In Control...ในปกครอง (Yaoi)(END)

ตอนที่ 11 : Chapter 10 : Q

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30,289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 700 ครั้ง
    18 พ.ย. 60

Chapter 10

                ถ้วยชากระเบื้องเคลือบชั้นดีวางลงบนโต๊ะไม้มะเกลือ นิ้วเรียวทว่ามั่นคงเคาะกับพื้นโต๊ะอย่างใช้ความคิด ลมยามบ่ายในฤดูหนาวของประเทศไทยทำให้การมานั่งรับลมยามบ่ายไม่ร้อนเกินไปนัก

                “จิ๊บ จิ๊บ..”

                เสียงเล็กๆดึงความสนใจจากวิวยอดตึกสูงไปที่นกค๊อคคาเทลสองตัวที่กำลังกระโดดไล่กันในกรง แต้มแดงที่แก้มนกสองข้างทำให้ตาคมทอแสงอ่อนลง

                ร่างสูงดันตัวลุกขึ้นยืนหยิบอาหารนกในกล่องขึ้นมา เจ้านกแสนฉลาดเห็นท่าทางแบบนั้นก็รีบมารอที่คอนไม้ใกล้ประตูกรง ปีกเล็กขยับกระตือรือร้นที่จะได้อาหาร

                เจิ้นยืนป้อนอาหารนกทีละเม็ด ผมยาวปลิวไปตามลมแต่ก็ไม่คิดจะรวบไว้ ชุดจีนที่ยาวถึงข้อเท้าขยับจนทำให้ลวดลายมังกรดิ้นทองคล้ายมีชีวิต

                “เจิ้น...กำหนดการรับน้องคุณจันทร์ครับ”

                เจ้าของชื่อพยักหน้าเล็กน้อยเหลือบตามองซองเอกสารที่ถูกวางลงบนโต๊ะในเก๋งจีน นิ้วแข็งแรงยังหยอกล้อกับนกสองตัวอย่างอารมณ์ดี

                “ไม่มีปัญหาอะไรนะ?”

                “ไม่มีครับ ย้ำทางคณะแล้วเรื่องอาหารการกินคุณจันทร์ แต่เรื่องนมก่อนนอนไม่ได้แจ้งไปตามที่เจิ้นบอกครับ”

                “อืม ให้เขาเปลี่ยนการใช้ชีวิตบ้าง ไปที่ไหนบ้างล่ะ?”

                “หลักๆอยู่ทำกิจกรรมในพื้นที่รีสอร์ทครับ มีแวะซื้อของฝากกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำตอนขากลับ”

                “ยาแก้แพ้?”

                “เตรียมไปในกล่องยาแล้วครับ มีพวกคาราไมล์แก้คันติดไปด้วย ปลาสเตอร์ยา... ยาแก้ปวด แก้ไข้..”

                ตัวยาอีกสารพัดที่ถูกไล่เลียงไป เรื่องสุขภาพของคุณจันทร์เป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่งของเจิ้นเสมอ การไปเข้าค่ายกับทางโรงเรียนเมื่อก่อนก็ต้องจัดกล่องยาแยกไปให้ทางคุณครูด้วย โดยที่คุณจันทร์ก็ไม่เคยรู้เรื่องอะไร

                “ที่นอน?”

                “เรื่องแบ่งห้อง คุณจันทร์นอนกับเพื่อนที่ชื่อคิวครับ คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรครับเพราะพักห้องติดๆกันหมด คงไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆเล่นกันมากกว่า”

                “อืม...มีอะไรที่น่าจะมองข้ามไปอีกไหม?”

                น้ำเสียงยังโทนเดิมแต่เพราะทำงานกับเจิ้นมานานจึงรู้ว่าคำตอบแบบไหนที่จะทำให้เจ้านายพอใจ

                “สภาพอากาศคลื่นลมปกติครับ คลื่นไม่ได้สูงจนลงเล่นน้ำไม่ได้ คุณจันทร์ว่ายน้ำแข็งถ้ามีกิจกรรมทางน้ำไม่น่าเป็นห่วงครับ ถ้าเจิ้นจะตามไปด้วยรีสอร์ทที่ใกล้ที่สุดก็จะเป็นที่ AAA ลูกค้าเราครับ”

                “ขอบคุณมาก ช่วยเติมชาให้ทีจะอยู่ตรงนี้อีกสักพัก”

                เลขาค้อมตัวต่ำก่อนจะเดินกลับไป เจิ้นเล่นกับนกอีกสักพักก็ปิดกรงไว้เช่นเดิมก่อนจะหันมาสนใจซองเอกสารที่ถูกวางทิ้งไว้ กำหนดการเข้าค่ายรับน้องของเจ้าจันทร์รวมถึงรายชื่อผู้เข้าร่วม อาจารย์ที่ติดตามดูแล บริษัทของรถทัวร์ ทุกอย่างถูกแจกแจงโดยละเอียด

                แม่บ้านคนเดียวของบ้านเดินถือกาน้ำมาเปลี่ยน ถ้วยชาก็ถูกเปลี่ยนให้เข้ากับกาใบใหม่ จานขนมเปี๊ยะหั่นชิ้นเล็กจานใหม่ก็ถูกวางด้วยกัน

                “ป้าครับ”

                “ค่ะเจิ้น”

                “ช่วงนี้จันทร์กินข้าวปกติไหม?”

                คนสูงวัยหัวเราะเบาๆ ก่อนจะรายงานว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บนยอดตึกช่อฟ้ามีนายอยู่สองคน นายคนโตที่น่าจะเอาแต่ใจกลับกินง่ายอยู่ง่าย อาหารการกินเลยมักจะจัดไปตามใจนายคนเล็ก เพราะเคยปวดท้องเวลากินข้าวนอกบ้าน ของในบ้านก็เลยต้องทำให้สะอาดและครบห้าหมู่ให้เจ้านายคนเล็กเสมอ และเรื่องของเจ้านายคนเล็กก็เป็นเรื่องใหญ่สุดในช่อฟ้ามาตลอด

                “ป้าจัดยาแก้ปวดท้อง แก้แพ้ใส่กระเป๋าคุณจันทร์ไว้ตลอดค่ะ เอ...แต่พ่อเลขาเขาก็บอกนี่คะว่าที่โรงอาหารของมหาลัยเป็นเฟรนไชน์ร้านดังทั้งนั้น ไม่น่าจะมีปัญหานะคะ?”

                “ครับ... จันทร์เขาจะไปค่าย ฝากป้าจัดการด้วย”

                “ไม่มีปัญหาค่ะ ให้คุณจันทร์จัดกระเป๋าเธอเองก่อนแล้วเดี๋ยวป้าเช็คอีกทีให้ค่ะ”

                เจิ้นพยักหน้าพอใจ เขาไม่อยากเสี่ยงกับการไปเข้าค่ายข้างนอก สมัยก่อนโรงเรียนดูแลทั้งหมดก็ไม่ยุ่งวุ่นวายในการดูแลเท่าไหร่ แต่พอมหาลัยแล้วเป็นวัยรุ่นจัดการกันเองอาจจะมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นได้ และมันทำให้เขาไม่ชอบใจนัก

                ขายาวเดินออกจากเก๋งจีน อ้อมไปอีกทางของฟากระเบียงที่เป็นห้องกระจกดูดาว ห้องที่เด็กน้อยรบเร้าอยากจะได้แล้วก็งอนที่ตัวเองไม่ถือโฉนดตึก

                ชื่อเจ้าจันทร์ไม่ได้อยู่ที่นี่เพราะตามความเชื่ออะไรนั่นเจ้าของช่อฟ้ามีได้แค่คนเดียว อีกสาเหตุก็เพราะพ่อแม่ของเจ้าจันทร์ไม่ยอม ชื่อของจันทร์เลยอยู่ที่บ้านเขตปริมณฑลของเขา

                ตาคมหลุบมองมือตัวเองที่กำแน่นจนนิ้วซีดขาว ช่วงนี้มีหลายสถานการณ์ที่เขาคอนโทรลไม่ได้ทันที แม้จะรู้ว่าวันหนึ่งมันต้องเป็นเช่นนี้ เขาจะกักตัวเจ้าจันทร์ไว้กับตัวเองตลอดเวลาไม่ได้

                สิ่งที่ทำได้คือให้เจ้าจันทร์ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย ค่อยๆรู้จักโลกไปทีละนิด.... สิ่งแรกที่เขาตัดใจทำคือการปล่อยให้เจ้าจันทร์ได้เจอสังคมเพื่อนที่เป็นจริง

                เพื่อนตั้งแต่ประถมหรือมัธยมที่จับกลุ่มกับเจ้าจันทร์เป็นกลุ่มที่เขาเลือกให้... การให้ทุนการศึกษาลูกพนักงานและค่าจ้างเรียนไม่ได้ทำให้เขาเดือดร้อนอะไร มีแต่ได้รับความขอบคุณแลกกับเงื่อนไขในการเป็นเพื่อนที่ดี

                ห้องเรียนที่เป็นห้องหัวกระทิและลูกเศรษฐีสร้างสังคมดีๆให้กับเจ้าจันทร์ ความสนใจของกลุ่มเพื่อนมุ่งไปที่การเรียนและไม่ชอบพวกเด็กเกเรหนีเรียน เป็นเรื่องปกติของห้องหัวกระทิมาเสมอที่จะมีมุมมองเช่นนี้

                เขาจึงวางใจได้ว่าอุปทานหมู่หรืออุมดมการณ์เหล่านี้จะหล่อหลอมให้เจ้าจันทร์เป็นเด็กดี และน้องก็เป็นเด็กดีจริงๆ ไม่เคยโดดเรียน กลับบ้านตรงเวลา และสนใจแต่พวกการ์ตูนโคนัน อนิเมชั่นกันดั้มที่กลุ่มเพื่อนสนใจ

                ทุกเรื่องเจิ้นมองสถานการณ์ไปตามหลักความจริง....เขาจะไม่คิดไปเองเพราะเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง ทุกอย่างรอบตัวเจ้าจันทร์เขาปรึกษาจิตแพทย์ สมัยเด็กเขาไม่สามารถรับมือกับเด็กวัยหกขวบที่ร้องไห้งอแงจึงตัดสินใจเข้าพบจิตแพทย์เด็ก หลายบ้านในสังคมไฮโซก็ทำเช่นนั้น การไปหาจิตแพทย์ไม่จำเป็นต้องมีปัญหาทางจิตใจแต่หมายถึงการทำความเข้าใจพฤติกรรมต่างๆ

                เจ้าจันทร์โตมาเป็นเด็กที่สดใสและมีเหตุผล คุณหมอย้ำเสมอว่าครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญที่มีผลต่อพฤติกรรมของเด็ก ในด้านนี้เจ้าจันทร์ไม่เคยขาด มีพ่อแม่ มีคุณปู่ และมีเขา แม้โดยหลักๆแล้วเจ้าจันทร์จะใช้ชีวิตอยู่กับเขามากที่สุด แต่ด้านอื่นไม่ได้โดนปิดกั้นน้องจึงไม่อึดอัด

                พฤติกรรมงอแงเอาแต่ใจก็เป็นไปตามวัยมีเยอะไปบ้างช่วงง่วงนอนหรือไม่สบาย เมื่อครอบครัวอบอุ่นการมีความลับระหว่างกันก็น้อยลง... เจ้าจันทร์เรียนรู้ที่จะพึ่งพาคนในครอบครัว การคุยกัน ปรึกษาเวลามีปัญหา เป็นกิจกรรมครอบครัวที่คุณหมอแนะนำ เขามีเรื่องที่เล่าให้น้องฟัง และน้องก็มีเรื่องเล่าให้เขาฟัง ต่างกันตรงที่เขาเลือกว่าจะเล่าอะไรแต่น้องเล่าทั้งหมดอย่างบริสุทธิ์ใจ

                เจิ้นเรียนรู้ว่าการเลี้ยงเด็กสักคนให้โตมาอย่างที่เราต้องการมันต้องไม่ใช่การบีบบังคับแต่สภาพแวดล้อมต้องเอื้อให้เขาเป็นเช่นนั้น วิธีการพูด การแสดงออกต่อกันก็เป็นปัจจัยสำคัญหนึ่ง... เขาจึงไม่เคยห้ามเวลาที่เจ้าจันทร์อยากทำอะไร ไม่เคยโกหกทุกคำถามที่เจ้าจันทร์สงสัย

            แค่มีวิธีอธิบายที่ทำให้เจ้าจันทร์ยอมรับ

                การโกหกไม่เคยให้คุณค่าอะไรเพราะไม่ใช่ความจริง

               

                “ฮื่ออ คิดถึงสินเชื่อจัง”

                ผมกอดสินเชื่อแน่น เจ้ากระต่ายขนนุ่มกลิ่นหอมที่นอนกอดกันทุกคืนจะต้องแยกกันนอนสองคืนแน่ะ จริงๆผมก็แอบกังวลว่าจะนอนไม่หลับ สินเชื่อก็ไม่อยู่ เจิ้นก็ไม่อยู่ นมอุ่นๆก่อนนอนก็ไม่มี

                “เดี๋ยวพี่นอนกอดแทนจันทร์เอง”

                “ให้ยืมแค่สองคืนนะ อยากพาสินเชื่อไปด้วยจัง แต่ต้องโดนเพื่อนล้อแหงๆ สินเชื่อนอนกับเจิ้นไปก่อนนะ”

                “หึหึ กินข้าวก่อน วางสินเชื่อได้แล้วเดี๋ยวเลอะ”

                วันนี้มื้อเช้าของผมเป็นกะเพราะปลาหูฉลามจากบ้านคุณปู่ที่เอามาให้ตั้งแต่เมื่อคืน บ้านคุณปู่จะมีกับข้าวอร่อยๆมาฝากบ่อยๆ เป็นคุณแม่บ้านที่เลี้ยงผมตั้งแต่เด็กนั่นแหละถือมาให้ ป้าเขาบอกคิดถึงผมกับเจิ้นเวลาทำกับข้าวที่เป็นของโปรดเราสองคนเลยต้องเอามาฝากด้วย

                ผมก็เลยได้กินของอร่อยแต่เช้า ส่วนเจิ้นที่ไม่กินข้าวเช้ายังรับถ้วยเล็กๆเลยเพราะอร่อยจริงๆ วันนี้ผมไม่ได้กินนมอุ่นในมื้อเหมือนทุกวัน คุณป้าแม่บ้านชงชาจีนให้แทนเพราะผมตื่นเช้ากว่าปกติ เขาบอกกันว่าชามีคาเฟอีนจะทำให้หายง่วงได้ ส่วนเจิ้นก็กาแฟเหมือนเดิม

                รุ่นพี่นัดรวมที่คณะตั้งแต่เจ็ดโมงถึงเจ็ดโมงครึ่งจะได้มีเวลาทำกิจกรรมกันเยอะๆ ผมตื่นเต้นเลยกินกะเพาะปลาได้น้อยไปหน่อย คุณแม่บ้านเลยจัดแซนวิชใส่กล่องมาให้ด้วย ส่วนนมอุ่นก็ใส่มาในกระติกเก็บความร้อนให้ผมกินต่อบนรถแทน

                ผมสะพายเป้กับลากกระเป๋าขนาดกลางมายืนรอลิฟต์ เจิ้นไม่ได้ไปส่งเหมือนทุกเช้าเพราะเจิ้นต้องไปคุยงานตอนแปดโมงข้างนอก

                “ขอกอดหน่อยจะไม่ได้กอดตั้งหลายวัน”

                ผมอ้าแขนเดินไปให้เจิ้นกอด ผมใจหายเหมือนกันที่จะไม่ได้โบกมือให้เจิ้นตอนลงรถแล้วก็จะไม่ได้นอนด้วยกันสองคืน น้อยครั้งมากจริงๆที่เราจะไม่ได้นอนด้วยกันผมเลยรู้สึกเหงาหน่อยๆ

                “ดูแลตัวเองดีๆ อย่าให้พี่เป็นห่วงนะจันทร์”

                “อื้อ..เจิ้นก็ดูแลตัวเองดีๆนะ อย่าให้จันทร์เป็นห่วงนะ แล้วถ้าจันทร์โทรหาดึกๆเจิ้นต้องรับโทรศัพท์ด้วยนะ จันทร์จะโทรหาตอนเลิกกิจกรรมแล้ว”

                “มูนนี่เด็กดี...พี่จะรอ”

                ผมเงยหน้าให้เจิ้นหอมหน้าผากก่อนจะขยับมาหอมแก้ม มือของเจิ้นลูบหัวผมเบาๆทำให้ผมรู้สึกดี เรายืนกอดกันจนลิฟต์มา มือของผมกุมกับเจิ้นไว้ตลอดเวลาที่เราอยู่ในลิฟต์ด้วยกัน แต่เจิ้นก็มาส่งผมแค่นี้ ผมมองเจิ้นตลอดแม้ว่าจะนั่งอยู่บนรถแล้ว หน้าต่างรถลดลงผมเกาะขอบหน้าต่างชะเง้อหน้าออกไปหาเจิ้น เขาก็โน้มตัวลงมาหาผมเช่นกัน

                “จันทร์จะรีบกลับมาหาเจิ้นนะ”

                “อื้ม...เดี๋ยวพี่ไปรับวันกลับ”

                “ต้องมานะ...จันทร์อยากให้เจิ้นมา”

ผมแอบนอยนิดหน่อยที่ต้องนั่งในรถคนเดียว คุณป้าแม่บ้านก็ไม่ได้นั่งมาส่งผมเพราะต้องเตรียมจัดกระเช้าให้ลูกค้าเจิ้น คุณลุงคนขับรถพยายามชวนผมคุยแต่ผมก็เหงาเกินไป คิดว่าถ้าเจอพวกเพื่อนๆคงจะดีขึ้น

คิวมาถึงก่อนผมแล้วด้วยสภาพตาแดงก่ำ หัวฟูฟ่องหมดมาดผู้ประกวดเดือนมหาวิทยาลัย ผมรีบยื่นแซนวิชคุณแม่บ้านที่ถือมาให้คิวทันที สภาพมันเหมือนจะกินวัวได้ทั้งตัว

“เกิดไรขึ้น”

“เมาค้างนิดหน่อย ยังไม่ได้นอนเลยแม่ง”

สรุปคือเมื่อคืนพวกประกวดดาวเดือนดันชวนกันไปกินเหล้าเพื่อละลายพฤติกรรมให้ทุกคนในกองประกวดปรับตัวเข้าหากัน เรานั่งรอไม่นานพี่ๆก็เรียกเข้าแถวขึ้นรถ ผมกับคิวนั่งคันที่สองค่อนไปทางด้านหน้าเพราะผมกลัวเมารถและคิวก็อยากจะนอน พวกผู้ชายส่วนมากไปกองกันด้านหลังทำให้เสียงมันดังกว่า

“มียาดมมาด้วยหรอจันทร์?”

“อื้อ คุณป้าแม่บ้านให้ติดมาน่ะ เอาไหม?”

“หึหึ ไม่อ่ะ ขอพิงไหล่หน่อยดิมึนหัว”

“ได้ๆ หนาวก็บอกนะ มีผ้ามาด้วยในเป้”

“เอาผ้าห่มมา?”

“หมอนผ้าห่มน่ะ กลัวหนาวแอร์”

ผมมีหมอนผ้าห่มใส่เป้มาด้วย จริงๆคือในเป้ผมเป็นพวกสิ่งของจำเป็นในการนั่งรถของผมเอง พวกกระเป๋าตังค์เผื่อซื้อของ ยาดม ยาแก้เมารถ แก้แพ้ที่ถูกจัดใส่ตลับเล็กๆไว้ มีหมวกแก๊บกันแดดแล้วก็หมอนผ้าห่มเผื่อผมหนาว  คุณแม่บ้านจะจัดการเตรียมพวกนี้ให้ผมตลอด

“เอามาดิ ห่มกัน”

คิวกับผมเอนเบาะลงแล้วก็ห่มผ้าด้วยกัน ผมก็ชักง่วงๆเพราะแอร์มันเย็นแถมยังมีกลิ่นหอมๆน้ำยาปรับผ้านุ่มของคุณแม่บ้านอีก มันก็ชักจะเคลิ้มอาจจะเพราะวันนี้ผมตื่นตั้งแต่ตีห้าด้วยก็เลยงัวเงียตามคิวไปอีกคน

“พิงมา”

ผมสะลึมสะลือพิงไหล่คิวไปแทน จะท้วงว่าไม่เป็นไรคิวก็เอนหัวมาพิงหัวผมอีกที มันก็ลงล็อคสบายกำลังดีผมเลยเคลิ้มหลับในที่สุด

เราตื่นกันอีกทีตอนแวะปั๊มขนาดใหญ่ที่เป็นสถานีพักรถระหว่างทาง คิวตาเริ่มหายแดงลากผมให้เดินลงไปหาของกินด้วยกัน จริงๆผมไม่ได้อยากลงเพราะอยากจะนอนต่อแต่ก็โดนลากลงไปจนได้

ผมเดินงัวเงียหาววอดให้คิวลากไปหาของกิน จริงๆบนรถรุ่นพี่ก็แจกพวกขนมปังกับนมแต่ผมดันกินไม่ได้เพราะมันรสชาติไม่ค่อยเหมือนที่กินปกติและผมก็ไม่อยากเสี่ยงกับนมกล่องเย็นๆชวนปวดท้องอีกแล้ว คิวเลยกินไปทั้งหมดแต่ก็ยังหิวอยู่ดี

รุ่นพี่ให้เวลาพักประมาณสิบห้านาทีเลยพาผมเข้าแมคสั่งแฮมเบอร์เกอร์ ผมไม่ค่อยหิวเลยสั่งพายทูน่ามากินเล่น ทุกคนใส่เสื้อคณะเหมือนกันหมดทำให้เห็นพวกเรากันเองเดินเข้าออกร้านนั้นร้านนี่เป็นกลุ่มๆ

ผมรอแฮมเบอร์เกอร์ให้คิวเพราะมันขอไปหวีผมล้างหน้า สักพักนั่นล่ะถึงกลับมาด้วยสภาพดูดีเกือบเท่าเดิม ผมมันเซ็ตไม่ทันแล้วได้แต่ใช้น้ำเสยขึ้นลวกๆ แต่หน้าตาก็ดูสดใสขึ้นกว่าเดิมจริงๆ

                ช่วงการเดินทางหลังจากขึ้นรถทุกคนบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไปเพราะรุ่นพี่หากิจกรรมาให้เล่น คณะเราแบ่งกันนั่งไปสี่คันรถที่จะเฉลี่ยรุ่นพี่ทุกชั้นปีกับรุ่นน้องมารวมๆกันไว้ คันผมเริ่มกิจกรรมเล่นเกมส์ง่ายๆจำพวกแบ่งเป็นสองกลุ่มซ้ายขวาแข่งอะไรง่ายๆกัน คิวโดนแกล้งเยอะกว่าเพื่อนเพราะมันเด่นแถมหัวยังไม่ค่อยจะเป็นทรงเลยโดนแซวตลอดทั้งที่ปกติมันจะเนี้ยบ ผมโดนทำโทษให้มัดจุกอยู่หนึ่งเกมส์ เลยได้มีจุกตลกๆบนหัวอยู่สามอัน บางคนก็โดนปะแป้ง บ้างก็วาดหน้า เกมส์ที่ปราบเซียนสุดๆก็คือเกมส์ใบ้คำ ไม่รู้ใบ้กันยังไงจากคนแรกไปถึงคนสุดท้ายนี่โคตรมั่วตั้ว

                พอมาถึงที่พักตอนบ่ายแต่ละคันรถก็มีสภาพเละเทะ จุกเต็มหัว บางคนนี่หน้ามีแต่ร่องรอยหมึกถูกวาดจนเกือบจำหน้าไม่ได้ ตอนนี้คิวก็มีจุกสามจุกเล็กๆบนหัวเหมือนกับผมเพราะรุ่นพี่ทำโทษให้เป็นฝาแฝดกันซะเลย

                หลังจากเก็บของก็เริ่มกิจกรรมทันที ก็เป็นกิจกรรมสันทนาการรุ่นพี่แกล้งน้องซะส่วนใหญ่ มีเปียกน้ำบ้างเลอะบ้างโดยรวมๆคือผมสนุกมาก เราถูกแบ่งกลุ่มให้มีการแสดงตอนกลางคืนด้วย กลุ่มผมก็เล่นอะไรตลกๆปนอุบาทว์ที่มีคิวเป็นแกนนำ เราเต้นเพลงลูกทุ่งตลกๆกัน คิวใส่เสื้อติดกระดุมถึงคอเด้งเอวอยู่บนเวที ส่วนผมรับบทเป็นแบคกราวด์แค่โบกมือไปมาอยู่ข้างๆ แต่มันก็น่าอายจนผมเขินไปหมด

                ตอนกลางคืนเรานั่งรวมกลุ่มกันในห้องรุ่นพี่ที่เริ่มสนิทกันหลังจากกิจกรรมบนรถ ทุกคนตกลงกันว่าจะเล่นไพ่ มีรุ่นพี่แอบออกไปซื้อเบียร์เข้ามาในห้องหนึ่งลัง จริงๆไม่ต้องแอบก็ได้แต่เพราะเป็นค่ายค่อนข้างจริงจังก็เลยไม่อยากให้ใครรู้เท่าไหร่ คิวมีแก้วในมือแต่ผมไม่ดื่ม สุดท้ายพอทุกคนเริ่มกรึ่มๆไพ่ก็ถูกเก็บเปลี่ยนเป็นเกมส์หมุนขวด

                กติกาเกมส์หมุนขวดก็ง่ายๆ คนหมุนมีสิทธิ์ถามคำถามคนที่ปากขวดหันไปหา แล้วก็คนตอบก็ได้หมุนในรอบต่อไป วงเรามีกันแปดคน ผมว่ามันเป็นเกมส์แกล้งกันมากกว่าเพราะคนโดนถามมักจะได้คำถามกวนประสาท

                “มาเลยไอ้คิว มีแฟนยังอ่ะมึง คนคุยเยอะอ่ะดิ”

                คิวทำหน้าแยกเขี้ยวคงจะเป็นคำถามจี้ใจมันเหมือนกัน

                “ไม่มี โสด อยู่ในโหมดเลี้ยงลูก ใช่ไหมจันทร์ลูกพ่อ ฮ่าๆ”

                “กวนประสาทจริงๆ”

                ผมแยกเขี้ยวใส่มันคืน เพราะผมกับคิวเราตัวติดกันตลอด แม้จะห่างกันบ้างเวลาคิวไปซ้อมประกวดเลยโดนแซวว่าผมเป็นลูกไอ้คิว เพราะคิวมันชอบไปทำให้ผมถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคุณหนูบอบบาง มันดูแลผมเยอะเกินไปตั้งแต่โดนเจิ้นโกรธมาคราวก่อน

                “เห้ยน้องจันทร์โดนว่ะ ฮ่าๆ น้องจันทร์คร้าบบบ เคยจูบไหม คิสคิสคิสอ่ะ เคยยัง?”

                “เคยครับ”

                “เชี่ยทำไมตอบหน้าตายจังวะ ไม่เขินเลยหรอ”

                ทุกคนหันมามองผมนั่นทำให้ผมไม่เข้าใจ ก็จูบมันก็เรื่องปกติหรือเปล่าเพราะผมก็จูบกับเจิ้นมาหลายปีแล้ว เมื่อเช้าก่อนมาเข้าค่ายเราก็ยังจูบกันทำไมทุกคนต้องทำหน้าตกใจ

                “ก็จูบก็เรื่องธรรมดาไม่ใช่หรอ”

                “จูบคือแบบงับปากแล้วก็ลิ้นชนกันนะน้องจันทร์?”

                “อื้อ....ก็แบบนั้นแหละ ง่า ไม่ใช่หรอ?”

                ผมชักไม่มั่นใจ...เพราะสีหน้าทุกคนมันแสดงออกถึงความหลากหลายทางอารมณ์จนเหมือนผมทำอะไรผิด คิวยังขมวดคิ้วหันมามองผม

                “แล้วจูบครั้งล่าสุดเมื่อไหร่?”

                “เมื่อเช้า เห้ยโกงอ่ะ เกินคำถามแล้ว หมุนใหม่ๆ”

                “อ่า หมุนๆ เชี่ยกูอึ้งเลยว่ะ ใครจูบคุณหนูคณะกูวะ”

                “ดูดบุหรี่แปป”

            เกมส์ยังไม่ทันเริ่ม ผมยังไม่ได้แตะขวดด้วยซ้ำคิวก็ลุกพรวดเดินออกไปนอกระเบียง ทุกคนดูอ้ำอึ้งกันไปหมดก่อนรุ่นพี่คนหนึ่งจะโทรศัพท์เข้าเลยเดินออกไปนอกห้อง อีกคนรีบลุกไปเข้าห้องน้ำ ทำให้วงเราลดจำนวนคนลง ผมรู้สึกว่าปาร์ตี้คงจบลงแล้วเพาะบรรยากาศกร่อยลงทันตา

                มือถือบอกเวลาสี่ทุ่มครึ่งผมก็อยากจะโทรหาเจิ้นแล้วเหมือนกัน อันที่จริงผมก็ง่วงตั้งแต่สองทุ่มครึ่งแต่เพราะได้นั่งเล่นล่ะมั้งก็เลยยังไหวอยู่ ผมฝากรุ่นพี่บอกคิวว่าผมกลับห้องก่อนจะไปโทรหาเจิ้นแล้วลุกออกมา

                เจิ้นยังไม่นอนสัญญาณดังแค่สองที่เขาก็รับสาย เสียงข่าว BBC ของต่างประเทศที่เจิ้นชอบดูดังเข้ามาให้ได้ยิน เจิ้นคงจะนั่งอยู่หน้าทีวี

                “ทำไมนอนดึกจัง?”

                “พี่รอจันทร์อยู่”

                เจิ้นนอนเร็วเพราะผมนอนเร็ว ถ้าไม่ติดงานเราจะนอนพร้อมกันประมาณสามทุ่ม มีบ้างที่ผมจะนอนก่อนแต่ก็หลับๆตื่นๆจนเจิ้นมากอดถึงจะนอนหลับสนิทอยู่ดี การพูดคุยของเรามีผมผูกขาดการสนทนา ผมมีเรื่องเยอะมากที่อยากจะเล่าให้เจิ้นฟัง เขามีคำถามบ้างทำให้รู้ว่าเจิ้นก็ใส่ใจผม

                “.....เนี่ยแล้วพอจันทร์โดนถาม เขาก็ถามว่าจันทร์เคยจูบไหม ทุกคนก็อึ้งไปเลย ก็จันทร์จูบกับเจิ้นทุกวันก็ต้องเคยสิ เขาก็ถามอีกว่าแบบมีลิ้นชนกันไหม ก็ชน แล้วทำไมต้องตกใจด้วยล่ะไม่เข้าใจเลย”

                “ทัศนคติของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เขาอาจจะมองว่าจันทร์ไม่น่าจะคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้เพราะจันทร์ยังเด็ก แต่จันทร์โตแล้วใช่ไหม?”

                “อื้อ...จันทร์โตแล้ว แล้วจันทร์ก็ชอบจูบเจิ้นด้วย”

                ผมหัวเราะไปตามสาย พอไม่ได้อยู่ใกล้กันผมก็ชอบอ้อนเจิ้นแบบนี้ แล้วเสียงหัวเราะทุ้มๆของเจิ้นก็บ่งบอกว่าเจิ้นก็อารมณ์ดีเหมือนกัน

                “คิดถึงกันบ้างไหม?”

                “คิดถึงเจิ้นตลอดนั่นแหละ เจิ้นคิดถึงจันทร์ไหม”

                หน้าผมร้อนผ่าวแล้วก็หาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมตัวเองต้องยิ้มกว้าง ผมเขินจนต้องออกมานั่งที่ระเบียงให้ลมเย็นๆช่วยดับความร้อนที่แก้มลงบ้าง

                “คิดถึง.....พี่อยากไปหาจันทร์”

                “....จันทร์ก็อยากเจอ อยากให้เจิ้นกอด...จันทร์กลัวนอนไม่หลับจัง”

                “ถ้าอยู่ใกล้ๆพี่คงไนท์แคร์จันทร์ไปแล้ว...”

                เสียงของเจิ้นทำให้ผมหายใจติดขัด...มันไร้เหตุผลเพียงแค่เจิ้นบอกว่าอยากจะไนท์แคร์ ภาพเหตุการณ์ที่เขาใหญ่ทำหัวใจผมเต้นแรง...มันเหนื่อย แต่ก็รู้สึกดีมาก...

                “จันทร์ก็อยากไนท์แคร์กับเจิ้น...”

                คำตอบของผมแผ่วเบาเป็นเสียงกระซิบ...แต่เจิ้นก็ยังได้ยิน เขาหัวเราะเบาๆดังกลับมา

                “ถ้าจันทร์อยู่ตรงนี้พี่คงขอดูจันทร์ชัดๆ”

                คำว่าขอดูชัดๆของเจิ้นมันหมายถึงตอนที่ผมเปล่าเปลือย....และปล่อยให้เขาได้แตะต้อง สำรวจ... สัมผัส ลมหายใจของผมดังกระชั้นเพียงแค่จินตนาการตามเสียงเจิ้น....ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร

                “แล้วพี่ก็คงอยากจะจูบ....จูบหน้าผาก จูบแก้ม คอ...หัวไหล่....จันทร์ให้พี่จูบได้ไหม...”

                “อื้อ....จันทร์ให้ เจิ้นจูบจันทร์นะ...”

                อะไรบางอย่างในตัวผมไม่ปกติ มือของผมขยำขากางเกงแน่น ปฏิกิริยาตรงกลางของร่างกายมันเหมือนตอนที่ถูกมือเจิ้นสัมผัส แต่นี่ไม่ได้ถูกเจิ้นจับสักหน่อยทำไมผมต้องเป็นแบบนี้ด้วย

                “จันทร์ไปนอนได้แล้ว”

                กลายเป็นเสียงเข้มๆของเจิ้นดึงสติผมกลับมา ผมรีบอ้อมแอ้มบอกฝันดีแล้วหนีไปซุกใต้ผ้าห่ม ผมไม่ค่อยเข้าใจปฏิกิริยาของตัวเองที่เกิดขึ้นเท่าไหร่นักแต่ว่ามันดูล่องลอยแล้ว งื้อออออ อ่ะ

                เหมือนผมหลุดไปอีกในห้วงมิติหนึ่ง แถมร่างกายก็แปลกๆ ผมต้องปล่อยตัวเองนอนนิ่งๆสักพักทุกอย่างมันถึงสงบลงรวมถึงหัวใจที่เริ่มเต้นเป็นจังหวะปกติ

                คิวกลับมาหลังจากนั้นไม่นาน มันไม่พูดอะไรแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำ ผมตื่นเต้นเหมือนกันที่ได้มาเข้าค่ายกับเพื่อนๆโดยเฉพาะคิว เพราะถึงเราจะสนิทกันในมหาลัยแต่เราก็เคยไม่สนิทกันมาก่อนมันก็เลยเหมือนอยู่ในช่วงทำความรู้จักกัน ผมแอบเตรียมเรื่องผีมาเล่าด้วยเพราะเพื่อนในกลุ่มผมบอกว่าชวนเพื่อนเล่าเรื่องผีก็ดีนะเหมือนตอนที่เราหามาเล่ากันตอนเข้าค่ายของโรงเรียนไง

                ห้องผมกับคิวอยู่คนละห้องเราเลยไม่ค่อยได้ไปเข้าค่ายด้วยกัน แล้วถึงจะมีค่ายรวมก็อยู่กันคนละกลุ่ม คิวอาจจะยังรู้สึกอัดอัดกับผมอยู่บ้างก็ได้

                “มองเราตาแป๋วเลย ไม่ง่วงหรอ?”

                คิวเดินถือผ้าเช็ดตัวเช็ดหัวเปียกๆมานั่งบนเตียง เรานอนเป็นเตี่ยงเดี่ยวแยกกันมีโต๊ะวางโคมไฟกั้นไว้ ตอนนี้ผมนั่งพิงเตียงแล้วเอาหมอนผ้าห่มมากอดแทนสินเชื่อ ถึงหมอนจะใบเล็กแต่ก็กลิ่นหอมพอจะกล้อมแกล้มไปได้บ้าง

                “รอเล่าเรื่องผีอยู่ เล่าเรื่องผีกัน”

                “เล่าทำไมวะ?”

                “เอ้า เข้าค่ายก็ต้องเล่าเรื่องผีดิ”

                คิวชะงักก่อนแววตาที่ผมคุ้นเคยจะเปลี่ยนไปเป็นแบบอื่นที่มันเหมือนจริงจัง สงสัย คลางแคลงใจ ท่าทางสนุกสนานก็เลือนหายไปไม่ต่างกัน

                “จันทร์เคยจูบจริงๆใช่ไหม?”

                “อื้อ...”

                “แล้ว...มีแฟนแล้วหรอ?”

                “ไม่มีนะ”

                คำถามเรื่องแฟนวนกลับมาที่ผมอีกแล้ว ผมรู้สึกว่าเรื่องของแฟนอะไรนี่มันชักจะป้วนเปี้ยนเข้ามาใกล้ตัวผมเข้าไปทุกที ถึงจะเข้าใจจากที่เจิ้นอธิบายแล้วแต่ผมก็ใช่ว่าจะอยากรับรู้เรื่องพวกนี้จากคนอื่นบ่อยๆ มันชวนอึดอัด

                “แล้วจูบกับแฟนเก่า?”

                “เปล่า ไม่เคยมีแฟนหรอก ทำไมจูบต้องกับแฟนด้วยล่ะ”

            “ไม่มีใครเขาจูบกับคนที่ไม่ได้รักหรอกนะจันทร์”

                “ก็รักเหมือนกันแต่ไม่ใช่แฟน! ทำไมต้องเป็นแฟนด้วย จูบไม่เห็นจะเกี่ยวกับเรื่องแฟนเลย”

                “คิดแบบนั้น? งั้นเราก็จูบกันได้สิ?”

                ผมเบิกตากว้างแต่เพราะตัวซ่อนอยู่ในผ้าห่มเลยหลบไม่ทันคิวที่พุ่งเข้ามา ใบหน้าคิวสบตาผมในระยะประชิด มือเขาล็อคเข้าที่ท้ายทอย...และปากเราก็แตะกัน

                ทำไมจูบได้ล่ะ ทำไมถึงจูบ ทำไม ทำไม ต้องไม่ได้สิ คิวเป็นคนไม่ดีหรอ? คิวเป็นแบบพี่ธามใช่ไหม คิวอยากอยู่กับผมหรอ อยากจะจับ อยากจะกอด หรืออยากทำแบบในคลิปน่ากลัวนั่นแต่คิวก็ไม่ได้น่ากลัว

                แต่....จูบของคิวไม่เห็นเหมือนของเจิ้นเลย... มันอึดอัด ตกใจ หวาดระแวง และกังวล... คิวไม่ปล่อยให้ผมขยับตัวหนี ลิ้นของผมถูกคิวสัมผัสอย่างรุนแรง...มันเหมือนคิวโมโห....แล้วผมก็เริ่มจะกลัว

                สุดท้ายผมก็ทำได้แค่ร้องไห้.... คำขอโทษของคิวที่ดังให้ได้ยินมันไม่ได้ช่วยอะไร ผมร้องไห้ ร้องอยู่อย่างนั้นแล้วผมก็เรียกหาเจิ้น ผมอยากหนีออกไปจากตรงนี้

                “อย่าไป อย่าบอกเจิ้น อย่าบอกใคร อย่าเพิ่งหนีเราเลยนะจันทร์ ถ้าเราหนีกันไปตอนนี้มันจะไม่เหลือโอกาสให้เราได้เป็นเพื่อนกันอีก ขอโทษ... ขอโทษนะ”

                คิวร้องไห้ไม่ต่างจากผม เขากอดผมไว้แน่น หัวใจผมเจ็บปวด.... แต่ไม่รู้ว่าเจ็บปวดที่คิวจูบผมหรือจะเจ็บปวดที่คำอธิบายของเจิ้นไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องแบบสูตรสำเร็จ มันไม่เหมือนหนึ่งบวกหนึ่งที่ได้สอง อย่างน้อยคิวกับพี่ธามก็มีความคิดเห็นในเรื่องนี้สวนทางกับเจิ้น

                แล้วผมจะต้องทำยังไง...

               

 

ทิ้งดราม่า(?) ไว้หนึ่งชาม แฮ่ >_____< ตอนนี้ค่อนข้างยาว เพราะอยากจะโชว์ความดูแลน้องของเจิ้นที่เกือบจะชวนน้องเล่นเซ็กโฟนไม่รู้ตัว ฮ่าๆๆๆ แล้วก็ความวัยรุ่นใจร้อนของคิวคนคูล

 

ส่วนน้องจันทร์ก็เหมือนโดนเปิดโลกแห่งความฝัน พี่เจิ้นนนนน คิวมันแงะกรงแล้ววววว ชะแลงเบอร์ใหญ่กว่าของพี่ธามด้วย มันเข้าไปจูบนกของพี่แล้ววววววว

     ปล.ทาเก็ตนิยายแบมจะเป็นคนโตๆอ่านหน่อยเน้อ มีไรให้คิดวิเคราะห์นิดนุง เราคงไม่เฉลยเยอะเพราะมันจะไม่สนุก ใครอ่านแล้วอาจจะไม่เกตก็ไม่เป็นไรค่ะ ค่อยเป็นค่อยไป ไว้ว่างๆจะมาเขียนวิเคราะห์ตัวละครให้อ่านแบบเรื่องกับดักพระจันทร์ อิ้อิ้           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 700 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,205 ความคิดเห็น

  1. #13162 fomeriam690 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 14:04
    ทำไมต้องทำน้องสับสน สงสารเด็กน้อย ฮื่อ
    #13,162
    0
  2. #13110 fuxxy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 10:04
    เปิดโลกน้องกว้างกว่าเดิมแล้ว
    #13,110
    0
  3. #12978 shizun (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 10:05
    ว่าแล้วว่าคิวต้องชอบจันทร์แน่ๆเลย แต่เหมือนคิวก็สงสัยเรื่องความสัมพันธ์ของเจิ้นกับจันทร์ด้วยสินะ แต่เราชอบนะเวลาคิวดูแลจันทร์ ดูเหมือนพ่อลูกจริงๆ 😂😂😂
    #12,978
    0
  4. #12977 TheLastManStanding137 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 01:38
    อย่าให้เจิ้นรู้เชียวนาาาา!!! คิวระวังตัวไว้เด้อไปยุ่งกับนกเขาน่ะ!!!!!
    #12,977
    0
  5. #12923 K.white wine (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 12:44
    เจิ้น!!!! น้องโดนแล้ว!!!!!
    #12,923
    0
  6. #12861 neaumn_sm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:51
    คิวชอบจันทร์จริงๆเหรอ ;-;
    #12,861
    0
  7. #12616 Miki_milky (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 06:56
    ตายๆๆถ้าจันทร์บอกเจิ้น คิวโดนแน่ๆ
    #12,616
    0
  8. #12596 hyunsis (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 00:35
    จริงๆคิวดูเป็นคนดีนะ เเต่เเค่มาเล่นกับคนมีเจ้าของเเล้ว กลัวเจิ้นมาตามฆ่าจังถ้ารู้
    #12,596
    0
  9. #12561 HaeMay (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 21:53
    เจิ้นรีบมาจัดการคิวเร็ววววววววว
    #12,561
    0
  10. #12524 Orathaiks (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 20:42
    น้องตามใครไม่ทันเลย สงสารรร
    #12,524
    0
  11. #12487 Callmeyou (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 01:14
    งานหยาบจัดๆ เจิ้นเลี้ยงน้องมาใสเกิ้น
    #12,487
    0
  12. #12474 finnjae (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 08:56
    คิวแงะกรงแล้ว น้องเริ่มสับสนละอะ โอย นี่เห็นคิวกอดน้องร้องไห้แล้วสงสารจัง ฮื่ออออ ยิ่งถ้าเจิ้นรู้นะคิวว กุมใจแล้วค่าาา
    #12,474
    0
  13. #12314 Kamobee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 06:34
    โง้ววว..น้องโดนขโมยจูบไปแล้ววววว
    #12,314
    0
  14. #12236 pcy921 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 21:52
    เห็นคิวร้องไห้นี่ให้อารมเมียน้อยน้องจันทร์มากค่ะ เจิ้นเป็นเมียหลวงงี้
    #12,236
    0
  15. #12183 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 12:32
    โอ้ยย คิวววววว สงสารอ่ะ เดี๋ยวเราจะรับผิดชอบหัวใจนายแทนน้องจันทร์เองงง5555
    #12,183
    0
  16. #12144 cornie (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 15:07
    เหมือนมีไรท์เป็นผัวเลยอ่ะ เขินคำพูดไรท์5555555
    #12,144
    0
  17. #12136 D-Sooo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 19:51
    น่ารัก ใสเกินไปผู้ชายหลงนะลูก
    #12,136
    0
  18. #12020 ojay2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 20:38
    น้องเอ้ยยย คิวแกถ้าเจิ้นรู้นะ
    #12,020
    0
  19. #11704 Clairey (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 21:50
    คิวชอบจันทร์แน่ๆเลย -w-
    #11,704
    0
  20. #11607 Aunchiree (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 17:01
    น้องเริ่มสับสน
    #11,607
    0
  21. #11559 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 12:39
    น้องอ่อนต่อโลกเกินไป
    #11,559
    0
  22. #11447 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 12:31
    ในความรู้สึกคือจันทร์เด็กมากแบบเด็กมากๆจริงๆ จันทร์ไม่รู้จักการรักแบบคนรัก จันทร์รู้แค่เจิ้นเท่านั้น ทุกอย่างคือเจิ้นหมดอ่ะ
    #11,447
    0
  23. #11183 mon9228 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 23:47
    คิวตายแน่แล้ววว ที่ผ่านมาคงยังคิดว่ามีหวังอยู่สินะ แต่พอเจอคำตอบชัดๆวันนี้เลยผิดหวังไปหมด เห็นใจคิวอยู่น้า
    #11,183
    0
  24. #10895 JaoJean (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 13:26
    ชิบหายแล้วคิว เหอะๆ
    #10,895
    0
  25. #10309 pookpak_world (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 12:50

    หู้ย บักคิว สูเด้อ อยู่ใกล้ๆจะโบกให้ ไอ่บ้า

    #10,309
    0