In Control...ในปกครอง (Yaoi)(END)

ตอนที่ 16 : Chapter 15 : Jealous

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,098
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 604 ครั้ง
    9 ธ.ค. 60

Chapter 15  Jealous


                ผมไม่ค่อยโกรธกับเจิ้นได้นานเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้ผมพยายามมากๆที่จะทำตามเงื่อนไขให้ครบเดือน เจิ้นจะได้รู้ว่าผมไม่ชอบเลยที่เขากลับบ้านช้าในวันเสาร์! จริงๆก็ไม่ชอบทุกวันแต่วันเสาร์อาทิตย์มันวันของผมนี่นา

                ชีวิตการเรียนของผมก็เป็นไปเรื่อยๆ เกาะกลุ่มไปกับเพื่อน คงเพราะผมไม่ถนัดเรื่องการเงิน ตัวเลขอะไรพวกนี้ก็เลยต้องขยันหน่อย เรื่องเรียนมันกดดันผมเพราะทุกคนมองว่าผมควรจะเก่งในฐานะที่ครอบครัวเป็นเจ้าของธนาคารยักษ์ใหญ่ ผมก็เลยห้ามขี้เกียจ พยายามอ่านเยอะๆ โชคดีที่มีเจิ้นช่วยอธิบายเวลาผมไม่เข้าใจ... เจิ้นเก่งการเงินสมกับเป็นนายธนาคาร เขาคิดเลขเร็วเหมือนมีเครื่องคิดเลขในหัวแถมยังแม่นพวกเรื่องภาษี กำไร ดอกเบี้ย เหลือแค่จำเรทเงินต่างประเทศที่เปลี่ยนไปทุกวันได้เจิ้นก็คงเป็นยอดมนุษย์

                แต่ความเก่งของเจิ้นเขาก็ไม่ได้สร้างภายในวันเดียว เยว่ เป็นตระกูลจีน ค้าเงินมาจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อก่อนก็ใช้ลูกคิด ผมยังจำได้ว่าคุณปู่เคี่ยวเข็ญให้เจิ้นหัดใช้ลูกคิด ปีต่อๆมาก็เครื่องคิดเลข ก่อนจะเป็นโปรแกรมคำนวนของธนาคาร แต่หลายๆครั้งถ้าเลขหลักไม่เยอะเจิ้นก็คิดเองในหัว

                ผมไม่รู้ว่ากิจการบ้านอื่นจะเหมือนเยว่ไหม แต่ทุกเดือนตั้งแต่เมื่อก่อนก็จะเห็นคุณปู่กับคุณแม่ของเจิ้นนั่งตรวจบัญชีกัน ตอนนี้ก็เป็นเจิ้นกับพี่ๆเลขา ไม่ใช่ว่าฝ่ายบัญชีไว้ใจไม่ได้นะ...แต่คนของเยว่ติดนิสัยรอบครอบเรื่องเงินๆทองๆ ระบบก็อาจจะผิดได้ คนก็อาจจะทำพลาดได้ ตรวจสอบหลายๆรอบจะได้ปลอดภัย

                ส่วนผม...เกือบตกเลข แถมลูกคิดก็ใช้ไม่เก่ง

                จำได้ว่าโดนปู่ดุว่าอยู่กับเยว่ก็ต้องคิดเลขให้เก่งๆ เจิ้นเลยสอนผมดีดลูกคิด สมัยนี้เขาไม่สอนกันแล้วในหลักสูตรทำให้ผมต้องมาเรียนกับเจิ้นเลยพอจะดีดเป็นขึ้นมานิดหน่อย ลูกคิดที่เยว่ใช้กันก็ไม่ใช่รางไม้แต่ทำจากหยกเขียวสลักลายเมฆแบบจีนสี่มุม ผมก็ได้ใช้ แต่ดีดแล้วดีดอีกก็ไม่ดีเท่าที่ปู่ต้องการจนปู่ทอดถอนใจเพราะเห็นผมนิ้วแดงไปหมด ยอมให้ผมข้ามไปเรียนกดเครื่องคิดเลข เจิ้นบ่นว่าปู่ลำเอียง ทีเจิ้นนะต้องดีดเป็นปีๆ

                ผมนึกว่าเจิ้นจะโกรธที่ผมดีดลูกคิดไม่สำเร็จเพราะเขาชอบขมวดคิ้วเวลาเห็นผมหัดดีดแต่ก็เปล่า เขาเป็นห่วงว่าผมจะเจ็บนิ้ว...พ่อบอกว่าผมโดนปู่กับเจิ้นโอ๋จนเคยตัว แต่ปู่ก็บ่นว่าพ่อก็โอ๋ผมเหมือนกัน ผมเลยโดนโอ๋จากทุกภาคส่วน

                เมื่ออาทิตย์ก่อนคิวประกวดดาวเดือนไปแล้วได้ที่สอง ผมไม่ได้ไปดูเพราะปู่นัดกินข้าวพอดี คิวกับผมเราเริ่มกลับมาคุยกันแล้ว มันฟีลเหมือนเพื่อนงอนกันพอยิ้มๆกันก็เริ่มหายงอน ผมเลยไลน์ไปแสดงความยินดี บทสนทนาในไลน์เราเลยเริ่มขึ้นอีกครั้ง

                ผมดีใจที่ได้กลับมาเป็นเพื่อนคิวเหมือนเดิมถึงจะยังไม่ค่อยสบตากันตรงๆก็ตาม เรื่องบางเรื่องมันก็ขึ้นอยู่กับเวลา

 

                งานวิจัยของผมมีอันต้องพักไว้ก่อนเพราะการบ้านทุกวิชาที่โหมเข้ามาในช่วงนี้ เราจะสอบกลางภาคกันกลางเดือนหน้าทำให้การบ้านของผมล้นไปหมด ต้องไปห้องสมุดกับเพื่อนเพื่อทำงานกลุ่ม กลับบ้านก็ต้องทำงานเดี่ยว ช่วงนี้เวลานอนผมเขยิบไปเกือบสี่ทุ่มแล้วก็อดดูการ์ตูน

                “นมค่ะคุณจันทร์”

                คุณป้าแม่บ้านทะยอยเติมนมเติมขนมให้ผมตลอด ผมมานั่งทำการบ้านที่ห้องนอนเล็ก จริงๆมันเคยเป็นห้องนอนผมแต่ผมงอแงจะไปนอนกับเจิ้น เจิ้นก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะถึงแยกห้องประตูเชื่อมตรงกลางก็เปิดอยู่ดี ตอนนี้ห้องเล็กมันก็เลยเป็นเหมือนห้องทำการบ้านผมอย่างเดียว

                เชลฟ์กระจกวางกันดั้มของผมก็อยู่ในห้องนี้ ผมยังสะสมไม่เยอะเพราะอยากต่อเองทุกตัวก็เลยต้องใช้เวลานิดหน่อย กว่าจะต่อเสร็จบางตัวทิ้งเป็นเดือนกว่าจะหยิบออกมาจากกล่อง

                ถ้าของสะสมผมเป็นกันดั้ม ของเจิ้นก็คงจะเป็น....ใบชา

                ในห้องกินข้าวบ้านเรามีชั้นวางกล่องใส่ใบชาขนาดใหญ่ บิลด์อินตั้งแต่พื้นห้องจรดเพดาน บ้านอื่นคงสะสมไวน์แต่เจิ้นบอกว่าบ้านเรามีเด็ก สะสมของมึนเมาไม่ดี สะสมชาดีกว่า

                จริงๆเขาก็กวนผมไปอย่างนั้นน้ำชากับบ้านคนจีนเป็นของคู่กัน คุณปู่เจิ้นก็มีกิจการน้ำเข้าใบชาและหน้าร้านอยู่ในห้างเป็นงานอดิเรก เจิ้นก็เคยชินกับกลิ่นชามาแต่ไหนแต่ไร ชาแต่ละชนิดก็มีการใช้แก้วคนละลักษณะ เจิ้นชอบว่าผมติดนมอุ่นๆของคุณแม่บ้าน เขาก็ติดน้ำชาฝีมือคุณแม่บ้านเหมือนกัน

                ถ้าไม่ได้คุ้นเคยกับชาอาจจะแยกรสชาติไม่ค่อยออก แต่เพราะเป็นเจิ้น... เป็นเยว่ กระบวนการเลยพิถีพิถันเพราะแค่น้ำผิดอุณหภูมิก็รับรู้ได้ว่ารสชาเปลี่ยน

                ผมเคยถามคุณป้าแม่บ้านว่าเหนื่อยไหมกับการดูแลผมกับเจิ้นเพราะผมรู้สึกว่าหลายๆอย่างมันช่างยุ่งยาก แล้วไหนจะธรรมเนียมเยว่อีก แต่คุณป้าแม่บ้านบอกว่าชินแล้ว

                คนในบ้านเยว่ก็อยู่กับเยว่มารุ่นต่อรุ่นไม่แตกต่างกัน คุณป้าแม่บ้านก็โตมาในรั้วของเยว่และจะไม่สบายใจมากกว่าถ้าไม่ได้ลงมือทำด้วยตัวเองเพราะกลัวว่าขั้นตอนหลายๆอย่างจะไม่ถูกใจ

                “เฮ้ออ”

                “ทำการบ้านหรอจันทร์”

                สัมผัสอุ่นๆวางบนไหล่ผม เลยเอนตัวพิงพนักแหงนหน้ามองเจิ้นแล้วย่นจมูก กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆบ่งบอกว่าเขาดื่มมานิดหน่อย วันนี้เจิ้นอยู่ในสูทสีเทาอ่อนเพราะไปงานแต่งลูกค้ามา

                “กลับมาเร็วจัง”

                “อืม ขี้เกียจอยู่นาน”

                เจิ้มก้มหน้ามาหอมแก้มผม ผมเห็นสายตาเขาจ้องที่ปาก....และผมก็จ้องปากของเจิ้น มันขยับยิ้มแล้วจุ้บที่หน้าผากแทน... เรายังอยู่ในระยะเวลาการลงโทษหนึ่งเดือนทำไมผมแอบคาดหวังให้เจิ้นฝ่าฝืนบทลงโทษก็ไม่รู้

                “จันทร์ก็ขี้เกียจทำการบ้าน”

                “ไปนอนดูดาวกัน”

                “ไปๆๆๆ”

                การบ้านไม่ตอบโจทย์ชีวิตผมแล้ว ณ จุดๆนี้ ผมรีบดื่มนมให้หมดส่วนเจิ้นไปอาบน้ำแล้วเราก็เดินไปห้องดูดาวกัน มือขวาจูงมือเจิ้น ส่วนมือซ้ายผมก็ถือสินเชื่อมาด้วย

                “สินเชื่อดีใจใช่ไหมวันนี้ได้นอนดูดาวกันด้วยนะ

                “คุยกับกระต่ายรู้เรื่องด้วย?”

                “ช่ายยยยย เราใช้วิธีใจถึงใจ รู้ใจกัน”

                เจิ้นหัวเราะผมก็หัวเราะก่อนจะทิ้งตัวลงกลางฟูกนุ่มๆผ้าห่มอุ่นๆด้วยกัน ห้องดูดาวไม่กว้างมากผมเลยได้นอนหนุนแขนเจิ้นต่างหมอน คืนนี้ฟ้าเปิดทำให้เห็นดาวดวงเล็กๆเต็มไปหมด

                “รู้จักดาวดวงไหนบ้าง?”

                “ไม่รู้... เจิ้นรู้หรอ”

                “ไม่...รู้จักแค่พระจันทร์

                “จันทร์ก็รู้จักแค่พระจันทร์เพราะจากตรงนี้เห็นชัดสุดๆ เป็นรูปกระต่ายด้วย เหมือนจันทร์กับสินเชื่อเลย อยู่คู่กัน”

                “แล้วพี่ล่ะ? อยู่ด้วยได้ไหม?”

                “เก๊าะ...อยู่กับจันทร์อยู่แล้วนี่”

                ผมยิ้มจนแก้มแตกแหงๆ ชอบเวลานอนคุยงุ้งงิ้งกับเจิ้นก่อนนอนแบบนี้จัง เรามักจะคุยกันหลายๆเรื่องไปจนง่วง ที่คุยบ่อยๆก็จะพวกเรื่องเรียนกับเรื่องกิน เจิ้นชอบกังวลว่าผมกินข้าวน้อย

                “ตัวจันทร์มีกลิ่นนม”

                “เอ๋...ตรงไหน”

                ถึงผมจะชอบกินนมแต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีกลิ่นนมนะ พยายามยกแขนทำจมูกฟุดฟิดก็ได้แค่กลิ่นสบู่อ่อนๆ ยาสระผมที่ใช้วันนี้ก็ไม่ใช่กลิ่นนมนะ

                “ตรง...แถวๆนี้”

                เจิ้นทำจมูกหอมไปหอมมาตรงแก้มผม ปากเจิ้นงับๆไปงับๆมาตามลำคอ ผมหลุดหัวเราะดิ้นหนีเพราะมันจักจี้ แต่เจิ้นก็ยังตามมาแกล้งงับอยู่นั่น

                “ฮื่ออ ฮ่าๆๆๆ ไม่เอา พอแล้ววว”

                “ก็มันหอมนม....น่ากิน”        

                “เจิ้นก็กินนมเยอะๆจะได้มีกลิ่นนมแบบจันทร์ จะได้น่ากิน”

                “ถ้าพี่น่ากิน...จันทร์จะอยากกินพี่ไหม?”

                “จะกินให้หมดเลย จับเจิ้นใส่ปาก เคี้ยวๆๆ ไปอยู่ในท้องจันทร์”

                ผมหัวเราะตบพุงป่องๆของตัวเอง เจิ้นนอนตะแคงเท้าคางมองพุงกลมๆของผมแล้วยกมือขึ้นทาบมือผม

                “พุงใครนะ? กลมเหมือนซาลาเปา”

                “หรือจันทร์กินเยอะไปจริงๆนะช่วงนี้?”

                เจิ้นขำกับท่าทางกลัวอ้วนของผม เขาบีบพุงผมเบาๆ

                “อ้วนอีกหน่อย จะได้ตัวนุ่มเหมือนสินเชื่อ”

                “เจิ้นก็กินเยอะๆหน่อย คนอะไรพุงแข็งๆ”

                “ซิคแพค”

                เบื่อจริง...บางทีเจิ้นก็ชอบขี้อวด ผมพยายามจะหยิกๆพุงเจิ้นแต่น้อยมันก็ไม่เยอะเหมือนพุงผมเพราะมันเป็นกล้ามเนื้อไปหมด ผมเขยิบไปนอนเกยบนอกเจิ้น มือเจิ้นก็ยังวนเวียนป้วนเปี้ยนตรงพุงตรงเอวผม สงสัยเจิ้นจะเพลินมือกับพุงนุ่มๆ

                “นุ่มไปหมด”

                “ฮื่อออ ตรงนั้นไม่ใช่พุงนะ...ไม่นุ่มสักหน่อย”

                มือเขาขยับขึ่นมาลูบแถวๆหน้าอกผม....มันไม่นิ่มเหมือนพุงสักหน่อย ผมหลุบมองมือที่ขยับเขยื้อนอยู่ใต้เสื้อนอนแล้วหน้าร้อนผ่าว

                “นุ่ม...จันทร์นุ่มทั้งตัวนั่นแหละ”

               

                “แพร พิมพิลาโคตรสวยเลยว่ะ”

                “จริงพี่ ยิ่งโฆษณายาสระผมอันล่าสุดนะ ใจนี่สั่นรัวววว”

                ผมมองตามมือปู่รหัสที่ชี้ไปทางโปสเตอรก์ขนาดใหญ่หน้าร้านเสื้อผ้าที่เราเดินผ่าน ผู้หญิงยิ้มสวยในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์และมีลายเซ็นกำกับใต้รูปคือแพร พิมพิลา ผมก็เคยเห็นโฆษณากับละครเขามาบ้างเวลาคุณป้าแม่บ้านเปิดทีวี

                วันนี้สายรหัสผมมาเลี้ยงกันที่ห้างชิดลมใกล้ช่อฟ้า จริงๆผมไม่ได้คิดว่าจะต้องไปที่ไหนแต่รุ่นพี่เลือกมาที่นี่กันเอง เจิ้นเลยบอกว่าเขาจะมารับ ใกล้เสร็จให้โทรไปบอก

                นานๆครั้งผมจะขอเจิ้นไปเที่ยวกับเพื่อน เจิ้นก็ไม่ได้ว่าอะไรแค่ต้องบอกให้ชัดๆว่าไปไหนทำอะไร ใครไปบ้างแล้วจะกลับกี่โมง ก็บอกแทบจะครบขั้นตอนนั่นแหละ...ผมก็ชินแล้วด้วยที่จะบอกเจิ้นละเอียดๆ

                เราเลือกกินอาหารยอดนิยมสำหรับมากันหลายคนก็คือบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างเจ้าหนึ่งที่มีเนื้อแกะด้วย แต่ผมก็เลือกจะกินปลาหรือพวกเห็ดย่างมากกว่าเนื้อเพราะมันย่อยง่าย กินบุเฟ่ต์ทีไรพุงกลมป่องเป็นลูกบอลทุกที... แถมเจิ้นยังแซวว่าพุงผมกลมอีกต่างหากเลยไม่อยากให้มันพองไปมากกว่านี้

                ปู่รหัสผมเป็นผู้ชายหน้าตาใจดีใส่แว่นเรียบร้อย ลุงรหัสก็ลุคเซอร์ๆกวนๆ คงจะมีพี่แทนใจเรียบร้อยอยู่คนเดียวในสายรหัสเรา

                “พี่ชายจันทร์ดุไหม?”

                “ไม่ครับ เจิ้นใจดี”

                “พี่ว่าจะสมัครงานที่ช่อฟ้า มีเส้นสายให้ยืมปะ? ฮ่าๆ”

                “ไม่มีครับ แหะๆ เจิ้นไม่ให้ผมยุ่งเรื่องงาน”

                ผมยิ้มลำบากใจนิดหน่อย มันก็มีหลายคนมาพูดทีเล่นทีจริงแบบนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แรกๆผมก็อึดอัดแล้วพอไม่ปฏิเสธก็โดนตื้อ เจิ้นเลยบอกให้ตอบไปว่าเจิ้นไม่ให้ยุ่ง ผมไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ คำตอบแบบนี้ก็พาผมรอดตัวมาได้หลายครั้ง ถ้าตื้อมากๆอยากเจอเจิ้นใจจะขาด เจิ้นก็อาจจะยอมเจอ แต่พอเจอแล้ว...คนเหล่านั้นก็แทบไม่มาคุยกับผมอีกเลย

                “หลอกเล่นน่า พี่สมัครเอง ไม่ทำให้เราลำบากใจหรอก อ่ะพี่แกะกุ้งให้เป็นการปลอบใจ”

                ปู่รหัสผมคงแซวเล่นจริงๆเพราะเขาไม่พูดเรื่องงานอีก เราบ่นกันเรื่องวิชาเรียนและอาจารย์มากกว่า ทุกคนล้วนไซโคถึงความยากของวิชานั้นวิชานี้ให้ฟังจนผมหวาดระแวง แต่ผมเป็นน้องเล็กก็เลยโชคดีได้ชีทสรุปจากพี่ๆมาหมดเลย

                “แล้วอาจารย์วิโรจน์นะ ก็ชอบเกาหัวล้านตัวเองแล้วก็พูดว่า.....ผมไม่อยากสอนพวกเข้าใจยากอย่างพวกคุณแล้ว...แล้วแกก็อธิบายต่อ ฮ่าๆๆๆ”

                “โอ้ยเซคแทนก็โดนค่ะพี่ แทนหงอยเลย กลัววว”

                ผมหัวเราะไปตามเรื่องตามราว มีอาจารย์อีกหลายคนเลยที่ผมยังไม่เคยเรียนด้วย เรากินเสร็จกันตอนทุ่มกว่าๆ เจิ้นให้ผมเดินรอสักพักเขากำลังขับรถมาแต่รถติดมาก ถึงยอดตึกช่อฟ้าจะอยู่ห่างไปไม่ถึงสองกิโลแต่เจิ้นก็ไม่อยากให้ผมนั่งวินมอไซต์กลับเอง ถนนเส้นนี้ก็ติดตลอดปีตลอดชาติผมกับพี่แทนใจที่รอพี่ชายมารับเช่นกันเลยไปเดินเล่นรอ

                พี่แทนใจลากผมเดินเข้าร้านเสื้อผ้าที่มีแต่สีชมพูๆ พี่แทนเหมาะกับสีชมพูมากๆ ผมแอบจดไว้ในใจว่าวันเกิดพี่แทนจะต้องมาซื้อของร้านนี้ให้ เราเดินผ่านร้านสูทผู้ชายร้านประจำของเจิ้นผมขอพี่แทนเข้าไปดู มีเนคไทคอลเลคชั่นใหม่สีน้ำเงินเข้มแต่ตรงกลายทำลายตัดสีขาว ถ้าเจิ้นใช้...ต้องเหมาะแน่ๆเลย

                “เส้นนี้สวย พี่ซื้อให้พี่ชายบ้างดีกว่า”

                “งั้นจันทร์ซื้อให้เจิ้นด้วยหนึ่งอัน”

                “แบบนี้พี่ชายเราสองคนก็ใส่เนคไทคู่กันน่ะสิ คิกคิก”

                ผมกับพี่แทนถือเนคไทคนละกล่อง จริงๆผมก็แอบโกงใช้บัตรเครดิตที่เจิ้นให้นั่นแหละซื้อ ไม่ใช่เงินผมเองหรอก ปลายเดือนเจิ้นก็เห็นอยู่ดีว่าผมรูดร้านไหนมาบ้าง

                “อ้ะ พี่ธามทางนี้ค่ะ”

                ....พี่ชายพี่แทนใจคือพี่ธาม!!!! ผมตกใจมากแต่พี่ธามกลับไม่ตกใจสักนิดเดียว รอยยิ้มที่ผมไม่ไว้ใจและไม่ชอบประดับอยู่บนใบหน้าเขา

                “ไงสนุกกันไหม? สวัสดีครับเจ้าจันทร์จำพี่ได้หรือเปล่า?”

                ผมพูดไม่ออกเพราะมันอึ้งไปหมด พี่แทนไม่เคยพูดด้วยซ้ำว่าพี่ชายคือพี่ธามเพราะเวลาพูดถึงก็เรียกพี่ชายจนผมไม่รู้สึกถึงความเชื่อมโยงระหว่างสองคนนี้

                “จันทร์?”

                เจิ้นปรากฏตัวทางขวาของผม มือเขากำลังยกมือถือเหมือนจะโทรหา ก็คงจะโทรหาผมเพราะเขาลดมือถือลง วันนี้เจิ้นใส่สูทสีดำสนิทเพราะเขาไม่มีงานต้องไปไหน ผมรีบเดินไปหาเจิ้นม้วนตัวหลบไปอยู่ข้างหลังไม่กล้าสู้หน้าพี่ธาม

                “สวัสดีค่ะ...เจิ้น...เอ่อเจอกันอีกแล้วนะคะ”

                เจิ้นเบี่ยงตัวโอบเอวผมมายืนข้างๆ พี่แทนหน้าเจื่อนๆนิดหน่อยคงเพราะเจอเจิ้นก็ทำให้นึกถึงตอนผมแพ้ช็อคโกแลตเข้าโรงพยาบาล ผมหันไปซุกเจิ้นเพราะพี่ธามจ้องมาที่ผม ถึงหน้าเขาจะยิ้มๆแต่ผมก็ไม่ไว้ใจทั้งนั้นแหละ

                “สวัสดีครับ”

                “เจิ้นสวัสดีครับ สบายดีนะครับ?”

                “ครับ”

                บทสนทนาหยุดลงดื้อๆ ผมก็ไม่อยากคุยอะไรแล้วเพราะผมไม่อยากเจอพี่ธาม บรรยากาศระหว่างเราสี่คนเลยกระอักกระอ่วนนิดหน่อย ก็รู้สึกผิดต่อพี่แทนแต่...ผมอยากออกไปจากตรงนี้จัง ถ้าเจิ้นมาช้ากว่านี้ผมคงวิ่งหนีไปแล้ว

                “แหะๆ แทนกับน้องจันทร์ไปซื้อเนคไทกันมาค่ะ สีเดียวกันด้วย...พี่ธามกับเจิ้นเหมาะกับสีนี้กันทั้งคู่ด้วยเนอะจันทร์เนอะ”

                “อื้อ....”

                “อืม...งั้นขอตัวก่อนนะครับ”

                เจิ้นตัดบทเหมือนรู้ใจว่าผมอึดอัดมาก แต่ผมก็ไม่ลืมลาพี่แทนกับพี่ธามก่อนจะเดินออกมาพร้อมเจิ้น เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งใจของผมคงจะดังไปนิดหน่อยเพราะเจิ้นหลุดขำออกมา

                “ก็จันทร์ไม่รู้นี่ว่าเขาเป็นพี่น้องกัน แล้วยังซื้อเนคไทมาให้สีเดียวกันด้วยอ่ะ...เอาไปเปลี่ยนดีไหม”

                “ไม่เป็นไร พี่ใส่ก็หล่อกว่าอยู่ดี จันทร์อุตส่าห์เลือกให้พี่....พรุ่งนี้ผูกให้พี่ตอนเช้านะ?”

                “อื้อ...สวยมากเลย จันทร์รีบรูดบัตรอย่างว่องไว!

                “ดีแล้ว ซื้อๆไปเถอะ แล้วจันทร์อยากได้อะไรอีกไหม ออกไปตอนนี้รถก็ติด”

                กรุงเทพชั้นในแบบนี้ไม่สี่ทุ่มก็อย่าหวังว่ารถจะหายติด บางทีห้าทุ่มสุขุมวิทก็ยังติดอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ผมเลยชวนเจิ้นไปกินไอติมผลไม้ร้านประจำของเรา

                แต่วันนี้ร้านประจำของเราแตกต่างนิดหน่อยตรงมีสแตนดี้เท่าตัวคนของแพร พิมพิลาใส่ผ้ากันเปื้อนและโพกผ้าสีฟ้ายิ้มน่ารักถือถ้วยไอติมอยู่หน้าร้าน

                “คนนี้เจิ้นรู้จักไหม ปู่กับลุงรหัสจันทร์ชอบ เขาเป็นดาราดังมากเลย สงสัยเป็นพรีเซ็นเตอร์ร้านนี้แล้ว”

                “รู้จักด้วย? แล้วตื่นเต้นอะไร หืม? ชอบสาวสวยๆหรือไงมูนนี่?”

                “เจิ้นว่าเขาสวยหรอ?”

                ผมไม่เคยได้ยินเจิ้นชมใครสวยมาก่อน อะไรที่เจิ้นชมว่าสวยมันมักจะเป็นพวกงานศิลปะ แจกัน ถ้วยชา ของเก่า หรือสถานที่ไม่ใช่ตัวบุคคล เจิ้นเลิกคิ้วนิดหน่อยแล้วก็บีบแก้มผม

“มารยาทการชมผู้หญิงก็ต้องชมว่าสวย ใช่ไหม?”

                “เอาแบบในความคิดเจิ้นสิ”

                เจิ้นยืนพิจารณาท่าถือไอศกรีมของแพร พิมพิลาแล้วหันมามองผมสลับไปมา

                “สวยแบบนางเอก”

                ผมคิดว่าเจิ้นคงคิดว่าสวย ผมก็ว่าเขาสวยสมกับที่ได้เป็นนางเอกนั่นแหละ ผมสั่งไอติมรสโปรดส่วนเจิ้นเป็นสมูทตี้ปั่นแก้วเล็ก สักพักเจิ้นก็เดินออกไปคุยโทรศัพท์กับพี่เลขาแถวๆหน้าร้านที่มีสแตนดี้แพร พิมพิลา อันที่จริงในหัวผมก็ยังวนเวียนกับเรื่องที่เจิ้นชมว่าเขาสวย

                ใจผมวูบโหวงมีเจ้าตัวร้ายบางอย่างกำลังขยับกัดกินภายในตัวผม ความไม่พอใจกรุ่นขึ้นมาแบบไร้สาเหตุ...อยู่ดีๆไอติมก็ไม่อร่อยและความรู้สึกไม่มั่นใจก็กลับมาในห้วงความรู้สึกของผมหลังจากที่มันหายไปพักใหญ่

          ถ้าสมมุติเจิ้นกับแพร พิมพิลามีโอกาสเจอกัน รู้จักกัน... ผมไม่เห็นความเป็นไปได้ที่เจิ้นจะไม่ชอบผู้หญิงคนนี้เลย เขาดูสดใส มีชีวิตชีวา

        แล้วแพร พิมพิลาก็ไม่มีทางไม่ชอบเจิ้นหรอก เจิ้นใจดี อบอุ่น มีข้อดีตั้งมากมายจนนับไม่ถ้วน....แค่คิดก็รู้สึกเหงาขึ้นมานิดหน่อย มันเป็นความยินดีปนความผิดหวังที่ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง

                นี่แค่สมมุติสถานการณ์ผมก็เริ่มหนักหัวใจแปลกๆ เฮ้อ....ทำไมเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้

               

            “ไม่กินแล้ว?”

                “อื้อ จันทร์อิ่ม”

                “งั้นกลับบ้านกัน”

                รถโล่งชึ้นกว่าเมื่อตอนเย็นแล้ว แต่ก็ยังต้องใช้เวลากว่าจะถึงช่อฟ้า ผมมองออกไปมองวิวแสงสีข้างทางก็ได้เจอกับป้ายโฆษณาของแพร พิมพิลาอีกครั้งบนจอโฆษณาขนาดของห้างอีกแห่งที่เราขับผ่าน

                สวยแบบนางเอก....แบบที่เจิ้นว่าจริงๆนั่นแหละ ส่วนเจิ้นก็คงจะเป็นพระเอก

                สำหรับผมเจิ้นก็เป็นพระเอกเบอร์หนึ่งเสมอ ไม่เห็นจะมีใครเก่งเหมือนเจิ้น ดีเหมือนเจิ้น รวยเหมือนเจิ้น แบบนี้เจิ้นต้องเป็นพระเอกอยู่แล้ว

                ผมอาจจะต้องเลิกหลอกตัวเองว่าเจิ้นจะไม่แต่งงานตลอดชีวิต บางทีวันหนึ่งเจิ้นอาจจะอยากมีเจิ้นตัวน้อยๆ มีภรรยาสวยๆที่จะอยู่เคียงข้างกันไปตลอด

                เจิ้นจะอยากแก่ไปกับผมจริงๆหรอ? ผมไม่เห็นมีอะไรดีสักอย่างเลยนอกจากเป็นความโชคดีของเจิ้นแบบที่ซินแสเขาทำนายกัน เจิ้นอาจจะแค่พูดให้ผมสบายใจ ไม่งอแง

                บางครั้งคนเราจะอาศัยโชคช่วยตลอดไปก็คงไม่ได้...เพราะผมก็ไม่เห็นว่าตัวเองรู้สึกโชคดีเลย สอบก็คะแนนห่วย กามั่วๆก็ไม่เห็นจะถูกแถมตอบผิดโดนลบคะแนนอีก แย่ชะมัด

                สุดท้ายวันหนึ่งผมก็คงจะกลายเป็นตัวประกอบในชีวิตเจิ้น เพราะเจิ้นก็คงจะเจอนางเอกสักคน อาจจะไม่ใช่นางเอกละครและสวยมากขนาดแพร พิมพิลา แต่เขาก็จะเป็นนางเอกในชีวิตเจิ้น ถึงวันนั้นผมคงต้องบอกลาหอคอยช่อฟ้า

                จินตนาการตัวเองในสภาวะแวดล้อมที่ไม่มีเจิ้นไม่ออกเลย....มันเหมือนภาพเลือนราง...แต่ผมอาจจะต้องเตรียมใจไว้บ้างแล้ว คนเราเปลี่ยนไปทุกวัน เจิ้นไม่เคยชมว่าผู้หญิงสวย วันนี้ยังชมได้เลย

                วันหนึ่งเขาก็คงไม่อยากอยู่กับผมขึ้นมาได้เหมือนกัน

                .....ถ้าผมไม่มีเจิ้น...ผมจะใช้ชีวิตยังไง

....ขออย่าให้เจิ้นเจอนางเอกไวๆนะ ต่อเวลาให้ผมก่อน....ได้โปรด

ผมยังอยากอยู่กับเจิ้น ยังอยากอยู่ที่ช่อฟ้า ยังอยากทำนั่นทำนี่กับเจิ้นอีกตั้งหลายอย่าง

“จันทร์ ร้องไห้ทำไม?”

รถจอดแล้ว เรากลับมาถึงช่อฟ้าแล้วแต่อารมณ์ผมก็ดิ่งลงจนทนไม่ไหว แต่ผมบอกเจิ้นไม่ได้ว่าผมกำลังหวง กำลังงี่เง่ากับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

“จันทร์กลัว ฮึก...”

“กลัวอะไร ลูกทนายนั่นหรอ? ไม่เป็นไร...พี่อยู่ตรงนี้ เขาทำอะไรจันทร์ไม่ได้ ชู่ว...”

“อยู่กับจันทร์นะ อยู่กับจันทร์”

อย่าหายไป...อย่าให้ใครขโมยเจิ้นไปจากผมเลย...ผมมีแค่เจิ้นคนเดียว ชีวิตผมไม่มีอะไรแล้ว


======================

สงสารมูนนี่ ฮืออออ น้องเปราะบางเพราะเจิ้นเขาเลี้ยงมาแบบนี้ พอเจออะไรซับซ้อนก็คิดมาก คิดไปเอง แถมไม่กล้าบอกเจิ้นอีก

เจิ้นก็ต้องรีบพูดกับมูนนี่ชัดๆได้แล้วววว (แต่งเองอินเอง) น้องไม่เข้าใจความสัมพันธ์สักทีเนี่ยยยยย

 

ขอบคุณทุกคอมเม้นนะคะ ฝากเอ็นดูมูนนี่เยอะๆหน่อยน้า เนื้อเรื่องกำลังจะเข้มข้นละค่ะ!!! ฮึ้บบบ

 

ปล. นิยายเรื่องนี้สีฟ้าจางๆนะ ไม่เทาค่ะ ฮ่า

               

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 604 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,205 ความคิดเห็น

  1. #13182 เค้กโกะ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 23:07
    กลับมาอ่านอีกก็ยังเอ็นดูมูนนี่
    #13,182
    0
  2. #13115 fuxxy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 11:00
    โถ่ มูนนี่
    #13,115
    0
  3. #12928 K.white wine (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 16:01
    เจิ้น!!!!!!!!!!!! เธอทำลูกฉันเสียใจอีกแร้ว พูดให้เคลียร์ๆสิน้องคิดมากนะ
    #12,928
    0
  4. #12813 «PhuengAugust» (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:13
    อยู่กันไปทั้งชีวิตเลยลูกกก
    #12,813
    0
  5. #12621 Miki_milky (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 18:05
    เจิ้นต้องให้น้องเผชิญโลกมั้งนะ
    #12,621
    0
  6. #12317 Kamobee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 11:01
    จันทร์จะไหวมั้ยลูกกกก
    #12,317
    0
  7. #12241 pcy921 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 23:01
    เจิ้นก็แถเก่งน้องก็มโนเก่ง จะเข้าตำราพ่อแม่รังแกฉันไหมคะ
    #12,241
    0
  8. #12214 MaiNatkamon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 17:48
    เจิ้นบอกน้องที น้องจันทร์นางใสเกินกว่าจะรู้เองได้
    #12,214
    0
  9. #12188 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 18:08
    เจิ้น!!!! บอกน้องให้ชัดๆสักทีสิว่ารักน้องแบบคนรักอยากได้เป็นเมียอ่ะ น้องไม่เข้าใจความสัมพันธ์แล้วก็คิดไปไกลจนไม่สบายใจแล้วเนี่ย สงสารน้อง
    #12,188
    0
  10. #12139 D-Sooo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 21:29
    พี่เขาหลงหนูจะตายลูก
    #12,139
    0
  11. #12025 ojay2 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 08:34
    โถ่ น้องลูกกกกก
    #12,025
    0
  12. #11979 jjtk (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 21:55
    สงสารน้องอะ เปราะบางไปหมดลูกเอ๊ยยกอดนะ
    #11,979
    0
  13. #11882 PhueksaChanya (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 20:40
    สงสารน้องจันทร์ เข้าใจความรู้สึกนี้
    #11,882
    0
  14. #11614 Aunchiree (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 07:30
    จะร้องไห้ตามน้องจันทร์
    #11,614
    0
  15. #11455 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 16:47
    ฮือความเด็กน้อยของมูนนี่
    #11,455
    0
  16. #11240 mon9228 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 23:52
    นี่ไง เพราะเจิ้นเลี้ยงน้องมาแบบนี้ แบบให้ขาดตัวเองไม่ได้ พอคิดว่าถ้าวันนึงจะไม่มีเจิ้นในชีวิต น้องก็ไม่รู้แล้วว่าจะอยู่ได้ยังไง ต้องปรับการเลี้ยงดูด่วนเลยเนี่ย
    #11,240
    0
  17. #10367 pookpak_world (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 21:34

    เจิ้นเลี้ยงมาให้น้องขาดตัวเองไม่ได้ แทรกซึมในทุกช่วงชีวิตอะ แล้วถ้าวันนึงมันเกิดเปลี่ยนแปลงขึ้นมา คนที่ลำบากไม่ใช่ใครเลย มันคือมูนนี่ของพี่ ฮือ สงสารน้อง /เกียมทิชชู่

    #10,367
    0
  18. #9537 ณ๊อง ฝ'ฝน นะ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 15:12
    เบื่อจันทร์ ขออังคารทีเวรี่เข้มแข็งที
    #9,537
    0
  19. #8869 thifu:') (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 11:12
    แอบสงสารมูนนี่โดนเลี้ยงมาแบบนี้ ;___; เจิ้นน่าจะบอกไปชัดๆบ้างนะ น้องจะได้ไม่คิดมาก
    #8,869
    0
  20. #8582 MagMa1D (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 11:59
    คิดว่าถ้ามีคนแบบนี้อยู่บนโลกจริงๆ เขาต้องถูกเลี้ยงมาแบบนี้ใช่มั้ย ทุกสิ่งทุกอย่างถึงได้หล่อหลอมให้โตมาเป็นแบบนี้ได้
    #8,582
    0
  21. #8414 gnawkezi~* (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 18:05
    จันทร์เจ้า หนูไม่คิดมากสิลูก ไม่เอานะ
    #8,414
    0
  22. #8348 Cream_2546 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 13:27
    ชอบการใช้ภาษามากเลยค่ะ
    #8,348
    0
  23. #8231 minopaaaaaaa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 15:37
    ถ้าเจิ้นทำให้เจ็บบ่อยๆ ไปหาคิวก็ได้นะ
    #8,231
    0
  24. #6573 Tatangts 🐋 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 23:46
    สงสารน้อง ;_;
    #6,573
    0
  25. #6357 BUNKER_BUNK (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 16:42
    แงงง้ อยากให้เจิ้นกะมูนนี่ชัดเจนเเล้วอะะ มันจะได้มั่นคง ฮือ เจิ้นอน่าทิ้งมูนนี่นะ แงงง
    #6,357
    0