ชีวิตวันๆของลูกมาเฟีย ( yaoi )

ตอนที่ 6 : บทที่ 6 [ Re ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,516
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,283 ครั้ง
    19 เม.ย. 64





 

บทที่ 6


 

ในขณะที่กำลังจะยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อและเลือดที่ติดอยู่บนใบหน้า ปรากฏว่าตอนนี้ทั้งตัวของเด็กน้อยอาบไปด้วยเลือดเสียแล้ว จำใจต้องทิ้งแขนทั้งสองข้างลง หันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องเดิมที่พึ่งจากมา

"กลับมาแล้วหรอ" คิมหันต์เดินเข้ามาหา ก่อนจะค่อยๆยกมือขึ้นเช็ดเลือดและเหงื่อออกให้อย่างไม่นึกรังเกียจ

"อือ.." พยักหน้ารับคำเบาๆ หยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าขึ้นมากดเบอร์โทรหาคุณพ่อสุดที่รัก รอไม่นานคนปลายสายก็กดรับ

ติ๊ด...

"พ่อครับ..." กรอกเสียงลงไปทันทีโดยไม่คิดจะเล่นตัวเช่นคราแรก ด้วยความสัตย์จริง ตอนนี้เด็กน้อยเหนื่อยเกินกว่าที่ตะมายืนแอ๊บเสียงให้น่าสงสารมากที่สุด เขาอยากจะกลับบ้านไปอาบน้ำเต็มแก่แล้ว

[ กำลังไปรับ ]

"ครับ"



 

ทางฝั่งของมาเรโน่หรือพ่อของซีโร่ รวมไปถึงอัคนิรุทรพ่อของคิมหันต์ พวกเขาจัดการกับคนจากด้านนอกทั้งหมดแล้ว เหลือก็เพียงรอสัญญาณให้คนด้านในโทรกลับมาเพื่อแลกของ

คลืนน..

เพียงได้ยินเสียงสั่นของโทรศัพท์ คนของทั้งทางมาเรโน่และอัคนิรุทรเตรียมตัวพร้อมเข้าโจมตีทันที นิ้วเรียวกดรับสายพร้อมเปิดลำโพงให้ได้ยินโดยทั่วกัน น่าแปลกเมื่อเสียงที่ตอบกลับมาควรทุ้มต่ำและแหบพร่าเช่นคนมากอายุแต่กลับเป็นเสียงเล็กๆของคนที่คุ้นเคยกันดี หากแต่มันช่างอ่อนล้าจนน่าสงสาร

[ พ่อครับ... ]

"กำลังไปรับ" แม้จะไม่รู้ว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น แต่อย่างน้อยๆก็รู้ว่าลูกชายของตนสามารถหาทางโทรกลับมาได้ ถือได้ว่าชื้นใจไปแล้วเปราะหนึ่ง คิดได้ถึงตรงนี้คิ้วเรียวสวยก็ขมวดเข้าหากันแน่น

ทำไมถึงได้ดีใจที่รู้ว่าอีกฝ่ายยังมีชีวิตล่ะ? ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเด็กคนนี้เคยถูกจับตัวไปไม่รู้เท่าไหร่ แต่ไม่เห็นว่าเขาจะร้อนใจมากขนาดนี้เลยนี่?

ผูกพันงั้นเหรอ? ก็ไม่ ในเมื่อเด็กคนนี้พึ่งเข้ามาอยู่ได้ไม่กี่ปีเองไม่ใช่รึไง?

ติ๊ด...

"เตรียมบุก" หันไปสั่งลูกน้องด้วยน้ำเสียงเย็นเหยียบตามระยะเวลาที่เด็กน้อยของเขาอยู่ข้างในนานขึ้นเรื่อยๆ ตวัดสายตามองไปยังเพื่อนสนิทด้านข้างซึ่งพยักหน้าเข้าใจกันอยู่ 2 คน

ลูกน้องนับสิบพร้อมอาวุธครบมือ พากันวิ่งกรูเข้าไปเเอบอยู่ข้างประตูทางเข้าเตรียมพร้อมโจมตีตามคำสั่งของผู้นำ บรรยากาศน่าขนลุกของทั้งสองบอสใหญ่ เรียกเหงื่อกาฬไหลอาบไปทั่วแผ่นหลังภายในชุดเกาะกันกระสุนได้เป็นอย่างดี

"โจมตี" เพียงคำ 2 คำ คนราวสิบกว่าคนก็บุกเข้าไปอย่างพร้อมเพียง โดยที่ก่อนหน้าได้ติดตั้งระเบิดไว้สำหรับเปิดประตูไว้ก่อนแล้ว

ตู้มมม!!

เมื่อประตูถูกเปิดออก ภาพที่ควรจะเป็นคือการสาดกระสุนเข้าใส่กันอย่างอหังการ น่าเสียดายที่ดันถูกข้ามบทเปลี่ยนเป็นโศกนาฏกรรมอันน่าสยดสยอง ร่างของศัตรูหลายสิบคนนอนตายตาเปิดคล้ายกับเจอเรื่องน่าสะพรึงก่อนสิ้นลมหายใจ

ราวกับมัจจุราชลงมาเยือน ไม่มีกระสุนฝังกำแพง ยกเว้นฝั่งตรงข้ามที่มีรอยนับไม่ถ้วน เดาได้ไม่ยากเลยว่าการต่อสู้นี้ฝั่งตรงข้ามคงสามารถจัดการกับคนเหล่านี้ได้โดนไม่พลาดเป้าแม้สักครั้ง แต่ใครจะรู้ ว่าหนึ่งในรอยนั้นอาจจะโดนนายน้อยของพวกเขาก็เป็นได้

ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นทีเถอะ....

"พ่อ..." เสียงเรียกที่ดูเหนื่อยอ่อนดังขึ้นเบาๆในเงามืด ก่อนที่ร่างเล็กๆของเด็กชายค่อยๆเดินออกมา

สิ่งที่น่าตกใจถัดไปคือร่างนั้นอาบไปด้วยเลือดตั้งแต่หัวจรดเท้า แทบไม่มีส่วนไหนเลยที่ไม่เปื้อนคาบสีแดงสดที่ทั้งเหนียวและเหม็นคาวจนสุดจะทน นี่ยังไม่รวมรอยฟกช้ำบนใบหน้าบนซีกแก้มข้างซ้าย คงมาจากฝ่ามือใครสักคนเป็นแน่

เพราะผิวนายน้อยนั้นขาวอยู่แล้ว เมื่อมีแผลหรือรอยช้ำปรากฏขึ้นบนร่างกายมันจะยิ่งออกสีน่ากลัว ผิดกับอีกคนที่ไม่มีส่วนไหนแตกหักหรือเลอะเทอะใดๆ ยกเว้นฝ่ามือทั้งสองข้าง ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดน่าจะมาจากการเช็ดเลือดให้เพื่อนของตนเอง

"ซี..."

"คิมหันต์"

เสียงของผู้เป็นบอสใหญ่เรียกชื่อลูกชายทั้ง 2 แม้ไม่ได้เดินเข้าไปหา แต่น้ำเสียงอันเย็นเหยียบยังคงมีเสี้ยวหนึ่งที่แสดงถึงความเป็นห่วง

"คนของตระกูลธารา..." เสียงเบาๆของนายน้อยตระกูลอัลเคมี่เอ่ยขึ้น ดวงตาสีแดงตวัดไปมองอัคนิรุทรบอสของตระกูลสุริยเทพ เป็นนัยๆว่า เพราะศัตรูของคุณเลยทำให้ผมต้องมาตกที่นั่งลำบาก

"อืม" อัคนิรุทรพยักหน้ารับเพราะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าคงไม่ใช่ใครที่ไหนไกล มีหลักฐานบางส่วนที่บ่งชี้ถึงตระกูลนี้อยู่ในมือของเขาแล้ว

ยกโทรศัพท์เครื่องหรูออกมากดอะไรบางอย่างก่อนจะก้มลงมองลูกชายของตัวเอง

ตุบ...

มือเล็กๆที่เต็มไปด้วยเลือดโยนโทรศัพท์แบบใช้แล้วทิ้งลงพื้น คงเอาอะไรจากมันได้ไม่มาก ทางนั้นไม่โง่ทิ้งเบอร์เครื่องหลักของตัวเองไว้หรอก

"เอาไงกับศพพวกนี้" มาเรโน่หันไปถามเพื่อนสนิทข้างกาย

"ระเบิดทิ้งครับ" หากแต่คนที่ตอบกลับเป็นลูกชายของตัวเอง พร้อมทั้งยกแขนข้างที่มีรีโมทอะไรบางอย่าง รูปร่างลักษณะไม่ต้องถามก็รู้ว่ามันเอาไว้ใช้ทำอะไร

"เด็กดี..." แสยะยิ้มเหี้ยมที่นานๆทีจะปรากฏให้เห็นสักครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งนั้นไม่เคยเกิดเรื่องดีๆขึ้นเลย ทำเอาพวกลูกน้องด้านหลังที่เห็นปฏิกิริยาของผู้เป็นนายพากันขนลุกขนพองจนเผลอยกแขนขึ้นกอดตัวเอง ต่างจากคนลูกที่ไม่คิดสนใจแล้ว ยังอาจหาญกล้าขอให้คนพ่ออุ้มอีก

"อุ้ม" ชูแขนทั้งสองชี้ไปหาผู้เป็นพ่อ แอบเห็นแหละว่าคิ้วขวากระตุกนิดๆน่ะ

"เอ่อ...นายน้อย ให้ผม--" ยังไม่ทันที่พ่อบ้านคนสนิทจะพูดแก้สถานการณ์ให้นายน้อยของตน แขนแกร่งของผู้เป็นบอสใหญ่ประจำตระกูลอัลเคมี่ก็รวบเอาร่างเล็กๆที่เต็มไปเลือดเข้ามาในอ้อมแขนเสียแล้ว

"กลับบ้านเถอะ"

"ครับ" เด็กน้อยพยักหน้ารับอย่างเต็มใจพร้อมกับปิดฉาดสุดท้ายเท่ๆเหมือนในละครหลังข่าวด้วยการกดปุ่มระเบิดโกดังร้างทิ้งอย่างไม่คิดใยดีอะไร

ตู้มมม!!!..

ในขณะที่ทุกอย่างกำลังจะจบได้ด้วยดี แต่ก็ต้องถูกหยุดด้วยคำถามของอัคนิรุทว่า "วันนี้ลูกฆ่าไปได้กี่คน คิมหันต์"

แม้จะรู้สึกตะหงิดใจนิดๆว่าทำไมนายน้อยที่ถูกเรียกว่าบุคคลขี้ขลาดตาขาว ทั้งยังไม่กล้าเสี่ยงทำอะไรสักอย่างถึงได้ตัวเปื้อนเลือดออกมาโดยที่อีกคนปกติดีทุกส่วน คราแรกพวกเขาคิดว่าทั้งสองคนคงช่วยกันฆ่า เพราะนายน้อยประจำตระกูลสุริยเทพยิงปืนเป็นจึงได้ต่อสู้ระยะไกล ส่วนนายน้อยอัลเคมี่คอยถือมีดซ้ำเติมพวกที่เหลือ

"ผมไม่ได้ทำอะไรเลย ซีเป็นคนฆ่าทั้งหมดครับ" ซึ่งคำตอบที่ได้กลับมาดันทำให้พวกเขาต้องหยุดความคิดเหล่านี้ลง

เมื่อทุกคนรู้ว่านายน้อยผู้ล้มป่วยง่าย ค่าพลังชีวิตไม่ต่างจากยุลายตัวหนึ่งเป็นผู้จัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง....หมายถึงสังหารผู้ใหญ่อาวุธครบมือด้วยตัวคนเดียว "...."

ศพที่พวกเขาเจอไปเมื่อสักครู่ ทุกคนถูกสังหารได้อย่างเด็ดขาด หากไม่โดนกระสุนฝั่งทั่งตัวก็โดนเจาะหัวกระโหลกไม่ก็ยิงตัดขั้วหัวใจ

หากนายน้อยถูกจัดอยู่ในหมวดบุคคลขี้แพ้ แล้วคนอย่างพวกเขาล่ะ? จะถูกจัดอยู่ในหมวดอะไร?

เงยหน้าขึ้นมองนายน้อยประจำตระกูลอัลเคมี่ที่หลับคาอกของผู้นำตระกูลไปเสียแล้ว

อยู่ๆคำถามที่ว่าก็ดึงสติให้พวกเขากลับมาสังเกตนายน้อยของตนอีกครั้งดังขึ้นมาภายในหัว ว่าแต่...ไหนล่ะอาการหวาดกลัวจากการฆ่าคนครั้งแรก? ไหนล่ะอาการร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะเสียขวัญจากการถูกลักพาตัว? ไหนล่ะ...ไหนอาการที่ว่ามาทั้งหมด!?

นอกจากเหนื่อยจนหลับไปก็ไม่มีอาการอะไรเลยไม่ใช่รึไง! สรุปว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่เนี่ย!!







 

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าของอีกวันเพื่อไปโรงเรียน แม้จะถูกค้านจากเชนผู้เป็นพ่อบ้านคนสนิท แต่เพราะตามร่างกายไม่มีบาดแผลอะไรมากนอกจากรอยฝ่ามือบนใบหน้า จึงทำเพียงติดแผ่นแก้ปวดไว้บนแก้ม ยืนโบกมือปล่อยให้นายน้อยเดินทางไปโรงเรียนอย่างสันติเท่านั้น

เรื่องน่าปวดหัวถัดมาหลังจากที่ผ่านเหตุการณ์สุดบัดซบครั้งนั้นมาได้คือ จากตอนแรกที่ได้มาแค่ปืนพกไปโรงเรียน ตอนนี้กลับได้มีดสั้นมาอีก 2 เล่ม แม็กกาซีนสำรอง 3 แม็ก กระบอกเก็บเสียงอีก 1 พร้อมเครื่องติดตามที่ฝังอยู่ในต่างหูรูปไม้กางเขนเรียวยาวสีเงิน

คือเขาต้องลงทุนเจาะหูเพื่อให้พ่อกับเชนสบายใจ หลังจากที่เห็นอาวุธในกระเป๋าก็เกิดคำถามในใจว่า สรุปว่าตนไปเรียนหรือไปรบกันแน่?

น่าแปลกไปกว่านั้นคือ หลังจากที่เขาสามารถเอาชีวิตรอดกลับมาถึงบ้านได้อย่างสวัสดิภาพ ในเช้าต่อมาก่อนไปโรงเรียน คุณย่าคาเรย์แวะมาหาโดยทันที ปากก็ถามว่ายังไม่ตายอีกหรอ? แต่สายตาคือกวาดมองความเรียบร้อยตั้งแต่หัวจรดเท้าจนนึกว่ายืนอยู่หน้าเครื่องเอกซเรย์

แต่คุณท่านดันสายตาดีมองเห็นรอยถลอกที่เขากำมือซ่อนไว้ด้านข้าง แผลนี้เกิดจากแรงดีดของปืน ด้วยความเป็นเด็ก แถมมือยังนุ่มนิ่มเพราะไม่เคยทำงาน หนักจึงไม่แปลกที่จะเกิดผลลัพธ์แบบนี้

แต่ใครจะคิดว่าเธอจะเล่นใหญ่ไม่ต่างจากอีกสองคนที่มองอยู่ด้านหลัง ชนิดที่ว่าเรียกทีมแพทย์ประจำตระกูลมาพันแผลถลอกเล็กๆให้ สุดท้ายคือมอบต่างหูที่ฝัง GPS เช่นของพ่ออีก 1 ชิ้น ทำให้ข้างที่ว่างอยู่ถูกจับจองด้วยต่างหูของคุณย่า ซึ่งรูปทรงของมันก็ดันแตกต่างกันอีก เพราะของคุณย่านั้นเป็นวงแหวนธรรมดาที่ด้านล่างมีพลอยเม็ดเล็กๆฝังไว้

จากที่เจาะข้างเดียวกลายเป็นว่าเขาต้องเจาะเพิ่มอีกข้างได้ยังไงก็ไม่รู้

เล่นใหญ่ไม่ต่างกันเลยจริงๆ สมแล้วที่เป็นแม่ลูกกัน

"หืม? นายเจาะหูตั้งแต่เมื่อไหร่" เสียงคุ้นหูของบุคคลที่ทำให้นายน้อยอัลเคมี่ต้องไปเจอกับเรื่องสุดบัดซบดังออกมาจากด้านหลัง ไม่ต้องหันไปมองก็เดาได้ไม่ยากว่าคนๆนั้นเป็นใคร

"อือ พ่อเจาะให้เมื่อเช้าน่ะ" เอ่ยปากตอบกลับไป เบาๆ ระหว่างนั้นชะลอฝีเท้าให้คนด้านข้างเดินตามทัน 

ตลอดทางคิมหันต์เล่าเรื่องอันน่าขำสำหรับตัวเองให้ฟังหลังจากที่ทุกคนรู้ว่าบุคคลที่ถูกกล่าวต่อๆกันมาว่าอ่อนแอเป็นคนสังหารคนมายมากภายในโกดังร้างแห่งนั้นทั้งหมด

ด้วยอารมณ์ในตอนนี้ เด็กน้อยเกียจคร้านเกิดกว่าจะเอ่ยห้ามให้อีกฝ่ายเลิกพูด จนเมื่อพวกเรามาถึงห้องเรียน เรื่องเล่าของคิมหันต์ก็จบลงพอดี

นั่งรอให้เพื่อนๆในห้องเข้าแถวยามเช้าสักพัก คาบแรงของวันนี้ที่เป็นวิชาภาษาไทยก็เริ่มขึ้น ซึ่งมาในรูปแบบเขียนตาคำบอก แล้วก็อ่านกลอน แต่มีหรือที่นายน้อยประจำตระกูลอัลเคมี่จะสนใจ ฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะ ปิดเปลือกตา หลับยาวไม่สนใจใครใดๆทั้งสิ้น

รู้ตัวอีกทีก็ถึงพักกลางวันไปแล้วเสียอย่างนั้น...

ตามจริงแล้วโรงอาหารกลางของโรงเรียนมันก็มีแหละ แต่อาหารที่นั้นไม่ถูกปากเขาเท่าไหร่ ส่วนมากเลยให้เชนทำใส่ข้าวกล่องไว้ให้ ส่วนคนตรงหน้าคือขี้เกียจไปต่อแถวก็เลยสั่งแม่บ้านให้เตรียมไว้ก่อนแล้ว

ทั้งห้องจึงเหลือแค่เขาและคิมหันต์ตามปกติ ไอ่เขาไม่ใช่คนเลือกกินอยู่แล้ว เชนทำอะไรมาให้ก็กินอันนั้น แต่คนตรงหน้าดันไม่ชอบกินพริกหยวก ออกไปทางแพ้ด้วยนิดๆหน่อยๆ ประมาณว่ากินได้แต่ได้แค่นิดเดียว มากกว่านั้นจะเริ่มมีอาการแพ้

วันไหนแม่บ้านทำมา พริกสีเขียวเหล่านั้นจะตกมาเป็นของเขาโดยทันที หากแต่ทุกมื้อนั้นต้องมีของหวาน ในชีวิตก่อนเขาไม่ค่อยมีเวลากิน เพราะต้องรักษาหุ่นเพื่อให้ดูดีมีความน่าเชื่อถือ หน้าตาไม่ดีก็ขอให้หุ่นดีไว้ก่อน โดยเฉพาะทางบ้านเดิมที่ค่อนข้างเน้นไปทางภาพลักษณ์เป็นซะส่วนมาก

ฐานะทางบ้านของเขาไม่ได้แย่แต่ก็ไม่ได้ดีเลิศเลออะไรถ้าเทียบกับตอนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ บ้านเก่าของเขาเป็นบ้านขนาดกลางจนเกือบใหญ่ มีพี่น้องด้วยกันทั้งหมด 3 คน และเขาได้เป็นพี่คนกลาง น้องสาวพึ่งอยู่ม.6 แต่ปีนี้น่าจะได้ขึ้นมหาลัยแล้ว ส่วนพี่ชายกำลังรับช่วงต่อจากพ่อ บริษัทเล็กๆที่พ่อและแม่ลงแรงช่วยกันสร้างขึ้นมา แม้จะไม่ได้อบอุ่นเหมือนครอบครัวอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้ห่างเหินจนไม่รู้สึกอะไร

พูดแล้วก็คิดถึงแหะ แต่ไม่ได้ต้องการกลับไป ออกไปทางเฉยๆซะมากกว่า จะกลับก็ได้ จะอยู่ที่นี่ต่อก็ไม่เกี่ยงอะไร เขาไม่ใช่คนเรื่องมาก อยู่ง่าย กินง่าย เลี้ยงง่าย แต่ถ้าอาหารไม่ถูกปากนั้นค่อยว่ากันอีกที

กระพริบตาเบาๆเรียกสติให้กลับเข้าที่ หยิบขนมปังไส้ครีมจากร้านชื่อดังที่ชอบเป็นพิเศษขึ้นมาแกะกิน โดยไม่ลืมที่จะป้อนคนที่เกาะติดเขาตั้งแต่ครั้งนั้นจนถึงบัดนี้

บิบออกมาพอดีคำ ขนมปังนุ่มๆกับไส้ครีมมาเต็มก้อนไม่เหมือนกับของในเซเว่นที่เอ่อ....นั่นแหละ ป้อนเข้าปากเล็กๆของตัวเองสลับกับคนตรงหน้า

คำสุดท้ายถูกยกให้คิมหันต์ ส่วนครีมที่ติดอยู่บนนิ้วเขาก็เป็นคนจัดการทำความสะอาดมัน แลบลิ้นเล็กๆของตัวเองออกมาเลียครีมที่ติดอยู่อย่างไม่นึกรังเกียจ เมื่อแน่ใจว่าไม่หลงเหลือคาบใดๆแล้วจึงยิบผ้าเช็ดหน้าผืนสีดำไร้ลวดลายขึ้นมาเช็ดซ้ำอีกรอบ

"???" น่าแปลกที่พอเงยหน้าขึ้นมาจากนิ้วตัวเองกลับเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงมองเขาไม่เลิก เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยถามโดยนัยว่ามีอะไร แต่คำตอบที่ได้กลับมาดันเป็นริมฝีปากของเจ้าตัวงับเข้าที่อวัยวะเดียวกันของเขา ลิ้นเล็กๆแลบออกมาเลียรอบๆคล้ายเก็บงานก่อนจะผละออกพร้อมแรงดูดเบาๆ

หรี่ตามองคนตรงหน้าด้วยแววตาข่มขู่ ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวกลับยกยิ้มกว้างราวกับไม่รับรู้ถึงแรงกดดันที่ส่งไปให้ สุดท้ายก็เป็นเขาเองที่ปล่อยผ่านในเรื่องนี้ไปแบบไม่คิดอะไร
















 

*ยังไม่แก้คำผิด*
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.283K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,508 ความคิดเห็น

  1. #1504 คนโสด2021 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2564 / 12:29
    เฮ่ย! เขาเพิ่งจะขโมยจูบไปไม่คิดมากไม่ด้ายยเฮ้อจะเป็นลม
    #1,504
    0
  2. #1451 ปลาทูนา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 18:25

    โอ้ยยย หัวบ่คืนนนน จำได้ตอนที่คนสวนยิงเมดที่ดมกกน.พ่อว่าซ้านนนน5555555

    #1,451
    0
  3. #1388 Good-cat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 13:22
    เอ๊ะ...จำได้เพราะอะไรนะยัยน้อง
    #1,388
    0
  4. #1383 GLOOMY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 21:21
    - hihihihihhi
    #1,383
    0
  5. #1363 rnatrnat02 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 19:31
    โอ้ยลูกเอ้ย ป้าขำไม่ไหว555555
    #1,363
    0
  6. #1349 vviiwwyy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 16:17
    ดมกกน.พ่อ เด่วววว 5555
    #1,349
    0
  7. #1310 LittleMud (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 19:25
    5555 มาดาร์กๆตัดโหมดฉับตอนประโยคสุดท้าย 555
    #1,310
    0
  8. #1306 Daehwi_osw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 09:21
    ทำไมตอนสุดท้ายถึงขายขำละลูก 55555555555
    #1,306
    0
  9. #1265 BarBiirs_39 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 22:33
    ขำ55555555 ตายเพราะดมเกงในพ่อ5555555555555555555
    #1,265
    0
  10. #1262 แฮมเตอร์ตัวกลม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 21:54
    .......หะ......อิหยังละนั้น5555555
    #1,262
    0
  11. #1249 นางจิ้งจอก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 12:15
    ขายขำเฉยเลยตอนจบ555555555
    #1,249
    0
  12. #1235 ychibi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 14:27
    เหตุผลคือแบบ... อ่า กุดจ้อบคิด
    #1,235
    0
  13. #1204 Alisona Janes Curse (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 17:24
    555555555พูดออกมาได้ยังงายยยยย
    #1,204
    0
  14. #1191 Wiphawe (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 08:22

    ลั่นตอนสุดท้าย5555

    #1,191
    0
  15. #1189 kikkpstpk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 15:57
    555555555555
    #1,189
    0
  16. #1182 CUTE_VILLAIN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 08:54
    เกือบเท่เเล้ว...
    #1,182
    0
  17. #1128 polar* (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 01:04
    555555555ขำตอนท้าย
    #1,128
    0
  18. #1116 NP2540 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 15:10
    ซีลูกกกก ขำน้ำตาแตกไปเลย555
    #1,116
    0
  19. #1079 PraewPacharee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 16:27
    ลั่นที่น้องตอบมาก55 ชอบๆ
    #1,079
    0
  20. #1077 reluz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 15:31
    พีคมาก ซิทคอมสุด555555555555555 เมดดมกางเกงในพ่อเลยเหรอซี!5555555
    #1,077
    0
  21. #958 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 18:23
    เนื้อเรื่องคล้ายมาโปรดมากตริงๆ แหละ โดยเฉพาะตอนนี้ แต่แค่การบรรยายจะแตกต่าง นิสัยตัวละครก็แตกต่าง
    #958
    0
  22. #957 ม็อคค่าไม่ใส่นม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 17:09
    ลั่นตอนเมดดมเกงในพ่อ555555555 น้อนน
    #957
    0
  23. #945 korrapat565 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 22:40
    ตอนสุดท้ายซิทคอมจุดอ่ะ555
    #945
    0
  24. #935 nnnida (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 19:32
    เค ลืมเหตุการณ์ทุกอย่างก่อนหน้าหมดอ่ะ ประโยคสุดท้ายกลั้นมาก
    #935
    0
  25. #925 KHUNKHOEI (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 22:35
    ยัยน้อง 55555555555
    #925
    0