In Control...ในปกครอง (Yaoi)(END)

ตอนที่ 34 : Chapter 29 : Healing

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,488
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 478 ครั้ง
    22 ม.ค. 61

Chapter 29 Healing

                เจิ้นนอนไม่หลับ...

                สามคืนแล้วที่เจิ้นจะลุกออกไปกลางดึก ผมตื่นมาเข้าห้องน้ำแล้วไม่เจอเจิ้นในคืนแรก อีกสองคืนผมรู้สึกว่าเจิ้นลุกออกไป มันเป็นแบบนี้... ผมเดินหาเจิ้นรอบบ้านแล้วเจอเจิ้นยืนมองท้องฟ้าอยู่ด้านนอก ยืนนิ่งๆ มองไปไกลๆ จากนั้นก็เดินไปหยุดยืนที่สระว่ายน้ำ...เป็นชั่วโมงจนเกือบเช้าถึงกลับมานอน

                การนอนไม่หลับเป็นรีแอคชั่นอย่างหนึ่งของสภาวะที่เจิ้นต้องเจอ เจิ้นเหมือนปกติทุกอย่างแต่คงเพราะเจิ้นไม่อยากให้ผมเป็นห่วง ผมคุยไลน์กับพี่หมอบ่อยๆ

                การฆ่าตัวตายของผมเป็นแผลใจอันเหวอะหวะของเจิ้น...เจิ้นโทษตัวเองว่ารักผมไม่พอทำให้ผมตัดสินใจจะจากโลกนี้ไป เขาโทษว่าเป็นเพราะเขาไม่อาจทำให้ผมมั่นใจ...ก็เลยเลือกจะใจร้ายกับตัวเอง

                ความคิดและการตัดสินใจชั่วขณะของผม...เป็นแค่....อาการตกใจอย่างหนัก แต่ผลกระทบที่เกิดกับเจิ้น...มันหนักหนาหว่า เจิ้นไม่ร้องไห้เหมือนผม เขายืนนิ่งท่ามกลางความมืดอันโดดเดี่ยว

                ขั้นตอนการเยียวยาที่ผมพอจะทำได้คือต้องให้เจิ้นเชื่อว่าผมรับรู้ความรักของเจิ้น ซึ่งผมก็เชื่อว่าเจิ้นรักผมจริงๆมันไม่ยาก แค่ต้องใช้เวลา

                ผมไม่อยากเสียเจิ้นไป ไม่อยากให้เจิ้นนอนไม่หลับ ขอบตาเจิ้นช่วงนี้ฉายความอ่อนล้า....พี่หมอบอกว่าอาจจะต้องกินยานอนหลับ

                เจิ้นเคยกินยานอนหลับมาก่อนแต่มันก็นานมากแล้ว สมัยก่อนเจิ้นยังไม่ชินกับการทำงานก็ถึงกับเครียดจนต้องพึ่งยาตามที่คุณหมอแนะนำ แต่คราวนี้ไม่ใช่เรื่องงาน...เป็นเรื่องผม

                “เจิ้น รักนะจุ้บๆ”

                ผมทำนิ้วชี้กับนิ้วโป้งไขว่กันเป็นมินิฮาร์ทให้เจิ้นก่อนลงจากรถ เขาหัวเราะ หอมเหม่งผม บอกให้ผมตั้งใจเรียน...ผมพยายามหาวิธีบอกรักที่มันจะไม่ซ้ำจำเจๆ เดี๋ยวเจิ้นจะเคยชินกับมันจนไม่ค่อยใจเต้นตึกตัก

                จริงๆก็ไม่รู้ว่าใจเจิ้นจะเต้นไหม แต่คนบอกรักอย่างผมหัวใจเต้นรัวมากเลย เขินง้ะ

                การสอบมิดเทอมผ่านไปด้วยความบอบช้ำของผม อ่านเท่าไหร่ก็ไม่เข้าหัวกลัวเกรดออกมาแล้วเจิ้นตกใจว่าผมเป็นคนหรือควายมาก ขนาดคิวช่วยติวให้ผมก็ว่ามัน...ทำไม่ค่อยได้เลย

                ผมรู้ว่าตัวเองเรียนไม่เก่ง แต่ก็เลือกเรียนอะไรที่มันยากขนาดนี้เพราะเจิ้น...อยากจะทำงานกับเจิ้น อยากช่วยเจิ้น แต่ตอนนี้ยังช่วยตัวเองไม่ได้เลย ฮือออ ทำไมยากจังเลย

                “เอาน่า เราก็ทำไม่ค่อยได้”

                คิวพาผมไปกินไอติมชิดลมปลอบใจ

ช่วงสอบมันไม่มีเรียน พอตอนเช้าสอบเสร็จก็ว่าง...เราเลยไปกินไอติมแล้วคิวจะแวะไปส่ง แต่ผมต้องโทรไปขออนุญาตเจิ้นก่อนนะไม่งั้นลุงคนขับรถจะมารอ

ในห้างมีงานโชว์รถยี่ห้อเดียวกับเจิ้นอยู่ คิวบอกรุ่นเดียวกับเจิ้นราคาแพงมาก ผมไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอกเจิ้นขับอะไรผมก็นั่งด้วยหมด จนกระทั่งคิวเปิดโบรชัวร์ให้ดู...

บ้าไปแล้ว!!!! รถแคบขนาดสองที่นั่งกับเบาะเล็กๆด้านหลังที่ถ้าจะนั่งก็เบียดมากแบบนั้นราคาขนาดนี้ได้ยังไง ไม่แฟร์เลย!!!

“ราคานี้รถตู้ยังคุ้มกว่าเลยอ่ะคิว นั่งได้สองคนเอง อย่าซื้อเลย งกมากคนขาย”

คิวทำหน้าเอือมใส่ผม แต่ผมก็ยังบ่นต่อว่าเจิ้นเป็นเจ้าของธนาคารแท้ๆทำไมใช้รถไม่คุ้มเลย แถมไม่ค่อยจะขับอีก ตอนเช้ามาส่งผมก็รถเบนซ์ อันนี้เข้าใจได้เพราะมีฉากกั้นคนขับกับด้านหลังด้วย แต่เบาะหลังก็กว้างนะ โอยยเจิ้นทำแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย

“มันเป็นสปอร์ตคาร์ไงจันทร์ ขับเร็วมาก ทำความเร็วได้ดี เกาะถนน”

“....กรุงเทพมันเร็วได้ด้วยหรอ?”

คิวชะงักก่อนจะทำท่าอยากเขย่าหัวผม ก็มันจริงอ้ะ เจิ้นจะขับได้เร็วก็ต้องผ่านเขตกรุงเทพไปก่อนเหอะ ในกรุงเทพมันแปปติดๆ แปปๆติด จักรยานยังไวกว่าสปอร์ตคาร์อีกเหอะ

ผมมากินไอติมร้านประจำ คิวบ่นว่าผมกินไอติมโคตรแพง ลูกละสองร้อยกว่าบาท ผมก็ไม่รู้เหมือนกันเจิ้นพามากินแต่ร้านนี้เพราะร้านอื่นมันชอบเป็นรสชาติทั่วไปไม่ค่อยมีผลไม้เยอะๆ แล้วหลายร้านก็ชอบทำอะไรที่มีช็อคโกแลตซึ่งผมแพ้

เราเดินผ่านร้านผ้าพันคอที่ผมเคยมาซื้อให้น้องรหัส คิวดีดนิ้วแล้วหันมาหาผม

“เออ จำได้ช่วงก่อนมันมีข่าวเจิ้นซื้อผ้าพันคอได้ดาราคนหนึ่ง เป็นรูปแอบถ่ายมั้งอยู่ร้านนี้เลย เห็นแซวว่าเป็นผืนสีขาวลายทองๆ”

“เอ๋....”

ทำไมลายเดียวกับเจิ้นซื้อให้ผมเลยล่ะ แพร พิมพิลาหรอ...ก็เจิ้นไม่ยุ่งกับเขานี่

“ใครหรอ...”

“อริญ ชื่อประมาณนี้ สวยอยู่”

เจ้าหลุมดำจอมเขมือบขยับตัวอย่างขี้เกียจในอกผม....ถ้าเจิ้นอยู่ตรงนี้ผมคงจะรีบเข้าไปกอดแขนเจิ้นแล้วก็มองเขา เขาจะได้รู้ว่าหึง

จะดึงให้แขนหลุดเลย!

ผมกับคิวเดินเล่นไปจนเกือบบ่ายเจิ้นก็มา เจิ้นจะเลี้ยงข้าวผมกับคิวเลยยังไม่ได้กินอะไรนอกจากไอติม เจิ้นเลือกร้านอาหารฝรั่งที่นานๆครั้งเราจะกิน คิวกินอะไรก็ได้ก็เลยไม่มีปัญหา เจิ้นสั่งแลมป์ให้ตัวเอง แล้วพาสต้าซอสครีมกุ้งให้ผม แล้วก็พีชปั่น

“ซุปเห็ดด้วยครับ ขอก่อนอันอื่น เดี๋ยวจันทร์กินซุปก่อนกินไอติมมามันเย็นท้องจะปวดท้อง”

“อื้อ”

เจิ้นให้กินอะไรผมก็กินหมดแหละ

ผมเริ่มฟ้องเจิ้นเรื่องสอบที่ยากมากจนทำแทบไม่ได้ คิวบอกผมปลงตกไปเอง อย่าเพิ่งคิดมากจนกว่าผลสอบจะออก เจิ้นไม่พูดอะไรแค่จับหัวผมโยกไปมา

“อย่าคิดมาก เดี๋ยวผมร่วงอีก”

“งื้ออ ตอนนี้ร่วงน้อยลงแล้ว”

“จะได้เลิกใส่หมวกคู่กันสักที ใส่หมวกจนผมจะร่วงตามละ”

“เพื่อนกันต้องผมร่วงไปด้วยกันดิ”

เจิ้นหลุดขำออกมา ผมคิดว่าเจิ้นน่าจะเลิกไม่ชอบคิวแล้ว อันที่จริงก็ไม่แน่ใจว่าเขาไม่ชอบกันไหมแต่ชวนคิวมาปาร์ตี้ มากินข้าวด้วยแบบนี้เจิ้นน่าจะโอเค แล้วคิวก็ดูหายเกร็ง

ก่อนแยกกันเจิ้นให้บัตรสมาชิกร้านต่างๆที่ทำโปรโมชั่นกับธนาคารให้คิวไปหนึ่งชุด เป็นของกำนัลให้ลูกค้าอย่างหนึ่งของช่อฟ้า บัตรสมาชิกจะสกรีนลายจากธนาคารเป็นลิมิเต็ดอิดิชั่นสำหรับคนชอบสะสม

“ทำไมไม่ให้จันทร์บ้างอ่ะ”

“เคยจ่ายเงินเองด้วยหรอ?”

เราเดินผ่านร้านผ้าพันคออีกครั้งเพราะที่จอดรถพิเศษอยู่ชั้นนี้ ผมรีบคว้าหมับที่แขนเจิ้นแล้วดึงๆๆๆ เจิ้นก้มมามองผมเลิกคิ้วงงๆ

“หึงนะ...ยิ้มอะไร หึงอยู่นะ จันทร์จริงจังด้วย เนี่ยเจ้าหลุมดำมันกัดจันทร์ด้วย”

“ไหน...หึงอะไรพี่ครับมูนนี่ อย่าบอกนะว่าหึงที่พี่ให้บัตรคิว?

เจิ้นดึงแขนเอาจากอ้อมแขนผมแล้วสอดเข้ามาโอบเอวแทน

“ใครจะไปหึงอันนั่นเล่า ก็คิวบอกเคยเห็นข่าวว่าเจิ้นซื้อผ้าพันคอร้านนี้ให้คนชื่ออริญ...มีรูปด้วย ลายเดียวกับจันทร์ด้วย”

                เจิ้นทำหน้านึกแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“จำได้ไหม...วันที่เรามาซื้อของให้น้องรหัสจันทร์ แล้วจันทร์ไปเข้าห้องน้ำให้พี่รอตรงนี้ เขามาทักเห็นพี่ถือผืนของจันทร์...ก็เลยซื้อไปอีกผืนลายเดียวกัน ก็แค่นั้นเอง”

“ไม่มีอะไรแน่นะ”

“คิ้วขมวดแล้ว...พี่จะไปมีอะไรกับใครได้ยังไงล่ะ มูนนี่ของพี่อยู่นี่ทั้งคน”

เจ้าหลุมดำกลับไปนอนหลับสนิท แต่หัวใจผมกลับเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา ทำไมเขินจังก็ไม่รู้ เขินเยอะแยะไปหมดเลย แต่ดีใจเยอะกว่า

“เจิ้นก็เป็นของจันทร์ ยึดแล้ว ไม่คืนให้ปู่ด้วยด้วย”

 

ผมพยายามเพิ่มความสุขให้กับเจิ้น สังเกตว่าเจิ้นจะชอบให้ผมเข้าครัวทำกับข้าวถึงฝีมือแปดสิบเปอร์เซ็นจะเป็นคุณป้าแม่บ้านก็เถอะ แต่เจิ้นจะชมว่าผมมีความพยายามและเก่งมาก เขาจะกินได้เยอะ

คุณป้าแม่บ้านบอกว่าเจิ้นทานน้อยช่วงนี้ ผมเลยพยายามจะทำกับข้าวให้เจิ้นบ่อยๆ ตอนกลางวันก็จะโทรมาหาบังคับให้เจิ้นกินเยอะๆ แทบจะทุกเย็นถ้าเป็นไปได้ก็จะเข้าครัว เปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ สถิติการกินของเจิ้นเริ่มมากขึ้นจนคุณป้าแม่บ้านพอใจ

แล้วผมกัหัดชงสมูทตี้ปั่น เอาผลไม้สดหอมๆที่เจิ้นชอบมาทำ ไม่ต้องใส่น้ำเชื่อมหรืออะไรที่เพิ่มความหวานเลยเพราะเจิ้นไม่กินหวาน มันก็เลยง่าย เหลือแต่น้ำแข็งนี่ล่ะที่ยาก บางวันก็ละเอียด บางวันก็เป็นก้อนจนเจิ้นเคี้ยวกรุบๆ

แล้วก็หัดทำเยลลี่เมลอน คุณป้าแม่บ้านคว้านลูกเมลอนตรงกลางออกให้ผมใส่เยลลี่รสผลไม้รวม เอาแช่ตู้เย็นจนเยลลี่นุ่มหนึบหนับแล้วก็ผ่าออกมาเป็นซีกๆจะได้ทั้งเนื้อเมลอนและเยลลี่หอมๆ

ผมว่า...ผมมีความสุขกับการทำกับข้าวมากเลย ถึงจะยังจับอะไรไม่คล่องแต่คิดว่าผมอยากจะพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีก หรือผมจะเพิ่งค้นพ้บตัวเองว่าชอบทำอาหาร?

“อยากเปลี่ยนไปเรียนสาขาอาหารไหม?”

เจิ้นถาม...แต่ผมก็ลังเล ถ้าไปเรียนทำอาหารผมก็ต้องเริ่มใหม่ ซิ่วใหม่ แล้วก็ความตั้งใจที่จะช่วยงานเจิ้นก็ต้องพับเก็บลงไป แต่ก็อยากเรียน...

“จันทร์...ไม่แน่ใจ”

“งั้นลงเป็นคอร์สวันเสาร์อาทิตย์แทน? ให้ครูมาสอนที่นี่ก็ได้ คุณป้าจะได้ช่วยดูด้วย”

“อื้อ เอาแบบนั้นก็ได้ เย้ เจิ้นอยากกินอะไรจันทร์จะเรียนอันแรกเลย”

“อยากกิน...นม”

“งั้นจันทร์ออกไปเอา...อ้ะ...”

นมที่เจิ้นอยากกิน....มันนมผม....ฟันคมของเจิ้น ปากของเจิ้น..... ดูดแรงขนาดนั้นมันก็ไม่มีนมออกมาหรอกนะ... แต่เจิ้นก็ไม่สนใจ....ดูดจนผมหมดแรง กัดจนผมหายใจไม่ออก จมน้ำ...และล่องลอย

คนนะไม่ใช่ของกิน!!

 

พ่อเห็นด้วยที่ผมจะเรียนทำอาหารเพิ่ม คุณปู่ก็ยิ่งเห็นด้วยกลายเป็นว่าเจิ้นไม่ต้องจัดการอะไรเพราะคุณแม่เจิ้นจะมาสอนเอง แค่ต้องพาผมไปส่งที่บ้านใหญ่ แม่ครัวที่บ้านใหญ่มีหลายคนที่จะช่วยเหลือสกิลการทำอาหารของผมให้อัพเลเวลอย่างว่องไว

คุณแม่เจิ้นดีใจมากที่ได้สอนผมทำกับข้าว คุณแม่บอกอยากสอนให้ลูกสาวมานานแล้วแต่มีแค่เจิ้นคนเดียวเพราะคุณแม่มีลูกยาก เจิ้นก็ไม่เคยอยากทำอาหาร...ผมนึกภาพเจิ้นทำกับข้าวไม่ออกเหมือนกัน

เราหัดทำอย่างง่ายๆก่อนพวกผัดที่ไม่ต้องใส่เครื่องเยอะ แกงจืดใส่เห็ดหอม แล้วก็ทำขนมหวานกัน ผมช่วยปั้นเม็ดบัวลอยกลมๆ แอบทำวงรีๆบ้าง รูปอื่นบ้าง เหมือนปั้นดินน้ำมันแต่นุ่มนิ่มกว่า

“ปั้นรูปอะไรคะลูกจันทร์”

“อันนี้รูปดาวให้เจิ้น ทำไมดาวจันทร์เบี้ยวๆจัง”

“สวยแล้วจ้ะ มาต้มบัวลอยกัน”

มื้อเย็นทุกคนชมผมจนตัวลอย พอถึงตอนของหวานลงคุณแม่ก็บอกว่าผมปั้นเม็ดบัวลอยรูปดาวให้เจิ้นด้วย แต่ปรากฏเจ้าดาวดันไปอยู่ในถ้วยพ่อผม พ่อรีบตักเข้าปากจนเจิ้นถลึงตาใส่

พ่อกับเจิ้นช่วงนี้เหมือนจะสู้กัน แต่สู้กันแย่งบัวลอยมันก็แปลกๆ ชอบจ้องหน้ากันแล้วยิ้มชั่วร้าย คุณแม่บอกว่าเจิ้นกับพ่อผมเป็นแบบนี้มานานแล้ว เพราะวัยไม่ห่างกันมากก็เลยเป็นเพื่อนเล่นกันมา...พ่อผมอายุสิบสามเก้า เจิ้นยี่สิบเก้า ส่วนผมสิบเก้า...อายุเราเรียงกันสิบยี่สิบสามสิบแบบนี้ มันก็ตลกๆดี

พ่อกับเจิ้นเล่นด้วยกัน....เขาเล่นอะไรกันหรอ?

“อย่ารู้เลย สองคนนี้ชอบเล่นอะไรแผลงๆ ปู่ล่ะปวดหัว โชคดีนะจันทร์ไม่ได้นิสัยพวกนี้มา ไม่งั้นปู่จะไม่กลับมาไทยแล้ว”

แต่ผมก็รู้สึกได้ว่าพ่อกับเจิ้นสนิทกัน...เป็นความสัมพันธ์แบบสนิทแต่ก็สู้กัน ทะเลาะแต่ก็รักกัน งงจังเลยอ่ะ

 

ลุงหยางปรากฏตัวในวันอาทิตย์ที่ผมสัญญากับพ่อไว้ว่าจะเจอลุงอาทิตย์ละหนึ่งวัน ลุงพาผมกับพ่อไปเดินห้าง เราแค่กินข้าวกันตามปกติแล้วก็ซื้อของในซูเปอร์ ลุงหยางเข็นรถตามพ่อที่เลือกซื้อนั่นนี่โน่นแบบพิถีพิถันมาก ส่วนลุงก็ชวนผมเลือกขนม แล้วพ่อก็ด่า แล้วก็หยิบออก แล้วลุงก็หยิบใหม่

“ดุชิบหาย จะให้กินแต่ไอ้คุ้กกี้ธัญพืชนี่หรือไง? มันต้องขนมแกล้มเบียร์ใช่ไหม?”

“ผมชอบกินคุ้กกี้ธัญพืช”

ลุงถลึงตาใส่แล้วว่าผมเป็นกระต่ายกินแต่ผักเลยเตี้ย ส่วนพ่อก็เป็นหัวหน้ากองกำลังเท้าปุย ผมสงสัยว่าจริงๆแล้วใครกันแน่ที่ชอบกระต่าย พ่อไม่เห็นพูดถึงกระต่ายมีแต่ลุงนั่นแหละ...ผมว่าลุงหยางเป็นแฟนคลับกระต่ายตัวจริงแหงๆ

สุดท้ายลุงหยางก็ชนะในสงครามขนม เพราะถ้าพ่อไม่ยอมลุงจะกัดหูพ่อตรงนี้เลย ผมรู้สึกว่าลุงจะทำจริงแน่ๆเพราะพ่อหน้าแดงไปถึงหู อาการหน้าแดงคืออาการเขิน... มันดูออกชัดมากกกกกกกกก

พ่อเขินลุงหยาง...ฮึ่ยหงุดหงิด

“นี่เจ้าลูกกระต่าย กินเบียร์ไหม? หรือชอบไวน์”

“ไวน์ เอาหอมๆ”

ผมจิบได้บ้างนิดหน่อย แก้วเดียวก็พอแล้ว เจิ้นชอบจิบไวน์เวลากินอาหารฝรั่ง หรือบางทีอารมณ์ดีๆก็จิบไวน์เหมือนกัน แต่ผมนิดเดียวก็พอ

“งั้นขวดนี้แล้วกัน”

“คุณสุริยะ คุณชวนลูกผมทำอะไร?”

“ชวนจิบไวน์ อย่าดุดิตอง ลูกตองโตแล้วนะ จิบไวน์แค่นี้ใช่ไหมไอ้ลูกกระต่าย”

ผมพยักหน้าหงึกๆ ไม่ได้อยากจิบไวน์นะแต่พอลุงบอกผมโตแล้วผมก็รู้สึกว่าการโตแล้วมันสามารถทำอะไรได้มากขึ้นอ่ะ การจิบไวน์ก็น่าจะเหมารวมในแพคเกจ “โตแล้ว” ของผมด้วย

ตอนเย็นพ่อสั่งอาหารฝรั่งมาเพราะผมกับลุงหยางจะดื่มไวน์กัน พ่อผมไม่ได้ทำกับข้าวอร่อยนักหรอก ลุงหยางบอกซื้อกินเถอะถ้าไม่อยากตาย คนที่ทำกับข้าวอร่อยคือแม่... ผมยังคุยกับแม่บ่อยๆนะแม่อยากเจอผม แต่...ผมก็ไม่อยากให้พ่อเป็นอันตรายเลยปฏิเสธไป หลายครั้งผมก็อยากถามแม่ว่าแม่รักผมจริงๆใช่ไหมแต่ก็ไม่กล้า...

                ลุงหยางรินไวน์ให้ผมกับพ่อ พ่อสั่งให้ผมดื่มได้แค่แก้วเดียวเพราะคุยกับเจิ้นแล้วเจิ้นให้ลิมิตไม่เกินนั้นแล้วจะมารับตอนทุ่มครึ่งด้วย

                แต่พอพ่อเผลอลุงก็รินให้อีก แล้วไวน์อันนี้ก็หอมมาก นุ่มลิ้นจนผมขอแก้วที่สามตอนพ่อไปเข้าห้องน้ำ ลุงหยางหัวเราะชอบใจว่าผมเป็นลูกกระต่ายขี้เมา

                “ลุงก็เป็นพระอาทิตย์ขี้เมา!

                “ใครกันแน่ ดื่มไปอย่าพูดมาก นานๆทีจะได้ดื่มต้องเอาให้คุ้ม”

                “อื้อ อร่อยจัง”

                ผมว่ามันเกินจิบไวน์...ตอนนี้ผมดื่มแบบแก้วต่อแก้วจนเริ่มมึน ลุงหยางพูดอะไรไม่รู้ผมหัวเราะอย่างเดียว ขำสารพัดสารเพ แม้แต่ตอนพ่อโวยวายผมก็ยังขำ

                ตอนเจิ้นมาผมก็ยังหัวเราะ แต่ไวน์หายไปแล้ว ผมพยายามขอเจิ้นดื่มต่อแต่เขาบอกให้ไปดื่มที่บ้าน ลุงหยางบอกว่าค่อยมาดื่มใหม่ ผมเลยบังคับลุงเกี่ยวก้อยว่าจะซื้อให้ผมอีก

                ผมหัวเราะไปตลอดทางจนถึงช่อฟ้า ร่างกายร้อนผ่าวแม้แต่ตอนที่เจิ้นเช็ดตัวให้ มันวูบวาบไปหมดแล้วผมก็อยากให้เจิ้นกัด...อยู่ดีๆก็อยากให้เจิ้นไนท์แคร์

                “เจิ้น....กัดจันทร์ที”

                เจิ้นกัดผมจนเหนื่อย...ผมเริ่มเคยชินกับการที่มีนิ้วเข้ามาอยู่ในร่างกาย และการถูกเจิ้นรดน้ำจนเต็มหน้าไปหมด ผมชอบเสียงครางต่ำของเจิ้น....ผมยาวที่หล่นลงมา ร่างกายที่เปล่าเปลือยบนตัวผม

                จนผมรู้สึก...ว่าอยากได้มากกว่านี้ แต่ไม่รู้ว่าที่อยากได้มันคืออะไร

 

                ผมชวนเจิ้นไปเดินนิทรรศการอาหารจากญี่ปุ่นด้วยกัน ผมตั้งใจมากว่าจะต้องไปให้ได้เพราะเขามีคอร์สสอนทำอาหารญี่ปุ่นมาจัดบูทด้วย ผมชวนคุณแม่กับคุณป้าแม่บ้านไปด้วยกัน เจิ้นเลยให้เอารถตู้ไปไม่ต้องขับเอง ผมชอบเวลาเจิ้นออกมาข้างนอกกับคุณแม่มาก เพราะเจิ้นจะถือกระเป๋าให้คุณแม่ตลอด เจิ้นไม่ค่อยแสดงความรักกับครอบครัวเท่าไหร่แต่จะเป็นการใส่ใจเล็กๆน้อยๆมากกว่า แล้วก็เดินจูงมือกัน ส่วนผมก็เดินข้างคุณป้าแม่บ้านช่วยกันรับโบรชัวร์แล้วก็เข้าแถวชิมขนม

                “ลูกจันทร์ได้คอร์สเรียนยังคะ แม่เห็นกินจนแก้มป่อง”

                “ง่ะ..”

                ผมรีบงับเมลอนปังเข้าปากจนหมด ขนมญี่ปุ่นอร่อยมากแล้วเจิ้นก็ตามใจให้ผมซื้อเยอะแยะไปหมดเลย คุณแม่ก็ชอบซื้อ สุดท้ายผมก็ไม่ได้สนใจคอร์สเรียน...เพราะคุณแม่บอกคอร์สไม่ค่อยน่าสนใจ ไว้ค่อยหาเชฟจากโรงแรมที่เขารับสอนดีกว่า คุณแม่ถนัดอาหารไทยกับอาหารจีนแล้วก็พวกขนม แต่ผมสนใจอาหารญี่ปุ่นก็เลยต้องหาครูกัน

                ตอนเย็นเราไปกินข้าวที่บ้านคุณพ่อคุณแม่เจิ้นกัน คุณแม่เจิ้นสอนผมนึ่งขนมจีบ ขนมจีบตามร้านจะลูกเล็ก แต่ถ้าเราทำเองเราก็ทำไซส์ใหญ่ๆ แถมใส่กุ้งกรอบๆได้ทั้งตัว

                เจิ้นนั่งเล่นหมากล้อมกับคุณพ่อที่ชั้นบน บ้านคุณพ่อคุณแม่เจิ้นเป็นบ้านจัดสรรในโครงการค่อนข้างใหญ่ สองชั้นในพื้นที่ร้อยห้าสิบตารางวา ห้าห้องนอน แต่ไม่ได้ทำเป็นห้องนอนทั้งหมด มีห้องทำงาน ห้องงานฝีมือของคุณแม่ ห้องพักผ่อนของครอบครัวที่เจิ้นกับคุณพ่อเล่นหมากล้อมกัน

                “ลูกจันทร์ชอบปลูกดอกไม้ไหมลูก?

                “ไม่เคยปลูกครับ..แหะๆ”

                “ลองปลูกดูไหมจ๊ะ ช่วยให้ผ่อนคลายด้วยนะ ดอกไม้สวยๆก็ทำให้สดชื่น นี่ก็ชอบให้พ่อเขาเอาไปใส่แจกันที่โต๊ะทำงาน เวสาเห็นจะได้รู้ตัวว่าต้องรีบกลับบ้าน ฮึ่ม”

                คุณแม่ทำหน้าจริงจังจนผมขำ ผมว่าคุณพ่อเจิ้นรักคุณแม่มากเลย ปู่บอกว่าโชคดีที่แม่เจิ้นรักผู้ชายคนนี้ จะกี่ปีๆก็รักแม่มั่นคง แถมยังกลับบ้านตรงเวลา

                แล้วเจิ้นจะรักใครสักคนไปตลอดชีวิตแบบคุณพ่อเหมือนกันไหม?

                ความคิดว่าเจิ้นจะรักใครสักคนทำให้มือผมชะงัก เจ้าไส้ขนมจีบถูกบีบจนกุ้งทะลักออกมา....เจ้าหลุมดำขยับเขยื้อนตัวหาวนิดหน่อย...ทำไมแค่คิดเองนะ แค่สมมมุติเอง...ทำไมมันก็รู้สึกแย่แล้ว

                “ถอนหายใจอะไรคะลูก อุ้ยกุ้งหลุดออกมาแล้ว”

                “ผม...ง่ะ คิดอะไรนิดหน่อยครับ”

                “ไหน เล่าให้ฟังได้นะคะ เรื่องลูกชายผมยาวของแม่หรือเปล่า?

                “เอ๋...ดูออกด้วยหรอ ง่ะ...”

                “คิกๆ ลูกจันทร์ไม่สบายใจเรื่องไหน เดี๋ยวคุณแม่ช่วยคิดค่ะ”

                “ก็....แค่คิดว่าเจิ้นจะรักใครสักคนแบบที่คุณพ่อรักคุณแม่หรือเปล่า”

                “เรื่องนี้ต้องให้พี่เขาพิสูจน์ตัวเอง คำพูดใครๆก็พูดได้ แต่ระยะเวลายาวนานต่างหากที่จะพิสูจน์ว่าเขารักเราจริงไหม....ลูกจันทร์ค่อยๆสังเกตความรักของพี่เขาไปเรื่อยๆก็จะเข้าใจเอง”

                “หา เง้อ ทำไมต้องผมล่ะ”

                “แล้วลูกจันทร์ไม่อยากอยู่กับพี่เขาแล้วหรอลูก?

                “ไม่ใช่นะครับ ผมอยากอยู่กับเจิ้น”

                “นั่นไงก็ต้องพิสูจน์ตัวเองเหมือนกันนะว่าอยากอยู่กับเจิ้นจริงๆไหม ไม่ใช่ปีหน้าเบื่อลูกชายแม่แล้ว เจิ้นยิ่งน่าเบื่ออยู่ด้วย”

                “เจิ้นไม่ได้น่าเบื่อนะครับ”

                ผมพยายามปกป้องเจิ้นสุดๆ แต่คุณแม่กลับหัวเราะคิกคัก

                “งั้นคงมีแต่จันทร์ที่จะอยู่กับพี่เขาได้แล้วล่ะ ขนาดพ่อกับแม่ยังหนีเจิ้นกันเลย จันทร์ดูแลพี่เขาหน่อยนะลูก..ไม่มีใครคบแล้ว น่าสงสาร”

                เจิ้นไม่มีใครครบแล้ว?

                หรือว่าที่เจิ้นไม่ค่อยพาเพื่อนมาเพราะจริงๆแล้วไม่มีเพื่อน?

พวกเพื่อนสนิทของเจิ้นก็เลิกสนิทแล้วเลยแบบเป็นแค่นานๆมานัดเจอกันสักที เรื่องเพื่อนอาจจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เจิ้นเครียด เจิ้นคงไม่กล้าบอกใครว่าเพื่อนเลิกคบ...

ทะ ทำไมล่ะ? ทำไมเจิ้นต้องไม่มีคนคบด้วย หรือเพราะเจิ้นนิสัยไม่ดี ไม่จริงนะ เจิ้นออกจะนิสัยดี หรือเพราะความบ้างานของเจิ้นทำให้ไม่มีเวลาให้เพื่อนๆ

หรืออีกเหตุผลหนึ่งคือผมงอแงเจิ้นก็เลยต้องมาอยู่กับผมอดใช้เวลากับเพื่อนๆ เพื่อนๆก็เลยเลิกคบ... หรือจะเรื่องเงิน? แบบว่าเจิ้นไม่ให้เพื่อนยืมเงิน

“ขมวดคิ้วอะไรตั้งแต่อยู่บ้านแม่แล้ว คิดมากอะไรอีกหืม?

“เจิ้น...ทำไมไม่มีคนคบเจิ้นล่ะ”

“หืม?

“ก็คุณแม่บอกว่าเจิ้นไม่มีคนคบแล้วให้จันทร์ช่วยดูแลเจิ้นด้วย จันทร์ก็สังเกตว่าเจิ้นไม่ค่อยชวนเพื่อนมาที่ช่อฟ้าเลย นานๆทีถึงมาเลยคิดว่า...เพื่อนอาจจะเลิกคบเจิ้นแล้วหรือเปล่า ไม่ได้นะเจิ้น เจิ้นต้องเปิดอกคุยกับเพื่อนนะ ลูกผู้ชายต้องพูดกันตรงๆ แมนๆคุยกัน ไม่งั้นแก่ไปเป็นคนตาไม่มีสมาคมคนแก่ให้อยู่นะ”

“เป็นห่วงพี่หรอมูนนี่?

เจิ้นขำ...ขำอะไรเล่า คนเขาจริงจังมามูนน่งมูนนี่ ตอนนี้ไม่ได้ไม่ขำนะ เจิ้นกำลังมีปัญหาในการเข้าสังคม อาการแปลกแยกจากสังคมเป็นอาการหนึ่งของคนเป็นโรคซึมเศร้าด้วย ไม่โอเคเลย

“เจิ้นต้องไปปาร์ตี้!

“ปาร์ตี้? เช่น?

“ก็แบบไปผับ กินเหล้ากับเพื่อน กินข้าวกับเพื่อน เดินเที่ยวกับเพื่อน เล่าเรื่องผีกัน เล่นไพ่ ไปนอนบ้านเพื่อนไง แบบที่จันทร์ทำอ้ะ”

“ถ้าพี่ไปนอนบ้านเพื่อน...แล้วจันทร์จะนอนกับใคร”

“ก็....จันทร์จะอดทนคืนหนึ่งก็ได้ หรือไม่ก็....พาจันทร์ไปนอนด้วย”

 

ปากเล็กเจื้อยแจ้วอย่างนั้นอย่างนี้ทั้งขำทั้งเอ็นดู เจิ้นไม่ได้แยกตัวจากเพื่อนแต่เพราะเพื่อนแต่ละคนมันไม่น่าไว้ใจจนเลิกชวนปนบังคับไม่ให้มาหาที่ช่อฟ้า เพราะชอบมาแกล้งเจ้าจันทร์แล้วคนโดนแกล้งก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วเจ้าจันทร์ก็เป็นคนพูดจาเจื้อยแจ้วแบบนี้...ใครๆก็อยากคุยด้วย ปาร์ตี้ล่าสุดก็มีแต่คนแกล้งแหย่ซื้อของขวัญให้น้องกันเป็นแถวเพื่อยั่วโมโหเขา

แล้วนี่จะให้พาไปนอนบ้านเพื่อนด้วยอีก...ฝันไปเถอะมูนนี่ นอกจากเข้าค่ายอย่าหวังจะได้ไปนอนบ้านคนอื่น

วิธีการกระชับสัมพันธ์หน่อมแน้มชวนหัวเราะถูกนำเสนออย่างจริงจังจนอยากจะเซ็นต์อนุมัติให้ทั้งหมด ผู้ชายอายุจะสามสิบให้ไปนอนบ้านกันแล้วเล่าเรื่องผี...มีการไล่ไปกินเหล้า เดี๋ยวคนเสนอก็งอแงเองถ้าไปจริงๆ

“พี่ซ้อมกระชับสัมพันธ์กับจันทร์ก่อนได้ไหม?

“กับจันทร์หรอ?

“ใช่ จะได้ฝึกไว้ก่อนพอไปกระชับสัมพันธ์กับเพื่อนๆจะได้ไม่อายเขา”

“อื้อ! งั้นเริ่มจากอะไรดีล่ะ เล่นไพ่ เล่าเรื่องผี กินเหล้า....หรือว่า...”

นอนด้วยกัน

แขนแกร่งโอบเอวคนตัวเล็กเดินเข้าห้องนอน ปล่อยคนเชี่ยวชาญการนอนบ้านเพื่อนพูดไปเรื่อยเปื่อย ยิ่งฟังก็ยิ่งขำ ยิ่งมองก็ยิ่งน่ารัก...จนอยากรังแก

“งื้อ....ไปนอนบ้านเพื่อนเขาไม่ไนท์แคร์นะ! อันนี้ของจันทร์คนเดียว”

“ก็ตอนนี้นอนกับจันทร์...ไหน...พี่กัดตรงไหนก่อนดี?

 

ปลายจมูกแตะสัมผัสไปตามผิวขาวนุ่มหอมกลิ่นนม...คนโดนไนท์แคร์จนเหนื่อยครางประท้วงการรบกวน เสียงเล็กบ่นงุ้งงิ้งฟังชัดบ้างไม่ชัดบ้าง

“เจิ้น..”

“หืม?”

“ถ้าไนท์แคร์แล้วเจิ้นนอนหลับ...ไนท์แคร์จันทร์บ่อยๆก็ได้นะ...จันทร์อยากให้เจิ้นนอนหลับฝันดี”

ปลายจมูกที่กำลังหอมหัวไหล่เนียนชะงัก...การลุกออกไปกลางดึกทั้งที่คิดว่าอีกฝ่ายหลับแล้วกลับโดนจับได้ จะมีก็แต่คืนที่ได้สัมผัสกันเช่นนี้ที่พอจะทำให้เหนื่อยล้าและหลับลงได้บ้าง...มูนนี่ของเขาสังเกตเห็น

“พี่ทำจันทร์กังวลหรือเปล่า?”

“จันทร์เป็นห่วง ไม่กังวล แต่...ห่วงนะ”

แขนแกร่งกระชับร่างอีกคนมากอดแน่น ไม่รู้ทำไมถึงรักพระจันทร์กลิ่นนมได้มากขนาดนี้ คงเพราะพระจันทร์ของเขาน่ารัก...

“งั้น...พี่ไนท์แคร์วันเว้นวันเลยนะ?”

เสียงประท้วงเล็กๆตะแง้วๆบ่นแล้วบ่นอีกว่าเหนื่อยหนาสาหัส แค่สามวันเว้นสามวันยังพอไหวถ้าวันเว้นวันคงไม่ต้องทำมาหากินอะไรแล้ว...

ก็จะทำมาหากินไปทำไมล่ะ...เงินทุกวันนี้ก็ใช้ไม่หมดแล้วศศิมณฑล

 ===========================


ตอนนี้ไม่ดราม่าแล้ววว แถมมูนนี่พยายามช่วยเจิ้นสุดๆ โตขึ้นอีกนิดละมีชวนลุงหยางเมาด้วย 5555+

 

เรามีแพลนจะแจกตุ๊กตากระต่ายสำหรับคนอ่านในปกครอง 1 รางวัล ตอนนี้กำลังหาซื้อนะคะ ขอเช็คกระแสก่อนว่าคนอ่านเยอะไหม เพราะกะจะเอาตัวใหญ่ 555+ กลัวซื้อมาละแป้กไม่มีใครร่วมเล่นกิจกรรม ฮืออออ อาจจะลดไซส์ตามความเหมาะสมและตามแต้มบุญว่าจะหาซื้อได้ไหม แหะๆ

 

ขอบคุณทุกคอมเม้นจ้ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 478 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,205 ความคิดเห็น

  1. #13186 เขาเรียกฉันว่าเต่า (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 13:12
    น้องเอ้ยยย
    #13,186
    0
  2. #13127 fuxxy (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 10:21
    555555555มูนนี่คนน่ารัก
    #13,127
    0
  3. #12940 K.white wine (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 11:15
    น้องจะเอาเปรียบพี่เจิ้นเรื่องเดียวแต่พี่เจิ้นเอาเปรียบน้องทุกเรื่อง!!!
    #12,940
    0
  4. #12833 «PhuengAugust» (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:18
    โอ้ย น้องงงง
    #12,833
    0
  5. #12633 Miki_milky (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:54
    โอ้ยพี่เจิ้นเจ้าเล่ห์ตลอด
    #12,633
    0
  6. #12406 yonononnnnnn (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 12:28
    นอ้วงงงงงง
    #12,406
    0
  7. #12256 pcy921 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 15:30
    ขำน้องถามเจิ้นทำไมไม่มีคนคบ5555555
    #12,256
    0
  8. #12205 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 23:47

    น่ารักอ่ะ
    #12,205
    0
  9. #12039 ojay2 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 13:19
    น้องเอ้ยยยย
    #12,039
    0
  10. #12009 jjtk (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 00:04
    ขำนัยมูนนี่อะ ทำอะไรก้มีแต่คนเอ้นดู น่ารักเอ๊ยยยยย
    #12,009
    0
  11. #11991 PeachCoCo (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 18:46
    มูนนี่น่าเอ็นดูมากกก น่ากอด น่าหยิก อยากจับหอมแก้มซ้ายขวาจริงๆ ><
    #11,991
    0
  12. #11788 Aunchiree (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 14:03
    ยิ่งโตยิ่งน่ารัก
    #11,788
    0
  13. #11719 Clairey (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 20:46
    ฮือ อ่านวนตรงอายุสิบสามเก้าประมาณ5ครั้งถึงจะเข้าใจ อึ้งเลย
    #11,719
    0
  14. #11402 mon9228 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 00:40
    ชอบเวลาน้องอยู่กับหยางกับพ่อ มันตลกดี ดูทั้งสองคนนิสัยต่างกัน คอยตีกัน สนุกดี ^^ น้องอุตส่าห์เป็นห่วง เจิ้นก็พาน้องลากเข้าบนเตียงตลอดๆ หื่นจริงๆ
    #11,402
    0
  15. #9252 Atk. S. (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 20:45
    อะไรคืออายุสิบสามเก้า5555
    #9,252
    0
  16. #8944 Xialyu (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 13:49
    กระต่ายน้อยน่ารักอะ^^
    #8,944
    0
  17. #8865 พชรพล ประทุมรัตน์ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 10:19
    โอ้ยย ขำ เงินทุกวันนี้ก็ใช้ไม่หมดแล้วศศิมณฑล555555
    #8,865
    0
  18. #8551 gnawkezi~* (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 07:16
    ศศิมณฑลจะไปน่ารักไปไหน น่าเอ็นดู
    #8,551
    0
  19. #8365 Cream_2546 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 21:27
    โอ้ยยยยย น่ารักกกกกก อยากหยิกแก้มจันทร์
    #8,365
    0
  20. #7985 Tw0164 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 18:55
    ทุกคนต้องหยุดพูดให้น้องคิดไปเอง เพราะน้องคิดเองทีไรตลกทุกที5555555
    #7,985
    0
  21. #6964 Tatangts 🐋 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 11:05
    มูนนี่น่าร้ากจริงๆเลยน้าาา
    #6,964
    0
  22. #6234 เ ม ษ า (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:39
    ผู้ชานแบบเจิ้นนี่ต้องทำบุญกี่ชาติคะถึงจะได้
    #6,234
    0
  23. #5578 bluexus (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:00
    แอบอิจฉามูนนี่ มีทั้งสินเชื่อกะเจิ้นกอด
    #5,578
    0
  24. #4464 losthope (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:28
    ฮือน่ารักจังเลย ชอบความใส่ใจกันและกันของเจิ้นกับจันทร์
    #4,464
    0
  25. #4229 วิ้ปปิ้งครีม (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:41
    ยิ่งอ่านยิ่งน่ารักกก โอ้ยย อยากมีน้องชาย หมั่นเขี้ยวจันทร์~~~☆
    #4,229
    0