดจีนปกติได้เลย เจิ้นคงดูออกว่าผมชักจะงอแง ก็มันน่างอแงจริงๆนี่อะไรก็ไม่รู้อยากนอนนนน

“จันทร์ติดอันนี้ด้วย”

จี้หยกอันเล็กที่มีด้ายสีแดงแบบจีนๆ กลางหยกสลักคำว่าเยว่ภาษาจีน เจิ้นส่งให้พี่เลขา แล้วพี่เลขาก็ส่งให้ช่างผูกไว้ข้างๆเอวผม

“จันทร์เบื่อแล้วอ้ะ”

เจิ้นยกมือขึ้นนิดเดียวพี่เลขาก็พาทุกคนออกไปจากห้องของเรา คิ้วเจิ้นขมวดมุ่นนิดๆผมก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะโดนดุเพราะผมงอแง

“เราสัญญากันว่าไง?

“ถ้าไม่ร้องไห้จะได้รางวัลเด็กดี จันทร์ก็ไม่ได้ร้องไห้นะ จันทร์แค่ง่วงเฉยๆ”

“จันทร์งอแง”

“ของอแงนิดเดียวเอง ไม่ได้หรอ...”

“มูนนี่...วันนี้ห้ามงอแง ห้ามเอาแต่ใจเพราะพี่จะตามใจจันทร์ไม่ได้ ห้ามร้องไห้เพราะพี่ปลอบไม่ได้ แค่วันนี้ได้ไหม? นะครับ แล้วจบงานพี่จะให้จันทร์งอแงได้เต็มที่เลย”

มือผมถูกเจิ้นดึงไปจรดเรียวปาก...เจิ้นพูดแบบนี้ผมก็เลยรู้สึกผิดเลยอ้ะที่งอแง

“ฮื้ออออออ กอดหน่อยขอพลังหายงอแง”

“หายงอแงต้องใช้พลังด้วยหรอ?

“เจิ้นไม่อยากกอดจันทร์หรอ?

“เจ้าเล่ห์นะเรา”

เจิ้นกอดผมจนจมในอก...ผมเงยหน้ามองเจิ้นที่ก้มลงมามองผม มือผมยกขึ้นแตะปากนุ่มๆของเจิ้น...อยากจูบเจิ้นจัง ขอจูบตอนนี้ได้ไหม...ผมอยากเอาเปรียบเจิ้น...

“จูบจันทร์นะ...นะ”

เจิ้นจูบจนผมหมดแรง สมองเบลอไปทำพิธีแบบงงๆ ชุดรุ่มร่ามของผมทำให้เจิ้นต้องช่วยประคองผมก้มลงคำนับฟ้าคำนับสวรรค์ บูชาพระอาทิตย์เทพต่างๆตามซินแสบอก เรายกน้ำชากันเยอะมาก จุดเทียน จุดธูป

                แล้วเราก็ลงลิฟต์ไปด้านล่างกันต่อ ยังมีเวลาสั้นๆให้พักประมาณสามสิบนาทีก่อนจะเริ่มพิธีด้านล่าง เจิ้นกับผมมานั่งรอในห้องรับรอง พ่อกับคุณปู่นั่งรออยู่แล้ว ผู้บริหารคนอื่นๆก็เช่นกัน แม่เจิ้นจูงมือผมไปนั่งกินโจ๊กเนื้อปูที่เตรียมไว้

                “กินหน่อยนะลูก เดี๋ยวอีกนานเลยกว่าจะได้พัก”

                ผมนั่งกินข้าวกับคุณแม่เจิ้น ส่วนเจิ้นไปรวมกลุ่มกับพ่อและผู้บริหารคนอื่นๆ คุณป้าแม่บ้านเตรียมนมอุ่นมาให้ผมกินปิดท้าย แล้วผมก็ต้องไปยืนข้างเจิ้นเหมือนเดิม หมวกหนักๆหัวนิดหน่อยเพราะที่ติดมันค่อนข้างจะรั้ง

                พอเราเดินออกมาหน้าลานพิธีบริเวณลานสิงห์คู่ของธนาคาร ทั้งพนักงานผู้บริหารนักข่าวก็รวมตัวกันเยอะแยะไปหมดเหมือนทุกปี แสงแฟลชเจิดจ้าแต่เช้า มีโดรนบินอยู่ข้างบนเพื่อจับภาพ แผนกการตลาดคงจัดการพวกนี้

                เจิ้นโอบเอวผมไปยืนข้างตัวแล้วส่งธูปที่รับมาจากซินแสให้ พิธีดำเนินไปเรื่อยๆผมลุกๆยืนๆเดินไปเดินมาจนจบพิธี ยืนรวมกลุ่มกับผู้บริหารให้ถ่ายรูปรวมจนแสบตา ถ่ายคู่เจิ้นแค่สองคน แล้วก็ปล่อยเจิ้นถ่ายคนเดียวเพราะจะมีสัมภาษณ์นิดหน่อย

                ผมง่วงจนจะหลับเสียงประทัดพันนัดก็ดังสนั่นหวั่นไหวจนผมสะดุ้ง มือมันยื่นไปเกาะแขนเจิ้นอัตโนมัติ เขาดึงผมเข้าไปหาแล้วโอบเอวผมไว้ ผมกลัวเสียงประทัด เจิ้นกดหัวผมเบาๆให้ซบลงกับไหล่เขาจนกระทั่งเสีงประทัดหายไป ได้ยินทุกปีแต่ก็ตกใจทุกปี มันเสียงดังมากเลย

                ทุกคนที่เป็นตัวแทนแผนกต่างๆทยอยกลับขึ้นไปชั้นบน เจิ้นกับผมก็ต้องทำหน้าที่เดินทักทายแผนกต่างๆของธนาคาร ไปได้แค่ชั้นต้นๆเหมือนทุกปี ตัวแทนชั้นอื่นๆก็จะมารวมกันที่ส่วนกลางเพื่อร่วมกันทานอาหาร

                แต่ผมก็กินข้าวไปได้นิดเดียวเพราะมันง่วงมากแล้วก็เริ่มเจ็บหัวเหมือนโดนกระชากหัว เจิ้นก็เหมือนทานตามมารยาทสักพักก็พาผมขึ้นชั้นบน

                ผมก้าวไปทิ้งตัวนอนคว่ำแผ่หลาบนโซฟา เหนื่อยเหลือเกินนน วันแบบนี้ทีไรทั้งผมทั้งเจิ้นพากันเหนื่อยจนเจิ้นไม่กลับไปทำงาน ผมก็จะนอนทั้งวัน

                “พี่แกะหมวกให้”

                “อื้อ...จันทร์เจ็บแล้วอ้ะ”

                พอแกะหมวกออกไปได้มันก็สบายตัวขึ้นเยอะ หนังหัวแอบๆชาเพราะถูกดึงรั้ง เจิ้นดึงผมให้เข้าไปนอนในห้องด้วยกัน คุณป้าแม่บ้านเปิดแอร์รอไว้แล้วเพราะรู้ว่าผมกับเจิ้นจะกลับมานอน

                เจิ้นถอดสูทออกเหลือแค่เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน

                “ช่วยพี่ปลดกระดุมหน่อย”

                ผมแกะกระดุมแขนเสื้อให้เจิ้น เขาพับไปกองไว้ที่ข้อศอกแล้วปลดกระดุมคอลงมาสองสามเม็ด

                “ถอดให้จันทร์ด้วย”

                เจิ้นช่วยผมดึงผ้าที่คาดรัดเอวออกแล้วตามด้วยชุดคลุมยาวๆออกจากตัวเหลือแต่ชุดสีขาวด้านในบางๆ ตัวผมโล่งหลังจากอึดอัดไปทั้งช่วงเช้า

                “ง่วง...อื้ออออ”

                ตัวผมถูกดันลงกับเตียงแล้วเจิ้นก็เขยิบขึ้นมาคร่อมทับ ผมอยากโวยวายแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเขาจูบ...เจิ้นจูบผมไม่ทันตั้งตัว ลิ้นนุ่มของเจิ้นยุบยับในปากผม ฟันคมขบเม้มจนผมเจ็บ....

                ทั้งง่วงงุน...และมึนงง....เจิ้นซุกซนอยู่บนตัวผมไม่ยอมปล่อยให้ผมนอนง่ายๆ แม้จะพยายามประท้วงแต่ผมก็ไม่สามารถควบคุมเสียงตัวเองได้ ร่างกายผมเปล่าเปลือยเพราะเจิ้นดึงกระดุมเสื้อของผมออกจนหมด...

                เสื้อเชิ้ตสีขาวของเจิ้นถูกโยนตามไป...และผมก็โดนกัดอย่างตะกละตะกลาม...แวบหนึ่งผมคิดว่าเจิ้นหิวข้าว...เพราะผมรู้สึกว่าตัวเองถูกกิน

                เจิ้นกัดกินผม...และผมก็ยินยอม

               

                ผมโดนกินจนหมดแรงและเปียกชื้น...เลอะเทอะไปทั้งตัวเพราะเจิ้น ผมรู้สึกว่าเจิ้นพอใจเวลาที่ทั้งตัวผมเลอะเทอะเพราะเขา...ผมนอนให้เจิ้นกอดจากด้านหลังมือเจิ้นยังคงขยับลูบไล้อยู่ตรงแผ่นท้องเฉอะแฉะของผม

                นิ้วเจิ้นกดลงแผ่วเบาเป็นจังหวะ ขาผมเสียดสีกันไปมาโดนสิ่งแปลกปลอมที่แทรกเข้ามาที่ร่องขา เจิ้นทิ้งตัวเองไว้ตรงนั้น...หลังจากที่มันรดน้ำผมไปทั้งตัวรวมถึงในปาก รสชาติฝาดเฝื่อน...และทำผมสำลักแต่เจิ้นกลับมีความสุข เขายิ้ม...เอ่ยชมผมว่ามูนนี่เด็กดี

                “มีลูกกันนะ”

                “จันทร์มีไม่ได้สักหน่อย งื้อออ อย่ากัดหู”

                อะไรๆที่สงบอยู่ตรงร่องขาผมชักเริ่มเปลี่ยนขนาด...และผมก็เริ่มจะหายใจไม่ออกอีกแล้ว

                “คนดี...”

                มือเจิ้นไล้ขึ้นมาที่หน้าอกผม...แตะนมที่เจ็บและบวมเพราะโดนเขากัด ผมร้องประท้วงแต่เขาก็ยังบีบมัน ความเจ็บผสมความรู้สึกแปลกประหลาดปนเปจนผมได้แต่ร้องคราง

                พี่อยากเข้าไปในตัวจันทร์

                คำขอแผ่วเบา...มันเหมือน...ผมจะโบยบิน...แค่เจิ้นพูดผมก็อยาก...อยากให้เจิ้นเข้ามา ผมกรีดร้องกับสัมผัสจากมือเจิ้นที่เคลื่อนไปกอบกุมตรงกลางลำตัวของผม ของเจิ้นที่ขยายไซส์เสียดสีกับร่องขาผมไปมา

                “เจิ้น เจิ้น...”

                “ครับผม...”

                ผมอยากจะหันหน้าไปหาเจิ้นแต่ก็ทำได้แค่เอี้ยวตัวไปเล็กน้อย และมันก็เปิดทางให้เจิ้นได้ขบฟันลงที่ลำคอผม ความเจ็บปวดที่ให้ความรู้สึกมากกว่านั้นทำให้ผมเรียกร้องให้เจิ้นกัดอีก

                เข้ามา...ได้ไหม

                ผมไม่รู้ว่าผมขออะไร...มันอธิบายไม่ถูกว่าตัวเองต้องการอะไร แต่ถ้าเจิ้นเอาอะไรที่อยากจะเข้ามาในตัวผมทดลองเข้ามามันอาจจะพอพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่ผมอยากได้มันคืออะไรกันแน่

                “แค่นิ้วก่อนนะ...”

                “อะ...”

                เสียงผมหวีดดังลั่นห้อง นิ้วของเจิ้นสองนิ้วอยู่ข้างในตัวผม...มันขยับยุบยิบ...สัมผัสข้างในตรงจุดที่ทำผมหมดแรง เจิ้นกดย้ำ...จนผมทำตัวน่าอาย...เสียงของผม...มันควบคุมไม่ได้เลย...แต่...มันไม่พอ

                “เจิ้น...จันทร์...มากกว่านี้...ฮึก...”

                “ชู่ว...พี่รู้...อีกไม่นานนะคนดี...อีกนิดเดียว”

               

                ผมตื่นมาตอนเกือบสามทุ่ม ใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้วและสบายตัวความเหนอะหนะหายไปจนเหลือแต่ความเมื่อยล้า พอพาตัวเองลงจากเตียงผ่านโต๊ะกระจกก็ต้องชะงัก ลำคอผมมีรอยฟันและรอยแดงเหมือนยุงกัดประปราย

                ไม่ได้โดนยุงกัด...แต่โดนเจิ้นกัด

                มือรั้งเสื้อขึ้นก็เจอแต่ร่องรอยเต็มตัว...รอยแดงและรอยฟันกระจัดกระจายเต็มไปหมด บางอันก็สีเข้มจนเหมือนรอยช้ำ นมที่โดนเจิ้นกัดก็บวม... ปากผมก็บวมเพราะเจิ้นจูบ

                สภาพผมมันน่าตกใจมากเลย ทะ...ทำไมมันน่ากลัวแบบนี้อ่ะ? เดี๋ยวนะ? ขนาดผมเป็นคนเอาเปรียบเจิ้นยังน่ากลัวขนาดนี้ ละ แล้ว เจิ้นจะขนาดไหน!

                ผมทำรุนแรงกับเจิ้นแน่เลย!

               

                “เจิ้น เจิ้น!!!

                “อยู่นี่”

                เจิ้นถือแก้วชาเดินเข้ามาจากด้านนอก ชุดของเจิ้นเปลี่ยนเป็นชุดจีนแขนยาวแล้ว แถมผมยาวๆก็ทิ้งตัวลงเหมือนจะเพิ่งสระผมมา ปากเจิ้นก็บวมนิดหน่อยเหมือนกัน...

                เจิ้น เจ็บตรงไหนไหม?

                ผมอยากจะจับเจิ้นถอดเสื้อผ้าออกมาดูมาก มันต้องช้ำน่ากลัวแน่เลยอ่ะ โอ้ยยยผมต้องรุนแรงกับเจิ้นไปเยอะแน่ๆ แบบในคลิปที่เคยเผลอเปิด มันน่ากลัวมากเลย

                “เจ็บ? หืม...เดี๋ยวจันทร์ตกใจอะไรครับ?

                “จันทร์มีรอยแดงๆเยอะมากกกกกกกกกกกก แล้วก็ช้ำๆ แล้วก็เหนื่อย ขนาดจันทร์เป็นคนรังแกเจิ้นยังขนาดนี้ เจิ้นอาจจะเจ็บเยอะอ้ะ ห้ามหลอกจันทร์นะ เจ็บตรงไหนบอกเลย”

                เจิ้นชะงักแล้วเขาก็ยิ้ม

                “โธ่ มูนนี่”

                “ไม่มูนนี่นะ ไม่ขำ เจ็บตรงไหนจริงๆใช่ไหม”

                “ไม่เจ็บครับ...จันทร์ทำพี่เบาจะตาย

                เจิ้นรวบเอวผมไปกอด เราจ้องหน้ากันเพราะผมไม่เชื่อว่าเจิ้นจะไม่เจ็บ ผมกัดเจิ้นไปด้วยนะมันต้องมีมั่งแหละ แต่เจิ้นก็ยิ้มๆจนผมชักลังเล

                “ไม่มีแน่นะ?

                “ไม่มี...จันทร์อ่อนโยนกับพี่...พี่เลยปลอดภัย”

                “เฮ้อ ค่อยยังชั่ว”

                ผมทิ้งตัวลงจมในอ้อมกอดของเจิ้น ผมคงรับไม่ได้ถ้าทำเจิ้นเจ็บ เวลาไนท์แคร์นี่ผมรู้สึกเอาเปรียบเจิ้นมากเลย

                “แล้วพี่ทำจันทร์เจ็บหรือเปล่า?

                “ไม่ แค่เมื่อยๆเหนื่อยๆ จันทร์กลัวเผลอทำแรงๆกับเจิ้นจัง”

                ผมชอบเรียกร้องอันนั้นอันนี้ ก็เลยกลัวว่าเจิ้นทำอย่างนั้นอย่างนี้ให้เพราะทำตามใจผม จริงๆเจิ้นอาจจะร่างกายเหนื่อยล้า ไม่มีแรงแต่ก็ต้องฝืนเพราะผมเอาแต่ใจ แถม...ผมก็รู้สึกเรียกร้องมากขึ้นทุกวัน

                “ถ้าทำพี่แรง...จันทร์จะรับผิดชอบยังไง?

                “จันทร์...พาไปหาหมอ ดีไหม? ไม่ดีหรอ เอาแบบไหนอ่ะ ฮื่ออออตอบสิอย่าเองแต่มอง จันทร์รู้สึกไม่ดีเลย”

                “ถ้าโดนทำร้ายจากการเมคเลิฟหรือไนท์แคร์ อีกอย่างคือถ้าเรารู้สึกฝืนใจจะไนท์แคร์กัน นั่นคือ...เราโดนล่วงละเมิดทางเพศ เป็นการข่มขืน”

                อ้ะ...จันทร์ไม่ได้ข่มขืนเจิ้นใช่ไหม?

                “ไม่...พี่เต็มใจ”

                “จริงๆนะ?

                “เพราะพี่เต็มใจระหว่างเราก็เลยเป็นเมคเลิฟ เป็นไนท์แคร์...จันทร์เต็มใจหรือเปล่าล่ะ?

                “จันทร์แฮปปี้ที่เราไนท์แคร์นะ”

                “พี่ก็แฮปปี้”

                เจิ้นยิ้ม ยิ้มกว้างด้วยแสดงว่าเจิ้นคงจะไม่เจ็บ แล้วผมก็ไม่ได้ข่มขืนเจิ้น ระหว่างเราคือการไนท์แคร์ที่เต็มใจเพราะเราเป็นห่วงกันแล้วเราก็รักกัน

                “แต่ถึงจะเต็มใจ...จันทร์ก็ต้องรับผิดชอบนะ”

                “ทะ ทำไมล่ะ?

                “เมื่อกี๊ใครนะสารภาพว่ารังแกพี่”

                “ง่ะ...จันทร์เอง”

                เจิ้นโอบเอวผมพาเดินออกไปข้างนอก เราเปลี่ยนมาเดินจับมือกันรับลมเย็นๆของยามกลางคืน ตึกระฟ้าหลายตึกของกรุงเทพมีแสงไฟประดับเหมือนดวงดาวระยิบระยับไปหมด

                “การรับผิดชอบก็ไม่ยาก อยู่ที่ว่าจันทร์จะรับหรือเปล่า”

                “อื้อ จันทร์แมนๆ จันทร์จะรับผิดชอบเอง ลูกผู้ชายกล้าทำกล้ารับ”

                ผมพยายามทำเสียงจริงจัง ทำหน้าจริงจังให้เจิ้นเชื่อว่าผมจะรับผิดชอบจริงๆ เรื่องนี้มันเรื่องใหญ่ผมไปเอาเปรียบเจิ้น เจิ้นก็อาจจะรู้สึกไม่ดี ไม่มีใครชอบให้ตัวเองโดนเอาเปรียบหรอกนะ

                “งั้น...จันทร์คงต้องขอพี่แต่งงาน”

                “หา....แต่งงาน? แต่งกันหรอ เจิ้นกับจันทร์? มันไม่ใช่ผู้ชายกับผู้หญิงหรอ”

                “จันทร์จะเอาเรื่องเพศมาอ้างไม่รับผิดชอบพี่?

                “ไม่ใช่นะ งื้อออออ จันทร์เปล่า ก็มัน...งงๆ”

                เจิ้นทำหน้าเศร้าทำให้หัวใจผมเจ็บปวด เจิ้นเข้าใจผิดไม่ได้นะผมไม่ได้เป็นคนแบบนั้นสักหน่อย ก็แค่แปลกๆเพราะไปงานแต่งงานก็เจอแต่ผู้ชายผู้หญิงนี่ แล้วผมกับเจิ้นแต่งกันได้จริงๆหรอ?

                “ก็แต่งกันเงียบๆ จันทร์ก็แค่ไปขอพี่กับผู้ใหญ่ให้ถูกต้อง แล้วเราก็อยู่ด้วยกันเหมือนเดิม”

                “แล้ว...พ่อแม่เจิ้นจะยกเจิ้นให้จันทร์หรอ ก็จันทร์ไม่มีตังค์เลยอ่ะ แล้วก็ยังเรียนไม่จบด้วย แม่จันทร์เคยบอกว่าเรียนจบก่อนถึงจะไปขอผู้หญิงแต่งงานได้ เขาขอผู้ชายได้จริงๆหรอ”

                “ได้สิ...ถ้าจันทร์อยากแต่งกับพี่ใครก็ห้ามไม่ได้...เว้นแต่จันทร์ไม่ได้อยากแต่ง ไม่ได้อยากอยู่ด้วยกัน”

                จันทร์จะไปขอเจิ้นเอง!!!

                เจิ้นยิ้มกว้างให้ผมอีกครั้งแล้วเราก็กอดกัน ผมโล่งใจที่เจิ้นหายกังวลว่าผมจะไม่รับผิดชอบ แต่ผมก็เริ่มเครียดว่าจะต้องเอาอะไรไปขอ เจิ้นมีทุกอย่างแล้วอ่ะ เยอะกว่าผมด้วย ถ้าพ่อกับแม่เจิ้นเรียกสินสอดแพงๆผมจะต้องทำยังไงดี ผมดันเจิ้นออกแล้วอธิบายเรื่องที่ผมกังวล

                “พ่อกับแม่พี่ไม่เรียกอะไรจากจันทร์หรอก...แค่จันทร์อยากอยู่กับพี่เขาก็เห็นความตั้งใจของจันทร์แล้วล่ะ หรือจันทร์คิดว่าพ่อกับแม่พี่จะใจร้าย?

                พ่อกับแม่เจิ้นใจดีกับผมมากเลย คงจะไม่เรียกร้องอะไรที่ผมให้ไม่ได้ ผมก็แค่ต้องแสดงความจริงใจว่าจะรับผิดชอบเจิ้น เฮ้อ... นี่ล่ะน้าไปเอาเปรียบเขาก็ต้องมานั่งกลุ้มใจว่าจะรับผิดชอบเขายังไง เพราะถ้าผมไม่รับผิดชอบเจิ้น เจิ้นก็จะเสียใจ แล้วผมก็จะเสียใจตามด้วย

                “งั้น..เราแต่งงานกันนะ แต่วันไหนดีล่ะเจิ้น พรุ่งนี้ไปขอเจิ้นได้เลยไหม? อ้ะ ไม่ดีกว่า มะรืนได้ไหมจันทร์เตรียมตัวก่อน จันทร์จะไปซ้อมพูดขอเจิ้นก่อนนะ แล้วถ้าไปขอแล้วพ่อกับแม่เจิ้นโอเคจันทร์ต้องทำยังไงต่ออ่ะ?

                “มูนนี่เด็กดี...”

                “งื้ออออ อย่าเพิ่งยุบยิบกับจันทร์สิ เราต้องจริงจังกันก่อนนะ อื้อ........”

                โอ้ยมาจูบอะไรตอนนี้เนี่ย!!

 

                ตกลงว่าผมก็ยังไม่ได้ไปขอเจิ้นเพราะเจิ้นบอกว่าต้องให้ผมบรรลุนิติภาวะก่อนไม่อย่างนั้นพ่อกับแม่ผมคงคิดว่าผมยังเด็ก ผมก็เห็นด้วยว่าผมจะต้องเตรียมความพร้อมให้ตัวเอง แต่วันเกิดก็อีกไม่นานแล้วอ่ะ พอสอบเสร็จปิดเทอมก็วันเกิด... อีกไม่กี่เดือนเองผมจะต้องไปขอเจิ้น

                ผมรู้สึกเครียดที่ผมไม่มีสมบัติอะไรไปขอเจิ้นเลย แถมทุกวันนี้ก็อยู่บ้านเจิ้นอีก ถ้าจะทำให้ตัวเองรวยกว่าเจิ้นผมต้องมีเงินเท่าไหร่เนี่ย? ผมกังวลก็เลยอยากปรึกษาพ่อ แต่...ก็ไม่กล้า พ่ออาจจะดุผมที่ผมไปเอาเปรียบเจิ้นจนเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้แล้วอาจจะต้องไปกู้เงินมาให้ผมรับผิดชอบเจิ้น

                ลุงหยางคือคนที่ผมเลือกจะคุยด้วยแทน ลุงหยางอาจจะมองว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเองแล้วก็ไม่มีอคติในการให้คำแนะนำ ผมเลยแอบโทรนัดลุงมาเจอกัน...ลุงหยางดูแปลกใจแล้วหาว่าผมมีแผนร้ายเป็นกระต่ายเจ้าแผนการ แต่ลุงก็ยินยอมมาเจอผมตอนกลางวันที่มหาวิทยาลัย

                ลุงหยางขับรถคล้ายๆของเจิ้นแต่คนละยี่ห้อกัน เป็นรถที่ขับเร็วๆแล้วดีมากแต่จะขับทำไมในเมื่อกรุงเทพยังไงก็รถติด คิวบอกว่ามันคือรถสปอร์ต...เฮ้อ ไม่เข้าใจจริงๆ

                “เอ้า ว่ามา”

                ผมเล่าเรื่องทุกอย่างให้ลุงหยางฟังหลังจากเรามากินข้าวในห้าง เวลากลางวันวันธรรมดาคนค่อนข้างน้อยทำให้ผมไม่ค่อยอึดอัด

                แต่พอผมเล่าไปลุงหยางก็เริ่มขมวดคิ้ว มีบ้างที่ถามรายละเอียด ผมก็พยายามอธิบายละเอียดๆลุงหยางจะได้เข้าใจนสถานการณ์ของผม ผมเลือกปรึกษาลุงหยางแล้วก็ต้องไว้ใจเขาใช่ไหม?

                “เออ เรื่องใหญ่ ใหญ่มากด้วย....ถ้าตองรู้”

                “ห้ามบอกพ่อนะ! เฮ้อ...ผมจะเอาอะไรไปขอเจิ้นเนี่ย”

                “เครียดว่าจะบอกพ่อตัวเองยังไงก่อนดีกว่าไหม? โดนไล่ออกจากกองทัพเท้าปุยล่ะคราวนี้”

                “อันนั้นก็เครียดอ่ะ พ่อต้องไปขอเจิ้นให้ผมด้วยอ่ะ พ่อโกรธแน่เลย”

                “รู้ใช่ไหม...การแต่งงานมันทำไม่ได้ถ้าเป็นพี่น้อง?

                “ผมกับเจิ้นไม่ได้สายเลือดเดียวกันไม่ใช่หรอ?

                ลุงหยางยกยิ้มที่ผมตีความไม่ออกแต่ก็พยักหน้ารับ ผมก็ว่าผมเข้าใจถูกนะ เจิ้นกับผมก็ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน ตอนแอบถามคิว คิวก็บอกการแต่งงานต้องไม่ใช่พี่น้อง ตอนเรียนวิทยาศาสตร์พี่น้องกันไม่ควรแต่งเพราะดีเอ็นเอจะมีปัญหาอะไรทำนองนั้น ผมกับเจิ้นไม่ได้จะมีลูกนี่เพราะเรามีไม่ได้ แล้ว...ก็ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ ก็เป็นพี่แต่เพราะแก่กว่าเลยเป็นพี่ ส่วนผมเป็นน้อง...

                “แล้วรักเจิ้นไหม?

                “รัก รักเยอะด้วย”

                “รักแบบไหน แบบรักพ่อเธอ รักกระต่าย รักขนม?

                “รัก...ก็คือรัก มีหลายแบบหรอ”

                “ไปคิดคำตอบให้ได้ก่อนไปว่ารักเจิ้นแบบไหน ถ้าตอบได้...จะให้ยืมเงินไปขอเจิ้น

                ลุงหยางจะเป็นสปอนเซอร์!!! ผมพยักหน้าหงึกๆตกลงทันทีแล้วก็ขอลุงเกี่ยวก้อยสัญญาว่าห้ามผิดคำพูด ส่วนผมก็ต้องไปหาคำตอบก่อนว่ารักเจิ้นแบบไหน

                “แล้ว...ถ้าผมหาคำตอบไม่ได้?

                “การแต่งงานก็เป็นการสร้างรูปแบบความสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง ความรักก็เหมือนตัวกลาง...ถ้ามันรักไม่เท่ากันหรือไม่เหมือนกัน ก็จะออกมาเป็นแบบพ่อแม่เธอ...สุดท้ายก็ต้องแยกกันไป....รับได้ไหมล่ะถ้าต้องแยกกับเจิ้นในตอนสุดท้าย

               

                ลุงหยางกลับมาส่งผมที่มหาลัย ผมคิดว่าคำแนะนำของลุงมีประโยชน์มากเพราะถ้าผมไม่รู้ว่ารักเจิ้นแบบไหนมันก็อาจจะเป็นการฝืนอยู่ด้วยกัน แต่ผมไม่เคยฝืนเรื่องอยู่กับเจิ้นเลยนะ...หรือเจิ้นอาจจะเป็นฝ่ายต้องฝืน

                ถ้าเราต้องฝืนใจอยู่ด้วยกันมันก็คงอึดอัดใช่ไหม...ผมไม่อยากให้เจิ้นอึดอัดที่ต้องอยู่กับผมนี่นา...ผมคงต้องคิดเรื่องนี้อยากจริงจัง

                วางแผนดีกว่า...

                =========

 

พี่เจิ้นหลอกน้องงงงงงงงงงงงงง แล้วมูนนี่จะวางแผนอะไรอีกลูกกกก 55555555+ พี่เจิ้นเขาวางไว้ก่อนหนูแล้วค่ะ มาลุ้นกันแผนมูนนี่จะล่มอีกไหม เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 657 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,205 ความคิดเห็น

  1. #13190 เขาเรียกฉันว่าเต่า (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 13:52
    นังเจิ้น!
    #13,190
    0
  2. #13130 fuxxy (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 13:12
    โอ้ยยยยยเจ้ามูน
    #13,130
    0
  3. #12944 K.white wine (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 14:59
    พี่หลอกน้อง!! ตั้งแต่ผ้าคลุมหน้ายันแต่งงาน จันทร์ลูกเชื่อแล้วว่าพี่เจิ้นไม่ยอมให้หนูดูละคร เห้อ
    #12,944
    0
  4. #12906 September2009 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 22:02
    หึ้ยยย

    เขิน

    "น่าจะมีผ้าคลุมหน้า เดี๋ยวพี่ดึงออกให้"

    อีพี่!!!!! เต๊าะเก่งเกิ๊นน น้องกะซื่อเกิ๊นนนนน
    #12,906
    0
  5. #12898 cornie (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 22:24
    ขำน้องมากไม่ไหวแล้ว555555555555555555 อะไนคือจะกู้เงิน อะไรคือปรึกษาพี่ซัน กูขำน้อง ไม่ไหวแล้วอ้ะ5555555555555555555
    #12,898
    0
  6. #12887 pqrst (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:51
    อิน้องนี้เจ้าแผนการณ์จริงๆ แผนได้ใช้มั้งไหมลูก
    #12,887
    0
  7. #12879 ขั้วโลกสีขาว (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:49
    อิเจิ้นนนนน หลอกน้องงงง
    #12,879
    0
  8. #12637 Miki_milky (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:24
    ตายๆๆเจิ้นจะให้น้องไปขอ
    #12,637
    0
  9. #12580 HaeMay (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 21:49
    ที่สุดของความร้ายแล้ว เจิ้นเนี่ยย หลอกน้องทุกตอน
    #12,580
    0
  10. #12543 ploy_yolp (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 23:10
    การบ้านครั้งนั้นก็พัง

    มูนนี่ จะวางเเผนอะไรอีก5555
    #12,543
    0
  11. #12536 Orathaiks (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 19:47
    55555555ถ้าพ่อรู้เจิ้นตายแน่
    #12,536
    0
  12. #12326 Kamobee (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 00:35
    จอมวางแผนเหรอลูกกกก5555
    กี่แผนแล้วเนี่ย จะได้เรื่องซักแผนมั้ยจ้า
    #12,326
    0
  13. #12261 pcy921 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 17:07
    วางแผนอีกแล้ว โอ่ยยยยยย55555555555
    #12,261
    0
  14. #12235 MaiNatkamon (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 21:46
    ขำลูก555555
    #12,235
    0
  15. #12218 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 06:28
    แผนเคยสำเร็จมั้ยเนี่ย55555
    #12,218
    0
  16. #12217 MByymm (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 21:11
    วางแผนเก่ง 55555
    #12,217
    0
  17. #12137 Longloey's (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 22:06
    น้องไม่ได้เอาเปรียบพี่เขานะลูก พี่เขาเอาเปรียบหนู หื้อ เอ็นดู
    #12,137
    0
  18. #12126 glenn. (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 15:42

    น้องงงง วางแผนอีกแล้วลูก5555555555555555555555

    #12,126
    0
  19. #12044 ojay2 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 16:51
    ตายยยแล้ววว น้องน้อยยยของพี่
    #12,044
    0
  20. #11945 Sky High (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 00:42
    เอ็นดูความกองทัพเท้าปุยมากค่ะ ไปหาคำตอบให้ได้เร็วๆนะน้อง ลุงหยางเขารอให้ยื้มเงินค่าสินสอดไปขอพี่เขาอยู่นะ อร๊ายยย
    #11,945
    0
  21. #11905 Aunchiree (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 17:25
    เจ้าจันทร์จอมวางแผน
    #11,905
    0
  22. #11811 Pearpolymine (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 22:39
    เจิ้นนี่แผนสูงจริงๆ เอ็นดรูสังกัดกองทัพเท้าปุยนี้จริงๆ5555555555
    #11,811
    0
  23. #11750 PennapaJaroenpan (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 23:51
    น่ารัก โดนไล่ออกจากกองทัพเท้าปุย555555555
    #11,750
    0
  24. #11721 Clairey (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 22:54
    พี่เขาก็ยังเจ้าเล่ห์เหมือนเดิม แต่เราชอบเมะแนวนี้นะเหมือนฉลาดทันไปหมดอ่ะ 5555
    #11,721
    0
  25. #11638 JaoJean (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 23:22
    มูนนี่ น่าเอ็นดู ทีมลุงหยางงง ฉลาดจริงๆ
    #11,638
    0